คัดลอกลิงก์เเล้ว

[ เรื่องสั้น yaoi] ป า ฏิ ห า ริ ย์ รั ก ( ชนกันต์ x เพียงพักต์ ) END

โดย skylover☁

บอกแล้วไงว่าไม่ชอบเด็กอายุน้อยกว่า ถ้ายังไม่ถอยไปก็อายุ25มาให้ได้ก่อนสิ!

ยอดวิวรวม

1,717

ยอดวิวเดือนนี้

30

ยอดวิวรวม


1,717

ความคิดเห็น


6

คนติดตาม


123
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  30 ก.ค. 61 / 20:58 น.
[ เรื่องสั้น yaoi] ป า ฏิ ห า ริ ย์ รั ก ( ชนกันต์ x เพียงพักต์ ) END | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ปาฏิหาริย์รัก

ชนกันต์ x เพียงพักต์






เรื่องนี้ถูกรีไรท์มาจากฟิคชั่นที่เราเคยแต่งเรื่องนึง
มีการปรับเปลี่ยนฉากและเพิ่มเติมบางส่วนให้เข้ากันมากขึ้น
และนิยายเรื่องนี้เป็นชายรักชาย หากไม่ชอบรบกวนกดปิดนะคะ

ขอบคุณสำหรับการเข้ามาอ่านนะคะ
ฝากติดตามผลงานเรื่องอื่นๆของเราด้วยค่ะ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 30 ก.ค. 61 / 20:58

บันทึกเป็น Favorite


ป า ฏิ ห า ริ ย์ รั ก 

( ชนกันต์ x เพียงพักต์ )




นิ้วมือเรียวยาวกระชากเนคไทออกอย่างหงุดหงิด เพียงพักต์หรือเพียงกำลังเบื่อกับการทำงาน  รู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งผ่านการเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยมาได้ไม่นาน แต่ไม่นานตอนนี้มันก็ล่วงมาเจ็ดปีแล้ว จากเด็กน้อยเพียงพักต์ ก็กลายมาเป็นเพียงพักต์ผู้มีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ  เพียงทิ้งร่างลงกับเตียงจนร่างบางของเขาจมฟูกนุ่ม คิ้วสวยที่ขมวดมุ่นจนใครๆก็ดูรู้ว่ากำลังเหนื่อย

 

ชีวิตของมนุษย์เงินเดือนอาจจะเหมือนคนอื่นๆทั่วไป และก็มั่นใจว่าทุกคนที่ใช้ชีวิตแบบนี้จะต้องมีโมเม้นท์หนึ่งที่เบื่อหน่ายทางเดินของตน แต่ก็อย่างว่า ไม่ใช่ทุกคนบนโลกจะสามารถเดินบนทางที่ตนอยากเสมอไปหรอกนะ ก็ในเมื่อชีวิตคนเราพอเกิดอยู่ในท้องแม่ก็รู้จักคำว่าอิสระเพียงแค่ความหมายเท่านั่นแหละ เขาถอนหายใจออกมาอีกเฮือกอย่างเบื่อหน่าย

 

วันนี้วันอะไรนะ?

 

ดวงตาเหนื่อยล้าของเพียงวัย 29 ปีจ้องมองไปยังปฏิทินที่แขวนไว้ตรงผนังห้อง ครุ่นคิดบางอย่างเพียงชั่วครู ก่อนจะยิ้มออกมา มันเป็นยิ้มที่ตัวเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสุขหรือเศร้ากันแน่ เพราะวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของคนๆหนึ่งที่จดจำได้เสมอมา

 

 

คิดถึงช่วงเวลาที่ตนเคยยิ้มได้อย่างสดใสอย่างนั้นจัง

คิดถึงรอยยิ้มแบบเด็กๆของ เด็กน้อยคนนั้นจัง

มิคกี้….

 

 

นี่มันก็…. ผ่านมาสิบปีพอดีเลยสินะวันนี้ ที่ได้ฟังคำสารภาพรักของเด็กน้อยคนนั้น  มิคกี้ของเพียงในวัย 15 ปี เด็กผู้ชายที่ชอบนั่งเงียบๆแต่พอเพียงยิ้มแต่ละครั้งมันก็ทำให้เพียงอดที่จะยิ้มตามไม่ได้ หากมิคกี้ไม่อายุน้อยกว่าถึงสี่ปีแล้วล่ะก็…..ตอนนี้เราจะเป็นยังไงกันนะ…..

 

 

บางทีหมอนที่เพียงหนุน อาจจะเป็นตักของมิคกี้อยู่ก็เป็นได้

.

.

.

10 ปีก่อนหน้านั้น

 

 

เพียงในวัย 19 ปีจ้องมองมิคกี้ที่ไม่ยอมพูดอะไรแต่อยู่ๆกลับมานั่งข้างกันอย่างนี้เป็นชั่วโมง เด็กมหาลัยอย่างเพียงมีเวลาว่างพอจะมานั่งกินลมชมวิวทะเลในเวลาราชการได้ แต่ไม่ใช่กับเด็กคนนี้ เขาควรจะอยู่ที่โรงเรียน!!!!

 

มิคกี้ หรือ ชนกันต์น้องชายข้างบ้านที่ยังไม่จบม.ต้นดี มองมาทางเด็กมหาวิทยาลัยอย่างเพียงราวกับว่ามีเรื่องจะพูดด้วยแต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงเป็นคนตรงๆ ไม่ชอบอะไรอ้อมโลกอย่างนี้เท่าไหร่ ยิ่งเป็นเด็กคนนี้แล้วยิ่งหงุดหงิด เพียงรู้สึกไม่ชอบใจเลยที่มิคกี้ชอบเอาแต่นิ่งเงียบและมองหน้ากันแบบนี้ ถึงแม้ว่าเพียงจะแก่กว่าถึง 4 ปี แต่กลับรู้สึกประหม่าทุกครั้งที่มิคกี้พยายามจะสื่อสารผ่านดวงตา

 

 

มิคกี้….นายไม่มีเรียนไง

 

 

เพียงล่ะ

 

 

ไม่มีฉันเป็นเด็กมหาลัยแล้วนะ

 

 

งั้นผมไม่มีเรียนก็ได้

 

 

จะบ้าเหรอ! นี่มันเวลาเรียนของเด็กม.ต้นอย่างนายชัดๆ รีบกลับไปโรงเรียนเดี๋ยวนี้นะ!

 

 

ไม่เอา

 

 

เด็กดื้อด้าน ดื้อเงียบแบบมิคกี้เป็นอะไรที่เข้าใจยากจริงๆ แน่นอนว่ามิคกี้คิดกับเพียงคนนี้มากกว่าพี่ชายข้างบ้านมันก็ดูชัดเจนดี แต่ทำไมล่ะ?......ก็อายุมากกว่าตั้งเยอะ ทำไมเด็กนี่ถึงไม่เข้าใจคำว่าความเหมาะสมเอาซะเลยกันนะ แต่ถึงไล่เท่าไหร่เด็กม.ต้นคนนี้ก็ยิ่งเกาะติดไม่ไปไหน ไอ้หน้าเอ็นดู มันก็น่าเอ็นดูอยู่หรอก แต่ไอ้น่ารำคาญน่ะ มันก็น่ารำคาญจริงจัง

 

 

เพียงอย่านอนสิ  เสียงของเด็กที่ยังไม่แตกหนุ่มดังขึ้นข้างหู ทำไมเพียงถึงได้รู้สึกขัดหู ขัดตา ขนาดนี้กันนะ

 

 

เรื่องของผู้ใหญ่เด็กอย่ายุ่ง!

 

 

ผมโตแล้วนะ

 

 

“15 เนี่ยนะโต กลับไปเรียนไป๊!  เพียงหันหลังหนีให้กับเด็กที่อ้างตัวเองว่าโตแล้ว  จริงๆมิคกี้ก็ไม่ได้มีนิสัยที่เลวร้าย ติดอยู่ที่ว่าเขาอายุน้อยไปสำหรับเพียงก็แค่นั้นเอง ดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะยอมสานสัมพันธ์แบบมากกว่าพี่ชายน้องชายด้วย เพราะสำหรับเพียงแล้ว….ต้องอายุกันมากกว่าสัก 5-6 ปีถึงจะดี

 

 

ต้องเป็นผู้ชายอายุประมาณ 25 ปีละมั้งที่จะเข้าเกณฑ์พิจารณา

 

 

ถ้ามิคกี้แก่กว่านี้สักสิบปีก็คงจะดีไม่ใช่น้อย เพราะขนาดอายุแค่ 15 ปี มิคกี้ยังดูนิ่งสุขุมอย่างกับผู้ใหญ่คนหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มีมุมเด็กๆที่น่ารักอยู่บ้าง ถ้ามิคกี้อายุสัก 25 ปี คงเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์สาวติดตรึมเป็นแน่

 

 

อยากให้เด็กนี่อายุสัก 25 ปีจัง…..

 

 

อย่านอนเลย ลมแรงออก เดี๋ยวไม่สบายเอานะ   เสียงของเด็กหนุ่มคนนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหู เสียงเด็กๆของมิคกี้ที่มาขัดจังหวะความคิดมันทำให้เพียงรู้สึกฉุน ร่างเพรียวลุกขึ้นก่อนจะฉุดให้เจ้าตัวแสบลุกขึ้นตามกัน

 

 

กลับไปเรียนเดี๋ยวนี้เลยนะเด็กบ้า!  ทั้งสองยื้อฉุดกันอยู่อย่างนั้น มิคกี้ถึงแม้จะเป็นเด็กและตัวเล็กกว่าแต่เขาก็ไม่ยอมโดนลากไปดีๆ

 

 

เด็กอีกแล้วนะเพียง ผมไม่ใช่เด็กก็บอกแล้วไงเขาโต้ตอบกลับไป มันน่าหงุดหงิดจริงๆ แทนที่วันหยุดที่ไม่มีเรียนแบบนี้เพียงจะได้นอนหลับพักผ่อนแต่กลับกลายเป็นว่าต้องมาทะเลาะกับเด็ก ให้ตายเหอะ เด็กนี่มันน่ารำคาญชะมัด

 

 

“ไม่รู้ล่ะเจ้าเด็กบ้านายไม่ต้องมาตามฉัน  ก็บอกแล้วไงว่าฉันชอบผู้ชายอายุมากกว่า!!!  ด้วยความหงุดหงิดทำให้เพียงผลักเจ้าตัวเล็กลงสระบัวของที่บ้านเสียเลย  บางทีน้ำเย็นๆคงจะพอทำให้มิคกี้เลิกคิดทำอะไรบ้าๆ ปีนเกลียวกับตนได้

 

 

ถ้ามิคกี้อายุสัก 25 ก็คงจะดี

 

 

จ๋อม

 

 

อายุ 15 มันน้อยไปสำหรับเพียงจริงๆ

 

 

จ๋อม

 

 

เด็กนี่อยากให้เพียงถูกเรียกว่าวัวแก่กินหญ้าอ่อนเรอะ

 

 

จ๋อม

 

 

อายุ 25 สักทีสิ!

 

 

แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ เพียงได้แต่ยิ้มให้ตัวเอง มิคกี้ยังเด็กนักเขาควรจะไปอยู่กับเพื่อนๆมากกว่ามาเกาะแกะกันอย่างนี้  เพียงไม่เคยรังเกียจการอยู่ใกล้ชิดกับเจ้าเด็กน้อยนั่น จนกระทั่งวันที่เพื่อนๆในมหาลัยแซวว่าพาลูกมาด้วยเหรอ หรือแซวว่ากินเด็ก!!!  มันอาจจะเป็นเรื่องตลกสำหรับบางคนแต่กับเพียงคนนี้ไม่ตลกเลย

 

 

เอ่อไม่ตลกเลย……แต่มิคกี้หายไปไหน???

 

 

ใบหน้าเริ่มซีดเผือดนี่มันนานเกินกว่าที่คิดไว้ ชนกันต์ยังไม่ยอมโผล่หัวขึ้นมาจากสระ เพียงไม่รอช้ารีบลงไปในน้ำ ด้วยหวังว่ามิคกี้จะไม่เป็นอะไร จริงๆแล้วเพียงไม่น่าทำอย่างนั้นแต่กลับทำมันไปแล้วด้วยแรงอารมณ์ เรื่องนี้น้องก็ไม่ผิด แต่เป็นเพราะการแยกแยะของตนนั่นแหละที่มีปัญหา!

 

 

“บ้าจริง”  เพียงดำผุดดำว่ายอยู่อย่างนั้น ไม่น่าเชื่อว่าสระน้ำจะลึกถึงขนาดนี้  ทั้งๆที่มันไม่เคยลึกขนาดนี้นี่ ทำไมขาถึงแตะไม่ถึงพื้นกันนะ  เพียงยังคงค้นหาเด็กคนนั้นอยู่  โดยยังไม่ยอมถอดใจ จนกระทั่งมือนึงได้คว้าคอเสื้อของตนไว้แล้วกระชากฉุดไป แผ่นหลังบางปะทะกับแผ่นอกของชายคนหนึ่ง เพียงเห็นเพียงแค่เสี้ยวหน้าของเขา ผมสีดำสนิทกับผิวที่ไม่ขาวจนเกินไปของชายหนุ่มคนนี้ ทำให้เพียงเผลอไผลมองไปอย่างไม่รู้ตัว ในที่สุดเขาก็ถูกลากกลับขึ้นฝั่ง

 

 

แต่เดี๋ยว….มิคกี้ล่ะ?

 

 

“มิคกี้!!  เพียงกำลังจะกลับลงไปอีกครั้ง แต่มือใหญ่ของคนๆนั้นคว้าแขนเอาไว้

 

 

“อะไร….   เสียงของชายแปลกหน้านั้นไม่คุ้นหู แต่ให้ความรู้คุ้นเคยอย่างประหลาด เพียงขมวดคิ้ว ทั้งสงสัยว่าเขาเป็นใครและก็เป็นห่วงมิคกี้ที่ยังหาไม่เจอ

 

 

“ผมจะไปช่วยน้อง   เพียงพยายามจะบิดข้อมือให้หลุดพ้นจากการจับกุม ให้ตายเหอะผู้ชายคนนี้แรงเยอะชะมัด!

 

“ผมบอกแล้วไงว่าไม่ใช่น้อง….   น้ำเสียงตัดพ้อต่อว่า ผมที่เปียกลู่ปิดบังใบหน้าของเขาเอาไว้ทำให้มองเห็นไม่ชัด มือใหญ่อีกข้างที่ว่างอยู่จึงถูกยกขึ้นมาเสยผมที่ปิดหน้าปิดตาไปด้านหลัง เผยให้เห็นหน้าผากและดวงตาคู่สวยของคนที่ลากเพียงขึ้นจากสระ

 

 

ประกายคมของดวงตาคู่นั้นทำให้เพียงยิ่งกว่าสั่นไหว

 

 

“นะ….นายเป็นใคร!  ทำไมใบหน้าของคนๆนี้….

 

 

“เพียงทำไมถามอะไรแบบนั้น….ก็ผมไง”

 

 

ไม่เพียงไม่เคยรู้จักคนๆนี้

 

 

“คะใคร?

 

 

“ผมไงล่ะเพียง….ชนกันต์มิคกี้ไง”

 

 

 

มิคกี้!!!!!

 

 

“อย่ามาโกหก มิคกี้ไม่สูงถึงขนาดนายหรอกนะ!!!

 

 

เจ้าของมือหนาที่จับข้อมือของเพียงไว้ปล่อยมันลง เขาดูตกใจกับคำพูดของเพียงอยู่พอตัว ดวงตาสีดำขลับจ้องมองที่ขาของตน เท้าของเขาดูใหญ่เกินไป ขาก็ดูยาวขึ้น มือก็ใหญ่กว่ามือเพียง มันแปลกไปหมด ไม่ใช่ว่าเขาสังเกตตัวเองเก่งนักหนา แต่มือของเพียงที่เคยจับมือกันมันไม่ได้เล็กอย่างนี้

 

 

“หรือว่าคุณเป็นพี่ชายของมิคกี้”  น้ำเสียงไม่แน่ใจของเพียงดังขึ้น

 

 

“ไม่เพียงก็รู้ว่าผมไม่มีพี่ชาย”   เจ้าของชื่อชนกันต์พูดขึ้น ดูเหมือนว่าเขาจะตั้งสติได้แล้ว ดูจากเสื้อผ้าที่ใส่มันก็หดเล็กลง กางเกงผ้ายืดแบบที่น้องเคยใส่มันตัวโตจนเกะกะลูกตาในตอนนั้น ทว่าพอดีเกือบรัดติ้วยามอยู่บนร่างกายของคนๆนี้ และอันที่จริง เขาไม่ได้ใส่เสื้อ!  หวังว่านี่คงไม่ใช่ความฝันใช่ไหม เพราะชนกันต์ดูเติบโตขึ้นเกินกว่าจะเป็นเด็กอายุ 15

 

 

“มิมิคกี้”   นิ้วมือเรียวยาวของเพียงลูบไล้ใบหน้าของเขาอย่างไม่เชื่อถือ ดวงตา จมูก ริมฝีปากของคนที่แอบอ้างตนว่าคือชนกันต์มันช่างเหมือนกัน ต่างกันที่โครงหน้าของเขาดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น แก้มยุ้ยนั่นก็หายไปราวกับนี่คือร่างของชนกันต์ในวัย 20 กว่า

 

 

หรือคำขอของเพียงจะเป็นจริง นี่คือชนกันต์ในวัย 25 งั้นเหรอ???????

 

 

“เพียงผมขอไปเปลี่ยนชุดที่บ้านได้ไหม เราอยู่กันอย่างนี้เราจะเป็นหวัดกันทั้งคู่นะ”  เสียงของเขาขัดความคิดของเพียง ดวงตาของชายคนนี้ที่จ้องมองกัน มันช่างดูสมกับเป็นชนกันต์เสียจริง

 

 

ดวงตาของเด็กแก่แดดที่รู้ทันกันเสมอมา

 

 

“อื้มจริงสิ”   เออออตามคนๆนั้นไป ดูเหมือนว่าแทบจะลืมสิ่งที่ตนสงสัยไปเสียแล้ว  มิคกี้ก้าวเดินออกไป เขาดูคล่องแคล่วเหมือนคนเจนจัดในเส้นทาง เพียงได้แต่เดินตามเขาเงียบๆโดยไม่สามารถละสายตาจากแผ่นหลังกว้างได้เลย เพียงเคยสงสัยอยู่บ้างว่ามิคกี้เด็กน้อยคนนั้นเติบโตขึ้นมาจะเป็นอย่างไร แต่ในวันนี้มันกระจ่างชัดแล้ว  เขาดูหล่อจนน่ากลัวว่าเพียงจะอดใจไม่ไหว เพียงไม่ชอบเด็กเพราะต้องการที่พึ่งพิง และในวันนี้คนที่ยืนอยู่ข้างหน้าก็ดูเป็นผู้ชายที่ให้เพียงพึ่งพิงได้จริงๆ

 

 

“มองอะไรอยู่”  คำสั้นๆของมิคกี้ทำให้เพียงสะดุ้ง ใบหน้าของเขาขึ้นสี นี่คงเป็นครั้งแรกที่เพียงพักต์เขินอายเพราะคนที่ตนเคยหาว่าเป็นเด็กมาตลอด ไม่สิก็วันนี้ชนกันต์ไม่ใช่เด็กแล้ว

 

 

“ใครมอง”

 

 

“รีบเดินมาเร็วๆเถอะ เดี๋ยวก็เป็นหวัดเข้าหรอก” 

 

 

“ไม่หรอกฉันสุขภาพดี”

 

 

“เพียงอย่าให้ดุสิ”  มิคกี้ลดฝีเท้าของตนลง ก่อนจะคว้าข้อมือบางของคนที่ยืนเขินไว้ เขาฉุดให้เดินไปพร้อมๆกัน แม้ความเปียกชื้นจะทำให้หนาวสั้น แต่ความอบอุ่นที่ส่งผ่านมือนั้นมา มันทำให้เพียงอดยิ้มไม่ได้ หากเขาจะเหลือบมองไปที่ใบหน้าของเจ้าของมือแล้วล่ะก็ เพียงจะได้เห็นว่าชนกันต์ก็ยิ้มอยู่เช่นกัน

 

 

ทั้งสองเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า โชคดีที่มิคกี้สามารถใส่เสื้อผ้าของเขาได้ ร่างบางจ้องมองคนตรงหน้าอย่างพินิจ เขาดูมีภูมิฐานแม้ว่าจะอยู่ในชุดลำลอง ให้ตายเถอะทำไมชุดของเพียงจะทำให้ชนกันต์ดูหล่อขนาดนี้ ทั้งๆที่ชุดของเพียงแท้ๆ แต่ทำไมใส่แล้วไม่หล่อร้ายเหมือนคนๆนี้กันนะ

 

 

“ออกไปเที่ยวกันไหม”  มิคกี้พูดขึ้น

 

 

“ไปไหนล่ะ สวนสนุกไหม” 

 

 

“ไหนๆผมก็เป็นผู้ใหญ่แล้วเราก็ไปเที่ยวแบบผู้ใหญ่กันไหม” 

 

“แต่ฉันนึกว่านายอยากไปสวนสนุกเสียอีก”  เพียงคิดอย่างนั้นจริงๆนะ ริมฝีปากของมิคกี้หยักขึ้น มือหนาค่อยๆวางลงบนหัวของเพียงแล้วขยี้อย่างเอ็นดู

 

 

“ไม่ใช่เพียงหรอกเหรอที่อยากไปสวนสนุก” 

 

 

“จะบ้าเหรอ ฉันเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ!  เขาพยายามปัดมือนั่นออก แต่ก็อดใจเต้นไม่ได้เมื่อมิคกี้ทำอย่างนั้น

 

 

“งั้นไปไหนดีละครับคุณผู้ใหญ่”  เขาทอดยิ้มให้กันอย่างอ่อนโยน

 

 

“ก็ไปซื้อของดูหนังและกินข้าวกัน” 

 

 

“ฮึตามใจเพียงเลยนะ”  เขาพูดขึ้นก่อนจะเดินนำออกไป เพียงอดจะหมั่นไส้ผู้ใหญ่คนนี้ไม่ได้ ทำไมต้องทำอะไรให้หวั่นไหวด้วยนะ ตัวเองเป็นแค่เด็กแท้ๆ

 

 

“อย่าเดินนำสิ”

 

 

ถึงแม้ในใจจะก่นด่ากัน แต่เพียงก็รีบวิ่งตามเขาไป สัมผัสจากมืออบอุ่นเลื่อนมากุมกันไว้เมื่อตามทัน  วันนี้อากาศไม่ได้เย็นเลย แต่เพียงกลับไม่อึดอัดที่จะทำเช่นนี้ แต่ก็ยอมรับว่าเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้จับมือมิคกี้ แต่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกประหลาดใจ ไม่เคยคิดเลยจริงๆ ว่าการทำแบบนี้กับชนกันต์จะให้ความรู้สึกรุนแรงขนาดนี้

 

 

“ไม่ต้องคิดอะไรนะ”  มิคกี้พูดขึ้นราวกับเพียงเข้าใจว่าเพียงกำลังคิดอะไร

 

 

“หืมมม”

 

 

“ผมอยู่ตรงนี้แล้วนะ”  แม้ว่าคำพูดของเขาจะแปลกๆแต่เพียงก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ รู้สึกได้เลยว่าหัวใจที่สั่นไหวของตนถูกปลอบประโลม 

 

 

ดวงตาสดใสของเพียงเปล่งประกายขึ้นมา ย่านใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คน แต่ชนกันต์มองเพียงที่ร่างเพรียวของคนที่อยู่ในใจเขามาโดยตลอด ริมฝีปากของเขาอดที่จะยกยิ้มขึ้นมาไม่ได้ คนที่เรียกตัวเองว่าเป็นผู้ใหญ่มักจะแสดงท่าทางอย่างนี้เวลาอยู่ต่อหน้าสิ่งที่ตนสนใจ ชนกันต์ค่อยๆเคลื่อนใบหน้าของตนเข้าไปให้ใกล้กันมากขึ้น พวกเขากำลังเลือกที่นั่งสำหรับดูหนัง

 

 

“นายดูหนังผีไม่เป็นอะไรใช่ไหม” 

 

“ไม่เป็นไร” 

 

 

ถึงแม้เพียงจะถามอย่างนั้น แต่จริงๆคนที่ควรจะกลัวว่าจะเป็นอะไรไหมคือตัวเอง หนังผีมีเสน่ห์อยู่อย่างคือความน่ากลัว ซึ่งมันก็มักจะดึงดูดคนขี้กลัวแบบเพียงให้เข้ามาดูเสียด้วย

 

“เฮ้ย!!!   แม้หนังจะเริ่มมาหลายฉากแล้ว แต่ร่างบางก็ยังไม่ชินเวลาที่ผีโผล่ออกมาเสียที มือที่เล็กกว่าของชนกันต์ในยามนี้สั่นระริก ชักอยากจะออกจากโรงหนังเสียงแล้ว แต่ก็แอบอยากรู้ว่าตอนจบจะเป็นยังไง เสียงหัวเราะเบาๆจากคนข้างๆเรียกสายตาค้อนขวับให้หันไปมอง รอยยิ้มละมุนยามแสงวาบจากจอของโรงหนังทำให้เพียงพูดอะไรออกมาไม่ออก เพียงทำได้แต่หันกลับไป ทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรกับรอยยิ้มนั่น แต่ถ้าคนๆนี้อ่านใจกันออกละก็ เพียงคงไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

 

 

ฝ่ามือหนาวางทับมือของเพียง กระแสอบอุ่นที่ส่งผ่านมามันย้ำเตือนความคิดของเพียงอีกครั้ง ทำให้รู้สึกว่าตัวเองสามารถพึ่งพิงเจ้าของมือนี้ได้ ไม่น่าเชื่อว่าคนๆนี้คือชนกันต์ที่เคยปรามาสว่าเด็กเมื่อวานซืน จริงสินะเขาเป็นเด็กในเมื่อวานซืน แต่ตอนนี้เขาเป็นหนุ่มหล่อที่มีรอยยิ้มทรงเสน่ห์ และดวงตาคมที่พร้อมจะเฉือนกันเป็นชิ้นๆ

 

“ไม่ต้องกลัวนะ”  น้ำเสียงของเขาที่เปลี่ยนไปจากเมื่อวานทำให้เพียงรู้สึกว่าสามารถเชื่อทุกคำที่เขาพูดออกมาได้



นี่แหละคือผู้ชายอายุมากกว่าที่เพียงต้องการ!

 

 

ดวงตาที่จ้องมองมาทางร่างบางทอประกายตัดพ้อเพียงเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนสีหน้ามายิ้มให้อย่างอบอุ่น หนังในโรงไม่ได้น่าสนใจอีกต่อไป ทั้งสองจมอยู่กับห้วงความคิดของตนเองโดยสมบูรณ์แบบ มือของทั้งคู่เกาะเกี่ยวกันเอาไว้หลวมๆ เหมือนกับความรู้สึกที่ก่อเกิดขึ้นในวันนี้ ถึงแม้จะอบอุ่นเมื่อมีอีกคนเข้ามาเติมเต็มด้านที่ขาดหายแต่ในอีกขณะหนึ่งมันกลับไม่จีรัง……ราวกับว่าเส้นด้ายแดงที่ถูกผูกขึ้นให้ต่อกันที่นิ้วของทั้งคู่เป็นเพียงแค่ปมด้ายหลวมๆ จะแก้ก็คลายปมได้ง่าย แต่หากจะดึง มันก็พร้อมที่จะขาดทันที….

 

 

พวกเขาเดินออกมาจากโรงหนังเงียบๆเมื่อจบช่วงเครดิต ไม่รู้อะไรทำให้พวกเขานั่งอยู่ในนั้นได้ตั้งนานสองนาน  แม้จะไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากปาก อาจจะเป็นเพราะพวกเขาไม่อยากที่จะออกมาพบโลกภายนอก แสงสว่างของดวงอาทิตย์อาจจะทำให้เห็นภาพความเป็นจริงว่าชนกันต์เป็นเพียงเด็กม.ต้น และเพียงเป็นเด็กมหาวิทยาลัย จะเป็นอย่างไรถ้าเรากลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงในตอนนี้

 

 

ตามทางเดินที่โรยไปด้วยกรวดของสนามเด็กเล่นอันแสนสงบแถวบ้าน พวกเขาเดินไปตามทางนี้ ในขณะที่นิ้วยังคงเกาะเกี่ยวกันไว้หลวมๆ ความเงียบที่ปกคลุมไม่เชิงทำให้รู้สึกอึดอัดใจ กลับกันความเงียบคือการสื่อสารความเศร้าหมองของจิตใจในรูปแบบหนึ่งซึ่งสามารถสื่อให้อีกคนได้เข้าใจ

 

 

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่คนทั้งคู่จะตื่นจากฝัน….

การที่ชนกันต์กลายมาเป็นผู้ชายคนนี้ได้มันคงเป็นสิ่งที่เรียกว่าปาฏิหาริย์สินะ?

 

 

“วันนี้ขอบคุณนะ ฉันมีความสุขมากๆ”  เพียงเป็นฝ่ายทำลายความเงียบของพวกเขาขึ้นมา ดวงตาคมคู่นั้นหันมามองกันเหมือนกับว่าเขาเข้าใจ แม้เพียงจะพูดว่าตัวเองมีความสุขแต่ใบหน้าไม่ได้ยิ้มออกมาอย่างสุดแก้มแบบที่เคยเป็น

 

 

“ผมก็มีความสุขถ้าเพียงมีความสุข”

 

 

“ฉันชอบนายที่เป็นอย่างนี้”

 

 

“ดีจังที่เพียงชอบผม”  แม้เขาจะบอกว่า ดีแต่เพียงรู้ว่าภายใต้รอยยิ้มอบอุ่นของมิคกี้ไม่ได้ยินดีไปเสียทุกเรื่อง

 

 

“แต่ฉันชอบนายที่เป็นผู้ใหญ่อย่างนี้นะ”  เขาย้ำมันออกมาอีกครั้ง

 

 

“ผมก็ดีใจอยู่ดี”

 

 

“อย่ามาโกหกกันเลย”  ใบหน้าหวานนั่นดูจริงจังขึ้นมา แม้มิคกี้จะรู้สึกไม่ดีสักเท่าไหร่เขาก็ไม่กล้าพูด

 

 

“ขอแค่เป็นผม ผมก็ดีใจแล้ว”  ใช่สินะ  เพียงจะชอบเด็กม.ต้นคนนั้นหรือไม่ก็ตาม แต่แค่เขาชอบมิคกี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว

 

 

จริงๆนะเหรอ?

 

 

“ความคิดนายนี่มันเด็กสมกับอายุนายจริงๆนะมิคกี้”  น้ำเสียงของเพียงดูเย็นชากว่าทุกครั้ง มิคกี้เพียงแค่จ้องมองใบหน้าหวานนั่นนิ่งเงียบเขารอฟังคำต่อว่าของคนที่เขาหลงรักมาตลอดอย่างใจเย็น

 

 

“อื้ม”

 

 

“นายคิดว่านายจะเป็นอย่างนี้ไปตลอดน่ะเหรอ ยังไงนี่มันก็เป็นแค่ฝัน ยังไงนายมันก็แค่เด็กม.ต้น”   ความจริงที่ถูกถ่ายทอดออกมาทำให้หัวอกคนพูดกระตุกเช่นกัน แต่เพียงเป็นคนตรงๆ เขาไม่ชอบให้อะไรมันคาราคาซัง

 

 

และการเป็นคนตรงๆคือนิสัยเสียของเพียงซะด้วย

 

 

มิคกี้นิ่งเงียบ ใบหน้าของเขายังคงมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง เขาเป็นเด็กอายุ 15 ปีที่ดูมั่นคงกว่าเด็กคนไหนๆ เพราะนี่คือมิคกี้…….มิคกี้ที่มองที่เพียงมาโดยตลอดตั้งแต่เขาเริ่มเขียนคำว่าชอบในสมุดเป็น เขาดูเหมือนจะรู้ความคิดของเพียง มันไม่ใช่ว่าเพราะเขาเป็นเด็กฉลาดกว่าใคร แต่มันเป็นเพราะเขามองพี่ชายข้างบ้านคนนี้มาโดยตลอด  จึงรู้จักนิสัยและความต้องการของเพียงดีกว่าใคร และไม่มีคนไหนที่มิคกี้รู้จักดีเท่าเพียง

 

 

“ผมเลิกเรียกเพียงว่าพี่ก็ตั้งแต่ที่ผมเริ่มรู้ตัวว่าเพียงเป็นพี่ชายผมไม่ได้”

 

 

………….

 

 

“คงราวๆสิบปีได้แล้วที่ผมเรียกพี่ชายคนนี้ว่าเพียง”

 

 

………….

 

 

“แม้ตอนนี้ผมจะดูต่างกับเด็กคนนั้นแค่ไหนแต่สิ่งที่เราคิดก็ไม่ได้ต่างกันเลย”

 

 

………….

 

 

“ไม่ว่าจะเป็นมิคกี้อายุ 5 ขวบ อายุ 15 หรือ 25 ก็ยังคงจะคิดเหมือนกัน”

 

 

“ไม่มีอะไรแน่นอนอย่างนั้นหรอกนะ”  เรื่องเกินจริงแบบนั้น

 

 

“มีสิเพราะเมื่อสิบปีที่แล้วผมคิดยังไง วันนี้ผมก็ยังคิดอย่างนั้นอยู่”

 

 

“ตลก! เด็ก 5 ขวบนี่นะ”

 

 

“ไม่รู้สิ”  เจ้าตัวคนอ้างเองก็อดหัวเราะให้กับความบ้าของตัวเองไม่ได้ ทำไมเขาถึงแอบชอบคนๆหนึ่งตั้งแต่อายุ 5 ขวบกันนะ แถมเพียงก็ดูเหมือนจะไม่ได้ชอบกันเลยด้วยซ้ำ

 

 

“อีกสิบปีนายต้องมาขอโทษฉันที่ทฤษฎีของนายผิดพลาด”

 

 

“ก็ได้”  ถ้าเขาจะเลิกชอบพี่ชายคนนี้จริงๆล่ะก็นะ

 

 

“อย่าลืมล่ะเจ้าเด็กเมื่อวานซืน ถ้านายสามารถยืนยันสิ่งที่ตัวเองพูดได้ล่ะก็ ฉันจะทำตามนายทุกอย่างเลย”  เพียงพูดขึ้น เขานั่งลงบนเก้าอี้ของสนามเด็กเล่นอย่างสบายๆ เจ้าตัวยังคงขำความคิดของตนอยู่ แม้ชนกันต์คนนี้จะยิ้มให้กับท่าทางของร่างบาง แต่ในหัวของเขามันไม่มีแววหยอกเล่นอย่างนั้นเลย ร่างสูงก้าวมายืนอยู่ข้างหน้า เขามองใบหน้าหวานที่ติดตรึงอยู่ในสมองของตนอย่างหลงใหล ก่อนจะค้อมตัวและขยับใบหน้าเข้าไปใกล้

 

 

“อย่าลืมนะ  ชนกันต์อายุ 25 ปีตัวจริงจะไปทวงสัญญาในวันนั้น วันที่ผมอายุครบ 25 ปีพอดี”   ลมหายใจอุ่นๆของคนทั้งคู่เป่ารดกัน ความใกล้ชิดอันแสนหวานนี้ทำให้หัวใจของพวกเขาเต้นเป็นจังหวะรุนแรง

 

 

“สุขสันต์วันเกิดอายุครบ 15 ปีนะมิคกี้”   ถึงแม้ว่าเพียงจะเมินเฉยแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถลืมวันเกิดของเด็กคนนี้ได้เลย เวลาของพวกเขาเหมือนหยุดเดินเมื่อสัมผัสนิ่มยุ่นส่งความอบอุ่นให้ริมฝีปากที่แห้งผากได้รับกระแสแห่งความรัก จูบเบาๆเนิ่นนานบริสุทธิ์ต้อนรับวันเกิดของเด็กหนุ่มที่แอบรักกันมานานร่วม 10 ปี จุดประกายให้หัวใจของพวกเขามีแสงสว่างเกิดขึ้น

 

 

เหมือนเป็นแสงสว่างแห่งการรอคอย

 

 

ดวงตากลมโตของเพียงปิดลงเพื่อให้ใจของตนได้สัมผัสกับความรู้สึกที่ถูกถ่ายทอดผ่านริมฝีปากของมิคกี้ แม้เขาจะไม่ได้พูดคำว่ารักพร่ำเพื่อ แต่เพียงรู้สึกถึงมันได้ ผ่านลมหายใจ ผ่านความอบอุ่นที่ริมฝีปาก

 

 

คำว่ารักของมิคกี้อายุ 15 ปี

แต่เมื่อเขาอายุ 25 ปีแล้ว เพียงยังจะรู้สึกถึงสิ่งเหล่านี้ได้อีกหรือไม่หนอ?........

 

 

น้ำอุ่นๆไหลออกมาจากหางตา ลมเย็นที่พัดผ่านนำพาความสดชื่นมาให้ แต่หัวใจมันกลับมาห่อเหี่ยวอีกครั้งเมื่อสัมผัสหวานๆและลมหายใจของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าหายไปแล้ว ดวงตากลมโตลืมขึ้นมอง เขาเห็นเพียงแผ่นหลัง……..แผ่นหลังที่เขาคุ้นเคยของเด็กอายุ 15 ปีคนนั้น   เสื้อผ้าของเพียงที่เด็กคนนั้นใส่ดูหลวมลงไปถนัดตา แผ่นหลังกว้างนั้นดูเล็กลง  หากแต่บางสิ่งบางอย่างบอกกันว่าแผ่นหลังของมิคกี้เมื่อสักครู่กับมิคกี้คนนี้มันช่างหนักแน่นไม่ต่างกันเลย  ภาพของมิคกี้ค่อยๆไกลออกไป

 

 

 ไกลออกไปจนคว้าไม่ทัน

หรือไม่มีความกล้าที่จะไขว้คว้ากันแน่?

 

.

.

.

เพียงในวัย 29 ปีอยากจะหันกลับมาด่าตัวเองจริงๆ นี่สินะที่ใครๆเขาพูดว่ากินของขม และชอบนึกถึงความหลัง แปลว่าคนๆนั้นเริ่มมีอายุแล้ว เรื่องเมื่อ 10 ปีก่อนอาจจะเคยเป็นเรื่องจริงจังสำหรับคนๆหนึ่งก็เป็นได้ แต่ในตอนนี้มันอาจจะกลายเป็นเรื่องขำๆไปแล้ว หลังจากวันนั้นตนกับน้องชายข้างบ้านก็กลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิม ไม่สิ….เกือบจะเหมือนเดิม

 

แม้พวกเขาพยายามจะทำอะไรบางอย่างให้เหมือนเดิม แต่ความรู้สึกมันไม่เหมือนเดิมไปแล้ว ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่วันนั้น แน่นอนว่าคำว่าชอบจากปากมิคกี้ เพียงจะไม่มีโอกาสได้ยินมันอีก มิคกี้ไม่เคยพยายามเข้าหา เร่งเร้า หรือทำอะไรที่แสดงออกว่าชอบกันเหมือนกับจูบในวันนั้นอีก จะบอกว่าเพียงดีใจไหม….ก็ใช่

 

 

แต่รู้สึกหน่วงๆในใจมากกว่า

 

 

กับเรื่องนั้นมันเป็นความลับของเพียงมาโดยตลอด มีบางครั้งที่ก็คิดว่ามันอาจจะเป็นแค่ฝันไป แต่ส่วนลึกในจิตใจก็เชื่อว่ามันมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นในชีวิตจริงๆ และมิคกี้ก็แสดงออกหลังจากนั้นราวกับว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเราเช่นนั้นจริงๆ แต่เรื่องบ้าๆแบบนี้เพียงไม่ได้เล่าให้ใครฟัง บางทีเพียงก็ควรจะติดต่อไปหามิคกี้หน่อยดีไหมว่าคำพูดของเด็กอายุ 15 มันเชื่อไม่ได้ ด้วยความคิดนึกสนุกก็เลยเปิดคอมขึ้นมา สิ่งเดียวที่เพียงมีเหลือคืออีเมล์ของเด็กคนนั้นที่เพียงเคยช่วยสมัครให้เพราะคุณครูสั่งการบ้าน

 

 

มิคกี้  สบายดีไหม?  ฉันจะบอกนายว่าเห็นไหม มิคกี้อายุ 25 ปี ไม่ได้ชอบฉันแล้ว เรียกฉันว่าพี่เพียงเดี๋ยวนี้นะ

 

 

ใช่ไหม?

 

 

นิ้วมือเรียวชะงักค้าง ไม่มีความกล้าแม้จะกดส่งไป เพียงใช้เวลาอยู่นานกว่าจะทำใจกดส่ง เหมือนจะรู้สึกโล่งใจ แต่ก็ทุกข์ใจอย่างบอกไม่ถูก เพียงไม่เคยนั่งรอนับวันเวลาอย่างนี้เลย แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าพอใครๆพูดคำว่าวันเกิดขึ้นมา ตนจะต้องนึกถึงวันนั้นอย่างช่วยไม่ได้ เพียงทิ้งตัวลงไปกับที่นอนอีกครั้ง นาฬิกาตีบอกเวลา 5 ทุ่มครึ่ง ควรจะรีบอาบน้ำนอนเสียที…..

 

รอไปก็ไม่มีประโยชน์ มิคกี้คงไม่มีทางมา……

 

 

เพียงยิ้มสมเพชตนเอง ทำไมเพียงในวัย 19 ปี ถึงได้ทำอะไรบ้าบอขนาดนั้นนะ ทั้งๆที่ก็ชอบเด็กคนนั้นแท้ๆ แต่เพราะมัวนึกถึงทิฐิ มัวแต่กลัวว่าถ้าคบเด็กจะถูกหัวเราะเยาะอย่างงั้นอย่างงี้ ถ้าตอนนั้นพวกเขาคบกันแล้วล่ะก็…..บางทีเพียงคงจะ….ทำอะไรอยู่นะตอนนี้ คิดเรื่องของขวัญวันเกิดหรือนั่งดูมิคกี้เป่าเทียนวันเกิดอยู่หรือเปล่านะ…..ดวงตาของเพียงดูเหนื่อยล้า แต่ถึงยังไงก็อดมองไปที่ประตูห้องของตนไม่ได้ มองไปมองมาก็ชักเห็นภาพหลอน  รู้สึกถึงการมีอยู่ของใครสักคนทั้งๆที่ประตูปิดอยู่ 

 

 

เอาน่ะครั้งสุดท้าย

 

 

ในที่สุดเพียงก็ตัดสินใจเดินไปที่ประตูห้อง นิ้วมือเรียวสวยสัมผัสบานประตูเบาๆ ก่อนจะหลับตาจินตนาการภาพว่าเมื่อเปิดประตูออกมาจะได้เจอกับผู้ชายคนนั้น ที่ตนเคยบอกว่าเป็นคนแบบที่ตนชอบมิคกี้วัย 25 ปี

.

.

.

.

.

ไม่มีใคร……

 

เห็นไหมว่าไม่มีใคร มิคกี้เด็กบ้าคนนั้นไม่อยู่ เขาไม่มา เขาไม่ทำตามสัญญา เด็กเลี้ยงแกะ คนหลอกลวง……มันสมแล้วใช่ไหมที่เพียงทำอย่างนั้นลงไปกับเด็กคนนั้น บางทีนี่อาจจะเหมาะแล้วที่เคยทำให้มิคกี้เสียใจ เพียงทำร้ายเด็กอายุ 15 ปี คนนั้นลงไป และนี่คือบทเรียนที่ผู้ใหญ่อย่างตนต้องยอมรับ ว่าไม่มีอีกแล้ว…..ไม่มีใคร

 

เพียงค่อยๆปิดประตูเมื่อเห็นว่าหน้าห้องไม่มีใครอยู่ ไม่รู้ทำไมเพียงที่เป็นผู้ใหญ่ใกล้จะสามสิบเข้าไปรอมร่อถึงร้องไห้ออกมา  เพียงไม่ใช่เด็ก แต่ไม่เพียงเด็กมากๆ บางทีมิคกี้อายุ 5 ขวบยังเป็นผู้ใหญ่กว่าด้วยซ้ำ เพียงบอกว่าตนเป็นคนตรงๆ และไม่ชอบมิคกี้ที่เป็นแบบนั้น แต่จริงๆแล้วตนไม่ใช่คนตรงๆเลย อีกฝ่ายต่างหากที่เป็นคนตรงๆ  มิคกี้แสดงออกมาตลอดว่ารักกันขนาดนั้น แต่เพียงไม่ได้ทำอะไรเลย ทั้งๆที่ก็รู้สึกไม่ต่างกัน  ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่เพียงพักต์ก็ไม่เคยจะเป็นผู้ใหญ่ แม้แต่ในวันนี้ก็ไม่กล้าที่จะติดต่อไปซึ่งๆหน้า เอาแต่จะรอรับทุกสิ่งอย่างจากเด็กคนนั้น โดยที่ไม่คิดเลยว่ามิคกี้จะทนกันได้หรือไม่ ที่ควรด่าว่าเด็กไม่ใช่ใคร ควรจะด่าตัวเองก่อนที่จะไปด่าคนอื่นเสียอีก….

 

 

แล้วก็ต้องมานั่งเสียใจที่วันนี้เมื่อสิบปีที่แล้ว….

เพียงบอกตนเองว่าจะรอโดยที่ไม่ทำอะไร

 

 

ก๊อกๆ…….

 

 

……..  ร่างของเพียงที่ทรุดอยู่กับพื้นนั้นยังคงไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ทว่าใบหน้ากับแหงนมองไปที่ลูกบิดประตู เสียงเคาะประตูนั้นก้องอยู่ที่ใจ ทว่าอีกฝ่ายเหมือนความอดทนจะต่ำกว่า ในขณะที่เพียงยังคงนั่งอยู่อย่างนั้น ประตูก็ได้เปิดออก

 

 

“สวัสดีเพียง……

 

 

“มิคกี้

 

 

“ขอโทษที่ให้รออย่างอดทนมาตลอดสิบปี”  มิคกี้รู้ว่าหลังจากจูบในวันนั้น เพียงก็ไม่มีความสัมพันธ์กับใคร ร่างบางที่เคยไม่มีเรี่ยวแรงนั้นรวบรวมทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนมีลุกขึ้นและโผกอดร่างสูงที่คุ้นเคยนั้น

 

 

แนบแน่นชดเชยช่วงเวลาที่เสียไปอย่างไร้ค่าเพราะตัวเอง

แนบแน่นและจะไม่ปล่อยให้หายไปที่ไหนอีก

 

 

ชนกันต์อายุ 25 ปีมาหาเพียงแล้วครับ”

 

 

End

 


talk : จริงๆถึงจะบอกว่าเอามาจากเรื่องที่เคยแต่ง แต่ก็มีการแก้ไขไปหลายส่วนเหมือนกันค่ะ พอเวลาเปลี่ยน เรื่องภาษาที่ใช้ก็มีการเปลี่ยนแปลงบ้างและก็มีการแต่งเติมเข้าไปด้วยส่วนนึง

ขอบคุณสำหรับการเข้ามาเยี่ยมชม และขอฝากนิยายเรื่องอื่นๆของเราไว้ด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ skylover☁ จากทั้งหมด 15 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. #6 insinsutee (@insinsutee) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 22:43

    ลุ้นๆๆๆๆๆๆ
    #6
    0
  2. #5 Jeff69 (@pphenix_) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 02:43
    มันดีมากเลย เอาจริงๆก็สงสารมิคกี้เหมือนกันนะ ที่ต้องรอมาตลอด รอแม้ว่าไม่รู้จะมีความหวังไหม กับเพียงที่ยังไม่รู้หัวใจตัวเอง
    #5
    0
  3. #4 HipPan (@HipPan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 19:52
    สนุกมากค่ะ สู้ๆนะคะ
    #4
    0
  4. #3 SUNelf213 (@kc-thesun213) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 15:17
    แง ดีมากเลย ชอบการที่ทั้งคู่มั่นคงแบบนี้มากๆเลยยย
    #3
    0
  5. #2 toom1567 (@toom1567) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 19:17
    ขอบคุณค่ะ
    #2
    0
  6. วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 09:54

    สนุกจัง ตามมาจากเจนไม่นก

    ทำไมไร้ท์เขียนสนุกจัง หน่วง แต่แน่น กลมกล่อม

    #1
    0