[จบบริบูรณ์] Fic 9 Satra : จองจำอสุรา [มารตา x ทารคา]

ตอนที่ 8 : ๘ : สาปส่งจันทร์แรม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,435
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    10 เม.ย. 61

สาปส่งจันทร์แรม  

#มารตาจองจำทารคา




บัดซบ!

ทารคาใช้มือข้างหนึ่งโอบกอดหน้าท้องไว้และใช้อีกมือหนึ่งยันช่วงเอวไม่ให้มันกระทบกระเทือนต่อการก้าวเดินนัก

สองขาสั่นระริกจากความเจ็บปวดที่ช่องทางด้านหลังเริ่มประท้วงอย่างหนักหลังจากรอมแรมท่ามกลางสายฝนมาหลายชั่วโมง สุดท้ายความพยายามทั้งหมดก็ล้มเหลวไม่เป็นท่าเมื่อทั้งร่างทรุดลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง

“เจ้าคือยักษา...ทารคา เจ้าต้องอดทน” ผู้ที่ทรนงในเผ่าพันธุ์เอ่ยปลุกใจตนเองขณะพยายามใช้สองแขนที่ร่อแร่ไม่แพ้กันหยัดกายขึ้นจากแอ่งปลักโคน

แต่จนแล้วจนรอดก็ทรุดลงไปกองอีกครั้งอย่างหมดท่า ถึงแม้จักแข็งแรงมาจากไหนแต่การที่ใช้ร่างกายที่เพิ่งถูกกระทำย่ำยีมาถึงสี่ส๊าห้ารอบมาวิ่งทั้งโจงกระเบนผืนเดียวท่ามกลางห่าฝนที่ตกหนักชนิดที่บดบังทัศนียภาพรอบด้านไปจนหมดแบบนี้ก็ไม่อาจหยัดยืนอยู่ได้ไหว

มีเพียงพลังใจเท่านั้นที่บังคับให้ร่างกายนี้รอนแรมมาถึงป่าชานเมืองคีรีกัณฑ์ ยักษาหนุ่มจดจำสถานที่เหล่านี้ได้ดีพอๆกับทุกสัดส่วนในร่างกายตนเอง ในเมื่อเขาเคยต้องหนีตายโดยหลบลี้มาใช้เส้นทางเปลี่ยวเส้นนี้มาก่อน

น่าสมเพชที่พอเข้าตาจนจริงๆร่างกายจะนำพาเขากลับมาสู่สถานที่อันเป็นจุดเริ่มต้นในความสัมพันธ์ของเขากับน้องชายร่วมสายเลือดมันทุกครั้ง

เรียกได้ว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นของความหอมหวานทั้งหมด...ที่ซึ่งบัดนี้มันเปลี่ยนมาเป็นความขมขื่นอันไร้จุดจบไปเสียแล้ว

แสงไฟ?

ความคิดต่างๆพลันหยุดชะงักยามอดีตพญายักษาหรี่ตาที่พร่าเบลอลงแล้วสบเข้ากับคบไฟที่จุดประกายอยู่ท่ามกลางสายฝน

มันใกล้เข้ามาเรื่อยๆอันเป็นสัญญาณบอกให้ร่างกายที่บาดเจ็บสาหัสขยับตัวถดหนีภยันอันตรายที่อาจเกิดได้ทุกเมื่อ

ซ่า

เสียงเหมือนสสารบางอย่างเคลื่อนผ่านกายไป ทำให้ทารคาต้องละสายตาจากคบเพลิงนั้นมามองหาแต่กลับไม่พบสิ่งใดเลย พลันสสารเย็นชืดก็แวะเวียนมาแตะผิวหนังอีกครั้งครานี้อดีตจอมกษัตริย์เริ่มรับรู้แล้วว่าตนกำลังเผชิญอยู่กับสิ่งที่น่ากลัวพอๆกับอสูรกายร้ายในพนาไพร

“อีโหงพราย...อย่ามายุ่งกับข้า” ทารคาแยกเขี้ยวตักเตือนวิญญาณผีสาวที่ฉวัดเฉวียนรอบกาย แม้นร่างกายจะไม่อำนวยนักแต่นัยน์เนตรอำพันปลั่งดั่งพญาราชสีห์ของเทหะยักษาก็ยังคงโชนอำนาจเสียจนนางโหงพรายต้องล่าถอยกลับไปคลอเคลียนายของมัน

“ฤทธิ์เยอะน่าดูนะเอ็งน่ะ” แว่วเสียงดังมาจากด้านหลัง มันทำให้คนที่พยายามลุกขึ้นยืนต้องหันกลับไปมองก่อนจะพบเข้ากับร่างของมนุษย์ผู้หนึ่ง ตามลำตัวสักอักขระมากมายไม่ต่างอะไรกับเครื่องประดับที่คาดว่าน่าจะเป็นชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับไสยเวทย์ทั้งสิ้น

“ไสหัวไปให้พ้นไอ้มนุษย์” ทารคาแสดงเจตจำนงค์ชัดเจนว่าตนไม่คิดจะเสวนากับใคร ระหว่างนั้นก็พยายามหารากไม้ใหญ่เพื่อยึดเป็นที่มั่นไปด้วย

คงหรืออาจารย์คงของใครหลายๆคนเหลือบมองหน่วยก้านของยักษาที่ตนพบเข้าโดยบังเอิญ ท่าทีข่มขู่จากสภาพปางตายนั่นไม่ต่างอะไรกับแมวน้อยทำกร่างในสายตา คนที่ถือไพ่เหนือกว่าทำเพียงยิ้มกระหยิ่มอย่างถูกใจที่ได้พบเจอของที่น่าจะนำไปใช้ได้

หากเขามีบริวารเป็นยักษ์สักตนเชื่อได้เลยว่าเขาจะได้เป็นผู้นำหมอผีแห่งแคว้นแน่ๆ แถมไอ้ตัวนี้ดูอิทธิฤทธิ์มากแท้ ขนาดสะบักสะบอมขนาดนี้ยังหยัดยืนมาแยกเขี้ยวขู่ไหว

“เอ็งเป็นนักโทษหลบหนีสินะ” คงมองตรวนเหล็กลงอาคมที่ล็อกอยู่ตรงคอเทหะยักษา ดูจากไอพลังที่วนเวียนอยู่ในเครื่องจองจำนั้นก็บ่งบอกได้เลยว่าพลังที่ถูกผนึกเอาไว้มากมายชนิดที่ต้องใช้หมอผีร่วมร้อยชีวิตปลุกเสกมันขึ้นมา

ยักษาตนนี้ไม่ธรรมดา

“ข้าจะเตือนเป็นครั้งสุดท้ายไอ้มนุษย์หน้าโง่ไสหัวไปให้พ้นทางข้า...แล้วอย่าแส่เข้ามายุ่มย่ามอีก”

“โถๆ น่ากลัวจังเลยเจ้าแมวน้อย” คงเย้ยหยันระหว่างที่ดีดนิ้วให้โหงพรายทั้งหลายตรงเข้าไปล็อกแขนขาของยักษาที่บาดเจ็บสาหัสตนนั้น

“แก!!!.....อึก!” ทารคาสบถหนักก่อนจะต้องทรุดอีกครั้งยามถูกภูติพรายหลายร้อยชีวิตตรงเข้ากดทั้งร่างจนอยู่ในท่าคุกเข่า แต่ถึงเเบบนั้นอดีตจอมกษัตริย์ก็ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ทารคาใช้ศอกและกำปั้นกระแทกใส่ภูติพรายรอบตัวจนมันกระเด็นกระดอนไปคนละทิศทาง เมื่อคงเห็นท่าไม่ดีจึงใช้อาคมผลักดันพลังจากตรวนที่พันธนาการคอให้สำแดงเดชขึ้นส่งผลให้ตรวนเหล็กไหลเริ่มบีบล็อกคออดีตพญายักษาจนลงไปกลิ้งเร้าทรมานอยู่บนพื้น

“อึก...อั่ก” ตรวนบีบรัดหลอดลมแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนปรากฏเต็มลำคอ เทหะยักษาพยายามยกสองมือขึ้นดึงรั้งตรวนเหล็กนั้นเอาไว้ กลีบปากอ้าเปิดพยายามกอบโกยอากาศหายใจที่ลดน้อยลงทุกที

“แหม...สีหน้าแบบนี้ดูดีกว่าปากดีเมื่อกี้เยอะเลย” คงเดินย่ำเตาะสบายๆมาหยุดตรงหน้าร่างที่ลงไปคดงอเป็นกุ้งบนพื้นพลางนั่งยองๆให้ร่างเสมอกันแล้วใช้มือบีบกรามคนที่ทุรนทุรายขึ้นมามองสบตา

ปึด!

เส้นผมเส้นหนึ่งของทารคาถูกดึงออก คงพันเรือนผมสีเพลิงไว้รอบนิ้วชี้ข้างหนึ่งราวกับต้องการยียวนกวนประสาทนักโทษอุกฉกรรจ์ที่ดูจะตีหน้าเคร่งเครียดเป็นวิสัย

“คึ่...ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ไอ้มนุษย์”

“ตอนนี้น่ะปล่อยแน่...เพราะเดี๋ยวแกก็จะกลับมาหาข้าเอง” คงดันคางอสุราแสนพยศขึ้นแล้วพลิกซ้ายทีขวาทีเพื่อดูโครงหน้าของอมนุษย์ที่ตนจะได้ใช้งานในเร็ววัน อดจะชื่นชมในความงามของผิวกายผุดผ่องดั่งแก้วหยกมณีไม่ได้

“แกพูดเรื่องอะไร…” ทารคาไถ่ถามทั้งเสียงหอบ ดวงตาที่พร่าเบลอเริ่มปรือปิดเพราะร่างกายไม่อาจต้านทานต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่โหมกระหน่ำไหว หากแต่เสี้ยววินาทีหนึ่งก่อนที่ทุกอย่างจะดับมืดลงดวงตาของเทหะยักษาก็เห็นสีทองวาวโรจน์ในดวงตามนุษย์ผู้นั้น ในมือของมันมีตุ๊กตาดินปั้นคล้ายรูปร่างมนุษย์และคงก็บรรจงเอาเส้นผมสีแดงสดมาพันรอบตุ๊กตาสีตุ่นตัวนั้นพลางใช้ผ้าสีแดงชาดไม่แพ้กันพันทับอีกที

“สาปส่งจันทร์แรม” คงกระซิบบอกพิธีกรรมที่ตนจักทำต่อยักษาช่างสงสัยตรงหน้า มือของหมอผีกระชากเรือนผมสีแดงให้โงขึ้นมาจนพบเห็นดวงจันทร์สีดำมืดในคืนแรม

“อีก 9 จันทร์แรม 15 ค่ำ แกก็จะตกเป็นทาสของข้า…” แว่วเสียงมนุษย์ผู้มีไสยเวทย์ยานคางลงจากสติที่เริ่มหลุดลอยไป ทารคาขมวดคิ้วมุ่นพยายามตะเกียกตะกายให้หลุดพ้นจากเงื้อมมือมนุษย์ตรงหน้าแต่ก็ไม่เป็นผล

“อึ่!...” อดีตจอมยักษาสะดุ้งเฮือกยามสัมผัสถึงความเจ็บจากมีดที่กรีดเข้ามาเต็มข้อแขน ไม่นานนักกลิ่นคาวเลือดก็อบอวลเคล้าไปกับกลิ่นไอฝน แรงบีบเล็กๆตรงปากแผลทำให้ทารคารู้ว่าหมอผีตรงหน้ากำลังเค้นเลือดบางส่วนของตนออกไปใส่ในขวดโหลเล็กๆที่เขาไม่เคยพานพบมาก่อน

9 จันทร์แรม 15 ค่ำ?

มันคือความคิดสุดท้ายที่แล่นปราดเข้ามาในอนุสติก่อนทุกอย่างจะดับวูบไป...

…..

….

..

.


มารตาตามรอยนักโทษอุกฉกรรจ์มาถึงป่าชานเมืองอันเป็นที่สิงสู่ของสัตว์ร้ายมากมายที่แม้แต่ยักษาอย่างเรายังไม่อยากเยื้องย่างเข้าไปนักแต่รอยเท้าเปลือยเปล่าที่เขาจดจำขนาดของมันได้เป็นอย่างดีกลับมาหายไปในจุดนี้

“บัดซบ...พี่คิดจะฆ่าตัวตายรึไง” ทั้งโมโหทั้งเป็นห่วง นี่กระมังความรู้สึกที่แผดเผาอยู่ในอกอสุราสีชาด มันหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆยามเห็นร่องรอยคล้ายร่างที่เป็นห่วงนักหนาจะทรุดกองอยู่แถวนี้ จากนั้นก็เป็นฝีเท้าต่อไปถึงถนนเส้นเปลี่ยวภายในป่าใหญ่

มารตาแหวกแมกไม้ออกเป็นเสี่ยง การค้นหายากขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อห่าฝนเทลงมาลบร่องรอยทุกอย่าง เป็นอันบอกว่าร่องรอยเท้าใหม่ๆพวกนี้คือรอยที่เพิ่งเกิดขึ้นและคนที่เขาตามหาคงยังเดินไปได้ไม่ไกลจากจุดนี้นัก

ไม่เจียมสังขาร…สภาพร่างกายก็อ่อนแอขนาดนั้นยังวิ่งออกมาท่ามกลางฝนตกหนักขนาดนี้อีก

คิดว่าตัวเองแข็งแรงดั่งเดิมรึยังไง...โดนเข้าไปขนาดนั้นยังลุกไหวก็น่าเหลือเชื่อแล้ว แต่การวิ่งหนีออกมาไกลถึงที่นี่กลับน่าเหลือเชื่อกว่า

ท้าวเทหะยักษาผู้เกรียงไกรช่างขยันสร้างเรื่องน่าเหลือเชื่อจนคนตามหลังต้อยๆอย่างเขานึกหัวฟัดหัวเหวี่ยงสุดๆไปเลย

อย่าให้เจอตัวนะ…

มารตาคาดโทษในใจสองแขนก็ผลักนั่นเปิดนี่หาไปตลอดทางจนพบเข้ากับตีนหน้าผาสูงชัน ห่างออกไปไม่ไกลมีต้นไม้สูงเด่นตระหง่านหลากหลายสายพันธุ์แต่ที่ติดตาที่สุดเห็นจะเป็นต้นจันผา มันเป็นต้นที่สูงที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาสูงเสียจนรากของมันเจาะบริเวณพื้นดินเอาไว้ไม่ไหวจนต้องเหยียดสูงขึ้นเหนือพื้นเกิดเป็นโพรงเล็กด้านใต้ฉับพลันคำพูดทั้งเสียงหัวเราะในวัยเยาว์ของพระเชษฐาที่เล่าถึงการหลบหนีของตนเองให้เขาฟังก็ดังขึ้นมาในห้วงสติ

‘ข้าพาเจ้าหนีมาหลบใต้อุโมงค์จันผาสามวันสามคืนทีเดียวที่เราซ่อนตัวในนั้น’

“ที่นั่นแน่ๆ…” มารตารำพึงกับตัวเอง ดวงตาสีฟ้าครามทอดมองลอดผ่านรากไม้ขนาดใหญ่เข้าไปหากใครไม่ทันสังเกตคงไม่เห็นว่ามันคือปากทางเข้าขนาดย่อม มารตาไม่รีรอที่จะเดินเข้าไปแหวกดูตรงโพรงไม้นั้นก่อนดวงตาจะต้องเบิกกว้างเมื่อพบเศษเสี้ยวสีเขียวหยกพาดผ่านเข้ามาในสายตา

ร่างสูงใหญ่ของจอมกษัตริย์หักกิ่งไม้อย่างเงียบเชียบที่สุดด้วยกลัวว่าบุคคลภายในจะไหวตัวทัน ไม่นานนักมารตาก็คลานลอดอุโมงค์ดินเข้ามาภายในได้สำเร็จและพบกับคนที่ตามหาอยู่หลายชั่วยามนอนฟุบหน้าหมดสติอยู่บนพื้น

“ท่านพี่!...” มารตาถลาเข้าไปโอบอุ้มร่างนั้นมาไว้ในอ้อมกอด ตามลำตัวของเทหะยักษาเปื้อนไปด้วยโคลนตมมากมายแต่มันก็ไม่ได้บั่นทอนความองอาจลงมากนัก ร่างกายเย็นเฉียบที่เปียกปอนแฝงไปด้วยความร้อนรุ่มยามแตะสัมผัสมันนานเข้า

ไข้ป่าคงถามหาเชษฐาของเขาเข้าแล้ว...และการปล่อยให้แผลฉีกขาดตามช่องทางร่วมรักมันซึมซับน้ำมากเข้าแผลอาจติดเชื้อได้อีก

“บ้าจริง…” ความเป็นห่วงกลืนกินความโมโหไปจนหมดสิ้น มารตาจัดการช้อนร่างสูงโปร่งของทารคามาพิงพนักเพดานถ้ำ

การออกไปหาฟืนไฟเป็นเรื่องยากมากเท่าใด การพยายามใช้หินจุดไฟจากกิ่งไม้เปียกชื้นพวกนี้กลับยากเป็นเท่าตัว แต่มารตาก็ไม่ลดละความพยายามพวกนั้นแม้จะเสียเวลาอยู่หลายชั่วโมงพญายักษาก็กลับเข้ามาภายในพร้อมกองฟืนมากมายแล้วใช้เวลาอีกหลายสิบนาทีในการพยายามจุดไฟเพิ่มความอบอุ่นให้คนป่วย

มารตาถอดเครื่องทรงออก ใช้ผ้าที่พันรัดเครื่องราชจุ่มกับน้ำอุ่นๆที่ตนเพิ่งแบ่งครึ่งหนึ่งต้มสมุนไพรมาเช็ดไปตามใบหน้าซีดเผือดของพระเชษฐา ก่อนฝ่ามือใหญ่จะต้องมาหยุดชะงักกึกเมื่อปาดโคลนตมตรงส่วนอกของทารคาแล้วพบเข้ากับรอยสักทมิฬบางอย่างที่ปรากฏอยู่เต็มช่วงอกข้างซ้าย สีดำของมันตัดกลับผิวกายสีมรกตเข้มเด่นชัด แม้ยามนี้มันจะเป็นวงกลมขนาดเล็กแต่เส้นใยที่ทอดผ่านคล้ายกลืนกินไปกับผิวกายก็เสมือนตัวบอกว่ามันอาจขยายใหญ่ขึ้นได้หากปล่อยไว้นานกว่านี้

“นี่มันอะไรกัน…” มารตาพึมพำแต่เพราะได้ยินเสียงอื้ออึงในคอเพราะความทรมานของคนเจ็บไข้ มารตาจึงจำต้องทิ้งความสงสัยนั้นไปก่อนแล้วหันมาเช็ดตัวให้พระเชษฐาจนเสร็จจากนั้นก็โยนผ้าอุ่นนั้นไปวางตากบนราวไม้ที่ตั้งปักไว้เป็นฐานเมื่อครู่

ปัญหาต่อมาคือสมุนไพรที่เสียเวลาออกไปหาอยู่นานสองนาน มันไม่ใช่โอสถขนานดีแบบที่หมอหลวงมีให้แต่มันก็คงประทังพิษไข้ไปได้สักระยะหนึ่ง

มารตาจัดการขยับไปนั่งซ้อนทับร่างของคนหมดสติจากด้านหลังเพื่อให้โอบกอดร่างนั้นเอาไว้ได้ถนัดถนี่จากนั้นก็ใช้ใบไม้ทำเป็นกรวยรองสมุนไพรอุ่นๆจรดเข้ากับริมฝีปากสีซีดแต่จนแล้วจนรอดคนป่วยก็ไม่มีทีท่าจะเปิดกลีบปากรับเลย

“ดื้อกระทั่งยามไม่ได้สติ…” มารตาเอ็ดคนป่วย ทั้งที่รู้ว่าพระเชษฐาไม่มีสติมารับฟังแต่ก็อดจะบ่นออกมาไม่ได้อยู่ดีสุดท้ายแล้วเมื่อทำอะไรไม่ได้มารตาจึงต้องกลืนสมุนไพรนั้นเสียงเองก่อนเชิดคางทารคาขึ้นมาบีบกรามเบาๆให้กลีบปากเผยอเปิดออกจากนั้นก็ค่อยๆก้มลงไปจรดจูบแผ่วเบาแล้วปล่อยให้โอสถภายในปากค่อยไหลลงไปสู่ริมฝีปากที่เปิดอ้าอยู่

“อึก...อ่” คนป่วยเริ่มกระตุกเร้ายามร่างกายถูกของแปลกปลอมกรอกเข้ามาแต่ก็บิดขืนออกไปไม่ได้ยามถูกบีบกรามล็อกเอาไว้จนสุดท้ายของที่หลงเหลืออยู่ก็จำกระฉอกออกมารินเลอะตามลำคอระหง

มารตาทำซ้ำอยู่อย่างนั้นจนสมุนไพรพร่องไปค่อนกรวยใบไม้ ก่อนปลดปล่อยริมฝีปากที่บวมช้ำให้เป็นอิสระ ภาพยั่วกำหนัดเบื้องหน้าส่งผลให้จอมกษัตริย์ต้องจรดจูบซ้ำลงไปอย่างเผลอไผล

“อืมม…” เสียงครางประท้วงในคอเบาหวิวคล้ายกับเสียงเคลิบเคลิ้ม มารตาขบเม้มกลีบปากที่พร่ำสัมผัสอย่างไม่รู้จักอิ่ม

ท่านทำให้ข้าเสพติดร่างกายท่านเกินไปแล้วนะทารคา

รสสัมผัสอ่อนนุ่มและไออุ่นทำให้ร่างกายที่ต้องจมปลักกับความหนาวเย็นมาทั้งชีวิตขดตัวเข้าหาความอุ่นร้อนนั้นราวกับวอนขอให้มันคงอยู่เนิ่นนานกว่านี้

ผลพวงจากพิษไข้ทำให้คนบาดเจ็บละเมอออกมาอย่างขาดสติ

“ยะ...อย่าทิ้งข้า...มารตา”

“!!.....” แว่วเสียงพึมพำนั้นแหวกผ่านม่านฝนเข้ามาสู่ใจกลางโสตประสาทของผู้สดับฟัง มันแจ่มชัดเสียจนไฟบรรลัยกัลป์ที่แผดเผาอยู่ในอกดับมอดสนิทไม่เหลือแม้แต่เขม่าควันไฟ

มารตาเหม่อมองร่างที่หลับใหลไม่ได้สติในอ้อมกอดตนด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป วงแขนกระชับโอบแน่นขึ้นยามรับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านจากคนจับไข้ อสุราสีชาดเกลี่ยไล้แก้มเนียนที่เปียกชื้นไปเพราะหยาดฝนก่อนค่อยๆก้มลงจุมพิตพวงแก้มนั้นแผ่วเบาไม่ต่างจากสัมผัสลมพาดผ่าน

ทารคาเคยเล่าถึงอุโมงค์ใต้ต้นจันผาอยู่บ่อยครั้ง...มันคือสถานที่ที่พี่ชายกระเตงพาเขาตอนยังเป็นเพียงทารกมาหลบซ่อนภัยจากกองทัพยักษ์ที่หวังล้มล้างราชบัลลังก์ พี่ในตอนนั้นก็ยังเป็นเพียงยักษาตัวกระจ้อย...แต่ต้องใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีปกป้องเขาจนเติบใหญ่มามีทุกวันนี้

ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดท่านถึงเลือกจะกลับมาหลบซ่อนที่นี่ ทั้งที่มันเต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์มากมายที่พร้อมทำร้ายทุกอย่างที่ย่างกรายเข้าไปในเขตแดนมัน

ท่านหวาดกลัวข้า...ไม่ต่างอะไรกับหวาดกลัวอสุราที่หมายมั่นจะพรากชีวิตท่านในวัยเยาว์เลยสินะ

แต่ท่านรำพึงถึงฝันร้ายของท่านเช่นนี้เสมอหรือ? ...จะแสนดีเกินไปแล้วนะพี่ชาย

มารตาส่ายหน้าอย่างเหนื่อยล้า ความจริงทุกอย่างที่ผ่านมาทำร้ายเขาไม่แพ้ใคร

มารตาโอบกอดคนในอ้อมแขนแนบแน่นอย่างหวงแหนราวกับมันเป็นสมบัติล้ำค่าชิ้นสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในชีวิตนี้

ริมฝีปากหยักจรดจูบเปลือกตาที่หลับพริ้มเบาๆ แล้วเลื่อนไปจุมพิตขมับคนหลับใหลให้ทุกสัมผัสแทนการบอกเล่าเรื่องราวทุกสิ่ง

“ราตรีสวัสดิ์...ทารคา”



---------------------------------------------------------------------------

วี้ดดดดดด มารตาโหมดอ่อนโยลนานๆจะมีในเรื่องนี้นะคะแง ไม่รู้เป็นคนรึเปล่าใจบางทุกครั้งที่มารตาเรียกชื่อพี่อะแบบ ไม่เรียกว่าพี่หรือท่านพี่แต่เรียกว่าทารคา แงๆมันดีจังเลยค่ะ *เพ้อหนัก*

ฝากเม้นติชมด้วยฮะ อย่างที่เคยบอกลงถี่ให้เพราะมีคนเม้นเยอะแหละแต่ถ้ามันหร่อยหรอลงเราอาจพลังฟีบเขียนช้าลง /โดนดีดลงไห ฝากเม้นติชมเหมือนเดิมค่า

#มารตาจองจำทารคา



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

395 ความคิดเห็น

  1. #276 Mamimilky (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 19:34
    เจอโหมดอ่อนโยนของคุณน้องไป ความโกรธของเราที่คุณน้องทำกับพี่หายไปเลยจ้าาา แต่ห่วงคุณพี่อ่ะ ที่หมอควทำกับคุณพี่อ่ะ จะแก้ไงละทีนี้
    #276
    0
  2. #256 tenthkiss (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 07:49
    น้ำตาจะไหลแทนคุณพี่ยักษ์ ตอนเขาตื่นมาตายักษ์แดงก็อย่าไปทำอะไรเขาล่ะ
    #256
    0
  3. #75 Shoop Ba-doop (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 13:00
    โอยยย น้ำตาซึมๆ ชอบบบ
    #75
    0
  4. #72 super moon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 22:36
    อ่านจบแล้วใจบางเลยยยยยยยยย ฮอลลลลล

    #72
    0
  5. #55 PP_ELF (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 08:53
    ดีต่อใจจริงๆค่ะะ อร้ายยยยคุณพี่ชายรักน้องจริงๆนะ TT มารตาก็ช่วยอ่อนโยนอย่างนี้ต่อๆไปด้วยนะคะ!!
    #55
    0
  6. วันที่ 26 มกราคม 2561 / 07:16
    ท่านเจ้าของอิฉันดีขนาดนี้ สำนึกเสียหน่อยนะมารตา ว่าทำอะไรท่านเจ้าของอิฉันไปบ้างน่ะ =^=~~~
    #54
    0
  7. #52 break1999 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 23:27
    ท่านเจ้าดีขนาดนี้อ่อนโยนกับท่านมั่งสิมาตราา!!
    #52
    0
  8. #51 IntiraW. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 20:50
    ดีย์ต่อใจจจจจ
    #51
    0