[จบบริบูรณ์] Fic 9 Satra : จองจำอสุรา [มารตา x ทารคา]

ตอนที่ 5 : ๕ : แขกบ้านแขกเมือง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,596
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    10 เม.ย. 61





แขกบ้านแขกเมือง  

#มารตาจองจำทารคา




ฟึบ!

คำเว้าวอนแสนน่าสมเพชสัมฤทธิ์ผลทันควัน คมด้ามพระขรรค์ถูกถอดออกจากช่องทางที่บอบช้ำก่อนมารตาจะโยนทิ้งลงไปข้างเตียง ความอัปยศอดสูแรกยังไม่ทันมลายหาย ทารคาก็ต้องนิ่วหน้าทนรับกับความวิปลาสต่อมาแทบจะทันที ส่วนสะโพกถูกยกขึ้นจนแผ่นหลังต้องรับน้ำหนักทั้งตัวส่งผลให้ร่างกายเกร็งขืนขึ้นไม่นานนักกำปั้นที่เพิ่งคลายออกจากการบีบเค้นก็ต้องกำแน่นขึ้นเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสร้อนชื้นจากปลายลิ้นโลมเลียลงมาตรงช่องทางที่มีแต่สีแดงฉาน

“อึก!...อื้ออ มะ...มารตามัน--อ๊ะ” สองขาที่มีโซ่ตรวนพันธนาการกวัดแกว่งในอากาศเพื่อระบายความเสียวซ่าน ใบหน้าคมสลักของทารคาเชิดขึ้นเรือนผมยาวสยายไปตามใบหมอน กลีบปากเปิดอ้าสั่นระริกอย่างหนักก่อนสะโพกที่ถูกยกเหนือพื้นเตียงจะต้องบิดเร้าไปมายามลิ้นที่วนเวียนอยู่รอบนอกเมื่อสักครู่เริ่มสอดใส่เข้ามาภายใน



NC CUT หาอ่านได้ในบล็อคหรือเว็บธัญวลัยค่า



“อ่….” เพียงแค่แตะสัมผัสทั้งร่างก็สะดุ้งราวกับต้องของร้อน มารตามองปฏิกิริยาพวกนั้นแล้วได้แต่อมยิ้มขำพลางตระกองกอดพระเชษฐาไว้หลวมๆแล้วจัดแจงพลิกตัวอีกฝ่ายมานอนพักในท่าสบายอย่างเบามือที่สุด

บางทีถ้าพี่เขาเป็นใบ้...อาจน่าทะนุถนอมกว่านี้ก็เป็นได้

ความคิดติดตลกแล่นปราดเข้ามายามมองใบหน้าแดงก่ำของพระเชษฐาที่ยังคงนอนหอบหายใจหมดสภาพ

ก็อก ก็อก

“ทะ...ท่านมารตาแขกมาถึงกันแล้วขอรับ” เสียงเคาะประตูตำหนักตามมาด้วยการกราบทูลรายงานด้วยเสียงสั่นนิดๆเพราะเกรงว่าการนำสาสน์มารายงานครั้งนี้จะไปขัดอารมณ์สุนทรีย์ในการกกกอดกับชู้ลับๆของพระองค์ท่านเสียก่อน

“รอข้าเเต่งตัวสักประเดี๋ยวจะตามออกไป” มารตารับคำรายงานนั้นก่อนค่อยๆเดินนวยนาดไปหยิบผ้าห่มผืนบางมาคลุมร่างสะบักสะบอมของพระเชษฐาให้ในระหว่างที่ตนเยื้องย่างไปหยิบจับอาภรณ์มาสวมใส่โดยไม่ลืมที่จะหยิบพระขรรค์คมสลักมาเช็ดคราบเลือดออกแล้วจัดการเหน็บมันเอาไว้ที่ข้างเอวดังเดิม

“อารตี”

“ขะ...ขอรับ?” เจ้าของชื่อที่ยืนรอรับโองการด้านนอกรีบละล่ำละลั่กขานตอบ

“ให้นางในนำกระยาหารมาให้แขกบ้านเเขกเมืองเลยใช่ไหมขอรับ?” ผู้รับสาสน์รวบรัดคำสั่งที่ควรจะเป็นให้ผู้บังคับบัญชาฟังอีกครั้งเพื่อบอกว่าตนพอจะเข้าใจสถานการณ์อยู่

“อืม แล้วก็ตามหมอหลวงกับพวกอาฮินจายามาด้วย...ให้เขาดูอาการพี่ชายข้า ดูท่าจะทรุดหนักลงอีกแล้ว” มารตาว่าทั้งรอยยิ้มร้าย นัยน์เนตรสีครามเหลือบมองพระเชษฐาที่บัดนี้นอนส่งสายตาอำมหิตกลับมาแต่ไม่มีเรี่ยวแรงพอจะปรามาสตอบโต้

“ข้าอยากให้ท่านนอนพักผ่อนเยอะๆอย่าดื้อกับท่านหมอล่ะพี่ชาย พรุ่งนี้ข้ายังอยากเห็นท่านในพิธีราชาภิเษกอยู่นะ”

ทารคามองแผ่นหลังของอสูรสีชาดกร้าว

พิธีราชาภิเษกหึ...ต้อนรับขับสู้กษัตริย์ครองบัลลังก์คนใหม่กันจังนะ หลงลืมกันไปแล้วสิท่าว่าใครกันที่ทำให้เผ่าพันธุ์เรากลับมายิ่งใหญ่ได้

“เจ้าเป็นราชาที่ใจดีเกินไปนะมารตา ไม่มีกษัติรย์สติดีที่ไหนนำพานักโทษไปร่วมงานเถลิงราชสมบัติของตนเองหรอก” พอเริ่มหาเส้นเสียงตนเจอ ทารคาก็เสียดสีความประเสริฐของน้องชายทันที

“ข้าอาจจะพาท่านพี่ไปในฐานะมเหสีคู่บัลลังก์ก็ได้ใครจะรู้” แต่เพราะนี่ไม่ใช่มารตาที่เคยกักเก็บอารมณ์ส่วนใดไว้อีกต่อไปแล้ว อสูรสีชาดจึงพูดเย้าหยอกกลับชนิดที่คนถากถางในคราแรกถึงกับกัดฟันกรอดเพราะหาคำพูดมาโต้โผไม่ได้

“สาแก่ใจเจ้าแล้วก็ไสหัวไป”

“ต้อนรับแขกเสร็จไว้ข้าจะกลับมาหา”

“.............” ทารคาหันมองอีกทางราวกับไม่อยากรับฟังสิ่งใดอีก ความเงียบสาดทับกลับมาไม่นานเสียงบานประตูปิดลงบ่งบอกว่าคนที่เทหะยักษาไล่ไปให้พ้นหน้าได้ไสหัวไปตามคำสั่งแล้ว

“.............” เพียงละจากสายตาผู้ใดน้ำใสที่สะกดกลั้นมาตลอดก็เริ่มไหลรินอาบแก้มอย่างสมเพชเวทนาในทุกสิ่งที่ก่อเกิดกับตน

อยากตาย…อยากหายไปซะให้มันรู้แล้วรู้รอด นี่คือผลตอบแทนในการเลี้ยงงูเห่าไว้กับตัวรึ

ปกป้องด้วยชีวิตแต่กลับต้องมาถูกสิ่งที่ฟูมฟักมาด้วยความรักย่ำยีเกียรติซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ท่านไม่ออกไปร่วมเสวยกระยาหารกับคนอื่นหรือ?” แว่วเสียงหนึ่งดังทำลายความเงียบ มันทำให้คนที่กำลังกล้ำกลืนกับตัวเองต้องตวัดสายตาหาต้นตอก่อนจะพบเข้ากับร่างของอดีตคนใต้บังคับบัญชาซึ่งกำลังลักลอบปีนป่ายเข้ามาทางหน้าต่างทิศบูรพา

ความสงสัยก่อเกิดมากมาย ว่าด้วยเหตุใดพรานทมิฬที่หายหัวไปนานสองนานถึงโผล่หัวมาถึงที่นี่ ไหนจะจุดประสงค์ในการมาอีก

อดีตพญายักษารีบยกสองมือปาดคราบน้ำตาลวกๆ แต่ความขมขื่นในนัยน์เนตรก็ไม่ได้จางหายไปจากดวงตาพรานทมิฬเลย มันยิ่งทำให้ความเป็นห่วงที่มีมากอยู่แล้วเพิ่มพูนขึ้นเป็นเท่าทวี

“ท่านดูแย่…” พรานทมิฬเอ่ยทำลายความเงียบ นัยน์ตาฉายแววเป็นห่วงออกมาเพียงเสี้ยวแต่คนที่อยู่ในตำแหน่งสูงค่ากว่าก็ไม่คิดแยแสมัน

“ถ้าจะเข้ามาเพื่อแค่วิพากษ์วิจารณ์สารรูปข้าก็ไสหัวกลับไปเสพสุขกับพวกมนุษย์ที่เจ้าไปปักหลักด้วยเถอะ...อย่ามายุ่งกับข้าอีก”

“ข้าแวะมาดูอาการท่าน” พรานทมิฬตอบตรงๆ การพูดกระชับสั้นได้ใจความคงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของอมนุษย์ตนนี้ไปแล้ว

เพียงแค่พินสบแล้วพบกับความเป็นห่วงที่ไม่เคยมีผู้ใดมอบให้ ทารคาก็แทบจะเสียศูนย์ ทุกความขมขื่นเอ่อล้นกลับมาอย่างไม่อาจสะกดกลั้นได้อีกต่อไปแต่กระนั้นคนที่ถนัดเก็บความรู้สึกก็ยังปกปิดมันได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการทำสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับหัวใจ

“ข้าบอกแล้วถ้าอยากเข้ามาแค่สมเพชข้าก็ออกไป...แต่ถ้าอยากทำตัวเป็นขี้ข้าดังเดิมก็ขึ้นมาหาข้า”

พรานทมิฬมองคนที่ออกคำสั่งตนนิ่ง ในหัวมีหลากหลายเสียงตีกันยุ่งเหยิงด้วยไม่มั่นใจนักว่าท้าวเธอจักมาไม้ไหนแต่เพราะความเป็นห่วงที่มีมากกว่าจึงทำให้ชายหนุ่มขยับขึ้นไปหาคนที่ถูกล่ามโซ่บนเตียงตามพระบัญชา

“ท่านต้องการอะไร?” พรานทมิฬเอ่ยถาม ดวงตาเลื่อนมองสบฝ่ามือของตนที่ถูกอดีตท่านจ้าวฉุดจนขึ้นมาคร่อมบนทับร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลนั้น ในองศานี้มันทำให้พรานทมิฬมองเห็นความสั่นไหวในดวงตาแข็งกร้าวชัดเจน มันเป็นร่องรอยของความรู้สึกสับสนระคนน้อยเนื้อต่ำใจ และคงเป็นดวงใจแสนบอบช้ำกระมั้งที่ชักนำให้ท้าวเธอดำริประชดประชันออกมาอย่างขาดสติขนาดนี้

“ลบรอยโสโครกของน้องทรพีให้ข้า”

“!!....” พรานทมิฬเบิกตากว้างเล็กน้อย มันเป็นคำสั่งการที่เขาวาดฝันถึงมาทั้งชีวิตแต่ไม่อาจเอื้อนเอ่ยออกมาได้เพราะอีกฝ่ายสูงค่าเกินไป บัดนี้เขากลับได้รับโอกาสนั้นหากแต่มันกลับเป็นเพราะการประชดประชันคนที่เพิ่งย่ำยีท่านจนสาแก่ใจแล้วออกไปเสวยกระยาหารค่ำกับเพื่อนฝูงมันจึงเป็นความหน่วงที่แฝงไปด้วยอาการลิงโลดจนอธิบายได้ยาก

รับความรักจากข้าไม่ได้...ก็หวังเพียงท่านรับความหวังดีจากข้าบ้าง

พรานทมิฬลูบไล้โครงหน้าของคนที่ถูกพันธนาการอย่างหลงใหลปลายนิ้วเรียวค่อยๆเอาเรือนผมยาวที่กรอมแก้มที่ยังมีคราบน้ำตาขึ้นทัดหู มันคงดูดีกว่านี้หากเขาไม่ต้องทนเห็นคราบน้ำตาที่เอ่อล้นอยู่ตรงหางตาทรงอำนาจคู่นั้น

“ปลดปล่อยข้า...ข้าจะฆ่าพวกมันทุกตัว ฆ่า...ฆ่าพวกมัน ฮึก...”

พรานทมิฬเหม่อมองคราบน้ำใสตรงหางตาเรียว สองแขนตรงเข้าไปฉุดดึงแล้วประคองร่างสั่นระริกของคนเจ็บปวดปานเสียสติเข้ามาโอบกอดแน่นๆ ริมฝีปากอุ่นกดทาบไปจูบซับคราบน้ำตาให้อย่างเผลอไผล

“อย่าร้องไห้...ข้าไม่ชอบเห็นน้ำตาของท่าน”


…..

….

..

.


“อีหน่ามึงรีบหน่อยได้ไหมเดี๋ยวไปช้าท้าวเธอแกปวดแผลขึ้นมาพวกเราจะตายห่าตามเอานะ” กุสราเร่งเร้านางยักษาหน่าเพื่อนสาวในกลุ่มเดียวกับอาฮินจายาที่คุณท้าวมารตาแกเรียกให้มาปรนนิบัติท่านเทหะยักษาพร้อมๆกับพ่อหมอหลวง

“กูก็รีบจนผ้าถุงจะขวิดตามขาแล้วเนี่ยอีกุสราแหม่ให้กูบินไปเลยไหมเล่า”

“โอ๊ยพวกเอ็งหุบปากแล้วรีบขนของตามมาไวๆได้ไหม!” สุดท้ายอาฮินจายาก็นึกรำคาญเพื่อนตนเองที่เอาแต่เถียงกันเลยตวาดเสียยกใหญ่ โดยมีพ่อหมอยักษ์เหลือบมองสามเพื่อนสาวที่ดูท่าจะมาทำเปิ่นมากกว่ามาช่วยงานตนได้

ทั้งสี่รุดหน้ามาถึงต้นจามจุรีใกล้ตำหนักเกษอาชาก่อนทั้งขบวนจะต้องหยุดฝีเท้าลงเพราะได้ยินเสียงพูดดังรอดออกมาจากตำหนัก

ท่านท้าวแกกำลังคุยกับใครกัน…

เพราะความขี้เสือกที่เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์เฉพาะตัวของยักษีในคีรีกัณฑ์ ยักขิณีทั้งสามจึงกระเตงสัมภาระไปอิงแอบชะเง้อชะแง้นมองผ่านหน้าหน้าต่างทิศบูรพาที่เปิดอ้าอยู่ก่อนทั้งสามจะแทบปล่อยโถโอสถร่วงเมื่อเห็นภาพภายใน

“เกิดอันใดขึ้นเล่า” พ่อหมอที่นั่งรออยู่ใต้ต้นจามจุรีเอ่ยทักสามสาวที่วิ่งปิดปากกระหืดกระหอบกลับมา

“เกิด...เกิดเรื่องใหญ่แล้วท่านหมอ”

“หะ...หา เอ็งค่อยๆพูดมีเรื่องอะไรกัน” หมอหลวงขมวดคิ้วมุ่นเพราะตามนัยยะพวกหล่อนไม่ทัน ทั้งสามสาวได้แต่ถอนหายใจแล้วตัดสินใจฉุดแขนท่านหมอกลับไปที่ท้องพระโรงเพื่อรายงานข่าวพร้อมกันด้วยเห็นว่าเรื่องนี้มันเร่งด่วนมากกว่าการเข้าไปทำแผลให้ท้าวเธอแกเยอะ

วิ่งไม่กี่อึดใจสี่ชีวิตก็โผล่เข้าสู่ใจกลางท้องพระโรงที่เต็มไปด้วยแขกบ้านแขกเมืองจากหลายดินแดนที่เข้ามาพำนักเพื่อตระเตรียมเข้าร่วมพิธีราชาภิเษกกษัตริย์องค์ใหม่แห่งคีรีกัณฑ์ที่จะเกิดในวันพรุ่งนี้

“ท่านท้าวเกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ” กุสราเป็นหน่วยกล้าตายวิ่งเข้าไปคุกเข่าแทบเท้าท้าวมารตาที่นั่งเสวยกระยาหารตรงหัวโต๊ะ ถัดไปก็มีพระสหายท่านจ้าววาตะและนายมนุษย์นามว่าอ๊อดที่นั่งสวาปามอาหารอยู่

มารตาละสายตาจากวงสนทนาเบื้องหน้าก่อนหันมองสามสาวที่กระหืดกระหอบเข้ามาอย่างไม่รู้จักกาลเทศะ

“มีเรื่องอะไร?”

“มี...มีอมนุษย์อยู่ในตำหนักท่านเทหะยักษาเจ้าค่ะ” มาหน่ารายงานสด และคำว่าอมนุษย์ก็ทำให้อ๊อดเคี้ยวเนื้อในปากค้าง ดวงตาสีอิฐเผลอหันไปมองตำแหน่งเก้าอี้ว่างข้างตัวเอง ภาพสะท้อนความห่วงหาอาทรที่ได้พบบนเกาะนกแอ่นย้อนปราดกลับมาจนประมวลผลได้ว่าคนที่อยู่กับพญายักษาคนนั้นน่าจะเป็นคนที่ขอตัวไปหาห้องน้ำห้องท่าเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน

รังสีกดดันจากท้าวมารตาเร่งเร้าให้นางอาฮินจายาละล่ำละลั่กอธิบายด้วยกลัวว่าหัวจะหลุดจากบ่า

“วะ...วรกายเป็นสีม่วงพวงอังกาบสลับขาวขาบ และ...และพวกเขากำลังจุมพิตกันเพคะ”

แกร็ก…เพล้ง!

เนื้อย่างในมืออ๊อดร่วงกระทบจานเซรามิกจนเกิดเสียงดังพร้อมๆกับเสียงแก้วแตกคามือพญายักษาจนเกิดเสียงกรีดร้องดังไปทั่วยามเห็นหยาดโลหิตไหลซึมออกมาจากฝ่ามือสีชาดนั้น หากแต่ทันที่ใครจะทัดทานอะไรได้ร่างสูงใหญ่ของท้าวมารตาก็หุนหันออกจากท้องพระโรงไปโดยไม่ฟังเสียงใคร

เปรี้ยง!!!

เสียงอัสนียบาตดังสะเทือนไปทั้งดินแดนตามมาด้วยห่าฝนขนาดใหญ่ เหล่าทาสหญิงน้อยใหญ่ในเรือนเครื่องหอมเก็บบุปผาขึ้นเรือนกันจ้าละหวั่นมีเพียงยายศรีจันทร์เท่านั้นที่ยังคงยืนมองดวงจันทร์ข้างแรมอยู่ด้วยแววตาอนาทรร้อนใจ

“สังหรณ์ใจไม่ดีเลย…” นางยกมือกุมอกที่มีก้อนเนื้อเต้นระรัว นางทำงานที่นี้มาตั้งแต่ก่อนคีรีกัณฑ์จะถูกบุกยึดครอง เห็นพระโอรสสองพระองค์มาตั้งแต่ตัวเล็กตัวน้อย นางสังหรณ์ใจไม่ดีตั้งแต่รับรู้ว่าพระโอรสองค์เล็กพาพระเชษฐาแห่งตนกลับมาจองจำที่คีรีกัณฑ์แล้ว

ลางร้าย...ลางร้ายชัดๆ

นางยักษ์เฒ่ามองจันทร์เดือนดับที่มีแสงอัสนียบาตสว่างวาบให้เห็นถึงความดำมืดของดวงจันทร์แจ่มชัดขึ้นราวกับความมืดมิดที่อยากแหวกท้องนภาออกมากลืนกินนครคีรีกัณฑ์ให้ไม่ต้องมีแสงสว่างใดอีกเลย

หวังว่าจักไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้แล้วนะพ่อเจ้าประคุณ...แค่นี้คีรีกัณฑ์ก็จักลุกเป็นไฟบรรลัยกันป์อยู่แล้ว



------------------------------------ ติดตามต่อตอนต่อไป ---------------------------------------------


เฮือก ตอนนี้ยาวเป็นพิเศษถ้าเทียบกับตอนก่อนๆสูบพลังงานไปเยอะมากเลยค่ะ เอื้อ เหมือนจะมีสาระสุดด้วยที่ผ่านมามีแต่ไรไม่รู้-- กร๊ากกก ฝากติดตามฝากเม้นติชมด้วยนะคะ 1 เม้น 1 ล้านกำลังใจค่ะ เนี่ยเม้นกันเยอะเค้าเลยมีกำลังใจรีบมาต่อ 5555 พูดคุยอะไรยังไงกันได้ที่แท็ก #มารตาจองจำทารคา น้า

รักเด้อ ขอให้เรือบาปนี้จงเจริญ









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

395 ความคิดเห็น

  1. #381 คนเบื่อโลก? (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 12:49
    เดือดแล้วครับเดือดแล้ว555+
    #381
    0
  2. #273 Mamimilky (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 17:39
    เอาแล้ววววววว นั่งภาวนาเลยค่ะ
    #273
    0
  3. #253 tenthkiss (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 19:00
    เซ็งเลยค่ะ อยากอ่านฉากหฤหรรษ์ของคุณพี่ยักษ์กับเจ้าทมิฬ เอาให้เจ้ายักษ์แดงอกแตกตายไปเลย
    #253
    0
  4. #69 super moon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 22:08
    ตายแล้วววว เธอออ เราสงสารอ๊อดดดดด  พี่อ๊อดจ๊ะ ไปขวางเร้ววว
    #69
    0
  5. #41 jumppy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 18:35
    รู้สึกบาปมากแงงงงง////
    ปล. หมดจด ไม่ใช่ หมดจรด
    กระเส่า ไม่ใช่ กระเซ่า นะคะ
    #41
    0
  6. #36 Shoop Ba-doop (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 00:54
    ชอบเรื่องนี้มากกกก ควรทำไงดี อิฉันควรทำไงดี ฮือออออ สนุกกก แซ่บบบ
    #36
    0
  7. #34 Pen pink (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 19:05
    ทุกคนต้องใจเย็นๆนะ T T // สงสารจ้าวววว
    #34
    0
  8. #33 IntiraW. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 18:34
    เรือบาปจงเจริญ~~
    #33
    0
  9. #32 zxmiping (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 18:22
    ...กลัวพี่เจ็บอีกอ่ะ ฮือออ สงสารอ๊อดด้วย แงงงงงงง้ หน่วงเหลือเกิน
    #32
    0
  10. #31 บีเบอร์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 18:02
    ท่านพี่ทารคาหยุดก่อนเถิดเจ้าค่ะ!!! พระสวามีท่านกำลังจะมาแล้ว!!!!
    #31
    0