[จบบริบูรณ์] Fic 9 Satra : จองจำอสุรา [มารตา x ทารคา]

ตอนที่ 26 : ๒๓ : ผลแห่งสงคราม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,127
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 91 ครั้ง
    22 เม.ย. 61

หลังจากกรีฑาทัพจากทั่วสารทิศไปกำราบชุมชนไสยเวทย์ได้สองเดือนกับอีกสิบสามวันอันตรงกับแรมเก้าค่ำเดือนเจ็ดกองทัพยักษ์ก็ได้รับกุมชัยแม้นมันจะเป็นชัยชนะที่แลกมาด้วยการสูญเสียมากมายก็ตาม

ชุมชนกระคงพันเป็นอีกตัวอย่างที่เหล่ากษัตริย์ต้องเร่งพิจารณาถึงความสุ่มเสียงในการเกิดกองกำลังนิรนามที่อาจมีไพร่พลพร้อมพรักเฉกเช่นพวกมัน

และยิ่งย้ำให้เห็นได้ชัดว่าผู้มากอาคมเป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่ไม่อาจปล่อยผ่านไปได้ดังกาลก่อน

ยังไงเสียทุกอย่างมันก็ยุติลงแล้ว…แต่พญายักษากลับยังแย้มยิ้มไม่ออกยามเหยี่ยวอาคมส่งตรงจากคีรีกัณฑ์ตอบรับสาสน์การเผด็จศึกด้วยการบอกว่าคนที่เขาห่วงนักหนาอาการทรุดหนักลงจนการ์ณีชาต้องออกโรงหาตรวนพันธนาการมาจองจำเอาไว้อีกครา รอยสักทมิฬอันเป็นสัญลักษณ์แห่งสาปส่งจันทร์แรมเองก็ยังไม่ได้เลือนหายไปราวกับมันฝังรากลึกรวมเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกับวรกายสีเขียวมรกตไปแล้ว

ดวงตาสีฟ้าตวัดมองตุ๊กตาดินปั้นในเพลิงร้อนระอุ

มันก็มอดไหม้กลายเป็นผงธุลีไปแล้วเหตุใดเมียรักเขาถึงยังไม่ดีขึ้น

“หึหึ…” เสียงหัวเราะชวนตะบันหน้าเรียกความสนใจจากมารตาได้เป็นอย่างดี และพอเห็นว่าเป็นอ้ายคงกระพันที่ถูกมัดแขนขาเอาไว้กับต้นไม้ใหญ่ใกล้อาศรมเลือดก็ขึ้นตาจนก้าวอาดๆมาจิกเรือนผมสีเข้มให้เงยหน้ามาสบกันทันที

“มึงหัวเราะอันใด!!”

“หัวเราะใบหน้าบิดเบี้ยวของท่าน...ไม่เป็นไปตามพระประสงค์รึท้าวมารตา--อุ๊บ!!” หมัดหนักๆกระแทกเข้าเต็มกระพุงแกมคนยียวน แม้จะปราชัยแต่ดูเหมือนอาจารย์คงจะไม่ได้หนักอกหนักใจเลย ชายเฒ่าผู้นำชุมชนที่ล่มสลายถ่มโลหิตจากปากแตกยับลงบนพื้นพลางเหลือบมองพญายักษาที่กริ้วจัดด้วยรอยยิ้มเหยียด

“อีกห้าทิวาก็จะถึงเก้าจันทร์แรม…”

“ข้าทำลายดินปั้นนั้นไปจนสิ้นแล้ว!”

“แต่เทหะยักษาก็มิได้อาการดีขึ้นนี่คิดว่าคนของท่านจะบอกชัดแจ้งแล้วเสียอีก” อาจารย์คงไหวไหล่อย่างไม่ได้ทุกข์ร้อนกับสภาพการเป็นรองของตัว

“บอกวิธีแก้คำสาปมารึจะให้กูฉีกปากของมึง!!” คนที่รักสันติยิ่งกว่าอะไรเริ่มสติขาดหลุดลุ่ย และเป็นอ๊อดกับไชยราเมศที่เข้ามาช่วยกันห้ามปรามเอาไว้ก่อนที่เจ้าตัวจะเผลอแหวกปากเชลยเข้าจริงๆ

“ใจเย็นๆก่อนนะเบิ้ม ข้าว่าเราพาเขากลับคีรีกัณฑ์ก่อนเผื่อได้ความใดเพิ่มเติม” อ๊อดพยายามเกลี้ยกล่อม

“ครั้งนี้ข้าเห็นด้วยกับอ๊อดนะ ถึงเมืองแล้วจะฉีกแข้งแหกขามันให้ยอมบอกหนทางก็ยังไม่สายแถมจักได้เห็นกับตาด้วยว่าวิธีที่มันว่าจริงแท้แค่ไหนตอนนี้รีบกลับไปดูอาการเทหะยักบ้านั่นก่อนเถอะ” วาตะที่นานๆจะออกความเห็นมีสาระยังตีหน้าเคร่งเครียดในยามนี้

อสุราสีชาดปราดมองสหายรอบทิศทางรวมไปถึงกษัตริย์จากแคว้นแดนอื่นที่พยักหน้ารับราวกับเห็นด้วยกับคำพูดเหล่านั้นทำให้มารตาต้องสะบัดแขนออกจากการกอบกุมอย่างหัวเสียแล้วตรงขึ้นไปนั่งบนอานหลังไกรสรราชสีห์ที่เดินย่ำเตาะเข้ามาใกล้นายตนทีที่เห็นสาวเท้ามาหา

“กลับนคร!!!” คำสั่งจากผู้นำทัพดั่งประกาศิตให้ทหารที่เหนื่อยล้าจากสงครามได้เก็บอาวุธยุทโธปกรณ์ขึ้นมาถือไว้มั่นแล้วเริ่มต้นเดินเท้าให้ทันพาหนะของกษัตริย์แดนยักษ์โดยไม่ลืมที่จะช่วยกันต้อนพวกหมอผีกลับไปยังดินแดนด้วย ผู้ใดชักช้าทหารยักษ์ทั้งหลายก็จัดการยกพาดบ่า ดื้อด้านประวิงเวลามากนักก็จับฉีกร่างมาเคี้ยวกินมันต่อหน้ากองทัพมนุษย์จากรามเทพนครนี่แหละ เล่นเอาเหล่ามนุษย์ที่มาร่วมรบด้วยกันถึงกับเดินถอยห่างออกมารวมฝูงกับเหล่าวานรด้วยกลัวว่าพวกยักษ์นั้นจะหันมาเล่นงานพวกเดียวกันเอง

ถะ...ถึงจะร่วมมือกันมาหลายเดือนแต่ก็อดกลัวไม่ได้นี่นา

พวกหมอผีทั้งหลายที่โดนตรวนล็อคข้อมือต่างพากันหวาดกลัวยักษ์กันจนตัวซีดตัวสั่นจะมีก็แต่อาจารย์คงเท่านั้นที่เดินตามไปอย่างว่าง่าย

ท่าทีทองไม่รู้ร้อนนั้นน่าหมั่นไส้เสียจนขุนศึกจากหลายๆฝ่ายนึกชิงชังแต่ก็ไม่มีผู้ใดหาญกล้าลงไม้ลงมือเพราะเกรงว่าท้าวมารตาจักกริ้วหนักหากพวกเขาเผลอเล่นงานมันถึงตายก่อนได้ความ

เหอะ...รอดไปนะมึงอ้ายมนุษย์จัญไร





ทันทีที่ย่างเข้าสู่เขตราชฐานชั้นในมารตาก็แทบจะถลาลงจากหลังไกรสรราชสีห์แล้วแหวกว่ายฝูงบ่าวไพร่ที่กองสุมกันอยู่หน้าตำหนักซ่อนชู้เข้าไปภายใน

เสียงจ้อกแจ้กวอแวพลันเปลี่ยนเป็นเสียงกู่ร้องก้องอย่างสุขสันต์ที่เห็นพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักกลับมาจากศึกสงครามอย่างปลอดภัยแต่มารตาไม่มีแม้แต่เวลาจะหันมาแย้มยิ้มรีบคำสรรเสริญ

เพราะความสนใจทั้งหมดไปกองอยู่กับร่างของคนที่ถูกตรวนอาคมจองจำทั้งแขนขาไปจนหมดแล้ว

ดวงตาสีแดงฉานฉายชัดเสียจนคนที่ฝันร้ายถึงมันมาก่อนแทบหมดเรี่ยวแรง แต่กระนั้นก็ทนเห็นเทหะยักษาถูกจองจำเยี่ยงหมูหมาไม่ได้

“ท่านพี่!...” มารตาลอดสายสิญจน์หมายจะเข้าไปกระชากตรวนอาคมออกแต่นางการ์ณีชาก็เข้ามาขวางกั้นไว้เสียก่อน

“ไม่ใช่ตอนนี้เจ้าค่ะท่านท้าว...” นางการ์ณีชาหรุบตาลงต่ำก่อนเพยิดหน้าไปทางอาคารสถานที่อยู่ไม่ไกล เพราะความเร่งรีบก่อนหน้ามันทำให้มารตาไม่ทันเห็นว่าอิฐดินแดงที่เคยก่อร่างสร้างตัวอย่างศิวิไลมันถูกเผาวอดวายจนเหลือแต่เถ้าธุลีไปหมดแล้ว

เพลิงสีฟ้า? นี่ท่านพี่เป็นผู้กระทำรึ…

“เป็นดังนั้นแหละเจ้าค่ะ...ท่านทารคาคลุ้มคลั่งหนัก ใช้พระเพลิงและกระบองบรรลัยจักรทำลายรอบด้านเสียสิ้นบ่าวถึงต้องทำเยี่ยงนี้” สิ่งที่นางการ์ณีชาอธิบายเสมือนหอกแหลมแทงเข้าที่จุดตายจนผู้สดับฟังชาวาบไปทั้งเรือนร่าง

ไม่จริง...ข้ามาช้าไปหรือ

ฉับพลันเสียงหัวเราะอย่างโอหังก็ดังสนั่นอยู่หน้าตำหนัก

“ฮ่าๆๆ!!!”

และมารตาก็รู้ดีว่าเสียงนั้นเป็นของสวะตัวใด

ราวกับความอดทนที่ฉีกขาดสะบั้นเพียงแค่ได้เห็นสีหน้าทรมานของเมียรักเคล้าไปกับเสียงหัวเราะอย่างสาแก่ใจของคงกระพันที่ถูกใจนักหนาที่แม้เขาจะกุมชัยแต่มันไม่อาจช่วยให้คนที่ห่วงหาอาทรหลุดพ้นบ่วงแห่งคำสาปได้

ผลั่ก!!

ตีนเปล่าถีบเข้าเต็มท้องน้อยของคงกระพันจนร่างหงายหลังแต่มันไม่ใช่จากฝีมือของมารตาแต่เป็นอ๊อดที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากจุดนั้น

“อุ๊บแค่ก…” ลูกถีบอย่างแรงจากครูมวยทำเอาหมอผีปากเปราะถึงกับกระอักเลือด แต่นั่นก็ยังไม่สาแก่ใจมารตานัก จังหวะที่กระบองอันใหญ่ยักษ์ในมือสีชาดจะฟาดซ้ำลงไปจนร่างมนุษย์ถือดีนั่นจมหายไปกับพสุธานักพรตจากแดนวานรก็ตรงเข้ามาขัดขวาง ตามมาด้วยหมอผีอีกหลายคนในราชสำนักของรามเทพนครและนั่นทำให้มารตาจะชะงักศาสตราวุธค้างกลางอากาศ

“ฆ่ามันไม่ได้นะขอรับ...มันเป็นผู้เดียวที่รู้ศาสตร์แห่งมนต์ดำของขอมโบราณ หากไร้ซึ่งมันแล้วอวิชานี้จักหายไปโดยไร้ผู้สืบทอดกระหม่อมคิดว่า--”

“เดี๋ยวๆเจ้าว่าอะไรนะวารณะ!” วาตะที่อยู่ไม่ไกลถึงกับเบะปากอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าคนของตนจะสร้างเรื่องงามไส้แบบนี้

“ฆ่ามันคือหนทางเดียวที่จักทำให้ท่านทารคาพ้นภัย!” การ์ณีชาแผดเสียงอย่างสุดกลั้น นางเองรู้ดีตั้งแต่ต้นว่าการสังหารคงกระพันผู้ผูกคำสาปร้ายไว้กับดวงจิตตนจะทำให้ยุติเรื่องทุกสิ่งลง แต่ที่ไม่ยอมบอกตั้งแต่คราที่ส่งสาสน์กลับไปเป็นเพราะยังตระหนักถึงวิชาขอมโบราณที่เหล่านักพรตทั้งหลายพร่ำต่อรองกับท้าวมารตา แต่เธอคือผู้เห็นทุกความทรมานของท้าวเธอ และความจงรักภักดีที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดก็ได้เลือกนายของมันแล้ว

“เจ้าเองก็รู้ว่าวิชานี้มันแกร่งกล้าแค่ไหน! เจ้าไม่ได้เห็นกับตานี่ว่ามันทำกับทหารนับห้าร้อยนายอย่างไรในการเอ่ยวาจาเพียงสามคำ!” หมอผีเฒ่าจากแดนยักษ์ดาหน้าเข้ามาถกเถียงการ์ณีชาด้วยการอวดอ้างว่าตนคือคนที่ไปทำศึกสงครามกลับมาและได้เห็นความสามารถของอวิชานี้และเห็นดีเห็นงามกับลิงเฒ่าวารณะว่าสมควรที่จะหาผู้สืบทอดวิชานี้ไว้แทนที่จะปล่อยให้มันสูญสลายไปกับบุรุษมักใหญ่ใฝ่สูงผู้นี้

“แต่พวกมึงจะทำให้ท้าวเธอต้องตาย!” นางยักษ์ผ้าสามสีบ่าวติดตีนทารคาเดินมายืนเคียงข้างการ์ณีชาแล้วตวาดพร้อมกันด้วยน้ำตานองหน้า แต่พวกหมอผีเหล่านั้นหาได้สนใจไม่

“เราศึกษาวิชาเหล่านี้แล้วหาทางประยุกต์ศาสตร์ออกมาช่วยเหลือท่านทารคาได้เป็นแน่ข้าคิดว่ามันต้องหนทางอื่นนอกจากสังหารมัน!”

เกิดกระแสเสียงครหาขึ้นมากมาย และคงกระพันที่นั่งขัดสมาธิเลือดกลบปากอยู่กลางวงก็ได้แต่ยิ้มอย่างพึงใจที่เรื่องมันกลับตาลปัตรมาเข้าข้างตนจนได้ ก่อนเสียงตรวนเหล็กขาดสะบั้นจะขัดทุกสิ่ง

ตึง!!!

เพลิงบรรลัยกัลป์แผดเผาผนังตำหนักซ่อนชู้จนวอดวาย อิฐดินแดงเทศที่เป็นดั่งโครงสร้างภายในแตกหักจนเหลือแต่ซากปลักหักพัง ทุกชีวิตตัวแข็งทื่อยามเห็นร่างสูงโปร่งของอวตารเทพสงครามยืนอยู่ท่ามกลางความฉิบหายเหล่านั้น แม้พระอุทรของท้าวเธอยังโป่งนูนใหญ่โตแต่ก็ไม่ได้ลดความน่าเกรงขามที่มีลงเลย

“ท่านพี่…” มารตารำพึงไร้เสียง ดวงใจตอดรัดแทบแตกดับอยู่ตรงนั้นเมื่อมองเห็นรอยอักขระสีดำทมิฬและสายพระเนตรสีแดงสดเต็มสองตา ภาพเบื้องหน้าไม่ต่างอะไรกับฝันร้ายที่กลายเป็นจริง และเขาไม่เคยพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน

ครืด… เสียงกระบองบรรลัยจักรลากครูดกับพื้นดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆและฝูงชนทั้งหลายก็พร้อมใจกันแตกฮือออกรอบด้านอย่างหวาดกลัว เว้นเสียแต่คงกระพันที่เอาแต่ยิ้มกว้างเมื่อเห็นทาสคนใหม่ของตัวเดินเข้ามาใกล้

“กว่าจะมาช่วยข้าได้นะ” ผู้เป็นนายทำทีเป็นบ่นกระปอดประแปดระหว่างยื่นตรวนที่พันธนาการข้อมือของตนไปเบื้องหน้าหวังจะให้เทหะยักษาที่ตกอยู่ใต้มนต์สะกดช่วยทำลายมัน

“ท่านพี่!!” มารตาแทบเสียการควบคุมแต่สหายทั้งวาตะ กุฬสูรหรือแม้แต่อ๊อดก็เข้ามายึดยื้อไว้เพราะกลัวว่าพญายักษาจะโดนลูกหลงจากเหตุการณ์ตรงหน้า แต่มารตาไม่สนใจสิ่งใดทั้งนั้นในเมื่อหนึ่งคนที่ปักใจรักและอีกชีวิตในท้องกำลังจะถูกพรากไปต่อหน้าต่อตา

คงกระพันยิ้มเยาะ และมันผุดพรายกว้างขึ้นเรื่อยๆเมื่อกรงเล็บของพญายักษ์ง้างขึ้นกลางอากาศ

ฉึก!!!! กรงเล็บที่สมควรจะฟันพันธนาการทิ้งให้จอมไสยเวทย์กลับแทงทะลุเข้าเต็มคอหอยแทน เลือดสีสดพุ่งทะลักทลายดั่งเขื่อนแตกยามทารคากระชากฝ่ามือออกจากปากแผล ดวงตาสีแดงก่ำบัดนี้มีสีทองอร่ามเรืองรองดังเดิม พร้อมๆกับร่างของเทหะยักษาที่ค่อยๆทรุดลงกับพื้นแล้วหอบหายใจถี่รัว

เสียงอื้ออึงรอบด้านดังไม่ขาดสายแต่โสตประสาทกลับไม่ปล่อยผ่านสิ่งเร้านั้นเข้ามาให้ทารคารู้สึก เว้นเสียแต่ความอบอุ่นที่่คุ้นเคยและเฝ้าถวิลหามาตลอดสองเดือนนับแต่ที่จากกันไป

ยามที่ถูกพันธนาการไว้กับตรวนอาคมเขาได้คงกระพันช่วยเหลือด้วยการฝังกระแสจิตเข้ามาควบคุมร่างจนปลดฉนวนเวทย์พวกนั้นออกมาได้ แต่มันผู้นั้นลำพองใจเกินไป หารู้ไม่ว่าเขานั่งสมาธิเพ่งกสิณตามคำบอกของการ์ณีชาจนดึงรั้งสติเอาไว้ในบางช่วงเวลาและมันก็พอดิบพอดีกับตอนที่พังทลายทุกสิ่งออกมาได้แล้ว

นัยน์ตาสีฟ้าที่เอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำใสสะท้อนอยู่ในดวงตาอ่อนล้าของเทหะยักษา ก่อนอ้อมกอดจากวงแขนแข็งแรงนั้นจะตรงเข้ามาโอบยกทั้งร่างขึ้นจากผืนดิน

“ท่านพี่ได้ยินข้าไหม...ได้ยินเสียงข้าหรือไม่ทารคา!” มารตาเอ่ยอย่างร้อนรน ได้แต่มองนัยน์ตาเหม่อลอยคล้ายไร้สติสมประดีของเชษฐาสลับกับรอยสักทมิฬที่ค่อยๆเจือจางลงและเลือนหายไปยามสิ้นเสียงหอบหายใจของจอมไสยเวทย์

ฝ่ามือสีมรกตที่ยังเปรอะเปื้อนคราบโลหิตค่อยๆใช้ปลายนิ้วโป้งปาดคราบน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้มมารตาออก

“ร้องไห้ทำไม...มีใครจะตายหรือ?” คำสัพยอกหน้าตายของคนที่ทำคนเกือบทั้งพระนครหัวใจวายตายเล่นเอาพญายักษาถึงกลับปล่อยโฮออกมาอย่างเสียกิริยาแล้วดึงเชษฐามากอดแน่นราวกับกลัวว่าหากลับหายจากสายตาเพียงเสี้ยวคนในอ้อมกอดก็จะมลายหายไปจากชีวิต

“ข้าเกือบจะขาดใจตายอยู่แล้วพี่รู้หรือไหม…ข้าจักตายอยู่แล้วหนา!!”

เหลือเพียงเราสองในชีวิต...ความผูกพันธ์มากมายจากทั้งสายเลือดและดวงใจที่เอ่อล้นไปด้วยความรักทำให้ไม่อาจหักใจร้างลาได้

และหากต้องสูญเสียกันไปจริงๆคงไม่ขออยู่ต่อไปอย่างซากคน...หากไม่ได้พานพบกันอีกในชาตินี้หรือชาติไหนจักขอเวียนว่ายตายเกิดในนรกโลกันต์เพราะไม่ว่าจักเป็นหรือตายคงทุกข์ทรมานไม่ต่างกัน

ทารคายกยิ้มเจือจางก่อนค่อยๆโอบกอดตอบแล้วลูบแผ่นหลังเด็กน้อยที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ไม่เคยสำรวมกิริยาต่อหน้าบ่าวไพร่ได้เลยสักครั้งแม้จะเติบใหญ่เป็นเจ้าคนนายคนแล้วก็ตาม ท่าทีอ่อนโยนเช่นนี้เป็นสิ่งแปลกประหลาดในสายตาผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก มันทำเอาวาตะถึงกับถลึงตามองทางสองขัตติยวงศ์ที่ตระกองกอดกันสลับกับส่งสัญญาณมือเชิงถามฟงเอ๋อและเสี่ยวหลานว่าตนตาฝาดไปรึเปล่า ไม่วายกวนมาถึงอ๊อดและบากที่ยืนอยู่ไม่ไกลกันนัก และทุกคนก็ได้แต่พร้อมใจกันส่งสายตาเอือมระอากลับไปแทนคำตอบ

สุดท้ายแล้วบรรยากาศละมุนละม่อมนั้นก็ต้องถูกทำลายลงด้วยร่างกายเกร็งขืนของคนที่ปลอบประโลมจอมกษัตริย์อยู่นานสองนาน

“อึก…” ทารคาเพิ่มแรงกอดรัดราวกับต้องการระบายความปวดหนึบที่รู้สึก ทั้งร่างสั่นสะท้านเสียจนมารตาต้องค่อยๆผละออกแล้วลูบโครงหน้าซีดเผือดดูทรมานของเชษฐาแล้วละล่ำละลั่กถาม

“ท่านพี่เป็นอันใดไป! เกิดอะไรขึ้น! เจ็บตรงไหนหรือ!” คำถามมากมายนั้นทารคาจุกเสียดเกินกว่าจะตอบกลับไหว ร่างเริ่มดิ้นขืนฝ่ามือตะปบและจิกลงไปบนหน้าท้องอย่างแรงด้วยหวังว่าจะลดทอนความเจ็บปวดลงบ้างแต่กลับไม่ได้ผลสักเท่าใด

“ข้าเจ็บ...ท้อง ฮึก!” ความทรมานแสนสาหัสนั้นดลใจให้คนเจ็บดำริ เหล่านักรบรอบด้านหารือกันอย่างร้อนรนทันทีที่ได้สดับ ต่างจากอิสตรีทั้งหลายที่เริ่มรู้ความก่อนแล้วดิ่งไปตามหมอหลวงและหมอตำแยมา อาฮินจายากับผองเพื่อนเองก็เหมือนจะเข้าใจนัยยะทุกสิ่ง นางทั้งสามยืนนับนิ้วกันและเมื่อได้จำนวนเดือนที่คาดก็รีบวิ่งผ้าถุงเปิดไปช่วยตามหาหมอตำแยอีกคน

“ท่านทารคาจักคลอดแล้วว้อยท่านหมอ! ป้าแดง...ป้าแดงโว้ย!!” เหล่านางกำนันตะโกนกันกึกก้อง ส่งผลให้พวกบุรุษฮือฮาตามกันเป็นทอดๆ

“!...” มารตาที่แม้จะยังตื่นตระหนกแต่ก็พอมีสติว่าควรทำสิ่งใด พญายักษาช้อนอุ้มคนเจ็บไปในห้องบรรทมส่วนพระองค์ที่อยู่ห่างจากตำหนักเกษอาชาไปอีกฟากฝั่ง ไม่นานบรรดาหมอตำแยทั้งเรือนก็มากันครบครัน ตามมาด้วยบุรุษหลายนายที่ตระเตรียมยกข้าวของทำคลอดเข้าไปภายในห้องดังกล่าวก่อนสุดท้ายบุรุษเพศทั้งหมดไม่เว้นแม้แต่ท้าวมารตาจะถูกเรียนเชิญออกจากห้องพำนักด้วยเหตุผลว่าภายในนี้เป็นกิจของสตรีบุรุษไม่มีสิทธย่างกรายเข้าไป ซึ่งมารตาก็ยอมออกมาแต่โดยดีแม้จะขัดใจอยู่บ้างเพราะคนที่ถูกผูกมัดกับขื่อเตรียมทำคลอดก็เป็นบุรุษเพศแต่แค่มีศักดิ์เป็นเมียเขาเท่านั้น

ก่อนที่ป้าแดงจะดึงปิดบานพับประตูไม้อ๊อดก็แหวกฝูงชนเข้ามาได้ทันที่จะยื่นตะกรุดปลุกเสกที่ห้อยคออยู่ทุกค่ำคืนให้

“เอ้านี่จ้ะป้า...สวมให้เทหะยักษาหนา มันจักได้ช่วยคุ้มครองให้รอดปลอดภัย”

ป้าแดงรับของชิ้นนั้นมาแล้วยิ้มแทนคำขอบคุณให้เด็กน้อยต่างเผ่าพันธุ์ก่อนปิดประตูลงกลอนแน่นหนา  

กลับกลายเป็นว่ายามนี้ทหารทั้งหลายต้องยืนให้สตรีในรั้วในวังทำแผลให้ลางแจ้งหลังจากช่วยกันติดคบเพลิงรอบอาณาบริเวณเสร็จ เหล่าอำมาตย์และไพร่ไม่ยอมกลับเรือนไปพักผ่อนกันต่างอยู่ร่วมด้วยช่วยกันส่งแรงใจให้อดีตจอมกษัตริย์ได้ผ่านเหตุการณ์ยากเข็ญนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

และท้าวมารตาก็กลายเป็นจุดศูนย์รวมหัวข้อสนทนาทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ความฉาวโฉ่ที่ไม่ว่าเมื่อไหร่พวกหัวหงอกก็ทำใจยอมรับได้ยากยิ่งในเรื่องที่ขัติยวงศ์ทั้งสองเสพสังวาสกันจนทรงครรภ์ก่อนอภิเษก ลามไปถึงการอภิเษกสมรสที่ดูไม่มีทีท่าจะเกิดขึ้นเลย และอื่นๆอีกมากมายที่เหล่ามนุษย์และวานรที่ยืนใกล้ๆได้แต่เหลือบมองอย่างฉงนใจเป็นที่สุด

ทำไมยักษ์พวกนั้นถึงไม่ประหลาดใจที่พี่น้องร่วมสายเลือดร่วมรักกันจนทรงครรภ์ล่ะ...หรือว่ามันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ไม่ได้ผิดแผกอันใดของทางคีรีกัณฑ์ แค่คิดเล่นๆว่าเรื่องบัดสีบัดเถลิงนี้ก่อเกิดในอาณาจักรตนชาวบ้านได้นินทากันไปสามบ้านแปดบ้านในความไม่เหมาะไม่ควรนี้แน่ แถมเรื่องท้องก่อนแต่งนั่นอีกยิ่งแล้วใหญ่ บวกลบเข้าด้วยกันแล้วอย่างน้อยๆก็โดนประนามจนตัวตายนั่นแหละ

แต่คนที่นี่กลับไม่ทุกข์ร้อนในเรื่องนั้นแถมยังยืนเอาใจช่วยกันเนืองแน่นตำหนักไปหมด นี่ได้ข่าวล่ามาเร็วจากกองทหารด้านหน้ามหาราชวังามีประชาชนยักษ์อีกหลายพันคนมาร่วมกันจุดเทียนถวายพระพรให้คนที่กำลังทำคลอดรอดปลอดภัยอีกด้วย

เป็นนครที่มีแต่เรื่องให้ประหลาดใจจริงๆ…

ไชยราเมศได้แต่คิดอยู่อย่างนั้นก่อนจะต้องขมวดคิ้วมุ่นเมื่อรู้สึกถึงสายตาของใครบางคนที่จับจ้องมองตนอยู่ หากเป็นเป้าซ้อมยิงป่านนี้ธนูคงปักทั้งเรือนร่างเขาไปแล้ว

“มีอันใดใยมองหน้าข้าเยี่ยงนั้นฟงเอ๋อ?”

เจ้าของชื่อยิ้มทะเล้นให้ยามเห็นว่าถูกจับได้ สลัดอากาศหนุ่มแสร้งยกมือขึ้นไพล่ศีรษะแล้วฉีกยิ้มยียวน

“กำลังคิดว่าคงดีไม่น้อยหากบุรุษแดนมนุษย์จะมีมดลูกเยี่ยงสตรีบ้าง เพลาใดที่พึงใจบุรุษด้วยกันเองจะได้ไม่ต้องกังวลว่าจักไม่มีผู้ใดสืบสกุล” คำพูดแทะโลมอย่างน่าไม่อายเรียกฝ่ามือกษัตริย์แห่งรามเทพนครไปป้าบใหญ่

มารตาที่ยืนกอดอกปักหลั่นอยู่หน้าประตูไม้แทบไม่ได้สนใจการสัพยอกของสหายร่วมรบ การแสร้งยืนท่าเดียวกันเพื่อล้อเลียนของกุฬสูรหรือกระทั่งการเพ็ดทูลว่าสร้างเรือนทารกานต์เสร็จแล้วเลย จะมีก็แต่ห้วงคำนึงถึงคนภายในหอนอนเท่านั้น ป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่อาจทราบ

ยิ่งเสียงคำรามก้องอย่างเจ็บปวดดังออกมามากเท่าใดใจก็เต็มโครมครามมากเท่านั้น มันเป็นความรู้สึกที่ผสมปนเปไปกับความห่วงหาและตื่นเต้นในคราเดียวกัน

การเป็นบิดาของผู้คนมันรู้สึกอย่างไรนะ แล้วเด็กน้อยผู้นั้น…

“อุแว้!!!” เสียงทารกน้อยร้องไห้ระงมดังแทรกผ่านเสียงคำรามอย่างทรมานออกมาให้ผู้ที่อยู่ด้านนอกได้โห่ร้องกึกก้องอย่างยินดีปรีดา รวมไปถึงท้าวมารตาด้วย อสุราสีชาดแทบจะกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่อยู่ จากที่ยืนสั่นเป็นหนูติดจั่นอยู่แล้วยิ่งลนลานกว่าเก่า เดินเกาะแกะไปมาหน้าประตูไม้จนแทบจะสิงเข้าไปในนั้นได้อยู่แล้ว

“แว้!!!” อีกทารกโทนแหลมสูงกว่าแผดเสียงตามมา ส่งผลให้ไพร่ฟ้าหน้าใสและนายบ่าวจ้องหน้ากันอย่างตื่นเต้น

ฝะ...แฝดเชียวหรือ น้ำดีเหลือเกินท่านท้าว!!

ครานี้เสียงกู่ร้องสรรเสริญดังขึ้นพร้อมกับอีกฟากแสนไกล อันเป็นกระแสเสียงจากประชาชนที่จุดเทียนถวายชัยอยู่รอบนอกบรมหาราชวังที่ได้รับทราบข่าวดีกันถ้วนหน้า

ป้าศรีจันทร์ที่ขอที่ทางเข้ามาหน้าตำหนักเดินไปถวายบังคมฝ่าพระบาทที่ดูตื่นเต้นกว่าใครเขา นางยิ้มยิ้มกว้างอย่างเป็นสุขไม่ต่างจากคนทุกผู้ สายตานางเปี่ยมไปด้วยความเอ็นดูทั้งคนที่พยายามอยู่ภายในและคนที่อดทนเฝ้ารออยู่ด้านนอก ซาบซึ้งและภูมิใจกับพัฒนาการความสัมพันธ์ของคนทั้งสองไม่ต่างอะไรกับเป็นพระมารดาที่คลอดทั้งสองพระองค์ออกมาเองเลยด้วยซ้ำ

“ท่านท้าววางแผนจักทำอะไรต่อไปเจ้าคะ?” ป้าศรีจันทร์ถามขึ้น และคำตอบจากท่านท้าวก็ทำเอานางยักษ์เฒ่ายิ้มแก้มปริมากกว่าเก่า

“ไม่รู้สิ...คงตระเตรียมคำหวานไปขอเมียภิเษกกระมัง”

“งั้นป้าจักช่วยอีกแรงเองเจ้าค่ะ…”

ขุนนางอำมาตย์ นายทหารและนางกำนันรอบนอกที่ได้ยินรับสั่งนั้นก็พร้อมใจกันเอ่ยว่า

“พวกข้าจักช่วยเองขอรับ!!!!/เจ้าค่ะ!!!!”

มารตายกนิ้วชี้จ่อปากเชิงบอกให้คนทุกผู้ลดเสียงลงก่อนที่แผนการของตนจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป ก่อนจะเป็นฝ่ายหลุดหัวเราะออกมายกใหญ่กับท่าทางยกมือขึ้นมาอุดปากกันอย่างพร้อมเพรียงของบ่าวไพร่ พสกนิกรชาวยักษ์มองหน้ากันแล้วอดจะหัวเราะตามท่านท้าวไม่ได้

ภาพความสุขรอบด้านทำให้มนุษย์และวานรรอบด้านได้ประจักษ์ในอีกแง่มุมที่ไม่เคยพานพบมาก่อน

“เหล่ายักษ์ก็ไม่ได้ทำเป็นแต่เข่นฆ่าผู้คนแฮะ...”

จักรื่นเริงสังสรรค์กันก็ทำได้...ทำได้น่าดูชมไม่แพ้แดนดินใดเลยด้วย


--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วี้ดๆมาลงเพิ่มแล้วจ้ะ สุขสันต์วันหยุดยาวๆอีกวันไปเลอ 5555 เรื่องนี้มีทั้งหมด 25 ตอนจบนะคะ ฝากเม้นติชมด้วยค่า 1 เม้น 1 ล้านกำลังใจเด้อ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 91 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

395 ความคิดเห็น

  1. #390 Mamimilky (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 19:13
    คือแบบ...มีความสุขอ่ะ น้ำตาจะไหล;-;
    #390
    0
  2. #324 saifahh (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 18:24

    ตายโหงเเล้วค่าาาาา อร้ายยยยย เเฝดด้วยไง อะไรจะน้ำยาดีเบอร์นั้น

    #324
    0
  3. #313 lil angel ♡ᐩ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 15:10
    ได้แฝด! กรี้ดดดดด น้ำดีเหลือเกินค่ะ555555 ครอบครัวสุขสันต์ไปอีกงุ้ย <3 ปล.อยากเห็นฉากในห้องคลอดเหมือนกันค่ะ ; - ;
    #313
    0
  4. #312 ammykjd (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 22:21
    แฝดเธอแฝดดดด
    #312
    0
  5. #311 Chayeanalie (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 20:56
    แฝด แฝด แฝด น้องแฝดดดดด
    #311
    0
  6. #310 เ ส้ น ท า ง สี เ ท า (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 20:46
    อยากเห็นฉากตอนคลอดอ่าาา
    น้ำดีเกิน(?)เจ้าค่ะ!!!!
    #310
    0
  7. #309 zxmiping (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 19:07
    มาแล้วววววววววววว /กลิ้ง ดีจังเลยค่ะดีจังงงงงงงงง ไม่ไหวแล้ววววววว
    #309
    0
  8. #308 ไอแอมอะก้อย (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 18:16
    ลูกแฝดเลยหรอ น้ำดี จริงๆ
    ความ สตรอง ของคุณแม่ลูกอ่อน
    คือ ฆ่าตัวการ เสร็จ ไปคลอดลูกต่อ 55+

    #308
    1
    • #308-1 1230945(จากตอนที่ 26)
      14 เมษายน 2561 / 19:10
      เห็นด้วยอย่างยิ่งเจ้าคะ^v^
      #308-1
  9. #307 ๋BAMJS (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 17:04
    อยากเห็นฉากในห้องคลอดจังเลยยย อิ_____อิ ตอนนี้ก็ครอบครัวสุขสันต์แล้วหนา แฮปปี้ ๆ
    #307
    0