[จบบริบูรณ์] Fic 9 Satra : จองจำอสุรา [มารตา x ทารคา]

ตอนที่ 21 : ๑๘ : เง้างอน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,728
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    10 เม.ย. 61

๑๘

เง้างอน  

#มารตาจองจำทารคา



เยื้องชายแดนผาสิ้นเทพไปยังทิศหรดีอันเป็นพื้นที่รกร้างที่เหล่าหมอผีจากทั่วทุกสารทิศปักหลักอาศัยอยู่พวกเขาเรียกขานสถานที่แห่งนี้ว่าชุมนุมคงกระพันอันตั้งมาจากชื่อเสียงเรียงนามของผู้สืบทอดเชื้อสายมนต์ดำแห่งขอมคนสุดท้ายอย่าง ‘อาจารย์คง’

วันทุกวันมีแต่ความเงียบสงบเพราะผู้คนต่างแยกย้ายกันไปนั่งกรรมฐานจะมีก็วันนี้แหละที่อึกทึกครึกโครมจนอาจารย์คงต้องละจากสมาธิมาเพ่งสายตามองสานุศิษย์ที่เปิดประตูฟางเข้ามาโดยไม่รออนุญาตพลางคุกเข่าประนมมือไหว้เหนือหัวด้วยสีหน้าตื่นตระหนกสุดๆ

และมันคงไม่ใช่เรื่องดีแน่...

“ท่านอาจารย์วิญญาณอียักษ์ขิณีมันหลุดรอดไปได้ขอรับ เราจักทำเช่นไรดี!” แดงศิษย์ก้นกุฏิละล่ำละลั่กรายงานสถานการณ์และใจความนั้นก็ทำเอาหมากพลูที่หวานลิ้นพลันฝืดเคืองเสียจนคงต้องถ่มมันทิ้งแล้วเปลี่ยนมานั่งขัดสมาธิเพ่งพิจารณาอย่างเคร่งเครียด

“กูกะแล้วเชียวว่ามันต้องไม่ใช่วิญญาณเร่ร่อนธรรมดา”

“อิทธิฤทธิ์มันเยอะนักเห็นจะมีอาคมบางอย่างที่เราไม่รู้จักด้วยขอรับ” ขวัญ ชายหนุ่มอีกคนรีบเสริมรับ

คงนึกฉงนใจ ไฉนวิญญาณที่ดวงจิตแรงกล้าและอาคมมากมีเช่นนั้นถึงร่อนเร่พเนจรราวกับไร้ที่พักพิงได้ และยามนี้ที่จู่ๆก็สำแดงเดชจนหนีไปจากเหล่าสานุศิษย์เขาได้นี่เป็นเพราะหยั่งรู้ถึงเรื่องสำคัญอันใดกัน

แต่มันไปก็ดีแล้วหากให้มันอยู่ที่นี่มีหวังสร้างเรื่องฉิบหายให้ชาวเราเเน่

“ปล่อยมันไป เป็นได้มากสุดก็เพียงวิญญาณเร่ร่อนเท่านั้นแต่ถ้ามันอยากกลับมาลองดีกับข้านัก ข้าก็จะจัดให้ กว่านางจะกลับไปพักฟื้นดวงจิตจนหายเป็นปกติยามนั้นข้าคงได้ดวงวิญญาณของยักษาตนนั้นมาไว้ครอบครองแล้ว ทีนี้เถอะมึง...จะยักษ์หน้าไหนข้าก็ไม่หวั่นหรอก!” อาจารย์คงหัวเราะลั่นอาศรม คำว่ายักษาเรียกสายตาขวัญและแดงให้หันไปสบกับดินปั้นรูปอสุราตัวกระจ้อยที่ถูกราดด้วยโลหิตสดๆมันมีเรือนผมสีเพลิงมัดพันไว้ล้อมรอบ

หากสาปส่งจันทร์แรมสัมฤทธิ์ผลจริงดังคำท่านอาจารย์ เผลอๆทั้งชุมนุมคงกระพันจะได้เป็นใหญ่ในพระนครฤาไม่ก็อาจได้ยศได้อย่างในราชสำนัก เชื่อได้เลยว่ายามนั้นคงไม่มีกษัตริย์หน้าไหนกล้าเป็นปรปักษ์กับท่านอาจารย์คงเป็นแน่

ทีนี้ล่ะทุกดินแดนจักต้องสยบแทบเท้าชาวเรา

“อีก 5 จันทร์แรมเท่านั้น…” อาจารย์คงย้ำมั่น ดวงตาทอดสบกับผืนฟ้ามืดทึมไร้แสงจันทร์สาดส่อง

อีก 5 จันทร์แรมข้าจักได้เป็นใหญ่ในปฐพี


…..

….

..

.



คาราวานคีรีกัณฑ์เคลื่อนขบวนอย่างต่อเนื่องแม้นเวลาจะล่วงเลยมาถึงดึกดื่นค่อนคืนแล้วเพราะคำสั่งเด็ดขาดของผู้ครองนคร

และคนสั่งการก็นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่บนเกี้ยวทองขนาดมหึมาที่มียักษาหลายสิบตนช่วยกันแบกหาม

“...เฮ้อ!” เสียงถอนหายใจดังออกมาจากม่านไหมสร้างความฉงนสงสัยแก่รอบนอกยิ่งนักแต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าทักถามขึ้นมาจึงได้แต่ปล่อยให้คนที่จมปลักกับห้วงความคิดของตนเองครุ่นคิดอยู่อย่างนั้น

ทำไมท่านถึงไม่บอกข้า...

คำถามนี้ติดอยู่ในห้วงความคิดอสุราสีชาดไม่รู้จบ เหตุใดคนที่ไม่เคยไว้หน้าใครจึงไม่ปริปากพูดถึงเรื่องนี้ยามถูกย่ำยีหยามเกียรติ

รึเพราะเห็นว่าเขาโง่เขลาเบาปัญญาเกินกว่าจะพินิจพิเคราะห์อะไรได้ถึงอมพะนำจนเรื่องราวมันบานปลายขนาดนี้...ถ้าเช่นนั้นแล้วมันก็ไม่ใช่ความผิดของเขาแต่เพียงผู้เดียวไหมเล่า!

มารตานึกโทษคนอายุมากกว่าอยู่อย่างนั้นแม้นจะรู้ดีแก่ใจว่าหากเชษฐาบอกความจริงในยามที่ความรักมันบังตาจนมืดบอดเขาอาจกระทำรุนแรงกว่าที่ลงมือมาเพราะผูกใจเจ็บว่าทารคาใส่ร้ายบุหงาเพิ่มก็เป็นได้

“เฮ้อ…” เป็นอีกครั้งที่มารตาทอดถอนใจ ความจริงยังคงหนักอึ้งจนไม่อาจปล่อยผ่านแต่ส่วนลึกกลับรู้สึกได้ถึงความลิงโลดที่ไม่สมควรจะก่อเกิดขึ้นในยามนี้เลย

ราวกับหัวใจรอคอยโอกาสนี้มาแสนนาน...โอกาสที่จะได้ปลดปล่อยความรู้สึกที่แน่นขนัดอยู่ในอกโดยไม่มีข้อแม้ใดมาหักล้าง

ถามว่าทุกข์ใจรึไม่ที่รู้ซึ้งว่าคำหวานจากสตรีแดนมนุษย์ที่เคยพร่ำหลงใหลคือคำลวงทั้งหมดเขาก็คงตอบว่าไม่ เขารู้และเชื่อมั่นเสมอว่าต้องมีสักเสี้ยวหนึ่งในใจบุหงาที่รู้สึกพึงใจต่อเขาและมันคงเป็นความรู้สึกที่นางไม่คาดคิดว่าจะก่อเกิดมาก่อน ทำไมเขาถึงมั่นใจน่ะเหรอ...ดวงตานางมันฟ้องทุกสิ่งและการที่นางตั้งมั่นจะหนีความจริงไปใช้ชีวิตที่ห่างไกลสภาพแวดล้อมเดิมกับเขาก็บอกทุกสิ่งแล้วว่านางเองก็อยากยุติความสัมพันธ์ที่มีภารกิจแฝงเร้นนี้แล้วมาเริ่มต้นทุกสิ่งใหม่ไปพร้อมกับเขา

แตกต่างจากตัวเขา...ที่เริ่มต้นมอบความรักให้บุหงาเพราะรู้สึกผิดบาปต่อความรู้สึกที่ก่อเกิดแก่คนในสายเลือดเดียวกัน เขาพยายามทุ่มเททุกอย่างให้บุหงาเพื่อไม่ให้หลงเหลือใจใดไปคนึงหาทารคาอีกแต่สุดท้ายโชคชะตาก็เล่นตลกซ้ำซาก

สรรหาโศกนาฏกรรมมาทำให้เขาต้องพังความต้องการส่วนลึกออกมาฟาดฟันใส่คนที่รักดั่งแก้วตาดวงใจ เขารู้ดี...รู้เสมอว่าหากไม่ใช่ความเคียดแค้นก็ไม่มีเหตุผลใดมาอวดอ้างเพื่อกระทำสิ่งที่พึงใจต่อพระเชษฐาอีกแล้ว

จนเมื่อเขาได้รู้ในวันนั้น...วันที่ทารคาจับไข้แล้วเพ้อระบายทุกสิ่ง วันที่เขาได้ประจักษ์ว่าพี่ชายแท้ๆของตัวเองก็รู้สึกไม่ต่างกันเลยแม้แต่น้อย ม่านปราการที่เพียรปั้นสร้างว่าทุกการกระทำมันก่อเกิดจากความคั่งแค้นพลันทลายลงไม่เป็นท่า ยิ่งยามนี้ยามที่หมดข้อโต้แย้งเรื่องบุหงาไปอีกข้อก็ไม่มีเหตุผลใดหลงเหลือมาหักล้างต่อความรู้สึกมากมายเหล่านี้อีกเลย...บางทีนี่อาจเป็นสาเหตุของความสับสนทั้งหมด

ดีใจที่จักได้เลิกหลอกตัวเองสักที...และกลัดกลุ้มใจที่ได้ย้อนนึกถึงสิ่งที่ตนกระทำลงไป มันเลวร้ายเสียจนแม้แต่ตัวเขาเองยังคิดไม่ตกเลยว่าหากตนเป็นผู้ถูกกระทำจะสามารถปั้นหน้าเสวนาต่อกันยังไงไหว

แถมคนๆนั้นคือเทหะยักษา...ผู้ที่รักเกียรติยศตัวเองยิ่งกว่าชีวิตตนเอง คำพร่ำวอนขอให้คร่าชีวิตทิ้งยังติดตรึงอยู่ในใจไม่รู้ลืม มันทำให้รู้ว่าเขาต้องเลวร้ายในสายตาพระเชษฐาเพียงใดบุรุษที่ไม่เคยครั่นคร้ามต่อสิ่งใดถึงได้โหยหาความตายมากกว่าการมีชีวิตอยู่ร่วมกับเขานัก

คิดมาถึงตรงนี้มารตาก็อดจะถอนหายใจออกมาอีกหนไม่ได้

คนเราเขาว่ามีทั้งดีทั้งร้าย...แต่ดูจากเรื่องราวเลวบัดซบที่อีรุงตุงนังอยู่ตอนนี้มันเหมือนว่าเขาคงจะใช้แต้มบุญเก่าหมดมันทุกชาติแล้ว

ต่อแต่นี้ก็คงเหลือแต่ความฉิบหายวายวอดเข้ามา

คนรับรู้ชะตากรรมตัวเองเอนกายลงกับเขนยเคียงแล้วได้แต่คิดหาคำพูดไปขอขมาคนที่ป่านนี้คงนั่งตีหน้าบึ้งตึงอยู่ในตำหนักเกษอาชาแต่ไม่ว่าจักคิดอย่างไรก็ไม่มีถ้อยคำไหนทำให้หลุดรอดไปจากเหตุการณ์ร้ายแรงนั้นได้เว้นเสียแต่เรื่องหนึ่ง…เรื่องที่เขาอาจต้องทำให้ถูกต้องก่อนสิ่งใดทั้งหมด

...มันคงถึงเวลาแล้ว


…..

….

..

.



กว่าจะกลับถึงนครก็ปาเข้าไปเกือบสองยามแต่ไฟจากตะเกียงในตำหนักซ่อนชู้กลับยังสว่างไสว

ป่านนี้ท่านพี่ยังไม่นอนอีกรึ…

จากที่ว่าจะแอบมาดูหน้าคนท้องยามหลับใหลสักประเดี๋ยวแล้วจะกลับไปพักผ่อนกลับต้องยืนจังงังด้วยความฉงนใจอยู่หน้าตำหนัก และอาฮินจายาก็เปิดประตูออกมาพอดิบพอดี เมื่อเห็นว่าผู้ใดยืนปักหลั่นอยู่ด้านนอกนางก็รีบคุกเข่าลงเพื่อถวายความเคารพแล้วละล่ำละลั่กถาม

“ท่านท้าว...มีเรื่องด่วนอันใดหรือเจ้าคะถึงได้มาดึกดื่นปานนี้”

“พวกเจ้าสิไฉนยังไม่หลับนอน…” มารตาถามกลับ ระหว่างนั้นก็แอบชะโงกหน้าไปสอดส่องหาคนที่หมายมั่นจะแวะเวียนมาดูอาการก่อนจะต้องเอี้ยวตัวหลบกระโถนอิฐที่เขวี้ยงออกมาแทบจะทันทีที่วรกายสีแดงชาดยื่นเข้าไปให้คนภายในได้เห็น

“อาฮินจายาเจ้าจะเปิดประตูทิ้งไว้ให้หมามันขึ้นมานอนร่วมเตียงข้ารึไง!!”

มารตาลอบมองดวงหน้าซีดเผือดของอาฮินจายาขณะเจ้าหล่อนค่อยๆคลานไปปิดประตูไม้ให้นายเหนือหัวที่เม้งแตกมันได้ทุกเรื่องตั้งแต่อุณหภูมิของโอสถลามมายังสารพัดยุงที่เข้ามาสร้างความวุ่นวายจนหลับนอนไม่ลงมาจนป่านนี้ นี่ก็ทุเลาลงบ้างแล้วเพราะกางมุ้งให้แต่พอท่านเห็นว่าเปิดประตูทิ้งไว้ก็ลามมาด่าบ่าวปาวๆอีก

เอ๊ะ...รึเพราะเห็นคนที่หายหน้าหายตามานานเข้าเยี่ยมเสียดึกดื่นก็ไม่รู้

แต่อย่างว่าล่ะจะคาดเดาอะไรได้กับอารมณ์คนท้องไส้เล่า...คิดไปก็ปวดกบาลเปล่าๆ

“......” มารตายืนค้างอยู่ด้านนอก เขาไม่มั่นใจว่าควรเข้าไปต่อกรกับอารมณ์ผีเข้าผีออกของคนท้องรึไม่ ขนาดเห็นเพียงเสี้ยวหน้ายังด่าทอพาดพิงถึงสุนัขปานนั้นแล้วถ้าเข้าไปรบกวนยามนี้จริงๆไม่ถูกสั่งให้หมอบคลานเป็นสัตว์สี่ขาเลยหรือ

แต่…

ความคิดทุกอย่างพลันชะงักงันยามมารตาเหลือบมองกระชายและใบกะเพราในมือ เขาสั่งให้คนไปเด็ดตามชายแดนรามเทพมาเนื่องจากฝากฝั่งคีรีกัณฑ์ไม่มีพื้นที่อุดมสมบูรณ์พอจะปลูกพืชผักใดได้

“เจ้าเอาสิ่งนี้ไปบดแล้วต้มเสีย” สุดท้ายความเป็นห่วงและความคิดถึงที่มีเหนือห้วงอารมณ์อื่นก็ผลักดันให้มารตาส่งสมุนไพรในมือให้อาฮินจายาไปจัดแจงต้มโอสถให้คนท้องไส้ที่ได้ข่าวว่าแพ้ท้องอย่างหนักจนไม่มีแรงจะออกมาเดินเตร็ดเตร่นอกตำหนัก และไอ้การไม่หลับไม่นอนยันสองสามยามนี่ก็คงเป็นเพราะอาการเหล่าด้วย มันคงจะดีหากได้รับสมุนไพรไปช่วยขับลมให้ร่างกายยอมพักผ่อนบ้าง

“ท่านท้าว...ไม่นำโอสถไปให้ท่านทารคาเองล่ะเจ้าคะ” อาฮินจายาที่เพิ่งเริ่มติดไฟโพล่งถามทำลายความเงียบเมื่อพญายักษายังเอาแต่ยืนครุ่นคิดเงียบๆแถมมีทีท่าคล้ายจะเดินกลับไปห้องบรรทมส่วนพระองค์แทนที่จะอยู่เจอหน้าท้าวเธอเสียก่อน

ตระกูลนี้มีแต่คนปากหนักหินถ่วงรึยังไง ก็เห็นอยู่ว่าคิดถึงปานจะขาดใจจนต้องยอมถ่อสังขารหลังทรงงานเสร็จมาหาท้าวเธอถึงตำหนัก แต่สุดท้ายก็มาปิดทองหลังพระนำโอสถมาให้แล้วจักจากไปโดยไม่ทักทายกันอย่างนั้นหรือ! ท่านทั้งสองจะพูดคุยกันเพียงแค่คืนชมจันทร์แล้วจักเมินเฉยต่อกันในวันอื่นมิได้นะบ่าวไม่ยอม!

“ข้าก็จะเข้าไปอยู่นี่ไง...” มารตาตวัดเสียงห้วนทำทีเป็นดุดันต่อความขี้เสือกของนางยักษ์แต่แท้จริงแล้วแค่ทำเป็นขึงขังกลบเกลื่อนความหวาดกลัวต่อความจริงที่ต้องเผชิญเท่านั้น

คำขอโทษ...ยิ่งเอ่ยไวเท่าไรคงยิ่งดี แต่กับเทหะยักษาคงยิ่งเอ่ยเร็วเท่าใดก็ยิ่งตายไวเท่านั้น

เหมือนขึ้นอยู่กับว่าจะตายวันรึตายพรุ่ง เอ่ยยามไหนก็สาหัสสากรรจ์พอกัน!

เอาวะ! มารตาเติบใหญ่ถึงเพียงนี้แล้วจะมาหวาดกลัวอะไรกับเรื่องขี้ประติ๋วแค่นี้ ข้าไม่ใช่เด็กน้อยไร้หัวคิดดั่งที่เชษฐาพร่ำด่ามาตลอดอีกแล้ว ข้าเติบโตพอจะยอมรับความผิดพลาดและหาหนทางแก้ไขทุกสิ่ง!

หลังจากให้กำลังใจตนเองเสร็จสรรพมารตาก็กลั้นใจผลักบานประตูเข้าไปด้านใน ภาพแรกที่เห็นคือกุสราและมาหน่าคอยขึงกางมุ้งผืนใหม่เพราะเมื่อสักครู่ท้าวเธอแกเพิ่งหยิบกระโถนอิฐปาทะลุมุ้งออกไปเสียฉิบ

ขนาดท้องไส้อยู่แต่แรงไม่เคยตกเลยจริงๆ!

“คุณท้าว...” นางยักษ์ขิณีทั้งสองเอ่ยเสียงอ่อนยามเห็นว่าผู้ใดเข้ามาต่างจากคนที่นอนเกยเขนยเคียงในมุ้งซึ่งถอนหายใจออกมาเสียเหมือนเหนื่อยหน่ายเต็มประดา ท่าทีที่ดูอย่างไรก็รู้ว่าเง้างอนสุดขีดที่เขาไม่แวะเวียนมาหาหลังจากคืนชมจันทร์มันทำให้อสุราสีชาดใจชื้นขึ้นเล็กๆในเมื่ออย่างน้อยนั่นหมายถึงว่าพระเชษฐาที่ควบตำแหน่งเมียในพฤตินัยเองก็คาดหวังว่าเรื่องราวดีๆในคืนชมจันทร์มันจะถูกสานต่อให้ยาวนานอีกสักนิดแต่เขาก็ขลาดเกินกว่าจะกล้าทำสิ่งนั้น

พลาดอีกแล้วกู…

มารตาด่าทอตนเองในใจอีกหน นึกสมเพชเวทนาตัวเองไม่น้อยที่ต้องมาทำตัวไม่ถูกกับเพียงแค่เริ่มต้นบทสนทนา

แน่สิ...เมื่อความจริงเรื่องบุหงามันพลิกจากหน้ามือเป็นหลังตีนขนาดนั้นใครจะคิดคำพูดอันใดมาแก้ต่างในการกระทำร้ายกาจก่อนหน้าได้ทันท่วงทีเล่า!

“คุณท้าวเจ้าคะโอสถได้แล้วเจ้าค่ะ” อาฮินจายาที่เพิ่งเปิดบานประตูเข้ามาพบบรรยากาศวังเวงจึงตัดสินใจคุกเข่าลงด้านข้างนายเหนือหัวพลางยกโอสถชามโตขึ้นทูลถวาย กุสราและมาหน่าเองก็ช่วยเปิดมุ้งขึ้นพร้อมตรงเข้าพยุงทารคาที่นั่งตีหน้านิ่งให้ขยับมานั่งพิงเขนยเคียงดีๆเพื่อต้อนรับผู้มาเยือนยามวิกาล

รับใช้หญิงชู้มาก็มาก...พวกนางเหล่านั้นระริกระรี้จะเป็นจะตายที่ท่านท้าวอนันตามาเยี่ยมเยียนถึงตำหนัก จักดึกดื่นปานใดก็ไม่เคยปริปากบ่นติดจะชอบใจด้วยซ้ำเพราะได้มีเรื่องไปโอ้อวดกันยามเช้าว่าเป็นที่รักเสียจนจอมกษัตริย์แวะเวียนมาหายามดึก แต่ท่านทารคานี่อะไร...เห็นหน้าท่านท้าวมีอันตีหน้าพะอืดพะอมเสียยังกับบ่าวไพร่ถวายมูลให้เสวย

“ดื่มนี่สักหน่อย...มันจะช่วยให้พี่ดีขึ้น” มารตาหาเส้นเสียงตัวเองเจอในท้ายที่สุดก่อนจะตีหน้าหนาขยับไปนั่งขนาบข้างบนเตียงพลางยื่นโอสถที่ต้มจนอุ่นร้อนให้คนที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนพระแท่นบรรทม

ทารคามองน้ำใจจากคนที่ไม่เคยโผล่หัวมาดูดำดูดีตนเกือบสัปดาห์แล้วได้แต่พ่นลมหายใจอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าอีกฝ่ายจะทำตัวเหมือนมิมีเรื่องราวบาดหมางหรือเรื่องราวใดเกิดขึ้นในคืนชมจันทร์

ปล่อยให้ข้านั่งเพ้อนั่งฝันไปเองราวกับคนสติไม่สมประดี! คอยห่วงหาว่าน้องโง่อาจโหมงานจนล้มหมอนนอนเสื่อจนไม่มีแรงย่างกรายมาหา รึคอยเฝ้าคิดไปเองว่าเด็กเนรคุณนั่นมันจะเข้ามาทวงถามถึงสิ่งที่มันมาสร้างเอาไว้ในร่างกายข้าบ้าง...แต่ไม่มีเลย! ไม่มีแม้แต่เงาหัวมัน!

ข้าไม่ได้คิดถึงเจ้าเลยไอ้เด็กเหลือขอ! ข้าแค่คิดว่าเหตุใดเจ้าถึงกล้าเมินเฉยในเรื่องที่ปุถุชนคนธรรมดาเขาคิดเขาทำกัน!

ยิ่งคิดยิ่งโมโห ยิ่งนึกยิ่งเดือดดาล ดั่งไฟสุมทรวงในอกคนอารมณ์แปรปรวนมาทั้งสัปดาห์พอเจอต้นตอของมวลอารมณ์ทั้งหมดภูเขาไฟก็ระเบิดเป็นจุลมันเสียตรงนั้น

“ข้าไม่หิว”

เผียะ!

ฝ่ามือที่ไร้พันธนาการปัดแก้วโอสถในมืออสุราชาดร่วงลงพื้นจนแตกละเอียด

“ว้าย!”

“ตาเถรหก!”

มารตามองโอสถที่ถูกปัดทิ้งอย่างไร้เยื่อใยไม่ต่างจากนางยักษ์ทั้งสามที่จ้องจะโก่งโค้งลงไปเก็บกวาดแต่ก็ถูกเจ้าของเรือนยับยั้งไว้

“พวกเจ้าไม่ต้องเก็บ”

“แต่ท่านทารคาเจ้าคะ…” มาหน่าละล่ำละลั่กเอ่ยแต่ก็จำต้องหยุดการกระทำลงเมื่อเจอรังสีอำมหิตจากท้าวเธอที่จู่ๆก็นวยนาดลงมาจากพระแท่นบรรทม เท้าย่างก้าวมาเหยียบเศษแก้วจงใจออกแรงกดจนส่วนคมบาดลึกจนได้เลือด มารตาเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงไปสำรวจทันทีที่กลิ่นคาวเลือดลอยเตะจมูกก่อนเท้าสีเขียวครามไม่ต่างจากสีวรกายส่วนอื่นจะถูกยกขึ้นมาเสมอดวงหน้าสีชาดและนั่นทำให้มารตาจำต้องเงยขึ้นมองหน้าคนอารมณ์แปรปรวนอย่างสับสนก่อนคิ้วเข้มจะกระตุกถี่รัวยามมองเห็นรอยยิ้มเหยียดบนริมฝีปากอิ่ม และท้ายที่สุดคำพูดหยามเกียรติที่หลุดรอดออกมาก็แถลงไขทุกสิ่ง

“เลียสิ...เดรัจฉานอย่างเจ้าถนัดทำความสะอาดด้วยวิถีนี้ไม่ใช่หรือ?”

เมื่อเจ้าไม่อยากสานต่อเรื่องในคืนชมจันทร์ งั้นเราก็มาสานต่อถึงความอัปยศอดสูที่ก่อเกิดก่อนหน้าก็แล้วกัน

ในเมื่อความสัมพันธ์ไร้ชื่อเรียกของเรามันเกิดมาจากความคั่งแค้น มันจะผิดอันใดที่เขาจักคืนสนองทุกความอับอายให้คนที่กระทำย่ำยีตนมาตลอดบ้าง!

ทารคายิ้มเยาะก่อนรอยยิ้มที่มีจะเริ่มค้างเติ่งและค่อยๆเหยียดคลายเป็นเส้นตรงยามสัมผัสถึงความอุ่นจากฝ่ามือสีชาดที่โอบอุ้มอุ้งเท้าเขาอย่างทะนุถนอมจากนั้นก็ค่อยๆก้มลงจุมพิตแล้วใช้ปลายลิ้นร้อนชื้นโลมเลียคราบโลหิต จูบซึมซับจนมันสะอาดหมดจด

บ่าวทั้งสามยกผ้าแพรที่พันบ่าขึ้นปิดปากอย่างตกอกตกใจแต่ในขณะเดียวกันก็ไม่อาจกลั้นยิ้มที่ฉีกจนเกือบจะถึงใบหูได้

จะมีกษัตริย์สักกี่คนกันที่ยอมลดเกียรติมาโลมเลียเท้าผู้อื่นต่อหน้าธารกำนัล นี่ไม่ได้เรียกเพียงความรักแล้ว...นี่เรียกเถิดทูนเหนือหัวเลยเจ้าข้าโว้ย!!

ทารคายืนตัวแข็งทื่อ อาการเง้างอนที่มีมลายหายวับไปกับตาหลงเหลือเพียงความประหม่าที่แทรกซึมเข้ามาจนใจสั่นหวั่นไหว แม้กระทั่งสัมผัสอ่อนนุ่มจากการผูกผ้าพันแผลให้อย่างเบามือก็ไม่อาจทำให้คนถนัดใช้กำลังหลุดจากห้วงภวังค์ได้จนกระทั่งมารตาจัดแจงทำแผลให้คนนิ่งอึ้งจนเสร็จแล้วจัดการนำฝ่าเท้านั้นมาวางพาดบนเข่าตน ดวงตาสีฟ้ากระจ่างแสนจริงจังเลื่อนขึ้นสบกับนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความสั่นไหวก่อนเอ่ยในสิ่งที่หมายมั่นว่าจะทำมาตลอดการเดินทางโดยไม่คำนึงถึงว่าจักมีนางยักษ์โพกผ้าสามสีนั่งสลอนเป็นสักขีพยานอยู่

“แต่งงานกับข้านะ...ทารคา”



------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


มาลงดึกๆดื่นๆ แฮ่ มัวแต่ติดละคร แค่กๆ ไม่มีอะไรมากกัดผ้าไปเขียนไปมากค่ะตอนนี้งื้อ ไม่ไหวแล้วโฮกกใจบ่าวแทบสิ้นสลายเสียตรงนี้555 เห็นว่าช่วงนี้น้องๆมหาลัยสอบกันสู้ๆนะจ้ะพี่เป็นกำลังใจให้ ฮึบๆ ตั้งใจอ่านหนังสือกันด้วยนะอย่างมัวแต่อ่านฟิค-- 555 สุดท้ายฝากเม้นติชมเหมือนเดิมค่ะ หนึ่งเม้นหนึ่งล้านกำลังใจนะจ้ะ

#มารตาจองจำทารคา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

395 ความคิดเห็น

  1. #286 Mamimilky (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 12:05
    เชี่ยยยยยยย คือก็เขินนะเว้ย แต่แบบ....ที่คุณพี่เขาโดนกระทำมาก่อนหน้านี้ละ55555 เล่นตัวก่อนนิดนึงได้ม่ะ
    #286
    0
  2. #248 teeruk1861 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 22:28
    สนุกค่ะ
    #248
    0
  3. #247 prapapormsr (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 21:55
    มาต่อโดยด่วนนน
    #247
    0
  4. #246 Pen pink (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 13:15
    ง้อออออออ ง้อเเล้วน้าาา
    #246
    0
  5. #245 Pinkk88 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 10:19
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด //ตายอย่างสงบสักที อะ เฮือก! ลาก่อนทุกคน~
    #245
    0
  6. #244 phonphimon0123 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 09:52
    เขินแทน >////<
    #244
    0
  7. #243 SW_Nadear (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 08:29
    อ๊ากกกกกกกก ฟหกด่าสวฟหดสดา เขินเว้ย!!
    #243
    0
  8. #242 jack forch (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 08:18
    นอนตายอย่างสงบศพสีชมพูค้าาาาาาาา โฮรกกกกกก
    #242
    0
  9. #241 ammykjd (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 06:44
    เขินนนน
    #241
    0
  10. #240 -win (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 03:55
    ยังไปดูอีกคู่บ้าง
    #240
    0
  11. #239 Minaoka Nanao (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 02:37
    วิญญาณยักษี? กาณีชารึ? มิใช่ว่ารู้ว่าท่านจ้าวมีอันตรายเลยรีบร่อนมาหานะ จะฝากความหวังไว้ที่ท่านนะ ช่วยท่านจ้าวให้ได้เล่า

    ปล.บทจะกล้าก็ขอแต่งงานเลยรึพี่เบิ้ม
    #239
    0
  12. #238 break1999 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 02:20
    ท่านเจ้าต้องเล่นตัวเจ้าค่ะ อีน้องทำไว้แสบหลายตอนต้องเอาคืน
    #238
    0
  13. #237 Wanatchapron (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 01:13
    กรี๊ดด ฟินจิกหมอนขาดค่าา
    #237
    0
  14. #236 zxmiping (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 00:33
    พลาดอีกแล้วกู...ก็ขำท้องแข็ง แล้วก็มา "แต่งงานกับข้านะ...ทารคา" ...ก็เล่ยเอาช็อคไปพร้อมๆกับท่านจ้าว ... มารตายักษ์บ้า!!! กรี๊ดดดดดดด สติแตกแล้วเจ้าค่ะ แงงงง้ เขิน เขิน เขินนนนนน เขินเกินไปแล้วววว /บิดผ้าห่ม กัดแน่นๆ >//////<
    #236
    0
  15. #235 Hoiratom (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 00:32
    ขอแต่งงานแล้วว เขิลลลล บิดตัวแรงงง>\\\<
    #235
    0
  16. #234 Faerwell_Blacker (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 00:31
    หวี้ดดดดดดด!!! จะโดนยันยอดหน้าไหมหนอออ
    #234
    0
  17. #233 Etadius (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 00:23
    ดีต่อใจมากมายค่าาาา
    #233
    0