ลิขิตกุมภีร์ :: ฟิคไกรทอง :: [ชาละวัน x ไกรทอง]

ตอนที่ 80 : กำราบกุมภีล์ : ตอน ๑๓ (๑/๒)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 346
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    17 ก.ย. 63

ไกรทองจูงไกรลาสไปตามเส้นทาง ฉุกคิดไม่ตกว่าเหตุใดเดโชถึงแสดงท่าทีเป็นห่วงมนุษย์คนนึงได้มากขนาดนั้น ทั้งที่อีกฝ่ายเคยชิงชังมนุษย์มาก่อน

“ลุงเดโชไปไหนหรือขอรับแม่” ไกรลาสถามขณะชูมือขึ้นฟ้าให้แม่อุ้ม ไกรทองก็อุ้มแต่โดยดีแล้วเอ่ย

“คงมีธุระกับขุนนางด้วยกันเองแหละลูก” แม้จะรู้ดีว่าเดโชออกจากการเป็นขุนนางมาสองปีกว่าแล้วแต่ก็ไม่รู้จะตอบลูกชายยังไงดี เพราะจากที่เห็นก็เป็นตามที่พูดไปจริงๆ 

“แต่ลุงเดโชหายตัวไปกว่าสองปีเลยไม่ใช่รึท่านแม่” 

“ถึงได้มีเรื่องพูดกันเยอะไงล่ะ” ไกรทองตอบพลางอุ้มไกรลาสไปยังร้านขายขนมครก พวกเขาพึ่งกินขนมจีนกันเสร็จจึงว่าจะไปหาของหวานกลั้วปากสักหน่อย 

ทางฝั่งเดโชก็คึกคักไม่แพ้กัน 

ทั้งสองเดินไปหาหมูปิ้งกินระหว่างทางนั้นก็ต้องหยุดชะงักไปเพราะเสียงตะโกนจากพ่อค้าคนหนึ่ง

“เนื้อจระเข้ร้อนๆจ้า” 

“!...” เดโชหยุดชะงัก ขาลเองก็หยุดด้วยสีหน้าปั้นยาก 

“เนื้ออะไรนะครับลุง” เดโชถามอีกทีเพื่อความแน่ใจแต่ก็ได้รับคำตอบชวนโมโหกลับมา 

“เนื้อจระเข้จ้ะ หอมหวาน สดอร่อย พึ่งล่ามาได้เมื่อเช้านี้เอง” 

“พึ่งล่างั้นเหรอ เดี๋ยวนี้มนุษย์ยังล่าจระเข้งั้นเหรอ” เดโชพูดอย่างขุ่นเคือง บัดนี้ตวาดลั่นจนคนหันมามองตามกันหมดแล้ว แต่เดโชก็ไม่สนใจ

“เบาเสียงหน่อย” ขาลกระซิบ แต่เดโชกลับหันมาด้วยสีหน้าเอาเรื่อง 

“เจ้ารู้จักกระดากอายด้วยรึ แล้วจะให้ข้าต้องรู้สึกเช่นไรที่ต้องมารู้ความจริงว่าการสงบศึกของกุมภีล์กับมนุษย์เป็นแค่เรื่องเพ้อฝัน ความจริงแล้วเราต้องห้ำหั่นกันตลอดเวลา” เดโชเถียงอย่างหัวเสีย หันไปจะเอาเรื่องลุงเจ้าของร้านขายเนื้อจระเข้ย่างให้ได้

ดูจากขนาดเนื้อที่ได้มาก็ดูไม่มากมาย เห็นจะเป็นจระเข้เด็ก นั่นยิ่งทำให้เดโชหัวเสียเพราะแม้แต่ลูกเด็กเล็กแดง มนุษย์ผู้นี้ก็ยังไม่ไว้ชีวิต

กับเรื่องนี้เห็นทีเดโชปล่อยไปไม่ได้ พึ่งรู้สึกดีกับมนุษย์ได้เพียงสองปี เห็นว่าน่านน้ำสงบสุขก็อุ่นใจแต่ไฉนเลยความคิดทั้งหมดกลับต้องพังพินาศเพราะลุงคนเดียว 

ชาละวันรู้เรื่องนี้ก็ต้องเห็นด้วยกับเขาเป็นแน่ 

“พอได้แล้วน่า” ขาลดุเดโชเข้าให้เมื่อเห็นคนมุงดูมากมาย แต่ก็ไม่วายขัดใจที่ลุงแกทำอย่างนั้นเช่นกันถึงอย่างนั้นก็ออกปากอะไรได้ไม่เต็มที่เพราะน้ำท่วมปาก จะบอกให้เดโชแก้แค้นต่อมนุษย์ก็ไม่ได้ จะสรรเสริญลุงก็ไม่ได้อีก 

“พองั้นเหรอ เจ้าบอกให้ข้าพอทั้งที่มนุษย์ผู้นี้สังหารคนของข้าเหรอ” เดโชเริ่มเสียงดังขึ้นอย่างฉุนขาด จนแทบลืมไปแล้วว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่จะให้มนุษย์คนใดมารู้เรื่อง 

หมับ! เมื่อทำอะไรไม่ได้ ขาลก็จัดการอุ้มเดโชพาดไหล่แล้วพาเดินออกจากร้านขายเนื้อจระเข้ไปหวังให้ไปสงบสติอารมณ์ในที่เงียบๆแต่เหมือนจะไม่เป็นผลนัก 

เดโชดิ้นจนหลุดแล้วตั้งท่าจะเข้าไปพังร้านลุงแก ส่งผลให้ขาลต้องใช้กำลังคว้าเดโชมากอดรัดไว้เต็มอ้อมแขนก่อนลากออกมาจากฝูงไทยมุง

“ปล่อย! ข้าจะฆ่ามัน” เดโชดิ้นสุดแรงแต่ก็ยังต่อต้านแรงอันมหาศาลของขาลไม่ไหว 

“จะแก้แค้นกันไปมาให้ได้อะไร ข้าจะไปคุยกับลุงแกเอง” 

“สันติได้เหรอ เขาทำกับคนของข้าขนาดนั้น!” 

“ก็ต่อไปนี้ลุงแกต้องไม่ทำแล้วไง” 

“ได้รึไง ขนาดเดรัจฉานยังรู้จักข้อตกลงแล้วไฉนมนุษย์ถึงยังแหกกฏเกณฑ์เสียเอง” 

ขาลหมดคำพูดไม่รู้จะแก้ต่างอย่างไรให้มันดีไปกว่านี้ แต่ก็ปล่อยให้เดโชเข้าไปพังร้านเนื้อจระเข้นั่นไม่ได้ 

จึงได้แต่เข้าไปตำหนิติเตียนลุงเจ้าของร้านพลางบอกแก่ลุงแกว่าอย่าทำเช่นนี้อีกแทนเดโชที่หัวร้อนจนไม่รู้อะไรเป็นอะไรแล้ว 

ไกรทองที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลก็เข้าใจได้ในทันทีว่าเหตุใดเดโชถึงกริ้วขนาดนั้น

“แม่ขอรับจะปล่อยให้เรื่องมันเป็นเช่นนี้ต่อไปหรือ” แม้แต่ไกรลาสยังรู้ความ

ไกรทองมองเรื่องตรงหน้าอย่างละเหี่ยใจ ไม่อยากให้เรื่องใหญ่โตจนเกิดศึกสงครามอีกเพียงเท่านั้น 

เรื่องนี้ถ้าชาละวันรู้ก็คงหัวเสียไม่แพ้กันแต่จะทำไงได้ล่ะ ลุงแกทำผิดไปแล้วคำขอโทษก็คงช่วยทุเลาความสูญเสียนี้ไม่ได้ 

จระเข้น้อยที่ตายไปอาจเป็นลูกหลานของกุมภีล์ตนใดตนหนึ่งที่มาว่านน้ำเล่นแถวตลาดน้ำแล้วถูกสังหารมาเซ่นสังเวยเป็นอาหารมนุษย์ ครอบครัวของเด็กคนนั้นคงใจสลายถ้าได้รู้ความจริง ป่านนี้คงตามหาตัวกันให้ควักแล้ว

“เรื่องนี้ต้องถึงหูชาละวันแน่” เดโชยื่นคำขาดด้วยเสียงกร้าว ทิ้งให้ไกรทองได้แต่มองภาพนั้นด้วยความปวดร้าว


.

.

.


ลึกเข้าไปในป่าดงพงไพร อาจารย์คงหรือพระพฤหัสบดียังคงนั่งวิปัสนาอยู่ใต้ต้นไทรที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา แต่ขนาดนี้ก็ดึกจัดมากแล้วคงไม่มีใครมาหาเว้นเสียแต่ศุกราจารย์คุรุอสูรศัตรูทางพฤตินัยของคุรุเทพนั่นเอง 

“มานั่งชมวิวที่เมืองมนุษย์อีกแล้วรึ” ศุกราจารย์หรือพระศุกร์ถามขึ้น ดวงตาที่ปิดสนิทของพระพฤหัสค่อยๆลืมขึ้นแล้วถอนหายใจเมื่อเห็นว่าผู้ใดมาหา 

“คุรุอสูรอย่างเจ้าไม่อยู่กับสานุศิษย์หรอกรึ แวะเวียนมาที่นี่ทำไมกัน” 

“แวะมาดูบางคนที่ไม่ยอมกลับสวรรค์ ยังโกรธเคืองอะไรพระอินทร์อยู่รึไง” 

กับเรื่องกาลก่อนที่พระพฤหัสจำแลงกายหนีพระอินทร์มายังโลกมนุษย์ในฐานะอาจารย์คงเลื่องลือกันไม่ทั้งสวรคค์จรดบาดาล

กับเพียงแค่เพราะงอนที่พระอินทร์เอาแต่ดื่มสุราทิพย์จนหลงลืมต้อนรับพระพฤหัสที่เป็นครูบาอาจารย์ด้วยนะ กับเรื่องแค่นี้ยังน้อยใจได้มาสู่โลกมนุษย์ครานี้จะเป็นเพราะเรื่องขี้ประติ๋วแบบใดกัน

“มหาบพิตรให้ข้าลงมาดูร่างอวตารของพระองค์ว่ายังชดใช้กรรมอย่างปลอดภัยอยู่รึไม่” 

“มหาบพิตร? พระอิศวรน่ะเหรอ” ศุกราจารย์เบิกตากว้าง เรื่องที่มหาเทพมีร่างอวตารลงมาชดใช้กรรมในเมืองมนุษย์ไม่เคยได้ยินมาก่อน ถึงว่าช่วงนี้สวรรค์ดูวุ่นวายเพราะมหาเทพทรงวุ่นกับการชดใช้กรรมนั่นเอง 

“จะใครซะอีกล่ะ พระอิศวรนั่นแหละให้ข้าลงมาเฝ้าดูบุรุษผู้นั้น” 

“เขามีนามว่าเช่นไร” ศุกราจารย์เลียบๆเคียงๆถาม ได้รู้ก็เป็นต่อไม่ได้รู้ก็ไม่สอดเสือกให้มากความ 

คุรุเทพไม่คิดว่ามันเป็นความลับแต่งอย่างใดจึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“บุรุษผู้นั้นมีนามว่าขาลเป็นขุนนางใหญ่แห่งเมืองพิจิตร”


-------------------------------------------------------------------------------------


มาอัพเพิ่มแล้วค่า มาแจ้งข่าวว่าสิ้นเดือนนี้เปิดพรีกำราบกุมภีล์แล้วน้า รอบ 7 Days ก็มีเล่มเล็กแจกฟรีเช่นเคยค่า ฝากติดตามด้วยนะคะ #กำราบกุมภีล์ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,734 ความคิดเห็น

  1. #2733 Mamimilky (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2563 / 20:25
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด พอบอกว่าร่างอวตารนี่รู้เลยๆๆๆ
    #2,733
    0
  2. #2732 1412 (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 15:28

    โอ้. ไม่อยากจะเชื่อ

    #2,732
    0
  3. #2730 Sommah7777 (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 20:03
    ขาลไม่ธรรมดาจริงๆ
    #2,730
    0
  4. #2729 หญิงสาวไร้นาม (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 17:56
    กระตู้หู้~~~
    #2,729
    0
  5. #2728 Jessie2544 (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 17:54
    อหหหห ว่าละทำไมฤทธิ์เยอะขนาดต่อกรกับจระเข้ชนชั้นเดโชได้
    #2,728
    0