ลิขิตกุมภีร์ :: ฟิคไกรทอง :: [ชาละวัน x ไกรทอง]

ตอนที่ 6 : ลิขิตกุมภีร์ : ตอน ๕

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,740
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 266 ครั้ง
    1 ก.ค. 61

“ไกรทอง!...” ขุนไกรถลาไปหาลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเมื่อได้ยินเสียงสำลักน้ำจนตัวโยน เมื่อเห็นดังนั้นชาละวันจึงปล่อยร่างที่โอบอุ้มอยู่ให้กับมนุษย์ตรงหน้าก่อนปัดฝ่ามือไปมาคล้ายปัดรังควานออกจากตัว

ขุนไกรเลือกจะมองข้ามท่าทีโอหังเกินวัยนั่นไป

ยังไงเสียหากไม่มีเด็กหนุ่มนั่นเขาอาจได้พบไกรทองในสภาพย่ำแย่กว่าในตอนนี้ก็เป็นได้

ขุนไกรตรงเข้ามาดูอาการไกรทองที่ยังสำลักน้ำออกมา เปลือกตาบางเริ่มเปิดขึ้นช้าๆก่อนเด็กน้อยแสนงอแงจะเริ่มซุกเข้าหาพ่อตนเองเมื่อรับรู้ว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่

“แค่ก...พ่อ”

“ไม่เป็นไร...เอ็งปลอดภัยแล้ว” ขุนไกรกอดอีกครึ่งชีวิตของตัวเองเเนบแน่นก่อนพ่อหมอจระเข้จะหันไปสบกับเด็กหนุ่มผู้ช่วยชีวิตลูกชายตนซึ่งมีรอยแผลบาดลึกจนเลือดซิบตรงช่วงแก้มเด่นชัด คงโดนขอบไม้ของท่าน้ำบาดเอายามอุ้มไกรทองขึ้นมาบนฝั่ง

“...ข้าต้องขอบใจเจ้ามากนะ” ขุนไกรเอ่ยขณะมองเด็กหนุ่มไปหยุดยืนข้างชายหนุ่มแต่งกายภูมิฐาน คาดว่าอาจเป็นข้าราชบริพารของเด็กหนุ่มที่ดูยังไงก็ไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา

หากบอกว่าเป็นลูกหลานเจ้า...เห็นทีคงไม่ใช่เชื้อสายทางพิจิตร ก็พ่อหนุ่มนั่นไม่มีเสี้ยวคล้ายขัตติยะวงศ์ของสกุลโคตรตะบองเทวราชที่ปกครองเมืองพิจิตรอยู่เลย

“................” ชาละวันยกยิ้มขบขันไร้ซึ่งการตอบรับคำตามกาลเทศะ เพราะไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งไปกับลมปากของพวกมนุษย์แม้สักนิด

ไกรทองยังไอค่อกแค่ก แต่ดวงตาสีพื้นดินกลับจ้องเด็กที่เพิ่งวางมวยกันยกใหญ่ด้วยสายตาเปลี่ยนไป แม้นเด็กคนนั้นกำลังทำกิริยาต่ำทรามใส่พ่อตนเองก็ตาม

เสี้ยววินาทีก่อนสติจะดับวูบลง เขาเห็นบางอย่างแหวกว่ายผ่านคลื่นน้ำเข้ามาด้วยความเร็วที่เปรียบเปรยอย่างไรก็ไม่อาจใช่สองขาของมนุษย์ เด่นชัดที่สุดคงเป็นจุดทองสว่างตัดน่านน้ำสีหม่นหมอง มันคล้ายดวงตาของสัตว์ร้ายตามนิทานพื้นบ้าน ในขณะเดียวกันมันกลับเคล้าไปด้วยความหม่นหมองไม่ต่างอะไรกับซากศพไร้วิญญาณ

และมันแทบไม่ต่างอะไรกับดวงตาคู่คมสีทองที่เขาลอบมองอยู่เลย

มันคงเป็นความรู้สึกไม่ถูกชะตากระมังที่ทำให้เขาละสายตาไปไหนไม่ได้...เกิดมาไม่เคยรังเกียจเดียดฉันท์ใคร หมอนั่นเป็นคนแรกเลยเชียว

ไกรทองขมวดคิ้วยุ่งกับความสับสนที่ตีกันในหัว ก่อนต้องหันมาคลี่ยิ้มให้ขุนไกรคลายกังวล

ร่างสูงสง่าของกุมภีร์ตัวน้อยเดินผ่านสองพ่อลูกมาหยุดตรง เดโช ผู้มีศักดิ์เป็นราชองครักษ์หลวงของเหล่ากุมภีร์ในน่านน้ำเก่า

คิดอย่างไรเขาก็ไม่เห็นความจำเป็นที่เดโชต้องตามอารักขาถึงบนบก ในเมื่อรู้ดีแก่ใจว่าเดโชยอมรับฟังคำสั่งแค่ท้าวโคจรเพียงเท่านั้น มันฟังดูเหมือนเรื่องชวนตลกร้ายสิ้นดีที่เดโชออกปากว่าอัยกาของตนขอร้องให้มาที่นี่

หากแม้นท่านปู่คิดจะส่งเดโชมาเพื่อการใดก็ตามแต่ แต่ท่านคงลืมตระหนักถึงเรื่องที่เดโชไม่เคยปฏิบัติกับเขาอย่างสมเกียรติเลย กับคำไหว้วานนี้เขาก็ยังคิดว่าหมอนั่นคงไม่ได้มาช่วยตามหน้าที่ เห็นจะเป็นก็เพียงมาหาความสำราญใจเสียมากกว่า

“เจ้าจะยืนหายใจทิ้งอีกนานไหม?”

เดโชกระตุกยิ้มกับท่าทีโอหังของกุมภีร์ตัวกระจ้อยตรงหน้า ความดูแคลนปรากฎเพียงชั่ววูบก่อนดวงตาสีทองสว่างไม่ต่างกันจะปรับกลับมาขบขันตามนิสัย แล้วเดินทอดน่องตามเด็กหนุ่มที่แผ่จิตสังหารจนชาวบ้านแหวกออกเป็นสองข้างทาง และภาพพวกนั้นทำให้เดโชเผลอยิ้มกริ่ม หากแต่ในใจกลับยังไม่ยอมรับในบารมีของเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเท่าใดนัก

...หากบารมีท่านยังไม่เสมอเหมือนท้าวพญา เห็นทีพญากุมภีร์ตนใหม่อาจไม่จำเป็นต้องสืบสกุลเดิม

ถึงเวลานั้นขึ้นมา...ข้าก็คงไม่คิดยื่นมือเข้าไปช่วยผู้อ่อนแอหรอก นอกเสียจากท่านจะพิสูจน์มันให้เราเห็นจนพอใจเสียก่อน

เดโชคิดอย่างขบขัน มันเป็นเรื่องที่กุมภีร์ทุกตนเอ่ยถึง เมื่อสิ้นพญาคนก่อนก็ถึงเวลาต้องหาผู้นำตนใหม่ แต่ใครต่อใครก็เอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่าบารมีของชาละวันสายเลือดหนึ่งเดียวของท้าวโคจรยังไม่มากพอให้เหล่ากุมภีร์เคารพยำเกรง

หนึ่งคงเพราะวัยวุฒิที่น้อยเกินกว่าใครจักเชื่อถือ...

“ท่านคงทราบเรื่องร่างของท่านโคจรแล้วสินะ” เมื่อห่างไกลฝูงชน เดโชก็เปิดบทสนทนาขึ้นโดยไม่ลืมที่จะลดระดับความเป็นทางการของบทสนทนาลงอย่างตั้งใจยั่วยุโทสะเด็กน้อยตัวกระจ้อยที่ตนยังไม่ยอมรับเป็นนายเหนือหัว

ชาละวันไม่นึกถือสากับปากพล่อยๆขององครักษ์หลวงติดจะเคยชินกับมันด้วยซ้ำ ยังไงเสียเรื่องราวที่เขามาสืบสาวก็เป็นประเด็นสำคัญกว่าการดูถูกแดกดันกันมากนัก โดยเฉพาะกับเรื่องที่เป็นชนวนของไฟแค้นที่ร้อนระอุใกล้จุดเดือดเข้าทุกที

“เจ้าขึ้นมาเมื่อไหร่กัน?” เด็กหนุ่มเบี่ยงประเด็นที่ตนกำลังสนใจไปอีกสิ่งที่นึกฉงนไม่แพ้กัน

ยามออกจากถ้ำทองก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของเดโช...ไม่สิ เขาไม่พบเดโชมาตั้งแต่วันที่ท่านพ่อสิ้นใจ

มัน...หายหัวไปไหนมา

ดวงตาสับสนเรียกให้รอยยิ้มเผยบนริมฝีปากของผู้อาวุโส ก่อนเดโชจะตอบรับกลับอย่างไม่คิดอ้อมค้อม

มันก็ถึงเวลาที่ชาละวันควรรับรู้...ว่าตนเองอ่อนหัดแค่ไหน เมื่อเทียบกับคนในขัตติยะวงศ์

“บิดาของท่านสั่งให้ข้าขึ้นมาประจำการที่หัวเมืองพิจิตร”

“.........?!” ชาละวันตวัดสายตามองเดโช นัยน์ตาเต็มไปด้วยความสับสนและเร่งเร้าให้ผู้อาวุโสกว่าคายสิ่งที่อมพะนำออกมา

“ท้าวโคจรรู้ดีอยู่แล้วว่าตนเองคงไม่รอดเกินราตรีนั้น ท่านเลยให้ข้าละทิ้งหน้าที่เพื่อไปแฝงกายเป็นข้าราชการของพวกมนุษย์--”

“เเล้วเจ้าก็ปล่อยให้ท่านพ่อต่อสู้ลำพังจนตัวตายงั้นหรือ?!” ชาละวันตวาดกร้าวอย่างไม่คิดสนใจว่ามันไปรบกวนคณะสงฆ์ที่กำลังปฎิบัติธรรมอยู่ในอาศรมใกล้ๆรึเปล่า

“บิดาท่านสั่ง...ข้าก็มีหน้าที่เดียวคือปฎิบัติตาม ท่านยังคงต้องเรียนรู้อะไรอีกมากหากหวังขึ้นครองราชย์” องครักษ์เอ่ยเสียงราบเรียบ

ไม่มีแผนพิชัยสงครามใดไม่มีผู้เสียสละ...หากแต่จะมีกษัตริย์สักกี่คนเล่า

ที่ยอมสละชีพตนเพื่อปกปักรักษาส่วนรวมเอาไว้

ความจริงจากปากเดโชกระแทกหน้ากุมภีร์ตัวน้อยอย่างจัง ดวงตาสีทองประกายกร้าวขึ้นทุกขณะ ก่อนฝีเท้าที่เร่งรีบจะต้องหยุดชะงักกึกเมื่อเดโชเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาลอยๆ

“สิ่งที่น่าสมเพชที่สุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์คือพวกมันมักแว้งกัดกันเอง…”

“เจ้ากำลังต้องการจะสื่ออะไร?”

“ผู้มีอาคมทั่วสยามมารวมตัวกันที่หัวเมืองพิจิตรเพื่อการบางอย่าง”

“แล้วเรื่องของมนุษย์มันเกี่ยวข้องอะไรกับเผ่าพันธุ์เรา?” ชาละวันคิ้วกระตุกเป็นริ้วกับคำให้การที่หลุดออกมาทีละกลีบคำราวกับกลัวดอกพิกุลจะร่วงอย่างไรอย่างนั้น

เดโชเค้นหัวเราะในคอ ใบหน้าคมสลักของราชองครักษ์ยังมีรอยยิ้มปรากฎ หากแต่คนที่จดจ้องอยู่ก็จับสังเกตได้ว่ารอยยิ้มนั้นมันปั้นเเต่งขึ้นมาเพื่อกลบความขมขื่นที่ฉายชัดอยู่ในสายตาเพียงเท่านั้น

“...นั่นคือสิ่งที่ท้าวโคจรให้ข้าไปหาคำตอบยังไงล่ะท่าน”


57-aLp.png


“ประหลาดคนชะมัด” ไกรทองบิดน้ำที่ชุ่มออกก่อนปล่อยเสื้อตัวเก่งละแผ่นอก ความเย็นของอากาศทำให้เด็กน้อยยืนสั่นงันงกเหมือนลูกนกพลัดตกลงคูน้ำ

มันเป็นภาพที่ผู้หลักผู้ใหญ่พากันมองด้วยแววตาเอ็นดูระคนขบขัน

ลวดลายแม่ไม้มวยไทยก็ไม่เป็นสองรองใคร แต่ไหงพอจบศึกถึงได้น่ารักน่าเอ็นดูได้เล่า

เด็กน้อยหลบลมมายืนด้านหลังผู้เป็นพ่อที่ยังคงนิ่งเงียบ และนั่นทำให้เด็กน้อยเอามือไปกระตุกแขนพ่ออย่างเร่งเร้าเพราะเริ่มทนอากาศหนาวเย็นไม่ไหว

“พ่อ…?”

“...” ดวงตาสีเดียวกันเลื่อนกลับมาสบเด็กน้อยก่อนกำปั้นจะเคาะลงบนหัวทุยๆนั่นแทนการคาดโทษที่ขัดคำสั่งตนซ้ำซาก

โป๊ก!

“โอ๊ย! พ่อเขกหัวไกรทำไมเนี่ย!”

“ไม่ต้องมาทำพูด ข้าสั่งเอ็งว่ายังไงหือ?” ขุนไกรกดเสียดุ ครั้งนี้เขาจะไม่ยอมปล่อยให้เรื่องจบลงง่ายๆ ยิ่งโตขึ้นไกรทองยิ่งหัวรั้นขึ้นทุกวัน ครั้งนี้ดื้อซนเสียจนตกท่า แล้วหากครั้งหน้าไม่โชคดีอย่างครานี้เล่า

หากตกลงไปแล้วพวกสัตว์เดรัจฉานที่อาศัยอยู่ใต้ผืนน้ำมันคาบไปกิน…

ความคิดทุกอย่างหยุดชะงัก ขุนไกรกัดฟันแน่นเมื่อความจริงทุกอย่างที่สะกดไว้ในใจย้อนกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง

มีอีกหลายเรื่องที่ชาวบ้านธรรมดาไม่เคยรู้...ไม่ว่าจะเรื่องเกี่ยวกับมนตร์ดำคาถา หรือกระทั่งอมนุษย์ที่จำแลงกายได้ละม้ายคล้ายเรา

เหมือนอย่างโคจร...พญากุมภีร์ที่เขาลงมือสังหารเองกับมือ

“พ่อ...ข้าขอโทษ” ไกรทองหลุบตาลงต่ำ มือน้อยๆบีบกุมกับฝ่ามือใหญ่กว่าแน่นราวกับต้องการส่งผ่านความรู้สึกผิดให้คนที่เป็นห่วงตนนักหนาได้รับรู้

ขุนไกรเสมองใบหน้าที่งุ้มงอนั้นแล้วก็ทำได้เพียงถอนหายใจออกมายาวๆอย่างปลงตก สุดท้ายดวงตาลูกหมานั่นก็ช่วยให้เจ้าเด็กดื้อมันรอดจากการโดนทำโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“อย่าทำให้ข้าเป็นห่วงขนาดนี้อีก” ขุนไกรนั่งยองๆลงกับพื้นดินจนใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกัน

“...อื้อ ข้าจะไม่ทำอีกแล้ว”

“เหลือกันแค่เราสองแล้วนะ...อย่างน้อยต้องไม่ใช่เจ้าที่จากโลกนี้ไปก่อนข้า”

เด็กน้อยมีสีหน้าไหววูบเมื่อพ่อพูดเรื่องความเป็นความตาย ลางสังหรณ์บางอย่างบอกเขาว่ามันไม่ใช่ลางดี

“เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป...” ไกรทองย้ำมั่นแม้จะเปล่งออกมาได้ไม่เต็มเสียง ขุนไกรยกยิ้มบางๆก่อนกล่าวสัจธรรมที่แม้แต่ตัวเองยังต้องฝืนทนรับมัน

“ไม่มีอะไรคงอยู่ตลอดกาลหรอกไกรเอ๋ย...”

แม้แต่หัวใจรักเองก็ตาม

ไกรทองเลิกคิ้วอย่างข้องใจในจังหวะเดียวกับที่ขุนไกรหยัดกายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วจูงมือเด็กน้อยกลับเรือนด้วยกลัวว่า หากเผลอปล่อยมือลูกชายหัวแก้วหัวแหวนจะหายตัวไปก่อเรื่องอีก

ชาวบ้านมองแผ่นหลังของสองพ่อลูกที่ปรับอารมณ์กลับมาเป็นปกติด้วยสีหน้าโล่งใจ อย่างน้อยๆพ่อหมอจระเข้ก็ไม่มีเรื่องหนักอกหนักใจเพิ่มจะมีก็แต่ต้องนอนปวดหัวคิดวิธีดัดนิสัยลูกชายช่างต่อยตีของตัวเองนั่นแหละ

เรือนของขุนไกรถูกปลูกไว้ห่างจากตัววัดราว 2 กิโลเมตร ดีที่เมืองพิจิตรเจริญรุ่งเรืองมากขึ้นพวกชาวบ้านเลยไม่ต้องเดินเท้าฝ่าป่าเขาเหมือนเมื่อก่อน

“เด็กนั่นทำตัวเหมือนเป็นเจ้าชีวิตคน อยากรู้จริงเชียวว่าไปใหญ่คับฟ้าคับสมุทรมาจากไหน” เด็กน้อยเปรยถึงสาเหตุในการวิวาทเพื่อแก้ต่างว่าตนเองไม่ได้หุนหันพลันแล่นอย่างที่ใครช่างฟ้อง

ขุนไกรหันมองลูกชายเป็นระยะ แค่คำพูดก็รู้ไปถึงไส้ถึงพุง เจ้าลูกคนนี้คงกำลังหาข้อแก้ตัวไม่ให้โดนกักบริเวณเป็นแน่

“แต่เจ้าก็เป็นคนชกเขาก่อน” ขุนไกรโยนหินถามทางหวังให้เด็กน้อยหลุดพิรุธออกมา และก็ได้เห็นมันไม่นานเกินรอเสียด้วย เมื่อไกรทองถึงกับยืดตัวหลังตรงก่อนสวนตอบเสียงฉะฉาน

“ก็!...ก็มันยั่วโมโหข้า แล้วก็…”

“ไกรทอง” คนมากประสบการณ์เอ่ยอย่างรู้ทันและนั่นทำให้เด็กหนุ่มงับปากลงอย่างอับจนต่อคำพูด

“ก็ได้...ข้าเป็นฝ่ายเริ่มเอง แต่ถ้ามันไม่ยั่วยุจะมีเรื่องไหมเล่าพ่อ!”

“อืม เอาเถอะ” ขุนไกรกลั้วหัวเราะ เถียงกับเจ้าเด็กดื้อไปคงป่วยการยังไงสิ่งที่เขาต้องการก็มีแค่ไกรทองปลอดภัยมันก็เท่านั้น คนเป็นพ่อลอบสังเกตลูกชายที่เงียบลงไปหลังจากที่โดนจับได้ ท่าทีครุ่นคิดเหมือนกำลังคิดบางอย่างเรียกให้ขุนไกรมองอย่างสงสัย

“แค่นี้หรือ?”

“แต่เด็กนั่น...แปลกชะมัด” ไกรทองงึมงำในคอคล้ายเอ่ยกับตัวเอง แต่เพราะรอบด้านมันเงียบสงบคนด้านข้างจึงได้ยินมันเต็มสองหู

“ยังไง?”

ไกรทองเงยมองสีหน้าใคร่รู้ของพ่อ และสิ่งนั้นเสมือนตัวเร่งเร้าให้เด็กช่างจ้อรีบลำดับใจความที่ตีกันยุ่งเหยิงอยู่ในหัว

ภาพใบหน้าเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันปรากฎในความคิดอีกครั้ง

เรือนผมยาวสีดำขลับ ตามตัวประดับแต่อาภรณ์ล้ำค่าไม่ต่างจากลูกหลานพระยา...และดวงตาสีทองสุกสกาวไร้แววคู่นั้น

“หมอนั่นเหมือน...ไม่ใช่มนุษย์เลย”

“...?!” ขุนไกรชะงักฝีเท้าแล้วหันมองสีหน้าใสซื่อของเด็กน้อย หัวใจเริ่มเต้นโครมครามด้วยความหวาดกลัวบางอย่าง…

มันคงไม่ใช่...

“เจ้าหมายความว่ายังไง?”

“ไม่ ข้าแค่...คิดว่าเด็กนั่นเหมือนไม่มีชีวิต...ไม่มีจิตใจ มันมีหรือพ่อคนที่ดูว่างเปล่าขนาดนั้น ข้าว่าเด็กนั่นต้องผ่านเรื่องราวเลวร้ายอะไรมา...ถึงได้กลายมาเป็นคนแบบนั้น ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ข้าก็คงจะหุนหันพลันแล่นอย่างใครเค้าว่า” ไกรทองเอ่ยเสียงเจื้อยแจ้ว รูปประโยคที่คลับคล้ายคลับคลากับการพูดวกไปวนมาของตัวเองเรียกให้คนที่กำลังหวาดระแวงหลุดหัวเราะออกมาอย่างโล่งอกเมื่อสิ่งที่ไกรทองเอ่ยมันไม่ใช่สิ่งที่ตนกำลังหวาดกลัว

ให้ตายเถอะ…

ขุนไกรส่ายหัวขำๆ เหมือนเขาจะกังวลกับเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นเกินไป

“พ่อขำอะไรน่ะ ข้ารู้สึกแบบนั้นจริงๆนะ เด็กนั่นเหมือนคนกำลัง…” ไกรทองหยุดคิดหาคำเปรียบเปรย สีหน้ามู่ทู่เรียกเสียงหัวเราะจากคนเป็นพ่อไม่ขาด

“เหงา? โดดเดี่ยว...ใช่ๆ เด็กนั่นดูเหงามากเลยพ่อ”

ดวงตาสีพื้นดินหันมองใบหน้าซื่อๆของลูกชายเต็มตา

เจ้าเด็กดื้อคงกำลังสำนึกผิดต่อเด็กหนุ่มแปลกหน้าคนนั้นสินะ

ความคิดที่แวบเข้ามาในหัวทำให้ขุนไกรกล่าวทั้งเสียงหัวเราะ

“ฮะๆ ถ้าเช่นนั้นหากเจอเขาอีกก็ลองชวนกันไปเล่นที่ลานวัดสิ...ไม่แน่เจ้าอาจได้เพื่อนใหม่ก็ได้ อย่างน้อยหากเจ้าเผลอผลัดตกท่าน้ำอีกหน ข้าจะได้หายห่วง”

คำสบประมาททีเล่นทีจริงของขุนไกรทำให้เด็กน้อยหน้าบูดบึ้ง แต่กระนั้นในใจก็แอบเห็นดีเห็นงามกับความคิดของพ่อไม่น้อย

เพื่อนใหม่งั้นรึ...





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 266 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,734 ความคิดเห็น

  1. #2668 d_nutss0648 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 18:04
    เกรงว่าจะไม่ใช่เเค่เพื่อน5555
    #2,668
    0
  2. #2213 Mamimilky (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 14:31
    สงสารขุนไกรอ่ะ แงงงงงงงง ขอให้ไม่ตายได้รึไม่
    #2,213
    0
  3. #2006 แก้วนาคา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 20:02
    ขอพักใจจากเรื่องจองโคจรก่อน ขุนไกรอย่าพึ่งไปอีปคนนะ
    #2,006
    0
  4. #1974 P'est (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 17:25

    แสดงว่าคุณพ่อเจอกันตอนหนุ่มๆแบบวัยรุ่นสินะ ฮืออ
    #1,974
    0
  5. #1933 KKMP (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 14:31
    เดโชนี่จะดีหรือจะร้าย ระแวงงงง ส่วนน้องไกรรีบไปทำความรู้จักเพื่อนใหม่นะลูก
    #1,933
    0
  6. #1690 น้ำผึ้ง (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 19:32

    คุณพ่อพูดเหมือนจะไปเลยยยยย. อย่าพึ่งรีบดราม่านะคะ

    #1,690
    0
  7. #1623 bloodc2 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 17:28
    ไกรทองน่ารักกก
    #1,623
    0
  8. #1320 tensita (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 18:54
    โอ้ยยน พี่ชาละวันอย่าทำร้ายน้องนะะ
    #1,320
    0
  9. #1224 T o m a t o ! (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 21:24

    น่ารักมากกก

    #1,224
    0
  10. #1201 ROS195 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 04:37
    เอ็นดูคนอยากมีเพื่อน
    #1,201
    0
  11. #1076 幽霊人形 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 16:15
    อ๊ากกกก ไรท์มาอัพแล้วววว
    #1,076
    0
  12. #1068 wiii (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 18:56

    หนูรูกกก น่ารักมากแง

    #1,068
    0
  13. #1066 dearlychpd ♡ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 17:39
    พี่เขาจะยอมเล่นด้วยไหมละเนี่ย5555555
    ว่าแต่ใครเป็นพี่ใครเป็นน้องคะเนี่ย นี่เรีกชาละวันเป็นพี่ไปแล้ว5555
    #1,066
    0
  14. #137 ศะนะคะ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 01:44
    อุ้ย มาก็ตีกันเลยเชียว
    #137
    0
  15. #129 MoPorY (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2558 / 12:17
    รอมานานมากกกกกก ไรต์มาแล้ววว ดีใจมากกก ;^;
    #129
    0
  16. #128 Enzyme_ELF (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2558 / 07:52
    ในที่สุดก็มาอัพแล้ววววว
    งือออ พี่ชาละวันจะทำไรน้องไกรทองอ่ะ >,.<
    #128
    0
  17. #127 MY dear (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2558 / 06:16
    รอคอยมาเนิ่นนาน555 ดีใจมากๆค่ะที่ได้อ่าน สนุกมากก รอน้าาาาาา
    #127
    0
  18. #126 Little Blossom (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2558 / 00:06
    น่ารักง่าาาา ชาละวันโกธรแล้วๆ 555555
    #126
    0
  19. #125 SKY (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 18:35
    อยากอ่านต่อแล้วววววว *^*
    #125
    0
  20. #112 AlphaZz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 22:27
    คือแบบ หลงเขามาอ่ 
    อยากอ่านต่อ>< น่ารักมากกกก
    รออย่างมีความหวัง??
    #112
    0
  21. #108 Kuroko..cchi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 04:03
    ต่อเร็วๆนะคะ รอเรื่องนี้! ชอบมากๆเลยค่ะ สู้นะคะไรท์!!
    #108
    0
  22. #98 RoseColor (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 20:23
    อัพเร็วๆนะคะพี่ รออยู่ค่าาาาา เป็นกำลังใจให้ค่าาาา
    #98
    0
  23. #94 rin_hankaoxing (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 17:00
    #กางเตนท์ก่อแคมป์ไฟรอ 
    #94
    0
  24. #93 Kaewae (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 16:29
    รออยู่นะคะะะ งือววว
    #93
    0
  25. #91 The hulk (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 เมษายน 2558 / 17:54
    อยากอ่านจ่อเเล๊ววววว
    #91
    0
  26. #90 Mylife Kuroname (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 เมษายน 2558 / 12:36
    เจิมๆ แล้วนั่งรอสู้นะคร้าบบไรต์>[]<
    #90
    0