ลิขิตกุมภีร์ :: ฟิคไกรทอง :: [ชาละวัน x ไกรทอง]

ตอนที่ 51 : ยาใจกุมภีล์ : ตอน ๘

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 798
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 96 ครั้ง
    14 ม.ค. 62

ผ่่านไปห้าปี ไวเหมือนโกหก ชาวเมืองพิจิตรก็ยังคงกิจวัตรเฉกเช่นเดิมไม่ต่างอะไรกับพวกกุมภีล์ ระยะหลังมานี่สงครามระหว่างกุมภีล์กับมนุษย์หนักข้อขึ้นทุกวัน

ขุนไกรเองก็ทำหน้าที่แทนบิดาที่บาดเจ็บสาหัส ยามนี้จ้าวเมืองพิจิตรเองก็ประทานเรือนไม้นี้ให้ทางหมอจระเข้ทั้งสองจึงไม่ต้องลำบากกลับนนทบุรีในสภาพการป่วยสาหัสสากรรจ์เช่นนี้

เมื่อโตขึ้นอะไรหลายอย่างก็เปลี่ยนไปมากในสายตาขุนไกร แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนไปเลยคือความน่าหมั่นไส้ของบุรุษผู้หนึ่ง ซึ่งแม้ว่าร้านขนมครกจะเปลี่ยนมาเป็นรุ่นสองแล้วก็ยังตามราวีไม่เลิกลา

“หมดอีกแล้ว!” ขุนไกรร้องเสียงหลง

“เอ็งมาช้าไปเสี้ยวเดียวเองไกรเอ๋ยพ่อหนุ่มหน้ามนนั่นพึ่งเหมาไปซะเกลี้ยงถาด”

“อีกแล้วนะ” แต่คราวนี้ขุนไกรรู้วิธีการที่ทำได้มากกว่าการหงุดเงี้ยวไปวันๆ นั่นคือการตรงเข้าไปแย่งขนมครกโดยตรง

ขุนไกรเดินตามฝูงคนเดินแล้วตรงเข้าไปฉวยหยิบขนมครกจากมือข้าราชบริพารมากระทงหนึ่งโดยไม่คิดขอผู้ซื้อมันไปเหมือนอย่างทุกวัน

โคจรมองภาพนั้นอย่างเอ็นดูระคนขบขัน อันที่จริงเขาก็ตั้งใจให้มันเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ที่ซื้อไปใช่ว่ากินหมด ซื้อมายั่วตบะมนุษย์ขี้ใจน้อยนามว่าขุนไกรเฉยๆ

ทั้งสี่เดินไปจนพบเข้ากับแคร่ไม้ใกล้ลานดินของตลาดจึงตรงเข้าไปนั่ง ข้าราชบริพารสามหน่อนั่งคุกเข่าบนพื้นอย่างนอบน้อม ปล่อยให้โคจรและขุนไกรนั่งบนแคร่ไม้ไป

แรกๆขุนไกรก็ไม่ชินกับการโดนปฏิบัติเช่นนี้แต่เถียงไปก็ได้รับคำตอบเดิมๆว่ามันเป็นหน้าที่ของบ่าวที่ต้องถวายการอารักขาเช่นนี้จึงยอมให้มันเป็นไป

และเหมือนว่ามันยิ่งย้ำชัดเจนว่าโคจรเป็นลูกหลานเจ้าพระยาจากต่างเมืองเป็นแน่ แต่เหตุใดถึงนิสัยเสียชอบแกล้งขนาดนี้ก็ไม่รู้

ระหว่างกินขนมครกอย่างเอร็ดอร่อยโคจรก็ต้องคอยเอานิ้วโป้งปาดคราบครีมกะทิที่เลอะเทอะกรอบปากขุนไกรออกให้เป็นระยะ เป็นภาพที่ทำให้เหล่าข้าราชบริพารต่างยิ้มล้อเลียนกันถ้วนหน้า

ขุนไกรเองก็เงอะงะได้ที่ เพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมาดูแลตนแบบถึงเนื้อถึงตัวเช่นนี้

“เจ้าเป็นใครกันแน่” ขุนไกรจ้องลึกผ่านเข้าไปในดวงตาสีทองอร่ามคู่นั้น มันเต็มไปด้วยความอบอุ่นแต่ก็มีแววน่ากลัวราวกับมีสัญชาตญาณดิบอะไรแอบแฝงอยู่ภายใต้ความขี้เล่นนั้น

“เจ้าถามข้ามาเป็นหมื่นเป็นพันครั้งแล้วหนา ไม่อยากรู้เรื่องอื่นบ้างรึไง”

“ก็เจ้าไม่เคยตอบข้านี่”

“มันแปลว่ามันไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรไง”

“แต่…”

“เอาเถิด” โคจรตัดบท ส่งผลให้ขุนไกรต้องยอมจำนน

คนเขาไม่คิดบอก ก็ไม่อยากเซ้าซี้ให้ดูมากความ

“ข้าแค่สงสัยเป็นลูกเต้าเหล่าใครถึงมาเดินเล่นในพิจิตรได้นานสองนาน เดินทางกลับเมืองอย่างไรไยรวดเร็วถึงขึ้นฟ้าสางก็มาจ่ายตลาดได้ แต่เจ้าไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไรข้าไม่อยากรู้แล้วก็ได้”

งอน

คำจำกัดความสั้นๆที่โคจรรู้สึกได้แต่กระนั้นก็ยังไม่คิดจะเปิดปากแถลงไขอะไร เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่คนเมืองบนต้องมารู้ความจริงถึงชาติกำเนิดพวกเขา

“พ่อเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” โคจรเบี่ยงประเด็นมาถามถึงสารทุกข์สุขดิบของหมอจระเข้ที่พอจำได้ดีว่าเมื่อห้าปีก่อนขาด้วนไปเพราะพวกกุมภีล์

“ก็ดี ตอนนี้ฝึกกรรมฐานของแกไปเรื่อย”

“ดีแล้ว”

ยังไม่ทันที่จะได้ต่อความก็มีเสียงชาวบ้านตะโกนโหวกเหวกพลางวิ่งเข้ามาใกล้

“พ่อหมอขอรับ พ่อหมอจระเข้อาละวาดอีกแล้วขอรับ!”

“เอ็งว่าไงนะ” ขุนไกรกระชับพร้าที่เก็บกับตัวไว้มั่นแล้ววิ่งตามหลังคนแจ้งข่าวไปอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งให้โคจรได้แต่มองตามแผ่นหลังนั้นไปด้วยแววตาสงบนิ่งแต่แฝงไปด้วยอารมณ์คุกกรุ่น

“ท้าวโคจรขอรับให้พวกข้า...” หนึ่งในทหารอารักษ์ขาเอ่ย

“ไม่ต้อง”

“แต่ท่านท้าวอาจเกิดเหตุไม่คาดฝัน…”

“เจ้าทั้งสามไปตามดูเหตุการณ์ซิว่าเลวร้ายเพียงใด สืบให้ได้ว่าคราวนี้จระเข้ของฝั่งไหน”

“แล้วถ้ายังเป็นฝั่งเหนืออีกล่ะพะยะค่ะ”

“ก็คงถึงเวลาที่เราต้องเปิดสงครามกันแล้ว”


…..


เคร้ง

กรร!

การต่อสู้เป็นไปอย่างทุลักทุเลแต่กระนั้นขุนไกรที่ผ่านการฝึกมาโดยตรงจากพ่อก็จัดการจระเข้เสียอยู่หมัด แม้จะเกือบพลาดท่าโดนมันงาบเสียหลายครั้งก็เอาตัวรอดมาได้หวุดหวิด

เสียงเฮดังกังวานไปทั่วยามพ่อหมอเอาเชือกมัดปิดปากจระเข้ยักษ์ตนนั้นสำเร็จ

ทุกอย่างอยู่ในสายตาชื่นเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อของขุนไกร

“ทำได้ดีเหมือนเคย” ชื่นเอ่ย

“โชคดีที่มันไม่แผลงฤทธิ์นัก ถ้ามันทำเห็นทีข้าก็ไม่รอดว่ะ”

“เอ็งก็ถ่อมตัวเกินไป จะว่าไปมีมึงนี่ก็ดีนะ ทางการไม่ต้องคอยหวาดระแวงเรื่องจระเข้เลย”

“ทางการควรให้เบี้ยอัฐข้ามากกว่านี้ ครั้งนี้เกือบตายเลยหนา”

“ก็เห็นพูดงี้ทุกรอบ”

สองเพื่อนรักทักทายกันระหว่างช่วยกันรวบหัวรวบหางจระเข้ให้สิ้นฤทธิ์อย่างถาวร

จระเข้ที่ถูกจับได้ส่วนมากเจ้าเมืองจะให้ส่งเข้ามาแล่เนื้อถวายเป็นกระยาหารเพราะคิดว่าปล่อยกลับลงน้ำไปก็ดีแต่สร้างพวกมาทำร้ายมนุษย์

“เอ็งว่างไหมไปดื่มเป็นเพื่อนข้าหน่อยสิ” ชื่นชวนขณะเอามือโอบรอบคอเพื่อนรักเข้ามาใกล้

แม้เขาจะปักใจรักขุนไกรแค่ไหนแต่ก็ไม่ได้แสดงออกชัดเจนจนอีกฝ่ายรู้นัก แต่บางคราก็แสดงออกชัดเจนมากเสียจนหงุดหงิดที่ขุนไกรไม่เคยรู้อะไรเลย

หมับ!

ขุนไกรยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรก็มีฝ่ามือปริศนามาฉุดรั้งแขนไว้ พอหันไปจึงได้พบกับเจ้าของร่างสูงใหญ่ภายใต้อาภาณ์ล้ำค่า

“เจ้ามีนัดกับข้า จำไม่ได้รึ”

คำกล่าวของโคจรทำให้ขุนไกรสับสนไม่น้อย

นัด? นัดอะไรกัน

“เอ่อ…” แต่ที่ทำให้พูดได้ไม่เต็มเสียงก็คือสายตาอำมหิตที่จ้องสลับไปมาระหว่างเขากับชื่น เหมือนอีกฝ่ายจ้องจะฉีกเนื้อเถือหนังพวกเขาให้ได้แม้จะดูสะกดกลั้นให้สอดรับกับรอยยิ้มกว้างนั้นแต่ดูยังไงมันก็มีร่องรอยความไม่พอใจฉายชัดอยู่ดี

“คือว่าข้า…”

“เจ้านี่ใครกัน” ชื่นขัดขึ้นมาอย่างไม่พอใจ

“พะ...เพื่อนข้าน่ะเจ้าอย่าใส่ใจเลย ส่วนเจ้าก็กลับไปได้แล้วนะเดี๋ยวก็กลับละโว้ไม่ทันหรอก” ขุนไกรพยายามแกะมือโคจรออก เสริมเติมแต่งด้วยการประชดถึงเมืองห่างไกลที่อาจใช่หรือไม่ใช่แหล่งที่มาของโคจรไหนๆก็ไม่อยากบอกจึงแสร้งเข้าใจว่าเป็นเมืองละโว้ไปซะเลย

“ไม่มีสัจจะในหมู่หมอจระเข้หรือ” โคจรยังไม่ลดละความพยายาม แม้จะไม่เข้าใจเลยก็ตามว่าตนกำลังทำอะไรอยู่ กับอีแค่เด็กเมื่อวานซืนจะไปดื่มเหล้าเมายากับเพื่อนฝูงกับแค่นี้ทำไมเขาถึงไม่พอใจนัก

อาจเพราะเป็นขุนไกร หรือไม่ก็เพราะท่าทางสนิทสนมกันเกินงามนั่น

“ขุนไกรเอ็งนัดเขาไว้รึ”

“ก็…” อีกคราที่น่าแปลก ขุนไกรจะบอกปัดว่าตนไม่เคยรับปากอะไรกับโคจรเลยก็ได้แต่มันกลับกระดากปาก คล้ายว่าลึกๆในใจเองก็อยากรู้ว่าโคจรจะมาไม้ไหน และก็แอบดีใจเป็นล้นพ้นที่ได้ไปเที่ยวเพิ่มเติมกับคนที่มักหายตัวไปทุกครั้งหลังทานขนมครกกันเสร็จ

นี่ก็ห้าปีมาแล้วที่ความสัมพันธ์คลุมเครือของเราจบลงที่กระทงขนมครก เขาอยากรู้เหลือเกินว่าโคจรมีเหตุผลอะไรถึงได้ทำเช่นนี้ แล้วยิ่งถ้ามันจะทำให้เขาได้รู้เรื่องอีกฝ่ายมากขึ้นเขาก็ยินดีจะมุสา

“ข้า...ข้านัดกับเขาไว้แล้วจริง”

“หา” คราวนี้ถึงตาชื่นบ้างที่ต้องอ้าปากค้าง

“ก็...ก็ตามนั้นแต่เจ้าจะไปด้วยกันก็ไม่เสียหาย--”

“ไม่ได้!” โคจรรีบขัดทันควันส่งผลให้ชื่นมองอย่างเอือมระอา สุดท้ายก็ยอมปล่อยขุนไกรไป

ไม่มีเหตุผลอะไรให้รั้งเพราะเจ้าตัวขุนไกรออกตัวชัดเจนว่าอยากไปกับผู้ใด

ทางฝั่งพญากุมภีล์เมื่อได้ตามประสงค์ก็จัดการดึงแขนขุนไกรให้ตามมาด้วยกัน จนมาถึงกระท่อมปลายนาหลังหนึ่งที่เหล่ากุมภีล์คุ้งน้ำใต้เคยช่วยกันสร้างเอาไว้เผื่อมาพักผ่อนบนดิน

ภายในนั้นมีตาเฒ่านอนพักให้หายร้อนอยู่ แต่พอเห็นว่าใครมาก็ชิงขอตัวลากลับเมืองบาดาลเสียก่อนที่นายเหนือหัวจะพิโรธ

“พวกเจ้ากลับไปก่อน” โคจรออกคำสั่งแก่ข้าราชบริพาร

“แต่ท่านขอรับ--”

“ข้าบอกว่ากลับไปก่อน ข้าดูแลตัวเองได้น่า”

เป็นอันรู้กันว่าที่โคจรพูดนั้นคือเรื่องจริง แทบไม่ต้องมีการจัดประลองยุทธเพื่อหาผู้สืบทอดบัลลังก์แก้วเลยในเมื่อเรามีพญาโคจรแม่ทัพเอกแห่งคุ้งน้ำใต้อยู่แล้ว พระปรีชาก็เห็นกันถ้วนทั่วจึงไม่มีใครนึกกังขาในความเก่งกาจนั้น

เหล่ากุมภีล์ทั้งสามคุกเข่า ถวายความเคารพแล้วแยกย้ายกันกลับเมืองบาดาลไป ทิ้งโคจรกับขุนไกรไว้เพียงลำพัง

“ไหนล่ะนัดของเจ้าคืออะไร”

“เจ้าปล่อยให้คนถูกเนื้อต้องตัวเช่นนั้นตลอดรึ” โคจรพูดในสิ่งที่คิดทันทีที่ได้โอกาส

“ทำไมล่ะก็นั่นเพื่อนข้าแถมเป็นบุรุษเหมือนกันมีอะไรผิดแผกตรงไหน”

“แต่มันก็น่าไม่อายไม่ใช่หรือที่ให้คนมาโอบล้อมรอบตัวน่ะ”

“ชื่นเป็นเพื่อนข้าทำไมต้องคิดมากแบบนั้นด้วย”

“คิดน้อยแบบนี้ไงเล่าจึงไม่เคยเห็นว่าใครมองเจ้าแบบไหน” อย่างบุรุษที่ชื่อชื่นเห็นจากละโว้ก็รู้แล้วว่าแอบพึงใจต่อขุนไกร มีแค่เจ้าตัวนั่นแหละที่ไม่รู้เหนือรู้ใต้อะไรเลย

“ตกลงนัดของเจ้าค่ืออะไรกันแน่”

“งั้นพำนักกับข้าสักคืน”

“ว่าไงนะ?” ขุนไกรรู้สึกหูอื้อตาลายกับคำกล่าวของคู่สนทนา แต่ยิ่งจรดจ้องลึกเข้าไปในดวงจาคู่คมนั้นก็ยิ่งพบกับความจริงจังที่หาได้ยากยิ่ง

“พำนักกับข้าสักคืน...ข้าจะแสดงสิ่งที่ชื่นรู้สึกต่อเจ้าให้ดู”


------------------------------------------------------------------------------------

มาอัพเพิ่มแล้วค่า ฝากเม้นเป็นกำลังใจด้วยนะคะ หนึ่งเม้นหนึ่งล้านกำลังใจค่า

#ยาใจกุมภีล์



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 96 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,734 ความคิดเห็น

  1. #2584 reluz (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 23:52
    เราจองใต้กระท่อมนะคะ!!
    #2,584
    0
  2. #2337 Yook-Yik (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 13:16
    กระท้อมปลายนาคืนนี้คงสนุกน่าดู
    #2,337
    0
  3. #2255 Mamimilky (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 22:34
    แพพนะคะท่านโคจร.... โอ้มายก๊อด!!!!
    #2,255
    0
  4. #2140 ฉันคือความฝัน (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 14:45

    เรานี่เกาะขอบหน้าต่างเลยค่ะ!

    #2,140
    0
  5. #2109 KKMP (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:30
    แสดงชื่นมื่นอะไรกันท่านโคจร ><
    #2,109
    0
  6. #2101 落雪寻花 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 12:03

    หวั้ยยย หวีดร้อง เขาจะได้กันแล้ววว

    #2,101
    0
  7. #2100 Crazy Devill (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 23:23
    โคจร... นายคงไม่.... อย่างว่าหรอกนะ
    #2,100
    0
  8. #2099 บ้าๆบอ (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 08:22

    คิดถึงพ่อโคจรพ่อขุนไกร ในที่สุดก็กลับมาแล้วววววววววว


    // ...แต่พ่อโคจรจิแสดงอะไรให้พ่อขุนไกรดูอ่ะ ขอดูด้วยคนจิ????????????????????

    #2,099
    0
  9. #2098 newexo (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 22:23
    คิดถึงมากกกก ฮื้ออ ยุ่งจนไม่มีเวลาอ่านนิยายมาหลายเดือน แต่พอเห็นเรื่องนี้เด้งอัพมาคืออดใจไม่ไหวจริงๆๆๆๆ
    คือแบบฟหกกดเ้่สงง คนพี่จะรุกแล้วใช่ม้ายยยย รอมาเนิ่นนานเหลือเกิน กินขนมครกกันมา5ปีคือเกินจะทน ขุนไกรความรู้สึกช้าไปแล้วนะ ตอนนี้คือเห็นพัฒนาการเยอะดี พี่โคจรออกอากาศหึงหวงกันไป คนใจเย็นยิ้มอ่อนโยนคนนั้นทำหน้าดุก็เป็นเหมือนกันๆๆ แถมล่อลวงลูกชาวบ้านเขามาที่บ้านอีก แง๊ๆ เขินๆๆ เอาอีกๆๆ
    #2,098
    0
  10. #2097 Gee Orra (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 23:28
    โอ้ยพ่อเอ้ย...มาถึงก็จะพำนักกันเลย สงสัยคิดถึงมากกกก

    ไม่ได้เจอกันนาน
    #2,097
    0
  11. #2096 Phatusanime (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 20:44
    ฮรืออออ มาอัพแล้ววววเตี้ยดีจรุยยยย

    พ่อโคจรทำไมชอบแหย่พ่อไกรจัง
    #2,096
    0
  12. #2095 despasito (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 19:10
    มีความพูดหลอกล่อแอบกินน้องนะโคจร
    #2,095
    0
  13. #2094 wijittra_nun (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 18:30
    มาต่อเร็วๆนะคะ คิดถึง😁😁
    #2,094
    0
  14. #2093 ooy1565 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 15:42
    มานแล้วมานแล้วคุณไกรดีใจจังเลยเท้าโคจรจะจับตัวรวบหัวรวบหางแน่เลยบใช่ไหมถึงชวนค้าง
    #2,093
    0