ลิขิตกุมภีร์ :: ฟิคไกรทอง :: [ชาละวัน x ไกรทอง]

ตอนที่ 40 : ลิขิตกุมภีร์ : ตอน ๓๒

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,185
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 158 ครั้ง
    1 พ.ย. 61

“เอาเลยเว้ย!”

“เฮ!”

“สู้มันสิวะ!!”

“ต้องอย่างนั้น!!”

“เฮ! เฮ!”

เสียงดังสนั่นดังมาจากลานดินซึ่งมีการแข่งขันมวยสด วันนี้ไกรทองมาร่วมเชียร์ไอ้ดำและไม่ขอลงแข่งโดยอ้างถึงปัญหาสุขภาพ

เมื่อสหายเป็นฝ่ายกุมชัยก็ตรงเข้ามาช่วยกันอุ้มเพื่อนที่สะบักสะบอมไม่แพ้คู่ต่อสู้ขึ้นฟ้าแล้วแห่แม่งไปรอบลานดินเพื่อให้คนได้โปรยเศษเหรียญลงมา

เก็บข้าวเก็บของกันเสร็จไอ้ดำก็พูดติดตลก

“ไม่มีเอ็งแข่งก็ดีละ แย่งรางวัลข้าหมด”

“เอ็งน่าจะพยายามฝึกให้เก่งขึ้นไม่ใช่มาแช่งให้ข้าป่วยมันตลอดทั้งปี” คนที่เอาชนะเพื่อนมาได้ตลอดได้ทียืดอกยกตนข่มท่านจนเจอฝ่ามือพิฆาตเพ่นกบาลข้อหากวนส้นตี

สองเพื่อนรักเดินเล่นไปทั่วตลาดนัด

“มีเงินกินหนมแล้วกู” ไอ้ดำมองขนมเรี่ยรายทาง มือก็นับเบี้ยอัฐไปด้วย

“ก่อนเอ็งจะไปซื้อของกินเอาเงินมาให้แม่เก็บก่อน” ป้าวันที่ขายของอยู่ไม่ไกลจัดการยึดเบี้ยอัฐเจ้าลูกชายจอมกะล่อนไปกว่าครึ่ง ขืนให้อยู่กับมันมีแต่หมดกับหมด

“โธ่แม่”

“ไม่ต้องมาโธ่ เอาไปกินเล่นกันแค่นี้พอ”

ลับหลังคุณนายวันไอ้ดำก็บ่นกระปอดกระแปดทันที

“เอ็งดูความน่าสงสารของข้าสิ เห็นมะขนาดแข่งชนะยังโดนแม่แย่งเงิน แล้ววันไหนแพ้เอ็งอีกเงินเก็บข้านี่แทบไม่เหลือเลยนะเว้ย”

ไกรทองมองคนที่วกเข้ามาเรื่องผลแพ้ชนะระหว่างตัวเองอย่างสังเวช

เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร...แกล้งแพ้เหรอ เสียศักดิ์ศรีลูกผู้ชายหมด                    

เมื่อไม่รู้จะทำไงจึงเปลี่ยนเรื่องมันซะเลย

“มึงว่าขนมครกสูตรยายฉิ้มจะยังเหลือไหมวะ”

ไอ้ดำหันมองไกรทองเหมือนเพิ่งคิดได้ว่าควรจะรีบ

“ถามทำไม ก็รีบไปดูกันสิวะ!”

เพื่อนเกลอทั้งสองผู้เสพติดขนมหวานเข้าเส้นเลือดวิ่งกุลีกุจอไปตามหาแผงลอยของยายฉิ้ม ตัวยายฉิ้มน่ะตายไปแล้วเหลือแต่น้องนิ่มหลานสาวป้าแกที่ยังทำงานนี้ต่อด้วยเห็นว่าเป็นสูตรที่เลื่องลือจนคนติดไปแล้ว

ทั้งสองเดินเตร็ดเตร่จนมาถึงหน้าร้านและพบว่าเหลือขนมครกอีกเพียงเข่งเดียวเท่านั้น

เพื่อนรักสองคนมองหน้ากันทันที

“ข้าจะเอา”

“ข้าก็จะเอา”

ชิ้ง!

ถ้ามีสายฟ้าฟาดได้ราวกับนิทานคงมีกระแสไฟฟ้าออกมาจากตาครูมวยทั้งสองแน่ แม่นิ่มมองทั้งสองอย่างอ่อนใจ

โตกันจนปานนี้แล้วยังมีนิสัยขี้แย่งกันอยู่อีก

“ของข้า”

“แบ่งกันคนละครึ่งไงเล่า” ไกรทองหาทางออกให้แต่เหมือนดำจอมตะกละจะไม่เห็นด้วย

“ข้ากินไม่อิ่ม”

“ขนมใครเขากินเอาอิ่มกันวะ”

“กูนี่ไงเล่า ของข้า วันนี้ข้าชนะมวยมานะเห็นแก่ข้าบ้างสิวะ”

“ไม่ได้ชนะข้านี่ทำไมต้องเห็นใจด้วย”

ทั้งสองถกเถียงกัน ไม่ว่าเปล่ามีการยื้อแย่งขนมครกจนใบตองแทบฉีกขาดด้วย

“โว้ย พวกเอ็งแบ่งกันกินอย่างไอ้ไกรว่าเถอะว่ะ” นิ่มเห็นท่าไม่ดีจึงเข้าพรรคเข้าพวกกับไกรทองซึ่งเหมือนนางจะช้าไปหน่อยเพราะคราวนี้ไกรทองเองก็ชักมีน้ำโหจนจะกินมันทั้งถาดตามเพื่อนแล้ว

“ข้าไม่แบ่งโว้ย”

“ข้าก็ไม่แบ่ง!”

ฟึบ!

เพราะมัวแต่ฉุดกระชากยึดยื้อกันขนมครกในมือทั้งสองจึงหกคว่ำเต็มฝ่าเท้าของใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง

“ชะอุ๋ย” ดำสะดุ้งโหยงเพราะเพียงแค่ก้มไปเห็นรองเท้าก็รับรู้ได้แล้วว่าเป็นผู้มีอำนาจบาตรใหญ่

“หยา…” ไกรทองเองก็ตกใจ พากันโค้งคำนับไหว้ผู้นำเมืองกันปะหลกๆ โดยไม่ทันได้สังเกตว่าคนที่ยืนอยู่นั้นเป็นใครกันแน่

“ยังเลินเล่อไม่เปลี่ยนเลยนะ”

เสียงที่คุ้นเคยทำให้ไกรทองรีบเงยหน้า

นั่นปะไร

“ชาละวัน?!”

“หนีเที่ยวแล้วยังซุ่มซ่ามอีก” คนตัวสูงเอ็ด กลับเรือนไปเจอแต่ความว่างเปล่าก็คิดว่าเมียหายต้องถ่อสังขารไปหาบิดาที่เรือนใกล้เคียงก่อนได้ความว่าเจ้าตัวดีแอบไปชมมวยสดที่ลานวัดอีกแล้ว

“ผัวมาตามกลับบ้านแล้วคุณหนูไกร--อุ๊บ!” ไอ้ดำได้ทีล้อเลียนใหญ่แต่ก็เจอหมัดกึ่งแรงกึ่งเบาซัดเข้าเต็มแก้มให้มันหยุดพูดเรื่องบัดสีบัดเถลิงเสีย

มาผงมาผัวอะไรกลางตลาดสดเล่า ไอ้เพื่อนบ้า! ///[]///

“ค่าขนมเท่าไร” ชาละวันหันไปถามแม่ค้า ไกรทองตอนนี้ก็ขอยืมผ้าเปียกแม่นิ่มมาช่วยซับเท้าให้ชาละวัน การปรนนิบัติพัดวีนี้เรียกอาการเหม็นความรักของคนรอบด้านได้เป็นอย่างดี

        “ข้าไม่คิดตังหรอกมันตกเสียหายไม่มีใครได้กินสักชิ้น” แม่นิ่มเอ่ยระคนถูกใจที่ไม่มีใครได้กินเลย

    แย่งกันดีนัก

        “รับไปเถอะ” ชาละวันว่าพลางวางเบี้ยอัฐที่มีมูลค่าราวๆ ขนมครกสิบถ้วยให้แล้วดึงแขนเจ้าตัวดีให้เดินตามตนกลับเรือน

        “ข้าไปก่อนนะดำไว้ไปเชียร์ใหม่” ไกรทองโบกมือร่ำลาเพื่อน พลางพินหันกลับมาก็เจอแววตาตำหนิของชาละวัน การตีหน้ายักษ์อย่างนี้ทำให้ไกรทองย้อนนึกไปถึงวันแรกที่ประสบพบเจอกัน

        ชาละวันก็เป็นฝ่ายฉุดยื้อเขาออกไปเหมือนๆ กัน แต่ครานี้มันแตกต่างกันที่เราไม่ได้ดวลกำปั้นกันแต่เรา...เดินจับมือกัน

        “ซุ่มซ่าม”

        “แล้วรักไหมล่ะ” ไกรทองสัพยอกหวังเพียงได้เห็นสีหน้าขัดใจของชาละวันแต่เจ้าของร่างสูงชะลูดกับพูดออกมาตรงๆ จนไกรทองเป็นฝ่ายกระดากอายเสียเอง

        “รัก...แต่อย่าทำข้าเป็นห่วงขนาดนี้อีก จะออกไปไหนต้องบอกข้ารู้ไหม”

“รู้แล้วๆ”

“รู้แล้วทำด้วย” แววตาเป็นห่วงของชาละวันแจ่มชัดกลางคืนเดือนมืด

ไกรทองบีบฝ่ามือใหญ่กว่าเอาไว้แน่นแทนคำมั่นสัญญาว่าจะไม่หนีไปไหนโดยไม่บอกล่วงหน้าอีกแล้ว

ทั้งสองเดินผ่านหน้าท่าน้ำที่ยังเป็นไม้ผุพังไม่มีใครนึกซ่อม แล้วก็ไม่มีใครอยากเข้าใกล้เพราะเกรงกลัวต่อจระเข้

แม้สะพานไม้ริมท่านั้นจะไม่สำคัญต่อผู้อื่นแต่กลับคนสองผู้มันกลับเหมือนสิ่งสำคัญที่ทำให้ได้พบเจอกัน

หากไม่วิวาทกันคงไม่มีสิ่งใดดลใจให้เรื่องดำเนินมาถึงทุกวันนี้

หากไม่มอบโลหิตขัตติยาไม่ใครก็ใครสักคนคงต้องตายไปก่อนกาล

แลไม่รู้ด้วยซ้ำว่าภพหน้าจะต้องเผชิญความเจ็บปวดรูปแบบไหนอีก

แต่ทั้งสองก็เชื่อว่าต่อให้มันต้องดิ้นเร้าทุรนทุรายปานจะขาดใจตาย

พวกเขาก็ยินยอมพร้อมจะรับมันหากว่ามันทำให้ได้กลับมาพบเจอและครองคู่รักกันอีกครั้งหนึ่ง

จบบริบูรณ์



----------------------------------------------------
จบบริบูรณ์แล้วขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอดนะคะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 158 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,734 ความคิดเห็น

  1. #2572 reluz (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 18:58
    จบดี ละมุนมากอะแงงงง ชว้อบบบบบบ .ปาใจรัวๆๆๆๆๆ
    #2,572
    0
  2. #2390 Benz S (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 07:32
    ขอบคุณที่แต่งนิยายสนุกๆให้อ่านนะคะ
    #2,390
    0
  3. #2246 Mamimilky (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 15:08
    แงงงงงงง ดีจังงงงง ปริ่มมากเลยค่ะ
    #2,246
    0
  4. #2087 despasito (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 21:18
    ช่างละมุลละไม // น้องแอบหนีเที่ยวทำโทษเลยยย
    #2,087
    0
  5. #2039 KKMP (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 15:41
    ฮือออ ชาละวันทำไมอ่อนโยน
    #2,039
    0
  6. #2038 bloodc2 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 15:31
    มีความหนีสามีมาดูมวยกับเพื่อน ชาละวันน่าจะจับตีก้นนะคะ 55555
    #2,038
    0