ลิขิตกุมภีร์ :: ฟิคไกรทอง :: [ชาละวัน x ไกรทอง]

ตอนที่ 39 : ลิขิตกุมภีร์ : ตอน ๓๑

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,565
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 271 ครั้ง
    28 ต.ค. 61


“ชาละวัน!”

เจ้าของชื่อไม่ตอบรับทำเพียงแค่สีหน้าเรียบเฉยเท่านั้น แถมยังดึงแขนไกรทองให้ตามออกมาแบบไม่บอกกล่าวใครอีกด้วย

“เดี๋ยว เจ้าคิดจะทำอะไร” ไกรทองยึดยื้อพยายามหยุดอยู่กับที่โดยมีตะเภาทองมองเป็นห่วงอยู่ไม่ห่าง

เพราะอาคมของอาจารย์คงนางจึงลืมสิ้นว่าบุรุษที่เข้ามายื้อแย่งไกรทองไปจากตนคือพญากุมภีล์ที่เคยคาบตนไปยังถ้ำทอง

ดังนั้นสิ่งที่นางเห็นแลรู้สึกมีเพียงความประหลาดใจเท่านั้น แต่ก็ได้ไม่นานเพราะสักครู่หนึ่งพี่สาวอย่างตะเภาแก้วก็มาตามไปลอยกระทงร่วมกัน

“ตะเภาทอง มาอยู่นี่เองข้าก็เดินตามเสียให้วุ่นลานดินเชียว”

“พี่แก้ว”

“ไป...ไปกับข้ามาเดินกับชายที่ยังไม่ตบแต่งด้วยมันไม่ควรหนา”

“กะ...ก็จริงจ้ะ”

ไม่รู้เคราะห์ซ้ำกรรมซัดอะไรนางถึงจำเป็นต้องไปกับพี่เลี้ยงแทนที่จะได้อยู่เป็นไม้กันหมาให้ไกรทอง

ไกรทองพยายามบิดขืนข้อมือออกแต่ด้วยพละกำลังที่น้อยกว่าจึงทำได้เพียงโดนลากถูไปอย่างนั้น

ชาละวันไม่พูดไม่จาเอาแต่พาเดินไปยังมุมสมุนไพร สอบถามชาวบ้านจนได้ความว่าสมุนไพรสำหรับคนท้องไส้นั้นต้องบำรุงสิ่งใดบ้างเมื่อได้ดังที่ต้องการก็เอาเบี้ยอัฐซื้อมันเสียหลายสิ่งท่ามกลางสายตาสงสัยระคนเหนื่อยหน่ายใจของไกรทอง

“เอาไปอย่าลืมต้มกิน” ชาละวันยัดของทั้งหมดใส่มืออีกข้างของไกรทอง ซึ่งหมอจระเข้ก็ได้แต่รับมันไว้อย่างจำยอม

ใจจริงอยากเขวี้ยงทิ้งต่อหน้ายายเลยด้วยซ้ำแต่ยังเกรงอกเกรงใจทุกคนอยู่

แต่กับคนที่ขยันหานั้นหานี่มาให้ทาน ไม่ต้องมีหรอกคำว่าเกรงใจ

ไกรทองเดินมาหยุดประจันหน้ากับชาละวัน โดยมือข้างหนึ่งก็ยังโดนฉวยจับไว้แน่น

“ถ้าจะทำทุกอย่างเพื่อให้ข้ากลับไปตามตูดเจ้าต้อยๆ ก็หยุดเถอะ...ข้าโตพอจะตระหนักได้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร”

คำว่าอะไรเป็นอะไรเหมือนไม้หน้าสามฟาดหน้าพญากุมภีล์อย่างจัง

แต่คนปากหนักก็ยังไม่ลดละความพยายาม แม้จะไม่สามารถแสดงออกด้วยวาจาตามใจคิดได้แต่ทางกายก็พอทำไหวเช่นการฉวยจับมือไม่ให้ไกรทองไปไหนได้จนกว่าจะเจรจาพาทีกันจบนี่ไง

และดูเหมือนว่าชาละวันจะคิดผิด

“ไอ้ไกรโว้ยข้ามาแล้วรอนานไหม!” ไอ้ดำวิ่งมาพร้อมกระทง แต่คำพูดของมันนี่สิทำเอาไกรทองมึนตึบไปเลย

ใครไปนัดอะไรมันเมื่อไหร่วะ

มันมาก็ดีจะได้หาเรื่องออกจากบรรยากาศน่าอึดอัดนี่

“ชักช้าจังวะ” ไกรทองตามน้ำพลางสะบัดมือชาละวันออก ทิ้งให้พญากุมภีล์ต้องมองภาพคนที่ตัวเองมาตามง้อเดินไปกับชายอื่น ชาละวันจ้องภาพนั้นตาเขียวปั๊ด

“มึงมาได้ไงวะ” ไกรทองขยับหน้าไปกระซิบถาม และจากตำแหน่งที่ชาละวันยืนอยู่มันไม่ต่างอะไรกับการหอมแก้มเลย ส่งผลให้คนลอบมองเดือดเนื้อร้อนใจไปกันใหญ่

“เอาเถอะน่ามึงเอาเป็นว่ากูมาช่วยมึงแล้วกันจบนะ” ดำบอกปัดไปงั้น มีลอบมองไปยังเงาตะคุ่มตรงฝั่งอุโบสถแล้วยกนิ้วโป้งให้ใครบางคนที่ยืนกอดอกยิ้มเยาะอยู่ ชาละวันมองตามการกระทำนั้นและเห็นคนที่บงการเรื่องราวทุกอย่างชัดเจนเสียจนต้องกัดฟันกรอดๆ

“เดโช”

ชาละวันพ่นลมหายใจ แค่ลำพังไม่มีก้างขวางคอก็พูดกันยากอยู่แล้วยามนี้มาเจอพระเชษฐาแกล้งอีก เชื่อเขาเลย

“ไปกัน” ไกรทองว่า ไม่แม้ชายตาไปดูว่าชาละวันป่านนี้หน้าแตกเป็นเสี่ยงไปรึยัง

ไอ้ดำพาไกรทองไปลอยกระทงตรงริมท่า เห็นมันยังไม่มีกระทงก็พากันไปซื้อก่อน ไกรทองก็ช่างเล่นมันล่อซื้อของไปทั่วแล้วทิ้งให้ชายร่างสูงที่เดินตามมันมาติดๆ ตามจ่ายเบี้ยอัฐให้

ดำมองการกระทำอุกอาจพวกนั้นอย่างสงสัยใคร่รู้

เนี่ย...ต้องมีลับลมคมในแน่ เขาเองก็ยังได้ค่าจ้างเยอะมากมายกับแค่ช่วยพาไกรทองออกมาจากบุรุษหน้ายักษ์คนนั้น

สองครูมวยเดินมาริมตลิ่งอีกครั้ง คราวนี้ลืมไม้ขีดไฟ เป็นดำที่อาสาออกไปหาของมาให้

เลยเหลือแต่ไกรทองที่นั่งรออยู่ริมตลิ่งฝั่งที่ไม่มีผู้คนแวะเวียนมานัก

“ข้าไปเอาไม้ขีดก่อนนะ” ดำโบกมือหยอยๆ ตอนวิ่งออกไป คราวนี้วิ่งไปรับเงินส่วนที่เหลือจากเดโชที่ให้เพราะดำทำตามคำสั่งที่ว่า ‘ให้พาไกรทองออกมาจากบุรุษหน้ายักษ์ผู้นั้นและนำพาคนทั้งสองไปยังตลิ่งที่มีเพียงสองคนนั้นให้ได้’

เดโชฉีกยิ้มให้ชาละวัน

เห็นไหมข้าเป็นพี่ชายที่ดีจะตาย…

เดโชมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มก่อนหมุนตัวหายเข้าไปในความมืด

ไกรทองที่นั่งจับเจ่าทำเป็นมองฟ้ามองดิน ไม่ยอมมองไปยังด้านข้างที่มีชาละวันยืนถือกระทงอยู่ ไม่รู้พญากุมภีล์จะอดทนไม่ใช่กำลังวังชาในการเจรจาได้อีกสักกี่น้ำ

ทั้งที่หึงจนหน้าแทบมืดตั้งแต่เห็นสองคนนั้นจับมือถือแขน ช่วยกันประคับประคองกระทงใบจิ๋วที่ถือด้วยปลายก้อยก็ยังได้ แถมการอิงแอบแนบชิดนั่นมันอะไรกัน สันนิบาตกินตัวกันรึไงถึงต้องไปแนบชิดจนจะสิงกันปานนั้น

ไกรทองชะโงกมองหาเงาเพื่อน ทั้งที่จริงๆ แล้วมันหนีไปลอยกระทงกับสาวที่หมายตาตั้งนานแล้ว เมื่อหน้าที่หมดรับเงินจากเดโชมันก็เพ่นแนบไปเลย

เมื่อเหลือกันสองคน บรรยากาศอึดอัดจึงกลับมา คราวนี้เป็นพญากุมภีล์ที่เปิดบทสนทนาอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต

“เจ้าหลบหน้าข้า”

คำพูดนั้นทำให้ไกรทองตวัดสายตามองอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา

หลบหน้าอะไร...เรียกว่าไม่อยากพบเจอเลยจะดีกว่า

“เราไม่มีสิ่งใดต้องข้องเกี่ยวกันอีกแล้ว...นั่นคือความต้องการของเจ้ามาตลอดไม่ใช่รึ”

ปัดข้าออกจากชีวิต ทิ้งให้ข้ารอคอยอย่างไร้ความหมายถึงเจ็ดปี ความจริงมาเปิดเผยคือเจ้าไปมีครอบครัวที่อบอุ่นสมบูรณ์ ข้าก็เป็นเพียงอีกหนึ่งของเล่นที่ชาละวันมาทิ้งพันธะเอาไว้

แถมเจ้าตัวก็บอกแน่ชัดแล้วว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขา

“ที่จริงพระอิศวรก็มิควรมอบพรนี้ เราจะได้ไม่ต้องมีพันธะต่อกัน จะได้ไม่ต้องแยแสหรือพบเจอหน้ากันอีก” ไกรทองยังคงตัดพ้อต่อโชคชะตา

“จริงอยู่ที่ข้าไม่เคยพอใจกับการมีเจ้าข้างกาย...แต่ข้าค้นพบแล้วว่ามันไม่จริงเลย” ชาละวันโต้โผปล่อยให้อีกฝ่ายคิดไปเองคงลากไปแต่เรื่องเลวร้าย

แทบหลงลืมไปแล้วว่าตัวเองต้องวางท่ารักษามาด ไม่พูดอะไรที่ดูเป็นการเว้าวอนเกินไป เหมือนชาละวันจะลืมอหังการของตัวเองไปจนหมดสิ้นแล้วจริงๆ

“ถ้าเจ้าทำไปเพราะลูกน้อย เจ้าไม่ต้องกังวลเลยข้าดูแลเขาได้ด้วยตัวเอง”

“ไม่ใช่เรื่องของใครทั้งนั้น มีแต่เรื่องของเจ้ากับข้า”

“.....” ไกรทองเงียบลงไป เม้มปากแน่นอับจนต่อคำพูด

“เจ้าก็รู้ข้าไม่ได้เก่งนักในการพูดจา” ชาละวันหมายถึงทุกสิ่งที่ตนเคยเอ่ย มันง่ายดายนักที่จะพูดในสิ่งที่ตรงข้ามกับหัวใจ แต่มันช่างยากแสนสาหัสเมื่อต้องจำนนต่อดวงใจว่าสุดท้ายเรื่องราวทั้งหมดทั้งมวลมันก็คือความจริงทั้งนั้น

เมื่อชาละวันเปิดช่องไกรทองจึงว่ากลับ

“การกระทำเจ้าก็ใช่ย่อยกว่าคำพูด” ใช้ความรุนแรงล่ะที่หนึ่ง

“พูดกับข้าก็มองหน้าข้า” ชาละวันแหว ไม่รู้อะไรดลใจให้เขางี่เง่าและตื้อคนผู้หนึ่งมากขนาดนี้ เกิดมาไม่เคยต้องตามเอาใจใครหรือทวงถามถึงความสนใจจากใครมาก่อน

เห็นทีวันนี้จะเป็นวันที่ราหูอมโชคลางเขาเข้าไปจริงๆ

ไม่ว่าเปล่าชาละวันเอามือข้างที่ไม่ถือกระทงบีบแขนคนที่ก้มหน้าหลบตาตนพลางกระชากให้หันมามองจ้องกันดีๆ ความอดทนที่มีหมดสิ้นลงแล้ว แต่แล้วสิ่งที่เห็นกลับทำให้ชาละวันสะอึก

นัยน์เนตรสีผืนดินที่เคยแอบเฝ้ามองมาตลอดกำลังรื้นไปด้วยหยาดน้ำตา

อีกแล้ว…ร้องไห้เพราะข้าอีกแล้ว

นี่สินะสาเหตุที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตา

ชาละวันเหม่อมองภาพนั้นค้าง ต่างจากไกรทองที่เริ่มดวงหน้าบิดเบี้ยวไปเพราะก้อนสะอื้น ในอกเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ

“ไม่รักก็ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าขอร้อง”

ไม่ต้องมาแยแส ไม่ต้องมาใส่ใจ กลับไปดูแลคนของตัวเองยังดีเสียกว่ามาทำให้เขาต้องเจ็บปวดทรมานกับการเห็นหน้าคนที่ปักใจรักแต่เขาไม่เคยเห็นค่า

“เฮ้อ…” ชาละวันทอดถอนใจแล้วปล่อยกระทงที่ดูมีความสำคัญในทีแรกลงกับพื้นก่อนดึงไกรทองเข้ามาสวมกอดแน่น คนในอ้อมกอดสะอื้นหนักขึ้นยามได้รับความอบอุ่นที่โหยหามาตลอด

“เจ็ดปี...เจ็ดปีที่ข้าเฝ้ารอเจ้าแต่เจ้าก็ไม่เคยกลับมา ข้าหวง...ห่วงว่าเจ้าจะเป็นอันตรายอันใดแต่เปล่าเลย...เจ้าแค่ไปมีครอบครัวของเจ้า ทิ้งให้ข้าอยู่กับพรที่เป็นดั่งคำสาปแช่งลำพัง ข้าจะอดทนมองหน้าลูกได้อย่างไรเมื่อรู้ดีแก่ใจว่าคนที่ทำให้ทุกข์ทรมานมาตลอดคือบิดาของเขา” ไกรทองพรั่งพรูความในใจออกมาหมดเปลือก ทุกความคับข้อง ทุกความขมขื่นไหลรินแข่งกับน้ำตาไม่ขาดสาย

“ฟังนะ...ฟังข้าให้ดี” ชาละวันผละออกมาแล้วเอาหลังมือปาดหยดน้ำตาให้ไกรทองเบามือ

“เรื่องครอบครัวของข้า มันเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบที่ข้า...เมามายถึงตัวเจ้าและภาระหน้าที่ที่ข้าจะเป็นต้องทำเพื่อสืบสานราชบัลลังก์แต่ตอนนี้ข้าได้ยกนางทั้งสองแก่ขุนนางที่ปักใจรักนางอย่างจริงใจแล้ว ตอนนี้ข้าไม่เหลือพันธะใด ข้าไม่ต้องการมีพันธะใดเช่นกันนอกเหนือแต่ว่าคนๆ นั้นจะคือเจ้า” ชาละวันอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ดวงตากลับแฝงไปด้วยความสำนึกผิด นี่อาจเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่พญากุมภีล์กล้าพูดความในใจออกมาอย่างตรงไปตรงมา

เพราะไม่อยากให้เรื่องราวมันแย่ไปกว่านี้...และไม่อยากจะฝืนต่อดวงใจตนเองอีกแล้ว

มันเหนื่อย...เหนื่อยเหลือเกิน

ตึก ตึก

ดั่งต้นไม้ขาดน้ำได้พระวรุณมาช่วยรินรด ดั่งหัวใจแห้งแล้งได้น้ำอมฤตมาสืบสาน

ความจริงทั้งหมดทำให้ไกรทองหูอื้อตาลาย

...แต่กระนั้น

“.....เจ้าทำไม่ถูกต้องเจ้าทิ้งพวกนางได้อย่างไร พวกนางเป็นถึงเจ้านางมียศถามีศักดิ์ศรีที่พึงรักษา”

ยามนี้ไกรทองรู้แล้วว่าชาละวันสืบสกุลวงศ์เจ้า แน่นอนว่านางเหล่านั้นก็ต้องเป็นดั่งเชื้อพระวงศ์เฉกเช่นเดียวกัน แล้วให้เกียรติของนางมาแปดเปื้อนด้วยการยกนางให้ดั่งยกสนมไร้วรรณะมันไม่เหมาะไม่ควรเลย

ชาละวันรู้ดีแก่ความผิดแต่ก็ยังย้ำต่อปณิธานของตัวเอง

“ข้าทำเพราะข้าอยากมีแค่เจ้า...ข้าเหนื่อยหน่ายจะแสร้งทำเป็นมีความสุขกับคนที่ไม่เคยปักใจรักแล้ว”

นี่แทบไม่ใช่ชาละวันคนที่ไกรทองรู้จัก ชาละวันผู้ที่เต็มไปด้วยความคั่งแค้น ไร้ชีวิตจิตใจ ชายคนนั้นได้ตายไปแล้วจริงๆ

บุรุษตรงหน้าเขาเป็นเพียงชายผู้อ่อนล้าต่อทุกสิ่ง และเหนื่อยอ่อนจะบิดเบือนความจริงในใจ

ไกรทองเหม่อมองภาพเบื้องหน้าทั้งน้ำตา ความจริงหรือความฝันไม่อาจคาดเดาได้ ถ้ามันเป็นฝัน...ก็เป็นฝันที่มีความสุขที่สุดในชีวิตเลย

ชาละวันค่อยๆ เคลื่อนมาจรดจูบหน้าผากคนที่เอาแต่เงียบอึ้งเบาๆ แล้วก้มกระซิบเสียงนุ่ม

“ตอนนี้มีแค่เจ้า...แค่เจ้าแล้วไกรทอง” ไม่ว่าเปล่าพญากุมภีล์เกลี่ยคราบน้ำตาให้อย่างทะนุถนอม

“รู้ว่าข้าง้อไม่เก่ง...ก็อย่างอนให้ข้าต้องง้อบ่อยๆ ได้รึไม่ แค่นี้ใจข้าก็จวนเจียนจะขาดรอนอยู่แล้วหนา”

“เจ้า…” ไกรทองจับหน้าคนตัวสูงกว่าไว้ คำอ้อนวอนเมื่อครู่ส่งผลให้คนที่ร้องไห้อยู่ถึงกับเผลอเก็บกลั้นรอยยิ้ม ที่แตะสัมผัสนี่คืออยากรู้ว่าคนตรงหน้าคือความจริง มิใช่ภาพมายาที่เขาสร้างขึ้นเองเพราะทุกข์ตรม

“...เจ้า” เมื่อจับทาบอยู่นานพอจะรู้ว่าทุกอย่างคือความจริง ไกรทองก็ค่อยๆ ลดมือลงแล้วเปลี่ยนมาไล้แตะตรงหางตาสีอำพันแทน

ดวงตาคู่นี้ยามนี้มันบ่งบอกถึงชีวิต แต่เศร้าหมองเกินกว่าจะใช่ดวงตาของสัตว์ร้ายตนเดิมที่เคยพบเห็น

นี่คือชาละวัน...ที่เขาเฝ้าฝันถึง

เฝ้าฝันว่าจักมีสักวันที่อีกฝ่ายได้มีชีวิตจิตใจเหมือนผู้อื่น และวันนี้มันเป็นจริงแล้ว

ชาละวันเห็นไกรทองเงียบจึงพร่ำอธิบายต่อ หากแต่ครานี้จับมือไกรทองมาโอบรอบคอตัวเองไว้และตนเองก็โอบเอวคนตัวเล็กกว่าไว้แนบแน่น

“เจ้าอาจไม่รู้แต่โลหิตขัตติยาที่ข้ามอบให้มันได้หมั้นหมายเจ้าไว้ตั้งแต่ยามเด็กแล้ว”

โลหิตขัตติยา?”

ชาละวันเล่าถึงความสำคัญของหยาดโลหิตนั้น จนเมื่อไกรทองจดจำทุกอย่างได้ก็เบิกตากว้าง

เช่นนั้นแล้วบาดแผลฉกรรจ์ที่เกือบคร่าชีวิตเขาในวัยเด็กนั่นก็ถูกชาละวันช่วยไว้จริงๆ ด้วย แล้วยิ่งการหมั้นหมายอันสำคัญนั้นอีก

“ไม่เคยมีใครได้รับโลหิตขัตติยาของข้า...ยกเว้นเจ้า”

เพียงคำนี้หลุดมา เขื่อนที่สร้างไว้ปิดกั้นตัวเองจากพญากุมภีล์ตรงหน้าก็แทบพังทลายลง เพราะแทบทั้งสิ้นที่ชาละวันกล่าวมันมีความหมายถึงการปักใจรักมาเนิ่นนานแล้วเพียงแต่ไม่กล้าพูดออกไปก็เท่านั้น

“.....” ไกรทองหลุบตาลงต่ำ ไม่อาจทนมองนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนล้าดวงนั้นได้อีก

“อย่าให้ข้าต้องสูญเสียความเป็นตัวเองมากไปกว่านี้เลยแค่นี้ข้าก็ไร้ซึ่งศักดิ์ซึ่งศรีแล้วหนา” ชาละวันกระเง้ากระงอด หากเป็นสุนัขคงได้ยินเสียง ‘หงิง’ ออกมาแทนคำพูดเหล่านี้แล้ว

“ข้าชอบเวลาเจ้าไม่เหลือศักดิ์ศรีจริงๆ” ไกรทองว่า ก่อนเป็นฝ่ายกอดชาละวันไว้แน่น

แท้จริงแล้ว...เขายอมตั้งแต่เห็นหน้าค่าตาพ่อกุมภีล์ปากหนักแล้ว

ยอมมาตลอด...เขาไม่เคยเอาชนะชาละวันได้เลยสักครั้ง

ราวกับหัวใจไม่เคยหลาบจำต่อความเจ็บปวด แม้นจะเจ็บก็ยินดีจะรับมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากผู้กระทำคือชายผู้นั้น

ความรัก...มันทรงอานุภาพได้ขนาดนี้เชียวหรือ

เมื่อเจรจากันได้ความไกรทองก็ขอตัวไปลอยกระทงก่อน ชาละวันอาสาตามมาด้วย หยิบเจ้ากระทงที่นางในปักพุ่มให้มาปัดๆ เศษดินออกแล้วเป็นฝ่ายลงไปในน้ำเพื่อคว้ากระทงที่มีเทียนติดอยู่มาติดให้กระทงของเมีย

การเสียสละอันยิ่งใหญ่นั้นทำให้ไกรทองเบะปากเหมือนเหม็นการเอาอกเอาใจจนออกนอกหน้าครั้งนี้

ชาละวันไม่ถือสาท่าทางนั้นแล้วค่อยๆ ว่ายกลับมาดึงไกรทองที่กำลังอธิษฐานต่อพระแม่คงคาให้ลงมาด้วยกัน

จึงกลายเป็นการลอยคอลอยกระทงกันไป ทั้งสองหัวเราะร่าและค่อยๆ เคลื่อนหน้ามาจุมพิตกันภายใต้แสงเทียนและหมู่ดาว

ชาละวันโอบกอดไกรทองจากด้านหลัง ล้วงมือไปไล้ตามร่องรอยแผลเป็นจากกริชเขี้ยวเพชรที่ตนฝากฝังเอาไว้อย่างรู้สึกผิด ไกรทองเอนกายพิงกับแผ่นอกแข็งแรง เห็นดวงหน้ามัวหมองและการกระทำนั้นก็ส่งผลให้เคลื่อนหน้าเข้าไปจรดจูบปิดปากชาละวันเสียเอง

เขาไม่อยากฟังคำขอโทษใดๆ อีกต่อไปแล้ว

เขาอยากฟังคำอื่น

ลิ้นทั้งสองเกี่ยวกระหวัดรัดกันไม่เหลือช่องว่าง และเพียงแค่มันได้ห่างจากกันคำพูดน้อยสำนวนแต่ความหมายกินใจก็หลุดลอดออกมาจากปากพญากุมภีล์

“ข้ารักเจ้า”

ไกรทองคลี่ยิ้มบาง

“ข้าก็รัก...รักเจ้าไม่เคยเสื่อมคลาย...ชาละวัน”



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 271 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,734 ความคิดเห็น

  1. #2653 SUNelf213 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 20:49
    อยู่ดีๆก็จิ้นพี่น้องสองตะเภา.. 565555
    #2,653
    0
  2. #2245 Mamimilky (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 15:01
    อหหหหหห เขินไม่ไหวแล้วจ้าาาา ฮือออออออออออ
    #2,245
    0
  3. #2086 despasito (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 20:51
    เขินละมุลจนลืมดราม่า ถถถ
    #2,086
    0
  4. #2034 Patcharin0423 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 16:02
    เขินอะเขิ๊นนนนน แง้วๆๆๆๆๆ เขินกรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อ่านไปเขินไปฮื่อ เปงบ้าแน้ว
    #2,034
    0
  5. #2032 newexo (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 04:28
    ยิ้มลืมเลยว่าที่ผ่านมาดราม่าหนักพอควร โถ่เอย นี่ก็ใจอ่อนตั้งแต่เห็นพี่เขามาง้อน้องไกรแล้วเช่นกัน ดีใจกับพี่ชานะคะ อุตส่าห์บากหน้าไปปรึกษาท่านพ่อมาไม่เสียเปล่าเนาะ ถือว่าจัดการชีวิตตัวเองได้ดี แม้ว่าจะโง่งมอยู่นานก็ตาม
    ชอบตอนพี่ตามมาจ่ายนั่นนี่ให้น้องอะ ป๋ามากจ้า ซื้อยาบำรุงให้ด้วย จริงๆพี่เขาเป็นคนอบอุ่นแต่แสดงออกไม่เก่งเนอะ พอเลิกปากแข็งอะไรๆก็ดี ยิ่งตอนพูดกระเง้ากระงอดนี่โคตรรรน่ารัก นี่กรีดร้องอัดหมอนเลย พี่ชากลายร่างเป็นจระเข้น้อยไปแล้ววว 55555 แถมเอาอกเอาใจเมียสุดฤทธิ์ หึหึ ถ้าพี่เดโชยังยืนอยู่คงเก็บมาล้อได้อีกนาน อย่าลืมไปขอบคุณความแสบของพี่ชายด้วยนะคะ จัดฉากเก่งงง
    ดีใจที่ทั้งคู่เข้าใจกันซะที บอกรักกันซะที TT เฮ้อ โล่งใจจจจ เหมือนเห็นลูกเป็นฝั่งเป็นฝาเลย ลุ้นมานานละเกิน
    #2,032
    0
  6. #2030 Minipan1997 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 00:45
    กว่าคุณพี่จะยอมพูด5555
    #2,030
    0
  7. #2029 Asphyxia-co (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 00:15

    ตายแล้วค่ะ เขาคืนดีกันแล้วค่ะะะะะ//7//
    #2,029
    0
  8. #2027 ChompunutEksuk (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 22:11
    ฮือออออ ในที่สุดก็บอกรักกันแล้วว
    #2,027
    0
  9. #2026 pegger15384 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 22:10

    ดีใจเหมือนบังเอิญรักอัพตอน
    #2,026
    0
  10. #2025 พู่กันกับสีน้ำ (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 21:05

    ฮือออ บอกรักกก
    #2,025
    0
  11. #2024 orart2 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 19:08

    อยากเห็นหน้าลูกเลยอ่ะ
    #2,024
    0
  12. #2023 Adhelle (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 18:58

    ดีใจเหมือนถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง
    #2,023
    0
  13. #2022 sommah7777 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 18:37
    ในที่สุดดดดดด กรี้ดด
    #2,022
    0
  14. #2021 Phatusanime (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 18:25

    มายก๊อดดดดดด


    โรมแมนติดโคตร ปรบมือรัวๆสวยงามมากค่ะ!!!

    #2,021
    0
  15. #2020 เด็กสาวผู้หวาดกลัว (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 18:15
    ง้อได้นึดนึงแล้วนะชาละวัน ฟฟฟว์ รอตอนต่อไปฮือออ อยากดูตอนหนูไกรทองคลอดกับตอนลูกน้อยวัยเด็กจัง ค้องน่ารักน่าเอ็นดูแน่เลย ฮืออออ
    #2,020
    0
  16. #2019 bloodc2 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 17:50
    ฮื้อออ ฮืออออ ในที่สุดก็ง้อได้สำเร็จเข้าใจกันแล้วววววว
    ชาละวันยอมลดตัวจากจระเข้เป็นลูกหมาแล้วน่าจริงเชีย---//หางจระเข้ฟาดปาก
    #2,019
    0
  17. #2018 Sayume ♧♣ Jaremy (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 17:40

    บ้าจริง // หน้าแดง
    #2,018
    0
  18. #2017 Theamzard (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 17:14
    มีความสุขจนตายไปเรยฮื้อเป็นฮีลลิ่งที่ดีต่อหมากหัวใจอย่างแรงค่ะขอบคุณนะคะที่หนูยังหายใจอยู่จากการอ่านฟิคคู่นี้ฮื้อสฟสฟสฟฟฟ เขินมากเลยฮื้ออออในที่สุดพ่อคนปากแข็งของเราก็ปากตรงกับใจกับเขาสักที ปลื้มรักกันนานๆนะคะ 😭❤️❤️❤️❤️
    #2,017
    0
  19. #2016 Gee Orra (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 16:51

    ได้เล่มแล้ว เเต่ก็อ่านมาเป็นกำลังใจให้ไรท์ ติดตามเล่มพ่อกะพี่เดโชอยู่นะ สู้!
    #2,016
    0
  20. #2015 KKMP (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 16:44
    กรี๊ด เขิน ในที่สุดก็ปรับความเข้าใจกันได้
    #2,015
    0
  21. #2013 Hyukky38 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 16:09
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด บอกรักกันแล้วววววว//ซับน้ำตา ปล.พี่เดโชน่ารักมากเลยค่าาาาา พี่ชายที่แสนดี~~
    #2,013
    0