ลิขิตกุมภีร์ :: ฟิคไกรทอง :: [ชาละวัน x ไกรทอง]

ตอนที่ 24 : ลิขิตกุมภีร์ : ตอน ๒๑

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,760
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 172 ครั้ง
    6 ส.ค. 61

ราวกับเทพยดายังไม่แล้งน้ำใจ ดลบันดาลให้สองร่างนั้นอยู่ห่างกับศาสตราวุธปลุกเสกไปไม่กี่คืบ ไกรทองรู้ว่าหากยังดิ้นขืนไปก็ไม่อาจต้านแรงอมนุษย์ตรงหน้าได้ แม้นในใจจะยังตระหนกกับสิ่งที่เห็นแต่เสี้ยวนาทีควาวมเป็นความตายก็ทำให้การดิ้นเร้าเอาชีวิตรอดอยู่เหนือทุกความสับสน

หมับ!

หมอจระเข้ละมือลงจากฝ่ามือใหญ่ก่อนควานหาและหยิบจับหอกสัตตะโลหะไว้มั่น

‘คราวหน้าจักแทง...ก็แทงให้ทะลุขั้วหัวใจ’

คำสอนที่ออกมาจากปากคนที่พร่ำทำร้ายดังกังวานในห้วงความคิด ไกรทองกัดฟันแน่น ความกลัว ความขมขื่น ความสิ้นหวังถาโถมเข้ามา

สุดท้ายก็ใช้มันแทงทะลุสีข้างคนตัวสูงกว่า แม้เรี่ยวแรงจะลดน้อยลงเพราะขาดอากาศแต่กับของศักดิ์สิทธิ์กระทุ้งเข้าชายโครงเพียงนิดคมมีดก็ฝังลึกเข้าไปในผิวหนัง จนชาละวันจำต้องผละปล่อยมือออก

“อึก!...” ไกรทองร่วงลงกระแทกพื้น เสียงคำรามลั่นอย่างเจ็บปวดของคนตรงหน้าเสมือนสัญญาณให้ร่างที่เชือนชารีบตาลีตาเหลือกลุกขึ้น

ดวงตาสองคู่จรดจ้องกัน คู่หนึ่งเต็มไปด้วยโทสะอีกคู่ยังคงสับสนแลสิ้นหวัง ความรู้สึกมากมายนั้นชาละวันไม่อาจทนมองมันได้

ที่เขายังจำแลงกายอยู่ทุกเมื่อเชื่อวานก็เพียงเพราะไม่อาจทนมองสายตาผิดหวังของไอ้มนุษย์หน้าโง่ได้

เขาไม่เคยรู้ว่าความเจ็บปวดจากการโดนทิ่มแทงมันเป็นอย่างไร...แต่พอได้มารับรู้มันยิ่งชัดเจนว่าความเจ็บที่ก่อเกิดมาจากการเป็นปรปักษ์กับไกรทองมันมีมากกว่า

มาก...จนเขานึกโมโหตนเอง

ในดวงตาสีผืนดินมีมากมายหลายคำถามและหลายสิ่งที่ต้องการจะเอ่ยแต่มันคงไม่มีประโยชน์อันใดเพราะผู้สดับฟังไม่คิดจะแยแสมัน แต่กระนั้นคนที่ยังมีหวังกับทุกสิ่งก็จำใจเอ่ย แม้เพียงแสงริบหรี่ก็ยังคาดหวังว่ามันจะมีวันกลับมาทอแสงจ้าดังเดิมได้

“เรื่องเมื่อคืน...เมื่อคืนข้ารู้สึก” ไกรทองกระชับหอกสัตตะโลหะแน่น กลีบปากที่ยังมีร่องรอยแผลเป็นจากรอยจูบเม้มเข้าหากันจนขึ้นห้อเลือด

“ข้ารู้สึก...ต่อเจ้า”

รู้สึก...มากกว่าที่รู้สึกกับใคร

รู้สึกจนกระทั่งยามนี้...ยามที่ได้รู้ว่าเจ้าไม่ใช่มนุษย์

ข้าก็ยังรู้สึกเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

“ส่วนข้าไม่” ชาละวันเค้นยิ้ม ฝ่ามือใหญ่กดช่วงสีข้างที่มีเลือดซึมเอ่อออกมาจากอาภรณ์แน่น คนตัวสูงขบกรามสะกดกลั้นความเจ็บและอารมณ์ที่ตีรันฟันแทงจนจุกเสียดไปหมด

นัยน์ตาสีอำพันฉายแววเย้ยหยันไม่ต่างจากรอยยิ้มพลางค่อยๆดำริเชื่องช้าย้ำให้มนุษย์ตรงหน้าฟัง

“เจ้ามันก็แค่เครื่องมือระบายราคะ”

ความจริงจากปากยังไม่น่าเจ็บปวดเท่านัยน์ตาที่แสดงออกถึงความจงเกลียดจงชัง

ไกรทองหายใจติดขัด นัยน์ตาไม่อาจกลั้นความรู้สึกต่างๆได้ น้ำใสเอ่อคลอหน่วงจนภาพเบื้องหน้าพร่าเบลอแต่เสียงที่พร่ำย้ำมั่นถึงความสำคัญของตนก็ไม่จางหายไปไหน

เสียงชาวบ้านรอบนอกเริ่มดังใกล้เข้ามา ทุกฝ่ายคงได้ยินเสียงสิ่งของแตกกระจายจึงอยากมาตรวจตราให้แน่ใจว่าเรือนของหมอจระเข้ไม่ได้เกิดเรื่องร้ายขึ้น

ชาละวันหัวเราะในคอ ผละเดินถอยหลังเข้าไปในส่วนมืดมิดใกล้กับประตูด้านหลังของเรือนจนเหลือเพียงนัยน์ตาสีทองเรืองรอง

“เจอกันคราหน้า...อย่าหวังว่าจะได้มีลมหายใจต่อไป”

ความหวาดกลัวสิ้นหวังยังคงฉาบอยู่บนใบหน้าหมอจระเข้ น่าแปลกที่ชาละวันไม่ได้รู้สึกว่าไกรทองกลัวจะมอดม้วยมรณา…

แต่มันยังคงเป็นความกลัวที่ต้องเห็นเขาเดินจากไป...อีกครั้ง

ไกรทองอ้าปากคล้ายจะพูดบางอย่าง แต่น้ำตากลับหลั่งรินออกมาแทน

‘เจ้าจะกลับมาอีกไหม…’

‘เจ้าต้องกลับมานะ’

คำพูดที่เอ่ยจนแทบติดเป็นวิสัยยามเห็นอีกฝ่ายเดินจากไปลอยเข้ามาในหัว แต่ครั้งนี้กลับไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะเปล่งมันออกมาได้เป็นคำ มีเพียงแว่วเสียงกระท่อนกระแท่นเหมือนมีเหล็กเสียดแทงหลอดลมเท่านั้นที่ยังพรั่งพรูออกมา

“หากคราหน้าได้พบกัน...หากเจ้าทำร้ายมนุษย์แม้เพียงคนเดียว”

แม้จะยังไม่เข้าใจเรื่องราวใดแต่เมื่อเส้นทางลิขิตให้ต้องเป็นปรปักษ์

หากเส้นทางขีดเขียนมาเช่นนั้น...

“ข้าจะเป็นคนสังหารเจ้าด้วยมือของข้าเอง”

เปรี้ยง!!!

อัสนียบาตคำรามลั่นเสมือนรับฟังสัตย์สาบานของหมอจระเข้และพญากุมภีร์ ท้องฟ้าที่เคยสดใสแปรเปลี่ยนเป็นดำทะมึนก่อนห่าฝนจะเทตกลงมาอย่างหนักทั้งที่ไม่มีเค้าก่อนหน้า ราวกับแม้แต่พิรุณเทพเองยังไม่อาจต้านความโศกศัลย์ต่อการมองดูโศกนาฏกรรมที่ต้องดำเนิตามรอยลิขิตเดิม...อีกครั้ง


-----------


แสงสีขาวนวลประกายวาบเบื้องหน้าอัสนะที่อาจารย์คงนั่งวิปัสนา เจ้าของวรกายสีเขียวอร่ามบนช้างเอราวัณปรากฏตัวขึ้นพลางเพ่งพิศคนที่เข้าฌานอย่างเงียบงัน จนกระทั่งอาจารย์คงค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นแล้วผงกหัวเชิงรับรู้ถึงการมาของทวยเทพตรงหน้า เทพผู้นั้นจึงพนมมือนมัสการตอบ

“ท่านกลายเป็นพวกมุมานะขนาดนี้ไปตั้งแต่เมื่อใดอินทราเทพ”

อินทราเทพหรือพระอินทร์สดับเช่นนั้นก็ค่อยๆลงจากพาหนะแล้วคุกเข้าประนมมือเบื้องหน้าผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้แก่ตน

“ข้ามาขอขมาท่านอีกคราท่านอาจารย์ อภัยให้ใครความเมามายไร้สติ อภัยให้ความเห่อเหิม อภัยในดวงตามืดบอดแล้วกลับขึ้นไปเป็นปุโรหิตแห่งสวรรค์ดังเดิมเถิดท่านคุรุเทพ”

“ไม่ใช่เพราะจิตริษยาของท่านหรอกรึอินทราเทพ ท่านถึงได้สังหารปุโลหิตองค์ก่อนลงไป” อาจารย์คง หรือแท้จริงแล้วคือพระพฤหัสบดีหรืออีกนัยยะหนึ่งคือคุรุเทพ อาจารย์แห่งทวยเทพทั้งปวงเอ่ยเสียงสงบนิ่งแต่แฝงไปด้วยแววตำหนิ

ความผิดที่โดนว่ากล่าวทำให้พระอินทร์จำก้มหน้าจำนนต่อบาปกรรม

เขาคงไม่ต้องสังหารใครหากปุโรหิตสวรรค์อย่างท่านพระพฤหัสบดีไม่หนีลงมายังโลกมนุษย์

ท่านเคยหนีลงจากสรวงสวรรค์มาแล้วครั้งหนึ่ง คราแรกก่อเกิดจากการดื่มสุราเมามายโดยลืมจัดเตรียมอัสนะและสำรับให้ท่านอาจารย์ การกระทำไร้มารยาทนั้นทำให้พระพฤหัสพิโรธหนักจึงละทิ้งหน้าที่ปุโลหิตสวรรค์จนกองทัพเทพไร้ซึ่งกุนซือแลเกือบเข้าใกล้ความปราชัยต่อสูรเข้าทุกที

เขาผู้ซึ่งผิดบาปลงมาขอขมาท่านอาจารย์แต่ท่านยังไม่หายเคืองขุ่นจึงไม่ขอกลับไปทำหน้าที่ ร้อนถึงเขาต้องไปตามหาท่านฤาษีวิศวรูปมาทำหน้าที่ปุโลหิตสวรรค์แทนไปก่อนชั่วคราว

อนิจจาความริษยาก็บังตาเขา ยามเห็นว่ากองทัพเทพกลับมามีชัยชนะเพียงเพราะการวางแผนพิชัยสงครามของท่านฤาษีเขาจึงทำสิ่งที่เลวร้ายที่สุด นั่นคือการส่งนางอัปสรสวรรค์ไปทำให้ตบะของท่านแตกผล่านแต่ท่านก็มิได้แลหางตาจนท้ายที่สุดความผิดอันใหญ่หลวงที่สุดจึงบังเกิดขึ้น เขาใช้วชิราวุธสังหารท่านลงเสียจนกองทัพเทพขาดไร้ซึ่งปุโลหิตอีกครั้ง

การที่ท่านอาจารย์จะเย้ยหยันเขาซึ่งเต็มไปด้วยกิเลสก็ไม่แปลก แต่กับเรื่องใหญ่โตบนสวรรค์มันสำคัญยิ่งเขาถึงต้องบากหน้ามาให้ท่านอาจารย์เหน็บแนมถึงโลกมนุษย์ แถมมิใช่ตามอินเดียเหมือนดังกาลก่อนแต่คุรุเทพท่านมาแสวงหาความสงบในการเจริญภาวนาถึงสยามประเทศอันห่างออกไปไกล

ก็ว่าใยหาตัวท่านไม่พบแม้แต่ปลายเงาที่แท้มาหลบซ่อนในรูปลักษณ์หมออาคมอยู่ที่นี่เอง

“ท่านอาจารย์…” อินทรเทพกล่าวด้วยเสียงเว้าวอน

“ข้ายังขึ้นไปไม่ได้”

“ทำไมรึท่าน ยังมีเรื่องใดสำคัญไปกว่าการทำสงครามกับอสูร มหาเทพอิศวรเป็นผู้บัณฑูรให้ข้าตามท่านกลับขึ้นไปเชียวหนา”

“เจ้ามิสงสัยรึไฉนการสู้รบของเทวดากับอสูรจึงทวีความรุนแรงมากขึ้น”

“ท่านรู้ถึงชนวนเหตุนั้นหรือคุรุเทพ?”

“เพราะคำสาปของพระอิศวรนั่นแล”

“คำสาป?”

“คำสาปส่งที่ทำร้ายแม่ทัพเอกของกองทัพเทพ ‘วาสนุ’ และจอมราชย์อสูร ‘รชิตะ’ ผู้ปักใจรักกันท่ามกลางสงครามนั่นไง คำสาปที่ให้คนทั้งสองต้องห้ำหั่นกัน ไม่ผู้ใดก็ผู้ใดสิ้นใจตายด้วยมือของอีกคนจนกว่าจะศิโรราบต่อดินฟ้า...แล้วออกปากตัดบุญตัดวาสนาร่วมกัน ไม่ขอกลับมารู้สึกให้เสื่อมเกียรติภูมิต่อเผ่าพันธุ์อีก”

“เรื่องของวาสนุกับรชิตะมันเกี่ยวข้องอย่างไร นั่นมันก็ตั้งพันปีมาแล้ว พวกเขายังเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏนี้อยู่อีกรึ” พระอินทร์ฉงนใจ

เรื่องความพิโรธจนบังเกิดคำสาปร้ายจากมหาเทพนั้นเขาพอทราบมาอยู่บ้าง รู้ว่ามันคือคำสาปที่ใครต่างไม่อยากประสบพบเจอ รู้ว่ามันเจ็บปวดแสนสาหัสที่ต้องสังหารผู้ที่ผูกใจรักทุกชาติไป

แต่...เทพและอสูรตนนั้นยังไม่ลดละความพยายามที่จะเกิดมาพบความเจ็บปวดนั้นร่วมกันอีกหรือ?

“ใช่พวกเขายังอยู่...แลยิ่งเกิดใหม่ในชาติใหม่ยิ่งห้ำหั่นกันรุนแรงขึ้น อย่าลืมสิว่าพวกเขาคือตัวแปรแห่งสงคราม ในฐานะแม่ทัพเอกทั้งสองต้องแบ่งภาคจิตความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว และความเก่งกาจให้เหล่านักรบของฝ่ายตน อสูรและเทวดามีเสี้ยวหนึ่งของวาสนุกับรชิตะกันทั้งนั้น ยามใดที่สองผู้นั้นมีจิตหมายสังหารฝ่ายตรงข้าม คนในกองทัพทุกผู้ก็เหมือนถูกกระตุ้นให้ทนต่อยิ่งยั่วยุไม่ได้ และหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเปิดสงคราม อีกฝ่ายก็พร้อมก่อความรุนแรงที่มากกว่ากลับไป มันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นยามผู้ถูกสาปส่งทั้งสองบำเพ็ญจิตแบ่งดวงวิญญาณออกมาเป็นสองดวง ความคำนึงนึกถึงจึงเพิ่มพูนขึ้นสองเท่า แค้นมาก โกรธมาก ชิงชังมาก ทุกอารมณ์คือบ่อเกิดแห่งไฟสงครามที่แผดเผากันจนวอดวายทั้งนั้น”

“แล้ว...เราจักทำอย่างไรได้บ้างเล่าท่าน ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก อสูรร้ายนับพันหมื่นผุดขึ้นจนปราบกันไม่หวาดไม่ไหวแล้ว”

“พวกท่านเองก็หวังเพียงชัยชนะมิใช่รึ? แล้วไม่ดีหรือที่ปล่อยให้ไฟโทสะของวาสนุกับรชิตะถาโถมใส่กัน ยิ่งรุนแรงแล้วฝ่ายใดเอาชนะได้มันก็ยิ่งมีเกียรติมิใช่รึ นั่นคือสิ่งที่ท่านเเละมหาเทพพึงต้องมาตลอดไม่ใช่หรืออย่างไรกัน”

“.....”

“ข้าเคยเตือนท่านแล้วอินทราเทพ เตือนเสมอว่าการห้ำหั่นกันไม่ใช่คำตอบของการอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก การรบราฆ่าฟัน ตักตวงดินแดนไม่ได้มาซึ่งอำนาจที่แท้จริง การอยู่เหนือผู้อื่นไม่ได้ทำให้ได้มาซึ่งหนทางแห่งความสุขนิรันดร์ สันติต่างหาก สันติคือทางออก ข้าคิดเสมอว่าต้องมีสักวันที่พวกท่านลดทิฐิ ถอดหัวโขนออกมามองสัจจะธรรมแต่มันคงไม่มีวันนั้น ที่เจ้ามาที่นี่...ที่มหาเทพส่งเจ้ามาก็เพียงเพื่อให้ข้ากลับไปวางแผนพิชัยสงครามเพื่อต่อกรกับอสูรดังเดิมใช่ฤาไม่ พวกท่านก็ยังอยากได้ชัยชนะที่ไม่อนิจจังนั้นเหมือนดังเดิม ผ่านมาเป็นพันปีแล้วพวกท่านก็ไม่มีใครเปลี่ยน และหากต่อสู้กัน จงเกลียดจงชังกันจนโลกธาตุแตกสลายก็จงรู้ไว้ว่ามันเกิดมาจากความอยากเอาชนะของเทวาและอสูร”

พระอินทร์ทอดถอนใจออกมาอย่างปลงตก

ที่ท่านคุรุเทพกล่าวมาใช่ว่าไม่มีมูลแต่เรื่องราวมันบานปลายมาถึงพันปีแล้ว

พันปีที่สามโลกไม่เคยได้สงบสุข พันปีที่เราต้องหวาดระแวง มันก่อเกิดมาจากคำสาปร้ายของมหาเทพนี่เอง

พระอิศวรทรงทราบเรื่องนี้แน่ แต่พระองค์ท่านทำอะไรไม่ได้ กษัตริย์ตรัสแล้วไม่อาจคืนคำฉันใดมหาเทพเองก็เป็นฉันนั้น

ฤานี่จะเป็นเหตุผลที่ทำให้ท่านส่งเขามาตามหาคุรุเทพอีกครั้งทั้งที่รู้ว่าเขากับอาจารย์ยังมองหน้ากันไม่ติดนัก

ท่านคงอยากให้เขาได้มารู้ความจริงไปพร้อมๆการปรับความเข้าใจกับท่านอาจารย์ และมันคือการสั่งการต่อให้เขาหาหนทางแก้ไขคำสาปร้ายนั้นไปโดยปริยาย

มหาเทพหนอมหาเทพ...ยื่นงานยากมาให้พวกข้าอีกแล้วหนา

“มีหนทางใดบ้างที่จะทำให้ผู้ถูกสาปส่งทั้งสอง...ไม่สิทั้งสี่หลุดพ้นจากคำสาปร้ายนั้น”

“หยุดสงครามระหว่างกุมภีร์กับมนุษย์แห่งแดนพิจิตรให้ได้”

“วิธีการล่ะท่าน?”

“เราอาจต้องพึ่งศุกราจารย์”

พระอินทร์ได้ฟังก็นิ่วหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อว่านั่นคือดำริของอาจารย์ตน

ศุกกราจารย์หรือพระศุกร์คือศัตรูคนสำคัญของพระพฤหัส กล่าวคือพระศุกร์คือคุรุอสูรซึ่งอยู่ตรงข้ามกับคุรุเทพ พระอิศวรสถาปนาให้คนทั้งสองมีศักดิ์และสิทธิ์เท่าเทียมกันในฐานะคณาจารย์ และแม้นว่าพระศุกร์จะเป็นเทพเหมือนกันแต่เนื่องจากมีศิษย์เป็นเหล่ามารจึงไม่แปลกที่ท่านจักเลือกช่วยฝ่ายอสูรในสงคราม

มีศุกราจารย์นั่นแลสงครามเลยยืดเยื้อ เพราะท่านมีมนต์ ‘มฤตสัญชีวินี’ อันเป็นมนต์ชุบชีวิตคนตายได้ ท่านก็ชุบอสูรมาต่อกรกับเทพเป็นว่าเล่นอยู่นั่นไง

ว่าแต่...ท่านอาจารย์จะให้ศุกราจารย์มาช่วยสิ่งใด เห็นดีเด่นนอกจากสาปส่งชาวบ้านไปทั่วก็มีแค่มนต์ชุบชีวิตนั่น

“ท่านมีแผนการอย่างไรท่านอาจารย์แล้วคิดหรือว่าท่านศุกราจารย์จะยอมช่วย ยิ่งหากบอกให้ชุบชีวิตเทวดาแล้วไซร้ยิ่งไม่ได้ใหญ่ไม่วายโดนสาปส่งกลับมาอีก”

“ข้าไม่ได้จะให้ศุกราจารย์ชุบชีวิตเทวดา...ข้าจักให้เขาชุบชีวิตจอมอสูรต่างหาก”


-----------------------------------------------------------------------------------------------------

มาลงต่อแล้วคร้าบ เรื่องนี้อิงหลักฮินดูนะฮะอย่าแปลกใจว่าทำไมอาจไม่คล้ายของพุทธเอาฝากอินเดียมาจ้ะ

ส่วนเรื่องตอนจบถ้าคนโวหตท้องได้มากกว่าคนกลัวไม่แมนไม่อะไรไม่ต้องคิดมากนะคะเพราะมันไม่ได้เกิดจากเพศสภาพในตอนแรก กล่าวคือมันจะเป็นเกีั่ยวกับพวกอิทธิฤทธิ์มากกว่าที่จะเป็นมาแต่กำเนิดแบบเพศสภาพโอเมก้าในโอเมก้าเวิร์สจ้า

ส่วนพี่เดโช...เฟยตัดสินใจจะหาสามีให้พี่เค้าค่ะ กร๊ากกกกกกก เจ้าเล่ห์ดีนัก ร้ายดีนัก ดื้อดีนัก ต้องโดนปราบ! แถมผัวน่าจะเป็นมนุษย์ที่นางดูถูกด้วย โฮ่ๆ แต่อาจเป็นเรื่องเสริมแยกไปแบบคู่พ่อนะคะลงเรื่องหลักคงไม่ไหวยาวเกินไปแล้ว ฮื้อ

ฝากเม้นฝากติชมเหมือนเคยเด้อหนึ่งเม้นหนึ่งล้านกำลังใจจ้า

#ลิขิตกุมภีร์


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 172 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,734 ความคิดเห็น

  1. #2649 SUNelf213 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 16:09
    พระเอก = พระอาจารย์
    #2,649
    0
  2. #2330 Yook-Yik (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 02:02
    ดีมากค่ะ หาสามีให้นางเดโช
    #2,330
    0
  3. #2232 Mamimilky (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 09:50
    สงสารน้องงงงงง อิพี่ใจร้าย ;-------;
    #2,232
    0
  4. #1946 KKMP (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 17:15
    ดีแล้วค่ะ หาสามีให้เดโชที เราหมั่นไส้ 55 ส่วนพี่ชาละวัน กลับมาเคลียร์กับไกรทองก่อน ฮืออออ
    #1,946
    0
  5. #1640 bloodc2 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 21:11
    สงสารไกรทองงง
    #1,640
    0
  6. #1584 Johnnytrash (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 22:02
    นังพี่ชาละวัน!!!
    #1,584
    0
  7. #1582 yingza_202 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 20:41
    แงงงงงงงงงง
    #1,582
    0
  8. #1581 y_pps (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 06:41
    อ้ปป้าจะมีสามี! 55555555
    #1,581
    0
  9. #1549 'นมชมพู' (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 01:36
    ทำไมพูดแบบนั้น ไม่รู้สึกอะไร ถ้าเกิดสุดท้ายต้องมาง้อคือขอหนักๆเลยนะ!!! โมโหแทนไกรทอง
    #1,549
    0
  10. #1546 ryokiller13 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 23:49
    พี่ชาาาา น้องไกรเค้าไม่ได้รู้เรื่องด้วยเลยนะ ทำไมทำกับน้องเยี่ยงนี้~~~~~
    #1,546
    0
  11. #1540 Mikaela (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 21:18

    ขอให้แก้คำสาปสำเร็จทีเถอะะะะ

    #1,540
    0
  12. #1537 ผู้รับใช้ซาตาน (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 20:32
    พี่ชาลาวันจะทิฐิไปไย น้องอุตส่าห์มีความหวังพยายามเข้าหา แต่พี่ไม่วายไปเหยียบย่ำซ้ำเติมมันอีก
    #1,537
    0
  13. #1536 sommah7777 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 20:20
    วร้ายย ขุนพรี่เดโชของน้องกำลังจะได้สามี หุๆๆ
    #1,536
    0
  14. #1534 delta-n (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 20:04
    น้องไกรน่าสงสารมากอ่ะต้องมองเข้าเดินจากไปอีกนานแค่ไหน ฮืออออ พี่ชาละวันต้องใจเย็นเนอะความแค้นพี่บังตาหมดแล้วใจเย็นพี่ใจเย็น
    #1,534
    0
  15. #1525 Mebal (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 18:17
    น้องน่าสงสารนักเค้าแล้วอ่ะ พี่วันความแค้นบังตาเรียบร้อยแล้วจ้าาา

    เอาความจริงเรื่องวุ่นๆเกิดจากเทพทั้งนั้นเลย ท่านพระอาจารย์ค่ะท่านเป็นคนที่ยอดเยี่ยมกว่ามหาเทพอีกในด้านอารมณ์ และความคิดถึงสันติภาพ

    สรุปพี่เดโชมีปัว ขอขำก่อนนะคะเป็นทางเลือกที่ดีเลยนางดื้ออ่ะต้องโดนปราบซะบ้าง แต่ปัวนางจะเป็นคนแบบไหนน้าาาา ถ้าเป็นคนสวยๆก็ดี(?)
    #1,525
    0
  16. #1520 newexo (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 17:48
    อยู่ภายในใจเป็นหมื่นล้านคำ.. อ่านรวดเดียวมาถึงตรงนี้ก็ตื้อไปหมด คู่พ่อก็หน่วงจิต คู่ลูกยังจะซ้ำรอยอีกเหรอ ..ไม่ได้ดิ ถ้าซ้ำรอยเดิมเขาจะยอมแยกวิญญาณเป็นสองทำไมละ
    แต่นี่คือจุกแทนน้องไกรอะ ทั้งๆที่น้องรู้แล้วว่าพี่เป็นจระเข้ รู้ว่าต่างเผ่าพันธุ์ รู้ว่าพี่แค้นครอบครัวตัวเอง แต่น้องก็ยังคงเลือกที่จะทำตามความรู้สึก บอกไปว่ารู้สึกดีๆด้วย ...ละดูอิคนพี่มันกลับบอกว่าไม่รู้สึกออกมาซะได้ ใจเป็นหินเหรอชาละวัน เธอทำไกรร้องไห้อีกแล้วเนี่ย ฮือออ คนรอมันทรมานเก็ทไม่เก็ท เขารอแกมา7ปีนะโว้ย ชอบมาให้ความหวังลมๆแล้งๆแล้วจากไป ครั้งนี้คือมาดอมดมจนชื่นใจละก็ทิ้งขว้าง มันน่านัก!! *ปลุกลุงโคจรมาตบบ้องหูลูกทีค่ะ สั่งสอนหน่อย คือแบ่บอึดอัดในไฟแค้นของนังมาก ปู่เตือนก็ไม่ฟัง ไอตัวที่ควรไปจัดการที่สุดคืออ้ายขาวตัวจัดฉากทั้งหมดนู้น ไม่ใช่น้องไกรคนไม่รู้เรื่องคนนี้ ชาละวัน ทำให้มันดีๆ! ฉลาดมาตลอดก็อ่านเกมให้ออกแล้วแก้เกมซิคะ อย่าโดนมันหลอกใช้ อย่ามาตกม้าตายแบบเน้
    แต่ถึงจะโมโหพี่ชายังไงก็เกลียดไม่ลงอะ รู้ว่าจระเข้ก็ข่มใจสุดแล้ว รู้ว่าความแค้นมันบังตาใช่ว่าอยากจะให้เป็นแบบนี้ เห้ออออ คนทางนี้หน่วงจ้า นี่พนมมือสวดมนต์ละ ว่าอย่าให้ถึงจุดที่ต้องฆ่ากันตามที่พ่อขุนไกรฝันเห็นเลย ขอให้ท่านเทพทุกหมู่เล่าแก้เรื่องที่ตัวเองเป็นคนก่อได้ทันทีเถอะ
    #1,520
    0
  17. #1519 Theamzard (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 17:20
    เนื้อเรื่องกำลังเจ้มจ้นได้ที่เลยค่ะต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกันออกปากว่าจะฆ่ากันมันช่างเป็นการรักกันแบบฮาร์ดคอร์ กร๊าวววววใจหน่องหลายนิ ฮื่อมีแววว่าพ่อของน้องไกรจะได้เจอกับคนรักอีกครั้งหลังจากทุกข์มานาน อยากอ่านคู่พ่อ-พ่อจังค่ะ—

    พิเดโชจะโดนหนุ่มคนไหนตบแต่งออกจากเรือนอยากรู้จังค่ะอ้ายดำของเรารึเปล่านะฮาาาา
    #1,519
    0
  18. #1518 softyyy (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 17:01
    ทำไมทำกับน้องแบบนี้TOT
    #1,518
    0
  19. #1517 Airean_Ackyzaza (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 16:59
    มาต่อเร็วๆนะค้าาาา คารมคมคายเราค้างมากมายเลยเจ้าค่าาาาาาา QwQ
    #1,517
    0
  20. #1516 pun161147 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 16:47
    ค้างงงงง
    #1,516
    0
  21. #1515 MIW001 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 16:43
    อะโอ้ว
    #1,515
    0
  22. #1514 Luna_of_Nightmare (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 16:42
    รอน้าไรท์ มาต่อไวๆนะคะ สู้ๆน้าาา
    #1,514
    0
  23. #1513 Luna_of_Nightmare (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 16:42
    กรี๊ดดด ฟินนนนน หนูไกรจงท้อง เพี้ยง!!
    #1,513
    0
  24. #1512 Hyukky38 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 16:40
    นั่งอ่านแล้วก็นั่งร้องไห้ลำพัง แงงงงงงงงงงงงง หยุดทำสงครามเถอะท่านเทพทั้งหลาย
    #1,512
    0
  25. #1511 ท่านหญิง [ViVa] (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 16:38
    ต้องเมนต์ไม่ไหวแล้วววว ชอบมากค่ะ ชอบสุดๆ ตรงพี่เดโชมีสามีนี่แหละ 555+
    #1,511
    0