ลิขิตกุมภีร์ :: ฟิคไกรทอง :: [ชาละวัน x ไกรทอง]

ตอนที่ 21 : ลิขิตกุมภีร์ : ตอน ๑๙

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,379
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 176 ครั้ง
    4 ส.ค. 61

รอยจูบที่เคยตราตรึง...ไม่ว่าจักกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ไม่เคยเพียงพอ

ราวกับพึงใจมันมาแรมชาติ ราวกับสัมผัสมันมานับครั้งไม่ถ้วนและทุกครั้งก็หอมหวานเกินกว่าจะหาสิ่งใดเปรียบ

ครานี้ก็ไม่ต่างกัน ทุกการสัมผัส ทุกลมหายใจ ทุกการขบเม้มดูดดึง ไม่อาจพรากจากกันได้แม้เพียงเสี้ยววินาที

เสียงหอบกระเส่ากับดวงหน้าแดงฉานของหมอจระเข้เริ่มซีดเซียวลงเพราะขาดอากาศ มันแจ่มชัดท่ามกลางหมู่ดาวและหิ่งห้อยน้อยใหญ่

ภาพนั้นติดตาต้องใจพญากุมภีร์เสียจนแทบหลงลืมทุกทิฐิสิ้น

ทั้งที่ตั้งมั่นจงเกลียดจงชังมนุษย์ดุจสิ่งปฏิกูล แต่กลับมาลุ่มหลงมัวเมาไปกับรสสัมผัสที่ก่อเกิดจากบุรุษในเผ่าพันธุ์ชั้นต่ำนั้น

เห็นได้ชัดว่าไกรทองคือข้อยกเว้นของทุกกระทำ…เป็นข้อยกเว้นที่แม้แต่ชาละวันเองยังนึกหมั่นไส้ทีเดียว

ฝ่ามือใหญ่ที่บีบกรามคนตัวเล็กกว่าผละลงมาเมื่อเห็นไกรทองเริ่มคล้อยตามรสจูบที่ตนมอบให้ ก่อนลากไล้มันลงมาตามสาบเสื้อเปียกชื้น จัดการดึงรั้งมันออกโดยง่ายด้วยการกระตุกเพียงครั้ง แรงนั้นมากพอจะทำให้คนที่หลงมัวเมาไปกับรสจูบสะดุ้งโหยง

“อึ่?...อื้ออ” เมื่อเริิ่มได้สติไกรทองก็เบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าตนเผลอไผลอยู่กับสิ่งใด แต่กระนั้นร่างกายกลับไม่ทำตามความกระดากอายที่พยายามดิ้นเร้าบอกให้ถอยห่างจากอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่ปลายลิ้นร้อนชื้นเกี่ยวกระหวัดเคลียย้ำทุกเสียงที่ร้องปรามก็พลันมลายสูญ

ความผิดชอบชั่วดีที่เคยตั้งมั่นสิ้นสลาย เหลือเพียงความพึงใจต่อรสสัมผัสที่โหยหามาเนิ่นนานนั้น

มันน่าประหลาด...ประหลาดไปทุกสิ่ง

ทั้งที่พึ่งรู้จักกัน…

แต่ทุกอย่างก่อเกิดราวกับว่าพวกเราพบเจอกันมาแล้วนับพันหมื่นครั้ง ไม่ใช่จากน้ำเสียง แววตา หรือ อากัปกิริยา แต่มันคือรสสัมผัสแสนหวานที่ต่อให้กระทำมันต่อหญิงงามคนใดก็ไม่อาจเหมือน

จ๊วบ!

เสียงหยาบโลนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดกลางป่าใหญ่ ตามมาด้วยเสียงหอบหายใจของสองร่างที่ตระกองกอดกันจนแทบหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว

ไกรทองที่ถูกยกขึ้นมานั่งคร่อมบนตักก้มลงมองดวงหน้าคมคายที่ผละออกมาอย่างสงสัย ใบหน้าหวานหยดนั่นยังงุนงงเหม่อลอยคล้ายยังตกอยู่ในห้วงภวังค์ของรสจูบไม่สร่าง ภาพนั้นทำให้ตบะของคนที่หมายมั่นจะกลั่นแกล้งสั่นคลอนอย่างหนัก

น่ารักตายล่ะ…

ความคิดต่อต้านยังดังกังวานราวกับสังเวชคนที่นั่งหอบหายใจอยู่บนตัวนักหนา ทว่าฝ่ามือกลับรั้งท้ายทอยไกรทองลงมาจรดจูบอีกครั้งโดยที่แม้นแต่ตัวเองก็ยังไม่ทันคิดหาเหตุผลในการกระทำซ้ำซาก เหมือนว่าปล่อยปละละเลยไปตามใจแถมครานี้กลีบปากทาบสนิทและเร่าร้อนกว่าเดิมหลายเท่าตัวด้วย

ปึด!

คมเขี้ยวเพชรกัดเข้าเต็มกลีบปากบวมเจ่อจนไกรทองต้องสบถออกมาเบาๆแต่กระนั้นก็ทำได้เพียงส่งเสียงอื้ออึงในคอเท่านั้นยามโดนจูบทาบทับซ้ำแล้วซ้ำเล่า

กลิ่นคาวเลือดลอยตลบอบอวลไปทั่วอาณาบริเวณยามชาละวันขบกัดและดูดซับของเหลวสีชาดนั้นไม่ยอมหยุด

ฝ่ามือที่ไม่เคยอยู่สงบเริ่มไล้ไปปลดเปลื้องกางเกงผ้าเนื้อบางที่คนตัวเล็กผูกมัดเอวเอาไว้จนมันร่นลงไปกองกับพื้น

รู้ดีแก่ใจว่ามันชักจะเลยเถิดไปไกลกว่าการกลั่นแกล้งที่พึงกระทำ รู้ทั้งรู้แบบนั้นแต่ไม่อาจหยุดยั้งสิ่งใดได้

ไม่รู้ว่าเป็นฤกษ์ดีรึร้าย ฤกษ์ยามสำหรับพิธีวิวาร์ของอมนุษย์ที่มีรากเหง้าเก่าเป็นเดรัจฉานมิได้จัดตามหลักมงคลตามโหราศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่มันจัดในฤดูผสมพันธ์ของสัตว์แต่ละชนิดด้วยยิ่ง ในวรรณะกษัตริย์ยิ่งเคร่งเรื่องฤกษ์ยามเหล่านี้เพราะพิธีอภิเษกจะจัดย่ำค่ำและราตรีนั้นจักต้องเข้าเรือนหอเลยเพื่อให้กษัตริย์และพระชายาเสพสังวาสร่วมรักกันจนเกิดองค์รัชทายาทสืบบัลลังก์ต่อไป

เช่นนั้นแล้วเมื่อมีสองสิ่งอย่างโลหิตและความใคร่บังเกิดขึ้นพร้อมกันชาละวันจึงไม่อาจต่อต้านธรรมชาติของเดรัจฉานได้

ร่างกายที่กำลังขยับเคลื่อนไหวแทบไม่ได้ดำรงด้วยสติหรืออนุสติใด ดำรงไว้เพียงความใคร่และความต้องการเบื้องลึกในจิตใจเท่านั้น

ชาละวันลากริมฝีปากที่ยังอบอวลไปด้วยคราบเลือดลงมาขบกัดยอดอกสีสดเบาๆทั้งหยอกเอินและหมั่นเขี้ยว

“อึก...หยุดเถอะ…หากต้องการแกล้งข้าก็น่าจักพอแล้ว ข้า...อ๊ะ” ไกรทองเอ่ยเสียงสั่น แม้จะยังสับสนงงงวยกับรสสัมผัสเกินงามนี่ไม่แพ้ห้วงอารมณ์ไหน แต่ภายใต้ทุกความรู้สึกนั้นยังมีความหวาดกลัวแฝงอยู่มากกว่าสิ่งอื่นใด

เขาเคยขึ้นครูกับโสเภณีในเมืองตามความคะนองของตัวเองจริง เขาเคยทำเช่นนั้นแต่ครั้งนี้มันผิดแผกออกไป อีกฝ่ายไม่ใช่สตรี และเราเป็นเพียงคนรู้จักกันอย่างผิวเผิน และชาละวันก็ดูแปลกไปจากเดิมจักบอกว่าเพราะตัวเขา...ก็ไม่มีความกล้ามากมายขนาดนั้น

ไกรทองรู้ดีแก่ใจว่าทั้งหมดทั้งมวลนั้นคือข้ออ้างที่เขากุขึ้นมาเพื่อบดบังความหวาดกลัวลึกๆในงใจ

ไม่ได้กลัวที่ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งแปลกประหลาดหรือกลัวที่ต้องเป็นฝ่ายโดนล่วงล้ำจนเสียศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย เขาไม่เคยกลัวที่จะไร้ศักดิ์ศรี ไม่เคยเลยสักครั้งเหมือนใจเขาจำนนต่ออีกฝ่ายมาเนิ่นนานแล้ว จำนนมาตั้งแต่คราแรกที่เห็นดวงตาแสนเหงาคู่นั้น

ความกลัวแท้จริงแล้วคือการกลัวว่าจะถูกทอดทิ้งหลังจากถลำลึกกันเหมือนคราก่อนต่างหาก

เจ็ดปีที่จมอยู่กับรอยจูบคละคลุ้งโลหิต

เจ็ดปีที่ต้องจมปลักกับความสับสน

แล้วหากครานี้มันเหลื่อมล้ำกว่าการจรดจูบแล้วเขาต้องเผชิญหน้ากับการรอคอยอีกฝ่ายอย่างไร้จุดหมายอีก

เขาจักต้องทำตัวเช่นไร

จักต้องรู้สึกแบบไหน

จักใช้ชีวิตอยู่ต่อไปยังไง

...ไม่อาจรู้เลย

ไม่รู้กระทั่งเหตุใดความรู้สึกเหล่านี้มันถึงเกิดขึ้น และทำไมมันถึงมากมายขนาดนี้ ทั้งที่มีหญิงงามหลายคนให้หมายตาหมายใจแต่ดวงใจกลับไม่เคยแยแสมัน

มันหวนกลับไปนึกถึงแต่คนที่หายตัวไปทุกครั้งเหมือนดวงใจไม่เคยหลาบจำ

“ถ้าบอกว่าไม่ได้แกล้ง...ข้าก็ทำได้มากกว่านี้งั้นซิ?” ชาละวันกระซิบด้วยเสียงทุ้มต่ำ ไม่ใช่คำถามที่เต็มไปด้วยคำเว้าวอนแต่มันเป็นคำถามที่ส่อไปทางคำสั่งการราวกับรับรู้ได้ว่าคนที่พร่ำพูดเองก็ไม่ได้มีห้วงคำนึงที่แตกต่างกัน

จักเพราะสายลม แสงดาว จันทรา หิ่งห้อย จักเพราะอะไรก็ช่างมันทั้งนั้น พญากุมภีร์แทบโยนทุกกฏเกณฑ์ทิ้งเสมอเหมือนสละโซ่ตรวนที่พันธนาการล่ามดวงใจออก

ให้หลงเหลือเพียงแต่สิ่งที่ต้องการ

NC - CUT หาอ่านได้ที่ธัญวลัยและ Read a Write ฮะ



แต่ดูเหมือนว่าบุรุษผู้นั้นจะยังไม่สาแก่ใจ

“ชาละวัน...-!”

คำทัดทานถูกริมฝีปากหยักจูบปิดทับอย่างทุกที และไม่นานนักทุกอย่างก็วนเวียนกลับมาในห้วงวังวนเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เหมือนไม่มีใครคิดเบื่อ

...และไม่มีใครคิดยุติ


----------


ชาละวันแบกร่างที่ตนกัดไม่ปล่อยยันย่ำรุ่งกลับมานอนพักบนเรือนไม้ จัดแจงหยิบผ้ามาคลุมทับให้พลางลูบหัวคนหลับใหลเบาๆ

มันไม่ใช่ความพลาดพลั้ง…

ดวงตาคมกริบกวาดมองร่องรอยที่ตนทำไว้เสียทั่วเรือนร่างมนุษย์ ถ้อยคำยอมจำนนดังกังวานย้ำว่าสิ่งที่กระทำลงไปมิได้ก่อเกิดจากความเลินเล่อหรือธรรมชาติที่ไม่อาจขืน

ทุกอย่าง...เขาหมายใจจะทำด้วยตนเอง

“.....” ชาละวันจ้องมองดวงหน้าของคนที่สร้างแต่เรื่องน่าประหลาดใจ ฝ่ามืออังเข้าที่ข้างแก้มนิ่มและดวงหน้าของคนหลับก็ค่อยๆอิงแอบลงมาตามฝ่ามือราวกับโหยหาไออุ่นนี้นักหนา

ภาพนั้นยิ่งทำให้ความหม่นหมองฉายชัดขึ้นในดวงตาสีอำพัน

หากเจ้าได้รู้ตัวตนจริงๆของข้า...เจ้าจักยังโหยหาสัมผัสเหล่านี้อีกรึไม่

ดวงตาเจ้า...จะฉาบไปด้วยความหวังจะพบเจอหรือจักมีแต่ความหวาดกลัว

วิ้ง!

แสงบางอย่างทอประกายในความมืด กลิ่นไอความตายที่เคยรู้สึกถึงลอยกลับมาเตะจมูก มันแตกต่างจากจิตสังหารของพงษ์พันธ์จระเข้ มันเสมือนสิ่งเร้าหรือให้เรารู้สึกกระสับกระส่าย

เขารู้สึกเช่นนี้มาตั้งแต่ยามฟื้นคืนสติ แต่ไพล่คิดไปว่ามันอาจเป็นเพราะร่างกายที่ยังไม่สมบูรณ์พร้อมแต่ดูเหมือนว่าจักไม่ใช่เลย

ชาละวันลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ย่างสุขุมไปหาสิ่งที่ก่อกวนใจไม่เลิก จนมาหยุดตรงหน้าตู้ไม้สลักอันเป็นตู้ไว้วางอาภรณ์ซึ่งด้านบนนั้นมีศาสตราวุธบางอย่างโผล่พ้นขอบตู้ลงมา

ยิ่งอยู่ในระยะใกล้ยิ่งสัมผัสถึงความร้อนลุ่มจนต้องหน้านิ่วคิ้วขมวด โทสะที่แอบแฝงพลันตีตื้นขึ้นมาอย่างไม่อาจห้าม

บางทีเจ้าสิ่งนี่เองที่ยั่วยุจนเดโชแผ่จิตสังหารออกมาจนเขาเข้าถึงตัวได้

ศาสตราวุธ...ของหมอจระเข้?

ชาละวันเพ่งพินิจก่อนตัดสินใจเอื้อมไปคว้ามัน

“อุ๊บ!” ทันทีที่สัมผัสความร้อนดุจไฟโลกันต์ก็แผดเผาเข้ามาเต็มฝ่ามือจนพญากุมภีร์ต้องผละปล่อย มันลอยเคว้งคว้างในอากาศ

และ…

ฉัวะ!

คมของหอกดาบบาดเข้าเต็มฝ่ามือที่ยังมีรอยแดงไหม้ โลหิตที่ไม่เคยหลั่งรินมาก่อนซึมเอ่อขึ้นมาตามรอยบาดจากนั้นก็หยดลงตามพื้นไม้

ตึก ตึก

พญากุมภีร์ขบกัดกราม ดวงใจเต้นอย่างบ้าคลั่ง มันไม่ใช่ความเจ็บปวดดั่งการโดนป่นกระดูกดังที่เคยสัมผัส มันเป็นความเจ็บแปลบที่ชีวิตนี้ไม่เคยคิดว่าจักต้องได้พบเจอเพราะมีเขี้ยวเพชรเป็นเกราะคุ้มกาย

เคร้ง

ชาละวันถอยออกห่างศาสตราวุธที่ร่วงหล่น เสียงกระทบพื้นดังกังวานแต่เหมือนความเหนื่อยล้าจากสิ่งที่พึ่งกระทำจะกดทับสติคนหลับใหลให้ยังคงอยู่ในห้วงนิทรา

ดวงตาสีทองจ้องอักขระอาคมบนคมหอกเขม็ง ทั้งสับสนและขุ่นข้อง

มันคือสิ่งใด...ไฉนคนอย่างข้าถึงหลั่งโลหิตออกมาได้

ท่ามกลางความฉงนสงสัยห้วงคำนึงบางอย่างที่ฝังรากลึกอยู่ในจิตใจก็ลอยกลับเข้ามาในโสตประสาท

หมอจระเข้…ทรงหอกศักดิ์สิทธิ์เข้ากลางดวงใจพญาโคจร’

เสียงเฮเซ็งจากมนุษย์ดังกังวาน...เสียงตะโกนเรียกชื่อเสียงผู้กล้าของมันดังทั่วคุ้งน้ำ’

‘ขุนไกร...นามของมันคือขุนไกร’

“ขุนไกร…ไกรทอง?”

สองนามที่ละม้ายคล้ายกันยิ่งตอกย้ำความเข้าใจที่เคยพร่าเลือนให้กระจ่างชัด

นัยน์ตาสีทองปลั่งตวัดมองไปยังหมอจระเข้ที่มีฝีมือเกินอายุ

ถึงไกรทอจะสู้กำลังวังชาของอมนุษย์อย่างพวกเขาไม่ได้แต่จากการต่อสู้ร่วมกันมาทำให้ได้เห็นชั้นเชิงหลายๆสิ่งที่หมอจระเข้ผู้อื่นไม่อาจทัดเทียม แม้จะมีบ้างที่เลินเล่อจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดแต่หากคราใดเด็กนั่นตั้งสติได้ทุกอย่างก็จะพลิกกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือ

ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นเพื่อมองสบหยาดโลหิตที่ยังคงหลั่งรินอีกครั้ง ดวงตาสีทองทอประกายในความมืดค่อยๆหรี่ลงยามฉุกคิดได้

ท่านพ่อมีเขี้ยวเพชรฟันแทงไม่เข้า...แต่ต้องมาม้วยมรณาเพราะศาสตราวุธชนิดหนึ่งของมนุษย์ที่ว่ากันว่าลงอาคมวิเศษ ของวิเศษเช่นนั้นไม่น่าสร้างได้ง่ายๆ

...อาจมีเพียงชิ้นด้วยซ้ำ

นัยน์ตาอสูรเหลือบมองไปยังหมอจระเข้ที่ยังคงหลับใหลอีกครั้ง ครานี้ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป

หรือว่าเจ้า…


----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


มาอัพเพิ่มแล้วค่ะ ช่วงนี้สุขภาพจิตไม่สู้ดีมากๆเลยอัพช้า แย่มากจนทำอะไรแทบไม่ได้เลยค่ะ เขียนผิดเขียนถูกยังไงก็ขออภัยไว้ที่นี้เด้อ ฮือแต่ยังไงจะพยายามดึงตัวเองกลับมาให้ได้โดยไวค่ะ

ฝากเม้นติชมด้วยน้า หนึ่งเม้นหนึ่งล้านกำลังใจจ้ะ

#ลิขิตกุมภีร์


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 176 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,734 ความคิดเห็น

  1. #2454 khun_Na (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 09:59
    มาม่าหม้อใหญ่เลยเด้อ
    #2,454
    0
  2. #2230 Mamimilky (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 08:37
    โอ้ยยยยยย กำลังเขินขำไม่จบเลย ม่ามาแล้วแม่ ม่ายยยยยยยยยยย
    #2,230
    0
  3. #1987 Patcharin0423 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 12:35
    มีควัมรู้สึ๊กจะได้กินมาม่า
    #1,987
    0
  4. #1944 KKMP (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 17:04
    พี่ชาละวันอย่าฟันแล้วทิ้งสิค่ะ
    #1,944
    0
  5. #1638 bloodc2 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 20:58
    กลิ่นดราม่าโชยมาเรย--
    #1,638
    0
  6. #1570 T o m a t o ! (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 07:09

    อย่าฟันแล้วทิ้ง นังคนร้ายกาจจ

    #1,570
    0
  7. #1448 'นมชมพู' (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 04:35
    อย่ามาโมโหโกรธานะพี่ชาละวัน ไกรทองไม่เกี่ยวววววว กินเค้าไปขนาดนั้นแล้วววว
    #1,448
    0
  8. #1377 TANGGบุ๋ยๆ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 15:53
    น้องไม่รู้เรื่องอย่าโกรน้องเจ้าค่ะขุ่นพี่
    #1,377
    0
  9. #1376 ผู้รับใช้ซาตาน (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 15:26
    เพิ่งเขมือบน้องไปทั้งตัวแล้ว แถมยังลากไปกินในน้ำอีกต่างหาก จะมากลับลำตอนเจอดาบเล่มเดียวไม่ได้นะ จะลากไปกินน้องต่อในถ้ำก็ได้นักอ่านอนุญาต แต่อย่าเกลียดน้องงงงง น้องไม่รู้ น้องใสซื่อ แถมพี่ก็แปลงเป็นคนมาหลอกกินน้องตั้งแต่แรก เพราะฉะนั้นรักน้องเข้าไว้ค่ะ เจ้าดาบนี่ก็ช่างเล่นตลกจริงๆ
    รอตอนต่อนะคะ อ่านคอมเมนต์ฟื้นฟูสภาพจิตค่ะ ฮึบๆ
    #1,376
    0
  10. #1375 Hyukky38 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 13:18
    อย่าแค้นน้องเลยนะคุณพี่ น้องเขาไม่รู้เรื่อง//ฮือออออออออออออ
    #1,375
    0
  11. #1374 ooy1565 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 12:47
    เขาได้กันแล้ว แต่ทำไมมันมีความหน่วงจังเลย
    #1,374
    0
  12. #1373 Luna_of_Nightmare (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 09:37

    อิพี่ชาละวานนนน อย่าทำอะไรน้องนะเว้ย!

    #1,373
    0
  13. #1372 Pzsxdc (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 08:00
    มันสายเกินไปละพี่จระเข้ รับผิดชอบเขาลากไปใต้บาดาลจับทำเมียเลย!!!
    #1,372
    0
  14. #1371 lay zhang (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 07:18
    อย่าทำอะไรน้องนะะ น้องไม่ผิดดนะพี่
    #1,371
    0
  15. #1370 eva (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 01:09

    พลีสส คามดาววว ไม่หัวร้อนนะพี่ น้องไม่ผิดนะฮืออ น้องไม่ได้ทำอะไรเลยอย่าโหดร้ายกับน้อง ค่อยๆพูดกันดีกว่าเนอะพี่เนอะ

    #1,370
    0
  16. #1369 bunyarat462 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 00:55
    อ๊าาาา เฮียรู้ความจริงแล้ววว ฮืออออ ใจบางงงงงงง รออ่านต่อมากๆ ไรท์ขาาา TT
    #1,369
    0
  17. #1368 Johnnytrash (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 00:47
    อย่าทำอะไรน้องเลยนะตาพี่ น้องไม่ได้ทำ แงงงงง ช่วยน้องงงง
    #1,368
    0
  18. #1367 zxmiping (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 00:40
    พี่ชาอย่าเข้าใจผิดน้องนะ ฮือออ อย่าโกรธน้องงงงงง
    #1,367
    0
  19. #1366 Incamisang (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 00:21
    ฮือออ อย่างเพิ่งผิดใจกันค่ะหนูหนู
    #1,366
    0