ลิขิตกุมภีร์ :: ฟิคไกรทอง :: [ชาละวัน x ไกรทอง]

ตอนที่ 15 : ลิขิตกุมภีร์ : ตอน ๑๔

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,378
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 217 ครั้ง
    11 ก.ค. 61

ขุนไกรวิ่งลงจากเรือนด้วยโจงกระเบนเพียงผืน กระวีกระวาดแหวกป่าฝ่าดงเข้ามาหาผู้เป็นอาจารย์ และการมาครั้งนี้อาจารย์คงเองก็พอทราบเจตจำนงค์นั้นดีอยู่แล้ว

ดวงตาฝ้าฟางของชายชราค่อยๆลืมขึ้น สองมือที่วางทาบทับเพื่อวิปัสนาเปลี่ยนมาวางจับบนหน้าขาทั้งสองแล้วขยับนั่งในท่าสบาย ขุนไกรคุกเข่าลงบนเสื่อพลางยกมือสั่นงันงกขึ้นประนม

“ท่านอาจารย์ข้าฝันไม่ดีเลย...ไกรทองจัก--”

“โวยวายไปก่อนไม่เปลี่ยนเลยนะเอ็ง หากข้าบอกว่าเป็นเพียงฝันก็จะดื้อดึงบอกว่ามันต้องมีมูลอะไรสักอย่างอีกสิท่า” คนอยู่มาถึงสองรัชกาลเอ่ยสัพยอกศิษย์ แต่ดูเหมือนผู้ฟังจะไม่ได้อยู่ในอารมณ์ขำขันนัก

“ท่านอาจารย์ข้าไม่ตลกหนา”

“เฮ้อ...ไหนเอ็งฝันว่าอะไร?” อาจารย์คงหยิบกระดานชนวนที่มักใช้ดูฤกษ์ดูยามมาถือ

“ไกรทองถูกจระเข้ตัวใหญ่คาบลงไปในธารน้ำ...มันกัดกระชากดวงใจออกแล้วเคี้ยวทำลายจนไม่เหลือซาก ทว่าไกรเหมือนยังไม่สิ้นชีพชีวาวายไปกลับตระกองกอดสัตว์ร้ายตนนั้นไว้ด้วยรอยยิ้มและน้ำตาที่หลั่นรินเป็นสายโลหิต ต่างฝ่ายต่างมีน้ำตาไหลจนนทีฟ้ากระจ่างแปรเปลี่ยนเป็นสีชาด มัน...มันเป็นลางบอกเหตุใช่ไหมขอรับ” ไม่ร้อนอกร้อนใจคงไม่ได้ ในเมื่อมันเกี่ยวกับบุตรชายเพียงคนเดียวพึ่งอาสาไปปราบจระเข้ถึงแดนไกล มันประจวบเหมาะเกินไปจนนึกหวาดกลัวว่าเด็กคนนั้นอาจได้รับอันตรายถึงชีวิต

“.....อา” อาจารย์คงทอดเสียงยาว

“ท่านอาจารย์...”

“ไม่ได้มีอะไรผิดแผกไปจากคราของเอ็ง”

“หมายความว่ากระไรขอรับ?” คำตอบนั้นไม่ได้ไขความกระจ่างใดๆแก่ขุนไกรเลย

อาจารย์คงเหลือบสายตาสีฝ้าขาวขึ้นจรดจ้อง แม้นจักมีคนบอกว่าท่านอาจารย์ชราจนนัยน์ตามืดบอดไปแล้วแต่ขุนไกรกลับยังรู้สึกได้ถึงแววตากดดันที่จ้องลึกมาหา

“เด็กนั่นจะได้เจอคู่ครองจากการปราบกุมภีร์ครานี้ และจักต้อง...”

“.....” ความจริงที่ค่อยๆเปิดเผยเริ่มกัดกร่อนดวงใจผู้สดับฟังช้าๆ

“...สังหารดวงใจรักนั้นด้วยตัวเอง”

“!...” ดังสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ขุนไกรนิ่งงันความจริงที่หนักอกมาตลอดตีตื้นเอ่อคลอเบ้า

“ไม่...ไม่มีทางแก้ไขเลยหรือขอรับ?” โหรศาสตร์เป็นเรื่องงมงายแต่หากมันออกมาจากปากอาจารย์ผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ก็ยากที่จะไม่เชื่อ

และเพราะรู้ดีว่ามันทรมานเพียงใดจึงไม่อยากให้ผู้ใดต้องประสบพบเจอกับชะตากรรมนั้นอีก โดยเฉพาะกับลูกชายที่รักต่างหนึ่งดวงใจ

“มันคือชะตาที่ฟ้าลิขิตไว้ ข้าเคยบอกเจ้าแล้วไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนได้หรือหากพยายามจักเปลี่ยนมันก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงค่า”

“สูงค่า? สูงเพียงใดขอรับ?”

“...........” อาจารย์คงมองนิ่ง เห็นได้ชัดว่าขุนไกรยังไม่ลดละความพยายามที่จะหาหนทางเปลี่ยนแปลงชะตากรรม และมีเพียงคนโง่เท่านั้นที่จักเดินหน้าต่อไปแม้นรู้ดีว่าอาจต้องเสียทุกสิ่ง...กระทั่งชีวิตของตนเอง

“กลับไปก่อนเถิด อีกไม่กี่เพลาตลาดจะตั้งเสร็จแล้วเดี๋ยวไปไม่ทันกินหรอกหนา”

“.........” ขุนไกรเม้มปากแน่นจนขึ้นสีห้อเลือด หากแต่ความเจ็บที่ริมฝีปากแทบเทียบเคียงไม่ได้เลยกับความจริงที่ว่าแม้แต่อาจารย์เองยังหมดหนทางช่วย ชายหนุ่มกราบลาผู้มากฤทธิ์แล้วค่อยๆลุกจากไป

“ขุนไกร” เสียงเพรียกนั้นรั้งฝีเท้าเจ้าของนามไว้

“.........”

“ไม่ว่าจักคิดอะไรควรพินิจให้ถ้วนถี่ ตัดสินใจจักทำสิ่งใดควรไตร่ตรองให้มากระวังมันจะได้ไม่คุ้มเสีย”

“แม้นมีโอกาสเพียงเล็กน้อยนั่นหมายถึงความหวังของข้ายังไม่หมดไป แปลว่ามันยังมีหนทาง...อยู่ที่ข้าจะหามันเจอรึไม่”

ความดื้อด้านที่เห็นในไกรทองจนชินตาได้มาเห็นอีกครั้งในยามนี้แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่าเด็กนั่นไปติดมาจากผู้ใด

“งั้นก็ขอให้เจ้าโชคดี...อ่อ อย่าลืมฝึกจิตภาวนาเอาไว้บ้าง ในกาลอันใกล้นี้เจ้าอาจต้องพึ่งมัน” เมื่อทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการตักเตือน อาจารย์คงจึงทำเพียงเท่านั้น

“ขอรับท่านอาจารย์”

อาจารย์คงมองศิษย์เดินหายไปในพงหญ้าแต่ แทนที่จะหลับตาเข้าวิปัสนาต่อกลับสอดส่ายสายตามองหาบางผู้ที่แวะเวียนเอาอาหารมาถวายเป็นประจำ

“ท่านอาจารย์!”

“ไอ้ดำ...มาเร็วกว่าทุกวันนี่มีอะไรเป็นพิเศษรึ”

“ข้าขอแม่ออกมาถวายอาหารให้ท่านอาจารย์ก่อนน่ะจ้ะเห็นว่าลูกค้าเยอะเลยเกรงว่าจะทำให้ท่านอาจารย์รอนาน” เด็กหนุ่มยิ้มแผล่ ว่าจบก็หันไปจัดสำรับส่งให้อาจารย์ตน

ดำเป็นนักมวยรุ่นราวคราวเดียวกับไกรทอง เรียนมาด้วยกัน เล่นมาด้วยกันแต่มาแยกย้ายกันไปทำตามความถนัดของตนภายหลัง ดำมาเป็นครูมวยในราชสำนักส่วนไกรทองก็ผันตัวไปเป็นหมอจระเข้ตามบิดา

“วันนี้ไม่มีนิทานระหว่างรอทานข้าวหรือจ๊ะ” ดำหยอกท่านอาจารย์ที่มักอารัมภบทการสอนด้วยนิทานบ้าง ตำนานบ้าง โดยเฉพาะระหว่างที่รอทานข้าวท่านอาจารย์มักมีเรื่องเล่าประหลาดจากทั่วทุกมุมโลกมาพูดให้ฟังเสมอ

ทำหยอกเย้าไปเช่นนั้นจริงๆเขาก็ติดใจเรื่องสนุกพวกนี้จะตาย มันทั้งสนุกแถมยืดเวลาการกลับไปช่วยงานแม่ขี้บ่นได้ด้วย อ้างว่าพระอาจารย์ให้อยู่ช่วยงานเยอะสักหน่อยเพียงเท่านี้แม่ก็ไม่กล้าออกปากว่าแล้ว

อาจารย์คงส่ายหน้า เห็นดวงตาขี้เล่นของมันก็รู้แจ้งไปถึงไส้ในแล้วว่าคงหาเรื่องอู้เหมือนทุกที เพียงแต่วันนี้ที่ได้พบขุนไกรทำให้เขานึกถึงเรื่องที่พบเห็นในญาณทิพย์จึงมาเล่าขานมันแทนตำนานบทหนึ่ง

“สมัยก่อนพุทธกาล เพลานั้นเทวดาและอสูรทำศึกสงครามกันทุกวัน รบราฆ่าฟันกันเช้าจรดเย็น มืดค่ำจรดฟ้าสางไม่มีหยุด ทุกคนใคร่รังเกียจเดียดฉันท์ในการมีอยู่ของอีกฝ่ายมาก เช่นนั้นแล้วการครองคู่กับอีกเผ่าพันธุ์จึงเป็นเรื่องต้องห้าม แต่มีมารและเทวตาอยู่ตนหนึ่งที่ไม่สนใจกฎเกณฑ์นั้น”

ดำรินแกงไปก็ฟังเรื่องเล่านั้นไปอย่างสนใจ

“รักต้องห้ามก่อเกิดท่ามกลางไฟสงคราม จักไม่เป็นเรื่องใหญ่เลยหากอสูรตนนั้นไม่ใช้พญามารผู้นำทัพและแม่ทัพเอกแห่งกองทัพเทวดา”

“เอ๋...เดี๋ยวนะขอรับถ้าออกมาทำศึกสงครามก็หมายความว่าทั้งอสูรและเทวดาผู้นั้นเป็นบุรุษเหมือนกัน...” ดำกระพริบตาปริบๆ

“ใช่ ไม่เห็นแปลกอันใด ทุกเผ่าพันธุ์ดำรงอยู่ได้เพราะความรัก หาใช่เพศสภาพเสียที่ไหน”

“ไม่แปลกก็ไม่แปลกขอรับแล้วเรื่องราวเป็นอย่างไรต่อขอรับ” ดำโก่งโค้งตักน้ำใส่ขัดเงินมาตั้งให้อาจารย์ก่อนนั่งขัดสมาธิฟังต่อ

“พระอิศวรทรงทราบเรื่องและกริ้วมากเพราะเทวดาผู้นั้นทำให้เหล่าเทวดาต้องเสื่อมเกียรติ พระองค์สาปส่งทั้งสองให้เป็นปรปักษ์กันทุกชาติไปและหากดวงใจเผลอไผลกลับมาครองรักกันแล้วไซร้รักนั้นจักต้องจบลงด้วยความตายร่ำไป”

“ต้องห้ำหั่นกันจนตายรึขอรับ?”

“เลวร้ายกว่า...พระอิศวรสาปให้ไม่ผู้ใดก็ผู้ใดต้องเป็นฝ่ายสังหารดวงใจของตัวเอง จากนั้นก็จมปลักกับความทุกข์ทรมานจนกว่าจะสิ้นอายุขัยในชาตินั้น”

“......” มาถึงตรงนี้เหมือนมีหินทับอก หน่วงเสียจนหายใจลำบากไปหมด แม้นไม่ใช่เรื่องของตนเองหรืออาจเป็นเพียงตำนานแต่นั่นก็ทำให้ผู้สดับฟังอย่างดำรู้สึกหดหู่ในชะตากรรมนั้นไม่น้อย

“พระอิศวรทรงคิดว่าทำเช่นนี้แล้วจักทำให้คนทั้งคู่ทรมานจนออกปากตัดสัตย์สาบานรักทุกชาติทิ้งและเมื่อถึงวันนั้นท่านจักปลดปล่อยดวงวิญญาณทั้งสองให้เป็นอิสระ”

“หมายความว่าอีกหลายชาติหลายภพเลยสินะขอรับที่คนทั้งคู่ต้องกลับมาครองคู่และสังหารคนที่ตัวเองรัก ต่อให้ไม่รู้อดีตกาลแต่ให้เจอความทุกข์เช่นนั้นเพียงชาติเดียวข้าคงศิโรราบจำนนต่อฟ้าดินออกปากไม่อยากมีคู่ครองแล้วล่ะ” ดำบ่นอุบ

“ใช่...พระอิศวรก็ทรงดำริอย่างเจ้านี่แหละ แต่ใครจะรู้เล่าว่าสองผู้นั้นกลับแตกต่าง”

“อย่างไรหรือขอรับ?”

อาจารย์คงแย้มยิ้ม ดวงตาเหลือบมองขึ้นไปบนฟากฟ้าที่เริ่มมีแสงตะวันสาดส่อง

ดวงหน้าและวาจาดื้อด้านของขุนไกรยังติดอยู่ในห้วงคำนึงไปตลอดการเล่าขาน

“คนทั้งสองไม่เคยละความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงโชคชะตา ทำกระทั่งบำเพ็ญภาวนาแบ่งดวงวิญญาณออกเป็นสองดวง เพื่อแบ่งเบาคำสาป พวกเขาเชื่อว่าอย่างน้อยที่สุดหากดวงจิตหนึ่งต้องพานพบความทุกข์ทรมาน อีกดวงหนึ่งอาจได้ครองคู่รักกันตราบนานเท่านาน”

“แล้ว...เป็นดังที่คนทั้งคู่ปรารถนาไหมขอรับ?”

อาจารย์คงส่ายหน้า รอยยิ้มดูหม่นหมองลงถนัดตา

“ไม่เลยสักครั้ง...กงกรรมกงเกวียนยังเวียนบรรจบเหมือนทุกครา ห้ำหั่น พบรัก สังหาร วนเวียนอยู่อย่างนี้ ผลัดเวียนเปลี่ยนกันกอดศพคนที่ปักใจรักด้วยน้ำตานองหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ท้ายที่สุดก็ยังเฝ้าภาวนาขอให้ได้กลับมาพบเจอกันอีกด้วยใจหวังว่าอาจมีสักวันหนึ่งที่เทพยาดาจะเห็นใจ”

“แต่คำวอนขอนั้นก็ไม่เคยประสบผลสินะ...ทำไมเรื่องมันเศร้าเยี่ยงนี้ล่ะขอรับ”

“คนมีบุพเพสันนิวาสร่วมกันแต่ถูกคำสาปส่งคั่นกลางแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับไร้วาสนาจะครองคู่นั่นแลดำเอ๊ย...ดันทุรังไปก็มีแต่ความผิดหวัง”

“แต่ถ้าวาสนาไม่มีร่วมกันต่อให้วอนขอให้กลับมาร่วมชาติร่วมพบกันเท่าใดก็ไม่น่าจักได้กลับมาพบเจอกันได้นะขอรับ หรือเพราะเป็นคำสาปอีก?”

จากตำนาน เปลี่ยนมาเป็นข้อถกเถียงที่ดำตั้งใจพินิจพิเคราะห์มากกว่าบทเรียนของตนเสียอีก ทว่าคำพูดนั้นกลับทำให้อาจารย์คงได้ฉุกคิด

“แปลว่าพระอิศวรยังเห็นใจอยู่บ้างกระมัง”

“แย่จังเลยนะขอรับ ดีนะที่เป็นแค่ตำนาน คงไม่มีใครทนต่อความเจ็บปวดแล้วยังกระวนกระวายหาหนทางให้ได้มาซึ่งความรักที่เจ็บปวดนั้นต่อไปหรอกเนอะท่านอาจารย์”

“ก็ไม่แน่…” อาจารย์คงตัดบทแล้วเริ่มตักอาหารทาน เป็นการตัดจบเรื่องโศกนาฏกรรมรักที่ดำเข้าใจไปว่ามันคือตำนานความเชื่อธรรมดา

หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วมันคือเรื่องจริงที่กำลังก่อเกิดในชาติภพนี้แต่เป็นในนามของกุมภีร์สองตนและมนุษย์อีกสองคน

และก็หาใช่คนไกลตัวที่ไหนไกล

“เฮ้อ…” คิดแล้วก็นึกสังเวทใจได้แต่หวังว่าขุนไกรกับไกรทองจะยอมจำนนต่อคำสาปร้ายนี้ให้จงได้ในชาตินี้เพื่อที่ชาติหน้าต่อไปจักได้ไม่ต้องพานพบความเจ็บปวดแสนสาหัสอีก

หากขุนไกรคือจุดจบของโศกนาฏกรรมไกรทองก็คือจุดเริ่มต้น

และได้แต่ภาวนาขอให้จุดจบมันเปลี่ยนแปลงไปแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี


-----------------------------------------------------------------------------------------------------


มาลงเพิ่มแล้วจ้ะ ฮือ กลางเรื่องเริ่มก็ค่อยๆคลี่คลายเรื่อยๆเนอะ หวังว่าจะติดตามกันไปจนจบนะคะ จุ๊บ ฝากเม้นเป็นกำลังใจด้วยเหมือนเดิมน้า หนึ่งเม้นหนึ่งล้านกำลังใจค่า

#ลิขิตกุมภีร์


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 217 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,734 ความคิดเห็น

  1. #2679 MoonNightShineBright (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 15:11
    อื้อหือออ เจ็บปวดดดดด
    #2,679
    0
  2. #2671 d_nutss0648 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 19:13
    ไม่อยากให้ดราม่าาาาาา เเง้
    #2,671
    0
  3. #2661 Stdn x. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 22:20
    ทำไมมันเศร้าขนาดนี้
    #2,661
    0
  4. #2557 reluz (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 00:03
    ทำไมมันหน่วงอย่างนี้!!
    #2,557
    0
  5. #2494 kam201713 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 19:18
    ร้องไห้แล้วฉัน T-T
    #2,494
    0
  6. #2223 Mamimilky (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 23:12
    เศร้าเลยค่ะแม่ ใจร้ายจังพระอิศวร!!!
    #2,223
    0
  7. #2115 UnBer (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 22:36
    น้ำตาไหลอีกแล้ว จะจบแบบแฮปปี้ไหมนะ แงงง ยังไงไรท์อย่าทิ้งเรื่องนี้นะคะ อยากอ่านจนจบเลย รอเสมอนะ
    #2,115
    0
  8. #2092 danaja12062002 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 21:02
    น้ำตาซึมเลยค่ะไรท์ ฮือออ
    #2,092
    0
  9. #1940 KKMP (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 16:32
    ไม่อยากให้ดราม่าเลย สงสาร
    #1,940
    0
  10. #1632 bloodc2 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 18:32
    โอ๊ย สงสาร มันจะเป็นงี้จีจีเหรออ
    #1,632
    0
  11. #1300 tsubakihime (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 00:04

    ทำไมเป้นนิทานที่อ่านแล้ว ร้องห้ายยยยย โอ้ยยย เทพไมใจร้ายอย่างเน้ เห็นแกความรักหน่อยเถอะค่ะเดส...

    #1,300
    0
  12. #1268 Banananaaa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 12:00
    ถ้าเป็นตำนานจริงคงเป็นตำนานที่น่าเศร้าที่สุด การจะรักใครสักคนไปตลอดและอยู่ด้วยกันไปตลอดสำหรับคู่นี้คงเป็นไปไม่ได้ ทั้งคู่คงทรมานมากน่าดู ;-;
    #1,268
    0
  13. #1261 Hyukky38 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 21:51
    น้องต้องได้อยู่กับพี่เขาเน้ออออ //กอดๆ
    #1,261
    0
  14. #1240 kfangja (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 23:06
    หนูดำรู้กโผล่มาแร้ววววววววว เห็นงี้มีเค้าความดราม่ามาแต่ไกล ฮืออออออ สงสารรร
    #1,240
    0
  15. #1234 T o m a t o ! (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 22:30

    ลองมาแยกคู่นี้สิ เทพก็เทพเถอะ แม่จะตบให้ปลิว

    #1,234
    0
  16. #1222 bunyarat462 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 19:58
    ใจน้องงงงง ;-;
    #1,222
    0
  17. #1221 prapapormsr (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 18:44
    อยากอ่านแล้ว มาต่อไวๆเน้ออออ
    #1,221
    0
  18. #1220 幽霊人形 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 18:39

    น้ำตาคลอเบ้าเลยอะไรท์ ฮือออ ได้กลิ่นมาม่าโชยตลบอบอวลเลยค่ะะะ สาธุ! อย่างน้อยให้คู่ลูกได้คู่กันหน่อยเถ๊อะะ!!!

    #1,220
    0
  19. #1219 Johnnytrash (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 18:28
    ท้อเลย อ่านไปโกรธไป จะร้องไห้
    #1,219
    0
  20. #1218 Crazy Devill (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 17:50
    นุ๊งไกรของพรี่~สู้ๆนะพี่ขอให้สมหวังอย่าได้เหมือนขุนพ่อนะนุ๊งไกร​แงงงงงงงงงงงง//รอที่ถ้ำทองนะคะไรต์
    #1,218
    0
  21. #1217 TANGGบุ๋ยๆ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 17:47
    กระซิกๆ//ขอบคุณไรต์จย้าาา
    #1,217
    0
  22. #1216 NawaratUdompun (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 17:18
    อย่าดราม่าเลยน้าาาาา ขอให้ตอนจบสมหวังเถอะค่ะ พลีสสสสส เราสงสารง่ะ
    #1,216
    0