ลิขิตกุมภีร์ :: ฟิคไกรทอง :: [ชาละวัน x ไกรทอง]

ตอนที่ 12 : ลิขิตกุมภีร์ : ตอน ๑๑

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,310
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 206 ครั้ง
    7 ก.ค. 61

เวลาล่วงเลยผ่านไปอีกเจ็ดปี เจ็ดปีเต็มๆที่ไร้วี่แววของคนที่เฝ้าตามหา ขุนไกรเลือกจะปลดระวางตัวเองคุดคู้อยู่ในบ้าน มอบหมายให้ไกรทองวัยสิบเจ็ดได้สืบทอดวิชาปราบจระเข้ของตนต่อไป

ไกรทองในวัยหนุ่มคึกคะนองนัก วิชามวยที่ว่าเก่งกาจถูกพ่อที่เกษียณอยู่บ้านช่วยสอนให้ทุกเช้าไม่เคยขาดจนแทบจะกลายเป็นทั้งหมอจระเข้และครูมวยแห่งราชสำนักเมืองพิจิตรไปแล้ว

ความเก่งกล้าสามารถของไกรทองเลื่องลือไปถึงหูกษัตริย์ผู้ปกครองเมืองพิจิตรจนถึงขั้นเรียกตัวเข้าเฝ้าให้มาสอนสั่งพระราชโอรสของตน

ด้านอาคมเองก็ไม่เป็นสองรองใครเนื่องจากอาจารย์คงได้รับไกรทองเป็นศิษย์ต่อจากขุนไกรไปอีกคน แถมหอกสัตตะโลหะที่ขุนไกรซ่อนมันไว้บนเรือนหลังสังหารจระเข้ยักษ์จนเลื่องลือไปทั้งสยามนั้นก็ถูกไกรทองค้นพบและได้วอนขอบิดามาเป็นศาสตราวุธส่วนตัว

ขุนไกรไม่อยากนึกถึงฤาเห็นมันแม้เพียงน้อย เพราะรู้ดีแก่ใจว่าหอกศักดิ์สิทธิ์ที่พระอาจารย์ให้นั้นคือศาสตราวุธที่เขาใช้แทงทะลุหัวใจของโคจรไป

แต่ด้วยชื่อเสียงของไกรทองที่เริ่มดังกระฉ่อนไปทั่ว งานชุกมือตั้งแต่ฝั่งเหนือจรดใต้ ไม่วายจระเข้ร้ายอาจหมายจะเอาชีวิตได้จึงจำใจมอบมันให้กับไกรทองเอาไว้เป็นของป้องกันตัว

บัดนี้ขุนไกรอายุย่างกรายเข้าสู่เลขสามสิบเก้า ไม่มีเรี่ยวแรงมากมายดังแต่ก่อนแต่ก็ไม่ได้งอมืองอเท้า หมั่นฝึกวิชาอาคมและนั่งสมาธิฝึกจิตทุกคืนวันราวกับเพิ่มศีลเพิ่มญาณให้ตัวเองเพื่อเหตุผลบางอย่างที่ชาวบ้านในละแวกได้แต่คิดกันไปเองต่างๆนานา

“พ่อจ๊ะ...ไกรไปก่อนนะ” ไกรทองถือถุงผ้าที่ด้านในมีกับข้าวกับปลาสำหรับวันนี้มาหยุดล่ำลาพ่อที่ใต้ถุนเรือน ขุนไกรเพ่งมองหอกสัตตะโลหะที่ไกรทองมัดไพล่หลังติดไปแล้วได้แต่ทอดถอนใจ

ดูเหมือนเขาจะหวาดกลัวต่อศาสตราวุธที่สังหารโคจรไปแล้ว ทั้งที่มันเป็นตัวสร้างชื่อให้เขาแท้ๆ

“จะไปกี่วันนะ”  ขุนไกรถาม จำได้ลางๆว่าไกรทองมาบอกเรื่องการเดินทางไปปราบจระเข้ที่เมืองชุมพรนู่น

“น่าจะหลายวันจ้ะพ่อแต่ไม่ต้องห่วงนะข้าจะรีบกลับ”

“ระวังตัวให้ดี เงินมันเยอะหรือไงถึงได้ยอมไปไกลปานนั้น” จากพิจิตรที่อยู่เกือบทางเหนือต้องล่องไปถึงชุมพรทางตอนใต้ คนพวกนั้นก็ยังขยันส่งสาสน์มาถึงไกรทองลูกเขาได้ต้องใคร่ชื่นชมในความพยายามจริงๆ

เห็นทีหมอจระเข้แถบนั้นคงเอาไม่อยู่ และคงเดือดเนื้อร้อนใจกันมากแล้วถึงได้มาเรียกหมอจระเข้ต่างถิ่นไปแบบนี้

แล้วไอ้ไกรมันเคยไปไกลกว่าพระพิษณุโลกเสียเมื่อไหร่ ไปอยู่นั่นจะกินจะนอนยังไง ถึงชาวบ้านจะแจงมาชัดเจนว่ามีที่พักอาศัยให้พร้อมแต่มันก็น่าเป็นห่วงอยู่ดี

“เยอะสิพ่อไม่งั้นข้าจะไปทำไม ฮ่าๆ” คนเป็นลูกตอบรับแบบไม่คิดให้เสียหัว แถมทำท่านับเบี้ยนับอัฐชวนให้ถีบเข้าสักเปรี้ยงอีกด้วย

“ไม่ได้ใช้เงินเพราะตายก่อนมีถมไประวังไว้เถอะ เออๆเรื่องของเอ็งโตแล้วนี่นะ รอดกลับมาให้ได้ก็พอพ่อไม่ได้หวังเงินทองอะไรหรอกแค่นี้ก็เหลือกินเหลือใช้กันแล้ว”

“จ้ะพ่อ...ที่บ่นนี่กลัวคิดถึงข้าใช่ไหม ข้าไปไม่นานหรอกจริงๆนาไม่ทันที่พ่อจะคิดถึงข้าก็กลับมาแล้วเชื่อสิ” ไกรทองว่าเสียงทะเล้นทะลึ่ง

ไอ้ท่าทีกะลิ้มกะเหลี่ยชวนโบกกบาลนี่มันเริ่มมาตั้งแต่เขาพาเจ้าเด็กจำไมนี่ไปขึ้นครูในเมือง เห็นมันบ่นนักบ่นหนา บ่นมาตั้งแต่สิบขวบ บ่นตั้งแต่เด็กผู้นั้นขโมยจูบ…

เออ...คิดถึงเด็กคนนั้น เงียบหายไปเลยนับตั้งแต่วันที่จระเข้อาละวาดในตลาดเมื่อเจ็ดปีก่อน

ไกรทองเองก็เหมือนจะพูดถึงในแง่จิกกัดเรื่องโดนขโมยจูบแรกแล้วตัวไปเฉยๆ แต่ลึกๆแล้วเขาก็รู้ว่าไกรทองทำยียวนเกี้ยวพาราสีไปทั่วก็เพราะอยากลืมเรื่องของคนที่หายไปแบบไม่คิดจะส่งข่าวกลับมาเท่านั้นแหละ

ก็แน่ล่ะ...หากเขาอายุเพียงสิบขวบแล้วต้องโดนใครสักคนพรากพรหมจรรย์ริมฝีปากไปเขาก็นึกโกรธหากคนผู้นั้นหายหน้าหายตาไปเลย มันเหมือนการหยามศักดิ์ศรีลูกผู้ชายกันยังไงชอบกล แต่ก็คงอดคำนึงถึงบ้างบางเวลานั้นล่ะ เพราะยังไงเสียคำว่า ‘คนแรก’ ในหลายๆความหมายมันก็มักจะติดตรึงใจเสมอ

เหมือนกับที่เขาจดจำโคจรผู้ซึ่งร่วมสวาทกันเป็นผู้แรกได้ไม่เคยลืมไง

“...รีบไปรีบกลับ” ขุนไกรรับคำสั้นๆ ดวงตาทอดมองธำมรงค์วงสวยที่สวมใส่ไว้ จดจ้องมรกตในดวงตาของกุมภีร์บนวงแหวนทุกคืนวันเพื่อคลายความคะนึงหา

ข่าวคราวเงียบหายไปเลย แม้แต่ตำรวจนครบาลก็ตามรอยบุคคลปริศนาที่นำแหวนวงนี้ฝากมากับไอ้ชื่นไม่ได้

ราวกับเป็นผีตายห่าตายโหง ผลุบโผล่ที่นั่นที่นี่ตามอำเภอใจ และมลายหายไปโดยไม่นึกถึงใจคนเฝ้ารอ

“พ่ออยู่คนเดียวได้ใช่ไหม?” ไกรทองเอ่ยถามเมื่อเห็นสีหน้ามัวหมองของผู้เป็นพ่อ และก็ได้รับรอยยิ้มบางตอบกลับมา

“อืม พ่อไม่ใช่เอ็งนะที่จักมากลัวผีสางนางไม้”

“ตอนนี้ไกรไม่กลัวแล้วนะพ่อ!” เด็กหนุ่มกัดฟันกรอดๆ พลางทำปากบู้บี้ที่พ่อเอาแต่ล้อเลียนความขี้ขลาดกันอยู่เรื่อย

ใครไม่กลัวผีบ้างถามจริงเถิด สิ่งของจับต้องไม่ได้พวกนั้นน่ากลัวกว่าให้ไปปราบสัตว์ร้ายที่ยังมีวันตายเยอะเลย!

“งั้นข้าไปก่อนนะจ๊ะถึงที่หมายจะเขียนจดหมายกลับมา”

“อืมไปดีมาดี”

ขุนไกรออกมาส่งลูกชายที่หน้าบ้าน ชุดสีแดงฉานตัวเก่งของตนถูกลูกชายหยิบจับไปใส่ได้อย่างพอดิบพอดี

ผู้เป็นพ่อมองไกรทองไล่ล่ำลาตายายข้างบ้านตั้งแต่ต้นซอยจนท้ายซอย ก็ดีที่มันไม่ได้คะนองจนหลงลืมตัวไม่เหมือนเด็กหลายคนในรุ่นราวคราวเดียวกันที่มาขอให้เขาสอนวิชามวยให้ พอฝึกได้เป็นพิธีก็ใช้วิชาที่มีไปทำตัวเป็นอันธพาลทำร้ายผู้คน

กับไกรทองจะปวดหัวหนักก็แค่กับเรื่องกะล่อนไปเรื่อยของมันนี่แหละ มีสาวหลายนางทอดสะพานให้ไม่ขาด มันก็เล่นหูเล่นตารับน้ำใจนางพวกนั้นตอบจนเกินงาม

ถึงแม้เขาจะรู้ว่าที่มันรับกับข้าวกับปลาหรือผ้าทอสวยๆกลับมาเพียงเพราะเราจักได้ของมาทานร่วมกันแต่การให้ความหวังไปทั่วก็ไม่ใช่เรื่องที่บุรุษที่ดีพึงกระทำอยู่ดี

และก็คงดีอีกนั่นแหละที่ไกรทองแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้ แถมยังรู้ขอบเขตว่าเมื่อใดควรเล่นเมื่อใดควรหยุดจึงยังไม่ต้องยกตีนก่ายหน้าผากหากมีข่าวว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนลักลอบกินสุกก่อนห่ามจนเกิดพันธะกับนางคนไหนสักคน ถึงวันนั้นเขาคงบากหน้าเดินในหมู่บ้านไม่ได้แน่

เป็นเรื่องชวนปวดหัวที่ขุนไกรได้แต่ถอนหายใจแล้วเดินกลับเข้าไปยังใต้ถุนบ้านเพื่ออ่านเบาะเเสต่างๆที่ชื่นคอยส่งให้คลี่คลายคดีต่อไป


………..


ไกรทองมาถึงเมืองชุมพรในอีกเจ็ดวันต่อมา บรรยากาศที่นี่ค่อนข้างหนาวเย็นกว่าทางพิจิตรในหน้านี้ เห็นชาวบ้านเปรยว่ามีลมมรสุมใหญ่พัดเข้ามา และอาจหนาวระดับที่บรรยากาศติดลบจนเกิดแม่คะนิ้งขึ้นเหมือนภาคเหนือตอนบนทีเดียวเชียว

เขาว่าร้อยปีมีหนเชียวหนา เขาต้องภูมิใจที่ได้ประสบพบเจอมันไหมนี่

เจ้าเมืองชุมพรต้อนรับขับสู้ไกรทองเป็นอย่างดีพลางจัดแจงให้คนพาไปยังเรือนไม้หลังงามที่สร้างไว้ห่างไกลจากตัววังสองสามกิโลเมตร มีม้าเร็วและคนขับเกวียณให้ด้วย แต่ไกรทองขอเพียงม้าเร็วไว้นำส่งข่าวกับนกพิราบสักตัวเพื่อส่งจดหมายกลับไปหาบิดาที่พิจิตร

เจ้าเมืองเล่าว่าชุมพรแห่งนี้กำลังประสบปัญหาจระเข้ระบาดหนัก มีผู้พบเห็นมันขยายอาณาเขตเข้ามาสู่เขตบ้านเมืองมากขึ้น มันอาละวาดโจมตีชาวบ้านจนไม่มีใครกล้าลงไปอาบน้ำอาบท่ากันแล้ว

จากที่คนช่วยกันจดช่วยกันจำมันมีมากกว่าหนึ่งตัวและทุกตัวล้วนแล้วแต่มีตกกระสีขาวดูประหลาดตา บ้างก็มีที่ปลายจมูก บ้างก็มีที่กลางหลัง บ้างก็มีที่แผงคอ แต่ละวันมีสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ล้มตายมากมาย ขนาดล้อมคอกวัวไว้ห่างจากตลิ่งเกือบ 4 วา รุ่งเช้ามาวัวยังโดนควักไส้กินได้ เป็นที่หวาดผวาไปทั่วว่าบางทีการอยู่บนบกก็ใช่ว่าจักปลอดภัยอย่างที่เคยคิดกัน

หมอจระเข้ทางแดนใต้แห่งนี้ต้องสังเวยชีวิตไปมากพอๆกับผู้เคราะห์ร้ายรายอื่น บางรายท่องมนต์คาถาบนแพพร้อมเครื่องหอมทำพิธียังไม่ทันจบดีก็เจอจระเข้ฟาดหางจนแพแตกเสียฉิบ ซ้ำร้ายมันยังกระโดดคาบร่างหมอจระเข้ผู้นั้นขึ้นมาเหนือผิวน้ำเพื่อประกาศศักดาอีกต่างหาก

จากรูปการณ์นี้ไกรทองลงความเห็นว่าอาจเป็นจระเข้ที่ถูกขับไล่จากฝูงต้องรอนแรมมาจากแหล่งอาหารธรรมชาติจนมาจมปลักในเขตบ้านเรือนคน พวกมันอาจไม่ได้เเข็งแกร่งนักหากเทียบกับจระเข้ในป่าใหญ่แต่หากเทียบกับคนมันก็คือเพชฌฆาตแห่งธารน้ำดีๆนี่เอง

ไกรทองให้สัตย์ว่าจะจัดการทุกอย่างให้แล้วเสร็จภายในไม่เกินสัปดาห์เพื่อรีบกลับไปหาบิดา

เมื่อจบการแจกแจงงาน ไกรทองถูกพามายังเรือนไม้หลังงามที่ปลูกสร้างเอาไว้ให้แขกบ้านแขกเมือง มันโอ่อ่าเสียจนนึกว่ากำลังฝันกลางวันอยู่

วางอาวุธยุโธปกรณ์และเสื้อผ้าที่ตระเตรียมมาครบไกรทองก็หยิบแผ่นชนวนมาขีดเขียนแผนการว่าจักเริ่มต้นทำอะไรบ้างทีละสัดทีละส่วน

โต๊ะทำงานบนเรือนอยู่ติดกับหน้าต่างไม้ที่มีกระถางไม้เลื้อยห้อยประดับ วิวทิวทัศน์ด้านนอกคือแม่น้ำชุมพร ตามท่าน้ำของเรือนขึ้นโครงเป็นไม้แกะสลักลายพญานาคราชดูน่าเกรงขาม

ตะวันเคลื่อนคล้อยดับลง แต่ไกรทองก็ยังไม่เงยหน้าจากกระดานเพราะเหมือนว่าแผนการยังไม่ลงร่องลงรอยดี

จนกระทั่ง…

“พ่อหมอเกิดเรื่องแล้วขอรับมีจระเข้กัดกันขอรับ!”

“หะ?” ไกรทองตวัดสายตาไปมองยังต้นเสียง ก่อนเห็นเป็นชายวัยกลางคนที่ยืนเต้นเหยงๆอยู่ตรงท่าหน้าบ้าน

จระเข้กัดกันแล้วมันเกี่ยวอะไรกับมนุษย์กันวะ

อ้ายสิงห์ที่เห็นพ่อหมอจระเข้เอาแต่นิ่งงันงจึงรีบสาธยายเรื่องราวทั้งหมด

“คะ...คือตาพร้อมแกตกปลาแล้วบังเกิดไอ้เข้ตกกระมันติดแหมาด้ว มันโถมกระชากตาข่ายดักปลาจนลุงแกพลัดตกท่า และก่อนที่มันจะว่ายเข้ามาถึงตัวก็มีจระเข้ยักษ์สีดำทะมึนอีกตัวโผล่เข้ามากัดแล้วเหวี่ยงหางของไอ้เข้ตกกระนั่นไปอีกฟากฝั่งเลยขอรับ!”

ฟังมาถึงตรงนี้เรื่องมันชักจะใหญ่กว่าที่ไกรทองคิดในทีแรก จระเข้ตกกระที่เจ้าเมืองสาธยายว่ายาวเท่ากับคน 5 คนเรียงตัวต่อกันยังโดนตัวที่ใหญยักษ์กว่าเหวี่ยงกระแทกตลิ่งอีกฝั่งได้ ไม่อยากคิดเลยว่าไอ้ยักษ์ใหญ่ที่ว่านั่นมันจักใหญ่โตมโหฬารแค่ไหน

“ตายห่า...นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ” คนที่พึ่งมาถึงวางชอล์กไว้กับที่พลางรีบวิ่งไปหยิบทั้งมีดทั้งกริซรวมไปถึงหอกสัตตะโลหะก่อนควบม้าเร็วตามม้าของคนส่งสาสน์ไป

การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะห่าฝนและลมกรรโชกแรงบ่งบอกถึงมรสุมที่กำลังโถมกระหน่ำเข้ามาแต่เรื่องความเป็นความตายของคนก็ผลักดันให้ไกรทองต้องรีบรุดไปแม้นจะมองทางข้างหน้าแทบไม่เห็นเลยก็ตาม

แต่แล้วก็ต้องผิดหวังเมื่อมาถึงชาวบ้านทั้งหมดแทบจะโกยแนบกลับขึ้นเรือนรวมไปถึงตาพร้อมที่โดนหลายๆคนช่วยกันแบกหามขึ้นแคร่ไม้ออกจากพื้นที่ไปแล้ว แถมเวิ้งน้ำก็ว่างเปล่า

ถามจากปากชาวบ้านที่กำลังเตรียมล่าถอยได้ความว่าตาพร้อมแกรอดตายเพราะจระเข้ยักษ์สีดำตัวนั้นเอาหางเหวี่ยงฟาดแกขึ้นมาบนบกแต่เพราะความแก่ความเฒ่าชนอะไรนิดหน่อยกระดูกก็เปราะหักไปทั้งหลัง แถมจระเข้ที่ฟัดกันนัวเนียนั้นก็เหมือนจะจมหายไปในผืนน้ำทั้งคู่

ทุกคนรีบรุดออกจากผืนที่ไปหลงเหลือเพียงเงาตะคุ่มของใครบางคนที่ริมท่า ร่างนั้นโงนเงนคล้ายจะล้มลงได้ทุกเมื่อส่งผลให้ไกรทองต้องยกมือป้องกันไม่ให้ห่าฝนและเศษกิ่งไม้ที่ปลิวมาตามลมมันกระแทกหน้าไประหว่างย่ำเตาะเข้าไปช่วยชีวิตชาวบ้านที่อาจติดแหง็กอยู่ตรงนั้น ปล่อยไว้มีหวังโดนสัตว์ร้ายย้อนกลับมาคาบไปกินแน่

ถึงสภาพอากาศตอนนี้สำหรับจระเข้จะเปรียบเสมือนนรกบนดินก็ตามแต่ก็ไม่น่าไว้วางใจเดรัจฉานพวกนั้นอยู่ดี จระเข้เกลียดอากาศหนาวจัดโดยเฉพาะน้ำในฤดูหนาว ด้วยความเป็นสัตว์เลือดเย็นที่แปรเปลี่ยนอุณหภูมิร่างกายไปตามสภาพอากาศที่พบเจอ การเจออากาศหนาวเย็นระดับภัยพิบัติเช่นนี้จะทำให้อวัยวะต่างๆของจระเข้หยุดทำงานลง มันจะไม่เคลื่อนไหว เรียกว่าไม่อาจเคลื่อนที่ได้ดังใจเพราะไร้สิ้นเรี่ยวแรงและจะต้องหยุดอยู่เฉยๆจนกว่าอุณหภูมิจักสูงขึ้น และจากสภาพการตอนนี้พวกมันคงแช่ในลำน้ำไม่ไหวเพราะระบบหายใจอาจไม่ทำงาน จระเข้มักโผล่หน้ามาหายใจบนผิวน้ำหรือแม้แต่ขึ้นมาบนบก...มาหาความอบอุ่นที่ช่วยทุเลาอาการอัมพาตที่กำลังกัดกิน

“....ท่าน?! ปลอดภัยไหมขอรับ กลับมาบนนี้เถอะสักพักน้ำจะท่วมตลิ่งแล้ว!” ไกรทองพยายามตะโกนเรียกคนที่เอาแต่ยินนิ่งงัน ดวงตาของหมอจระเข้หรี่ลง ฉับพลันหัวใจที่เต้นสม่ำเสมอก็เริ่มเต้นโครมครามแทบทะลุอกเมื่อเข้าไปใกล้แล้วเห็นสีทองวาววับสองจุดปรากฎผ่านม่านฝน

ความแข็งกระด้างนั้นช่างแสนคุ้นเคยจนร่างกายไม่อาจหยุดสาวเท้าเข้าไปหาได้ จนเมื่อมาประจันหน้ากันไกรทองก็ได้เห็นเต็มสองตา

เรือนผมยาวสีดำขลับสะท้อนต้องกับจันทราจนเกิดประกายสีเขียวหม่น ดวงหน้าที่ขาวเผือกบัดนี้ซีดเซียวไร้สีเลือด ดวงตาสีทองอร่ามดุดันคละเคล้าไปกับความอึดอัดทรมาน ทรงอาภรณ์เนื้อดี ทองพระกรแลธำมรงค์สลักคมเขี้ยวอสุราที่ไกรทองรู้สึกคุ้นตา

เป็นอ้ายเด็กยโสที่ขโมยจูบแรกเขาไปไม่ผิดตัวแน่

ไม่ทันที่ใครจักได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด ร่างสูงใหญ่นั้นก็ทรุดลงกับพื้นแต่ไกรทองโอบรับไว้ทัน ผิวกายเย็นเฉียบคือสิ่งแรกที่ไกรทองได้สัมผัส เพราะอีกฝ่ายสูงกว่ามากทำให้ศีรษะทาบได้เพียงส่วนอก

ณ จุดนั้นทำให้ไกรทองพบว่าสัญญาณชีพของคนที่หมดสตินั้นจวนเจียนจะหมดลงแล้ว

หัวใจเต้นอ่อนแรงมาก...อ่อนจนคล้ายว่าจะดับลงได้ทุกขณะ

“เจ้า...เจ้า เฮ้ย! อย่าพึ่งเป็นอะไรไปนะ!” ความขุ่นมัวในวันวานและความสงสัยใคร่รู้ว่าเหตุใดอีกฝ่ายถึงปรากฎตัวที่นี่มลายหายไปจนหมดสิ้น หลงเหลือเพียงความหาและห่วงใย

ไกรทองออกแรงลากถูคนตัวสูงกว่าขึ้นมาซ้อนทาบด้านหลังอานม้าได้สำเร็จก่อนเร่งม้าเร็วกลับที่พำนักตัวเองไปด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

มีอีกหลายสิ่งที่เราต้องสะสางกัน...อย่ามาชิงตายไปเสียก่อนนะไอ้บ้าเอ๊ย!



---------------------------------------------------------------------------------------------------------


เมื่อคืนบราซิลแพ้ ตกรอบบอลโลกไปแล้ว น้ำตานองหน้ามากๆ ฮือ ร่ำไห้ไปเขียนไปแบบซึมเศร้าสุด ฮือ ก็ทั้งคู่โตแล้วนะ กรี๊ดๆ ไกรทองจะ 17 ขวบ พี่ชาละวันจะราวๆ 20 ปีแล้วน้า

ใครสงสัยว่าโคจรมีเคี้ยวเพชรแล้วทำไมยังโดนขุนไกรแทงตายก็ตามข้างบนนี้เลยนะฮะ ขุนไกรใช้หอกอาคมสัตตะโลหะที่อาจารย์คงให้ไว้แทงเด้อไม่ใช่หอกธรรมดา แทงเสียมิดลำด้วย รู้สึกผิดจนวันตายอะ 555

โอเคนี่เหมือนเดิมคือมาอัพไว้เพราะเห็นเม้นกันเยอะ แง ขอบคุณนะคะอย่างน้อยก็รู้สึกชื่นใจที่พอมีคนตามอ่านบ้าง

ฝากเม้นติชมด้วยเหมือนเดิมฮะหนึ่งเม้นหนึ่งล้านกำลังใจ #ลิขิตกุมภีร์


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 206 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,734 ความคิดเห็น

  1. #2692 Rubyminnt (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 07:34
    17 แล้ววจ๊ะแม่เค้าโตกันแล้ว
    #2,692
    0
  2. #2670 d_nutss0648 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 18:57
    อุ้วววววว
    #2,670
    0
  3. #2220 Mamimilky (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 22:01
    มาอย่างหล่อจบอย่างหงอยอ่ะพี่ชา555555555555 เขาเจอกันแล้วว่ะ เห็นม่ะเจออีกทีก็อีก7ปี เดาถูก!!
    #2,220
    0
  4. #2077 despasito (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 10:42
    งั้นจระเข้ดำก็ชาละวัน แล้ววชาละวันยังจับ-ขาวไม่ได้หรอออ
    #2,077
    0
  5. #1938 KKMP (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 16:13
    ไหวพี่ชาละวันไปโผล่ที่ชุมพร ???
    #1,938
    0
  6. #1629 bloodc2 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 18:17
    อห มาซะหล่อ 5555
    #1,629
    0
  7. #1230 T o m a t o ! (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 22:02

    ไม่จบดราม่าสิ แง้ๆๆๆ

    #1,230
    0
  8. #1206 ROS195 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 05:43
    โรแมนติกป่ะ เจอกันแบบนี้555555
    #1,206
    0
  9. #1163 Korraphat0716 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 17:05
    ไม่รู้จะเม้นท์อะไร นอกจากชอบและรออ่านต่อค่ะ55555
    #1,163
    0
  10. #1162 Incamisang (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 14:46
    เรื่องนี้รอเล่ม บอกเลย <3
    #1,162
    0
  11. #1161 'นมชมพู' (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 13:58
    กนี้ดดดดดดดดด อยากอ่านต่อ ชอบเรื่องแนวนี้มากกกกก เพ่ชาละวันกับนุ้งไกรทอง ขโมยจูบแรกเค้าแล้วมาหายไปแบบนี้ต้องสะสางงงงง
    #1,161
    0
  12. #1160 zxmiping (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 07:52
    นึกถึงความหล่อของพี่วันละคิดดีไม่ได้เลย กรี๊ดดดดด /เตรียมเปย์นะเจ้าคะคุณเฟย .//////.
    #1,160
    0
  13. #1159 pemikaatom (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 01:18
    เจอกันแย้ววว พี่ตามน้องมาใช่ไหมไหนตอบ!55เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #1,159
    0
  14. วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 00:47
    เจอกันแล้วววววว โตแล้วจะได้ไม่เสี่ยงคุก55555
    #1,158
    0
  15. #1157 JOMTHUP (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 00:21
    เราต้องทำให้อุณหภูมิในร่างกายร้อนขึ้นนะพี่วันยิ่งฝนตกเยี่ยงนี้แล้วด้วยโอ้ยบอกเลยค่ะฟ้าฝนเป็นใจสุดๆนายเป็นสัตว์เลือดเย็นนะพี่วันนายต้องออกกำลังกายในร่มเท่านั้นฝนตกหนักเยี่ยงนี้เนื้อแนบเนื้ออุ่นสุดค่ะพี่วันจงดับไฟแล้วกลืนกินไกรทองน้อยของเราซะ//ชูธงอีกคนค่ะ
    ปล.ไรท์เขียนสนุกมากเลยค่ะติดตามนร้าาาาาา
    #1,157
    0
  16. #1156 Pp-Tt-Kk (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 23:05
    เจอกัน 1 ครั้งเรียกบังเอิญ 2 ครั้งขึ้นไปเรียกว่าพรหมลิขิตนะคะพี่วันนน งาบน้องเลยยย //ชูธง
    #1,156
    0
  17. #1155 Pp-Tt-Kk (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 23:04
    วันนี้อัพตั้งแต่ช่วงเย็นๆ เลย เราก็มารอรีเฟรช ดันแจ็กพ๊อตเจอตอนใหม่ น้ำตาจะไหลแล้ว ขอบคุณนะคะที่อัพให้ตลอดเลย
    #1,155
    0
  18. #1154 Banananaaa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 18:29
    เป็นหนุ่มกันแล้ว(?) กว่าจะได้เจอกัน ไกรทองยังไม่ลืมพี่ชาลาวันเลย อิอิ
    #1,154
    0
  19. #1153 dearlychpd ♡ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 17:54
    ได้เจอกันแล้ว!! ในสภาพที่ดูไม่จืดเลยด้วย55555
    #1,153
    0
  20. #1152 幽霊人形 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 17:29

    ฮิ๊ววววววว เขาเจอกันแล้วค่ะะ กรี๊ดดด เข้าห้องได้เสียกันเลย---แค่ก (เร็วไปล่ะ)

    #1,152
    0
  21. #1151 TANGGบุ๋ยๆ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 17:27
    กรี้ดดดดดดดอัพอีกล้าววววตามมาหลายเรื่องเรื่องนี้รักมาก
    #1,151
    0
  22. #1150 Memory tale (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 17:23

    โตแล้วมันก็ค่อยจะหวีดสะดวก

    #1,150
    0
  23. #1149 Crazy Devill (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 17:18
    อัพปุ๊ปอ่านปั๊ปว๊ายยยยยยย
    เค้าจำกันได้น้องไกรมีความห่วงพี่วันนนนนนน​ พันนี่ไหนบอกเกลียดมนุษย์​แต่ก็มีศีลธรรมในจิตใจ​ แต่ว่า... ถ้า20กว่าๆแล้ววววพี่วันก็ได้นังชะนีวิมาลาเป็นชายาแล้วหนะสิ!!!!!!! ม่ายนะ!!!!!!!
    #1,149
    0
  24. #1148 Kwony (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 16:47
    17แล้วว จะทำอะไรก้ได้ อั้ยย
    #1,148
    0
  25. #1147 bunyarat462 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 16:46
    7ปีผ่านไปไวปานลมต--แค่กๆ

    เขาเจอกันแล้ววว ปฏิบัติการเกี้ยวพาราสีควรเริ่มเสียที อายุเท่านี้กำลังเหมาะนะพี่วัน ><
    #1,147
    0