ลิขิตกุมภีร์ :: ฟิคไกรทอง :: [ชาละวัน x ไกรทอง]

ตอนที่ 11 : ลิขิตกุมภีร์ : ตอน ๑๐

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,325
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 200 ครั้ง
    7 ก.ค. 61

ท้าวรำไพมองการประลองด้วยใบหน้าเรียบเฉย หากแต่เดือดเนื้อร้อนพระทัยอยู่ในใจ ทรงศีลแล้วใช่จะทิ้งคมเขี้ยว อย่างไรเสียชาติกำเนิดก็มาจากเดรัจฉาน ทรงอิทธิฤทธิ์มาได้เพราะการบำเพ็ญเพียรจากบรรพบุรุษล้วนๆ

กุมภีร์อย่างเราเดิมทีก็เป็นเพียงจระเข้ที่เวียนว่ายในสายธาร แต่บรรพกษัตริย์ของเราเริ่มภาวนาธรรมจนลูกหลานที่สืบทอดต่อกันมากลายเป็นจระเข้ทรงอิทธิฤทธิ์ สามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ไปอยู่ร่วมปะปนกับคนบนผืนดินได้

มีกุมภีร์หลายตนละทิ้งรากเหง้าเดิมขึ้นไปตั้งรกรากกับพวกมนุษย์ แต่ก็ต้องอาภัพคู่เพราะไม่อยากให้ความแตกว่าเราเป็นอมนุษย์

การจำแลงกายขึ้นไปอาศัยกับมนุษย์ทำให้ลดเรื่องบาดหมางอย่างการแย่งชิงอาหารและอาณาเขตลง แถมบรรพกษัตริย์รุ่นหลังๆก็เสริมตบะเข้าไปจนใครที่เยื้องย่างเข้าถ้ำทองอันเป็นถ้ำของเชื้อสายกษัตริย์จักได้อิ่มทิพย์ ไม่ต้องเสาะแสวงหาเนื้อสัตว์น้อยใหญ่เพื่อก่อร่างสร้างกรรมอีก

และมาถึงรุ่นของเขา เขาเสริมสร้างพลังให้กับผู้ดำรงสายเลือดขัติยะด้วยการปลุกเสกเขี้ยวเพชรและตั้งจิตให้มีเพียงผู้ที่สืบสายเลือดโดยตรงแห่งเขาเท่านั้นถึงจักมีเขี้ยวศักดิ์สิทธิ์นี้ได้

เขี้ยวเพชรมีอานุภาพวิเศษคือทำให้ผู้ที่ครอบครองอยู่ยงคงกระพัน ฟันแทงไม่เข้า และคนที่สืบสายเลือดอย่างโคจรและชาละวันก็เหมือนจะได้รับมันไปด้วยต่างจากอนุชาของโคจรที่เป็นโอรสที่เกิดจากนางในมิใช่มเหสีที่มีศักดินาเป็นภคินีแห่งเขาจึงไม่ได้ครอบครองมัน

เขาหักเขี้ยวเพชรข้างหนึ่งมอบเป็นกำนัลแก่ชาละวันในวันที่เด็กผู้นั้นประสูติ ไว้เพื่อเตือนใจและหักล้างความหน้าสะพรึงกลัวของดาวโจรที่โคจรมาทาบทับดวงชะตา

ตั้งมั่นให้เด็กนั่นใช้คมเขี้ยวเขาเป็นดั่งเครื่องรางเตือนสติ...แต่บัดนี้เด็กนั่นกลับใช้มันเป็นศาสตราวุธฟาดฟันใส่ผู้อื่น

ท้าวรำไพทอดสายตามองการต่อสู้ด้วยแววตาหม่นหมองลง

ใช่ว่าเขาจะลืมกำพืดตัวเองจนไม่เข้าใจกฏแห่งการปกครอง หากแต่เขารู้ดีว่าการพลั้งเผลอลงมือฆ่าใครสักคน...มันจะเสพติดให้คนผู้นั้นต้องใช้การเข่นฆ่าแก้ปัญหาอยู่ร่ำไป

และสิ่งที่เขากำลังเห็น...มันยิ่งสะท้อนว่าพระราชนัดดาแห่งเขาไม่ใช่เด็กผู้ตั้งมั่นในศีลธรรมคนเดิมอีกต่อไปแล้ว

ปึด!!!!

เสียงอวัยวะถูกกระชากออกจากที่ของมัน พร้อมศีรษะของกุมภีร์วัยกลางคนที่กลิ้งกระดอนลงบนพื้น โลหิตสีสดสาดกระเซ็นไปทั่วพื้นลานประลองพร้อมๆกับที่ร่างไร้เศียรนั้นตกกระทบพื้นก่อนแน่นิ่งไป

เสียงเซ็งแซ่เบาบางลงคล้ายทุกฝ่ายไม่อาจหายใจได้ทั่วท้อง รวมไปถึงท้าวรำไพที่ถึงกับผุดลุกขึ้นยืนแล้วจ้องไปยังผู้อุกอาจลงไม้ลงมือเกินงาม

เราคืออมนุษย์ผู้มีศีลห้ำหั่นกันเองจนถึงชีวิตโดยไม่คำนึงถึงผิดชอบชั่วดีมันไม่ต่างกับเดรัจฉาน และมันไม่ใช่วิถีของเรา

เห็นกันอยู่แล้วว่ากุมภีร์ตัวอื่นแทบทำอันตรายชาละวันไม่ได้เพราะอำนาจของเขี้ยวเพชร แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ชาละวันจักใช้ประโยชน์ส่วนนั้นในการคร่าชีวิตผู้อื่น

“ชาละวัน!”

เจ้าของชื่อเงยดวงหน้าที่เต็มไปด้วยคราบเลือดมองไปยังต้นเสียง เด็กหนุ่มมีดวงตากระด้างกระเดื่อง ร่างที่หอบถี่ไปเพราะความเหนื่อยล้าจากการรับมือผู้ประลองหลายสิบคนโดยไม่ได้หยุดพักค่อยๆหันตัวไปประจันหน้ากับพระอัยกาโดยตรง

“ขอรับท่านปู่?” ชาละวันยิ้มรับอย่างไม่สะทกสะท้านในสิ่งที่ทำ

“ความตายไม่ใช่สิ่งที่เราใช้ตัดสินแพ้ชนะ” อดีตจ้าวพญาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบ แม้นใบหน้าจะไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลยก็ตาม

ตอนนี้ผู้ท้าชิงทั้งหลายที่ยังมีชีวิตต่างพากันก้าวถอยหลังจนชิดโขดหินซึ่งกั้นระหว่างลานประลองกับผู้ชม กุมภีร์หนุ่มกวาดสายตามองซากศพร่วมห้าชีวิตที่เขาละเลงเลือดไว้ด้วยแววตาดูแคลน

สำหรับเขามันทุกตัวสมควรตาย ใครคิดกระด้างกระเดื่องก็ไม่สมควรมีชีวิตอยู่เป็นหนามยอกอก

การตายของท่านพ่อสอนให้เขาตระหนักว่าเราไม่ควรอ่อนข้อให้ใครมาแว้งกัดเราภายหลัง ไม่ว่าจะมนุษย์หรือกุมภีร์หากมันจะชั่วก็ไม่มีวันเปลี่ยนสันดานได้

เขาคงชิงชังมนุษย์ไปมากกว่านี้แน่หากไอ้ขาวที่หนีหายไปไม่แสดงออกชัดเจนว่ามันเป็นหนึ่งในตัวคิดคดทรยศจนเกิดสงครามที่คร่าชีวิตบิดาและท้าวเธอทั้งสอง

และใช่...การที่พวกมันกล้าเสนอหัวลงมาประลองแสดงว่ามันต้องมั่นใจว่าจะล้มล้างราชวงศ์เก่าได้ มันพร้อมเอาตัวเข้าแลกเพื่ออำนาจที่ไม่คู่ควรกับมัน ก็สมควรแล้วที่จะต้องตายไปพร้อมๆกับความมั่นใจโง่ๆพวกนั้น

“แย่จริง...ข้าว่ามันคงไม่มีปัญญาลุกมาทวงสิทธิเสียด้วยสิ ท่านน่าจะเตือนให้เร็วกว่านี้หน่อยนะท่านปู่” ชาละวันกลั้วหัวเราะพลางเอาเท้าเขี่ยศพของของกุมภีร์ที่กลายร่างกลับเป็นจระเข้ใหญ่ยักษ์ แทบทุกศพล้วนแล้วแต่มีสีขาวตกกระ

พวกมันทุกตัวคือญาติของไอ้ขาว นักโทษที่หนีหัวซุกหัวซุนอยู่ตอนนี้ และการที่มันให้ผู้ที่อาศัยในคุ้งน้ำใต้มาลงประลองแบบนี้แปลว่าพวกมันมั่นใจว่าคงมีโอกาสได้ขึ้นเป็นใหญ่และวางแผนทำบางสิ่ง

บางสิ่งที่เขาคิดว่ามันอาจเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ศพของบิดาเขาหายไป และนั่นมันก็เป็นเหตุผลชั้นเลิศที่ผลักดันให้เขาสังหารพวกมันทุกตัวเพื่อกำจัดขวากหนามและแสดงให้คนที่คิดต่อต้านเห็นว่าผลลัพธ์มันจักลงเอยเช่นไรหากคิดเป็นปรปักษ์กับเขา

“...........” ท้าวรำไพเสมองไปทางอื่นอย่างไม่อาจมองไฟแค้นในดวงตาขัติยะวงศ์ของตนได้อีกต่อไป โคจรจักรู้บ้างไหมว่าความตายของเจ้านั้นแผ่ขยายผลเสียเป็นวงกว้างไปกว่าที่ใครจะคาดคิด

ที่แน่ๆโอรสที่ฟูมฟักให้ฝักใฝ่ในศีลในธรรมได้ตายจากไปแล้วคนหนึ่ง

อดีตกษัตริย์ยอมทิ้งตัวนั่งบนพระแท่นของตัว แสดงถึงการปล่อยปละทุกสิ่งไปตามเวรตามกรรม ดังนั้นแล้วการต่อสู้จึงต้องดำเนินต่อไป

แต่ดูเหมือนว่านักสู้หลายๆคนเริ่มหมดไฟในการเอาชนะแล้ว ในเมื่อตีรันฟันแทงหรือกระทั่งเเปลงกายกลับเป็นจระเข้แล้วพุ่งเข้าขบกัดก็แทบไม่สะเทือนผิวหนังพระโอรสได้ มากสุดทำได้เพียงแต่ต่อยกระแทกจนร่างชาละวันปลิวไปตกอีกฟากแต่ก็ไม่ได้รับบาดแผลฉกรรจ์อะไร แตกต่างจากพวกเขาที่หากพลาดพลั้งเป็นโดนกริซเขี้ยวเพชรแทงทะลุขั้วหัวใจ

วรรณะกษัตริย์สั่งสมบารมีกันมาจนไร้พ่ายจริงๆ

เช่นนั้นแล้วคงไม่มีหนทางอื่น…

ตึง! หนึ่งในผู้ท้าประลองจำนนต่อความจริง สองเข่าทรุดลงกับพื้น ส่งผลให้คนที่เหลือซึ่งยังรักตัวกลัวตายต้องตัดสินใจทำสิ่งเดียวกัน

เดโชมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม ไม่ได้ปิติออกนอกหน้าเหมือนนางวิมาลาว่าที่มเหสีแต่ก็มีร่องรอยภูมิใจเล็กๆยามเห็นพระโอรสที่ใครเฝ้าดูแคลนหยัดยืนเป็นคนสุดท้ายบนสังเวียน

ถ้าพญาโคจรขึ้นเป็นใหญ่ได้เพราะความสุขุมและอารีย์

ชาละวันก็คงเป็นใหญ่ได้เพราะความแน่วแน่และเด็ดขาดเป็นแน่

เชื่อว่าหลายฝ่ายเห็นพ้องตรงกันอยู่แล้วว่าพวกอ้ายขาวนั้นสมควรตายแต่ไม่มีใครกล้าลงมือเพราะยังเกรงต่อจารีตที่ประพฤติปฏิบัติกันมาช้านานว่าพงษ์พันธ์เราจักไม่แว้งกัดกันเองทั้งที่พวกอ้ายขาวมันเป็นฝ่ายจุดชนวนพวกนี้ก่อนก็ตาม

แต่ชาละวันได้เข้ามาตัดเส้นความอดทนให้ทุกฝ่ายโดยไม่คำนึงถึงศีลธรรมและจรรยาบรรณใด

ไม่แปลกเลยที่ทุกฝ่ายจะยอมขับขานพระนามใหม่…

“พญาชาละวัน!!!”

“พญาชาละวันจงเจริญ!”


………….


ขุนไกรทอดมองผ่านชื่นที่คร่อมทับอยู่บนตัวไปยังเพดานไม้เบื้องบน รู้สึกผิดไม่น้อยที่โป้ปดลูกชายว่าจักมานอนค้างบ้านเพื่อนแล้วปล่อยให้เด็กน้อยนั่นไปอยู่กับป้าวรรณสักคืน

ป่านนี้เด็กคนนั้นคงเชียร์ไก่อยู่กับอ้ายดำเพื่อนรักอย่างออกรสชาติกระมัง

“คิดถึงอะไรอยู่?” ชื่นถามทำลายความเงียบ ระหว่างที่ฝ่ามือเริ่มไล้ไปตามโครงหน้าของสหายสนิทคนหนึ่งที่กำลังจะก้าวผ่านเส้นบางๆระหว่างความสัมพันธ์นี้ไปอีกขั้น

“เปล่า”

“คิดถึงใครอยู่?” คำถามใหม่เรียกความไหววูบให้ปรากฎขึ้นเต็มสายตา

“เปล่า…” ขุนไกรโป้ปดคำโต วันนี้ผิดศีลไปแล้วถึงสองครั้งสองคราแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็จำเป็นต้องทำ ทั้งปดคู่สนทนาและปดกับตัวเอง

เขาพยายามคิดเสมอว่าตัวเองกำลังห่วงลูกชายหัวแก้วหัวแหวนว่าอาจซนจนเกิดเรื่องอีกแต่แท้จริงแล้วเขากำลังพาตัวเองออกจากวังวนที่มีแต่เรื่องของคนที่จากไปไกลแสนไกล

ขุนไกรผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ ดวงหน้าจำเอียงหลบริมฝีปากที่เคลื่อนลงมาใกล้จนเกือบทาบสนิทกัน ความสั่นเล็กๆทำให้ชื่นรู้ว่าอีกฝ่ายไม่พร้อมที่จะทำตามปากว่า

โดยเฉพาะการจุมพิต

“ไม่ชอบจูบหรือ?”

“เปล่า…” ขุนไกรตอบออกมาเบาหวิว

เขาไม่เคยเกลียดการจูบ เพียงแต่เขาไม่อยากให้ร่องรอยสุดท้ายที่ได้รับจากโคจรมันจางหายไป

จุมพิตผะแผ่วพร้อมลมหายใจที่ค่อยๆเลือนหายไป ยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความคิด

ความจริงที่ว่าเขาสังหารดวงใจตนเองยังฝังรากลึกไม่เคยจางหายไปไหน

ไม่เคยลืมเลือนเลยสักอย่าง...แม้แต่ความสุขที่เคยได้อยู่ร่วมกันมา

“งั้น…” ชื่นตัดสินใจเปลี่ยนมาจุมพิตตามสันกรามขุนไกรแทน สัมผัสวาบหวิวไล้ลงมาถึงต้นคอก่อนกลีบปากนั้นจะขบเม้มเบาๆ

“อ่...” ลมหายใจที่ทอดยาวเริ่มขาดห้วง ความไหววูบเริ่มเข้ามาแทนที่ทุกอย่างเมื่อฝ่ามือของชื่นไล้มาตามแผ่นอกที่มีเพียงผ้ายืดเนื้อบางปกปิดอยู่

ขุนไกรหลับตาลง กัดริมฝีปากล่างแน่นเพื่อกลั้นเสียงเหมือนทุกคราที่ประหม่า ก่อนแว่วเสียงหนึ่งจะดังขึ้นมาในห้วงสติ

‘ข้าชอบสีหน้าเจ้าตอนสะกดกลั้นนะ’

ริมฝีปากที่กัดไว้ค่อยๆคลายออกช้าๆ

‘...แต่ข้าชอบเสียงครวญครางของเจ้ามากกว่า ไม่คิดจักสงเคราะห์พี่หน่อยหรือ?’ ถ้อยคำสัพยอกที่ไม่เคยลืมเลือนแจ่มชัดในใจ ส่งผลให้รอยยิ้มขมขื่นฉายชัดขึ้น

“อ๊ะ...อึก” เสียงที่กลั้นไว้เผลอเล็ดลอดออกมาตามความเสียวซ่านที่ได้รับเมื่อยอดอกเริ่มถูกขบกัด แผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามประสาคนออกกำลังกายหนักจำเชิดขึ้นไปตามการปรนเปรอนั้น

‘ขุนไกร...อา เจ้าน่ารักเสมอเมื่อมองข้าด้วยแววตาไม่พอใจเช่นนั้น’

“โค...จร อึก” เสียงหอบกระเส่าคละเคล้าไปกับการหอบหายใจ ชื่อของบุคคลที่อยู่ในห้วงคำนึงเสมอหลุดออกมาเป็นระยะ

และเมื่อรู้สึกว่าสัมผัสหยาบโลนผละออกไปเพียงเสี้ยววินาที แว่วเสียงเดิมแต่โทนเสียงเปลี่ยนมามัวหมองกังวานเข้ามาแทนที่

‘จากลากันครานี้พี่อาจไปนานนัก...จงรักษาตัวนะขุนไกร’

“...ฮึก” ก้อนสะอื้นที่กลั้นอยู่นานสองนานเริ่มตีตื้นขึ้นมา

‘อย่าเผลอไปให้ใครดอมดมเชียว...พี่หวงแลห่วงเจ้านักหนา’

วงแขนถูกดึงจนร่างผุดนั่ง ตามมาด้วยอ้อมกอดแสนอบอุ่นทำให้แว่วเสียงในความทรงจำต่างๆมลายหายไปหลงเหลือเพียงหยาดน้ำตาที่คลอหน่วงและไหลรินอาบแก้มเมื่อตั้งสติได้ว่าชื่นหยุดการกระทำทุกอย่างมาโอบกอดตนไว้แทนแล้ว

“ฮึก...มึง?” ความสับสนแล่นปราดเข้ามาจนหมอจระเข้ได้แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายกอดแน่น  

“กูขอโทษ...ขอโทษขุนไกร ขอโทษ” ชื่นพูดเสียงสั่นเครือไม่ต่างกัน โอบกอดแน่นขึ้นทุกขณะที่สัมผัสถึงน้ำตาที่ไหลรินจนเลอะไปหมด

“กูไม่รู้ว่าโคจรคือใครแต่กูทำลายสัมผัสของมันไม่ลงจริงๆ…”

ทุกอย่างติดตรึงอยู่ทุกตารางบนร่างกายขุนไกร เขาสังเกตได้และเห็นจากสีหน้าของขุนไกรมาตลอด

เขาไม่น่าพลั้งปากขอมันเลย

“เฮ้อ…” ชื่นได้แต่ก่นด่าตัวเองในใจ พลางกดหัวคนที่ไม่ได้สะอึกสะอื้นเพียงแต่นั่งนิ่งให้น้ำตาไหลเป็นทางเข้ามาพิงกับอก

ทั้งอิจฉาไอ้โคจรอะไรนั่นทั้งโกรธตัวเองด้วยที่เผลอทำให้คนที่ไม่อยากให้ทุกข์ใจต้องมาร้องไห้

“กูขอโทษ” สุดท้ายก็ได้แต่ย้ำคำนี้ออกมาอย่างสำนึกผิดจริงๆ

“อย่าทิ้งกูไปอีกคนนะ...กูขอร้อง” เสียงอู้อี้ดังตอบกลับมา

หมดคราบหมอจระเข้คนเก่งที่ชาวบ้านเขาชื่นชมเลยวุ้ย

ความคิดที่ทำให้ชื่นคลี่ยิ้มบางแล้วค่อยๆโยกร่างอีกฝ่ายเพื่อปลอบโยน

“กูจะไปไหนรอดหืม”

คิดให้ดีคงไม่ต้องอิจฉาใครหรอกในเมื่อเขาได้รับสิทธิพิเศษมาเห็นสภาพอ่อนแอของไอ้ไกรมันเสมอ จริงๆแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว และอย่างน้อยการที่มันขอร้องไม่ให้เขาไปไหนนั่นก็หมายถึงมันวางเขาไว้ในตำแหน่งคนสำคัญคนหนึ่งถึงจะเทียบขั้นไอ้โคจรอะไรนั่นไม่ได้ก็เถอะ

ชื่นเอียงพาคนร้องไห้โยกไปมาสักพัก ก่อนดวงตาจะเหลือบไปเห็นของบางอย่างที่สะท้อนวาววับอยู่ในซอกกางเกงเครื่องแบบที่ตัวถอดทิ้งไว้ข้างเสื่อ

จริงสิ…

“เมื่อวานมีคนฝากของมาให้มึง”

“หืม?” ขุนไกรค่อยๆผละใบหน้าออกมา ไม่วายคว้าเสื้อไอ้ชื่นที่อยู่ใกล้มือมาเช็ดน้ำมูกน้ำตาด้วย ดวงตาสีเปลือกไม้ฉายแววสงสัยกว่าเก่าเมื่อคนที่กอดปลอบตนอยู่รีบคลานไปหยิบมันมาให้ ท่าทีร้อนรนคล้ายกลัวจะลืมไปอีกรอบทำให้ขุนไกรนึกประหลาดใจ

“นี่ไง” ชื่นหยิบแหวนสีทองมาชูเบื้องหน้า มันเป็นแหวนสลักทรงคมเขี้ยวของสัตว์บางชนิดและดวงตาของมันมีมรกตเม็ดงามประดับไว้ทั้งสองดวง

และขุนไกรก็จดจำมันได้แทบจะทันทีที่เห็น

เพราะมันคือแหวนมรกตที่โคจรสวมใส่เป็นประจำแม้นยามหลับนอน

“!!!......มะ...มึงไปได้มันมาจากที่ไหน!” ขุนไกรแทบจะโถมเข้าใส่ร่างของเพื่อน มือพยายามไขว่คว้ามันมาถือครอง

“มีคนฝากให้มึงที่กรม กูเข้าไปเอางานพอดี ใส่ผ้าคลุมปิดหน้า แต่งตัวมิดชิดเหมือนไม่ใช่ชาวเราเลย…เหมือนพวกพรานป่าไม่ก็นักเดินทางต่างแดนมากกว่า”

“เขามีดวงตาสีอะไร!”

“หืม?” ชื่นเริ่มตามไม่ทัน สมองก็พยายามนึกย้อนให้เมื่อเจอขุนไกรเค้นคำถามใส่มากเข้า

“เขาตาสีอะไร!!”

“เหลือง...ทอง น้ำตาลทองอะไรทำนองนั้น ทำไมวะ?!”

ตึก ตึก

หัวใจที่เคยไร้เรี่ยวแรงเต้นถี่รัวอย่างบ้าคลั่ง มือกำธำมรงค์มรกตนั้นไว้แน่น แสงระยิบระยับของดวงดาวในคืนเดือนดับช่างละม้ายคล้ายกับแสงความหวังในจิตใจเขาเหลือเกิน

มันช่างมืดมนอนธการแต่ก็มีความหวังอันน้อยนิดค่อยๆผุดพรายขึ้นมาทีละจุดให้ใจไม่อับเฉาจนเกินไป

ฝ่ามือที่กำแหวนค่อยๆเคลื่อนมาหยุดตรงตำแหน่งหัวใจตัวเอง พลางบอกปัดให้เพื่อนคลายกังวลทั้งที่ริมฝีปากเริ่มเผยรอยยิ้มบาง

“ไม่มีอะไร”


……………..


อาจารย์คงลืมตาพลางถอนหายใจออกมาเบาๆแต่ไม่นานนักก็เผยรอยยิ้มขำ นึกระอาในโชคชะตาแสนอาภัพของลูกศิษย์แต่ก็นึกขบขันที่หลายฝ่ายช่างสรรหาวิธีพังทลายกำแพงแห่งโชคชะตากันเสียเหลือเกิน

ดวงของขุนไกรกับไกรทองนั้นไม่ต่างกัน...นั่นคือดวงเพชฌฆาต

อาภัพยิ่งกว่าการไร้คู่ครองก็คือการที่ชะตาบังคับให้ทั้งสองต้องมีรักและจบลงด้วยการสังหารรักนั้นด้วยมือของตนเอง

จริงอยู่ที่ทุกคนบิดเบือนวิถีชีวิตและอาจบิดเบือนชะตาได้ แต่ไม่ทั้งหมด บิดหนึ่งเรื่องก็ต้องตามแก้ส่วนอื่นอีกหนึ่ง บิดสองเรื่องก็อาจต้องตามแก้ถึงสองหรือสาม ทว่าคนเราก็ยังยอมโง่เง่าบิดเบือนมันเสียหลายสิ่ง ทั้งที่รู้ถึงราคาที่ต้องแลกแต่ก็เดิมพันทุกอย่างเพียงเพื่อให้ได้รักนิรันดร์นั้นกลับมา

และเขาเชื่อว่าขุนไกรไม่ใช่คนโง่เพียงผู้เดียวที่กระทำเช่นนั้น…

ภาพเด็กน้อยไกรทองยังติดตรึงในห้วงความคิด เมื่อครู่เขาเผลอตั้งจิตผิดจนใจไปติดอยู่กับการแข่งขันไก่ชนที่เคยชื่นชอบก่อนมาเป็นครูบาอาจารย์ทำให้ได้เห็นลานดินที่แสนคึกคักในพลบค่ำนี้

มันยังคงเหมือนเดิมกับช่วงที่เขายังเป็นปุถุชนและมาแข่งชนไก่กับชาวบ้านแต่แล้วหางตาก็เหลือบไปเห็นแผ่นหลังของเด็กน้อยในโจงกระเบนสีแดง เพ่งพิศไม่นานก็ทราบทันทีว่านั่นคือเจ้าไกรทอง

จากการเล่าสู่กันฟังของขุนไกรเขาคิดเสียอีกว่าเด็กผู้นั้นจักยืนเชียร์ไก่ชนกับเพื่อนฝูงที่ริมสนามแต่เขากลับพบว่าเด็กคนนั้นเดินไปนั่งเล่นริมท่าน้ำ ดวงตาจดจ้องมองไปยังแผ่นน้ำเวิ้งว้างเบื้องหน้าราวกับรอคอยบางสิ่ง

บางสิ่ง...ที่เด็กคนนั้นเองก็ไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใด

ในเวลาเดียวกันนั้นไกรทองก็ยังคงนั่งจ้องผืนน้ำสงบอยู่ดังเดิม

ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เขามาที่นี่ เพียงแต่คิดว่าควรจะมา

หรืออาจเพราะสถานที่แห่งนี้คือที่ที่คนแปลกหน้าคนนั้นช่วยชีวิตเขาครั้งแรก

เลยเผลอคิดไปว่าเขาอาจได้เจออีกฝ่ายที่นี่ ซึ่ง...มันบ้าบอสิ้นดี ในเมื่อเบื้องหน้ามีแต่ธารน้ำ มนุษย์ที่ไหนจักมาปรากฎตัวขึ้นได้

ดวงตาสีเปลือกไม้มองไปยังไม้กระดานสุดท้ายที่ผุพังลงไป มันเกิดมาจากการทะเลาะวิวาทของพวกเขานั่นแหละ

“...เฮ้อ” เด็กน้อยถอนหายใจแล้วเดินกลับไปยังลานชนไก่ โดยไม่ทันได้เห็นดวงตาสีทองอร่ามที่ค่อยๆโผล่พ้นน่านน้ำขึ้นมา





-------------------------------------------------------------------------

มาลงดึกอีกแล้ว กรั่กๆ ตอนนี้เหมือนยาวกว่าตอนอื่นๆนิดหน่อย บอกตรงนี้เลยค่ะว่าจบช่วงวัยเด็กแสนหวานแล้ว ต่อไปจะเริ่มตอนที่ทั้งคู่โตแล้ว ความระห่ำจะเพิ่มขึ้นแค่ไหนรอดูได้เลอ! /นี่ฟิคหรือหนังแอคชั่น 5555

ฝากเม้นติชมด้วยเหมือนเดิมนะคร้าบ หนึ่งเม้นหนึ่งล้านกำลังใจค่า

#ลิขิตกุมภีร์



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 200 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,734 ความคิดเห็น

  1. #2553 reluz (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 23:31
    มาม่าน่าจะพึ่งตั้งเตา ฮรุก
    #2,553
    0
  2. #2325 Yook-Yik (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 03:29
    โตไปนิจะดราม่าไหมนะ
    #2,325
    0
  3. #2219 Mamimilky (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 21:40
    อ๋อย~~~ คัยเอาแหวนมาให้อ่ะ!?!?!? แงงงงง จะร้องไห้ตามดีใจอ่ะ หวังว่าให้ใช่ ส่วนคู่ลูกคือยังเด็กอะเนอะ รอโตก่อนนะ
    #2,219
    0
  4. #1937 KKMP (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 15:38
    แง น่ารักขนาด
    #1,937
    0
  5. #1691 น้ำผึ้ง (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 20:16

    งง เรื่องรุ่นพ่อจริง ๆ

    #1,691
    0
  6. #1628 bloodc2 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 18:13
    อื้อหืม ความาคุมาแต่ไกล
    #1,628
    0
  7. #1312 y_pps (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 22:17
    กลิ่นดราม่าฉุยเลยค่ะ
    #1,312
    0
  8. #1229 T o m a t o ! (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 21:57

    เขามารอกันน เรื่องนี้จบดราม่าไหมคะ ฮือ

    #1,229
    0
  9. #1205 ROS195 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 05:31
    ฝืนไปเลยจ้า เดี๋ยวพี่จ่ายแทนเอง /สายเปย์ 555555
    #1,205
    0
  10. #1145 ฉันคือความฝัน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 16:21
    ราคาที่ขุนไกรกับไกรทองต้องจ่ายแพงไหมนี่ไม่รู้ แต่ว่า... ราคาที่เราต้องจ่ายให้ไรท์นี่เท่าไรคะ อยากได้เล่ม ฮือออ กร๊าวใจ!!//ควักกระเป๋า
    #1,145
    0
  11. #1144 pemikaatom (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 12:15
    เหมือนจะได้กลิ่นมาม่าตอนจบหน่อยๆ55
    #1,144
    0
  12. #1143 幽霊人形 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 10:15

    ฮรุกกก รอค่าาา ค้างงง สู้ๆนะคะ

    #1,143
    0
  13. #1141 bunyarat462 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 09:42
    ต้องฝ่าฟันอะไรอีกเยอะแน่เลย หวังว่าราคาที่ต้องจ่ายให้คนรักฟื้นมันคงไม่แพงมากนะคะ แค่นี้ก็สงสารจะแย่แล้ว ทั้งสุขมั้งเศร้าาา TT
    #1,141
    0
  14. #1140 Crazy Devill (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 09:02
    อัพตอนมานี่กรี๊ดหนักมากกกกกกก
    จะรอนะคะ แต่ขุนไกรนี่ยอมทุกอย่างเพื่อคนรักจริงๆ
    เขินบทโคจรมากกกกกกกกกกกกได้อ่านก็เห็นภาพพพพ โอ๊ยยยยยย
    ตอนโตจะจำกันได้มั้ยน๊อออออออน้องไกรกับพี่วันเนี่ยย
    #1,140
    0
  15. วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 08:38
    อย่าเพชฌฆาตเลยยย สมหวังเถอะ please!!!!!
    #1,139
    0
  16. #1138 Memory tale (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 04:33

    สมหวังเหอะ //พนมมือ

    #1,138
    0
  17. #1137 Banananaaa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 01:41
    อือออออ เราอยากให้ทั้งคู่พ่อคู่ลูกสมหวังกันอยากให้แฮปปี้ ขุนไกรต่างก็ดิ้นรนเพื่อที่จะได้กับมาอยู่กับคนรักอีกครั้ง กลัวดราม่ามากๆ ทำใจก่อนนะคะ ;-;

    #1,137
    0
  18. #1136 zxmiping (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 00:41
    กรี๊ดดดดดดดดด ,_, แรกตึงๆกลางน้ำตาไหลพราก สุดท้าย.. ยิ้มแก้มปริ ไกรทองลู๊กกกกกกก เอ็นดู!
    #1,136
    0
  19. #1135 Pp-Tt-Kk (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 00:35
    อยากเห็นตอนเด็กๆ โตแล้วค่ะ นี่ไม่ได้กดดันเลยนะ จริงจริ๊งงง 55555555
    #1,135
    0
  20. #1134 Pp-Tt-Kk (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 00:34
    มาแล้วววว เรารีเฟรชหน้าอัพเดตรอตลอดเลย ตอนนี้เริ่มมีเงื่อนงำมากขึ้นแล้ว ดีใจที่ชื่นไม่ลงมือทำอะไรขุนไกร ไม่งั้นเราจะโดดงับหัวพี่แกแทนโคจรเลย
    #1,134
    0