ลิขิตกุมภีร์ :: ฟิคไกรทอง :: [ชาละวัน x ไกรทอง]

ตอนที่ 10 : ลิขิตกุมภีร์ : ตอน ๙

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,359
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 182 ครั้ง
    5 ก.ค. 61

“ยังไงนะ...คือมันมีมนุษย์อย่างที่เอ็งว่าด้วยเหรอวะ?” ชื่นซดเหล้าขาวอีกอึกพลางหลิ่วตามองเพื่อนอย่างงุนงง ยามนี้สองสหายมานั่งจับเจ่าอยู่ในเหล้าโรงซึ่งห่างไกลจากวงไก่ชนไม่มากนัก ขุนไกรจำเป็นต้องทิ้งไกรทองไว้กับพวกดำเพราะต้องการความเป็นส่วนตัวในการเจรจา

“กูไม่รู้ว่าคนในรั้วในวังเขารูปพรรณสันฐานเป็นยังไงถึงได้ถามมึงไม่ได้ให้มึงย้อนถามกู” เพราะเป็นชาวบ้านธรรมดา แม้นจักมีบ้างที่ได้รับบรมราชโองการให้ปราบจระเข้ตามน่านน้ำต่างเมืองแต่ทุกอย่างก็ผ่านข้าราชการทั้งนั้นไม่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าเองโดยตรงเลย

แถมมีกฎเกณฑ์มากมายเกี่ยวกับการสบพระพักตร์ของขัติยะวงศ์ด้วย เรียกได้ว่าชนชั้นรากหญ้าอย่างพวกเขาแทบไม่มีโอกาสได้รู้ถึงเรื่องภายในรั้วในวังเลยด้วยซ้ำ

“หน่อเจ้าเราก็เหมือนอาณาจักรอื่นละแวกนั่นแล ไม่ใช่ฝรั่งตาน้ำข้าวนี่ที่จักมีดวงตาสีอ่อนกับเขาได้ แล้วไอ้สีทองนี่มันจไปมีในดวงตามนุษย์ได้ยังไงวะหรือถ้ามีอ้ายมนุษย์นั่นคงโดนพ่อค้าควักลูกตาไปประมูลทอดขายตลาดมืดแล้วกระมั้งข้าว่า...แล้วอะไรของเอ็งอีกนะเรือนผมสีดำยาวแต่พอต้องแสงตะวันกลับออกสีเขียวหม่น เอ็งนอนน้อยหรืออะไรวะทำไมเพ้อมาได้เป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้” ชื่นที่เริ่มเมาปากบอนขึ้นเรื่อยๆแต่คนเป็นเพื่อนกันมานานก็ไม่ถือสา

“สรุปคือไม่มีใช่ไหม...มึงจะมากความไปทำไม”

“เออไม่มีหรอกใครมันจะไปมีของพรรค์นั้นได้” เป็นอันเข้าใจตรงกันว่าขุนไกรคว้าน้ำเหลวในการหลอกตัวเองว่าเรื่องนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุรุษในดวงใจอีกครา

หากลองนึกดูให้ดีแล้วทหารอารักขาของเด็กผู้นั้นเองก็มีนัยน์ตาอำพันปลั่งเสมอเสมือนกัน แต่เครื่องทรงก็เหมือนขุนนางจากเมืองพิจิตร ก่อนหน้านี้ชื่นเองก็เคยโวยวายถึงเครื่องแบบข้าหลวงที่เหมือนจะดูดีกว่าผู้พิทักษ์สันติราษฎ์ไปเสียหมดให้ฟัง ทำงานก็ทำน้อยกว่าแต่ได้ปูมบำเหน็จมากมายจนชวนริษยา แถมครั้งหนึ่งชื่นก็เคยเอาเครื่องแบบขุนนางมาลองสวมเล่น เอามาจากญาติห่างๆของมันที่ได้อวยยศจนขึ้นชั้นเจ้าพระยานั่นแหละ เขาถึงได้พอทราบว่าเครื่องทรงที่ชายฉกรรจ์ซึ่งเดินตามเด็กปริศนาคนนั้นต้อยๆเองก็เหมือนกับชุดขุนนางญาติไอ้ชื่นเลย

เช่นนั้นแล้วมันก็มีข้อโต้แย้งในสมมติฐานของเขาน่ะสิ ในเมื่อเด็กผู้นั้นอาจไม่ใช่มนุษย์ ผู้ติดตามก็ต้องไม่ใช่มนุษย์เพราะโครงลักษณะส่วนมากละม้ายคล้ายคลึงกัน แล้วทำไมคนติดตามคนนั้นกลับใส่ชุดข้าหลวงของสยามได้เล่า

เรื่องมันเป็นมายังไงกันแน่...หรือเรื่องศพที่หายไปจักเกี่ยวข้องกับเบื้องบนของชาวเรา?

ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดกบาล ดำดิ่งเท่าไหร่ยิ่งเห็นเบื้องหลังดำมืดแสนอันตราย หากแต่เขาก็คงจำเป็นต้องฝ่าฟันลงไปเพราะตอนนี้ทางการเองก็เพ่งเล็งว่าเขาได้ค่าจ้างไปอย่างไม่เหมาะไม่ควร

“ทางการว่าอย่างไรบ้าง...เรื่องกู” ขุนไกรเปิดประเด็นเรื่องนี้ทันทีที่คิดได้ มือก็ผลักจานกลับแกล้มส่งให้สหายพร้อมกับหยิบส่วนของตัวเองมากินไปด้วย

“เออเรื่องนี้แหละที่กูจักมาบอกมึง” คนเมามีท่าทีขึงขังขึ้นราวกับพยายามตั้งสติ และนั่นทำให้ผู้สดับฟังต้องเคลื่อนหน้าเข้ามาใกล้เพราะรู้ว่ามันคงเป็นความลับที่ให้ผู้ใดได้ยินไม่ได้

“ว่า?”

“มันเงียบไปเลย”

“หมายความว่ายังไงวะ” อะไรคือเรื่องเงียบหายไป ในเมื่อก่อนหน้านี้ชื่นยังออกปากว่าทางการเตรียมลงดาบฟันเขาฐานทำงานไม่สมค่าจ้างอยู่เลย

“เออ...มันเงียบเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นเลย พวกขุนนางก็ไม่มีใครปริปาก จ้าวจอมผู้รับสั่งเองก็ไม่เอ่ยถึง เข้าใจไปด้วยซ้ำว่าเอ็งทำภารกิจสำเร็จ ส่วนศพจระเข้ยักษ์นั่นก็มีคนอวดอ้างว่านำไปฝังในวัดสักที่ในเมืองพิจิตรเรียบร้อยแล้ว”

“ศพ...จระเข้ยักษ์งั้นรึ?” หัวใจผู้ฟังเต้นถี่รัว เขามั่นใจว่ายามโคจรสิ้นใจร่างกายมิได้แปลงกลับเป็นอสูรกายแล้วไฉนพวกข้าราชการถึงใช้คำว่า ‘ศพจระเข้ยักษ์’ อันที่จริงคนพวกนั้นไม่น่ามีใครรู้ด้วยซ้ำว่าจระเข้จำแลงกายมาละม้ายคล้ายมนุษย์ได้

หรือจะเมีคนในวังฝักใดฝ่ายหนึ่งต้องการปิดข่าวเลยนำศพจระเข้ตัวอื่นไปฝังแล้วทูลถวายรายงานเจ้าจอมเช่นนั้นจนพระนางเข้าพระทัยผิดว่าศพที่พวกเราตามหากันอยู่ถูกปิดตำนานลงแล้วจริงๆ

เรื่องนี้มันอย่างไรกันแน่นะ...

“ใช่...ศพจระเข้ยักษ์ ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอวะมึงจะได้ไม่ต้องโดนทางการตามล่า”

“อืม...ก็จริงของเอ็ง” ขุนไกรตอบรับไปอย่างนั้น แม้นในใจจะคิดต่างออกไป

ลางสังหรณ์บอกเขาว่าเรื่องนี้มันมีเงื่อนงำมากกว่าการฝังศพธรรมดาเป็นแน่ แต่อย่างไรเสียเบาะแสสำคัญก็คงเป็นศพนั่น ต้องไปเห็นกับตาให้มั่นใจว่าร่างนั้นคือร่างของโคจรจริงๆ

และหากใช่อย่างน้อยที่สุดเขาก็ได้รู้เสียทีว่าคนที่เขาเฝ้ารอคอยมาตลอดพำนักอย่างสงบอยู่ที่ใด

“มึงพอจะรู้ไหมว่าเขาฝังจระเข้ตัวนั้นไว้ที่ไหน?”

“กูไม่รู้หรอกจะไปรู้ได้ยังไงล่ะวะ”

“สืบให้กูที”

“เอ๊ะ! มึงนี่ยังไงเรื่องจบไปแล้วยังคิดรื้อฟื้นอยู่ได้!”

“เถอะน่าข้ายอมทุกอย่างเอ็งช่วยข้าอีกสักครั้งไม่ได้เหรอวะชื่น” ขุนไกรคว้าจับมือที่กำแก้วเหล้าของชื่น กอบกุมมันแน่นเพื่อเรียกความสนใจของคนที่เอาแต่ซดสุราให้ได้เข้าใจว่าเขาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จริงๆ

ชื่นเพ่งสายตาที่เริ่มพร่าไปเพราะฤทธิ์สุราจดจ้องมองดวงหน้าเพื่อนสนิทนิ่ง มันเป็นเรื่องน่าแปลกที่ขุนไกรจดจ่อกับเรื่องที่ผ่านมาจนเกินงาม แทบไม่มีใครรู้ประวัติความเป็นมาของหมอจระเข้ผู้นี้ตอนอยู่นนทบุรีด้วยซ้ำ แถมตัวขุนไกรเองก็ปิดกลั้นทุกคนออกไปไม่ว่าจะหญิงหรือชาย

จักบอกว่านี่เป็นโอกาสดีที่ได้ทำในสิ่งที่ปรารถนาได้หรือไม่กันนะ...

“ยอมทำทุกอย่างเลยรึ?”

“ใช่ข้ายอมทุกอย่าง” ยิ่งขุนไกรย้ำด้วยแววตาหม่นหมอง เพื่อนสนิทผู้คิดไม่ซื่อมาตลอดยิ่งถูกความต้องการเบื้องลึกในจิตใจครอบงำ

หากไม่ใช้โอกาสนี้ก็คงไม่มีโอกาสไหนที่จักให้มันได้รู้ใจ...เขาแต่งเมียไปก็แต่งเพียงร่างกายเพราะใจมันอยู่กับไอ้หมอจระเข้นี่ตั้งแต่แรกพบสบตากันแล้ว

เขาพึงใจในอุปนิสัยของขุนไกรอย่างมาก ยิ่งสนิท ยิ่งใกล้ชิดยิ่งเก็บงำความต้องการไว้ไม่ไหว

มันคงไม่ผิดอะไรกระมั้งหากอีกฝ่ายออกปากเปิดทางมาเองเช่นนั้น

“หลับนอนกับกูสักคืน...กูจะลองคิดหาทางช่วยดู” ไม่ว่าจะเป็นน้ำเมาหรือความต้องการในใจ อะไรก็ตามแต่ชื่นก็เอ่ยสิ่งที่เก็บงำมาได้แล้ว และสิ่งนั้นทำให้ขุนไกรเบิกตากว้าง แม้จักไม่ได้พูดดังมากมายแต่เพราะใบหน้าอยู่ใกล้กันเพียงคืบถึงได้ยินมันชัดเจน

“มึง…”

“มึงคิดหรือว่าที่กูช่วยมึงนักหนาเพียงเพราะมึงเป็นเพื่อนกู มึงนี่ไม่เคยแยแสห่าอะไรรอบตัวเลยนะ” ชื่นวางแก้วเหล้าลงแล้วเปลี่ยนมากุมฝ่ามือคนที่นั่งอีกฟากตอบ สีหน้าวิงวอนเคลือบแฝงไปด้วยแววตาจริงจังนั้นเหมือนการย้ำว่าทุกสิ่งที่ที่ชื่นเอ่ยมันคือความจริงจากก้นบึ้งในจิตใจ

ใช่ว่าจะไม่เคยเห็นสายตาไอ้ชื่น ใช่ว่าไม่เคยแยแสมันเพียงแต่ทั้งดวงใจเขามอบให้กับผู้อื่นไปแล้ว

“ถ้ามึงกล้าหลับนอนกับกู...กูก็กล้าไปถามหาเอาความให้มึง”

ขุนไกรหลับตาลง

มีอะไรให้เขาเสียอีกงั้นหรือ...ศักดิ์ศรี มิตรภาพอะไรมันเทียบชั้นไม่ได้กับการต้องอยู่อย่างไร้ซึ่งความหวัง

และที่ตั้งศพนั่นคือความหวังเดียวที่เขาจักได้มีโอกาสพบเจอกับคนที่เขาถวิลหามาตลอดช่วงชีวิต

ดังนั้นแล้ว...

“...ก็ได้”

“หือ?!”

“กูจะไปกับมึงคืนนี้”

“มึงคิดดีแล้วแน่รึ?” ชื่นถามย้ำอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินนัก

ขุนไกรสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด

สิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวจิตใจมาตลอดได้ตายจากไปแล้ว ไฉนเขาจะต้องกังวลใจหากต้องเสียบางอย่างไปบ้างเพื่อตามหาโคจรให้เจอ

อย่างน้อยที่สุดหากร่างนั้นคือคนที่เขาตามหา ก่อนตายเขาจักได้รู้ว่าต้องฝากฝังไกรทองให้นำพาร่างเขาไปกลบฝังที่ใด

ต่อแต่นี้ไปเขาจักได้มีปณิธานชีวิตที่มากไปกว่าการหายใจทิ้ง เขาจะได้มั่นใจว่าท้ายที่สุดแล้ว...เราจักได้หวนคืนกลับมาเคียงคู่กันอีกครั้ง ได้มั่นใจว่ามังสาของเรานั้นรวมเป็นธรณีผืนเดียวกัน และเราจักได้คงอยู่ร่วมกันตราบชั่วกาล

ดวงตาสีเปลือกไม้ลืมขึ้นมาจรดจ้องกับชื่น ริมฝีปากขยับพูดช้าๆเน้นย้ำทีละคำให้สหายได้เข้าใจ

“อืม...กูมั่นใจ”


….


ลึกลงไปใต้แม่น้ำน่านเก่าฝั่งตอนใต้ เข้าสู่สะดือสมุทรอันเป็นลานกว้างใหญ่ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมต่างๆของเหล่ากุมภีร์

บัดนี้แรมหนึ่งค่ำเดือนเจ็ดอันเป็นน้ำขึ้นสูงสุดในรอบศก และเป็นฤกษ์ยามงามดีสำหรับการสถาปนาท้าวพญาผู้ใหม่ที่จักได้ขึ้นปกครองน่านน้ำต่อจากท้าวโคจรที่พึ่งสิ้นพระชนม์ลงไป

ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวว่าผู้มีสิทธิ์เข้าประลองจักต้องมีอายุเท่าใด เพราะอย่างไรเสียทุกอย่างก็วัดกันที่ความแข็งแกร่งเพียงเท่านั้น

ถึงกุมภีร์ในยุคสมัยนี้จักมีอิทธิฤทธิ์มากมายแต่ก็ยังมีสายเลือดเดรัจฉานในไหลเวียนอยู่ เช่นนั้นแล้วกฏในการดำรงชีวิตจึงไม่ต่างอะไรกับสัตว์ร้ายชนิดอื่นนั่นคือผู้แข็งแกร่งอยู่ชั้นปกครอง และผู้อ่อนแอต้องถูกสังหารไม่ก็เนรเทศออกไปจากคุ้งน้ำหากเข้าสู่หน้าแล้ง

ชาละวันผู้อยู่ในวรรณะกษัตริย์เองก็ไม่มีข้อยกเว้น เด็กหนุ่มย่างสุขุมเข้ามาในลานกว้างด้วยโจงกระเบนสีเขียวบนผืนผ้ามีลวดลายพรางทองคำสลับหยกอย่างสมพระเกียรติ

ก้าวไปเพียงนิดก็ต้องหยุดชะงักเมื่อ วิมาลา ตรงเข้ามาคั่นกลางระหว่างเส้นทางสู่ลานประลอง นางเป็นอิสตรีที่มีสิริโฉมงดงามตามฉบับหน่อเจ้า และนางคือคู่หมั้นคู่หมายที่ทางผู้หลักผู้ใหญ่จัดแจงไว้ให้ชาละวันเสียตั้งแต่ทั้งคู่ยังไม่ประสูติ

“สวมนี้ไว้เถิดนะเจ้าคะคุณพี่...มันคือเขี้ยวของท่านตาข้า ท่านจักได้คุ้มจักได้ครองคุณพี่ให้พ้นภัย” หญิงสาวแย้มยิ้มพลางถอดสร้อยเส้นงามวางไว้บนมือชาละวัน

เป็นอันรู้กันดีว่าพระอัยกีของวิมาลาคือเชื้อเจ้าทางคุ้งน้ำเหนือ ทวดของนางและพระมารดาถูกส่งมาเป็นเครื่องบรรณาการแก่กุมภีร์ในคุ้งน้ำใต้ ว่ากล่าวกันง่ายๆคือสตรีทั้งสองคือของกำนัลในการสงบศึกของสองน่านน้ำ มารดาของวิมาลาตบแต่งกับอนุชาแห่งท้าวโคจรที่ซึ่งสิ้นพระชนม์ไปแล้วในการรบครั้งก่อน ทั้งสองมีศักดิ์เป็นพระญาติต่างสายเลือดกันและคู่หมายตามจารีตประเพณี

กุมภีร์หนุ่มมองของในมือสักพักใหญ่ก่อนเอื้อนเอ่ย

“ใส่ให้ข้าที” ไม่ใช่การวิงวอนขอแม้นจะเป็นกระแสเสียงรับสั่งแต่มันก็อ่อนนุ่มกว่าที่ดำริกับอิสตรีนางอื่น วิมาลายกยิ้มกว้างก่อนอ้อมค้อมไปด้านหลังแล้วจัดแจงหยิบสร้อยในมือใหญ่มาบรรจงสวมให้ว่าที่สวามีอย่างเบามือ

“เสร็จแล้วเจ้าค่ะคุณพี่”

“ขอบใจ” ชาละวันว่าก่อนเดินผ่านเธอไป และเพราะเครื่องทรงที่ถูกถอดออกเหลือเพียงโจงกระเบนนางวิมาลาจึงได้เห็นรอยคมเขี้ยวตรงข้อพระหัตถ์ว่าที่สวามีชัดเจน นางจึงเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัยระคนเป็นห่วง

“คุณพี่เจ้าคะ...บาดแผลนั่น”

ชาละวันไล่สายตามองตามดวงเนตรโฉมสคราญก่อนจะพบว่ามันคือร่องรอยแผลที่เขาขบกัดจนหลั่งโลหิตขัติยะเพื่อช่วยมนุษย์หน้าโง่คนหนึ่งไปเมื่อรุ่งสาง

“ไม่มีอันใดน่าเป็นห่วงหรอกวิมาลาแค่เเผลเล็กน้อยเท่านั้น” พระโอรสบอกปัดให้นางไม่ต้องพะวง อีกนัยหนึ่งคือหน่ายจะแถลงไขสิ่งใดในยามที่เขาต้องตั้งมั่นเอาชีวิตรอด

ทว่า...

‘เราจะได้เจอกันอีกไหม?’

‘คืนนี้มีชนไก่ด้วยอย่าลืมมานะ’

แว่วเสียงง้องแง้งของมนุษย์ที่ชาละวันตราหน้าว่าโง่เง่ากลับลอยเข้ามาในอนุสติ และนั่นทำให้กุมภีร์หนุ่มเผลอเงยหน้ามองลอดผ่านรูอุโมงค์ใต้น้ำขึ้นไปสบกับผืนฟ้าที่ไร้เงาจันทร์

เพลานี้คงถึงเวลาชนไก่นั่นแล้วกระมัง ถ้าเสร็จกิจเร็วอาจขึ้นไปทัน……...

“........................” ชาละวันส่ายหน้าไล่ห้วงคำนึงวิปลาสนั่นออกจากหัว

เจ้าไม่จำเป็นต้องกลับขึ้นไปในเร็ววันนี้ชาละวัน รอเบาะแสไอ้ขาวได้ความเมื่อใดค่อยกลับไปบนบกอีกครา

ชาละวันก่นด่าตัวเองในใจที่เผลอคิดไปถึงคนบนฟากฝั่ง ยิ่งคิดยิ่งต้องหาคำมาแก้ต่างให้กับตนเองที่พลันสงสัยว่าเหตุใดถึงต้องยอมลดทิฐิมอบโลหิตขัตติยะให้กับมนุษย์ชั้นต่ำด้วยในเมื่อแม้แต่วิมาลาที่พึงใจกันอยู่นางยังไม่เคยได้รับแม้เสี้ยวโลหิตจากเขา

ก็แค่ช่วยคนโง่ๆคนหนึ่งไม่ให้ตายอย่างน่าสมเพช

ชาละวันย้ำห้วงคำนึงนี้ เขาไม่ได้อยากช่วย ความสมเพชเท่านั้นที่ทำให้เด็กนั่นได้รับในสิ่งที่สูงค่าเกินตัว

และเขาก็ไม่ได้พิศวาสเด็กปากมากนั่นขนาดที่จักเรียกการช่วยชีวิตครั้งนั้นว่าการหมั้นหมาย เรียกหยาบๆได้แค่สมเพชเวทนาในความโง่เพียงเท่านั้นแหละ

เป็นอีกครั้งที่กุมภีร์หนุ่มรีบสลัดเรื่องในหัวออกไปให้หมดแล้วหันมาตั้งมั่นกับเสียงคำรามกึกก้องของเหล่ากุมภีร์ทั้งหลายที่ปีนป่ายมายืนเต็มโถงถ้ำ เส้นทางขรุขระทอดยาวไปสู่ลานประลองที่มีเพียงหินหลากสีคั่นกลางไว้ระหว่างคนดูบนผืนดินและพวกที่เกาะกุมผนังถ้ำอยู่เบื้องบน

ด้านบนมีบัลลังก์แก้วทำจากผลึกเพชรตั้งตระหง่านอยู่เบื้องบน และณ ที่แห่งนั้นมีท้าวรำไพนั่งอยู่บนแท่นประทับสลักด้านข้างกัน

ชาละวันเหม่อมองบัลลังก์ที่เคยได้แต่แหงนมองดู ยามท่านพ่อขึ้นครองบัลลังก์ท่านเล่าว่าไม่มีผู้ท้าชิงตำแหน่งมากนักเพราะยามนั้นท่านเป็นแม่ทัพเอกผู้กรีฑาทัพนำชัยกลับมาสู่คุ้งน้ำใต้ เขาพอทราบดี และเห็นมาตลอดว่าบารมีท้าวโคจรนั้นมากล้นหาใครเทียมแต่มันไม่ใช่กับเขาที่มีชนม์ชีพเพียงสิบสาม

ยุวราชากวาดสายตามองผู้ท้าชิงทั้งหลาย มีทั้งกุมภีร์ตัวใหญ่วัยสามสิบขึ้นฤากระทั่งเด็กหนุ่มวัยสิบเศษ

ทุกฝ่ายหวังในบัลลังก์เพชรนั้นไม่ต่างอะไรกับเขา

เพียงแค่พิศมองก็รู้ว่าคนพวกนี้พร้อมหักหลังก่อกบฏหากมีกษัตริย์อ่อนหัดขึ้นครองบัลลังก์ เช่นนั้นแล้วเขาจึงจำเป็นต้องกำจัดมารหัวขนที่ริก้าวออกมาเทียบเคียงเขาทุกตัวเพื่อประกาศศักดาว่าเกียรติแห่งขัติยะมันไม่สมควรให้เลือดชั้นต่ำมาเกลือกกลั้วด้วย

วิมาลาถูกทหารนำทางไปยังแท่นประทับส่วนพระองค์แต่นางยังไม่วายทิ้งทวนแก่ว่าที่สวามีที่นางทั้งรักและเทิดทูนดั่งกล่องดวงใจ

“น้องเอาใจช่วยนะเจ้าคะคุณพี่ ขอให้คุณพี่จงรอดปลอดภัย!”

ชาละวันยกยิ้มบางให้นางก่อนตวัดสายตากลับมาเบื้องหน้าลานกว้างพร้อมรอยยิ้มที่หุบลง

ก่อนจักให้มนุษย์มันรู้จักที่ต่ำที่สูง...คงต้องเริ่มจากคนของเราก่อน

“เริ่มกันได้แล้ว” ยุวราชาดำริ ดวงตาสีทองอำพันฉายแววกร้าวขึ้นทันตา จนนักรบรอบด้านเผลอยกมือปัดป้องทั้งที่กุมภีร์ตัวน้อยยังไม่ได้เขยื้อนกายไปไหน

ภาพจิตสังหารปราบมารทำให้เดโชที่มองสบอยู่ไม่ไกลได้แต่ยกยิ้มอย่างสนุกสนาน แม้นในใจจักยอมรับในพลานุภาพของกุมภีร์ตัวน้อยไปกว่าครึ่งใจแต่ก็คงต้องเฝ้าดูกันต่อไป แน่นอนว่าหากชาละวันพลั้งพลาดจนถึงชีวิตเขาก็จะปล่อยให้มันเกิดขึ้นโดยไม่แม้แต่จะกระดิกตัวเข้าไปช่วย

มาดูกันซิว่าท่านจักมีน้ำยาแค่ไหน...ชาละวัน


-------------------------------------------------------------------------------------


มาลงแก้บนครบแล้ว กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด /กรี๊ดลั่นคลองลั่นทุ่ง 55555 เนื้อเรื่องช่วงแรกๆจะช้านิดนึงพอปูครบแล้วจะไปยาวๆช่วงโตเลยนะฮะ กรุบกริบๆไปก่อนช่วงนี้

ฝากเม้นติชมด้วยนะฮะหนึ่งเม้นหนึ่งล้านกำลังใจฮะ นี่เห็นคนเม้นเยอะนะเนี่ยเลยลงไว กร๊ากกก

#ลิขิตกุมภีร์


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 182 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,734 ความคิดเห็น

  1. #2552 reluz (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 23:19
    - เดี๋ยวนะ ...
    #2,552
    0
  2. #2324 Yook-Yik (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 03:05
    ตกใจตอนพ่อตอบตกลง
    #2,324
    0
  3. #2218 Mamimilky (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 21:20
    สู้ๆนะคะ แล้วรีบไปหาคนปากมากบนดินนะคะ
    #2,218
    0
  4. #2076 despasito (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 08:41
    ใจนี้ปวดร้าวรับความเจ็บปวดไม่ไหวตรงคู่พ่อ เศร้ามากกก// แต่แหมมีแอบคิดถึงน้องด้วยน้าาชาละวัน
    #2,076
    0
  5. #1975 P'est (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 17:46
    จะร้องตรงท่อนของพ่ออ่ะค่ะ ฮืออ คือต้องเสียตัว(ใช่มะ?)ให้กับเพื่อนตัวเองอ่ะ ใจไม่ไหวนะบอกเลย
    #1,975
    0
  6. #1936 KKMP (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 15:25
    เริ่มสนใจน้องไกรแล้วใช่ไหม
    #1,936
    0
  7. #1627 bloodc2 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 17:58
    แน่ะ ก็แอบนึกถึงเขาอะชาละวันนนน
    #1,627
    0
  8. #1265 Hammy_PCS (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 23:40
    อ๋อยยยยยยยยยยยยย
    #1,265
    0
  9. #1228 T o m a t o ! (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 21:51

    ไม่สนพ่อไกรทองจริงเหร๊ออ

    #1,228
    0
  10. #1204 ROS195 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 05:18
    เป็นตอนที่หนักหน่วงมากเลยค่ะ เหมือนอกหักสองครั้งในวันเดียส
    #1,204
    0
  11. #1133 pemikaatom (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 20:28
    รอต่อนะฮะสู้ๆไรท์
    #1,133
    0
  12. #1132 Pp-Tt-Kk (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 09:32
    ไรท์สนใจบนอีกรอบไหมคะ 5555555
    #1,132
    0
  13. #1131 Pp-Tt-Kk (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 09:31
    ชอบก็บอกว่าชอบไงพี่วัน เขินอะดี้ เรารู้หรอกน้าา
    #1,131
    0
  14. #1130 Pen pink (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 07:23
    ไรต์อย่าหยุดนะ 555
    #1,130
    0
  15. #1129 FONJAE💖 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 07:11
    ขุนไกรจะได้เจอไหมอ่า ฮือ
    #1,129
    0
  16. #1128 幽霊人形 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 06:15
    ขุนไกรเนื้อหอมจัง--- คิดถึงน้องล่ะซี่ชาละวัน
    #1,128
    0
  17. #1127 'นมชมพู' (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 05:17
    กรี้ดดดดดดด รอค่ะะะ
    #1,127
    0
  18. #1126 Banananaaa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 03:12
    ขุนไกรมีเรื่องเข้ามาตลอดดดด
    ชาละวันระวังตัวและหัวใจให้ดี หึหึ สู้ๆนะคะไรท์เราเป็นกำลังใจให้
    #1,126
    0
  19. #1123 Crazy Devill (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 23:22
    จะรอนะคะไรต์เฟย
    #รอมาปี1ยังรอได้
    #1,123
    0
  20. #1122 Crazy Devill (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 23:20
    ทำไมชาละวันปฏิเสธ​ตัวเองด้วยยยยย​ น้องไกรออกจะซื่อๆใสๆ​แต่น้องรู้แล้วนะที่เธอทำอะมันคืออะไรว๊ายยยยยยยยย​ วิมาลานี่ก็ออกนอกหน้ามาก!!! ลำไย°~°
    #รอพวกเค้าจีบกันอยู่นะคะ
    #-ชื่นนี่ยังไง​นี่เพื่องเอ็งนะเห้ย
    #ท่านชาละวันผู้มีชายาเป็นน้องไกร
    #1,122
    0
  21. #1121 Hyukky38 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 22:58
    อยากขึ้นไปหาน้องก็ขึ้นไปเลยค่ะคุณพี่
    #1,121
    0
  22. #1120 sapisyfern (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 22:42
    รุ่นพ่อดราม่าจังค่ะ ฮรืออ
    #1,120
    0
  23. #1119 TANGGบุ๋ยๆ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 21:20
    ไปชนไก่เถอะเจ้าคุณพี่55555//ขอบคุณไรต์มักๆค่า
    #1,119
    0
  24. #1118 Dark Valkyries (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 20:54
    โอ้ยยย มีความซึน 555
    #1,118
    0
  25. #1117 dearlychpd ♡ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 20:41
    คุนพี่สู้ๆนะคะ ขอให้ไม่ปางตายก่อนที่จะขึ้นไปดูไก่ชน555555
    ว่าแต่ มีว่าที่เมียแล้ว1 จะมีตามมาอีกกี่คนน้าาา
    #1,117
    0
  26. #1016 Yaluc_1100 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 16:12
    รอที่ท่าน้ำต่อไป รุ่นพ่อก็ดี รุ่นลูกยังต้องรอต่อไป---//ผิด
    #1,016
    0
  27. #1015 KIZ_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 16:33
    รออยู่นะคะ ฮืออ;--;
    #1,015
    0
  28. #1012 sawhite (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 01:38
    รอมานาน ในที่สุด ฮืออออออ
    #1,012
    0