[END] Fic Kaname x Zero: [ Vampire Knight ] Trinity Blood

ตอนที่ 2 : Revenge

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,458
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    25 มิ.ย. 58

 

 

 

 

 

“กรี๊ดดดด เธอหลบไปสิยะฉันมองไม่เห็นรุ่นพี่ไอดอลเลย !”


 

“ไม่เธอแหละ ถอยออกไปนะ!!”


 

 

และอีกหลายเสียงที่โหวกเหวกพร้อมกันจนเกิดเป็นสงครามขนาดย่อมที่หน้าหอพระจันทร์ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเกิดจากสาวๆเดย์คลาสแห่ง โรงเรียนคุโรสึล้วนแล้วแต่ตั้งใจแน่วแน่จะมาก่อม็อบขนาดย่อมที่นี่


 

 

เหตุผลน่ะคงหนีไม่พ้น…….


 

 

“โหวกเหวกอะไรกันแต่เช้าอีกแล้วนะ .. คุ้นๆว่าในรอบปีจะมีวันวิปโยคแบบนี้สักวัน” ไอโด้ที่ใส่ที่อุดหูถึง 3 ชั้นยอมมุดออกมาจากผ้าห่มพร้อมด้วยคิ้วที่ขมวดเป็นปมพลางใช้สมองคิดถึงที่มาของเสียงโหวกเหวกในเช้านี้


 

 

คาอินที่ตื่นก่อนนานแล้วยืนกอดอกมองพาดผ่านม่านสีอ่อนออกไปส่ายหน้าระอาเล็กน้อยก่อนจะยิ้มไม่สู้ดีนัก


 

 

“ก็วัน เซนต์ช็อกโกแลตเดย์ อีกแล้วไงละ”     คนที่ได้ฟังจากที่หน้าบูดเป็นตูดเป็ดก็ได้มีออร่าเปล่งปลั่งออกมาแทบจะทันทีจนคนที่อยู่ด้วยแหยหน้ากับอาการที่เปลี่ยนไปมากมายของลูกพี่ลูกน้องคนสนิท


 

 

เจ้านี่ละมั้ง .. ที่น่าระอามากกว่าเสียงดังข้างนอกนั่นซะอีก


 

 

“เอาละนายก็นอนต่อไป ……”  คาอินหันมาพูดกับอีกคนแล้วก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อร่างผู้ที่เคยนอนอิดออดไม่ยอมลุกเด้งดึ้งไปโผล่ที่หน้าหน้าโบกไม้โบกมือเป็นที่เรียบร้อย


 

 

“รุ่นพี่ไอดอลลลลลลลล !” เป็นไปตามคาดรั้วหอพระจันทร์แทบพังกับแรงเบียดเสียดที่เพิ่มเป็นทวีคูณของหญิงสาวที่กำลังเคลิ้มอย่างสุดขีดซึ่งดูเหมือนตัวต้นเหตุจะพอใจกับเหตุการณ์นั้นมากกว่าจะรู้สึกผิด


 

 

“ปี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!”   เสียงเป่านกหวีดดังขึ้นแข่งกับเสียงอึกทึกทั้งหมดส่งผลให้หญิงสาวน้อยใหญ่หลายคนหยุดหันมองเป็นตาเดียว


 

 

“หยุดดันกันได้แล้วถ้ารั้วหอพระจันทร์พังพวกเธอทุกคนต้องรับผิดชอบออกค่าซ่อมมันนะ !”  ยูกิตะโกนดังขึ้นมามือที่ถือนกหวีดยื่นชี้สะเปะสะปะเป็นเชิงปรามพวกเด็กหญิงที่ทำท่าจะดันเข้ามาอีกระรอก


 

 

“กรรมการรักษาระเบียบอีกแล้ว ยัยนี่พูดแบบนี้จะไปแอบดูไนท์คลาสคนเดียวใช่ไหมละ!”


 

“ใช่เป็นแบบนี้ประจำเลย” และอีกหลายๆเสียงที่ตะโกนเถียงตามมาเป็นระรอก ยูกิได้แต่หน้าเหวอกับข้อกล่าวหา


 

 

ปัง ! เสียงปืนดังขัดเสียงตะโกนต่างๆให้เงียบกริบไปในพริบตาทุกคนยืนหน้าซีดเผือดเมื่อรู้สึกถึงรังสีอำมหิตที่มากกว่าทุกวันของกรรมการระเบียบอีกคนที่เดินขมวดคิ้วเข้ามาปากกระบอกปืนที่ยังมีควันลอยคลุ้งออกมาจากการยิงเมื่อสักครู่


 

 

“…………………….”   บรรยากาศรอบด้านเงียบกริบทุกคนกลืนน้ำลายลงคอฝืดๆแม้แต่ยูกิเองยังนิ่งอึ้ง


 

 

นายยิงปืนต่อหน้านักเรียนคนอื่นเนี่ยนะ..


 

 

“ให้เวลา 3 นาทีพวกเธอกลับห้องเรียนไปซะ…ตอนเย็นๆฉันไม่ว่าถ้าจะออกมาทำเสียงน่ารำคาญ ไม่ใช่ตอนนั้น”  น้ำเสียงเย็นเฉียบถูกฉาบออกมาราบเรียบแต่ก็ดุดันในเวลาเดียวกัน นักเรียนหญิงทุกคนมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะกรูกันวิ่งไปทางทิศทางหอและไม่ลืมที่จะวิ่งห่างคนสติหลุดที่ถือปืนอยู่แถบจะติดผนังอีกฝั่งกัน


 

 

คาอินมองเหตุการณ์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย กว่าปกติผิดกับไอโด้ที่เบะปากด้วยความขุ่นเคืองเล็กน้อย .. จะอะไรซะอีกละก็กระจกที่ห่างหน้าไปไม่กี่คืบถูกเจาะด้วยกระสุนนัดเมื่อครู่!


 

 

นี่มันกะจะเจาะหน้าเขารึไงนะ ไม่ยิงให้เข้ากลางลูกกะตาไปเลยละ!


 

 

ไอโด้กัดฟันกรอดมองรูกระสุนด้านข้างหน้าตัวเองที่โผล่ออกไป ตามด้วยสายตาคาอิน ทั้งคู่สบตากันเป็นนัยว่ารู้ๆกันก่อนจะเป็นฝ่ายคาอินที่ยักไหล่เชิงเย้ยหยันแล้วเดินกลับไปที่นอนตัวเอง


 

 

“เจ้าคิริยู หนอยมาทำกระจกห้องชาวบ้านเป็นรูซะได้ ถ้าไม่ติดว่าเป็นกลางวันนะพ่อจะลงไปจับฉีกเป็นชิ้นๆเลย”    ร่างเล็กสะบัดหน้าบ่นอุบอิบก่อนจะพลิกผ้าห่มมาคลุมโปงนอนตามไปอีกคน


 

.

.

.


 



 

“เสียงปืน คิริยูเหรอ..”  อิจิโจที่แวะมานั่งในห้องคานาเมะวางเอกสารลงขยับตัวหันมองไปที่ประตู  คานาเมะพลิกตัวจากโซฟาเงยหน้าจากหนังสือในมือ


 

 

“เธอออกไปดูให้หน่อยสิ อิจิโจว่ามีเรื่องอะไรกัน”   ร่างสูงสั่งเสียงเรียบ อันที่จริงเค้ารู้อยู่แล้วว่าเหตุการณ์ด้านนอกมีอะไรกัน หากแต่เพียงเค้าอยากจะอยู่ความเป็นส่วนตัวในเวลานี้ก็เท่านั้น…


 

 

อิจิโจที่มองปราดหนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมาเข้าใจความนัยของเพื่อนสนิทที่ตนเคารพเป็นอย่างดี พยักหน้าเนิบนาบแล้วเดินปิดประตูออกไปให้เบามือที่สุด


 

 

ใบหน้าคมคายมองผ่านตัวหนังสือในมือ อย่างเหม่อลอยใช้ความคิดกับความรู้สึกที่ถูกกดดันมานานกว่าแรมเดือนเหมือนกลิ่นไอกับคนที่มีพลังแบบเค้า


 

…ไอพลังมหาศาลของพวกเลือดบริสุทธิ์


 

 

….ผู้มีพันธะสีเลือดกับผู้หญิงคนนั้น …ชิสึกะ ฮิโอ


 

เป็นไปได้ไหมว่ากลิ่นของเธอจะติดมาจากเลือดของเธอในตัวผม


 

..ไม่สิ มันติดอยู่ในจิตใจของอีกคนต่างหาก ….เซโร่ คิริยู


 

 ในตัวเธอมีอะไรแอบแฝงงั้นเหรอ?


 

 

ความคิดมากมายตีกันจนยุ่งเหยิงไปหมดในหัวเจ้าแห่งแวมไพร์ผู้ซึ่งไม่ค่อยจะมีเรื่องหนักสมองมากนัก


 

 

สงสัยคงต้องลองเข้าไปดูด้วยตัวเอง ..


 

 

อิจิโจที่เดินสวนออกมาทางโถงที่มีบรรดาเหล่าไนท์คลาสตื่นจากห้วงนิทราจะเป็นอะไรไปไม่ได้เลยนอกจากเสียงปืนรบกวนและกลิ่นไอกระสุนแวมไพร์ฮันเตอร์ที่พวกเค้าขยะแขยง


 

 

ร่างสูงยิ้มต้อนรับเหมือนรับรู้ในการมารวมตัวกันของเด็กในหอพระจันทร์ก่อนจะเดินไปที่โซฟาตัวในสุดแล้วเริ่มชี้แจง


 

 

“อา .. ทุกคนอยู่ในความสงบนะไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นหรอกกลับไปนอนตามปกติเถอะ”  อิจิโจยิ้มทุกคนบางๆแววตาสีเขียวมรกตสะกดนิ่งเชิงออกคำสั่ง


 

 

ทำให้เหล่าแวมไพร์น้อยใหญ่ค่อยๆทยอยกันกลับขึ้นไปในห้องนอนตามด้วยเสียงซุบซิบหัวเสียเมื่อไม่ได้คำตอบที่มาของเสียงดังเมื่อสักครู่


 

 

อิจิโจยืนกอดอกส่งทุกคนขึ้นห้องก่อนจะหันกลับมามองชิกิที่ยังยืนอยู่ที่เดิมหากแต่ไม่มีคำพูดหรือกิริยาที่แสดงออกว่าอยากรู้อยากเห็นใดๆ


 

 

“ชิกิ …เธอเองก็ด้วยขึ้นไปนอนซะ”   อิจิโจทำท่าจะเดินไปหาแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงที่พูดขึ้นมาของคนที่เงียบมานาน


 

 

“คิริยู เซโร่ .. ปืนของหมอนั่นสินะ”    ชิกิมองลอดผ่านผ้าม่านสีดำออกไปสู่แสงแดดด้านนอกแล้วหันกลับมามองที่ดวงตาสีมรกต


 

 

“ถูกต้อง สงสัยจะเป็นพวกไอโด้รึเปล่าเพราะไม่เห็นทั้งเจ้าคาอิน และ ไอโด้เลย ทำให้ดูออกไม่ยากน่ะนะ เพราะนักโทษมักเก็บตัวไม่แสดงออกมามากเพื่อป้องกันตัวเองจากการถูกทำโทษไง ฮะๆ”     อิจิโจพูดไปพลางหันไปชงชาด้านหลัง



ชิกิส่ายหัวเอือมๆ กับท่าทางสบายๆเกินเหตุของรองหัวหน้าหอก่อนจะอ้าปากหาวแล้วเดินกลับเข้าห้องไปทิ้งให้อิจิโจยืนบ้าคนเดียวแบบไม่รู้ตัวไปกว่า 10 นาที



 

 

“แล้วก็นะ …..อ้าว ชิกิ เธอปล่อยผมพูดคนดียวเรอะ”   อิจิโจพูดเซ็งๆกับความหน้าแตกของตัวเองแต่ก็อมยิ้มเมื่อนึกถึงท่าทางของอีกคนเมื่อกี้


 

 

“ริมะจะว่าอะไรไหมเนี่ยถ้าผมรู้สึกแปลกๆกับชิกิน่ะ”  อิจิโจจิบชาไปพลางพูดสิ่งที่ตัวเองคิดในหัวอย่างเผลอตัวจังหวะเดียวกับที่เจ้าของชื่อเดินสวนลงมาเพราะลืมเสื้อกันหนาวตัวนอกที่ใช้ห่มนอนเป็นประจำก็ชะงักขาที่กำลังจะก้าวลงมาด้านในโถงแล้วยืนนิ่งอยู่หลังกำแพง


 

 

ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยตามแบบฉบับของร่างเล็กที่แสดงออกมาจนชินชาหากแต่ครั้งนี้ ใบหน้ามนกลับกำลังพยายามปั้นหน้าให้นิ่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมือเล็กเลื่อนมาจับตรงหน้าออกข้างซ้ายแล้วกลืนน้ำลายลงอย่างฝืดคอ


 

 

….ทำไมมันเต้นแรงแบบนี้วะ  


 

 

           ชิกิโผล่หัวออกไปจากผนังไปมองอีกคนก่อนจะเลิกคิ้วเมื่อพบเพียงความว่างเปล่า


 

 

ร่างเล็กเดินสอดส่ายสายตาไปมาด้วยความมึนงงไม่คิดว่าอีกคนจะออกไปไหนอย่างฉุกละหุกแบบนี้แต่ก็ต้องถอนหายใจด้วยความโล่งอก เพราะตัวเค้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันหากว่าร่างสูงนั้นได้นั่งอยู่ ….เค้าจะต้องปั้นสีหน้าอย่างไร


 

 

มือเรียวรีบคว้าเสื้อโค้ทตัวหนาแล้วเดินกลับขึ้นไปบนห้องด้วยความรู้สึกแปลกๆมากมายก่อขึ้นในจิตใจ


 

โดยหารู้ไหมว่าดวงตาสีมรกตได้จับตาดูการกระทำของอีกคนทุกฝีเก้าอยู่ที่มุมของเคาร์เตอร์น้ำอย่างไม่ละสายตา


 

 

รอยยิ้มที่มักถูกฉาบระบายไว้บนใบหน้าคมแต่วันนี้รอยยิ้มนั้นกลับมีชีวิตชีวามากกว่าวันไหนๆ มือยกขึ้นเสยผมแล้วอมยิ้มไม่ยอมหุบกับสีหน้าและท่าทางของคนที่เพิ่งขึ้นห้องไป


 

 

ชิกิ .. เธอจะรู้ตัวไหมน่ะ….ว่าหน้าแดงปิดไม่มิดซะขนาดนั้น


 

 

“แต่ก็….น่ารักดีนะ”   เสียงพูดที่แผ่วเบาเหมือนรำพึงกับตัวเองและอาจเป็นสิ่งคาดหวังเล็กๆของร่างสูงที่ว่า …


คำพูดนั้นอาจจะลอยพัดผ่านสายลมให้อีกคนได้ยินมันก็เป็นได้….


.
.
.




 

 

“เซโร่ ! นายทำบ้าอะไรน่ะหะ !”  ยูกิกระโดดลงจากกำแพงสูงตรงเข้ามองหน้าอีกคนอย่างไม่เข้าใจ


 

 

เซโร่ทำเพียงแค่ตวัดสายตากลับมาจ้องเท่านั้นมือเก็บปืนประจำตัวให้เข้าที่สีหน้าราบเรียบแสดงออกชัดเจนว่าไม่ได้สนใจจะตอบคำถามหญิงสาวตรงหน้าสักเท่าไรนักหรือ บางที


….อาจจะไม่มีคำตอบมากกว่า



 

 

“เซโร่ ได้ยินที่ฉันถามไหมนายเป็นอะไรไปเหรอ ทีนี้พวกนักเรียนก็แตกตื่นกันหมดสิ  ที่มีกรรมการรักษาระเบียบพกอาวุธแบบนี้น่ะ”


 

 

“เรื่องปกติ….”  เซโร่ตอบเสียงเรียบก่อนจะแหงนหน้าไปมองทางกระจกห้องไอโด้ที่เกิดเป็นรูเล็กๆด้วยฝีมือเค้า


 

 

!!!!!!!!


 

 

เซโร่กระตุกวาบเลือดในกายรู้สึกร้อนขึ้นมาจนต้องหอบหายใจสายตาคมกวาดมองไปทั่ว


 

 

มันไม่ใช่ความรู้สึกกระหาย ….แต่เป็นความรู้สึกเจ็บแปลบที่รอยแผลที่ผู้หญิงคนนั้นกัด


 

 

ดวงตาสีม่วงเบิกกว้างแล้วจ้องเขม็งไปยังผู้ที่เปิดม่านออกมาพร้อมกับดวงตาสีแดงวาวโรจน์ที่จ้องเค้าอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว


 

 

นายเองสินะ …… คนที่ฉันต้องฆ่า คุรัน คานาเมะ ..


 

 

บรรยากาศเริ่มตึงเครียดมากขึ้นจนยูกิต้องหันกลับไปมองว่าอีกร่างหนึ่งกำลังมองอะไรแต่ก็พบแค่ผ้าม่านที่ปลิวตามสายลมเท่านั้น


เซโร่ค่อยๆคลายมือออกจากต้นคอตัวเองเมื่อร่างของบุคคลที่เค้าจ้องเขม็งหายวับไปกับตา



 

 

“เซโร่?” ยูกิเดินมาบีบไหล่แน่นเป็นเชิงถาม เซโร่ทำเพียงแค่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วสะบัดตัวหนีเดินออกไปทางหลังสวนในโรงเรียน เท่านั้น ยูกิที่มองแผ่นหลังกว้างจนลับสุดสายตาด้วยสีหน้าเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด


 

 

กำลังจะเกิดอะไรไม่ดีอีกรึไงกันนะ ….ขอให้อย่าเป็นแบบนั้นเลย ….ฉันเองก็ไม่อยากเซโร่เจ็บปวดมากไปกว่านี้อีกแล้ว


 

 

ใบไม้ร่วงหล่นลงมาผ่านหน้าร่างโปร่งกลิ่นลมอ่อนๆยามสายโชยกลิ่นดอกไม้สัญลักษณ์ของโรงเรียน คุโรสึ


 

 

ดอกกุหลาบ ..


 

 

เซโร่เดินเหม่อออกจากแถวชั้นเรียนไปที่สวนหลังโรงเรียนขาเรียวสาวไปตรงหน้าอย่างไม่รู้จุดหมายดีนักหวังเพียงแค่สถานที่ที่สงบพอจะหยุดอาการปวดแปลบที่ต้นคอเค้าได้เท่านั้น


 

 

กลีบกุหาบปลิวว่อนอย่างที่ไม่เคยเป็นกลิ่นอายแห่งความมืดย่างก้าวผ่านเข้ามาจากด้านหลัง มือเล็กคว้ากระบอกปืนที่อยู่ในเสื้อ ดวงตาปราดมองกลับไปด้านหลังจ่อปืนเข้าที่ขมับผู้มาเยือน


 

 

“ปฏิกิริยาตอบสนองไวเหมือนเดิมนะ ….”     เสียงทุ้มที่เค้าจำได้ดีแม้ไม่จำเป็นต้องเห็นหน้า ชุดนักเรียนสีขาวสะอาดถูกมืออีกข้างของเจ้าของดึงจัดระเบียบเล็กน้อย


 

เซโร่มองค้างก่อนจะขมวดคิ้วๆค่อยๆเงยหน้ามองบุคคลที่เพิ่งเข้ามา


 

 

“คุรัน คานาเมะ…”


 

 

คานาเมะคลี่ยิ้มบางๆแล้วใช้มือจับปากกระบอกปืนอีกคนไว้ออกแรงเพียงเล็กน้อยบังคับให้อีกคนวางปืนที่จ่อหัวตนอยู่ออก


 

 

“คุยกันผมเองก็ไม่ค่อยชอบเท่าไรกับการที่มีอะไรมาจ่อหัวน่ะ ..หวังว่าเธอคงเข้าใจ”  ร่างสูงหัวเราะเบาๆก่อนจะกอดอกมองคนตรงหน้าอย่างใช้ความคิด


 

 

“แก …มองอะไร”  เซโร่พูดด้วยเสียงดุดันมองตอบกลับไปอย่างไม่กลัวเกรงอาจเป็นเพราะเป้าหมายในใจมาปรากฏตัวตรงหน้า


 

 

“เค้ายังไม่ตายใช่ไหม”  คำถามที่ตรงจุดเล่นเอาคนฟังนิ่วหน้าไปเล็กน้อย


 

 

นั่นสิ …ยัยนั่นยังอยู่เหรอ บางทีตัวเค้าเองก็ต้องการคำตอบตัวนี้เหมือนกัน ทุกอย่างดูมีเงื่อนงำและปริศนามากมายเกินกว่าที่คิด


 

ความลับของเผ่าแวมไพร์นั้น….เจ้าตัวคงรู้ดีและคงจะรู้ดีแค่ในหมู่…..เลือดบริสุทธิ์เท่านั้น


 

 

“ฉันไม่รู้ ถ้าจะมาถาม….แกควรจะถามตัวเองซะก่อนนะ”   มือเล็กยัดกระบอกปืนกลับเข้าที่ไปอย่างไม่เต็มใจเท่าไรดวงตาสีม่วงมองหน้าอีกคนไม่ละสายตา


 

 

จะมาไม้ไหนอีกคราวนี้ .. ไอ้พวกแวมไพร์


 

 

“เพราะผมไม่ทราบเลยจำเป็นต้องมาถามเธอเพราะอย่างน้อยๆเธอก็เคยมีสัม…….”


 

 

“หุบปาก!!!”   เซโร่ตวาดขึ้นทันควัน  กลิ่นอายแห่งความเคียดแค้นพุ่งทะลักออกมาซับกับไอปิศาจของผู้นำแห่งแวมไพร์ที่เริ่มเกิดอารมณ์ปะทุขึ้นมาในใจ


 

 

จะมีสักกี่คนนะ …ที่กล้าพูดคำแบบนี้ใส่หน้าเขาถ้าไม่ติดว่ายังสามารถใช้เป็นเบี้ยได้ละก็ ลิ้นของนายป่านนี้คงขาดละเอียดแล้วละมั้ง เซโร่ คิริยู ..


 

ดวงตาสีแดงหม่นแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงสดขึ้นมา ร่างทั้งร่างของเซโร่กระตุกวาบกุมรอยที่ต้นคอแน่นลมหายใจเริ่มติดขัด


 

 

“อย่างนี้นี่เองเข้าใจละ …..เพราะนายได้ทำสัญญาเลือดกับ ท่านชิสึกะ ฮิโอ …และในร่างกายของผมนี้ ก็ได้มีเลือดแบบเดียวกันนั้นเวียนว่ายอยู่”   น้ำเสียงทุ้มที่แปรเปลี่ยนไปเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางลมรอบด้านที่แรงขึ้นเหมือนจะเกิดพายุในไม่ช้า


 

 

“แก .. อึก จะพูดอะไรกันแน่!”   เซโร่ลงไปกองกับพื้นด้วยความเจ็บปวดมือทั้ง 2 ข้างกุมต้นคอแน่น


 

ฟันที่มีเขี้ยวน้อยๆกัดลงบนกลีบปากล่างของตัวเองระบายความเจ็บปวดที่เริ่มถาโถมเข้ามาทั่วร่าง


 

 

คานาเมะยืนมองด้วยใบหน้าเรียบเฉย


 

 

“ไม่มีอะไรมากก็แค่ .. นายต้องมาเป็นทาสพันธะสัญญาเลือดของผมสืบต่อจากของท่าน ชิสึกะ ฮิโอก็เท่านั้นเอง เซโร่ คิริยู”


 

 


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

48 ความคิดเห็น

  1. #5 mokona (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2557 / 04:17
    เหมือนโอนกรรมสิทธิ์หนี้ให้กันเลยนะ 555
    #5
    1
    • #5-1 Zero(จากตอนที่ 2)
      17 กันยายน 2558 / 21:03
      นั้นสินะ555555+
      ส่วนเซโร่ก็รับเคราะห์ไป555+
      #5-1