Fic The Evil Within [Ruvik x Sebastian] : You’re Mine

ตอนที่ 8 : ตัวอย่าง After The Game (Special)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 614
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    3 พ.ย. 57



เสียงถอนหัวใจครั้งแล้วครั้งเล่าของนักสืบหนุ่มดวงหน้าที่อ่อนล้าภายใต้กรอบแว่นบ่งบอกว่าร่างกายเขาต้องการพักผ่อนเต็มที...หากแต่มันทำแบบนั้นไม่ได้น่ะสิ

 


ขืนคลาดสายตาจากเพื่อนคู่หูเขาตอนสภาพเป็นแบบนี้มีหวังเกิดแต่เรื่องยุ่งยากตามมา...เรื่องยุ่งยากที่ว่านั้นก็เรื่องยุ่งยากใจล้วนๆ

 


ตั้งแต่จบเหตุการณ์บ้าๆนั่นเซบาสเตียนก็กลายเป็นคนเงียบขรึมหรือจะพูดให้ถูกแทบจะเป็นใบ้เลยต่างหาก

 


ไม่ยิ้มไม่หัวเราะ...ไม่ร้องไห้ ไม่หลงเหลือความรู้สึกอะไรที่ยังบ่งบอกว่าเขาเหมือนบุคคลที่มีชีวิตและจิตใจเลยนอกจากลมหายใจที่ยังคงหลงเหลือ

 


แต่ดูจากการกระทำคู่หูของเขาแล้ว...คงอยากทำให้มันหมดลงสักที

 


มือที่สวมถุงมือยังคงจรดปากกาค้างอยู่ที่เดิม หน้ากระดาษสีขาวที่มีเส้นบรรทัดกับตราสัญลักษณ์ตำรวจก็ยังว่างเปล่าเหมือนเดิม นานมากแล้วที่เขาไม่รู้จะเริ่มต้นขีดเขียนรายงานต่อทางการยังไง

 


เขาไม่รู้เรื่องราว...เรียกว่าจับต้นชนปลายไม่ถูกเลยด้วยซ้ำ

 


คนที่เหมือนจะพอเข้าใจในเรื่องราวทั้งหมดก็อยู่ในสภาพแบบนั้นอีก

 


“เฮ้อ…”   เมื่อทำอะไรไม่ได้ก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้

 


โซฟาโรงพยาบาลเองก็ไม่ได้สบายขนาดที่ผู้ชายเรื่องมากอย่างเขาจะใช้พักผ่อนได้..

 


รีบๆกลับมาเหมือนเดิมได้ไหม เซบาสเตียน…

 


ดวงตาสีดำขลับมองอย่างวิงวอนเลยผ่านคนที่ยังนั่งเงียบในผ้าห่มผืนบางของโรงพยาบาล

 


เซบาสเตียน คาสเทลานอส ทางตำรวจตัดสินใจส่งเขามาพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ทีแรกโจเซฟรู้สึกสงสัยในคำสั่งของเบื้องบนมาก ก็เพื่อนของเขาไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน หรือแผลอะไรร้ายแรงจนถึงกับต้องนอนแอดมิดที่โรงพยาบาล

 


แต่พอได้เห็นสภาพกับตานั้นเขาก็รู้ได้ในทันที…

 


ไม่ใช่แผลที่กาย....มันคือบาดแผลเป็นตรงหัวใจต่างหาก

 


“นายร้องไห้เหรอ?”   เสียงที่บ่นเบาๆราวกับรำพึงกับตัวเองดังขึ้นในห้องที่เต็มไปด้วยความเงียบ โจเซฟละสายตาจากกระดาษเขียนรายงานมามุ่นคิ้วงุนงง

 


“อะไรนะครับ?...ใครร้องไห้กัน?”  โจเซฟถามออกไปหากแต่คนที่นั่งอยู่บนเตียงกลับเหม่อมองไปทางหน้าต่างกระจกใสที่เริ่มขุ่นมัวไปด้วยไอจากฝนที่กำลังเทกระหน่ำสาดมาเป็นคราบหยดน้ำไหลลงตรงระเบียงเชื่องช้า

 


“ไม่เอา...อย่าร้องสิ”    เสียงที่เริ่มแผ่วเบาลงและใบหน้าที่เริ่มบิดเบี้ยวสองตาเต็มไปด้วยหยาดน้ำตามือที่เคยปล่อยลงข้างตัวขยุมตรงผ้าห่มจนมันเป็นก้อน

 


โจเซฟเม้มปากแน่นแม้จะไม่เข้าใจอะไรในสิ่งที่อีกคนพูดขึ้นมาเลยหากแต่บรรยากาศทั้งหมดและความอ่อนแอที่คู่หูเขาเปิดเผยให้เห็นราวกับกำแพงแข็งแรงทั้งหมดมันพังทลายลงไปไม่เป็นท่าจนไม่เหลืออะไรกำบังอีกต่อไป

 


‘ลาก่อนแสงสว่างของฉัน’

 


เสียงสุดท้ายที่เขาจำได้...ใช่เขาจำได้ตอนนั้นเขายังสวมเครื่องเส็งเคร็งนั่น


...เขายังเชื่อมต่อสมองกับรูวิคอยู่


 


“ไม่...ไม่ อย่าพูดว่าลาก่อน มันไม่ใช่ลาก่อนนะ...มันต้อง ‘เเล้วพบกันใหม่’ต่างหาก”

 


สายฝนเทลงมาราวกับท้องฟ้ากำลังร่ำไห้ให้กับโชคชะตาของหลายคน...แม้ความชุ่มชื่นที่กระทบลงบนผืนดินคงไม่มีค่าอะไรเลยนอกจากยิ่งมอบความหนาวเหน็บให้ดวงใจที่อ่อนล้า

 


“ไม่...ฉันไม่ให้นายไปไหน...มันไม่ใช่ลาก่อน ไม่ใช่ ”

 


โจเซฟเริ่มกลืนก้อนความรู้สึกหน่วงลงไปในลำคอหากแต่สายตาก็ยังคงจดจ้องไปมองคู่หูที่ยังพึมพำกับตัวเองอยู่

 


“ฝนตก...วันที่เราจะได้เจอกันคือวันที่ฝนตก”   เซบาสเตียนคลี่ยิ้มบางๆออกมาทั้งน้ำตาก่อนจะผลุนผลันลุกออกไปเปิดประตูกระจกเล่นเอาคนที่มองอยู่สะดุ้งลุกขึ้นยืนแต่ก็ทำได้เพียงยืนมองอยู่อย่างนั้น

 


ใบหน้าที่อ่อนล้ากำลังแย้มยิ้มขณะปล่อยให้สายฝนชะโลมจนเปียกปอนมือยกขึ้นรองรับน้ำฝนที่โรยรา

 


“ใช่แล้ว…”   ภาพเหตุการณ์ที่ยังฝังแน่นในความทรงจำค่อยๆฉายชัดขึ้นมายิ่งฟ้าร้องคำรามมากเท่าไหร่ภาพนั้นก็ยิ่งชักเจนมากขึ้น

 


เสียงฟ้ากัมปนาถ...เสียงของการต่อสู้ที่รุนแรง และการแตกสลายของอาคารสถานที่…

 


สายฝนชะโลมลงมาปะปนกับคราบเลือดที่เจิ่งนองพื้นขณะที่หางตามองเห็นบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวเข้ามาใกล้…


 


สัมผัสอุ่นจากจุมพิตจากริมฝีปากร้อนชื้นบดบังความเย็นจากหยาดน้ำฝนที่กำลังชุ่มฉ่ำรอบด้าน…

 


วันที่ฝนตกแบบนี้...คือวันที่ฉันไม่มีนายอีกต่อไป


ไม่มี… ไม่มี


ไม่มีนายอีกต่อไป…




‘ลาก่อนแสงสว่างของฉัน’


 


“ไม่..ไม่ให้ไป อย่าไป….อย่าไป”     เสียงพึมพำเริ่มเปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้นก่อนร่างสูงโปร่งจะทรุดลงตรงขอบระเบียงและเริ่มทุบพื้นอิฐแรงๆระบายความรวดร้าวในใจ

 


เสียงร้องโวยวายตะโกนแข่งกับสายฟ้าดังระงมไปทั่วห้อง

 


“รูวิค!!!!!!!!!!!!!!!.....ฮึกกก…..กลับมา”      

 


น้ำตาค่อยๆไหลรินอาบแก้มช้าๆอย่างห้ามไม่อยู่อีกต่ไป แว่นที่เริ่มชื้นเปียกถูกถอดออกมา ภาพเบื้องหน้าเลืองลางลงไม่รู้ว่าเป็นเพราะสายตาที่สั้นหรือความชื้นตรงขอบตากันแน่…

 


นี่สินะ...สิ่งที่ทำให้คู่หูเขาอยู่ในสภาพตายทั้งเป็นแบบนี้

 


ตอนนี้เขาได้คำตอบที่จะเขียนในรายงานแล้ว…

 


มือที่สวมถุงมือขยำกระดาษเอกสารราชการอย่างไม่ใยดีก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงประสานมือที่หน้าตักมองภาพคู่หูที่ระเบียงไม่วางตา...และไม่คิดจะเอื้อนเอ่ยอะไรออกมา

 


บางที...อาจไม่มีอะไรมาอธิบายความเจ็บปวดของเซบาสเตียนได้เท่ากับหยาดน้ำตาของท้องฟ้ายามเย็นของวันนี้ก็ได้…




  
__________________________________________________

ตัดมาสั้นๆนะคะที่เหลือไปเจิมกันเองในหนังสือ เอิ้กๆ

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

131 ความคิดเห็น

  1. #100 Farora (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 01:17
    ดราม่าหงะ แงงงงง เอารูวิคกลับมาๆ
    //เซ็บนายดูเคะขึ้น20%เชียวหละ(หรือจะมากกว่านั้น?)
    #100
    0
  2. #80 .•:*´Lenna`*:•. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2557 / 23:20
    ค้างคาอย่างแรง มาถึงเซบน้อยก็เข้าโหมดดราม่าเลย สงสารจังง T^T

    //รอซื้ออย่างเดียว...
    #80
    0
  3. #76 คิมดงจุน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2557 / 20:18
    ไม่รับรู้แงๆ รูวิคเห็นสภาพเซบมั้ยเนี่ยยย กลับมา รอหนังสือนะคะ ซื้อแน่ๆอ่ะ
    #76
    0
  4. #75 Anna Thainchusat (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2557 / 19:19
    T T เรื่องมันน่าเศร้า
    #75
    0
  5. #74 rin_hankaoxing (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2557 / 19:10
    กรี๊สสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส แหม่ กินมาม่าอร่อยชริมชริม -..-
    สงสารโจเซฟยังไงก็ไม่รู้แฮะ .__.

    #74
    0
  6. #73 Smile...^^ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2557 / 18:43
    ปล่อยให้อยากแล้วจากไปแงๆๆๆๆๆ T_T
    #73
    0