Fic The Evil Within [Ruvik x Sebastian] : You’re Mine

ตอนที่ 7 : (ตัวอย่าง) Begin Agian

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 680
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    2 พ.ย. 57

Fic Evil Within [RUVIK x SEBASTAIN] : Begin Agian

Rate : PG

Author : KuFei

Talk : นี่เป็นแค่เนื้อเรื่องช่วงต้นนะคะ เห็นมีคนรีเควสมาว่าควรจะมีให้อ่านสักนิดสักหน่อยเพื่อให้รู้ว่าเนื้อเรื่องจะเป็นแนวไหน ก็มาลงให้ตามคำขอ

ส่วนเนื้อเรื่องที่เหลือไปอ่านในรวมเล่มกันเอง ฮา

https://docs.google.com/forms/d/19yB3UiHL9n_hQiFnNWWPNZDaq5L-LmHGOmecaEPdDqU/viewform

ลิ้งจองรวมเล่มค่ะ

 


_______________________________________________________



 

Begin Again

 



คริสมาสตร์เทศกาลที่ใครๆก็ต่างเฝ้ารอคอย...ผู้คนจัดแต่งบ้านล่วงหน้าแรมเดือนเพื่อเฉลิมฉลองการประสูติของพระผู้ไถ่โลก สำคัญที่สุดคือได้ใช้ช่วงเวลาในคืนที่หนาวเหน็บที่สุดของปีกับคนสำคัญ...คนที่มอบความอบอุ่นหลอมละลายหิมะเหล่านั้น

 


แต่ตอนนี้คงไม่มีอีกแล้วละนะ..

 

 

แอลกอฮอลล์สีอำพันในแก้วทรงสูงถูกยกดื่มอึกแล้วอึกเล่าถ้ามันมีเสียงมันคงจะตะโกนด่าคนที่ยัดมันแทนข้าวให้เพลาๆลงเสียบ้าง ไม่อย่างนั้นไม่นานได้มีการหามเข้าโรงพยาบาลแล้วพักรักษาตัวระยะยาวเป็นแน่

 

 

แต่โชคร้ายที่มันพูดไม่ได้น่ะสิ..

 

 

เซบาสเตียนทอดสายตาเหม่อมองจากพื้นไม้โอ๊คของบาร์ตรงไปยังกลางฟลอท์เต้นรำที่มีหนุ่มสาวมากหน้าหลายตาวาดลวดลายกันอย่างดุเด็ดเผ็ดมันโดยที่ไม่มีใครยอมใคร

 

“ถ้าไม่ดื่มสักวันสงสัยว่างานจะไม่เสร็จลุล่วงไปได้ดีใช่ไหมครับ?”  เสียงกึ่งตะโกนดังขึ้นจากด้านข้าง สายตาคมตวัดกลับมามองผู้มาเยือนที่ไม่ให้สุ่มเสียงก่อนจะพ่นลมหายใจออกมายามเห็นว่าเป็นใคร

 

 

“ไม่เชิง” คำตอบที่ไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นักถูกส่งออกไปขณะที่ยังคงยกแอลกอฮอล์ในมือดื่มไปอีกอึกใหญ่ก่อนจะรู้สึกถึงแรงยื้อแย่งแก้วในมือเขาจนคนที่เริ่มมึนเมาจำต้องผละปล่อยมือก่อนจะเผลอออกแรงดึงจนเสียสูญไปกว่านี้

 

 

“ถ้าคุณยังมีสิ่งที่เรียกว่าสติ…คุณจะรู้ว่าผมกำลังประชดคุณ”   โจเซฟกระแทกวางแก้วใสที่ยังเหลือแอลกอฮอลล์คอดแก้วก่อนจะส่งสายตาให้บาเทนเดอร์หนุ่มเก็บมันไปให้พ้นๆหน้า

 

 

“อะไร?”    เป็นเซบาสเตียนที่ถามขึ้นหลังจากพยายามทรงตัวแล้วหันมาเจอกับสายตานิ่งเรียบภายใต้กรอบแว่นของคู่หู

 

 

ถ้าเขาไม่ได้อยู่ในฐานะนักสืบสักนิด..เขาก็คงปล่อยผ่านมันไปแล้วแต่นี่ดูก็รู้ได้ชัดเจนว่าในสายตาแบบนั้นกำลังมีบางสิ่งบางอย่างซ่อนอยู่

 

 

“รู้ไหมว่าเบื้องบนกำลังเพ่งเล็งคุณอยู่”

 

 

“ฉันดื่มในเวลางาน ใช่ แล้วไง?! โจเซฟแต่ทุกอย่างก็จบลงด้วยดีนี่….เบื้องบนเคยสนวิธีการด้วยเหรอ?! ฉันจำได้ว่าสนแต่ผลลัพธ์นะ?”  ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เลือดในกายเขาเดือดพล่านเพียงกับเรื่องที่รู้ตัวว่ามันเล็กน้อยอย่างการเตือนเรื่องเดิมๆจากคู่หู

 

 

แต่เขาก็ไม่ได้พอใจอะไรนักกับบรรดาเบื้องบนอยู่แล้วคนพวกนั้นเอาแน่เอานอนไม่ได้…ยังไงเสียก็หาเรื่องมาเหยียบหัวกันเลื่อนตำแหน่งให้ตัวเองอยู่ดี

 

 

“จบลงด้วยดีหลังจากที่คุณเกือบจะเผาคนร้ายทั้งเป็นนั่นน่ะเหรอ?”  โจเซฟพยายามข่มเสียงให้มันดูสงบที่สุดเพราะเห็นได้ชัดว่าคู่สนทนากำลังขาดสตจากสุรา

 

 

“ถ้านายจะจำได้ มันฆ่าคนมาก่อนและยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนที่มันจะโง่เข้าไปอยู่ในโกดังที่เต็มไปด้วยถังแก็สแล้วฉันยิงสกัดการเคลื่อนไหวมันจนมันปางตายเพราะไฟครอกฉันผิดตรงไหน?”

 

 

เซบาสเตียนตอบออกไปอย่างไม่ทุกข์ร้อนเพราะเขาเองก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมทางการหรือแม้แต่คู่หูเขาถึงติดใจกับการปฏิบัติงานครั้งนั้นนักหนาขนาดต้องเอามานั่งตอกย้ำเขาหลังเวลาอาหารแบบนี้

 

 

“ให้ตายสิ เซบาสเตียน!” คำสบถที่แทบไม่เคยหลุดจากปากคนที่เก็บกดอารมณ์เก่งอย่างโจเซฟถึงกับหลุดออกมาขณะออกแรงกึ่งยกกึ่งลากนักสืบที่ตั้งท่าจะเลื่อนมือไปชี้สั่งน้ำมึนเมามาดื่มต่อ

 

“ปล่อย!...ฟังนะ โจเซฟ ถึงฉันจะดื่มฉันก็ไม่ได้ทำให้เสียงาน”   ร่างสูงโปร่งเน้นย้ำในขณะที่พยายามควบคุมตัวเองให้ยืนตรงจังหวะเดียวกับที่เสียงโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นในร้าน

 

กลางฟลอท์เต้นที่เคยมีผู้คนมากมายบัดนี้ถูกแบ่งออกเป็นสองฝากและปล่อยทิ้งตรงกลางไว้ให้วัยรุ่นชายราวๆ 5-6 คนที่กำลังรุมมะตุ้มกันท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดังกระฮึ่มขึ้นเรื่อยๆ

 

“เริ่มจากงานนี้…”   เซบาสเตียนหันมองคู่หูตัวเองที่แสดงสีหน้าเอือมระอาออกมาก่อนจะเดินตามอีกคนที่เริ่มควบคุมจังหวะการเดินของตัวเองจนมันปกติได้

 

สองร่างไปหยุดอยู่ข้างๆฟลอท์เต้นก่อนจะเป็นเซบาสเตียนที่ตะโกนขึ้นแข่งกับเสียงโวยวาย

 

“หยุด!!! นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนอยู่ในความสงบคุกเข่าลงซะให้พวกเส็งเคร็ง!”


 

“เฮ้ยๆ! ตำรวจมา” จากที่ตะลุมบอนกันก็เปลี่ยนมาสามัคคีตรงเข้าไปถลาจะวิ่งหนีไปอีกด้าน เมื่อเจ้าหน้าที่ทั้งคู่เห็นดังนั้นจึงถลาตัวออกวิ่งตามสัญชาตญาณทันที

 

ผู้ร้ายที่ไม่วิ่งหนีตอนตำรวจมานี่ยังไม่มีในโลกสินะ..

 

“โจเซฟ! นายไปดักอีกฝั่ง”  เซบาสเตียนออกคำสั่ง

 

“เซบ! ใกล้ๆมีป้อมตำรวจและเหมือนพวกเขาจะได้รับรายงานและจัดการอยู่ เราไม่ควรเข้าไปยุ่งในเขตของคนอื่น….เซบ! ปัดโธ่เว้ย!”   ยังไม่ได้พูดจบร่างคู่หูของเขาก็วิ่งหายไปจากตอกมืดนี่แล้ว

 

โจเซฟถอดแว่นออกมานวดขมับ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เซบาสเตียนหุนหันพลันแล่นทำอะไรไม่คิดหลังจากที่พร่ำพูดว่าเขาสามารถทำงานได้แม้จะดื่มแอลกอฮอลล์ระหว่างปฏบัติหน้าที่ก็ตาม

 

“หวังว่าคงไม่มีเรื่องอะไรร้ายแรงมากหรอกนะ…”

 

ใช่เป็นดั่งคำขอของเขาไม่มีเรื่องร้ายแรง’มาก’


โจเซฟกรอกตาขณะดันแว่นขึ้นมองภาพคู่หูตัวเองที่ยืนจัดเสื้อให้เข้าที่เข้าทางตามใบหน้ามีรอยฟกช้ำบ่งบอกว่าได้เข้าไปร่วมเล่นกำปั้นหรรษามาด้วย


 

ไม่ต้องถามถึงสภาพก่อนหน้านะ ตำรวจนับสิบช่วยกันออกแรงดึงชายร่างสูงที่กำลังตะเกียกตะกายอยากจะแจกกำปั้นใส่วัยรุ่นหนุ่มที่คึกคะนองอยากจะลิ้มรสรองเท้าตำรวจจึงหาเรื่องมารุมไปหนึ่งยกเมื่อครู่

 

ร้อนไปถึงโจเซฟที่เพิ่งวิ่งมาจากอีกฝากฝั่งถนนตามมาด้วยการยืนฟังรายงานความเสียหายที่คุณนักสืบคู่หูไปพังเล่นเอาไว้ก่อนจะค้อมหัวขอโทษเป็นพัลวัน

 

“ผลงานยอดเยี่ยมไปเปลี่ยนเลยนะครับ จับคนร้ายด้วยวิธีแบบนั้น”  โจเซฟกัดฟันชื่นชมหลังจากที่ทั้งคู่ขึ้นรถแท็กซี่เตรียมจะกลับที่พักของแต่ละคน

 

วิธีแบบนั้นที่ว่าคือจัดการจนสลบเหมือดแทบไปหยอดน้ำข้าวต้มในโรงพยาบาลทั้งแก็งค์

 

นี่ไม่นับรวมตำรวจที่สลบกลางอากาศกับหมัดที่ต่อยพลาดมาโดนจากคู่หูเขานะ ไหนจะทำร้ายเจ้าหน้าที่ขณะจะขอตรวจแอลกอฮอลล์อีกด้วย


 เรียกได้ว่าพรุ่งนี้เตรียมตัวหาอะไรมาอุดหูก่อนเข้าห้องประชุมจากสำนักงานใหญ่ได้เลย



 

“เซบาสเตียน….เฮ้อ”    เสียงทุ้มตัดสินใจเอ่ยอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้รับปฏิกิริยาตอบกลับเป็นคำเถียงข้างๆคูๆอย่างที่ควรจะเป็น


 

เจ้าของดวงตาสีดำสนิทเลื่อนสายตาไปมองก็พบกับคู่สนทนาที่หลับคอพับคออ่อนไปด้วยความล้าจากการออกกำลังเมื่อครู่ผสมปนเปไปกับฤทธิ์ของน้ำเมา


 

“เอาเถอะ….ยังไงคุณก็มีพรสวรรค์ในการตอบโต้พวกเบื้องบนแล้วเอาตัวรอดมาได้ทุกทีนี่นะ”  โจเซฟพึมพำขณะบอกให้แท็กซี่จอดตรงหน้าบ้านของอีกฝ่ายแล้วตัดสินใจพยุงอีกคนขึ้นไปจัดแจงท่านอนให้อย่างดีโดยไม่ลืมจะปิดโคมไฟตรงหัวนอนให้


 

ดวงตาผ่านกรอบแว่นทอดมองใบหน้าคนที่หลับไหลเนิ่นนานก่อนจะเผลอไผลไปลูบแตะแก้มอีกคนแผ่วเบา


 

ไรหนวดที่เริ่มขึ้นบ่งบอกถึงการไม่ดูแลเอาใจใส่ตัวเองของคู่หูเขาไหนจะใบหน้าที่ดูโทรมจากบรรดาเหล้าที่คัดสรรค์มาดื่มมันได้ตลอดทุกวี่ทุกวันอีก


 

ขณะที่หมุนตัวจะปิดประตูออกไปนั้นสองขาก็ต้องหยุดชะงักกับเสียงที่งัวเงียท่ามกลางความมืด


 

“ขอบคุณนะ…ไมร่า”


 

หึ….หวังอะไรอยู่ละ โจเซฟ โอดะ..


 

.

.

.


 

ครึ่งวันที่แสนไร้สาระของเซบาสเตียนจบลงอย่างเชื่องช้า หลังจากที่นาฬิกาปลุกดังเรียกเขาตั้งแต่หัววันเพื่อมานั่งฟังวีรกรรมของตัวเองเมื่อวานและก็เปิดการโต้วาทีไปยกใหญ่ๆตบท้ายด้วยเขาเดินผลุนผลันออกมาเพราะทนความงี่เง่าของพวกเบื้องสูงไม่ไหว


 

นี่ก็ผ่านมาได้ราวสองชั่วโมงหลังจากเหตุการณ์น่าเบื่อนั้น เซบาสเตียนเดินเหม่อลอยไปอย่างไร้จุดหมายจนมาหยุดที่ทางตันและก็เหลือบไปเห็นกองดอกไม้มหึมาที่ฝั่งด้านซ้าย


 

ร้าน…ดอกไม้?


 

ไม่รู้ว่าเขาหยุดยืนมองอยู่หน้าร้านนั้นเนิ่นนานเท่าไหร่ เสียงกระดิ่งตรงทางเข้าเรียกสติของนักสืบให้กลับมาเข้าที่


 

“รับดอกไม้อะไรไหมคะ?” พนักงานสาวที่ตกแต่งกระเช้าอยู่ภายในตัดสินใจเดินออกมาถามไถ่คนที่ยืนจ้องมองอยู่หน้าร้านหล่อนมาพักใหญ่ๆได้แล้ว

 

“อ่อ…ครับ”   เซบาสเตียนรับคำส่งๆก่อนจะเดินเข้าไปดูภายในร้านที่ตกแต่งไปด้วยดอกไม้นานาพรรณก่อนสายตาจะไปสะดุดกับดอกไม้สีเหลืองขนาดใหญ่ที่เหลือเพียงดอกเดียวในตะกร้าแตกต่างจากดอกอื่นที่เหลือเป็นช่อใหญ่


 

“ดอกทานตะวันนั่น….”  เขาไม่เคยชื่นชมกับความงามของดอกไม้ ไม่เคยเข้าใจความรู้สึกเวลาผู้หญิงชอบมันด้วยเหตุผลอะไรและคนรักเก่าของเขาก็ไม่ได้เคยจะชอบแม้แต่เสี้ยวของมัน


 

หากแต่เขามองเห็นว่ามันอยู่โดดเดี่ยวท่ามกลางดอกไม้ชนิดอื่นนับพันแบบนั้น…มันช่างดู…น่าสงสาร และบางทีมันอาจจะเหมาะสมมาร่วมสมาพันธ์คนเหงาที่ห้องนอนของเขาเสียมากกว่า

 

“เท่าไหร่ครับ?”  ยังไม่ทันที่เซบาสเตียนจะพูดจบก็มีปริศนาเอื้อมมาคว้าดอกทานตะวันจากด้านหลังแถมยังตรงดิ่งไปจ่ายเงินหน้าตาเฉย


 

เซบาสเตียนหันมองคนมาใหม่เล็กน้อยก่อนจะยักไหล่เชิงบอกตัวเองว่าช่วยไม่ได้นะ …

 

อย่างน้อยๆก็ดีแล้ว ที่มันจะไม่เหงาอยู่ในนี้ลำพัง

แค่มีใครสักคนเอามันไปก็น่าจะเพียงพอแล้ว


 

เจ้าของร้านมีท่าทีอึกอักเล็กน้อยแต่ก็ยอมคิดเงินให้เมื่อเห็นว่าลูกค้าคนก่อนหน้ายอมเดินออกไปแต่โดยดีโดยไม่ถกเถียงอะไร


 

เจ้าของเรือนผมสีทองประกายตัดทอกับแสงแดดเหลือบมองแผ่นหลังของลูกค้าคนก่อนหน้าที่กำลังเปิดประตูเดินออกไป


 

ความรู้สึกประหลาดก่อตัวขึ้นในใจเพียงแค่เขาเห็นเสี้ยวหน้าของความหว่าเว้นั้น..

 

เขาหยิบเงินมาปึกใหญ่วางให้โดยไม่สนใจแม้แต่จะรับเงินทอนก่อนจะเดินเข้าไปหาคนที่กำลังจะข้ามถนน


 

“มาเป็นเพื่อนฉันก่อนได้ไหม?แล้วเดี๋ยวฉันจะให้ดอกทานตะวันนี้กับนาย”


 

เซบาสเตียนเลิกคิ้วกับข้อเสนอของคนแปลกหน้าหากแต่ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาพยักหน้าน้อยๆก่อนจะเดินตามไปขึ้นรถคันหรูตาหน้าเฉย


 

อาจเป็นเพราะดวงตาแสนเหงาแบบเดียวกันละมั้ง

ที่ร้องเรียกให้หัวใจที่ไร้ความรู้สึกรู้สาเริ่มกลับมาเต้นอีกครั้ง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

131 ความคิดเห็น

  1. #99 Farora (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 01:06
    อุกรีสสส น่าอ่านยิ่งนัก >-<
    นั่นรูวิคสินะ สินะ สินะ
    #99
    0
  2. #79 .•:*´Lenna`*:•. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2557 / 23:17
    อร๊าาาาา!!! รถหรู = มีตังค์ = รวย = ผู้ดี = รูวิค =,.= ฟฟฟฟฟฟฟ #เริ่มออกอาการบ้า
    #79
    0
  3. #77 creammmmmm (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2557 / 20:25
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!! แม่ขาาา!!~ หนูฟินนนนนน~~!!!
    #77
    0
  4. #72 Germanic (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2557 / 02:19
    เซบน่าจะเล่นตัวกว่านี้หน่อยนะลูกกก นี่เจอหน้าครั้งแรกยังตามเขาไปเลยย
    ถ้าเขาลูกไปทำมิดีมิร้าย แม่ยกจะฟินเอานะลูก #เดี๋ยวนะ555
    #72
    0
  5. #71 สาวY (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2557 / 00:27
    ชวนปุ๊บไปปั๊บ เซบไม่ห่วงตัวเองเลยหรอค้าาา คนที่ชวนนี่ รูวิค แน่ๆเลยยยยยย กรี๊ดดดดดดดดฟินนนนนนนนน
    #71
    0
  6. #70 wynn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 / 23:46
    ไปกับคนอื่นง่ายๆ เลยเหรอเนี้ย ชวนไปดื่มคงไปด้วยสินะ //ผิดล่ะ
    #70
    0
  7. #69 rin_hankaoxing (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 / 21:20
    กรี๊สสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส เซบเนี่ยไม่ระวังตัวเลยน้าา โดนผู้ชายชวนขึ้นรถ ก็ไปกับเขาง่ายๆแบบนี้ >< #โคตรเกี่ยว

     
    #69
    0
  8. #67 so cool mimi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 / 20:45
    คนที่เรียกเซบขึ้นรถนั้น.......รูวิคซิน๊ะ!! #จะพาเซบไปข่มขืนที่ไหน?! ถ้างั้นฝากอัดวีดิโอด้วยย>< #โดนไรเฟิลยิง
    #เซบ ก็ง่ายเกิ๊นนนนน (??) #ขอบคุณที่ลงตัวอย่างค่ะ =.,=<<<อะไร??
    #67
    0
  9. #66 fakanda (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 / 20:17
    อู้อ้าาาา เค้าคนนั้นคื่อใคร...ทำไมเราจะไม่รู้ รูวิคคคคคค 
    #66
    0
  10. #65 Romeo_KL.T (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 / 19:09
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดกกกกกกกก
    #65
    0