Fic The Evil Within [Ruvik x Sebastian] : You’re Mine

ตอนที่ 17 : Sorry

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 788
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    31 พ.ค. 58

**เรื่องนี้เป็นตอนต่อของ Last Time นะคะ**

TO F. และขอมอบให้บางคนที่ช่วยคิดสักนิดว่ามันคือตัวเอง ฉันเขียนมันให้นายนะ ….และฉันนอนไม่หลับ ขอโทษ และนี่คือความเห็นแก่ตัวอีกอย่างของฉัน แต่ฉันไม่เคยทำมันมาก่อน อย่าเพิ่งปิดนะ อ่านมันให้จบได้ไหม? แล้วจะไม่ตอบฉันก็ได้ จะเกลียดกันไปเลยก็ไม่เป็นไร เพราะฉันเข้าใจ มันสมควรแล้ว ..


-------------------------------------------------------------------------------------




มันอาจเป็นความปราถนาลมๆแล้งๆ...หรือเรียกว่าความเพ้อฝันของฉันก็ไม่แปลก


แต่ฉัน. . .


ก้อนน้ำลายที่กลืนลงอย่างฝืดคอยามต้องจ้องมองสีหน้าเรียบเฉยของคที่มีสภาพย่ำแย่ไม่แพ้กัน ประตูที่เพิ่งถูกเปิดจากแรงเคาะเมื่อครู่ยังคงถูกมือใหญ่เปิดมันอ้าไว้ ไม่มีแววตาสงสัยที่ได้คนตัวเล็กกลับมา ไม่มีดวงตาแสนเศร้าเมื่อคืนยามรู้ว่าอีกฝ่ายตัดสินใจจะไป


ไม่มีอะไร….หลงเหลืออยู่เลย


หมัดที่กำๆหลวมถูกกระชับขึ้นเพื่อเรียกขวัญกำลังใจและเป็นผู้มาหาที่ต้องลดสายตาที่เริ่มเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาอีกครั้งลง ไม่อาจทนมองสีหน้าเฉยชานั้นได้เพียงแต่ก็อยากจะทำบางสิ่ง


บางสิ่ง...ที่ไม่เคยใช่สไตล์ของตัวเอง


‘การพูดตรงๆ’


“ฉัน….”


.

.

.


ผ่านมาได้เพียงแค่หนึ่งคืน...แค่หนึ่งคืนหลังจากที่เก็บกระเป๋าออกไป ร่างสมส่วนของนายตำรวจก็เดินย่ำเตาะไปตามถนน ไม่มีวี่แววหรือความคิดว่าควรจะกลับไปที่พักเก่าก่อนย้ายออกมาหรือแม้แต่จะไปพบเจอเพื่อตำรวจเก่าอย่างโจเซฟ


เขาไม่สามารถหาเหตุผลในการเดินออกมาจากอีกฝ่ายครั้งนี้ได้ดีนัก...และมันคงเรียกว่าความเห็นแก่ตัวงี่เง่าของตัวเอง การเรียกร้อง และ การเอาแต่ใจ


สองขาจำหยุดนั่งตรงสวนสาธารณะกลางเมืองเมื่อร่างกายเริ่มทำท่าจะต่อต้านสมองเขาเสียแล้ว กระเป๋าใบโตถูกทิ้งวางอย่างไม่ใส่ใจข้างตัวเซบาสเตียน ก้มมองดอกทานตะวันแห้งเหี่ยวที่เผลอหยิบตืดมือออกมาด้วย ดวงหน้าอิดโรยฉายชัดบนใบหน้าแต่กระนั้นก็ยังคงมีรอยยิ้มบิดเบี้ยวออกมา


ดอกทานตะวันนี่นายซื้อให้ฉันตอนเจอกันครั้งแรก …


สีเหลืองอร่ามในห้วงความทรงจำ สองสายตาที่มองหน้ากันยามยื้อแย่งดอกไม้อาภัพที่เหลือเพียงดอกเดียวในร้าน ท่าทีแสนเอาแต่ใจของอีกฝ่าายยามกระชากมันออกไปจากมือ แต่เขาเองกลับไม่คิดแม้แต่จะโกรธเคืองเหมือนอย่างที่ผ่านมา


และเหมือนในท้ายที่สุด...เจ้าดอกไม้นี่ก็ตกมาเป็นของเขา ...ท่าทีการยื่นมามันบอกให้เขารู้ว่า ...รูเบนตั้งใจซื้อมันมาให้เขาตั้งแต่แรก


ตลอดช่วงฤดูไม่ใบผลิที่สุสานคริมสันต์ มันไม่เคยว่างเว้นจากดอกไม้สีสวยนี่เลยสักครั้ง

สีทองของกลีบดอกถูกเปลี่ยนกลับมาเป็นสีน้ำตาลกรอบละเอียดหงิกงอเหลือเพียงซาก พลันรอยยิ้มที่ค่อยๆกว้างขึ้นหยุดชะงักลง


‘เราเลิกกันเถอะ’ แว่วเสียงที่จำได้ดีว่ามันเป็นของตัวเองกับภาพใบหน้าผู้ฟังที่มีท่าทีตกใจรวมไปถึงผิดหวังในสายตา


วินาทีนั้นแห่ฝนเทกระหน่ำลงมา ซาดกระเซ็นใส่สองคนที่ไม่คิดแม้แต่จะเดินไปเพื่อปิดหน้าต่างลงสักนิด หนาวเย็นสะท้านแตะผิวกายแต่ไม่อาจทำให้ดวงตาสองคู่ที่รื้นไปด้วยหยาดน้ำตาละลงจากกันได้


“ฉันรู้ได้ไหม? เหตุผลที่บอกเลิกกัน”


“ฉันกลัวจะถลำลึกไปมากกว่านี้” เสียงที่ถูกกดจนนิ่งและสีหน้าเรียบเฉยที่พยายามปั้นแต่งถูกหยิบยกมาใช้เสมอ เวลากำลังฝืนทำบางสิ่ง...บางสิ่งที่กำลังเร่งเร้าอยากจะไหลออกมาใจจะขาด


ถลำลึก...ใช่ ถลำลึก นายฟังไม่ผิดหรอก เราต่างผ่านความหวาดกลัวกับการสูญเสียมามากและถึงแม้ในวินาทีนี้เราตัดสินใจจะก้าวผ่านมันไปด้วยกัน แต่นายรู้ไหม? ทุกความกลัวมันย้อนกลับมาเสมอยามที่ฉันต้องอยู่คนเดียว ทุกครั้งที่นายมีธุระ...และนายหายไป นายจะเหมือนเธอเหมือนไมร่า ที่จากไปไม่แม้แต่จะเอ่ยคำลาด้วยซ้ำ ฉันเฝ้าใช้ช่วงเวลาเกือบหมดช่วงชีวิตในการเฝ้าตามหาสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะได้กลับคืนมาไหม และมันทำให้รู้ว่ามันช่างทรมาน...ทรมานที่ต้องนั่งฟังคนรอบข้างถามถึงนายยามไปทำงาน


ไม่เคยมีสักครั้งที่ฉันตอบคำถามพวกเขาได้...ทั้งๆที่ฉันคือคนที่ขึ้นชื่อว่าสำคัญ


ฉันไม่สามารถที่จะตอบออกมาด้วยรอยยิ้มได้ว่า


“ฉันไม่รู้...เขาไม่เคยบอกฉัน” และทุกครั้งฉันก็ต้องใช้มันท่ามกลางสีหน้าสงสัยและงุนงงที่คนอย่างฉันเอ่ยมันออกมา


วินาทีที่นายกลับมาหา...กลับมาหาเป็นครั้งที่สาม สามครั้งที่หายไปเงียบๆและนายมักกลับมาด้วยความอ่อนแอจากเรื่องเลวร้ายที่ต้องเผชิญ โดยที่คนอย่างฉันทำได้เเค่ฟังตอนที่มันพัดผ่านไปแล้ว ไม่เคยแม้แต่จะได้อยู่คอยช่วยเหลือเหมือนที่บรรดาเพื่อนนายได้ทำ ได้รับรู้


ฉันควรถอยตัวเองกลับไปตำแหน่งเพื่อนไหม? ถ้ามันจะได้ช่วยเหลือนาย ได้แบ่งเบาความรู้สึกเหนื่อยล้าของนาย...ได้รับการติดต่อจากนาย


การกลับมาในครั้งที่สามนี้มันทำให้ฉันตระหนักว่า...ฉันอาจจะควรยุติมันสักที ความน่าอึดอัดนี้ ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่านายผ่านความเลวร้ายแบบไหนมาจึงทำให้ไม่สามารถกลับมาได้ แต่...นายก็ควรรู้ว่าฉันเองก็ต้องผ่านทุกเสียงและการเฝ้ารอโดยไร้จุดหมายมา


...ทุกวินาทีทำร้ายฉัน


ความกลัวแล่นผ่านทุกครั้งที่ความมืดปกคลุมผืนฟ้า ในหัวมีแต่คำถามที่เคยให้ไว้กับเธอคนก่อน


‘นายจะกลับมาไหม? ...นายคิดถึงฉันอยู่บ้างรึเปล่า? ถ้าคิดถึงทำไมถึงไม่พยายามติดต่อกลับมาบ้างนะ...นายลืมกันแล้วเหรอ?’


ถ้าถลำลึกไปมากกว่านี้ฉันจะต้องลงเหลือสภาพน่าสมเพชแบบครั้งก่อนใช่ไหม มันทรมานมากจริงๆนะ ทรมานจนฉันไม่สามารถคิดว่าฉันจะกลับมายืนได้อีกครั้ง ไม่แล้ว...ฉันไม่อยากพบเจอมัน


ความอึดอัดความไม่เข้าใจที่มีถูกถาโถมใส่กันราวกับพายุหิมะที่กัดกร่อนลงจิตใจคนทั้งคู่


และใช่ ฉันตัดสินใจพูดมันออกไปเพราะความหวดกลัวของตัวเอง


...แค่ตัวเอง…


คนตัวเล็กกว่าที่เพิ่งตัดสินใจพูดบางสิ่งขบเม้มปากล่างอย่างสะกดกลั้น และยิ่งฟังคำปรามาสและเสียงร้องไห้ที่ถาโถมใส่เข้ามามันกำลังทำให้เขาเพิ่งตระหนักได้ว่า…


เขาเลือกเหตุผลจะได้เห็นแก่ตัวเหลือเกิน


นายมอบความรักทั้งหมดให้กับฉัน...ในขณะที่ฉันเลือกมอบคำบอกลาอันเกิดจากความเห็นแก่ตัวของตัวเองออกมา


ไม่มีถ้อยคำขอร้อง … มีแค่ดวงตาผิดหวังในสายตา


อา...อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นนะ...และก็ยังเป็นอีกครั้งที่ศักดิ์ศรีของฉันเลือกให้ฉันพูดย้ำคำตัดสินใจเถียงข้างๆคูๆทั้งที่ในใจรับรู้ดีว่า กำลังพ่นแต่คำเห็นแก่ตัวอย่างน่าร้ายกาจออกมา


วินาทีสุดท้ายทิฐิค้ำคอของฉันก็พาร่างตัวเองเดินออกมาโดยไม่คิดจะหันกลับไปมอง

ดวงตาเหม่อลอยที่เหม่อมองวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืน ไม่มีอะไรเข้าหัวเลยสักนิดเว้นแต่เพียงภาพความสุขเก่าๆ


ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีก่อนที่เราทักกันด้วยความบังเอิญที่ร้านดอกไม้


ฤดูใบไม้ร่วงที่ฉันเข้าใจถ่องแท้ในตัวเองแล้วว่า...ฉันได้หลงรักนายเต็มหัวใจ


และในวินาทีนี้…. ความเย็นแตะสัมผัสที่ข้างแก้มเรียกให้ดวงตาเลื่อนขึ้นมองบนผืนฟ้าเดือนมืด หยาดหิมะสีขาวโปรยปรายลงมาจนเต็มพื้นที่


ความหนาวเย็นนี้ จำได้ดีว่า…


อ้อมกอดอบอุ่นสวมทับจากด้านหลังความร้อนผ่าวแตะสัมผัสช่วงแก้มและถ้อยคำหวานยังคงพร่ำพูดไม่เคยขาดปาก ...ไม่เคยชอบคนปากหวานเลย แต่ฉันกลับชอบทุกคำที่นายพูด...ฉันรักมัน


รอยยิ้มกว้างที่ขึ้นเคยกับรอยแผลเป็นข้างแก้มที่เกิดจากความเลินเล่อของอีกฝ่ายที่จำต้องเผลอเอื้อมสัมผัสทุกครั้ง ความอุ่นวาบช่วงหางตาทุกครั้งที่ฉันเผลอร้องไห้แล้วนายมักจะปลอบฉันด้วยจุมพิตแสนอบอุ่น


ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ความเย็นมันเพิ่มมากขึ้นจากหยาดน้ำตาที่ไหลออกมาทาบทับด้วยหิมะสีขาว มือที่โอบกำดอกทานตะวันที่แห้งเหี่ยวกระชับกุมมันแน่นแล้วโอบกอดมันไว้หวังเพียงแค่อาจมีสักหนทาง...ที่จะทำให้สิ่งที่จากไปแล้วกลับคืนมา


คิดถึงดวงตาสีเทาอ่อนคู่นั้นที่ไม่เคยละสายตาไปไหน...รอยยิ้มแสนหวาน อ้อมกอดแน่นนั้น…. ที่รักนายช่างเป็นคนที่พอดีสำหรับฉัน นายเป็นคนที่ใช่ของฉัน คนแสนดีของฉัน


มันฟังดูเห็นแก่ตัวอีกแล้วแต่ฉันคิดว่า...ถ้าหากเราได้กลับไป เราได้เริ่มต้นใหม่ ฉันสัญญาว่ามันจะดีกว่านี้...ฉันจะลดทิฐิลงและเห็นแก่นายมากกว่าที่จะเห็นแก่ตัวเองแบบนี้


ถึงฉันจะพูดแบบนั้นแต่วินาทีนี้ฉันก็กำลังเห็นแก่ตัวอยู่ เห็นแก่ตัวที่กลับมาเพื่อจะพูดบางอย่างแบบนี้ แต่ฉันก็อยากทำมัน ….


ค่ำคืนแสนไร้ชีวิตชีวาพัดผ่านไปอย่างรวดเร็วในขณะที่รู้ตัวอีกทีก็เผลอกลับมาเคาะประตูห้องอีกฝ่าย ความกล้าที่ไม่เคยหลงเหลือ หรืออาจไม่เคยมีมาตั้งแต่ต้น ยิ่งยามที่ประตูถูกเปิดออกมาพร้อมร่างที่เฝ้าคิดถึงมาตลอดคืน


“ฉัน….” ไม่สามารถเงยหน้ามองสายตาที่ไร้ความรู้สึกนั่นเลยได้ แต่ก็พยายามที่จะฝืนความหวาดกลัวทั้งหมดพูดมันออกไป


รู้ว่ามันเลวร้ายที่ยังหน้าด้านกลับมายืนตรงนี้แต่นายคงไม่รู้ว่าฉันอยากย้อนเวลาแค่ไหน ...จะไม่เก็บของจะไม่ไปไหน จะไม่เอ่ยคำลาอะไร จะทำแค่กอดนายเอาไว้แน่นๆแล้วทานมื้อดึกด้วยกัน


แต่เพราะฉันทำไม่ได้ไง...และถ้าหากนายเลือกจะปิดกลั้นตัวเองจากฉันแล้วก็ไม่เป็นไรหรอก...เพราะฉันเข้าใจ


“ฉันขอโทษ...สำหรับเมื่อคืน ฉันไม่สามารถข่มตาหลับได้สักนาทีเลย รู้ไหม...อิสระที่ได้มาตลอด 6 ชั่วโมงนี้มันไม่มีค่าอะไรเลย… ฉันกลับหมดเวลาไปกับการคิดถึงเรื่องราวดีๆของเราเท่านั้น ฉันควรจะทำมันออกมาดีกว่านี้แท้ๆตอนที่มีนายอยู่ ...ฉันเฝ้าคิดถึงแต่ความผิดพลาดของฉันเมื่อคืน..เมื่อ 6 ชั่วโมงที่แล้ว ตลอดเวลาจนวินาทีนี้...ฉันขอโทษ แต่เราเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม?”


ให้โอกาสฉันได้ไหม? …


คนที่ยืนพิงประตูมองกลับมาด้วยท่าทีสงบนิ่ง ริมฝีปากขยับขึ้นเชื่องช้าท่ามกลางสายตาของคนที่เลื่อนฟังคำพูดที่ราวกับเครื่องกิโยตินประหารชีวิตนั้น


“ฉัน….”




----------------------------------------------------------------------------------


แต่งตอนจบไม่ได้ค่ะ เพราะไม่รู้คำตอบ และบางทีก็กลัวที่จะรู้ ...แต่ก็อยากรู้ บ้าจริง ...




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

131 ความคิดเห็น

  1. #123 Mylife Kuroname (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2558 / 20:50
    ทำร้ายยกันอย่างแรงงงงงงงงงงงงงงงง. ไรต์อย่างเพิ่งทิ้งให้พวกผมค้างสิ  รูเบนให้อภัยลุงเตอะอย่าเฉยใส่ลุงเลยยย ลุงเค้ากลับมาง้อแว้ววว
    #123
    0
  2. #120 RoZenKreuZ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 22:54
    อย่าทำตัวดราม่าสิครับป๋า
    เดินเข้าไปหาแล้วเขย่ารูเบนแรงๆ "ไปไหนมา ตอบ!"
    ไม่ตอบก็เลิกว้อย //เขวี้ยงดอกทานตะวันใส่หน้า
    อะไรแบบนี้ ฮือ
    ปล.คือผมภูมิต้านทานดราม่าต่ำ อ่านแล้วเครียดจนพูดจาเลอะเลือน TT
    #120
    0
  3. #118 Nook (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 16:30
    เง้อออออ ค้างค่ะ ค้างงงงงงงงงงTOT

    อยากให้ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกัน

    แล้วก็กลับมาเลิฟๆกันเหมือนเดิมอ่า งือ;A;
    #118
    0
  4. #116 rin_hankaoxing (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 12:46
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดแรงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงมรั่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย สงสารทั้งรูเบนและเซบาสเตียน ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ 

    แต่ภรรยาเขารู้ตัวว่าทำผิดไปแล้วก็ให้อภัยเขาเถอะค่ะะ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ แต่โดนเลิกไปแล้วแล้วกลับมาขอคืนดีมันก็ยากที่จะให้อภัยจริงๆนั่นแหละนะ.... ///จริงจังหนักมาก ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕
    #116
    0
  5. #115 nook natthida (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 12:26
    งือออออออออออออออออออ//ชอบมากเลยข่าจะรออ่านตอนต่อนะคะ บีบหัวใจอะไรเช่นนี้
    #115
    0
  6. #114 Zethius (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 11:12
    อย่าค้างกันแบบนี้สิค่ะ
    #114
    0