Fic The Evil Within [Ruvik x Sebastian] : You’re Mine

ตอนที่ 13 : If

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 846
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    20 ธ.ค. 57

KuFei Talk : ลงมัน 2 ตอนไปเลยทบต้นให้ที่หายไปนานพอสมควรค่ะ สืบเนื่องมาจากอยากให้ลุงเป็นฝ่ายบอกรักบ้างเลยออกมารั่วปานฉะนี้แล


xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx

 


ปืนพกในมือแทบจะแหลกสลายด้วยแรงกอบกุมที่มากขึ้นกับภาพตรงหน้า


 


เรี่ยวแรงและพลังใจที่จะหาทางออกไปจากขุมนรกนี้แทบดับลงเหมือนกับมีแม่เหล็กมหาศาลดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างออกไปจากร่าง...กระทั่งดวงวิญญาณของเขา


 


ร่างในชุดคลุมสีตุ่นขยับเข้าไปแนบชิดกับเด็กหนุ่มผมขาวที่มีท่าทางเชื่องจนน่าหมั่นไส้นั่นมากขึ้น(คำจำกัดความในหัวเซบ) จากความรู้สึกที่วิ่งตามช่วยเริ่มเปลี่ยนเป็นอยากเผลอปืนลั่นใส่กบาลเลสลี่แทน


 


“อืออ..ระ..รูวิค”  เสียงหวานที่เล็ดลอดมาจากกลีบปากร้อนนั้นดังขึ้นในความเงียบของท้องทุ่ง และนั่นยิ่งทำให้ความรู้สึกร้อนรุ่มแทรกซึมไปทั่วจิตใจของนักสืบหนุ่ม


 


มือใหญ่ยกขึ้นบีบกรามของเด็กหนุ่มที่เริ่มยกมือขึ้นโอบไหล่ราวกับโหยหาสัมผัสรุนแรงแบบนั้นมาเนิ่นนานก่อนปากทั้งคู่จะได้ทาบสนิทก็เป็นจังหวะที่เส้นความอดทนของผู้ที่(แอบ)ชมอยู่ขาดสะบั้นลง


 


มือผละปล่อยปืนพกลงบนพื้นก่อนจะคว้าลูกซองยาวจากด้านหลังมาถือแล้วยิงอัดใส่ไปทิศทางนั้นแทบไม่ต้องเล็ง


 

ปัง!! ดินปืนแตกกระจายเป็นวงกว้างทำลายบ้านไม้ใกล้สองร่างที่โอบกอดกันนั้นพังยับเยิน ฝุ่นลอยตลบคละคลุ้งไปในชั้นบรรยากาศ


 


เซบาสเตียนหอบหายใจหนักเหมือนกับเพิ่งได้ปลดปล่อยโทสะในใจออกมาก่อนจะต้องเบิกตากว้างขึ้นเมื่อควันเริ่มเจือจางลงสองร่างนั้นเหมือนมีเกราะป้องกันสีแดงอ่อนบังขึ้นมาในขณะที่ทั้งคู่ยังคงโลมเลียกันราวกับเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้น


 


สายตาที่เคยมองตรงมาทางเขาตลอดบัดนี้กลับไม่แม้แต่จะพินหันมามองเห็นจากความรู้สึกปะทุในใจเริ่มมอดลงเหลือเพียงความชาวาบไปทั้งจิตใจยิ่งเสื้อสีขาวซีดกำลังถูกถอดออกทีละชิ้นนั้นเหมือนหัวใจของเขากำลังถูกกระหน่ำแทงลงซ้ำไปซ้ำมาตรงแผลเดิม


 


เสียงหอบหายใจหนักด้วยความสุขสมดังระงมออกมานอกบาเรียที่สร้างมาเพื่อป้องกันผู้บุกรุก ร่างที่เหมือนอากาศธาตุด้านนอกเซไปยืนพิงกับโคนต้นไม้ที่ห่างออกไปกระนั้นดวงตาของเขาก็ยังจับจ้องภาพนั้นไม่วางตา


 


ปากที่เปิดอ้าขึ้นเหมือนพยายามจะเปล่งอะไรบางอย่างถูกปิดสนิทลงกับภาพบาดใจที่เริ่มพร่าเลือนไปด้วยม่านน้ำตา


 


เขากำลังเป็นอะไร?

ร้องไห้เหรอ?...เสียใจทำไมกัน…


 


ยิ่งเสียงหวานร้องระงมเรียกชื่อของอีกคนหัวใจเขาก็แทบแหลกสลาย


 


เซบาสเตียนตัดสินใจเดินหันหลังให้กับภาพตรงหน้า สองขาก้าวเดินอย่างร่างไร้วิญญาณไปตามทางรกชันที่เคยผ่านมาหวังเพียงจะหาเส้นทางอื่นให้ก้าวผ่าน


 


ถ้านี่คือทุกสิ่งทุกอย่างที่นายอยากให้ฉันค้นพบเพื่อจะทำลายทุกอย่างของฉันนายกำลังทำมันสำเร็จ...นายทำมันสำเร็จแล้ว


นายกำลังเหยียบย่ำบีบหัวใจฉันจนแหลกละเอียดด้วยมือของนาย…


ฉันไม่อาจปฏิเสธได้แล้วว่านายมีอิทธิพลกับฉันมากเหลือเกิน…

นายทำสำเร็จ...ฉันรักนาย


ฉันรักคนที่ทำลายฉัน…


 


“...รักนาย”  เสียงที่พูดขึ้นปนเสียงสะอื้นแผ่วเบาราวกับคนกำลังจะสิ้นใจ


 


“พูดอีกทีซิ” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง นักสืบหนุ่มชะงักฝีเท้าด้วยความตกใจและเพราะจำในน้ำเสียงนั้นได้ดี สองขาของเขาเลยเลือกจะออกวิ่งสุดตัวแทน


 


หมับ! ไม่ทันได้ก้าวไปไหนร่างของนักสืบก็ถูกดึงกลับมาในอ้อมกอด เซบาสเตียนพยายามดิ้นสุดแรงแต่ก็ได้รับเป็นสัมผัสกอบกุมที่มากขึ้นจนเขาแทบขาดอากาศหายใจ


 


“จะฆ่าฉันรึไง...เอาเลยสิ...มันจะได้จบๆไปสักทีฉันอยู่ในฝันร้ายนี่มานานมากพอแล้ว”  น้ำเสียงตัดพ้อดังตวาดกร้าวขึ้นขณะเอื้อมจับมือคนที่กอดรัดตนไว้ให้มาบีบตรงคอตนแทน


 


รูวิคมองนิ่งก่อนจะออกแรงบีบที่คอนั้นตามคำสั่งอย่างว่าง่ายในขณะที่ร่างนักสืบกำลังดิ้นรนต่อลมหายใจเฮือกสุดท้ายนั้นไออุ่นจากลมหายใจก็ปะทะเข้ากับปลายจมูกตามมาด้วยสัมผัสร้อนที่ทาบสนิทลงบนปาก


 



เซบาสเตียนใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักดันร่างของคนตรงหน้าออกก่อนจะก้มหน้าหอบอากาศหายใจเข้าปาดหางตาเริ่มรื้นไปด้วยน้ำตาอีกครั้ง


 



“อึก...ยะ...อย่า!”


 



รูวิคยืนมองโดยไม่พูดอะไรก่อนจะต้องลอบยิ้มกับคำพูดปนเสียงสะอื้นของอีกฝ่าย


 


“อย่าเอาปากที่ไปจูบกับใครมาจูบฉัน!...”    เซบาสเตียนตวาดออกไปขณะน้ำตานองหน้า ในวินาทีนี้เขาไม่สนใจอะไรอีกแล้ว เขาไม่พอใจ เขากำลังจะเป็นบ้าแค่เพียงภาพเหตุการณ์เมื่อครู่กำลังไหลย้อนกลับมา


 


เขาเสียสติไปแล้วแน่ๆ เขากำลังโมโหกับเรื่องบ้าบออะไรก็ไม่รู้ เขาไม่รู้สาเหตุ เขารู้แต่ว่าคนตรงหน้าเป็นตัวต้นเหตุเท่านั้น


 


ยิ่งรูวิคทำเพียงมองเขาด้วยใบหน้าราบเรียบมันก็ยิ่งทำให้เขาโมโหร่างทั้งร่างโถมเข้าไปหมายจะต่อยหากแต่ร่างสูงใหญ่ก็ขยับหลบแล้วตัดสินใจร่างที่อ่อนปวกเปียกนั่นเข้ามากอดอีกครั้ง


 


จากที่หมายมั่นจะต่อยให้หนำใจจึงเหลือเพียงยกกำปั้นที่มีแรงน้อยนิดนั่นทุบไปทีอกอีกฝ่ายอย่างระบายความรู้สึกอึดอัดในใจ


 


“อย่าเอาแขนที่ไปกอดใครมากอดฉัน...ฮึก...เอามันออกไป”


 


“ทำไมฉันจะทำไม่ได้ ในเมื่อฉันพอใจจะทำแบบนี้”   รูวิคเหยียดยิ้มออกมาแล้วโอบกอดแน่นขึ้น


 


“แล้วฉันก็จะบอกรักใครก็ได้ที่ฉันอยากบอก…”   รูวิคพูดขึ้นด้วยเสียงไม่หยี่ระในขณะที่คนในอ้อมกอดมีท่าทีแข็งขืนมากขึ้นและรูวิคเองก็เหมือนจะมีท่าทีพอใจฉายชัดออกมาก่อนจะต้องเบิกตากว้างเมื่อฝ่ามือเรียวกระแทกมาเต็มหน้าเขาแบบไม่ทันตั้งตัว


 


เซบาสเตียนตบเข้าไปที่ใบหน้าคมคายฉาดใหญ่ รูวิคเบือนใบหน้ากลับมาด้วยแววตาวาวโรจน์หมายจะสำเร็จโทษคนตรงหน้าเสียก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อท้ายทอยของเขาถูกรั้งลงมากดจูบแน่น


 


ริมฝีปากร้อนผลัดกันรุกรับอย่างไม่มีใครยอมใครจนรูวิคต้องยอมผละจูบนั้นออกมาอย่างเสียดายเเต่ก็เกรงว่าเซบาสเตียนจะขาดอากาศหายใจตายเอาซะก่อนหากยังดึงดันจะต่อ


 


ใบหน้าของนักสืบหนุ่มขึ้นสีระเรื่อกับการกระทำตนก่อนจะทอดเสียงพูดออกไปละล่ำละลั่ก


 


“ฉันจะลบรอยที่เด็กนั่นทำไว้ให้หมด…นายต้องเป็นของฉัน...แค่คนเดียว”


 


รูวิคกระตุกยิ้มยียวนก่อนจะจับแก้มเซบาสเตียนให้หันมามองหน้าชัดๆ ความนิ่งเงียบยิ่งทำให้ความอึดอัดคลืบคลานเข้ามารอบบริเวณจนคนตัวเล็กกว่าต้องเผลอหลุดพูดออกไปอย่างห้ามไม่ได้


 


“ฉัน...ฉันคิดว่า ฉันรักนาย…”   ว่าจบเซบาสเตียนก็ทำได้เพียงก้มหน้างุดพยายามหลบซ่อนใบหน้าของตนตามมาด้วยเสียงหัวเราะกังวานไปทั่วแถบบ้านร้างแล้วความอบอุ่นจากอ้อมกอดที่อีกฝ่ายเลือกจะกระชับมันอย่างอ่อนโยน


 


“พูดแบบนี้แต่แรกก็จบ...ทำตัวปากแข็งอยู่ได้”   รูวิคกระซิบเสียงเย้าแหย่เรียกให้ใบหน้าของคนที่ถูกกลั่นแกล้งมองตื่นๆ


 


“นี่นาย!...แกล้งกันเหรอ!...”


 


“จะให้พูดก็...ใช่ฉันแกล้งนาย”  ร่างสูงรับคำด้วยรอยยิ้มก่อนจะรับมือที่ตั้งท่าจะฟาดมาอีกทีไว้ทัน


 


“นายมัน…”


 



“ถ้าไม่ทำแบบนี้จะได้ฟังความจริงจากคนปากแข็งหรือ?”   ถึงแม้เลสลี่จะสมยอมไปกับเขาก็เถอะ (รูวิคละไว้ในใจ)


 


“ฉันไม่ได้ปากแข็ง…”   เซบาสเตียนกดเสียงให้ดูเข้มที่สุดกระนั้นใบหน้าคมคายก็ยังคงมีรอยยิ้มแต้มอยู่อย่างนั้น


 


“แค่ฉันไม่เคยพูดออกไปเท่านั้น…ฉันไม่ได้...”


 


“ฉันรักนายเซบ”   คำพูดตัดบทที่ทำเอาคนที่กำลังจะหาเรื่องเถียงถึงกลับสมองว่างเปล่า รูวิคขยับยิ้มแล้วหอมแก้มไปฟอดใหญ่ก่อนจะกระซิบเบาๆ


 


“ตอนนายร้องไห้น่ารักดีนะ...แต่จะน่ารักกว่านี้ถ้ามาร้องครวญครางใต้ร่างฉันน่ะนะ”



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

131 ความคิดเห็น

  1. #107 RoZenKreuZ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 มีนาคม 2558 / 01:25
    แอบเชียร์เลสลี่เล็กๆ
    แต่ยังไงป๋าเซบก็ที่ 1 ในใจผมครับ
    ฮ่าๆๆๆ ผมชอบคนอายุมากกว่า
    #107
    0
  2. #102 Farora (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 01:53
    ฮว้ากกกกก ฟินโว้ยยยย =////7/////=
    #102
    0
  3. #96 LovEHoLiC (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มีนาคม 2558 / 22:19
    อีายย!!! หวานนนนน ><
    แหมๆๆๆ รุวิคอยากให้เซบบอกักก็มิบอก แกล้งกันอยู๋ได้ //แต่ก็ดีนะ sm ดี =.,= //หื่น
    #96
    0
  4. #93 Petch Smile'le (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2557 / 17:22
    พี่คูเฟยแกล้งหนู !!!! ง่าวฟินบรรทัดสุดท้ายมากคร่า // เขินแทนเซบาสเตียน ฟกหดฟกหดฟกหดฟกหด 
    แง่ง ทิ้งระเบิดไว้ให้จิ้นอีกแล้ววววววพี่อะ 
    #93
    0