Fic The Evil Within [Ruvik x Sebastian] : You’re Mine

ตอนที่ 12 : This Time

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 946
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    19 ธ.ค. 57

KuFei Talk : เอาอันนี้รอ 3P ไปก่อนนะคะ เป็นฟิคแสนสั้น ที่โครตมั่วเลย ฮอล

 

xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx

 


เรื่องบังเอิญไม่มีจริง...ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ล้วนมีเหตุผลของมัน

การพบกันของเราก็เช่นกัน...ไม่ว่าจะเป็นเพราะลิขิตจากพระเจ้าหรือคำสาปจากซาตานก็ตามที...ฉันก็จะไม่มีวันปล่อยมือนายไปไหนหรอกนะ


 


“อืมม….”   เสียงแหบแห้งครางเบาๆในลำคอแพขนตากระพริบถี่เพื่อปรับทัศนียภาพรอบด้าน ความเฉอะแฉะไปทั่วผิวกายพร้อมทั้งไอความเย็นจากอากาศรอบด้านทำให้โสตประสาทเขารับรู้เป็นสิ่งแรก


 


เปลือย?!


 


ดวงตาสีเฮเซลรีบเลื่อนมองสภาพตัวเองก่อนจะแทบกระเด้งตัวลุกขึ้นมาแล้วก็ทรุดลงไปกองที่เดิมจากความเจ็บแปลบตรงส่วนสะโพก


 


“อึก!!....”


 


“มันฉีก”  เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลังตามมาด้วยแรงฉุดกระชากที่ทำให้ร่างที่อ่อนแรงปลิวหวือมาปะทะกับแผ่นอกกว้าง


 


“รูวิค! มันเกิดบ้าอะไรขึ้น”   คำถามถูกถกขึ้นในจังหวะที่สมองกำลังเค้นอย่างหนักเพื่อประมวลผลถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น ร่างสูงใหญ่ทำเพียงเงียบเฉยก่อนจะโอบอุ้มร่างเปลือยเปล่าแล้วพาตรงไปวางบนเตียงคนไข้ที่เขาคุ้นตาดี


 


ห้องนี้เขามักจะตื่นขึ้นมายามที่ผ่านกระจกบ้าๆนั่น


 


เซบาสเตียนฮึดฮัดพยายามจะลุกขึ้นก่อนจะทรุดลงไปอีกครั้งตามมาด้วยเสียงหัวเราะในลำคอรอยยิ้มจางฉายขึ้นมาบนใบหน้าที่มีแต่ความชิงชังนั้น


 


ภาพที่ทำให้ร่างโปร่งบางทำได้เพียงมองค้างอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา


 


“บอกว่ามันฉีก...อย่าขยับให้มาก”   รูวิคนั่งลงข้างๆส่งผลให้คนที่นั่งอยู่ก่อนบนเตียงขยับถดถอยไปด้วยความหวาดระแวง ใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยแผลกระตุกยิ้มออกแรงกวักมือเพียงนิดร่างที่ห่างออกไปก็เข้ามาสู่อ้อมกอดของเขา


 


“ก่อนหน้านี้ไม่ยักกะหนีไปไหน…”  เสียงทุ้มผ่อนลมหายใจหนักใกล้ๆใบหูแขนแข็งแรงโอบอุ้มคนตัวบางกว่าเข้ามานั่งบนตักก่อนวางใบหน้าลงบนไหล่อย่างถือวิสาสะ


 


“ทำบ้าอะไรของนาย! อุ๊บ!”  เสียงทีตะโกนโหวกเหวกถูกปิดด้วยจูบหนักหน่วงก่อนมันจะผละออกมาเหลือเพียงรอยยิ้มยียวน


 


เซบาสเตียนมองใบหน้านั้นค้างภาพในหัวเริ่มซ้อนทับเข้ามาเชื่องช้า


 


สองร่างกายที่เชื่อมต่อกันไร้ซึ่งช่องว่าง เเรงบีบคั้นจากมือหนักที่กดลึกลงบนผิวกายเปลือบเปล่าของเขา จูบแสนเร่าร้อนที่แทบทำให้ละลายคาอ้อมกอดนั้น ...ความอบอุ่นที่สอดประสานเข้ามาในตัวเขา


 


ใช่แล้ว..เขา


 


“นึกออกแล้วสินะ...แน่สิ...ครั้งแรกโดนไปตั้ง 8 รอบสมองนายคงแทบจะเป็นอัมพาตไปเลย”  เสียงหัวเราะคิกคักอย่างไม่เคยเป็นเรียกให้คนที่ถูกกอดฟึดฟัดขึ้นมาพลางพยายามดิ้นออก หากแต่คนตัใหญ่ก็กดร่างนั้นไว้ในอ้อมกอดก่อนจะกระซิบเบาๆ


 


“ฉันเคยบอกนายใช่ไหม?...ว่าฉันรู้ว่านายกลัวอะไร...หรือต้องการอะไร?”    ริมฝีปากร้อนจูบไล้ตามไหล่ที่เปลือยเปล่าลงมา


 


“อ่...อืออ”  เซบาสเตียนขยับยุกยิกพยายามหลบหนีสัมผัสหวาบหวิวแต่ยิ่งเขาดิ้นเท่าไหร่อ้อมกอดนั้นก็ยิ่งรัดแน่นมากขึ้น


 


“นายเกลียดตีนกาของตัวเองโดยเฉพาะเวลายิ้ม...มันทำให้เพื่อนร่วมงานของนายล้อเรื่องอายุ…”  


 


“งะ...เงียบนะ!”  จูบร้อนลากไปขบใบหูคนตัวเล็กเบาๆจนคนที่ถูกสัมผัสสั่นสะท้าน


 


“รอยบุ๋มตรงกลางหลังนั่นนายก็ไม่ชอบ….” มือใหญ่เลื่อนไปสัมผัสรอยบุ๋มตรงกระดูกสันหลังด้านขวาที่แทบไม่มีใครรู้ถึงการมีนั้นก่อนจะกดมันเบาๆเซบาสเตียนกัดริมฝีปากสะกดกลั้นความรู้สึกประหม่านั้นให้กดลงในใจ


 


“นายชอบให้คนลูบผมตอนกำลังจะหลับ....นายจะนอนไม่หลับเลยถ้าไม่ได้ดื่มชาเขียวก่อนนอน ต้องอุ่นที่อุณภูมิ 95 องศาเท่านั้น”  เสียงทุ้มยังคงพร่ำพูดถึงความลับของเขาที่ไม่เคยมีใครทราบแม้กระทั่งไมร่าที่เป็นภรรยานั้นต่อไป หัวใจของคนที่ถูกโอบกอดเต้นถี่ระรัวขึ้นเรื่อยๆอย่างห้ามไม่ได้


 


จะบอกว่าเขาตื้นตันใจก็ไม่แปลก...ใช่...บนโลกใบนี้จะมีใครไม่รู้สึกดีหากมีคนใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อยของเราแบบนี้...แม้จะไม่รู้เหตุผลที่รู้มันก็ตาม


 


“นายเกลียดเสียงตัวเองตอนพูดผ่านวิทยุสื่อสาร...เพราะเสียงนายมันดูแหบแห้งเหมือนคนกำลังจะตาย...นายเลยมักให้คู่หูของนายพูดรายงานสถานการณ์แทนเสมอ” รูวิกระซิบกระซาบแผ่วเบาขณะจูบไปตามสันกรามคนตัวเล็กที่เริ่มหน้าร้อนผ่าว มือใหญ่คว้าจับมือที่สั่นระริกนั้นขึ้นมาจับไว้แนบแน่น


 


“.....”   เซบาสเตียนเบือนสายตามองสบช้าๆด้วยหัวใจที่เต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก


 


“และ...นายกำลังรักฉัน”  รูวิคขยับยิ้มกว้างก่อนจะก้มลมจุมพิตคนที่มีสีหน้าเหรอหราออกมา ลิ้นร้อนชื้นสอดเข้าไปกลบปิดคำทักท้วงที่คนปากแข็งจะสรรหาออกมาเพื่อปกปิดสิ่งในใจ



 


ทั้งที่ความรู้สึกดีและหัวใจที่เต้นถี่รัวนี่ก็น่าจะเป็นการตอบมันได้แน่ชัดอยู่แล้วว่าเรื่องที่อีกฝ่ายพูดนั้นเป็นความจริง…


 


บางทีเซบาสเตียนอาจลืมไปแล้วว่าเขากำลังถูกเชื่อมต่อสมองกับรูวิคอยู่ต่อให้พูดจากปากแข็งไปยังไง รูวิคก็สามารถอ่านมันออกได้อยู่ดี…


 


เเละเขาเลือกที่จะปณิบัติทุกการกระทำให้ชัดเจนแทนส่วนที่เซบาสเตียนไม่สามารถอ่านความรู้สึกเขาได้ว่าเขารู้สึกกับคนตรงหน้าอย่างไร


 


ยังไงเสีย...เขามันก็พวกการกระทำสำคัญกว่าคำพูดนี่นะ...ถึงแม้ว่าวิธีแสดงออกถึงคำว่ารักของเขามันจะประหลาดไปเสียหน่อย เซบาสเตียนอาจจะถูกทรมานจนแทบขาดใจไปเลยก็ได้ แต่เชื่อเถอะ...นั่นเขาก็รู้อีกนั่นแหละว่าเซบาสเตียนชอบมัน


 


ดูจากเสียงขอร้องยามที่เขาแกล้งปณิบัติภารกิจเชื่องช้าลงนั่นก็พอเข้าใจได้ทันทีว่าพวกเขาเกิดมาเพื่อคู่กัน


 


เขามันสาย S ตัวพ่อต้องมาเจอกับสาย M ตัวพ่ออย่างเซบาสเตียน การที่ได้มาเจอกันมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ


 


เขาเชื่อแบบนั้น...และจะยังคงเชื่อมันตลอดไป


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

131 ความคิดเห็น

  1. #97 นักเวทย์ปีศาจ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มีนาคม 2558 / 23:22
    เซบเป็นสาย M เราเชื่อ!

    กิ่งทองใบหยกกันชัดๆคู่นี้
    #97
    0
  2. #92 .•:*´Lenna`*:•. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2557 / 00:28
    เดี๋ยวนะ ไอ M ตัวพ่อกับ S ตัวพ่อนั่นมันอัลไลลล 55555+

    เซบจังเป็น M รึนี่ มิน่าโดนกระทำ(วาร์ปไปตกนู่นตกนี่)กี่ทีๆก็ไม่สะเทือน //ผิด #โดนตรบบ
    #92
    0