Tallest Man Shortest Woman จะสูงหรือเตี้ยก็รักนะ

ตอนที่ 3 : Cm : 02 ไหนล่ะ!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,602
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    10 มี.ค. 60

Tallest Man Shortest Woman

จะสูงหรือเตี้ยก็รักนะ

Cm : 02 ไหนล่ะ!



วันต่อมาและต่อๆ มา ฉันยังคงโดนทรานซ์แกล้งอยู่เป็นนิจ ความสูงของฉันมันมีอะไรให้น่าแกล้งกันนะ คิดว่าสูงกว่าแล้วจะแกล้งฉันได้ไปตลอดงั้นหรอ เหอะ...อย่าให้ฉันคิดแผนแกล้งนายได้ก็แล้วกัน!

ทรานซ์นั่งดีดกีต้าร์ตั้งวงร้องเพลงอยู่ตรงทางเดินกับเพื่อนสมาคมเกรียน สมกับเป็นคณะกรรมการนักเรียนที่ไม่ต่างอะไรไปจากพวกทำผิดกฎเลยสักนิด ไม่มีใครร้องเรียนเรื่องพวกนี้เลยหรอ? แต่ก็นะพวกเขาได้เป็นคณะกรรมการนักเรียนเข้าปีที่สามแล้วด้วย ไม่อยากจะเชื่อเลยทำไมใครหลายคนถึงได้โหวตให้พวกนี้เข้ามาทำงานในคณะกรรมการและน่าแปลกตรงที่ว่าพวกเขาเอาเวลาไหนไปทำผลงาน? ตอนแรกก็ไม่สงสัยหรอกนะแต่พอโดนทรานซ์แกล้งทุกวี่ทุกวันมันเลยสงสัยขึ้นมาว่า หมอนี่ว่างมากเลยหรออะไรประมาณนั้น

ลูกสาวทรานซ์จะไปไหนน่ะ อ๋อไปหาพ่อหรอ

พ่ออยู่โน่นแน่ะ

เออ...ถ้าฉันมีพ่อแบบทรานซ์ล่ะก็ คำถามแรกที่ฉันอยากจะบอกเลยก็คือ ทำไมฉันถึงไม่สูงเหมือนพ่อล่ะและมันคือความซวยของฉันที่ทรานซ์ดันหูดีและสายตาดีเกิน เขาเงยหน้าขึ้นมามองฉันและกวักมือเรียกให้เข้าไปหา ฉันหันหน้าหนีทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นและพยายามเดินหนี

ไม่เห็น ไม่ได้ยิน โลกนี้มีเพียงฉัน

หยิ่งหรอ!

ว้าย!” ฉันสะดุ้งไม่ใช่เพราะตกใจแต่เป็นเพราะคนที่ทักฉันกำลังยกตัวฉันลอยจากพื้นและสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเท้าของฉันแกว่งไปมา ปล่อยฉันลงนะ!

ทำเป็นไม่เห็นพ่อหรอ ทำไมลูกเป็นคนแบบนี้

ขันติไว้ ขันติ มะหมี่ขันติไว้ลูก ใจเย็นๆ

เงียบแบบนี้...หรือว่าจะโกรธแล้ว

ไม่โกรธหรอกแค่รู้สึกตายด้าน

ถึกมากสมแล้วที่เป็นลูกของฉันเขาวางฉันลงและหมุนตัวฉันให้หันมามองหน้าเขา เป็นเด็กดีมากพ่อจะให้ลูกอมนะทรานซ์พูดและยื่นของบางอย่างมาให้ฉันและดูเหมือนว่ามันจะเป็นลูกอม

ฉันรับลูกอมจากมือของเขามาและจ้องมันสักพัก...อืม...นี่มันกระดาษห่อลูกอม...หรือจะเรียกว่าตอนนี้มันกลายเป็นขยะไปแล้วล่ะ

ปามันทิ้งเลย!

ฟิ้ว!

อย่าทิ้งแบบนี้สิพ่ออุตส่าห์เก็บไว้ให้ลูกเชียวนะ!

เก็บไว้!? เก็บไว้ให้ฝากทิ้งน่ะสิอีตาบ้า พ่อแบบนี้ฉันขอไม่มีดีกว่า!” ถ้าโจมตีที่สูงไม่ได้ก็ต้องข้างล่างนี่ล่ะ ฉันหันหน้าหาเป้าหมายและทำการยกฝ่าเท้าขึ้นมาแล้วเหยียบไปที่เท้าของทรานซ์เต็มแรง

โอ๊ย!

เป็นพ่อไม่ใช่หรอเจอแค่นี้ต้องไม่ร้องสิ!

ก็เธอเหยียบฉันมาเต็มแรงแบบนี้ใครจะไม่ร้องเล่า หว่ารอยรองเท้าเธอนี่มัน...ไปเดินที่ไหนมาถึงได้สกปรกอย่างนี้!?

แล้วเป็นพ่อภาษาอะไรทำไมไม่ดูแลลูกล่ะ!?

เฮ้ๆ พ่อก็ต้องมีเวลาว่างของพ่อบ้างสิ

อ๋อหรอ!?

ฉันกับทรานซ์ยืนจ้องหน้ากันโดยที่ไม่มีใครยอมใคร ถ้าใครหลบก่อนคนนั้นแพ้ หมอนั่นต้องคิดแบบนี้แน่ๆ แต่ตอนนี้ฉันปวดคอ!

เป็นลูกที่สอนแล้วไม่จำเลยจริงๆทรานซ์ยืนเท้าเอวทำฮึดอัดใส่ เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ที่ผ่านไปผ่านมาได้เป็นอย่างดี

เป็นพ่อที่ไร้ความรับผิดชอบจริงๆฉันตอกกลับอย่างมั่นใจ และแน่นอนว่าทำให้ทรานซ์ไม่พอใจทำหน้าบึ้งตึงใส่ฉัน

เถียงกันเอาจริงเอาจังแบบนี้...ไม่เป็นแฟนกันซะเลยล่ะเชนพูดด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายและหาวหวอดออกมา นี่คือสีหน้าของประธานนักเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์นะคะ ดูหน้าหมอนี่ไว้นะ

เชน แกอย่าพูดอะไรน่ากลัวแบบนั้นสิ

เฮอะ เป็นแฟนไททันแบบนี้น่ะหรอไม่เอาหรอก

ทรานซ์กับฉันก็หันมาจ้องหน้ากัน และมันไม่ใช่เพราะสิเน่หาแต่อย่างใด

มะหมี่เธอไม่ชอบคนสูงหรอ” ชาถามฉันและชี้ไปที่พวกเขา...เจ้าพวกเสาไฟฟ้า

สูงหรือเตี้ยน่ะไม่สนหรอก แต่ถ้านายหมายถึงหมอนี่ล่ะก็...มันอยู่ที่จิตใต้สำนึก!

ฟังดูแล้วเหมือนฉันจะเป็นคนเลวมากเลยว่ะทรานซ์ยกมือขึ้นลูบคางของเขาและหันไปบอกกับเพื่อนสนิทอย่างเชนที่ทำหน้าเบื่อหน่าย

ก็เลวมาแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่

เพราะอยู่กับแกนั่นแหละไอ้เชน แกนั่นแหละที่ต้องปรับปรุงตัว เอกสารไปเคลียร์หมดรึยัง!

เอ่อ ตอนนี้พักไม่ขอคุยเรื่องงาน

ฉันค่อยๆ ใช้วิชาพลางตัวออกมาอย่างแนบเนียนในขณะที่ทรานซ์หันไปเสวนาตบตีชกต่อยกับเชนประสาเพื่อนซี้ ถ้าจะให้เถียงกับทรานซ์แบบนี้ต่อมีหวังโดนล้อจนเถียงไม่ขึ้นแน่

สามวันผ่านมาไวเหมือนโกหกวันนี้คือวันอาทิตย์มันออกจะเป็นวันนี้พิเศษหน่อยไม่ใช่เพราะว่าโดนทรานซ์แกล้งนะ แต่เพราะว่าฉันเป็นไข้และดันมาเป็นวันอาทิตย์ที่นัดกับอีตาบ้าทรานซ์ว่าจะไปหาข้อมูลทำรายงานด้วยกันน่ะสิ จะโทรไปเลื่อนนัดก็ทำไม่ได้เพราะฉันไม่มีเบอร์มือถือของเขา ถ้าไม่ไปตามนัดก็ดูไม่ดี ฉันเลยต้องแบกสังขารมาหาทรานซ์ถึงหอสมุดแห่งชาติตั้งแต่แปดโมงเช้านี่ล่ะ ไหนๆ ก็มาแล้ว รีบหาข้อมูลให้มันเสร็จๆ ไปแล้วกัน

ฉันเดินเตาะแตะไปเรื่อยๆ หาหนังสือที่วางเรียงตามชั้นวางหนังสือโดยมีทรานซ์เดินตามมาอย่างสงบเสงี่ยมท่ามกลางความสงบที่หาไม่ได้แล้วในห้องสมุดแห่งนี้

เป็นอะไรน่ะไม่ได้กินข้าวเช้ามาหรอ?”

เรื่องของฉัน...หยิบเล่มนั้นให้หน่อยฉันชี้นิ้วไปที่หนังสือที่อยู่ชั้นบนสุดของชั้นวางและทรานซ์ก็เอื้อมไปหยิบมาให้ฉันอย่างง่ายดาย เล่มนั้นด้วย

เอ้า

เขายื่นอีกเล่มมาให้ฉัน ฉันรับมาแล้วเดินหาเล่มอื่นที่พอจะมีประโยชน์ต่อ

ไม่ขอบคุณกันหน่อยหรอ

ไม่ล่ะ นายแทบไม่ทำอะไรเลยฉันเลยไม่รู้ว่าจะขอบคุณนายไปทำไม

เฮ้อ ใจร้ายชะมัด...เอาเล่มนั้นมั้ยน่าจะมีประโยชน์นะ

หยิบมาสิ

นึกว่าเธอจะหยิบเองซะอีก

เหอะ!

โห พี่ทรานซ์คะสูงแบบนั้นฉันจะหยิบยังไงล่ะคะ ทรานซ์อมยิ้มและฮัมเพลงเบาๆ และเอื้อมมือขึ้นไปหยิบหนังสือที่ชั้นวางออกมา งั้นเดี๋ยวฉันจะโชว์เทพให้ดู ฉันเบียดตัวผ่านช่องแคบระหว่างชั้นหนังสือและตัวของทรานซ์เพื่อเดินไปดูหนังสือที่อยู่อีกด้านหนึ่ง

ปึก!

เฮ้ย!!

เสียงของทรานซ์คือเสียงสุดท้ายที่ฉันได้ยินหลังจากที่ฉันหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาและหลังจากนั้นทุกอย่างก็...หายไปหมดเลย

“อืม...”

ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาในห้องที่ไม่คุ้นเคย เพดานห้องสีฟ้าทำให้ฉันรู้สึกสบายตาแต่แสงไฟในห้องทำให้ฉันต้องหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อปรับสภาพสายตา สิ่งที่ฉันเห็นถัดมาก็คือโต๊ะทำงาน ตู้หนังสือ ข้าวของเครื่องใช้ในห้องที่ดูเรียบง่ายและเรียบร้อยมาก มันคือสิ่งที่ยืนยันได้ว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องสมุด และไม่ใช่ห้องของฉัน

ฟื้นแล้ว เธอคิดจะทำให้ฉันหัวใจวายรึไงกันเสียงผู้ชายคนหนึ่งพูด เขาก็โน้มตัวลงมาเพื่อมองหน้าฉัน เขาคือทรานซ์ หลังจากนั้นเขาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา ทำไมไม่บอกล่ะว่าเป็นไข้ เธอบ้ารึไงแทนที่จะนอนพักอยู่บ้าน

แล้วที่นี่ที่ไหนฉันยกมือขึ้นทาบศีรษะของตัวเอง

ห้องฉันเอง

ฮะ!? ห้องนายหรอ ทำไมฉันถึงมาอยู่ห้องนายล่ะ!” ฉันรีบหันไปตะโกนใส่หน้านายทรานซ์ตัวสูงที่ยิ้มแฉ่ง

ฉันตกใจนี่ก็เลยอุ้มเธอกลับบ้านเลย โชคดีแค่ไหนที่ฉันมีสติ

นี่ขนาดฉันโชคดีที่นายตกใจแค่นี้ แล้วถ้าเกิดว่าฉันโชคร้ายขึ้นมานายไม่ส่งฉันไปห้องดับจิตเลยหรอ?

นายพาฉันมาได้ยังไงเนี่ย แล้วหอสมุดนั่นมันอยู่ใกล้บ้านนายหรอ

เปล่า แถวนั้นมันไม่มีโรงพยาบาลนี่แล้วบ้านฉันก็น่าจะใกล้กว่าด้วยเลยพามาที่บ้านเลยง่ายดี

หมอนี่!! เฮ้อ...ช่างมันเถอะ ฉันไม่มีแรงมาเถียงกับอีตาไททันตัวสูงคนนี้แล้ว อีกอย่างที่นอนของเขาก็นุ่มดีนะ

“แล้วไปทำอะไรมาถึงได้เป็นไข้สูงขนาดนี้ อีกอย่างถ้ารู้ว่าตัวเองไม่สบายทำไมถึงไม่นอนพักอยู่ที่บ้านล่ะ” ทรานซ์พูดพร้อมกับยกเก้าอี้มานั่งข้างเตียงฉัน ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้ดูอารมณ์เสียแปลกๆ หรือว่าฉันจะคิดไปเอง

“ก็...ฉัน...”

แกรก

ประตูห้องของทรานซ์ถูกเปิดออกมาพร้อมกับผู้มาเยือนแปลกหน้า ผู้หญิงตัวสูงราวนางแบบสุดเซ็กซี่ ผมสีบลอนด์ทอง ดวงตาสีฟ้า ใบหน้าเรียวสวย จมูกโด่ง ริมฝีปากเซ็กซี่สีแดงแปร๊ด ผิวสีน้ำผึ้ง ในชุดสูทสีดำกระโปรงสั้นเหนือเข่าผ่าข้างในมาดบิสิเนสวูเมน สวมรองเท้าส้นเข็มสูงไม่ต่ำกว่าสี่นิ้วเดินเข้ามาในห้องของทรานซ์อย่างมั่นใจจะใช้หางตาของเธอมองฉัน

รู้สึกตัวแล้วหรอ

ฉันพยักหน้าหงิกๆ ด้วยความกลัว ผู้หญิงสุดสวยมาดมั่นแล้วยังเซ็กซี่หน้าอกตูมขนาดนี้เป็นใครกันแถมยังเข้ามาในห้องของทรานซ์อีกด้วยหรือว่าจะเป็นแฟนของทรานซ์...เขาชอบคนอายุมากกว่าหรอถ้าอย่างนั้นเรื่องที่เพื่อนสนิททั้งสองคนของฉันบอกมาจะเป็นความจริงก็ได้ ที่บ้านของทรานซ์จนแล้วเขาต้องเลี้ยงดูน้องๆ ของเขาอีก...เขาเลยกลายเป็นเด็กของพวกคุณนายไฮโซงั้นหรอ ทรานซ์...ทำไมนายเป็นคนแบบนี้!

ฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังจินตนาการอะไรอยู่แต่มันต้องเป็นเรื่องที่ไม่ดีเลยใช่มั้ย

ใช่...ไม่คิดเลยว่านายจะเป็นคนแบบนี้นะ

อืม งั้นก็ดีเลย เธอยังคงไม่รู้สินะถ้างั้นฉันจะแนะนำให้เธอรู้จัก

เขาหัวเราะและยืนขึ้นเทียบกับผู้หญิงที่เดินเข้ามา แขนของเขาพาดวางบนไหล่ของผู้หญิงสุดเซ็กซี่ทันใดนั้นเองริมฝีปากของทรานซ์ก็จุ๊บที่แก้มของเธอ!

ฉันอ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูก เขินแทนผู้หญิงสุดเซ็กซี่คนนั้นมากเลยแถมเขายังใช้ปลายจมูกโด่งๆ ไซร้ที่ข้างแก้มของเธอด้วย!

ผู้หญิงคนนี้

แฟนของนายใช่มั้ย!?

ทรานซ์เลื่อนมือลงมาโอวที่เอวของผู้หญิงคนนั้น เธอเชิดหน้าขึ้นและมองฉันด้วยหางตาอย่างเหนือกว่าและในตอนนั้นเองที่ทรานซ์เผยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ออกมา

แม่ฉันเอง ฮ่าๆๆ

ฮึ!! ฉันสวยใช่มั้ยล่ะฮ่าๆๆ

เอ๊ะ...ทรานซ์กับ...แม่? ของเขาหัวเราะเป็นเสียงเดียวกันทั้งท่าทางและวิธีการหัวเราะช่างเหมือนกันอย่างกับแกะ แต่ผู้หญิงคนนี้เป็นชาวต่างชาตินะ ทรานซ์เป็นลูกครึ่งหรอ!? ฉันแอบคิดมาตลอดเลยว่าที่เขาหล่อแบบนี้เพราะไปศัลยกรรมมา ที่แท้ก็ได้จมูกมาจากคุณแม่นี่เอง...เหมือนกันเด๊ะเลย

เจ้าลูกชายของฉันไปเก็บเด็กประถมมาจากที่ไหนกันนะ

เด็กประถม!?

ในหอสมุดน่ะ อยู่ๆ ก็อยากจะกระโดดขึ้นมาซะงั้นเลยโหม่งกับชั้นหนังสือแล้วก็สลบไปเลยล่ะ ฮ่าๆๆ

โฮ่ ชักอยากจะเห็นแล้วสิ ดูเหมือนไข้จะลดแล้วนะแต่ถ้ายังเดินไม่ไหวก็ไม่เป็นไร ทรานซ์ไปจัดข้าวมาให้เพื่อนสิ

ยัยนี่เดินไหว!” ทรานซ์พูดเสียงดังฟังชัดจนแก้วหูฉันแทบแตก ขี้เกียจไปเอาข้าวมาให้ฉันกินก็บอกเถอะ

งั้นก็ลงไปทานด้วยกันข้างล่างแล้วกันนะ ทรานซ์ไปทำข้าวเย็นซะ

อ้าว...วันนี้ไม่ใช่เวรทรานซ์นะ!

ยัยหนูคนนี้เพื่อนลูกนี่ ก็ไปทำให้ส่วนของเด็กคนนี้ซะสิ

เธอไม่ต้องกินหรอกเนอะ เดี๋ยวอ้วนเขารีบหันมามองหน้าฉันแล้วขยิบตาสองสามที เสียใจด้วยนะฉันไม่ยอมทำตามความคิดในสมองของนายหรอก

ฉันหิวมากเลยล่ะ

“ชิ ผู้หญิงสมัยนี้ใจร้ายกันชะมัด

ทรานซ์เดินหน้าบึ้งออกไปจากห้องและฉันก็ถูกทิ้งให้นอนพักอยู่ในห้องของเขา หลังจากนั้นไม่นานก็มีผู้ชายกับผู้หญิงคู่หนึ่งเปิดประตูห้องของทรานซ์ทว่าทั้งคู่กลับไม่เข้ามาในห้องแต่ยืนหลังอยู่ที่ด้านหลังของประตูและกำลังมองเข้ามาในห้องอย่างลับๆ ล่อๆ

ผู้หญิงล่ะ พี่ทรานซ์พาผู้หญิงเข้าบ้านล่ะ

เป็นเพื่อนของพี่ทรานซ์หรอ ทำไมดูตัวเล็กจังเลย

นั่นสิ ท่าทางเตี้ยจังเนอะ

ฟังแล้วอยากกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราจังเลย

คุณแม่ของทรานซ์มาปลุกฉันตอนราวๆ ทุ่มครึ่ง ฉันลุกออกจากเตียงนอนของทรานซ์ นั่นทำให้ฉันได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างในห้องของเขา ตุ๊กตาหมีเอย ของเล่นบั่นทอนปัญญาเอย...ที่แท้ก็เป็นคนแบบนี้นี่เอง แต่ห้องของเขาดูเรียบร้อยกว่าที่ฉันคิดเอาไว้อีก ไม่อยากเชื่อเลยว่านี่ห้องของผู้ชาย...อย่างทรานซ์

ชั้นล่างของบ้านเป็นห้องนั่งเล่นและห้องครัว เท่าที่ฉันเห็นนะและตอนนี้โต๊ะอาหารเองก็กำลังถูกจัดวางด้วยอาหารมากมายที่ฉันไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน นี่มันงานเลี้ยงอะไรรึเปล่าทรานซ์ยังคงวุ่นอยู่ในครัวโดยมีเด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายที่แอบดูฉันตอนที่นอนในห้องของทรานซ์คอยช่วยอยู่ด้วย

ทรานซ์ใส่ผ้ากันเปื้อนหรอ...อืม...อย่าหัวเราะเลยนะมะหมี่ เขาเดินมาจัดโต๊ะอาหารที่มีผู้ชายสองคนและผู้หญิงอีกหนึ่งคนนั่งอยู่ และเมื่อทรานซ์เห็นฉันเขาก็กวักมือเรียก

อ้อใช่ ลืมแนะนำให้รู้จัก นี่มะหมี่ ลูกสาวทรานซ์เองเขายืดอกขึ้นและเอามือวางบนศีรษะของฉัน แค่การกระทำสุดเบสิกของเขาก็ทำให้ทุกคนหัวเราะกันออกมาเสียงดังลั่น โอ้ อายจริงๆ ค่ะ ส่วนนี่พี่ชายคนโต นั่นพี่สาวแล้วก็สามคนนั้นน้องชายกับน้องสาวของฉันเอง อ้อ นี่พ่อกับแม่ฉัน

ไม่ต้องบอกฉันก็พอจะเดาออกนะ เดี๋ยวก่อนแต่ฉันก็ต้องมีมารยาทใช่มั้ยล่ะ

สวัสดีค่ะ ขอโทษด้วยนะคะที่มารบกวน

ตามสบายเถอะบ้านนี้ไม่ค่อยต้อนรับคนอยู่แล้ว นานๆ มีคนแวะเวียนมาเยี่ยมทีก็ดีเหมือนกันนะ

ปกติต้อนรับแต่พวกสัตว์ป่าน่ะ”

พวกเขาค่อนข้างเป็นกันเองมากซะจนฉันตกใจ ส่วนพวก สัตว์ป่าที่ว่านั้นคงจะเป็นเพื่อนๆ ของทรานซ์ล่ะมั้ง

ทรานซ์ๆฉันสะกิดเขาและพูดเสียงเบา ฉันลืมติดต่อที่บ้านเรื่องที่มาบ้านนาย

ไม่ต้องห่วงหรอกเรื่องนั้นแม่ฉันจัดการให้แล้วล่ะ ขอโทษด้วยนะที่รื้อของในกระเป๋าเธอโดยพลการทรานซ์ยกมือขึ้นมาข้างหนังแล้วก้มหัวเล็กน้อย

ขอบคุณมากเลยนะคะฉันยกมือไหว้แม่ของทรานซ์ เธอเป็นสาวสวยที่ช่วยชีวิตฉันจริงๆ เธอยิ้มตอบฉันและหลังจากนั้นก็หันไปอมยิ้มหัวเราะคิกคักเงียบๆ คนเดียว ทำยังไงดีล่ะฉันเห็นภาพสีหน้าของนายทรานซ์ซ้อนขึ้นมาบนใบหน้าของคุณแม่ของเขาล่ะ

นี่ๆ พี่มะหมี่สูงเท่าไหร่หรอ

ฉันแทบช็อก ไข้แทบขึ้น ไมเกรนเซย์ฮัลโหล ทำไมเด็กสมัยนี้ถึงได้ถามคำถามอะไรที่มันเสียดแทงหัวใจกันแบบนี้

ไปถามอะไรแบบนั้นล่ะทรานซ์ดุพวกน้องๆ ของเขาและยกมือขึ้นป้องปากกระซิบกระซาบกับน้องๆ ของเขา ยัยนี่สูง 145 ล่ะ

โห...

ตัวก็เล็กเหมือนเด็กเลย อายุเท่าพี่ทรานซ์จริงๆ หรอ

ถ้าจะกระซิบกันแบบนั้นอย่าทำเลยนะขอร้องมันเจ็บปวด...

นี่ๆ ตอนประถมพี่มะหมี่สูงเท่าไหร่หรอ

เท่านี้ล่ะ...

ระหว่างที่นั่งรอทรานซ์เตรียมอาหารเย็นฉันก็นั่งคุยเรื่อยเปื่อยกับน้องๆ ทั้งสามคนของทรานซ์ที่ค่อนข้างซน ส่วนพี่ชายกับพี่สาวของเขาก็ชวนคุยบ้างเรื่องเรียนกับเรื่องของทรานซ์เลยมักจะมีเสียงตะโกนโววายออกมาจากห้องครัวอยู่บ่อยครั้ง

และแล้วอาหารของฉันก็ถูกเสิร์ฟลงตรงหน้า ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่มั้ยฮะ ทำไมมันถึงเยอะแบบนี้ล่ะ เนื้อ นม ไข่ ผัก วิตามิน มาครบเลย แถมหน้าตาและกลิ่นหอมของอาหารแต่ละอย่างก็น่าทานมากด้วย ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับคนที่มาเสิร์ฟอาหารมื้อเย็นให้ฉัน ทรานซ์ยิ้มแล้วทำหน้างงสักพักเขาก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาต้องตอบความสงสัยของฉัน

กินเยอะๆ จะได้โตไวๆ แล้วต้องกินแต่ของมีประโยชน์ เธอตัวผอมกว่าฉันเยอะเพราะฉะนั้นต้องกินเยอะกว่าฉันจะได้อ้วนๆ

ไม่ ฉันไม่อยากอ้วน”

ทรานซ์แกนี่มันไม่ไหวเลยพี่ชายคนโตของบ้านพูดและยกจานสลัดจานใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าฉันมาวางไว้ที่กลางโต๊ะแทน เยอะแบบนี้กินคนเดียวไม่หมดหรอกจริงมั้ย” เขายิ้มให้ฉัน ฉันรีบพยักหน้าตอบ

หนูขอ

ผมด้วย

สองพี่น้องไซส์เดียวกันเข้ามารุมพี่ชายคนโตแทน ทำให้ทรานซ์ต้องออกตัวเป็นคนห้ามปราบน้องๆ ทั้งหลาย

เฮ้ๆ เอะอะโวยวายอะไรกัน ไอ้พวกเตี้ยทั้งหลาย เงียบๆ กันหน่อยได้มั้ย

ฉันเงียบแล้วนะ

ทุกคนเงียบกริบ อ๊ะ...แย่ล่ะ ดันเผลอตอบสนองกับคำว่า เตี้ยซะงั้นทุกคนที่อยู่ร่วมโต๊ะอาหารหันมามองฉันด้วยสีหน้าอึ้งทึ้งและหลังจากนั้นก็มาอีหรอบเดิม

ฮ่าๆๆ

เพื่อนแกเนี่ยตลกชะมัดเลยทรานซ์

ใช่มั้ยๆ ฮ่าๆๆ

หัวเราะกันดังลั่นบ้านเป็นเสียงเดียวกันเลย ฉันเป็นตัวตลกของบ้านนี้แล้วสินะ จะว่าไปแล้วบ้านนี้...พี่ของทรานซ์ทั้งสองคนก็ตาสีฟ้า น้องอีกสองคนของทรานซ์ก็ตาสีฟ้า มีแค่คนเล็กที่ตาสีดำแล้วก็ทรานซ์ สงสัยจังเลยแฮะ

ทำไมตาของทรานซ์ไม่เป็นสีฟ้าแบบคุณแม่ล่ะ?”

อ๋อ เรื่องนั้นน่ะหรอเขาลงมานั่งเก้าอี้ข้างฉัน แต่ไม่ทันที่เขาจะได้ตอบ

ทรานซ์เป็นลูกเมียน้อยน่ะคุณแม่ของทรานซ์ก็ชิงพูดขึ้นมาซะก่อน

พรวด!!

ค่อกๆๆ

คุณพ่อของทรานซ์ที่นั่งหัวโต๊ะถึงกับสำลักน้ำ ส่วนทรานซ์ถึงกับไปไม่ถูกอ้าปากพะงาบมองหน้าคุณพ่อกับคุณแม่สลับกัน

ทำไมแม่พูดแบบนี้ล่ะ!

นั่นสิ ฉันไม่เคยมีเมียน้อยนะ!

แล้วทำไมพ่อถึงทำตัวแบบนี้ล่ะ!

เฮ้ย อย่ามาโทษกันแบบนี้สิ บอกว่าไม่ใช่ไงเล่า ฉันนี่ไงตาสีดำ ดูสิ ดู!

ไม่จริง ไม่ได้แอบไปมีบ้านเล็กบ้านน้อยใช่มั้ยทรานซ์ยังคงไม่เลิกโวยวายใส่คุณพ่อของเขา ทว่าคุณพ่อของทรานซ์ก็กระแอมไอออกมาและมองหน้าคุณแม่ของทรานซ์ก่อนจะพูดขึ้นมาเป็นเสียงเดียวกัน

ไม่หรอก จริงๆ แล้วพวกเราเก็บทรานซ์มาเลี้ยง

เฮ้ย!?” คนตัวสูงเริ่มสีหน้าไม่ดี

โฮ่ เปิดเผยความลับที่ปกปิดมาตั้งยี่สิบเอ็ดปีเอาวันนี้น่ะหรอ

พี่เทนส์!

แกก็รับมุกหนักไปแล้วไอ้ทรานซ์ คนทั้งบ้านเขาล้อแกเล่นยังไม่รู้ตัวอีกหรอพี่สาวของทรานซ์พูดพลางเทน้ำใส่แก้วแล้วคอยส่งให้กับทุกคนรวมถึงฉันด้วย

ล้อเล่นได้แต่ถ้าเรื่องจริง ทรานซ์จะหนีออกจากบ้านเขาพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

ถ้าจะหนีออกจากบ้านล่ะก็ห้ามขนของใช้ในบ้านไปนะ

ใจร้าย!

ฉันไม่น่าเปิดประเด็นนี้กลางวงโต๊ะอาหารเลยแหะ แต่บรรยากาศบ้านนี้ดูอบอุ่นครึกครื้นกันดีจัง

หลังจากทานอาหารเสร็จทรานซ์ก็ต้องรับจ็อบเก็บโต๊ะอาหารและล้างจาน ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าทรานซ์จะเป็นคนว่านอนสอนง่ายขนาดนี้ ใช้ให้ทำอะไรก็ทำ ในระหว่างที่เขากำลังเช็ดเคาน์เตอร์ เขาก็หันมามองหน้าฉัน

ฉันลืมเธอไปซะสนิทเลยงั้นเดี๋ยวฉันไปส่งที่บ้านแล้วกันเขาเช็ดมือและถอดผ้ากันเปื้อนออกแขวนไว้กับราวไม้ในห้องครัว

มันดึกแล้วนะทรานซ์ให้มะหมี่พักที่นี่ก็ได้” คุณแม่ของทรานซ์บอก

“ไม่ดีกว่าค่ะ หนูเกรงใจ

ไม่ต้องเกรงใจหรอก คืนนี้ก็นอนที่ห้องของทรานซ์ก็ได้ ส่วนลูกก็...ไปหาที่ว่างๆ กางเต้นท์นอนที่สวนหน้าบ้านแล้วกัน อ้อ แล้วก็อย่าทำหญ้าตายล่ะ”

ใจคอคิดจะให้ลูกตัวเองไปแอดเวนเจอร์ขนาดนั้นเลยหรอ!?

โรงเก็บรถล่ะ

ไม่เอาหรอกยุงเยอะจะตาย ถ้าโดนกัดแล้วเป็นไข้เลือดออกขึ้นมาทำยังไง

เรื่องมากยิ่งกว่าผู้หญิงซะอีก หนังหนาขนาดนี้ยุงเจาะไม่เข้าหรอ

จะผู้หญิงหรือผู้ชายก็ไม่เกี่ยวหรอกแม่ มีบ้านให้นอนดันไล่ไปนอนสวน ลูกเสียใจนะ

โตเป็นหมีป่าแล้วยังจะมาเสียจงเสียใจอีก

หมีป่า...หรอ

ทรานซ์ไม่เอานะ” เขาเริ่มทำเสียงออดอ้อนพร้อมกับทำหน้าตาน่าสงสาร

ไม่ต้องมาเรียกตัวเองด้วยชื่อเลย จะอ้อนหรอ ฮึ! เปล่าประโยชน์ เต้นท์อยู่ในห้องเก็บของไปรื้อหาเอาเองแม่ของทรานซ์ชี้นิ้วโป้งไปที่ด้านหลังของเธอพร้อมกับยิ้มที่มุมปากอย่างมีชัย

เป็นไรหรอกค่ะ หนูกลับบ้านดีกว่า มาค้างแบบนี้รู้สึกเกรงใจ

ไม่เป็นไร เธอไปนอนในห้องฉันนั่นแหละ ฉันไปกางเต้นท์นอนนอกบ้านได้ทรานซ์เดินกระฟัดกระเฟียดทำแก้มตุ่ยบ่นพึมพำเดินไปที่ห้องเก็บของที่อยู่ใต้บันใด ไม่นานนักเขาก็หยิบผ้าใบกับท่อนเหล็กออกมาแล้วเดินออกไปนอกบ้าน

ลูกผู้ชายต้องอย่างนี้สิ

แต่แบบนี้ก็เกินไปหน่อยแฮะ

“พี่มะหมี่ๆ มาเล่นกันสามพี่น้องของทรานซ์ (ที่ตัวสูงกว่าฉันมาก) เดินมาเกาะแข้งแกะขาฉัน แต่คุณแม่ของทรานซ์ก็เข้ามาห้ามปรามเอาไว้ก่อน

ไม่ได้ๆ มะหมี่ไม่สบายอยู่ แล้วพวกเรามีการบ้านรึเปล่า รีบไปทำให้เสร็จแล้วก็เข้านอนได้แล้ว ส่วนมะหมี่ก็นอนห้องทรานซ์ไปนะ ถ้ามีปัญหาอะไรก็เรียกได้เลยนะจ้ะ

ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ

ฉันก้มหัวลงเล็กน้อยและเดินขึ้นไปที่ชั้นบนโดยที่มีสามพี่น้องของทรานซ์เดินตามมาด้วยและคอยแนะนำส่วนต่างๆ ในบ้าน ที่นี่ค่อนข้างหรูหราและใหญ่มากเลย ชั้นสองทั้งหมดดูเหมือนจะเป็นห้องนอนมีอยู่หกห้องแล้วยังมีบันไดไปชั้นสามอีกด้วย กว่าฉันจะได้นอนหลับก็เกือบสี่ทุ่ม ทำไงได้ก็นอนในที่ๆ ไม่ชินนี่นาแล้วยังเป็นห้องของผู้ชายอีกต่างหาก

แล้วทรานซ์...หมอนั่นจะไปนอนที่ไหนกันนะ? น่าสงสารจังแต่ก็อดขำไม่ได้เลยเวลานึกถึงสีหน้าของเขาตอนสะบัดก้นหอบข้าวของออกจากบ้านไป...ตลกจัง

ตึงตึง!

ฉันยกมือขึ้นขยี้ตาตัวเองและลุกขึ้นมาจากเตียงนอนของทรานซ์ เตียงเขานอนสบายดีจังเลย นาฬิกาที่อยู่บนหัวเตียงของเขาบอกเวลา 5.00 น. นี่เขาตั้งนาฬิกาปลุกเร็วขนาดนี้เลยหรอ หลังจากนั้นฉันก็ได้ยินเสียงกระแทกอะไรบางอย่างพร้อมทั้งเสียงพูดคุยของคนกลุ่มหนึ่งจึงตัดสินใจลงจากเตียงและเลื่อนบานหน้าต่างในห้องออก ทำให้ฉันได้เห็นสนามบาสที่อยู่ติดกับห้องของเขาและมีคนตัวสูงกำลังโยนลูกบาสลงห่วงอย่างแม่นยำก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นกระโดดเชือกและยืดตัว สลับหมุนเวียนกันไปเรื่อยๆ

ฉันเพ่งสายตามองและมั่นใจว่านั่นคือทรานซ์กับพ่อของเขาและรอบสนามมีเด็กสามคนในชุดวอร์มวิ่งวนไปรอบๆ คงจะเป็นน้องของเขาและฉันยังสังเกตอีกว่าตรงสวนใกล้ๆ นั้นมีเต้นท์ขนาดเล็กอยู่ด้วย

เฮ้ยกางเต้นท์นอนนอกบ้านจริงๆ หรอ!? ค่อนข้างรู้สึกผิดที่ต้องทำให้ทรานซ์ออกไปกางเต้นท์นอนนอกบ้านนะ

แต่หมอนั่นคงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง

คุณแม่ของทรานซ์มาเรียกให้ฉันไปอาบน้ำและเอาเสื้อผ้าของฉันมาให้ด้วย ฉันเองก็เพิ่งรู้ตัวเหมือนกันว่าเมื่อวานนี้ฉันใส่เสื้อผ้าของคนอื่น...แล้วยังเป็นเสื้อผ้าของน้องสาวของทรานซ์ (สมัยประถม) อีกด้วย หลังจากนั้นฉันรีบกลับมาที่ห้องของทรานซ์และเช็ดผมตัวเองให้แห้ง

แกรก

อ๊ะ!

ฉันเบิกตากว้างมองคนที่เดินเข้ามาในห้อง ผู้ชายผมสีดำ ผิวสีขาวเกือบแทนมีร่องรอยคล้ำแดดเล็กน้อยโดยเฉพาะที่แขนของเขาและยังตัวสูงขนาดที่ว่าหัวของเขาเกือบจะชนกับขอบประตูห้องอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเขายังอยู่ในสภาพที่มีเพียงผ้าขนหนูปิดอยู่ที่ช่วงล่าง ส่วนช่วงบนก็...เปลือย!! ขอย้ำอีกครั้งว่าเปลือย!

กรี๊ดฟหกด่าสวทำไมเขาโผล่มาในสภาพโป๊แบบนี้เล่า!

อย่ามองนะ ฉันเขิน” ทรานซ์ยกมือขึ้นปิดหน้าอกของเขาแล้วทำท่าเขินไปด้วย ไม่ได้เข้ากันเลยสักนิด!

ถ้าเขินแล้วทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าล่ะ!” ฉันรีบหมุนตัวหันหลังให้เขาและยกมือขึ้นปิดหน้าของฉัน ไม่อยากจะเชื่อเลย มาเห็นผู้ชายโป๊แต่เช้าแบบนี้แล้วยังเป็นทรานซ์อีกต่างหาก!

ฮะๆๆ โทษทีๆ ฉันมาเอาชุดน่ะทรานซ์พูดและตอนนั้นเองที่ฉันได้ยินเสียงเขากำลังรื้อข้าวของอยู่ในตู้เสื้อผ้า แล้วเธอจะเอาไดร์เป่าผมมั้ย ฉันจะไปขโมยพี่มาให้

ถ้าต้องไปขโมยก็ไม่ต้องหรอก ฉันไม่อยากโดนข้อหาสมรู้ร่วมคิด

งั้นแสดงว่าตกลงทรานซ์ปิดประตูและหายไปพักใหญ่ หลังจากนั้นฉันได้ยินเสียงเอะอะโวยวายอยู่พักหนึ่งและตามมาด้วยเสียงวิ่งดังตึงตัง พอจะเดาเหตุการณ์ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น

ทรานซ์เปิดประตูเข้ามาในห้องของฉันด้วยสภาพที่ใส่กางเกงขายาวท่อนล่าง ใส่เสื้อเชิ้ตโดยไม่ติดกระดุมเลยสักเม็ด แล้วนี่ไม่คิดจะเคาะประตูก่อนรึไง!

ได้แล้ว ไม่ได้ขโมยมานะเขายื่นให้ฉันและเดินติดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาและหยิบเสื้อช็อปที่แขวนเอาไว้ออกมาจากตู้เสื้อผ้าและพาดมันไว้บนบ่า จากนั้นเขาก็เดินมาเปิดคอมพิวเตอร์และเช็คอีเมล์ของเขา หยิบหนังสือที่วางบนชั้นหนังสือออกมาสองสามเล่มแล้วยัดใส่กระเป๋าเป้ของเขาที่แขวนไว้บนราวแขวนเสื้อ แล้วทำไมฉันต้องมานั่งมองเขาด้วยเล่า!?

เป่าให้มั้ย?”

ไม่ต้อง

ยิ่งห้ามเขาก็เหมือนยิ่งยุ ทรานซ์เดินเข้ามาหาฉันแล้วจ้องหน้าฉันด้วยความสงสัย แหงล่ะหมอนี่สงสัยอะไรไปซะทุกอย่างเลยเขาจับปลายเส้นผมของฉันจากนั้นก็ยกมันขึ้นมาและพลิกไปพลิกมาเหมือนมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มาจากนอกโลก

ผมเธอนี่ยาวชะมัด ตัวก็เตี้ยยังจะไว้ผมยาวอีก

ก็ไว้ผมสั้นมันเหมือนเด็กนี่ ไว้ผมยาวนี่ล่ะจะได้ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น

เพิ่งรู้นะเนี่ยเขาเลิกคิ้วขึ้นและแย่งไดร์เป่าผมที่อยู่ในมือของฉันไปและเสียบปลั๊กไฟให้เรียบร้อย หันหลังสิจะทำให้

นายทำเป็นด้วยหรอ!?

เอาน่านั่งนิ่งๆเขากดตัวฉันลงให้นั่งกับที่

ถ้านายจะทำให้ฉันล่ะก็ช่วยทำผมของนายให้แห้งก่อนเถอะ น้ำมันหยดมาโดนหน้าฉันแล้วเนี่ย

เอางั้นก็ได้

นั่งสิฉันแย่งไดร์เป่าผมมาจากเขา เขาพ่นลมหายใจออกมาแล้วทำแก้มป่องแต่ก็ยอมนั่งตามที่ฉันบอกอย่างว่าง่าย ฉันจะไม่หงุดหงิดเลยถ้าเขาไม่มานั่งบนเตียงนี่ตัวก็สูงยังจะมานั่งระดับเดียวกันอีกแล้วจะเป่าผมให้ได้ยังไงล่ะ!? จะให้ฉันยืนบนเตียงแล้วเป่าผมให้เขาหรอ

ไม่ใช่บนเตียง...นั่งบนพื้นสิยะ ตัวนายก็สูงแล้วยังจะนั่งให้สูงกว่าฉันอีกหรอ

นี่ขนาดห้องฉันนะเนี่ย

ห้องนายก็จริงแต่ตัวนายสูงนี่

ฉันกับเขาสลับกันเป่าผมให้จนแห้ง ทรานซ์ผมสั้นก็เลยใช้เวลาไม่นานแต่ผมของฉันน่ะสิ ทรานซ์ถึงกับเอ่ยปากบ่นจะหยิบกรรไกรมาตัดผมฉันหลายรอบ และเขาไม่ได้ทำแค่เป่าผมให้ฉันเท่านั้น เขายังถักเปียสองข้างให้ฉันด้วย ค่อนข้างอึ้งนะไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนอย่างทรานซ์จะทำอะไรแบบนี้ได้ด้วย แถมยังทำออกมาได้สวยซะด้วยสิ

หลังจากแต่งตัวเสร็จฉันกับทรานซ์ก็ลงมาทานอาหารเช้า มื้อเช้าเป็นอะไรเรียบง่าย ขนมปังเอย ไข่ดาวเอย ที่ขาดไม่ได้ก็กองสลัดในฉามใบใหญ่ คุณพ่อของทรานซ์กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนโซฟาพร้อมกับดื่มกาแฟไปด้วย ส่วนพี่ชายและพี่สาวของทรานซ์กำลังนั่งดูข่าวตอนเช้าและพวกน้องๆ ของเขาเองก็กำลังนั่งอ่านหนังสือเรียนไปพลางทานอาหารเช้าไปพลาง

ทรานซ์น่ะหรอ เขานั่งลงข้างฉันและทันใดนั้นเองแม่ของเขาก็วางหนังสือพิมพ์ไว้บนโต๊ะถัดจากที่นั่งของเขา

ทรานซ์หยิบมันขึ้นมาเขากวาดสายตามองข้อความบนหนังสือพิมพ์ เขาเปิดหนังสือพิมพ์ไปที่หน้าที่เข้าต้องการจะอ่านและพับให้มันเหลือครึ่งหนึ่งและถือเอาไว้ด้วยมือข้างขวา จากนั้นเขาก็หยิบถ้วยกาแฟด้วยมือซ้าย ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย เขาเป็นผู้ชายที่อยู่เหนือความคาดคิดของฉันจริงๆ ด้วย ผู้ชายวัยรุ่นที่อ่านหนังสือพิมพ์ตอนเช้านี่ว่าหายากแล้วนะแต่ทรานซ์คนนี้อ่านหนังสือพิมพ์ไม่พอยังเป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษด้วยเนี่ยนะ ไม่อยากจะเชื่อ จะว่าไปแล้วเขาเป็นลูกครึ่งนี่นา ไม่น่ามีปัญหาเรื่องภาษาหรอกมั้ง

แม่ฮะ คำนี้แปลว่าอะไรหรอ!

ฉันคงคิดไปเองล่ะมั้ง

ฉันใช้เวลาเพียงห้านาทีในการทานอาหารเช้าที่เรียบง่ายแต่อร่อยมากและเป็นช่วงเวลาพอดีกับที่ทรานซ์อ่านข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์เสร็จ

งั้นทรานซ์ก็ไปมหาวิทยาลัยกับมะหมี่เลยสิจะได้ไม่เสียเวลา ถ้าต้องใช้เสื้อช็อปก็เอาของทรานซ์ไปใส่ก่อนก็ได้มีสองตัวไม่ใช่หรอคุณแม่ของทรานซ์ตะโกนบอกในขณะที่เธอกำลังเก็บโต๊ะอาหารเพียงคนเดียว

ถ้าเป็นไอ้เชนก็พอว่า แต่แบบนี้...จะใส่ได้หรอ

ผู้ชายตัวสูงเลิกคิ้วและขึ้นเสียงสูงที่ท้ายประโยคแสดงความดูถูกเชิงล้อเลียน โอ้...ฝากไว้ก่อนเถอะ

ฉันนั่งรอทรานซ์อยู่ในห้องรับแขกที่แสนหรูหราและสะอาดมากเกินกว่าฉันจะเดินซนได้และทรานซ์ก็วิ่งลงมาจากบันไดพร้อมกับเสื้อช็อปตัวใหญ่สองตัวที่เอามาทำเป็นผ้าปูนอนได้สบาย

ทรานซ์วันนี้ลูกขับรถไปแล้วกันจะให้มะหมี่ไปแอดเวนเจอร์แบบลูกคงไม่ได้หรอก นี่กุญแจ

โอเค ไปล่ะครับทรานซ์รับกุญแจรถมาจากแม่ของเขาและหอมแก้มคุณแม่ซ้ายขวาสองที เห็นแล้วเขินจัง

มะหมี่มาสิ

เอ๊ะ?”

คุณแม่ของทรานซ์หอมแก้มฉันสองทีเหมือนกับที่ทรานซ์ทำ! นี่คือการทักทายของคนต่างชาติหรอ!? ค่อนข้างช็อกแต่ดีแล้วล่ะที่เป็นคุณแม่ เธอเดินมาส่งที่หน้าประตูบ้านและโบกมือลาก่อนจะกลับเข้าไปในบ้าน

คุณแม่ของทรานซ์ไม่ไปทำงานหรอ? ทำงานบริษัทใช่มั้ย เมื่อวานฉันเห็นใส่ชุดสูทด้วย

เปล่าหรอก แม่ฉันไม่ได้ทำงาน

ฮะ? แล้วเมื่อวาน

คอสเพลย์งานอดิเรกของแม่ฉันเอง แต่พ่อก็ชอบนะ ฮ่าๆๆ บางวันก็แต่งเป็นสาวน้อยเวทย์มนต์ด้วยนะ เรื่องนั้นไว้ก่อนเถอะ ถ้าออกช้ากว่านี้เดี๋ยวรถติด

เอ่อ...คนบ้านนี้มีแต่อะไรให้น่าสะพรึง!

ฉันเดินตามเขาต้อยเหมือนลูกเจี๊ยบว่าง่ายและเดินไปที่โรงจอดรถที่อยู่ห่างออกไปจากตัวบ้านเล็กน้อย หวังว่าฉันคงไม่นั่งซ้อนท้ายมอไซด์เขาแล้วตกนะ สาธุขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพด้วยเถิด

ในระหว่างที่ฉันกำลังเดินตามทรานซ์ไปอย่างห่างๆ นั้นเอง

โฮ่ง!

หมาหมาพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ด อลาสกันมาลามิวท์ และโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ขนาดใหญ่ยักษ์มหึมาที่ไม่เคยเห็นตัวเป็นๆ ที่ไหนมาก่อนเลยในชีวิตนอกจากในโทรทัศน์รายการสารคดีสัตว์โลกน่ารัก พวกมันทั้งสามตัวกำลังวิ่งมาทางฉันฉันต้องหลบสิ ใช่หลบ หลบตรงไหนล่ะ!?

“นั่งลง!

ตุบ!

ทั้งสามตัวไถตัวลงมอบกับพื้นแล้วยิ้มน้ำลายยืด กะ...เกือบไปแล้ว ถ้าทรานซ์ไม่ตะโกนออกคำสั่งกับพวกมันทั้งสามตัวละก็ฉันตายแน่ๆ พวกมันจ้องหน้าฉันพร้อมกับหายใจแรงและพร้อมที่จะลุกขึ้นมาวิ่งอีกครั้งหากมีคำสั่งจากเจ้าของ แล้วฉันจะนั่งตามที่เขาพูดด้วยทำไมล่ะ! ฉันต้องรีบลุกขึ้นมาอย่างเก้ๆ กังๆ แล้วปัดกางเกงแก้เขินในระหว่างที่ทรานซ์กำลังเดินไปดุเจ้าหมาทั้งสามตัว

ฉันว่ามันอยากเล่นกับเธอนะ

ไม่ล่ะ...ไม่ไหว ตัวใหญ่ขนาดนี้

มีเกรทเดนอีกตัวนะ ฉันชักสงสัยแล้วสิถ้าปล่อยมันออกมาตอนนี้แล้วให้วิ่งไล่เธอจะเป็นยังไงนะ ดูเหมือนว่าจะพอมีเวลาอยู่ทรานซ์ดูตื่นเต้นเป็นพิเศษ อย่าหวังเลยว่าฉันจะให้เหตุการณ์นั้นมันเกิดขึ้นกับตัวฉันได้

ตายสิคะ!

ไม่ลองไม่รู้หรอก!” ทรานซ์หัวเราะและกดปุ่มเปิดประตูโรงรถบานใหญ่ของเขา

ไหนล่ะบ้านจน ไหนล่ะมอเตอร์ไซค์สุดเก่ากึก ไหนล่ะมันอยู่ที่ไหนไอ้ที่อยู่ตรงหน้าฉันมันคือ ปอร์เช่ สปอร์ตสีขาวล้วนราคาไม่ต่ำกว่าสิบล้านที่มีบ้านหลังใหญ่พร้อมสวนสุดร่มรื่นและหมาน้อยราคาแพงทั้งสามตัวเป็นแบ็คกราวน์ ขอฉันช็อกแปบ

ฉันคิดว่านายขับมอเตอร์ไซค์ซะอีก

ก็ขับนะแต่เธอไม่สบายอยู่จะให้มาตากลมก็คงไม่ไหวใช่มั้ยล่ะเขาชี้ไปที่มอเตอร์ไซค์คันเก่า...

ซะที่ไหนล่ะนั่นมันดูคาติคันสีแดงราคาแพงจอดคู่กับมอเตอร์ไซค์ยี่ห้อ BMW อีกคันหนึ่งเป็นลมได้มั้ย ฉันค่อนข้างสนใจเรื่องรถยนต์นะแต่ไม่เคยคิดเลยว่าจะมารู้จักกับคนที่มีของพวกนี้อยู่ในบ้าน ถ้าได้ขับมันคงจะดูเท่มากๆ เลยนะแต่ติดตรงที่ว่าขาฉันไม่ถึง มือ...ก็ไม่น่าจะถึง

ถึงฉันอยากจะลองทดสอบดูว่าถ้าขับมอเตอร์ไซค์แล้วให้เธอซ้อนท้ายเธอจะปลิวรึเปล่าก็เถอะ แต่ฉันกลัวเธอจะปลิวขึ้นมาซะจริงๆ น่ะสิตัวยิ่งเบาอยู่ด้วย ขับรถไปนั่นแหละดีแล้ว

ไม่มีคันอื่นแล้วหรอ แบบว่าไม่ต้องหรูแบบนี้...ฉันไม่กล้านั่ง

อ่าเดี๋ยวนะ...มีแอสตันมาตินนะคันที่อยู่ตรงนั้นน่ะ เอาคันนั้นมั้ย หรือจะนั่งคันอื่นล่ะมัสแตง บีเอ็ม?

ไม่เอา ไม่นั่งรถบ้านนาย

นั่งคันนี้แหละ แม่บอกให้เอาคันนี้ไปเพราะงั้นก็ต้องคันนี้ล่ะทรานซ์เปิดประตูรถและพาดเสื้อกับกระเป๋าของเขาไว้ที่เบาะคนขับ จากนั้นเขาก็แทรกตัวเข้ามานั่งที่เบาะคนขับและสตาร์ทเครื่องรถ

ฉันนั่งรถเมล์ไปดีกว่า รถนี้มันหรูเกินไปฉันไม่กล้านั่งฉันก้าวขาเข้าไปในรถอย่างลังเล

ไม่ต้องไปสนใจมันหรอก...ว่าแต่ขับยังไงเนี่ย

หยุดเลยนะทรานซ์นายไม่ต้องขับเลยนะจอดไว้เนี่ยแหละนั่งรถเมล์ไปก็ได้

ฉันล้อเธอเล่นน่าแล้วฉันก็มีใบขับขี่นะจะบอกให้ทรานซ์พูดพร้อมกับโชว์ใบขับขี่ของเขาขึ้นมา

นี่มันใบขับขี่ของมอเตอร์ไซค์ไม่ใช่หรอ!?

อ้าว ผิดอัน อันนี้ๆ

ฉันไม่ไว้ใจเขาเลย ไม่รู้ว่าคำพูดไหนของเขามันคือความจริงและคำพูดไหนของเขาคือเรื่องล้อเล่นแล้วเช้าวันนี้ฉันจะรอดไปถึงมหาวิทยาลัยมั้ยเนี่ย

เมื่อตอนเช้า ทรานซ์เอารถไปจอดในที่ๆ ค่อนข้างไม่มีคนอยู่และดูเหมือนว่าจะไม่มีใครสังเกตด้วยว่าทรานซ์เป็นคนขับและมีฉันเป็นคนนั่งมาด้วย สาเหตุมาจากนักศึกษามหาวิทยาลัยนี้ก็ขับรถหรูๆ ก็เยอะแยะมากมายจนดูเหมือนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว รวมถึงเรื่องเมื่อวานนี้ทรานซ์ก็ไม่ได้บอกใครด้วยเรื่องที่ฉันเป็นลมล้มพับไปเพราะเป็นไข้แล้วเอาหัวโหม่งชั้นหนังสือจนสลบแล้วยังต้องไปนอนค้างที่บ้านของเขาอีก

จากบ้านของทรานซ์มาที่มหาวิทยาลัยรถค่อนข้างเยอะนี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาต้องรีบออกจากบ้านตั้งแต่เช้าและโชคดีของฉันที่ช่วงเช้ามีรถเยอะทรานซ์เลยขับรถค่อนข้างช้า เซฟชีวิตฉันไปหนึ่งวัน

มะหมี่ ฉันทำคุกกี้มาล่ะกินมั้ย เดี๋ยวก่อนนั่นเสื้อช็อปใครแล้วเกิดอะไรขึ้นทำไมมะหมี่ถักเปีย!?” สาทักพร้อมกับยื่นถุงคุกกี้ทำเองมาให้ฉัน

นี่น่ะหรอ ช่างมันเถอะ

คงบอกไม่ได้หรอกว่าเมื่อวานฉันไปนอนบ้านของทรานซ์และเสื้อตัวใหญ่ยักษ์นี่ก็ของทรานซ์ เปียที่อยู่บนหัวฉันก็ฝีมือทรานซ์ เผลอๆ คนที่ซักเสื้อผ้าให้ฉันอาจเป็นทรานซ์ด้วยซ้ำ

มีอะไรปิดบังพวกเราสองคนอยู่รึเปล่า เพื่อนสนิททั้งสองคนขยับตัวเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังบีบบังคับให้ฉันต้องตอบคำถามของพวกเธอ

ไม่มีอะไรหรอก

ระหว่างพักฉันหยิบคุกกี้ขึ้นมากินและเดินเอาเศษที่หกไปทิ้งในถังขยะที่อยู่ด้านนอกห้องและรีบกลับเข้ามาในห้อง

มีของกินนี่ไม่แบ่งเลยนะทรานซ์ก้มหน้าลงมาหาฉันโดยที่เขายืนอยู่ที่ด้านหลังของฉัน ฉันรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่มีขนาดใหญ่กำลังกดดันฉันอยู่ แบ่งกันบ้างสิ

อยากกินหรอ

อื่อ

ฉันมองคุกกี้ที่เหลืออยู่ในถุงอย่างชั่งใจ คุกกี้นี้เพื่อนของฉันทำมาให้ถ้าฉันให้ทรานซ์กินด้วยคงไม่ดีแน่ แต่...ดูจากท่าทางที่เธอกำลังมองมาทางฉันและกำลังลุ้นว่าฉันจะแบ่งให้ทรานซ์กินรึเปล่า...เธอดูตื่นเต้นนะ แล้วคงจะดีใจไม่น้อยถ้าคนหน้าตาดีอย่างทรานซ์จะชิมคุกกี้ฝีมือของเธอ

ฉันแบมือออกมาข้างหน้า

ขอมือ

แปะ

มือข้างขวาของเขาแตะที่ฝ่ามือเล็กๆ ของฉันจากทางด้านหลัง

อีกข้าง

แปะ

มือข้างซ้ายของเขาเช่นเดียวกัน

เอ้า

ฉันหยิบคุกกี้แล้วยกให้เขาและดูเหมือนว่าเขาจะคาบมันไปโดยที่ไม่ได้หยิบเลยทำไมถึงรู้นะหรอก็มือของเขายังอยู่ตรงหน้าฉันอยู่เลยนี่ หมอนี่ทำตัวเชื่องเกินไปแล้ว พนันได้เลยว่าตอนที่เขาฝึกสุนัขเขาต้องทำแบบเดียวกันกับที่ฉันทำแน่ๆ หมายถึงการเอาคุกกี้มาล่อน่ะนะ

อร่อยแฮะ ซื้อจากที่ไหนหรอ

เพื่อนฉันทำมาให้

จริงดิ สงสัยต้องขอสูตรไปทำบ้างแล้วแฮะ ขออีกอัน

เดี๋ยว...มือนายไปเลอะอะไรมา!?

โดนจับได้ซะแล้ว...ฉันไปรื้อเครื่องให้อาจารย์มาเมื่อกี้แต่มืออีกข้างเธอไม่เลอะนี่ป้อนทีสิทรานซ์หัวเราะไม่พอยังมีหน้ามาขอเพิ่มอีก

เทกรอกปากให้หมดเลยดีมั้ยฉันเอียงตัวหันไปมองเขาที่ยืนอยู่ด้านหลัง สีหน้าของเขาบ่งบอกได้เลยว่าเขาอยู่เหนือกว่าฉันเยอะ

ถ้าทำได้ก็ลองดูสิทรานซ์ยืดตัวขึ้นสูง (กว่าเดิม) เห็นแล้วหมั่นไส้ที่สุด!

ฮึ มือก็เลอะจะกินได้ยังไง

เธออยากเลอะแค่ข้างเดียวหรือว่าอยากจะเลอะทั้งสองข้าง?” ทรานซ์ยกฝ่ามือที่เลอะไปด้วยคราบน้ำมันเครื่องขึ้นมาให้ฉันดู หมอนี่ไปเล่นอะไรมาเนี่ย!

นายขู่ฉันหรอ

เปล่านะ แค่ยื่นข้อเสนอให้เท่านั้นเอง

นายนี่มัน...ฉันดันมือของทรานซ์ออกและหันไปหาเขา เอามือล้วงลงไปในถุงคุกกี้และหยิบให้เขา ทรานซ์อ้าปากงับคุกกี้ที่อยู่ในมือฉัน รู้สึกเหมือนกำลังให้อาหารสุนัขเลย พอเขากินอิ่มเขาก็จากไปแต่โดยดี เล่นเอาซะเกือบหมดถุงไม่คิดจะให้ฉันกินเลยรึไง

อะไรกันเนี่ยเดี๋ยวนี้สนิทกันจังนะ

ป้อนคุกกี้ให้กันด้วย นี่มันคู่รักชัดๆ

คิดไปเองน่า

ในช่วงเย็นฉันนั่งรถเมล์ฟรีกลับมาที่บ้าน ถึงจะอ้อมไกลไปหน่อยแต่ก็ได้ดูวิวข้างถนนแก้เครียดไปพลางก็ไม่ได้ถือว่าแย่อะไรมากมาย แต่ป้ายรถเมล์ที่ฉันลงมันค่อนข้างจะไกลจากบ้านของฉันเพราะนั้นฉันจะต้องต่อรถเข้าไปในบ้านแต่ก็ยังประหยัดกว่านั่งรถบัสแบบเสียเงินล่ะ

ฉันเปิดประเป๋าสะพายของตัวเองแล้วควานหากระเป๋าสตางค์ที่อยู่ด้านใน...อยู่ไหนเนี่ย ฉันส่องหน้าเข้าไปในกระเป๋าและกวาดสายตามอง ไม่มี!?

กระเป๋าตัง...หาย!?

บ้าที่สุด...ไปหล่นตรงไหนกัน บนรถเมล์เมื่อกี้หรอ ฉันมีเงินติดตัวอยู่แค่สิบบาทเองนะ หมายความว่าฉันต้องเดินเข้าบ้านใช่มั้ย หลังจากที่เครียดจนไมเกรนขึ้นอยู่นานฉันก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าฉันเองก็มีบ้านให้ซุกหัวนอนนี่นา เรื่องกระเป๋าไว้ก่อนแล้วนะ คงไม่มีใครเก็บมาให้แน่

ฉันตัดสินใจนั่งตากลมตัวปลิวติดมากับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างแบบมึนๆ และเมื่อมาถึงที่บ้านฉันต้องขอให้คุณแม่ของฉันออกมาจ่ายเงินค่ารถให้

เมื่อวานเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงไม่สบายล่ะ ดีนะที่เพื่อนอยู่ด้วยไม่งั้นแย่แน่เลยรู้มั้ยเรา

ขอโทษค่ะ

พี่เนี่ยไม่ระวังเลยแล้วทำไมกระเป๋าตังถึงหายล่ะ ลืมไว้ที่บ้านเพื่อนพี่รึเปล่า ไม่ไหวเลยพี่นี่เหมือนเด็กเลยนะ

ผู้หญิงตัวสูงคนนี้คือน้องสาวของฉันเองชื่อมะปราง เป็นแค่เด็กม.ต้นแท้ๆ แต่ดันสูงตั้ง 165 เซนฯ แล้วนิสัยของยัยเด็กคนนี้ก็ชอบกระแนะกระแหนฉันซะเหลือเกิน ทำตัวเกินเด็กและยังตรงข้ามกับฉันอย่างสิ้นเชิง ฉันเปิดประตูห้องตัวเองโยนกระเป๋าไปไว้ที่ข้างเตียงและลากสังขารตัวเองขึ้นมานอนบนเตียงเล็กๆ ของฉัน ปวดหัวจนน้ำตาแทบไหล รู้แบบนี้ไม่น่านั่งมอเตอร์ไซค์ตากลมกลับบ้านในสภาพแบบนี้เลย

เสียงคนกำลังคุยกันทำให้ฉันต้องลืมตาขึ้นมาแต่ก็ไม่มีแรงมากพอ ร่างกายมันรู้สึกหนักอึ้งไปหมด อีกทั้งยังมีฝ่ามือของใครบางคนกำลังลูบที่หน้าผากของฉัน รู้สึกดีจัง ว่าแต่มีเรื่องอะไรกันหรอ?

ฉันลืมตาขึ้นมาในสถานที่แปลกตา คำถามแรกที่อยู่ในหัวของฉันคือ ที่นี่ที่ไหน? ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ได้ มึนหัวชะมัด...ฉันพยายามขยับตัวแต่กลับได้เห็นว่ามีใครบางคนกำลังนั่งฟุบหลับอยู่ข้างฉัน ขนาดในความฝันนายยังตามมาหลอกหลอนฉันอีกหรอทรานซ์ ฉันไม่มีคุกกี้ให้นายกินแล้วนะและถ้านี่คือความฝันล่ะก็ รีบตื่นเถอะมะหมี่ ฉันพยายามตั้งสติตัวเองและลืมตาขึ้นอีกครั้ง ลองมองไปรอบตัวเป็นห้องสีขาวมีเพียงโซฟากับแจกันดอกไม้เท่านั้นเอง...ไม่ได้ฝันหรอ? แล้วคนที่นอนอยู่นี่ล่ะ?

ทรานซ์?”

หืม อ่า...เป็นไงบ้างทรานซ์ขยับตัวขึ้นมานั่งจากนั้นเขาก็หาวหวอดออกมาแล้วยืดเส้นยืดสาย

เกิดอะไรขึ้นทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ

เธอไม่สบายน่ะสิ อยู่ดีๆ ก็ไข้ขึ้นสูงเลยฉันกับแม่ของเธอเลยพาเธอมาโรงพยาบาล

นายกับแม่ของฉัน?” ฉันทวนคำพูดของเขา แล้วนายรู้ได้ยังไงว่าบ้านฉันอยู่ไหน

เธอทำกระเป๋าสตางค์หล่นไว้ในรถฉันไง ฉันเลยเอามาให้ที่บ้านแต่ดันมาเจอเธอนอนซมไข้ขึ้นสูงเลยพามาโรงพยาบาลดีกว่า ทีหลังก็ระวังหน่อยล่ะยิ่งไม่สบายอยู่ด้วยยังจะไปตากลมตากแดดอีก

ฉันยกมือขึ้นบีบที่หน้าผากของตัวเองและหลับตาลงอีกครั้ง

ขอบคุณนะ...ฉันเป็นหนี้นายอีกแล้ว

พรุ่งนี้หยุดเรียนไปก่อนฉันจะไปบอกเจ๊ซิ้มให้ ถ้าไข้ลงแล้วหายสนิทก็ค่อยไปเรียนฉันพยักหน้าและทรานซ์เองก็เอาหน้าแนบกับเตียงของฉัน งั้นฉันนอนต่อล่ะ

ฉันมองหน้าเขาด้วยความไม่เข้าใจ

ดูนาฬิกาหน่อย

ตีสาม ฉันผิดเองที่ตื่นมาในเวลาแบบนี้แล้วต้องมาปลุกนายนะแล้วทำไมเขาถึงได้มานอนเฝ้าไข้ฉันแบบนี้ล่ะ

ฉันหยุดเรียนหนึ่งวันและเพื่อนของฉันก็โทรมาถามไถ่อาการของฉันและฉันก็ได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยในวันนี้จากปากของเพื่อนฉัน ทรานซ์เป็นคนเอาใบรับรองแพทย์ของฉันไปให้กับอาจารย์ซิ้มที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของฉัน อาจารย์ก็เลยโทรมาถามไถ่อาการของฉันและอยากจะให้พักจนกว่าจะหายดีแล้วค่อยมาเรียน

เมื่อวานฉันมีเรื่องที่ยังไม่ได้บอกมะหมี่อยู่สองเรื่อง อยากจะฟังเรื่องไหนก่อน หนึ่งหรือสองจินยกนิ้วขึ้นมาพร้อมกับสีหน้าสุดตื่นเต้น

งั้นขอเรื่องที่สองก่อนละกัน

เรื่องที่สอง พวกเราจะไปเข้าค่ายกันล่ะห้าวันสี่คืนที่ต่างจังหวัด!

“อ้อ ค่ายที่คุยกันเมื่อปีที่แล้วใช่มั้ย”

ใช่แล้ว ไปเข้าค่ายบนเขาแล้วก็ไปช่วยกันสร้างโรงเรียนให้เด็กๆ น่ะ ฟังดูน่าสนุกมั้ยล่ะ ฉันอยากจะทำแบบนี้มานานแล้ว อื้มดูเป็นคนดีชะมัด!” สาพูดพร้อมกับหยิบเอกสารที่แจกเมื่อวานก่อนมาให้ฉันอ่าน

“จริงด้วยแฮะ จะว่าไปฉันก็ลืมเรื่องเข้าค่ายไปซะสนิทเลย ดีนะที่วางแผนกันไว้เรียบร้อยแล้วไม่งั้นคงยุ่งยากแน่ แล้วเรื่องแรกล่ะ”

ฟังให้ดีๆ นะมะหมี่

ฉันขมวดคิ้วมองหน้าเพื่อนทั้งคู่ ทำไมต้องทำหน้าจริงจังขนาดนี้ด้วยหรือมันไม่ใช่เรื่องดี

อาจารย์ซิ้มกำลังจะแต่งงานวันอาทิตย์หน้านี้แล้ว!

อาจารย์ซิ้มจะแต่งงาน!?

ฉันนึกว่าอาจารย์ซิ้มแต่งงานมีลูกแล้วนะเนี่ยก็ตอนที่ทรานซ์อุ้มฉันครั้งแรกเขายังคิดว่าฉันเป็นลูกของอาจารย์ซิ้มเลย

เธอรู้รึเปล่า พออีตาทรานซ์รู้เรื่องนี้ถึงกับซึมเลยล่ะ เมื่อวานนี้ก็ดูซึมไปเลย

ใช่ๆ มีคนบอกมาว่าทรานซ์แอบชอบอาจารย์ซิ้มอยู่ด้วยนะ

หมอนี่ชอบสาวอายุมากกว่าหรอ จะว่าไปแล้วหมอนั่นเป็นเด็กซ้อไฮโซรึเปล่านะ

อืม ฉันมั่นใจแล้วล่ะว่าเพื่อนทั้งสองคนของฉันได้ข้อมูลมาแบบผิดๆ แต่เรื่องที่ทรานซ์ชอบอาจารย์ซิ้มฉันก็ไม่มั่นใจหรอก ถ้าเขาถึงกับซึมอย่างที่บอกจริงก็คงต้องสรุปกันไปตามนั้นล่

หลังเลิกเรียนฉันแวะเอาหนังสือไปคืนที่ห้องสมุดของคณะ ระหว่างทางที่ฉันกำลังเดินไปนั้นฉันก็ไปเจอกับไททันตัวสูงกำลังนั่งซึมอยู่คนเดียวที่ม้านั่งในสวนใกล้กับห้องสมุด

คุณพ่อของฉันมานั่งเหม่ออะไรตรงนี้

อ่า...นิดหน่อย

เขาตอบด้วยเสียงยานครางและหันไปทางอื่น ฉันถอนหายใจและเดินลัดสวนไปหาเขา ใบหน้าของเขาดุหงุดหงิดพิกลคงจะเป็นเรื่องที่อาจารย์ซิ้มกำลังจะแต่งงานล่ะมั้ง ก็พอจะเข้าใจหรอกว่ามันกระทันหันมาก อีกแค่อาทิตย์เดียวก็จะถึงวันแต่งแล้วด้วย

ฉันรู้ว่านายชอบอาจารย์ซิ้มนะแต่เวลาแบบนี้เราควรดีใจกับอาจารย์ไม่ใช่หรอ

เธอก็ด้วยหรอ

ฉันพูดอะไรผิดล่ะ

ทรานซ์พ่นลมหายใจของเขาออกมาและเอนตัวพิงกับพนักพิงของม้านั่งพร้อมกับบีบท้ายทอยของเขา ฉันเลยถือวิสาสะลงไปนั่งเป็นเพื่อนเขาด้วยอย่างน้อยก็ไม่เมื่อยล่ะ

ผิดสิ อย่างแรกเลยฉันไม่ได้หลงรักอาจารย์ซิ้มแบบคนรักอะไรทั้งนั้น

อ้าว แล้วทำไมนายถึงได้ทำหน้าซึมเศร้าเหมือนคนอกหักซะล่ะ

นั่นไง อย่างที่สองคือเหตุผลที่ฉันซึมเพราะฉันกำลังหาวิธีแกล้งอาจารย์ซิ้มอยู่น่ะสิ

อย่าเล่นอะไรแผลงๆ ในงานแต่งอาจารย์ล่ะ ฉันไปล่ะ!” ฉันทำหน้าเบื่อหน่ายและลุกจากม้านั่งทว่ามือของเขาก็จับข้อมือของฉันเอาไว้และในตอนนั้นเองที่ฉันเห็นสีหน้าของปีศาจที่อยู่ในตัวของทรานซ์!

ในเมื่อเธอรู้แล้ว...เธอก็ต้องมาช่วยฉัน

ไม่!

พูดแบบนี้ได้ไงลงเรือลำเดียวกันแล้วนะ อีกอย่างถ้าเธอไปบอกคนอื่นขึ้นมาฉันก็แย่น่ะสิ

ฉะ...ฉันไม่บอกก็ได้

ไม่เอาฉันไม่เชื่อเธอหรอก คนตัวเตี้ยไว้ใจไม่ได้

คนตัวสูงเชื่อใจได้ตายเลยสิ!

เธอต้องมากับฉัน

ไม่ ไม่ไป!

เขาลุกขึ้นยืนและทำพิธีการ แบกฉันอีกตามเคย การต่อต้านของฉันกลายเป็น 0ทุกครั้งที่เขาใช้วิธีนี้

ที่ที่เขาพาฉันมาก็คือห้องประชุมของคณะกรรมการนักเรียนและจะมีใครอีกนอกจากคณะกรรมการนักเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์จอมเกรียนทั้งห้าคนนี้ ทรานซ์เล่าเรื่องราวให้ฟังทั้งหมดแล้วพากันใส่สีตีไข่ผสมแป้งเข้าตู้อบกลายเป็นเค้กกันไปเลยทีเดียว ฉันได้แต่นั่งอ้ำอึ้งฟังพวกเขาคุยกันอย่างงุนงง

สรุปว่ามะหมี่รู้เรื่องที่พวกเราวางแผนกันแล้วสินะ

เดี๋ยวพวกนายวางแผนอะไรกันฉันไม่รู้เรื่องนะแล้วคนที่แกล้งอาจารย์ไม่ได้มีแค่ทรานซ์หรอกหรอฉันโวยวายแล้วชี้หน้าคนสูงที่นั่งยิ้มแฉ่งตรงหน้าฉัน

เอาไงดีได้คนร่วมอุดมการณ์มาอีกคนแล้ว

ฉันไปร่วมอุดมการณ์กับพวกนายตอนไหน!?

นั่นสิ จะแกล้งยังไงดีอย่างน้อยก็อยากให้เรื่องนี้เป็นความลับกับทุกคนด้วย ไม่งั้นแผนแตกเจ๊ซิ้มรู้ขึ้นมาล่มแน่ๆ

แล้วพวกนายจะแกล้งอาจารย์ทำไมเล่า!?

เจ้าพวกตัวสูงเป็นเสาไฟฟ้าทั้งห้าไม่มีใครฟังฉันเลยสักนิด

แต่งงานหรอ...อืม งั้นมะหมี่ก็น่าจะมีประโยชน์ขึ้นมาหน่อยล่ะเชนหันมามองฉัน เขายิ้มที่มุมปากและวางฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาลงมาที่ไหล่ของฉัน รบกวนด้วยนะ”

พวกนายจะทำอะไรฉัน!?

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉันจะมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ในชีวิต ชีวิตที่ถูกห้อมล้อมด้วยเหล่าคนตัวสูงที่แม้ว่าฉันจะออกเสียงอะไรไปก็ไม่มีใครสนใจจะฟัง กว่าที่จะได้ออกจากกงเวียนกงกรรมนั้นมาได้ก็ปาเข้าไปหกโมงเย็นแล้ว

“เฮ้อ ปวดหัว...”

“เป็นอะไรน่ะ ยังไม่หายดีอีกหรอ” ทรานซ์เข้ามาทักฉันจากทางด้านหลัง ฉันต้องหยุดเดินและหันไปจ้องหน้าเขา

“ปวดหัวเพราะพวกนายเนี่ยแหละ นึกยังไงถึงจะแกล้งอาจารย์แบบนั้นล่ะ ถ้าเกิดมันกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาจะทำยังไง”

“คงไม่ขนาดนั้นหรอกมั้ง เธอคิดมากไปเองน่า”

“จะไม่ให้คิดมากได้ยังไงล่ะ งานแต่งน่ะมันเป็นวันที่...”

“หยุดพูดแล้วกลับบ้านไปนอนพักได้แล้ว ถ้าเกิดไม่สบายขึ้นมาอีกจะทำยังไง ยังต้องให้พูดซ้ำอีกกี่รอบกันฮะ ยัยตัวเล็ก” ทรานซ์ดันหัวของฉันและลงมือยีเส้นผมของฉันเบาๆ

“ระ รู้แล้วน่า”

ทุกเย็นหลังเลิกเรียน ฉันต้องมาสุมหัวกับพวกเกรียนทั้งห้าคนอย่างเลี่ยงไม่ได้ พวกเขามักจะทำเนียนเป็นคุยเรื่องงานแต่ทว่าจริงๆ แล้วคอนเซ็ปต์ของพวกเขาก็คือ งานไม่สนมุ่งแต่เกรียนอยู่กับพวกเขาแล้วฉันรู้สึกได้ความรู้ในการแกล้งคนอื่นขึ้นมาเยอะและถ้าพวกเขาคิดอะไรไม่ออกทรานซ์ก็จะชวนฉันนั่งทำรายงานที่ต้องส่งอาจารย์ซิ้มต่อ เช่นเดียวกับคนอื่นที่อยู่ดีๆ ก็หยิบงานและการบ้านของตัวเองขึ้นมาทำราวกับเห็นว่ามันเป็นของเล่นฆ่าเวลา

ฉันคิดวิธีออกแล้วชา หนึ่งในคณะกรรมการนักเรียนพูดขึ้น เขาหัวเราะเสียงต่ำและบีบจมูกโด่งๆ ของเขา

ขอแบบโนลิมิตเลยนะชิน ผู้ชายที่มีหน้าตาน่ารักเอาการแต่น่าเสียดายที่มีแฟนแล้วเป็นหนึ่งในคณะกรรมการเช่นเดียวกัน ฉันคิดว่าพวกเขาเหมาะกันดีนะถ้าเอาชื่อของพวกเขามารวมกันแล้ว ชินชา

ไอ้พอยท์ ตื่นจะเข้าเรื่องแล้ว

ฮะ...เอ่อ...อื่อ ว่ามาเลยคนที่ทำหน้ามึน ตัวสูงและหน้าตี๋คนนี้ชื่อ พอยท์ เป็นคนที่พึ่งไม่ค่อยได้เพราะเห็นทีไรก็เอาแต่นอน แต่ฉันคิดว่าเขาค่อนข้างน่ากลัวยังไงก็ไม่รู้สิ

ฉันต้องการนักแสดงนำชาพูดและลุกขึ้นยืน เขากวาดสายตามองเพื่อนๆ ที่เหลือทั้งสี่คนและ...ชี้หน้าทรานซ์ แกเลยไอ้ทรานซ์!

แกก็รู้ว่าฉันเล่นไม่เนียน ไอ้เชนสิ ดูแค่หน้าก็รู้แล้วว่าแถเก่งทรานซ์รีบแก้ตัวแล้วโบกไม้โบกมือไปทางเชน

แกนั่นล่ะ ไอ้เชนมันเล่นไม่ได้แน่ วันนั้นอายไปด้วยใช่มั้ย

ใช่แล้ว แฟนฉันไปด้วยทำอะไรไม่ได้มากหรอกเชนพยักหน้า

แหลได้โล่จริงๆ แล้วไอ้ชินล่ะ

ไม่ต้องถามไอ้ทรานซ์มีแกคนเดียวนั่นล่ะที่มีคุณสมบัติครบถ้วน อีกแค่สี่วัน...ฉันจะเป็นคนเทรนให้แกเอง

อุ๊บ! หัวเราะได้มั้ย!

ไม่ต้องหัวเราะเลยมะหมี่ เธอก็ด้วยนะ

เอ๊ะ?

ฉันไม่คิดว่าแผนของชาจะเวิร์คหรอกนะ ฉันอยากจะรู้จริงๆ พวกเขาจะแกล้งอาจารย์ไปเพื่ออะไรกัน แล้วทำไมฉันต้องเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับเจ้าบ้าทั้งห้าคนนี่ด้วยล่ะฉันกับทรานซ์โดนชาจับเทรนอย่างเอาจริงเอาจังยิ่งกว่าติวข้อสอบและทุกเย็นฉันต้องมาอยู่กับพวกยักษ์ทั้งหลายแบบนี้กว่าจะมาที่นี่ได้ฉันต้องหลบต้องซ่อนผู้คนมากมายที่อยู่ในอาคาร และที่ทำแบบนี้เพราะชาอยากจะให้ข่าวลือที่ว่า ทรานซ์แอบชอบอาจารย์ซิ้มยังมีผลอยู่ สรุปคือ ชานี่ล่ะตัวดีเรื่องปล่อยข่าวลือ

“วันนี้ก็ต้องไปอยู่กับเจ้าพวกยักษ์ใจร้ายพวกนั้นอีกหรอเนี่ย ไม่อยากไปเลย...”

ฉันบ่นไปพลางกระชับกระเป๋าสะพายใบเล็กของตัวเอง แต่แล้วฉันก็หันไปเห็นกลุ่มผู้ชายสี่คนกำลังวิ่งเล่นอะไรกันที่สนามอเนกประสงค์หน้าอาคารเรียน นั่นมันเจ้าพวกเสาไฟฟ้าจอมเกรียนนี่นา เล่นอะไรกันอยู่น่ะ...และมันคงจะเป็นความซวยของฉันที่ “ชา” หันมาเห็นฉันพอดี

“มะหมี่ มาเล่นซ่อนแอบกัน!” ชาตะโกนเสียงดังพร้อมกับโบกมือไปมาจนฉันต้องรีบปิดหน้าปิดตาตัวเองแล้วเดินลงบันไดอาคารเรียนลงมาที่สนาม

“ไม่ต้องตะโกนนะ ไม่ต้องเรียกชื่อด้วยนะ แล้วก็ห้ามเสียงดังอีกนะ” ฉันเอ็ดเขาด้วยท่าทีจริงจัง

“ทำไมถึงต้องระแวงขนาดนั้นด้วย มีอะไรหรอ”

ฉันไม่ได้ระแวงนะ ฉันจริงจังต่างหากล่ะ!

“เอาน่า มาเล่นซ่อนแอบกัน คนเยอะๆ ยิ่งสนุก” เชนยืนกอดอกและชี้นิ้วไปที่สมาชิกที่พร้อมเล่น ซึ่งก็มี ชิน ชาและ ทรานซ์รวมทั้งหมดสี่คน

“ซ่อนแอบ...นี่พวกนายอายุเท่าไหร่แล้ว ไหนล่ะที่จะซ้อม...”

“ไว้ทีหลังน่า ผ่อนคลายบ้างสิ เดี๋ยวตีนกาขึ้นนะ” ชินยิ้มให้ฉันแต่คำพูดของเขามันกวนประสาทฉันจังเลย

“ถูกแล้ว เธอต้องออกกำลังกายบ้างนะมะหมี่ ยืดเส้นยืดสายบ้างจะได้ตัวสูงไง” เชนยิ้มให้ฉันและหันไปมองที่ทรานซ์ราวกับว่ากำลังจะเปรียบเทียบความแตกต่างของฉันกับไททัน!

“ฉันคงไม่ต้องพูดอะไรแล้วใช่มั้ย?” และทรานซ์ก็หันมามองฉันด้วยสีหน้าจริงจังจนฉันไม่รู้ว่าเขาพูดจริงหรือแกล้งฉันเล่นกันแน่!

“เอาเป็นว่ามะหมี่เล่นด้วย”

“เดี๋ยวสิฉนยังไม่ได้บอกเลยนะว่าจะเล่น”

“ใครจะเป็นยักษ์ก่อนล่ะ งั้นโอน้อยออกกัน”

“เดี๋ยวสิ ไม่ได้ฟังกันเลยใช่มั้ย!”

ฉันมองพวกเขาอย่างเลิกลั่ก แต่ผู้ชายทั้งสี่คนก็ยื่นมืออกมา และพูดพร้อมกันว่า

“โอน้อยออก”

ฉันเลือกไมได้แล้วใช่มั้ย...ฉันยื่นมือหงายออกไปกลางวงโดยที่ไม่ได้มองมือของผู้ชายอีกสี่คนเลย...ถ้าไม่เล่นก็ไม่เห็นต้องยื่นออกไปเลยนี่ยัยมะหมี่! ทำไงได้ล่ะก็มันตกใจนี่นา

“ไอ้ทรานซ์!

“บ้าเอ้ย...”

เอ๊ะ? ฉันหันหน้าไปมองที่วงโอน้อยออก มีแค่ทรานซ์คนเดียวที่คว่ำมือของเขา...

รู้สึก...โชคดีจังเลยแฮะที่ไม่ได้เป็นยักษ์... ไม่สิ...ถ้าเกิดโดนจับได้คนแรกก็ต้องกลายเป็นยักษ์น่ะสิ แล้วถ้าโดนพวกเขาแกล้งขึ้นมา ฉันก็แย่น่ะสิ! แล้วทำไมฉันต้องมาเล่นซ่อนแอบกับเจ้าพวกนี้ด้วยเล่า!

“ขอบอกขอบเขตหน่อย ซ่อนได้เฉพาะอาคารนี้นะ  ห้ามขึ้นตัวอาคารให้ได้เต็มที่แค่ชั้นหนึ่ง กับสวนตรงนี้แล้วก็ด้านหลังนู้นนะ คนที่โดนจับเพื่อนจะไปช่วยไม่ได้นอกจากเข้าถึงตัวยักษ์และแตะตัวยักษ์เท่านั้น จะแตะแบบไหนก็ได้ไม่ว่า จะต่อย จะตบ จะเตะ จะถีบได้หมด และนั่นจะถือว่าฝ่ายคนเป็นผู้ชนะ แต่ถ้ายักษ์เห็นฝ่ายคน ยักษ์จะขานชื่อคนนั้นและถ้าจับได้หมดก็ถือว่ายักษ์ชนะนะ อย่างลืมพูดำว่าโป้งด้วยล่ะ ซ่อนกันให้ดีล่ะ ส่วนยักษ์กรุณานับให้ถึงสามสิบวิด้วยนะ” เชนอธิบายกฎกติกาของการเล่นเกมในครั้งนี้

“สามสิบวิ!?

“อื่อ มีอะไรหรอมะหมี่”

“เอ่อ...”

“วิ่งไปซ่อนไม่ทันล่ะสิ?” ทรานซ์พูดพร้อมกับแอบหัวเราะ เห็นแล้วมันน่าหมั่นไส้ชะมัด! “งั้นจะนับถึงห้าสิบแล้วกัน หวังว่าเธอจะวิ่งทันนะ”

“ทะ! ทันอยู่แล้ว! สามสิบวิฉันวิ่งได้ไกลกว่าที่นายคิดไว้นะจะบอกให้”

อ๊าก! คุยโวอีกแล้ว วิ่งเร็วหรอ จะบ้ารึไง ขาสั้นแบบนี้ต้องซอยเร็วแค่ไหนถึงจะไปหาที่ซ่อนทันภายในเวลาแค่สามสิบวินาทีกันล่ะ!?

งั้นเริ่มนับแล้วนะทรานซ์พูดแล้วยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองก่อนจะเริ่มนับ หนึ่งสองสามไม่รีบไปซ่อนเดี๋ยวเป็นยักษ์นะ”

รู้แล้วน่า!

ฉันรีบวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต ส่วนพวกที่เหลือน่ะแยกตัวกันไปซ่อนแล้ว จะซ่อนตรงไหนดีล่ะ ถ้าในอาคาร...ไม่สิ ชั้นหนึ่งมีที่หลบได้ไม่มากด้วย ตู้ล็อกเกอร์ก็ถูกย้ายไปไว้ที่ชั้นสองแล้วด้วย จะเข้าไปซ่อนในนั้นก็ไม่ได้ สวนแถวนี้ก็เป็นที่โล่งจะหลบตรงไหนได้ล่ะ

อ๊ะ...จริงสิ ตรงนั้นไง

“ห้าสิบ...นับครบแล้วนะ ต่อให้เลยด้วยซ้ำ”

ฉันได้ยินเสียงของทรานซ์และจากจุดที่ฉันซ่อนตัวอยู่ก็สามารถมองเห็นทรานซ์ได้ชัดเจน ฉันกวาดสายตาไปมองใต้ต้นไม้ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม นั่นเชนนี่นา! หมอนั่นไม่เห็นฉันใช่มั้ย ถ้าเขาเห็นฉันล่ะก็มีหวังพวกเขาได้รวมหัวกันแกล้งจับฉันเป็นคนแรกน่ะสิ แต่ท่าทางเชนจะไม่เห็นฉันนะ

“โป้งไอ้เชน ออกมาได้แล้วจะให้ฉันไปลากคอแกออกมาหรือว่าจะออกมาเอง”

“โธ่เว้ยแถวนี้มันหลบลำบากชะมัด”

“อย่ามาบ่น แกเป็นคนกำหนดขอบเขตเองนะ”

เชนถูกจับไปเป็นคนแรกและอีกไม่กี่อึดใจชินก็โดนจับได้ในระหว่างที่กำลังจะโจมตีทรานซ์จากทางด้านหลัง!

“เหลือแค่สองคนสินะ ใครจะออกมามอบตัวก่อนล่ะ?” ทรานซ์พูดและตอนนี้เขานั่งอยู่บนม้านั่งแลดูสบายสุดๆ! แล้วดูฉันสิ หลบอยู่ในพุ่มไม้อันเล็กนิดเดียวแบบนี้ ความสบายมันคนละขั้นกันเลย

ฉันต้องทนอยู่ในที่แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนกัน ชา! เหลือนายคนเดียวแล้วนะ!

อ๊ะ!!

ทรานซ์ลุกจากเก้าอี้ม้านั่งและเดินตรงมาทางฉัน หรือว่าเขาจะเห็นฉันแล้ว!?

“ออกมาได้แล้ว”

หัวใจของฉันมันเต้นไม่เป็นจังหวะเพราะเสียงของทรานซ์และเสียงฝีเท้าของเขาที่เข้ามาใกล้ จนฉันรู้สึกได้ว่าเขาอยู่ไม่ห่างไปจากฉันนัก เอายังไงดี...ยอมแพ้เลยดีมั้ย อ๊าก! ทำไงดีๆๆ!

“โป้งไอ้ชา!

เอ๊ะ...?

“โธ่เว้ย ซ่อนซะดีดันโดนจับได้” ชาเดินออกไปมอบตัวแต่โดยดี

คิดว่าฉันตาบอดรึไงตัวอย่างกับควายไปหลบอยู่ตรงนั้นได้ไง คิดว่าตัวเล็กรึไง”

“โอ๊ย! ฉันไม่ใช่มะหมี่นะเว้ย

จะว่าไปไม่เห็นมะหมี่เลยนะ แอบไปซ่อนตรงไหนเนี่ย”

“ยัยตัวเล็กรีบๆ ออกมาได้แล้ว ถ้าเธอออกมาตอนนี้ไอ้เชนจะได้เป็นยักษ์นะรู้มั้ย”

“จะไปบอกทำไมเล่า!

ไม่ต้องพูดจาหว่านล้อมฉันเลยฉันไม่หลงกลนายหรอกทรานซ์ แล้วที่สำคัญฉันอยู่ห่างพวกนายไปไม่ถึงสองก้าวเลยด้วยซ้ำ ไม่รู้สึกตัวกันเลยรึไงเจ้าพวกเสาไฟฟ้าเคลื่อนที่! ฉันพยายามมองทรานซ์และพยายามหาทางหนีทีไล่ จนกระทั่งเขาหันหลังให้ฉันและเดินไปทางอื่นแต่ก็ยังไม่วายตะโกนเรียกหาฉัน หึ คิดว่าจะยอมโดนหลอกหรอ ไม่มีทาง! จริงสิ...หรือว่าจะโจมตีเลย จะดีหรอ...ฉันอาจจะตามเขาไปไม่ทันก็ได้ไม่สิไม่ลองไม่รู้นะมะหมี่!

ฉันมุดออกมาจากพุ่มไม้และคลานไปบนพื้นหญ้าโดยใช้พุ่มไม้ในสวนที่ตกแต่งเป็นเหมือนกำแพงกั้นตัวฉันเอาไว้ ถ้าหากว่าทรานซ์เดินผ่านมาทางนี้ล่ะก็อาจจะเป็นทีของเราก็ได้นะ

“หายไปไหนเนี่ย ไม่ได้หลงทางใช่มั้ย” ทรานซ์บ่น

“พื้นที่แค่นี้ถ้าหลงก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว”

“หาไม่เจอเป็นยักษ์ต่อนะทรานซ์”

“รู้แล้วน่า!

ในตอนนี้เขากำลังหันไปคุยกับเพื่อนๆ ของเขา ฉันก็ถือโอกาสนี้เดินออกมาจากพุ่มไม้และค่อยๆ ยื่นมือของฉันไปที่ด้านหน้า และใช้มือของฉัน...

แปะ

แตะที่แผ่นหลังของทรานซ์เบาๆ

“เฮ้ย!? โผล่มาจากไหนเนี่ย!” ทรานซ์สะดุ้งและถอยหลังห่างออกฉันไปถึงสามก้าว

“ข้างหลังไม่เห็นต้องตกใจขนาดนั้นเลย”

“จะไม่ให้ตกใจได้ไงล่ะ อยู่ดีๆ ก็…เข้ามาแตะแบบนี้!

“สุดยอดมะหมี่ มายก็อดเดส!” เชนยกนิ้วโป้งให้ฉันพร้อมกับฉีกยิ้ม ไม่อยากจะเป็นยักษ์ล่ะสิ

“ไอ้ทรานซ์เป็นต่ออีกรอบ”

“บ้าเอ้ย”

“ยังจะเล่นกันอีกหรอ!

รอบที่สอง ทรานซ์ดูท่าทางจะระวังตัวมากขึ้น เขามองรอบตัวอยู่ตลอดเวลาแถมดูท่าทางจะระแวงว่าฉันจะเข้าใกล้เขาสุดๆ เลยด้วย คงต้องปล่อยให้อีกสามคนจับยักษ์ทรานซ์ให้ได้แล้วล่ะ งั้นเราก็นั่งรออยู่แบบนี้ล่ะ

“โป้ง ไอ้ชิน!

ฉันจะหวังพึ่งพวกนั้นได้มั้ยเนี่ย...

“โป้งไอ้ชา”

ทำไมถึงได้โดนจับเร็วนักเล่า!

“ไอ้เชนหลบอยู่หลังพุ่มไม้!” เสียงผู้ชายคนหนึ่งตะโกนออกมา

“เห็นล่ะ โป้งไอ้เชน!

“โธ่เว้ย! เมื่อกี้ใครบอกวะ แกใช่มั้ย ไอ้เบนซ์!

“เปล๊า!

“เสียงแกเลย!

“มะหมี่ สู้เขานะ!” ชาตะโกนให้กำลังใจฉัน มันใช่หรอ? แบบนี้ก็เหลือแค่ฉันน่ะสิ ทำไมมันเร็วแบบนี้ล่ะ! ออกไปยอมแพ้ดีกว่า ยังไงชินก็เป็นยักษ์แล้วเราก็จะได้เลิกเล่นซะ...ที

สวบ...

เสียงเคลื่อนไหวของอะไรบางอย่างทำให้สายตาของฉันหันไปจดจ้องกับพุ่มไม้

“คิดไปเองมั้ง” ฉันพูดกับตัวเองเบาๆ และหันไปมองทรานซ์ที่กำลังมุ่งมั่นในการตามหาฉันสุดชีวิต คิดว่านะ...ท่าทางหวาดระแวงว่าฉันจะเข้าไปแตะหลังเขาแบบรอบที่แล้วมากเลยล่ะ

“แปะ”

หืม...? ฉันรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างมาแตะที่มือของฉัน และมันเป็นความรู้สึกที่...ไม่น่าพิสมัยสักเท่าไหร่เลย ฉันค่อยๆ ก้มลงมองที่มือของตัวเองและทันใดนั้นเอง

“กะ...กรี๊ด!

ฉันรีบกระโดดออกมาจากพุ่มไม้และกลิ้งไปกับพื้นหญ้าอย่างไม่คิดชีวิต

“เอามันออกไปนะ เอามันออกไป!

“เป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น?”

“มะ มัน...! ขะ ขยับ...มัน...”  ฉันหันไปชี้ที่ด้านหลังแต่ทว่ามือของฉันมันกลับสั่นไปหมด ทรานซ์มองหน้าฉันด้วยความไม่เข้าใจ ตัวฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่ง...

ปิ๊บ

ฉันลืมตาขึ้นมาในห้องสีขาว เสียงอะไรบางอย่างที่ดังขึ้นทำให้ฉันต้องกรอกตาไปมอง ลมอ่อนๆ ที่พัดปรกหน้าฉันทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้น กลิ่นหอมของออโรม่าทำให้ฉันหายใจคล่อง

“รู้สึกตัวแล้วหรอ ลุกไหวมั้ย?”            

ฉันมองทรานซ์และส่ายหัวเบาๆ      

“อยู่เฉยๆ ก่อนนะ ฉันจะทำแผลให้”

ทรานซ์จับมือของฉันและยกขึ้น จากนั้นเขาก็ใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดรอยข่วนที่หลังมือของฉันและทาเบตาดีนให้

“ขอบคุณ...”

มันเกิดอะไรขึ้นทำไมฉันถึงมาอยู่ที่ห้องพยาบาลของคณะได้ล่ะ จริงสิ...ฉันเจอเจ้าสัตว์เลื้อยคลานที่พลางตัวเป็นสีเขียวกลมกลืนกับพื้นหญ้าในสวนของคณะนี่นะ...เจ้านั่นมันตัวอะไร กิ้งก่าหรอ ไม่นะแต่มันตัวใหญ่กว่านั้นเยอะเลย หรือว่าจะเป็นอีกัวน่าหรอ แล้วถ้าใช่มันจะมาอยู่ในสวนได้ยังไงล่ะ!?

“เจ็บหรอ” ทรานซ์ถามฉันก่อนจะแปะพลาสติกแบบใสลงที่หลังมือของฉัน

“เปล่า ไม่เจ็บ...แต่ว่าเจ้าตัวนั้นน่ะ!

“มันกัดเธอหรอ”

“ไม่ได้กัดนะแต่...มันมาอยู่ในสวนได้ยังไงมันคือ...”

“อีกัวน่า” ทรานซ์ตอบด้วยสีหน้าจริงจัง

“ไม่ได้ล้อเล่นใช่มั้ย”

“จะล้อเล่นทำไมล่ะ” คราวนี้ทรานซ์กลับหัวเราะและเก็บอุปกรณ์ทำแผลใส่คืนไว้ในกล่อง “ตัวเป็นๆ เลยล่ะ โชคดีจังเลยนะได้จับมันด้วย”

“โชคดีตรงไหนล่ะ!

แกร่ก

เสียงเปิดประตูห้องพยาบาลทำให้ฉันต้องนั่งเงียบ ส่วนทรานซ์ก็หัวเราะไม่หยุดเลย น่าขำตรงไหนกันล่ะ ไม่ลองโดนอีกัวน่าจับบ้างล่ะ

“ฟื้นแล้วหรอครับ” ผู้ชายตัวสูงที่หน้าตาไม่ค่อยคุ้น และฉันมั่นใจว่าเขาน่าจะเป็นรุ่นน้องของฉันมากกว่า...ที่สำคัญเขากำลังอุ้มตัวอีกัวน่าสีเขียวๆ กำลังกินผักที่อยู่ในมือของผู้ชายคนนี้อยู่!

“ขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้พี่ตกใจ พอดีผมปล่อยเลดี้ให้ออกไปเดินเล่นแถวๆ นั้นเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าจะไปเจอกับพี่”

“ปะ...เป็นสัตว์เลี้ยงหรอ?”

“อ้อ ครับ เลี้ยงมาได้สิบปีแล้ว ตัวมันเลยค่อนข้างใหญ่ไปหน่อย เลดี้กินจุน่ะครับ”

“อ่ะ...ระ หรอ...” ไม่หน่อยแล้ว นี่มันใหญ่เกินไปแล้ว!

“ขอโทษพี่จริงๆ นะครับที่ทำให้เดือดร้อนแล้วแผล...เป็นยังไงบ้างครับ”

“ไม่เป็นไรหรอก แค่ตกใจนิดหน่อยน่ะ” ฉันยิ้มแห้งๆ จากนั้นเขาก็ก้มหัวให้ฉันและเราพูดคุยกันนิดหน่อยก่อนที่เขาจะขอตัวกลับไปก่อน พร้อมกับเจ้าเลดี้ อีกัวน่าที่พลางตัวเนียนไปกับสีเสื้อของเจ้าของ...

จะทุ่มนึงแล้วนะ

ทุ่มนึง!

ใช่ ทุ่มนึง เดี๋ยวฉันจะไปส่งที่ป้ายรถเมล์ เดินคนเดียวมืดๆ มันอันตราย

ไม่เป็นไรฉันกลับเองได้ บ้านฉันอยู่ไม่ไกลหรอก

ถ้าไม่ไกลฉันไปส่งได้นะ เธอเป็นลูกสาวฉันนี่

ฉันจำไม่ได้นะว่าเป็นลูกสาวของนายตอนไหน” ฉันพูดพลางลงมาจากเตียงและพับผ้าห่มผืนบางวางไว้ที่ปลายเตียง

“อ้อใช่ เกือบลืมเลย”

“อะไรอีกล่ะ”

“โป้ง! ยัยตัวเล็ก”

“ฮะ?”

“ทีนี้ก็ครบแล้ว งั้นตาต่อไปไอ้ชาก็เป็นยักษ์ เป็นพยานด้วยล่ะว่าฉันโป้งเธอแล้ว เข้าใจมั้ย?”

“ยังจะเล่นกันต่ออีกหรอ เอาความขยันแบบนี้ไปทำงานบ้างก็ได้นะ" ฉันบ่นพึมพำคนเดียว

“ได้ยินนะ ฉันก็ขยันนะแต่ความขยันของฉันน่ะคนตัวเตี้ยไม่มีวันได้เห็นหรอก”

“ฮะๆๆ พูดจาหาเรื่องกันอีกแล้วใช่มั้ย”

“ฮ่าๆๆ พูดอะไรแบบนั้นล่ะ ยังไม่มีใครหาเรื่องเธอเลยนะยัยตัวเล็ก”

ฉันเดินตามทรานซ์มาต้อยๆ เหมือนลูกเจี๊ยบเช่นเคย เขาเดินค่อนข้างเร็วและทำให้ฉันที่เตี้ยกว่าเขามากต้องรีบเดินตาม จนกระทั่งมาถึงหน้ามหาวิทยาลัยที่ต้องเดินลัดสวนสาธารณะเพื่อไปที่ป้ายรถเมล์ ถ้าขึ้นจากตรงนี้จะเร็วกว่าอีกทั้งไม่ต้องไปรอต่อแถวให้คนเยอะตรงหน้ามหาวิทยาลัยด้วย

นี่ นายจะรีบเดินไปไหน

โทษที ฉันลืมไปว่าเธอขาสั้น แต่รีบเดินดีกว่านะมันมืดมากแล้วด้วยเดี๋ยวจะไม่ทันรถบัส

รู้แล้วน่าแต่นายช่วยเดินรอฉันหน่อยสิ

ให้ฉันอุ้มมั้ยล่ะเธอจะได้ไม่ต้องเมื่อยด้วยเขาไม่พูดเปล่าเดินตรงดิ่งเข้ามาหาฉันและทำท่าเหมือนจะอุ้มฉัน

ไม่ต้องจะ...จะบ้าหรอเรื่องอะไรฉันต้องให้นายมาอุ้มฉันล่ะ

ถ้าฉันอุ้มเธอก็ไม่ต้องเหนื่อยแล้วก็ไม่ต้องบ่นด้วย ไม่ดีหรอ

จะดีได้ไงล่ะทำไมนายชอบอุ้มฉันอยู่เรื่อยเลย ระ...โรคจิตหรอ

ก็เธอ...

ในระหว่างที่ฉันกำลังเถียงกับทรานซ์ก็มีผู้ชายคนหนึ่งในชุดเครื่องแบบตำรวจเดินตรงเข้ามาหาฉันและเขา ทั้งฉันและเขามองหน้าคนที่มาใหม่อย่างสงสัย

ขอโทษนะครับ ผมขออนุญาตจับกุมคุณตำรวจท่านหนึ่งโชว์ตราตำรวจตรงหน้าทรานซ์และหยิบกุญแจมือขึ้นมา

ฮะ? ดะ เดี๋ยวก่อนสิคุณตำรวจผมทำอะไรผิดหรอ!?” ทรานซ์ทำหน้าเหวอและโดนตำรวจจับใส่กุญแจมือ

หลักฐานก็อยู่คาตาแบบนี้แล้ว เพราะฉะนั้นช่วยมากับผมแต่โดยดีด้วยครับ อยากจะแก้ตัวอะไรเชิญไปที่โรงพัก!

หลักฐานหรอ เฮ้ เดี๋ยวสิ!

คุณตำรวจหมายถึงฉันหรอ

ไม่ทันจะได้พูดอะไร ทรานซ์ก็ถูกตำรวจจับใส่กุญแจมือและถูกดึงตัวไป เขาทำหน้าเหวอมองมาทางฉันเพื่อขอความช่วยเหลือ ไม่ใช่แค่เขาหรอกฉันเองก็งงไม่แพ้เขาเหมือนกันนั่นแหละ เมื่อกี้นี้คุณตำรวจบอกว่า “หลักฐานก็อยู่คาตา” หรือว่าจะเป็น...

เดี๋ยวก่อนค่ะคุณตำรวจฉันรีบตั้งสติวิ่งไปตัดหน้าตำรวจในเครื่องแบบและรีบหยิบบัตรประชาชนของตัวเองขึ้นมาให้ตำรวจดู ฉันไม่ใช่เด็กนะคะ!

“...”

“...”

คุณตำรวจและทรานซ์ต่างเพ็งมองมาที่บัตรประชาชนที่มีรูปถ่ายติดพร้อมวันเดือนปีเกิด ไม่เคยคิดเลยว่าต้องเอาของแบบนี้มาโชว์ในที่สาธารณะแล้วยังในสถานการณ์แบบนี้อีก!

เอ๊ะ! จริงๆ หรอ นี่...อายุยี่สิบเอ็ดแล้วจริงๆ หรอเนี่ย ขอโทษครับ เป็นความเข้าใจผิดของผมเอง

ฮะ!? นี่ผมกำลังถูกจับข้อหาพรากผู้เยาว์หรอ!?

ผมขอโทษจริงๆ ครับ เห็นเหมือนว่าคุณสองคนกำลังมีปากเสียงกันแต่พอเห็นฝ่ายหญิงก็คิดว่าเป็นเด็ก...เลยสันนิษฐานว่าคุณกำลังพรากผู้เยาว์ ขอโทษด้วยนะครับ

คุณตำรวจเป็นฝ่ายขอโทษแต่โดยดี แต่ในที่สุดทรานซ์ก็ถูกปล่อยตัวอย่างง่ายดายหลังจากที่ฉันแสดงบัตรประชาชน อ่า...ให้คนอื่นดูหน้าตัวเองที่ติดบัตรแล้วมันก็รู้สึกแย่นะ มันยังใช้ได้อยู่อีกตั้งหลายปี...คงต้องอยู่กันไปอีกนาน

อึก นึกว่าจะโดนจับเข้าคุกข้อหาพรากผู้เยาว์ซะแล้วสิ!” ทรานซ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาและกว่าจะเคลียร์กับตำรวจเสร็จฉันก็ไปไม่ทันรถบัสที่ฉันต้องขึ้นซะแล้ว ต้องรอไปอีกตั้งครึ่งชั่วโมง!

เฮ้อ...เกือบเป็นเรื่องแล้วมั้ยล่ะ

ทีหลังช่วยหยิบบัตรประชาชนขึ้นมาให้เร็วกว่านี้นะ ไม่งั้นฉันคงได้เข้าไปนอนคุกฟรีแน่เลย

อุบ...ฮ่าๆๆ คนอย่างนายเนี่ย ถ้าได้เข้าคุกเพราะพรากผู้เยาว์คงจะตลกน่าดู

นึกสภาพตัวเองตอนอยู่ในคุกออกเลย

ฉันเองก็พอจะนึกออกเหมือนกัน

เมื่อกี้เธอเห็นรึเปล่า ฉันโดนจับใส่กุญแจมือนะ!?” เขาหันมาโวยวายใส่ฉันและยกมือทั้งสองข้างของเขาขึ้นมาให้ฉันดู

เห็นแล้ว เป็นยังไงล่ะความรู้สึกที่โดนใส่กุญแจมือ

สุดยอดเลย!

ท่าทางจะอยากเข้าคุกจริงๆ สินะ

เขาไม่เคยเข็ดเลยทั้งที่กำลังโดนจับยังจะมีหน้ามายิ้มร่าอีก ตอนแรกฉันก็คิดว่าเขาเป็นคนนิสัยไม่ดีคบไม่ได้ซะอีก แบบว่าพวกชอบใช้กำลังป่าเถื่อนอะไรแบบนั้น ก็ดูตัวเขาสิทั้งตัวสูงแล้วก็ตัวใหญ่ถ้าล้มทับฉันคงตายอย่างไม่ต้องสงสัย แต่พอได้รู้จักแล้ว เขาน่ะ...ปัญญาอ่อนที่สุดเลย!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

714 ความคิดเห็น

  1. #624 ByChu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 15:58
    555 สนุกมากๆค่ะ
    #624
    0
  2. #611 ∞.βaяrettë (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2557 / 03:48
    ขำมาก 555555555555555 เราชอบการเล่าเรื่องของไรเตอร์จัง เหมือนดูการ์ตูนแบบบอกไม่ถูก แต่น่ารักนะ 55555
    #611
    0
  3. #583 praewSKAFHA_P73 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 19:47
    ชอบมากถึงมากที่สุดดดดดด
    #583
    0
  4. #443 kae gae (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2557 / 17:41
    เจิมรอนะค่ะ
    #443
    0
  5. #427 kae gae (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2557 / 17:35
    รออ่านนะคะ
    #427
    0
  6. #355 EvaaRatta (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 เมษายน 2557 / 16:26
    ทรานซ์ไม่เห็นโหดเลอออ



    ออกจะน่ารัก :3 เนอะๆ
    #355
    0
  7. #346 pooh (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 18:48
    ขำมาก ทรานซ์โดนจับ เพราะมะหมี่เตี้ย
    #346
    0
  8. #288 Manpoon Boon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มีนาคม 2557 / 09:48
    ขำมากนายโย่งเราทดสอบตลอดแต่ไหงหนูทดลองเป็นยัยเตี้ยผมตลอด
    #288
    0
  9. #54 Black_MELON (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มกราคม 2557 / 07:06
    ประโยชน์ของความสูง(น้อย)มีมากมายสินะ>_,<
    #54
    0
  10. #49 Nookii Pan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มกราคม 2557 / 21:33
    โดนตอกยำ้เรื่องความเตี้ยตลอด
    #49
    0
  11. #15 niramol (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2557 / 16:41
    ขอบคุณคะ
    #15
    0
  12. #13 WHXZQ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มกราคม 2557 / 22:02
    สกรีมแปป ชอบver.จ้า
    #13
    0