พิชิตใจยัยคู่กัด

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 5 ห่วงหรือหวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 721
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    19 มี.ค. 60

ตลอดทั้งวันปาลิตาแทบไม่ได้ไปไหนเลยเพราะฐิติรัตน์คอยตามตลอด ความรู้สึกที่เพื่อนคนนี้มีให้นั้นเธอก็เข้าใจนะ แต่ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกันก็ไม่ไหว คนอื่นต่างเอาไปนินทากันสนุกปาก ฐิติรัตน์เองก็มีสาวในสต๊อกเยอะแยะ หนึ่งในนั้นคือปีใหม่คนที่เปรียบเสมือนคู่แข่งของเธอ  ไม่ว่าเธอจะทำอะไรปีใหม่จะต้องทำตามและชนะเธอให้ได้ทุกครั้ง เธอไม่เข้าใจว่าเธอไปทำอะไรให้หล่อนเกลียดขี้หน้าหรือเป็นเพราะฐิติรัตน์ที่ตามจีบเธออย่างออกนอกหน้าแบบนี้

“เลิกตามฉันซะทีได้มั้ยฮะ ฉันรำคาญ”

“ทรายจะไปหาไอ้เด็กปากดีนั่นใช่มั้ย”

“จะไปทำไม ฉันไม่มีธุระกับไอ้โย่งซะหน่อย”

“อย่ามาโกหก เมื่อคืนไปด้วยกันเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า”

“เดี๋ยวตบหัวทิ่มเลยนี่ ปากเหรอนั่นถามมาได้นะ”

“แค่อยากรู้ บอกมาเถอะนะ”

“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้นแหละ ห้องใครห้องมันจบมั้ย”

“จบก็ได้ เราไปกินข้าวเย็นกันนะทราย วันนี้กวางไม่มาขวางด้วยอ่ะ”

“ฉันไม่ไป แกไปกับแฟนแกเถอะ”

“ป๊อบยังไม่มีแฟนนะทราย ใครบอกว่าป๊อบมีแฟนเหรอ”

“ป๊อบคะ มาอยู่นี่เองปีใหม่ตามหาซะแทบแย่”   ปีใหม่รีบเดินมากอดแขนฐิติรัตน์แสดงความเป็นเจ้าของแต่สายตามองปาลิตาอย่างเชือดเฉือน

“แฟนแกมาแล้ว ฉันกลับก่อนนะ”

“เดี๋ยวสิทราย เฮ้อ...ปล่อยแขนฉันได้แล้วปีใหม่ อยากเป็นปลิงหรือไงฮะ”

“ทำไมว่าเมียแบบนั้นล่ะคะ เค้าน้อยใจนะ”

“ใครเป็นเมียฉัน เธอมอมเหล้าฉันแล้วลากเข้าห้อง อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ”

“ป๊อบต่างหากที่ลากปีใหม่เข้าห้อง คอยดูนะปีใหม่จะไปฟ้องพ่อ”

“เอ่อ...ใจเย็นๆก่อนนะปีใหม่ เรื่องของเราจะให้พ่อมาเกี่ยวทำไมคะ”

“ก็ป๊อบไม่รับผิดชอบปีใหม่ ได้แล้วทิ้ง”

“ใครว่า เราไปหาอะไรอร่อยๆกินกันดีกว่านะคะ”

“ดีเหมือนกันค่ะ ปีใหม่หิวข้าวมากเลยที่รัก”

“จ้ะๆ เรารีบไปกันเถอะ” ฐิติรัตน์ทำใจยอมรับชะตากรรมของตัวเองเมื่อมาเจอลูกสาวเจ้าพ่อปักษ์ใต้ ไม่น่าไว้ใจเพื่อนเลวพวกนั้นเลย เหล้าเข้าปากแล้วทิ้งเพื่อน

 

ปาลิตาถือกระเป๋ายืนอยู่หน้าห้องของสุรีรัตน์ เสียงถอนหายใจรอบที่สามสิบสามดังขึ้น ใบหน้าสวยกังวลเล็กน้อยเพราะยังทำใจไม่ได้ที่ต้องมานอนร่วมเตียงกับคู่กัด

“จะยืนถอนหายใจทิ้งอีกนานมั้ยเตี้ย”

“ว้าย! ทำไมมาอยู่ตรงนี้ล่ะ”

“ถามแปลก ฉันไปซ้อมเทควันโดมาเพิ่งกลับถึงห้องนี่แหละ  ว่าแต่ขนของมาหมดหรือยัง ให้ไปช่วยยกมั้ย”

“ไม่ต้อง ฉันมีแค่นี้แหละ”

“งั้นเข้าห้องของเรากันนะ ยินดีต้อนรับคู่กัดคนสวยค่ะ”

“กวนจนวินาทีสุดท้ายเลยนะแก” ปาลิตาพูดลอดไรฟันอย่างเข็ดเขี้ยว กวนเข้าไปเถอะ สักวันจะเอาคืนซะให้เข็ด

“พี่พูดอะไรหรือเปล่า ได้ยินไม่ชัดเลย”

“เปล่านี่ หูฝาดมั้ง”

“งั้นเหรอ สงสัยหูฝาดจริงๆแหละ”

ทั้งสองสาวเดินเข้ามาในห้อง  สุรีรัตน์เอาน้ำมาให้ปาลิตาดื่มเพราะกลัวอีกคนหิวน้ำ ปาลิตามองไปรอบๆห้องอย่างพอใจ แม้จะดูโล่งไปนิดแต่รู้สึกสบายตาบอกไม่ถูก

“ชอบห้องนี้มั้ย”

“ก็สวยดี”

“ชอบก็พูดมาตรงๆเถอะน่า ฟ้าจะถล่มหรือไงแค่พูดให้มันตรงกับใจเนี่ย”

“นี่ก็ตรงกับใจสุดๆแล้วนะ”

“เหรอ ขี้เกียจเถียงด้วยแล้ว พี่เอาของไปเก็บในห้องนอนเถอะ ฉันแยกตู้เสื้อผ้าให้แล้วนะ ของพี่อยู่ด้านขวา”

“ขอบใจ” ปาลิตาเดินเข้าไปในห้องนอนทันที ในใจรู้สึกวูบไหวเพราะคืนนี้เธอต้องนอนห้องเดียวกับคู่กัดที่ช่วงนี้ทำให้หัวใจเธอหวั่นไหวแปลกๆ

“คนอะไรปากแข็ง ปากไม่ตรงกับใจ ปากดี ปากน่าจูบ เฮ้ย!” สุรีรัตน์หน้าแดงเมื่อรู้สึกว่าสมองจะเริ่มฟุ้งซ่าน แต่เธอชอบริมฝีปากอวบอิ่มของปาลิตาจริงๆนะ น่าจูบอ่ะ

Rrrrrrr Rrrrrrr

“ว่าไงเก๋”

“คืนนี้ไปทำงานที่ผับหรือเปล่า”

“ไปสิ แกจะไปเที่ยวเหรอ”

“ใช่ ฉันกับหนึ่งจะไปหาแกที่นั่น”

“งั้นฉันจะจองโต๊ะไว้รอละกัน ว่าแต่ไม่พาแฟนมาด้วยเหรอ”

“แฟนไม่มีจะพาไปได้ไง แค่นี้นะคืนนี้เจอกัน”

“เออๆ เดี๋ยวเจอกัน”

สุรีรัตน์มองไปทางห้องครัวแล้วนึกขึ้นได้ว่าอีกคนคงยังไม่ได้กินอะไรจึงเดินเข้าไปทำอาหารง่ายๆให้อีกคนกับตัวเอง เมนูที่ง่ายที่สุดคงเป็นข้าวผัดเพราะมีข้าวที่หุงเอาไว้แล้ว ที่เหลือแค่หาผักมาใส่เท่านั้นเอง

ปาลิตาเดินออกมาหลังจากจัดของเสร็จ แผ่นหลังคนตัวสูงตอนที่ทำอาหารทำให้สายตานิ่งมองอยู่อย่างนั้นไม่อาจขยับไปมองทางไหนได้เลย ท่าทางคล่องแคล่วแบบนี้คงทำอาหารบ่อย ไม่น่าเชื่อว่าคู่กัดของเธอจะมีอะไรดีๆซ่อนอยู่มากมาย

“อ้าว...จัดของเสร็จแล้วเหรอ มานั่งสิคะ”

“เธอทำอาหารเป็นด้วยเหรอ”

“เป็นสิ แม่ทำงานกลับบ้านค่ำเลยต้องทำอาหารให้น้องชายทุกวัน”

“แล้วพ่อล่ะ”

“พ่อก็อยู่กับครอบครัวใหม่ เขาต้องดูแลลูกชายไม่มีเวลามายุ่งกับเราหรอก”

“น้อยใจหรือเปล่าเนี่ย”  ปาลิตาจับน้ำเสียงของคนตัวสูงได้เพราะบ่งบอกว่ากำลังน้อยใจ แปลกที่เธอเข้าใจสุรีรัตน์แค่อีกคนแสดงสีหน้าและความรู้สึกผ่านแววตา

“ไม่นี่ ฉันชินแล้วเพราะพ่อไม่มาเยี่ยมพวกเราหลายปีแล้วล่ะ”

“อือ... ฉันหิวแล้วล่ะ”

“รอแป๊บนะ อ้อ...คืนนี้ฉันต้องไปทำงานนะ เพื่อนฉันจะมาเที่ยวคงกลับดึกหน่อย พี่นอนไปได้เลยนะไม่ต้องรอ”

“ใครจะรอเธอกันยะ”

“อ้าว...นึกว่าจะรอเหมือนแม่บ้านรอสามีกลับบ้าน”

“ประสาท”

“หึหึ รีบกินเถอะหิวไม่ใช่เหรอ” สุรีรัตน์ยื่นจานข้าวผัดให้ปาลิตา หน้าตาข้าวผัดดูมีสีสันแปลกตา ปาลิตามองอยู่สักพักก็เริ่มตักกิน

“..........” (อร่อย)

“เป็นไง อร่อยใช่มั้ยล่ะ”

“ก็งั้นๆแหละ” ปาลิตามองหน้าทะเล้นของสุรีรัตน์แล้วอยากจะแกล้งอีกคน ทั้งๆที่ข้าวผัดจานนี้อร่อยมากจนเธอหยุดกินไม่ได้เลย

“เหรอ งั้นก็ฝืนกินหน่อยละกัน” สุรีรัตน์ยิ้มขำคนปากแข็ง ตักกินขนาดนั้นยังบอกว่างั้นๆอีก มันน่าจับจูบให้ปากอ่อนซะจริง

“คืนนี้อย่ากลับดึกนักล่ะ”

“ห่วงเค้าเหรอ ดีใจจังเลยอ่ะ”

“เปล่า ฉันไม่ชินกับห้องใหม่ ไม่อยากอยู่คนเดียว”

“หึหึ โอเค ประมาณเที่ยงคืนคงกลับมาแล้วล่ะ เพราะพรุ่งนี้จะไปหาพี่บัวแต่เช้า”

“ทำไมไม่ไปตอนเย็นทีเดียว คุณบัวเชิญพวกเราทุกคนไปกินข้าวที่บ้านใหญ่ หรือมีธุระตอนเย็น”

“พรุ่งนี้ต้องเข้าบริษัทตอนบ่าย อยากไปด้วยกันมั้ยล่ะ”

“ไปได้เหรอ”

“ได้สิ พรุ่งนี้มีงานถ่ายแบบฉันเลยต้องไปดูงานแทนพี่บัว”

“ไม่ไปดีกว่า”  ปาลิตาคิดอยู่สักพักก่อนจะปฏิเสธเพราะเธอยื่นเรื่องขอฝึกงานกับบริษัทนี้ไปแล้ว หากไปปรากฏตัวที่นั่นมีหวังคนอื่นรู้หมดว่าเธอรู้จักเจ้าของบริษัท

“เปลี่ยนใจง่ายชะมัด ไม่ไปก็อยู่ห้องดีๆนะอย่าพาใครเข้ามาห้องของเราล่ะ”

“ทำไมอ่ะ”

“ฉันชอบความเป็นส่วนตัวมากกว่าจะมีเพื่อนๆมาเสียงดังในห้อง เข้าใจนะ”

“ไม่น่าเชื่อเลยว่าเธอโลกส่วนตัวสูง ดูไม่ออกเลยนะเนี่ย”

“ก็ไม่ขนาดนั้น แค่ไม่ชอบน่ะ”

“แล้วมีฉันอยู่ด้วยล่ะ”

“ฉันชอบ”

(•‾‾•)

คนบ้า ทำหน้าระรื่นแบบนั้นได้ไง ฉันเขินนะเว้ย

“ฉันอิ่มแล้ว ถ้ารีบไปก็ไปอาบน้ำสิ เดี๋ยวฉันเก็บจานเอง”

“อุ๊ย! ฝึกเป็นแม่บ้านให้เค้าเหรอตะเอง น่ารักอ่ะ”

“เปล่า เวลาโยนจานลงขยะเธอจะได้ไม่เห็นไง”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า อยากทำอะไรก็ทำไปเลย ทำหน้ามึนแบบนี้มันน่ารักดีนะ”

“จะไปไหนก็รีบไปเลยป่ะ กวนประสาท เดี๋ยวปั๊ด!

“ว้าย! ไปแล้วๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” สุรีรัตน์วิ่งหนีส้อมที่สาวตัวเล็กทำท่าจะขว้างมาหาไม่อยากจะคิดเลยถ้าอีกคนขว้างมาจริงๆจะทิ่มส่วนไหนของร่างกายนะ ฮ้าความสุขที่เธอเคยเฝ้าฝันคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม คุณแฟนในอนาคต อิอิ

 

นิตานั่งขมวดคิ้วเพราะนึกห่วงว่าสองสาวจะทะเลาะกันจนห้องพังหรือเปล่า หากปล่อยอยู่กันตามลำพังแล้วไม่มีกรรมการห้ามทัพข้าวของเครื่องใช้จะเละหรือเปล่านะ

“เป็นอะไรคะ หน้าเครียดเชียว”

“พี่กำลังคิดถึงสองสาวอยู่น่ะ ไม่รู้ว่าตีกันตายหรือยัง”

“แอบเปิดกล้องดูสิคะ”

“มีที่ไหนกันเล่า พี่ขู่ไปงั้นแหละ”

“อ้าว... อย่างนี้เราจะรู้ได้ไงว่าน้องทะเลาะกันรุนแรงหรือเปล่า ไม่ได้การแล้วสิตาจะต้องไปหาสองคนนั้นก่อน”

“เดี๋ยวสิที่รัก ถ้าเราไปน้องก็จับได้พอดีว่าเราโกหกเรื่องกล้องวงจรปิด”

“เราก็แค่ไปดูว่าพวกเค้าอยู่กันยังไง กินข้าวหรือยังแค่นั้นเอง”

“งั้นยกกับข้าวไปด้วยดีกว่า เดี๋ยวไม่เนียน”

“นั่นสิคะ พี่นิตาไปยกมาเลยค่ะ”

วาสิตาเคาะห้องเพื่อให้คนในห้องมาเปิดประตู ยืนรออยู่พักใหญ่ก็ไม่มีใครสักคนมาเปิดประตูให้เลย ใบหน้ากังวลขึ้นเรื่อยๆเพราะกลัวทั้งสองสาวจะตีกันตั้งแต่คืนแรก

“เอาไงดีพี่นิตา”

“กดกริ๊งเลยค่ะ เผื่อสองคนนั้นไม่ได้ยินเสียงเคาะประตู”

“ค่ะ” วาสิตากดกริ๊งค้างไว้ครู่หนึ่ง ไม่นานปาลิตาก็เปิดประตูให้กับแขกผู้มาเยือน พอเห็นว่าเป็นพี่สาวทั้งสองก็นึกแปลกใจเล็กน้อย

“พี่นิตากับพี่สิตาเองเหรอ เข้ามาก่อนสิคะ”

“คุณเหมียวล่ะทราย” นิตามองเข้ามาด้านในแล้วมองหาเจ้าของห้องแต่หาไม่เจอ

“อาบน้ำอยู่ค่ะ เดี๋ยวคงออกไปทำงานเห็นว่านัดเพื่อนไว้ด้วย”

“ไม่ได้ทะเลาะตบตีกันใช่มั้ย”

“โธ่...พี่สิตา ทรายไม่ใช่มือตบนะถึงได้ตบตีไอ้โย่งทุกวันน่ะ”

“ใครจะไปรู้ เห็นเจอกันทีไรวิ่งไล่ตีกันทุกที”

“ถ้าเค้าไม่มากวนประสาททรายก่อนทรายก็ไม่ทำอะไรเค้าหรอก”

“พี่เอากับข้าวมาให้ กินข้าวหรือยัง”

“กินข้าวผัดไปแล้วค่ะ เหมียวทำให้กินเมื่อกี้”

“เหรอ งั้นพี่คงไม่ต้องห่วงเธอแล้วสิ”

“ห่วงทำไมเหรอคะ ทำอย่างกับทรายเป็นเด็กไปได้นะพี่”

“งั้นพี่กลับก่อนนะ พี่นิตาเรากลับไปพักผ่อนดีกว่านะคะ”

“จ้ะ พี่ไปก่อนนะทราย ฝากดูแลคุณเหมียวด้วยนะ”

“เอ่อ...ค่ะ” ปาลิตาไปส่งพี่สาวทั้งสองที่หน้าประตูก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟา สมองเริ่มประมวลผลต่างๆเกี่ยวกับตัวเองและคู่กัด คิดแล้วสับสนทำไมถึงใจอ่อนให้อีกคนที่ชอบกวนประสาทเธอนักนะ โอ๊ย...หงุดหงิด

“ทำหน้าอย่างกับไม่ได้ถ่ายมาหลายวันเลยนะ”

“เฮ้อ... อย่ากวนได้ป่ะ จะไปไหนก็รีบไปเลยป่ะ”

“อารมณ์ไม่ดี?”

“เออ... อย่าดื่มมากนักล่ะ สงสารเพื่อนเธอที่ต้องแบกกลับมา”

“ขอรับแม่จอมซึน”

“นี่!

“ไปก่อนนะ คืนนี้มีโชว์เต้นด้วยรับรองดื่มไม่เยอะหรอก”

“ไปเถอะ”  ปาลิตาหันหลังให้สุรีรัตน์ ในใจนึกห่วงอีกคนที่จะขับรถกลับมาห้องได้หรือเปล่า ตอนนี้เพิ่งจะสองทุ่มกว่าเอง ถ้าขอไปด้วยจะแปลกมั้ยนะ

“งั้นล็อคห้องให้ดีๆล่ะ”

“เดี๋ยว!

“มีอะไรอีกล่ะ ฉันจะไปทำงานแล้ว”

“ฉันอยากฟังเพลงอ่ะ ไปด้วยได้ป่ะ”

“หา? เอ่อ...ก็ได้นะ รีบไปอาบน้ำแต่งตัวสิ ฉันให้เวลา 20 นาที”

“รอแป๊บละกัน”

สุรีรัตน์มองคนตัวเล็กที่วิ่งเข้าไปอาบน้ำอย่างสงสัยเมื่อกี้ยังทำท่าไม่สนใจเราเลย อะไรที่ทำให้ยัยซึนเปลี่ยนใจไปด้วยนะ เอ้...หรือจะเป็นห่วงเรา

“หึหึ คืนนี้คงต้องหาอะไรสนุกๆทำซะแล้ว พิสูจน์ใจคนปากแข็งซะหน่อย”

 ผ่านไปเกือบ 30 นาทีปาลิตาเดินออกมาด้วยชุดเดรสสีดำเข้ารูป ข้อมือมีกำไรใส่เอาไว้เพื่อความเก๋ไก๋ กระเป๋าถือใบเล็กเอาไว้ใส่มือถือและของจุกจิก รวมๆแล้วสวยจนคนตัวสูงอ้าปากค้างไปเลยทีเดียว ผมที่ปล่อยสยายเต็มกลางหลังนั่นอีก โอ๊ย...เซ็กซี่

“ไปกันเถอะ ฉันนัดกวางให้ไปเจอที่ผับแล้ว”

“เอ่อ... ปะ ไปสิ” สุรีรัตน์คว้าเสื้อแขนยาวติดมือมาด้วยเพราะรู้สึกหวงร่างบางไม่น้อย ทำไมคืนนี้ใส่ชุดแบบนี้นะ หัวใจจะวาย

“หือ?”

“ใส่เสื้อไว้ก่อนสิ เดินลงไปคงมีแต่คนมอง”

“ขอบใจ” ปาลิตาแอบอมยิ้มเมื่ออีกคนใส่ใจเธอ ตอนแรกนึกกังวลว่าลืมเอาเสื้อที่เตรียมเอาไว้มาด้วยแต่คราวนี้คงไม่ต้องกังวลอะไรแล้วมั้ง น่ารักเหมือนกันแฮะ

“ไม่เป็นไร ไม่อยากให้คนอื่นเขาเสียสายตาน่ะ”

“ปากเหรอนั้น” ปาลิตาแทบจะบ้วนคำพูดเมื่อกี้ทิ้งไป คนกวนประสาทยังไงก็ไม่มีทางโรแมนติกเหมือนคนอื่นได้หรอก อุตส่าห์หลงดีใจ

สุรีรัตน์หัวเราะขำก่อนจะพากันเดินไปที่รถ  ปาลิตานั่งเงียบมาตลอดทางเพราะมีเรื่องคาใจให้ต้องคิด เรื่องที่เธอมานั่งในรถคันนี้แหละ เธอกำลังห่วงยัยแมวเหมียวห่วงว่าจะเกิดอุบัติเหตุหากขับรถกลับมาเอง ห่วงไปทุกอย่างแม้กระทั่งยัยขี้เมาคนนั้นคนที่เธอจำใบหน้าได้ไม่ลืมเลย ตัวอันตรายตัวแม่เลยก็ว่าได้เล่นแต่งตัวยั่วขนาดนั้น แน่จริงไม่ใส่อะไรเลยดีกว่ามั้ยเพราะวันนั้นชุดก็แทบปิดอะไรไม่มิดอยู่แล้ว นึกแล้วอารมณ์ขึ้นไม่รู้ว่าคืนนี้จะเจออีกหรือเปล่า

“ถึงแล้วนะคะ”

“อือ ฉันถอดเสื้อได้หรือยัง”

“ถอดได้แล้วค่ะ คืนนี้ห้ามไปไหนคนเดียวนะ อีกอย่างคือห้ามดื่มแอลกอฮอล์”

“รู้แล้วน่า”

“อย่าให้เหมียวต้องหามพี่ส่งโรงพยาบาลนะคะ”

“ห่วงเหรอ”

“ใช่ห่วง อย่าทำให้ห่วงไปมากกว่านี้เลยนะ”

“........” ปาลิตาสบตากลมโตอย่างหวั่นไหว หัวใจเต้นแรงมากจนควบคุมไม่อยู่

“ลงไปหาทุกคนกันเถอะ ส่งพี่แล้วเหมียวต้องไปเตรียมตัวอีก”

“อือ ก็ไปสิ”

“ก็ลงซะทีสิแม่คุณ นั่งหน้าแดงอยู่ได้”

“ตบสักทีดีมั้ยเนี่ย”

“ตบจูบเหรอ เอาสิชอบ”

“ยัยบ้า! ใครเค้าจะจูบเธอกัน ลงไปได้แล้ว”

“แหม...ตัวเองล่ะก็ เค้าอยากจูบตัวเองจริงๆนะ”

“ยังไม่หยุดพูดอีกเหรอไอ้โย่ง เดี๋ยวแม่ฟาดด้วยกล่องทิชชูเลยนี่”

“หึหึ ไม่กวนแล้วก็ได้ คืนนี้ดูแลตัวเองด้วยนะ ห่วง เอ้...หรือว่าหวง”

“พูดอะไรไม่เห็นจะเข้าใจ จะห่วงหรือจะหวงมันก็เรื่องของเธอ ฉันจะเข้าไปข้างในแล้ว อยากนั่งตรงนี้ก็เชิญ” ปาลิตาพูดด้วยเสียงสะบัดก่อนจะเปิดประตูรถออกไป

“รอด้วยสิ ไปกินรังแตนที่ไหนมาวะ เฮ้อ...” สุรีรัตน์รีบวิ่งตามไปติดๆเพราะห่วงว่าอีกคนจะเจอทอมขี้หลีที่นั่งตลอดแนวทางเดิน พวกนี้ชอบจีบสาวสวย เธอไม่ปล่อยใครมาจีบปาลิตาหรอก หวงจะแย่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

73 ความคิดเห็น

  1. #12 เล็กหมูน้อย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 16:25
    พี่สองคนก็คิดว่าจะทะเลาะกัน

    ทรายมีอึ้งนะที่เห็นคุณเหมียวทำอาหาร

    ทรายมีห่วงนะ 5555

    #12
    0