พิชิตใจยัยคู่กัด

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4 อยากให้หึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 712
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    18 มี.ค. 60

สามสาวมานั่งในผับแห่งหนึ่งที่สุรีรัตน์มาทำงาน สายตาของปาลิตามองไปรอบๆผับ เธอเพิ่งรู้ว่าที่นี่คือผับเลสเบี้ยน ผู้หญิงส่วนใหญ่หน้าตาดีกันทั้งนั้น พวกทอมบอยที่แต่งตัวหล่อเหลาอย่างกับผู้ชายก็มีไม่น้อยเหมือนกัน หล่อกว่าผู้ชายอีกแฮะ

“บรรยากาศเป็นยังไงบ้าง ของสวยๆงามๆทั้งนั้น” นิตาพูดด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างตื่นตาตื่นใจ วาสิตามองคนรักแล้วเอื้อมไปบิดหูคนทำตาแพรวพราว

“โอ๊ยๆ เมียจ๋าอย่าบิดหูเค้าสิ เจ็บๆๆ”

“อย่าริเจ้าชู้ถ้าไม่อยากเจ็บตัว”

“พี่เปล่านะที่รัก แค่มองเฉยๆ”

“จิ้มตาบอดซะดีมั้ยเนี่ย”

“อย่านะคะ โธ่...พี่ไม่ได้มองแบบหื่นกระหายซะหน่อย แค่มองเฉยๆเองนะ”

“มองได้แต่อย่าอ่อยเข้าใจมั้ยคะ”

“รับทราบค่ะ ไม่อ่อยเพราะพี่จะอ่อยเมียพี่คนเดียว”

“ชิ! ทรายมองไปทางเวทีสิ คุณเหมียวออกมาแล้วนะ”

“ไหนคะ”  ปาลิตาใจเต้นระรัวอยากเห็นคนกวนประสาทวาดลวดลายบนเวที เธอพยายามมองหาแต่บนเวทีแสงน้อยจึงมองไม่ค่อยเห็นว่าใครเป็นใครบ้าง

“ตรงนั้นไง เป็นดีเจด้วยล่ะคืนนี้”

 เสียงสาวๆในผับส่งเสียงกรี๊ดดังมากเมื่อสุรีรัตน์เดินออกมา ชุดที่สวมใส่ออกแนวหนุ่มเกาหลีทั้งที่ผมยาวแต่หน้าตาออกเท่ไปเลย ปาลิตามองไปรอบผับเห็นผู้หญิงส่วนใหญ่ยกมือโบกไปทางเวที คนด้านบนก็ยิ้มหวานโบกกลับมาเหมือนกัน อะไรกัน ออร่าที่เปล่งออกมาจากตัวยัยแมวเปรตทำไมมันสว่างจ้าแบบนั้น โอ๊ย...แสบตา

“เป็นไง อึ้งไปเลยเหรอ” วาสิตากระแซะไหล่น้องสาวที่อ้าปากค้าง ปาลิตามองไปทางหน้าเวทีอีกครั้งเห็นสาวๆกำลังยื่นดอกไม้ให้ดีเจคนสวยเกือบสิบกว่าคน

“ชิ! ก็งั้นๆแหละ แค่หน้าตาดีแล้วสาวกรี๊ดนอกนั้นไม่เห็นมีอะไรดีเลย”

“ยังไม่หมดแค่นี้หรอก ใจเย็นๆ”

วาสิตาสบตาคนรักแล้วอมยิ้ม ปาลิตามองพี่สาวทั้งสองก่อนจะมองไปทางสาวเท่บนเวที ตอนอยู่มหาลัยไม่เห็นยิ้มแย้มกับคนอื่นเลย  เธอเคยเห็นใบหน้าเย็นชาตอนถูกผู้หญิงคนอื่นเข้ามาจีบ ทำไมตอนนี้ถึงยิ้มให้ผู้หญิงคนอื่นได้นะ ไม่ชอบเลยให้ตายสิ

“ขอบคุณสำหรับดอกไม้นะคะ ตอนนี้เรามาสนุกกันก่อนดีกว่า มิวสิคมาเลย”

สุรีรัตน์ให้ดีเจอีกคนเป็นคนเปิดเพลงส่วนตัวเธอออกมาวาดลวดลายด้านหน้าให้สาวๆกรี๊ดเสียงดังแล้วเต้นตามจังหวะเพลงไปด้วย ปาลิตาอ้าปากค้างอีกรอบสายตาที่มองไปบนเวทีไม่สามารถกะพริบได้เลยเพราะกลัวภาพที่เห็นจะหายไป

ยัยนี่เต้นสวยชะมัด รอยยิ้มและใบหน้าสนุกสนานแบบนั้นหมายความว่าไง ชอบเต้นมากอย่างนั้นเหรอ

“ลีลาเป็นไง นักเต้นมืออาชีพเลยนะเพราะมีครูมาสอนเต้นทุกอาทิตย์ที่บริษัท”

“เหมียวลงทุนไปฝึกเต้นที่บริษัทเลยเหรอพี่นิตา”

“ค่ะ คุณเหมียวชอบงานบันเทิงแต่อยากเรียนการตลาดเพราะท้าทายมากกว่า”

“พรุ่งนี้ก็ย้ายไปอยู่ห้องเดียวกันแล้ว ทำตัวดีๆล่ะ” วาสิตากระซิบบอกน้องสาว สิ่งที่เธอทำก็เพื่อน้องสาวทั้งนั้นไม่รู้ใจตัวเองเลยว่าแอบรักเขามาตั้งนาน ทุกครั้งที่ปาลิตากลับมาบ้านจะพูดแต่เรื่องของคุณเหมียวทั้งนั้น แม้จะเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันแต่ดูยังไงก็เหมือนคู่รักแหย่กันเล่นมากกว่า

“อย่าย้ำได้มั้ยคะ ทรายทำใจยังไม่ได้เลยนะ”

“เหรอ พี่นิตามองหน้าอกยัยนั่นทำไมคะ ของสิตาก็มีนะ” วาสิตาส่ายหน้าเมื่ออีกคนทำปากแข็งก่อนจะมองคนรักที่จ้องไปมองสาวโต๊ะข้างๆตาเป็นมัน

“พี่เปล่ามองนะ แค่หันไปเห็นแต่ขยับหน้าหนีไม่ได้แค่นั้นเอง”

“เหรอ”

“โอ๊ยๆ เมียจ๋าอย่าทำพี่เลยนะพี่กลัวแล้ว” นิตาเอียงหน้าไปตามแรงบิดของคนรัก ใบหูน้อยๆร้อนผ่าวเมื่อถูกบิดอย่างแรงจนน้ำตาเล็ด

“เมื่อก่อนไม่เห็นทำตัวเจ้าชู้แบบนี้เลย สิตาควรพิจารณาพี่ใหม่แล้วสิคะ”

“ไม่เอานะที่รัก พี่ไม่ได้เจ้าชู้เลยนะ พี่ขอโทษก็ของมันล่อตาอ่ะ”

“งั้นกลับบ้านกันเถอะ ถ้ามันล่อขนาดนี้ไปดูที่ห้องเราดีกว่า”

“ไปๆ กลับเลยก็ได้ น้องทรายกลับบ้านกันเถอะค่ะ”

“เอ่อ... ค่ะ กลับก็กลับแต่ทรายขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”

“รีบไปรีบมาก็แล้วกัน พี่รออยู่ที่โต๊ะนะ” วาสิตามองหน้าคนรักที่ส่งยิ้มแห้งๆมาให้ นึกเคืองที่ในผับแห่งนี้มีแต่สาวเอ๊าะๆแต่งตัวล่อเสือล่อตะเข้ อยากโดนลากนักหรือไง

“อย่าเพิ่งฆ่ากันนะคะ ทรายไปแป๊บเดียว”

ปาลิตารีบเดินไปทางห้องน้ำ พอมาถึงก็รีบทำธุระส่วนตัวให้เสร็จเพราะห่วงพี่เขยจะตายคามือพี่สาวตัวเองซะก่อน รายนั้นหึงโหดจะตายไป

ผลัก

“โอ๊ย...เดินยังไงของเธอเนี่ย ไม่มีตาหรือไงฮะ” เสียงแปดหลอดดังขึ้นหน้าห้องน้ำ ปาลิตามองหน้าผู้หญิงเปรี้ยวอย่างงงๆ เธอไม่ได้เป็นฝ่ายเดินชนซะหน่อย

“..............”

“เป็นใบ้หรือไงย่ะ ยืนบื้อทำหน้าเซ่ออยู่ได้ถอยไปสิ”

“หน้าตาก็พอไปวัดไปวาได้แต่ปากเลี้ยงสุนัขไว้กี่ตัวคะคุณ” ปาลิตาไม่พอใจที่คนตรงหน้ามาต่อว่าตัวเองทั้งที่เขาเป็นคนผิดแท้ๆ แบบนี้ต้องสั่งสอนซะหน่อยแล้ว

“กรี๊ดดดด นี่แกว่าฉันปากหมาเหรอฮะ”

“ยังไม่ได้พูดออกมาเลยนะ คุณพูดเองทั้งนั้นเลย”

“อยากโดนตบมากใช่มั้ย”

“เธอตบฉันเตะ เอาสิจะลองดูก็ได้นะ คิดว่ากลัวหรือไงฮะ”

“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ อ้าว...มาได้ไงเนี่ย”  สุรีรัตน์ได้ยินเสียงกรีดร้องเลยเดินมาดูเผื่อแขกจะทะเลาะกัน พอเห็นใบหน้าของรุ่นพี่คู่กัดก็ตกใจไม่น้อย

“แคทมาก็ดีแล้ว ยัยนี่มันหาเรื่องพิมพ์ มันจะตบพิมพ์ด้วยนะคะ”  พิมพ์ภาเข้ามากอดแขนออดอ้อนสุรีรัตน์เพราะเธอเป็นแขกประจำและสนใจสุรีรัตน์มาก

“หน้าด้าน เธอเดินมาชนคนอื่นแท้ๆยังจะมาตบเค้าก่อนอีก ไม่อายเลยเหรอที่พูดออกไปน่ะ”

“ใครจะตบเธอ ฉันคือผู้เสียหายนะ แคทขาพิมพ์ไม่ผิดนะคะ”

“แยกย้ายกันไปดีกว่านะ คุณพิมพ์ภาจะเข้าห้องน้ำไม่ใช่เหรอคะ” สุรีรัตน์ดึงแขนพิมพ์ภาเข้าไปในห้องน้ำส่วนตัวเองเดินออกมาหาคนหน้าบึ้งที่ยืนหายใจหอบไม่พูดไม่จาเพราะพยายามระงับอารมณ์ของตัวเอง

“พี่มาที่นี่ได้ไงคะ มากับใครแล้วดื่มเหล้าเข้าไปหรือเปล่า เมามั้ยเนี่ย”

“โอ๊ย...นี่ เธอช่วยถามทีละคำถามได้มั้ย ฉันยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่นะ”

“อย่าพาลสิเตี้ย นิสัยไม่ดีเลยนะ”

“ตัวเองนิสัยดีตายล่ะ ไปนะ น่าเบื่อชะมัด”

“เดี๋ยวสิคะ พี่มากับใคร” สุรีรัตน์ดึงมืออีกคนเอาไว้ไม่ให้เดินหนีไปไหนได้

“ทำไมฉันต้องบอกเธอด้วย ปล่อยนะ”

“ไม่ปล่อย! พี่มากับใครบอกเหมียวมาก่อนสิ”

“ทรายมากับฉัน ทีนี้ปล่อยมือทรายได้หรือยัง” เสียงห้าวดังมาจากด้านหลังทำให้ทั้งสองสาวหันไปมองผู้มาใหม่พร้อมกัน

“ป๊อบ/พี่ป๊อบ”

“ว่าไงล่ะ จะจับมือทรายอีกนานมั้ยฮะ”  ฐิติรัตน์เดินไปกระชากแขนของปาลิตาที่ยังนิ่งอึ้งกับสถานการณ์ตรงหน้า ตกลงตอนนี้มันเป็นฉากศึกชิงนางแล้วใช่มั้ย

“ไม่ปล่อย พี่ทรายจะกลับบ้านพร้อมฉัน พี่ป๊อบนั่นแหละต้องปล่อย”

“ไม่มีทาง ฉันไปยอมให้ทรายไปกับเธอหรอก ถ้าไม่อยากโดนรุมก็ปล่อยมือทรายซะ ฉันไม่อยากรังแกเด็กเมื่อวานซืน กลับไปกินนมไป๊”

“คิดว่าแน่เหรอ อย่าบอกนะว่าจะเอาไอ้พวกทอมพวกนั้นมากระทืบฉัน กระจอก”

“แกว่าไงนะ อยากลองดีมากใช่มั้ย”  ฐิติรัตน์กระชากคอเสื้อของสุรีรัตน์จนเข้ามาใกล้ในระยะประชิด ปาลิตาเบิกตาโตก่อนจะเข้าไปแกะมือของเพื่อนสาวหล่อออก

“แกจะบ้าเหรอป๊อบ ปล่อยมือนะ”

“อะไรกันทราย ป๊อบมาช่วยทรายนะ ทำไมทรายต้องปกป้องมันด้วยฮะ”

“ฉันไม่ได้ปกป้อง แต่แกจะมาทะเลาะกันในนี้ไม่ได้”

“งั้นออกไปข้างนอกกัน ถ้าแกกลัวก็หนีไปซะ”

“คนอย่างฉันไม่เคยกลัวใคร โดยเฉพาะไอ้หน้าปลากระโห้แบบพี่”

“ปากดีนักนะมึง”

“หยุดได้แล้ว หยุดทั้งสองคนนั่นแหละ ไม่อายคนอื่นบ้างหรือไงฮะ” ปาลิตาอยากบีบคอทั้งสองคนนัก มาทะเลาะอะไรกันที่หน้าห้องน้ำ ผู้คนเขายืนมองกันเต็มไปหมด

“ก็ไอ้เหมียวมันเริ่มก่อนอ่ะ”

“ฉันเปล่า พี่ต่างหากที่เริ่มก่อน”

“ยังไม่หยุดอีกใช่มั้ย งั้นเชิญทะเลาะกันตามสบายเลย”  ปาลิตาเดินหนีเพื่อไปหาพี่สาวกับพี่เขย ตอนนี้เธอรู้สึกอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปแทรกไว้ที่ไหน จะมุดลงดินคงมีแต่ซีเมนต์แข็งๆมั้งแถวนี้หัวแตกกันพอดี

“พี่ทราย/ทราย”

ทั้งสองวิ่งตามสาวร่างเล็กเข้าไปในผับ พอเห็นหลังไวๆก็แข่งกันเข้าไปหาอย่างไม่ยอมแพ้กันเลย

“เกิดอะไรขึ้นทราย ทำไมหน้าตื่นมาเชียว”

“พี่นิตาอย่าเพิ่งถามทรายตอนนี้เลยค่ะ เรากลับบ้านกันเถอะ”

“เอ่อ...ค่ะ”

“พี่นิตา พี่สิตา แฮ่ก แฮ่ก เหนื่อยชะมัด”

“คุณเหมียวเป็นอะไรคะ ทำไมหอบอย่างนี้ล่ะ”

“วิ่งตามพี่ทรายมาค่ะ ตกลงพี่ทรายมากับพี่สองคนใช่มั้ยคะ”

“ค่ะ พี่พามาดูคุณเหมียวเต้น”

“พี่นิตา! จะไปบอกไอ้แมวเปรตทำไมเล่า”  ปาลิตาหน้าร้อนผ่าวเมื่อเห็นสายตาที่สุรีรัตน์ส่งมา ไม่รู้จะทำตาวาวไปทำไมคนบ้ามันเขินนะ

“หึหึ คนอะไรขี้ตู่ชะมัด อ้างมาได้เนอะ ไม่มีอายเลยว่างั้น”

“แกหุบปากไปเลย” ฐิติรัตน์ชี้หน้าสุรีรัตน์แล้วเดินเข้าไปประชิดตัวแต่นิตาคว้าตัวทอมหล่อเอาไว้ไม่ให้เข้าไปใกล้สุรีรัตน์

“อย่าแตะต้องคุณเหมียวเด็ดขาด ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน”

“อะไรกันพี่ คิดจะรุมกันเหรอฮะ”   ฐิติรัตน์ปัดมือนิตาออกจากแขนแล้วมองอย่างหาเรื่อง ปาลิตากรอกตาไปมาเพราะไม่รู้จะห้ามยังไง ปล่อยให้ตีกันตายไปข้างหนึ่งละกัน เดี๋ยวค่อยเก็บศพทีหลัง

“อันธพาลชัดๆ” วาสิตาส่ายหน้าระอาเมื่อเจอทอมหน้าตาดีแต่มารยาทยอดแย่

“ฉันไม่ใช่อันธพาลนะ แต่พวกนี้มันคิดจะรุมฉันก่อน ทรายก็เห็นว่าป๊อบมาแค่คนเดียวไม่มีพรรคพวกมาด้วยเลยนะ”

“รู้จักกันเหรอ” วาสิตามองหน้าน้องสาว ไม่คิดว่าน้องจะคบคนพาลแบบนี้ด้วย

“เพื่อนในห้องค่ะ”

“เพื่อนสนิทต่างหาก และขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะว่าฉันจีบทรายอยู่แกห้ามจีบ” ฐิติรัตน์มองหน้าสุรีรัตน์อย่างหาเรื่อง นิตามองหน้าคนรักก่อนจะมองหน้าปาลิตา

“ยังไงเนี่ยทราย ว่าที่แฟนเธอเหรอ”

“เปล่านะพี่นิตา ทรายไม่ได้คิดอะไรกับป๊อบ มันมาจีบทรายเองนะ”

“เบื่อคนขี้โม้ชะมัด กลับบ้านกันดีกว่าค่ะ เหมียวง่วงนอนแล้วล่ะ”

“แล้วขับรถกลับไหวเหรอคะ พี่ว่าให้ทรายขับรถให้ดีกว่านะ”

“พี่สิตาใจดีจังเลยค่ะ แต่ไม่รู้ว่าพี่ทรายจะใจดีขับรถให้หรือเปล่าน่ะสิคะ”

“ฉันจะขับให้ ไปกันเถอะ” ปาลิตามองใบหน้าทะเล้นของสุรีรัตน์แล้วดึงมือร่างสูงออกไปจากผับ ฐิติรัตน์รีบวิ่งตามไปเพราะไม่อยากให้ปาลิตาไปกับรุ่นน้องคู่อริ

“พวกแกตามฉันมา คืนนี้ฉันจะอัดคนปากดี”

“เดี๋ยวไอ้ป๊อบ เอาไงเอากันวะ พวกเราไปเถอะ” ทอมหล่อคนหนึ่งเรียกฐิติรัตน์แต่อีกคนนั้นวิ่งออกไปนอกผับแล้วจึงได้รีบตามออกไป

“เตี้ยเดินช้าๆหน่อยเดี๋ยวล้ม”

“ฉันจะรีบกลับห้อง เดินให้มันเร็วๆหน่อยได้มั้ยไอ้โย่ง”

“รู้สึกฉายาของฉันจะเยอะไปหน่อยนะ เดี๋ยวไอ้แมวเปรต เดี๋ยวไอ้โย่ง”

“หุบปากแล้วเข้าไปนั่งในรถซะ ง่วงไม่ใช่หรือไง”

“หายง่วงแล้วอ่ะ”

“กวนตีนชะมัด”

“พูดไม่เพราะเลยคนสวย” สุรีรัตน์เดินเข้าไปประชิดตัวของปาลิตาแล้วดันหลังให้พิงกับรถ สายตาหวานฉ่ำมองใบหน้าสวยอย่างกรุ่มกริ่มจนปาลิตาเริ่มระแวง

“จะทำอะไรน่ะ”

“กอด”

“จะบ้าเหรอ”

“ไม่บ้าทำไม่ได้นะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า นุ่มจังเลยนะเตี้ย”

ผลัก

“โอ๊ย...” สุรีรัตน์หน้าหงายเพราะแรงกระชากของฐิติรัตน์ ปาลิตาตกใจที่เห็นทอมร่างสูงใหญ่อีกสามคนยืนล้อมสุรีรัตน์เอาไว้

“จะทำอะไรน่ะป๊อบ”

“ป๊อบจะสั่งสอนคนปากดียังไงล่ะ แถมมันยังมากอดทรายอีก ป๊อบไม่ยอมนะ”

“ไม่ยอมอะไรฮะ พี่ทรายไม่ได้เป็นอะไรกับพี่ซะหน่อย”

“ยังจะปากดีอีกนะมึง พวกเราอัดมันเลย”

“หยุดนะ!”  เสียงชายฉกรรจ์คนหนึ่งตะโกนเสียงดังลั่น ไม่นานชายกล้ามใหญ่อีกสองคนก็วิ่งตามเข้ามา

“อะไรของพวกพี่เนี่ย อย่ามายุ่งเรื่องของเราดีกว่านะ”

“พวกแกนั่นแหละถอยไป อย่าแตะต้องคุณเหมียวเด็ดขาด”

“อ๋อ...พวกเดียวกันเหรอวะ อย่าคิดว่าฉันจะกลัวนะเว้ย”

“ถอยออกไป” เสียงคำรามตะคอกดังจนสาวหล่อที่เหลือรู้สึกตกใจไม่กล้าขยับ

“อย่าไปฟังมัน อัดมันเลย”

แกร๊ก

ปืนกระบอกเล็กจี้ศีรษะฐิติรัตน์อย่างรวดเร็ว คนที่เห็นเหตุการณ์ยืนนิ่งไม่กล้าพูดอะไรเพราะกลัววัตถุในมือชายคนนั้น

“ทีนี้จะอัดอีกมั้ย”

“มะ ไม่แล้ว พี่ปล่อยฉันไปเถอะนะ”   ฐิติรัตน์เหงื่อแตกเมื่อรู้สึกถึงแรงกดที่ปลายกระบอกปืน

“ฉันกลับก่อนนะ พวกนายอย่าทำอะไรนอกเหนือคำสั่งล่ะ”

“ครับคุณเหมียว”

“เรากลับห้องกันเถอะพี่ทราย เดี๋ยวเหมียวขับเอง”

“เอ่อ...แล้ว”

“ไม่ต้องห่วงหรอก คนของพี่บัวน่ะ”

“เหรอ งั้นกลับกันเถอะ”

ตลอดเส้นทางสุรีรัตน์ไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยเพราะรู้สึกโมโหรุ่นพี่สาวหล่อที่ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของปาลิตา เธอไม่ชอบใจเอาซะเลย

“เป็นอะไรมากหรือเปล่า หัวกระแทกพื้นเหรอ”

“ทำไมถามแบบนั้นคะ”

“เห็นเงียบมาตลอดทางเลยคิดว่าหัวกระแทกพื้นแล้วเพี้ยนน่ะ”

“หึหึ ไม่หรอก ฉันยังอยู่เป็นคู่กัดของพี่ไปอีกนานแสนนานเลยล่ะ”

“เชอะ! น่าจะถูกอัดซะทีนะ สมองจะได้เลอะเลือน”

“แหม...ถ้าเค้าสมองเลอะเลือนตัวก็เหงาสิ เตี้ยไม่คิดถึงเค้าเหรอ”

“คิดถึงทำไม ดีซะอีกจะได้ไม่มีใครมากวนตีนใกล้ๆ”

“บอกให้พูดเพราะๆหน่อย”

“ทำไม? ฉันจะพูดมีอะไรมั้ย”

“ถ้าได้ยินว่าพูดไม่เพราะอีกฉันจะจูบหนึ่งทีต่อคำหยาบหนึ่งคำ”

“อะไรอ่ะ ปากฉัน ถ้าฉันอยากพูดอะไรก็ย่อมพูดได้ เธอเกี่ยวอะไรด้วยฮะ”

“ไม่ชอบ”

“แล้วใครอยากให้เธอชอบกัน”

“ปากแบบนี้มันน่าขยี้ให้บวมไปเลยนะ”

“ไอ้ลามก ฉันไม่ยอมให้เธอจูบฉันอีกแล้วนะ”

“ทำไมล่ะ ปากเราสองคนชนกันออกบ่อย ถ้าจูบกันจริงๆคงวิเศษน่าดูเลยนะ”

“ไม่! ฉันไม่มีวันจูบกับแมวเปรตอย่างเธอแน่นอน  คนอะไรทะเล้นทะลึ่งชอบมองคนอื่นไปทั่ว สาวๆในสต๊อกมีกี่คนแล้วก็ไม่รู้”

“หึง?” สุรีรัตน์เลิกคิ้วปรายตามองปาลิตาอย่างยียวน

“ใครหึง ฉันไม่ชอบคนเจ้าชู้หรอก”

“ฉันเจ้าชู้ตรงไหน ใครมาจีบฉันก็เย็นชาใส่แถมไม่คุยด้วย แบบนี้เรียกเจ้าชู้เหรอ”

“ไม่รู้ไม่ชี้ ฉันไม่อยากเถียงกับเธอแล้ว” ปาลิตาหันหน้าหนีไปทางกระจก เธอเป็นอะไรไป ทำไมถึงรู้สึกไม่ชอบใจตั้งแต่แม่สาวเปรี้ยวคนนั้นเลื้อยแขนพันขายัยแมวเปรต ที่น่าเจ็บใจคือยัยนี่ไม่ห้ามเลยสักคำ

“อาการหนักนะเนี่ย ดื่มเหล้ามาหรือเปล่าถามจริง”

“ฉันแพ้แอลกอฮอล์ดื่มแล้วผื่นขึ้น”

“จริงดิ! งั้นคราวหลังอย่าไปที่แบบนั้นอีกเลยนะ”

“ทำไม? กลัวฉันไปเห็นเธอนัวเนียกับผู้หญิงชื่อพิมพ์อย่างนั้นเหรอ”

“หึงฉันจริงๆด้วย จำชื่อผู้หญิงคนนั้นแม่นจังนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“บอกว่าไม่ได้หึงไง เราไม่ได้เป็นอะไรกันจะมาหึงได้ยังไงฮะ”

สุรีรัตน์ไม่ได้เถียงตอบ เธอกำลังอมยิ้มเมื่อเห็นอาการของคู่กัดที่ไม่รู้ตัวเลยว่าหึงเธอกับผู้หญิงคนนั้น แบบนี้เธอคงมีหวังขึ้นมาแล้วสิ อีกไม่นานแผนพิชิตใจยัยคู่กัดคนนี้คงจะสำเร็จ พรุ่งนี้ก็ได้ย้ายมาอยู่ห้องเดียวกันแล้ว  คราวนี้แหละ แผนทำให้อ่อนไหวจะเริ่มต้นขึ้นซะที

“อยากให้หึงนะ มันรู้สึกดีมากเลย”

“..........”

“พี่ทราย พี่ทรายคะ อ้าว...เจ้หลับได้ไงเนี่ย โธ่...”

ปาลิตาแกล้งหลับเพราะไม่อยากทะเลาะกับสุรีรัตน์ เมื่อได้ยินประโยคที่คนตัวสูงพูดก็ใจเต้นแรง ตกลงอยากให้เธอหึงอย่างนั้นเหรอ  ทำไมถึงอยากให้หึงในเมื่อเราสองคนไม่ได้เป็นแฟนกันซะหน่อย แฟนอย่างนั้นเหรอ พวกเราจะมีโอกาสใช้คำนี้ด้วยเหรอ

“ถึงคอนโดแล้วนะคะพี่ทราย พี่ทรายตื่นเถอะ”

“อืออออ ถึงแล้วเหรอ”

“เดินไหวมั้ย เหมียวอุ้มขึ้นไปเอาป่ะ”

“บ้า ฉันเดินเองได้ย่ะ” ปาลิตารีบเดินไปที่ลิฟต์เพื่อกลับไปห้องนอนของตัวเอง สิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนี้ทำให้เธอต้องพิจารณาเพื่อนสาวหล่อใหม่ซะแล้ว ทำไมก้าวร้าวแบบนี้นะ ไม่เห็นเหมือนอยู่ในมหาวิทยาลัยเลย

สุรีรัตน์เดินตามไปอย่างเงียบๆแต่รอยยิ้มยังประดับอยู่บนใบหน้าสวยหวาน จากการกระทำของปาลิตาบ่งบอกชัดเจนว่ามีใจให้กันแต่ดันไม่รู้ใจตัวเอง  หน้าที่ของเธอมีเพิ่มขึ้นอีกแล้ว ต้องกวนประสาทแถมยังจีบแบบอ้อมๆไปด้วย เผื่อคนบางคนจะเข้าใจตัวเองมากขึ้น หากจะจีบตรงๆมีหวังเดินหนีกันแน่ ฉะนั้นกวนด้วยจีบด้วยนี่แหละ  เธอต้องทำแหวกแนวจากคนอื่น ไม่งั้นปาลิตาไม่สนใจหรอก 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

73 ความคิดเห็น

  1. #10 เล็กหมูน้อย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 22:13
    มองตาค้างเชียวนะคุณนิตา สิตาดึงให้หูขาดเลย555

    ทรายอึ้งเลยเหรอที่เห็นคุณเหมียวออกมาอ่ะ

    ป็อบเล่นผิดคนสะแล้ว เด่วสวยๆ
    #10
    0