พิชิตใจยัยคู่กัด

ตอนที่ 21 : ตอนที่ 20 เปิดศึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 607
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 เม.ย. 60

สุรีรัตน์เดินขนาบข้างปาลิตาเข้ามาในบริษัทช่วงบ่ายเพราะนัดนางเอกสองคนให้มาคุยกันเรื่องต่อสัญญา พอเข้ามาในห้องทำงานก็อ่านข้อตกลงที่เสนอให้สองนางเอกได้พิจารณา ส่วนใหญ่ไม่ได้ต่างจากของเดิมมากนักเพราะมาตรฐานที่กำหนดไว้ระดับนางเอกจะได้สิทธิพิเศษกว่านักแสดงคนอื่นเรื่องห้องพักตอนไปทำงานต่างจังหวัดหรือแม้กระทั่งเรื่องเงินพิเศษตอนที่เรตติ้งละครพุ่งกระฉูดเกินที่วางแผนเอาไว้

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“ขออนุญาตค่ะคุณเหมียว คุณลิต้ากับคุณหนิงมาแล้วค่ะ”

“เชิญเข้ามาได้เลยค่ะพี่นิล”

“เชิญค่ะ” นิลกานต์ผายมือให้สองสาวสวยเข้าไปในห้องของรองประธานบริษัท

“สวัสดีค่ะท่านรอง/สวัสดีค่ะท่านรอง”

“สวัสดีค่ะ นั่งก่อนสิคะ”

ดาราสาวทั้งสองมองใบหน้าสวยของท่านรองคนใหม่ เมื่อเห็นอีกคนยิ้มให้จึงรู้สึกประหม่าขึ้นมาทันที ตอนนี้สุรีรัตน์นั่งอยู่คนเดียวเพราะแฟนสาวไปฝึกงานกับเกศราในห้องทำงานอีกห้องหนึ่ง สายตามองใบหน้าสวยหวานของสองนางเอกแล้วอดชื่นชมทั้งสองคนไม่ได้ พวกเธอทั้งสองคนสวยมากจริงๆ

“พวกคุณคิดว่าบริษัทของเราเอาเปรียบคุณหรือเปล่าคะ”

“เอ่อ...ทำไมคุณถึงถามแบบนั้นล่ะคะ หนิงว่าไม่เกี่ยวกับที่เรียกเรามาคุยมั้งคะ”

“เกี่ยวสิ พวกคุณสองคนเข้าข่ายจะไปซบอกบริษัทในเครืออานนท์ ฉันเลยอยากรู้ว่าบริษัทของเราเอาเปรียบคุณหรือเปล่า ทำไมถึงมีความคิดที่จะย้ายบริษัท”

“คุณรู้เรื่องนี้ด้วยเหรอคะ ลิต้าไม่เคยบอกใครเลยนะ”

“หนิงก็ไม่เคยพูดนะคะ”

“ฉันดูแลดารานางแบบทุกคนเป็นอย่างดี ฉันใส่ใจทุกคนไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไร ฉันยินดียื่นมือเข้าไปช่วย พวกเราก็เหมือนกับน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ถ้าบริษัทไม่มีคุณทั้งสองคนคงลำบากไม่น้อยเลยนะ”

“แต่เราสองคนคิดว่าทางนั้นให้ข้อเสนอที่เราต้องการมากกว่า เราถึงตัดสินใจเซ็นสัญญากับทางนั้น” หนิงยอมบอกความจริงเพราะเธอไม่รู้จะปิดบังไปเพื่ออะไร

“แสดงว่าเซ็นไปแล้วสินะคะ”

“เอ่อ... ค่ะ เราเซ็นไปแล้วเพราะอีกไม่กี่วันสัญญาของที่นี่จะหมดลงแล้วค่ะ”

“งั้นฉันก็ไม่มีอะไรจะคุยกับพวกคุณอีกแล้วล่ะ ขอให้โชคดีนะคะ”  สุรีรัตน์ส่งยิ้มที่คิดว่าธรรมชาติที่สุดให้สองสาวแต่ในใจกลับคิดว่าธัญเทพเอาอะไรมาหลอกล่อให้สองคนนี้ยอมเซ็นสัญญาเร็วขนาดนี้

“หนิงขอโทษนะคะ”

“ลิต้าก็ต้องขอโทษด้วยค่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอกอย่าคิดมากนะคะ เพราะเป็นสิทธิ์ของพวกคุณที่จะเลือกทางเดินของตัวเอง ฉันคงไปบังคับพวกคุณไม่ได้หรอก”

“งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะคะ”

“เชิญค่ะ” สุรีรัตน์ปั้นหน้ายิ้มให้ดาราสาว พอเห็นว่าทั้งสองเดินออกไปแล้วจึงโทรไปหาไอรดากับเกศราให้เข้ามาหาที่ห้องทำงาน

“พวกพี่เข้ามาหาเหมียวหน่อยสิคะ พาพี่ทรายมาด้วยนะ”

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“ไปนั่งที่โซฟาดีกว่าค่ะ”  สุรีรัตน์มองสามสาวแล้วเดินเข้าไปจับมือแฟนสาวมานั่งด้วยกัน

“การเจรจาล้มเหลวเหรอคะ”

“ค่ะพี่ไอซ์ สองคนนั้นเซ็นสัญญาไปแล้วเหมียวเลยทำอะไรไม่ได้ค่ะ”

“อ้าว... พวกเธอยังไม่หมดสัญญากับทางเราเลยนะคะ”

“แค่สองสามวันเอง เรามาคุยเรื่องข้อเสนอที่ทางอานนท์ยื่นให้ดารานางแบบของเราดีกว่า พวกนั้นยอมทุ่มเพื่อให้ได้นางเอกของเราไปแสดงว่าจงใจโจมตีเราชัดๆเลย”

“ข้อเสนอของเราก็ถือว่าสูงมากแล้วนะคะ พวกนั้นให้อะไรเพิ่มนะอยากรู้จัก”

“นั่นคือสิ่งที่พี่เกรซต้องไปสืบมาค่ะ  พี่ทรายว่าเราจะล่อพวกนั้นให้ติดกับเรายังไงดีคะ โดยที่ไม่ให้พวกนั้นระแคะระคายว่าเรากำลังตามสืบเรื่องนี้อยู่”

“อืม...พี่ว่าตอนนี้ทางอานนท์คงอยากซื้อตัวนางเอกกับนางแบบของเราไปเพิ่มในบริษัทอีกเยอะเลย พี่คิดว่าเราน่าจะให้นางแบบสักคนไปหลอกดูใบสัญญานะคะ”

“จะเอาใครดีล่ะคะ เหมียวไม่ไว้ใจใครเลยตอนนี้”

“พี่เนยไง พี่รู้มาว่าเป็นเพื่อนของพี่บัว เราน่าจะให้พี่เค้าช่วยนะ”

“พี่ทรายรู้เรื่องนี้ได้ไงคะ”

“พี่นิลบอกพี่วันก่อนค่ะ ตอนนี้เรามีแค่พี่เนยเท่านั้นที่ช่วยเราได้ นางแบบอินเตอร์เป็นใครก็คงอยากได้ ยิ่งตอนนี้พี่เนยดังเป็นพลุแตกเลยนะ”

“ทำไมเหมียวคิดไม่ออกนะ เอาไว้เหมียวจะลองคุยกับพี่เนยดูค่ะ”

“เราต้องรีบแล้วนะคะ ตอนนี้มีนางแบบอิสระหลายคนอยากไปทำงานกับทางนั้น พี่ว่าเขาทุ่มทุนมากเลยนะคะ” เกศรารีบรายงานตามที่เธอทราบมาให้เจ้านายฟัง ตอนไปสืบในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของนางแบบ เธอแอบได้ยินพวกนั้นคุยกันเรื่องนี้เข้าพอดี

“อยากรู้จริงๆว่าพวกนั้นเอาอะไรมาล่อคนของเรานะ  เหมียวว่าบริษัทเราให้เยอะแล้วนะคะ พวกนั้นคงไม่ซื้อรถราคาแพงแจกให้คนละคันหรอกมั้ง”

“ไม่แน่นะคะ พี่เห็นดาราของเราที่ย้ายไปก่อนขับรถหรูกันทุกคนเลยค่ะ แต่กลับมีผลงานออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  พวกนั้นซื้อตัวดาราดังๆไปแต่ไม่ได้ป้อนงานให้ทุกคนเพราะนางแบบกับดารามีมากจนเกินไป คนที่ดังมากจะได้งานไปส่วนคนอื่นๆแทบจะไม่มีผลงานออกมาเลยค่ะ”

“งั้นเราจะทำให้ดารานางแบบพวกนั้นเสียดายบริษัทเรา”

“ทำยังไงเหรอเหมียว” ปาลิตาสนใจขึ้นมาทันที ท่าทางแฟนสาวดูเป็นผู้ใหญ่มาก ยิ่งได้เห็นยิ่งหลงรัก คนอะไรหน้าตาดีแล้วยังฉลาดอีก บวกเจ้าเล่ห์อีกนิด ชอบอ่ะ

“ป้อนงานให้ดาราหน้าใหม่ที่มีแววดังเป็นพลุแตกเลยนะคะ ส่วนนางแบบให้ทางโปรดิวเซอร์คิดคอนเซปการประกวดนางแบบหน้าใหม่ขึ้นมา เราจะเอาเงินรางวัลมอบให้ผู้ชนะแต่นางแบบที่ตกรอบเราจะดูว่าเก่งพอมั้ย เราจะเอามาเป็นนางแบบแทนพวกที่ย้ายค่าย ที่นี่ปัญหานางแบบไม่เพียงพอก็หมดไป”

“ยิงนกนัดเดียวได้กลับมาเป็นฝูงเลยแฮะ แฟนพี่ฉลาดจัง”

“แน่นอนอยู่แล้ว พวกที่ย้ายค่ายไปเหมียวจะดัดหลังซะให้เข็ด ตอนที่อยู่กับเราไม่เคยมีปัญหาอะไรเลยแต่พอเขาเอาเงินมาล่อรีบวิ่งเข้าใส่ไม่คิดว่าทางเราจะลำบาก”

“นานาจิตตัง พวกเขามีพ่อแม่ต้องเลี้ยง คิดบวกไว้ดีกว่านะ”

“พี่ทรายคิดอะไรแบบนี้เป็นด้วยเหรอคะ”

“ไอ้แมวเหมียว”

“โอ๊ย...อย่าบิดหูเค้าสิ เค้าเจ็บ โอ๊ย...ที่รักพอแล้ว”

“อู๊ย...เจ็บแทน” ไอรดาเอามือกุมใบหูตัวเองแล้วมองหน้าคนรักที่ส่งสายตาดุมองมาทางเธอพอดี ขนแขนพากันลุกเกรียวแบบไม่ต้องนัดหมายกันเลย

“ตอนทำงานอย่าเล่นลิ้นอีก พี่ไม่ชอบเข้าใจมั้ย”

“เข้าใจแล้ว โอ๊ย...ปล่อยเถอะ เค้าเจ็บ”

“พี่ว่าเรากลับไปเตรียมแผนงานกันดีกว่านะ ถ้านัดประชุมจะได้ตอบข้อสงสัยของคนอื่นได้ เรื่องพวกนี้ต้องทำอย่างระมัดระวังเพราะมีผลกระทบหลายด้าน”

“ดีเหมือนกันนะคะ พี่เห็นด้วยกับคุณทรายเลยค่ะ”

“คุณเหมียวจะให้พี่กับเกรซสืบเรื่องนางแบบต่อมั้ยคะ”

“ไม่ต้องแล้วค่ะ เราจะให้พี่เนยหลอกเอาสัญญาของฝ่ายนั้นมา แต่เหมียวว่าพวกมันไม่ยอมให้มาหรอก เราต้องนัดให้ไปร้านอาหารแล้วใช้กล้องถ่ายเอาไว้”

“กล้องที่ติดไว้ด้านบนให้พอดีกับข้อความในกระดาษเหรอคะ”

“ใช่เลยพี่ไอซ์ เหมียวขอไปคิดแผนก่อนนะว่าจะเอายังไง กลับบ้านกันดีกว่าจะค่ำแล้วด้วย”

“ดีเหมือนกันค่ะ พวกเราจะไปวางแผนหาหนอนบ่อนไส้ในหมู่ดารานางแบบ”

“สังเกตพวกช่างแต่งหน้าด้วยนะพี่เกรซ พวกนี้แหละที่อันตรายที่สุด”

“ค่ะ เราไปที่รถกันเถอะ เดี๋ยวรถติด”

ทุกคนจึงพากันเดินไปที่รถและมุ่งหน้ากลับคอนโดทันที ปาลิตามองใบหน้าแฟนสาวที่เรียบนิ่งคล้ายกับคิดอะไรอยู่ เธอว่าสุรีรัตน์มีเสน่ห์มากตอนที่ทำงาน ใบหน้าของคนรักจะขรึมมาก การพูดการจาจะดูเป็นผู้ใหญ่กว่าอายุจริง เธอภูมิใจที่มีแฟนเก่งและรักเธอเพียงแค่คนเดียว ยิ่งคบและรู้จักกันยิ่งรักมากขึ้นทุกวัน

 

นิตากับวาสิตาเดินหน้าเครียดออกมาจากห้องประชุม วันนี้หัวข้อประชุมหนักเอาเรื่องเหมือนกันเพราะบริษัทลูกของโยชิดะถูกเครืออานนท์เล่นงานเกือบทุกแห่งฮารุนะเลยเรียกประชุมหามาตรการป้องกันไม่ให้ข้อมูลรั่วไหลออกไป  ตอนนี้ถือว่าทางบริษัทอานนท์เอนเตอร์ไพรส์ประกาศเป็นคู่แข่งกับโยชิดะโดยสมบูรณ์แล้ว

“พวกนั้นมันต้องการอะไรกันแน่พี่นิตา เล่นพวกเราหัวหมุนไปหมดเลย”

“พี่ไม่แน่ใจ เหมือนพวกนั้นจงใจจะทำให้โยชิดะปั่นป่วน”

“ศัตรูของนายท่านหรือเปล่าคะ เมื่อก่อนท่านเปิดบ่อนกับสถานบันเทิงหลายแห่ง พวกนั้นคงถูกขัดผลประโยชน์เลยแค้น”

“พี่คงต้องให้ลูกน้องสืบอีกที ตอนนี้กลับไปหาลูกดีกว่าป่ะ พี่เหนื่อยจังเลย”

“สิตาก็เหนื่อยค่ะ ไม่คิดเลยพอได้เป็น CEO งานจะหนักขนาดนี้”

“เอาน่า ของสิตาแค่สองที่เอง พี่ตั้งสามที่เลยนะ”

“กลับไปขอแช่น้ำอุ่นหน่อยนะคะ นั่งเป็นชั่วโมงปวดหลังจะแย่ ว่าแต่คุณเหมียวมีปัญหาแบบเราหรือเปล่านะ”

“มีแน่นอนอยู่แล้ว หนักด้วยนะ”

“แล้วจะไหวเหรอ คุณบัวจะคลอดอาทิตย์หน้าอยู่แล้วคงทำงานไม่ได้อีกนาน”

“คุณเหมียวมีผู้ช่วยฝีมือดีตั้งสองคนหายห่วงได้ค่ะ ไอซ์กับเกรซเก่งมากนะ”

“บอดี้การ์ดที่ติดตามคุณเหมียวเหรอคะ”

“ค่ะ สองคนนั้นจบโทมาเลยนะ นายใหญ่ให้โอกาสบอดี้การ์ดที่ฉลาดๆได้เรียนในระดับปริญญาตรี ถ้าใครเกรดดีๆจะได้เรียนโทต่อทันทีแต่ต้องกลับมาทำงานให้โยชิดะเท่านั้นนะคะ”

“คล้ายให้ทุนเลยนะคะ”

“ประมาณนั้นค่ะ รีบกลับบ้านกันเถอะ พี่ไม่ไหวแล้วเมื่อย”

กว่าจะกลับถึงบ้านก็ใช้เวลานานพอสมควร นิตาถือกระเป๋าให้คนรักเพื่อให้เสียบคีย์การ์ดเข้าไปในห้อง

“เช็ดตัวก่อนนะคนเก่ง ทำไมดื้อกับยายจังเลยล่ะวันนี้”

“น้องเหนือเปล่าดื้อนะคะ แต่น้องเหนือหนาว”

“ตัวยังร้อนอยู่เลย  ถ้าไม่เช็ดตัวไข้จะขึ้นสูงนะจ๊ะ น้องเหนืออยากให้คุณแม่พาไปหาหมออีกเหรอจ๊ะ”

“ไม่เอาๆ น้องเหนือไม่ดื้อ คุณยายรีบเช็ดตัวเลยค่ะ”  เด็กน้อยรีบเข้าไปนั่งใกล้กับนวลนภาเพราะกลัวหมอจะจับฉีดยา

“เดี๋ยวกินข้าวกินยาให้เรียบร้อย วันนี้แม่จ๋ากับแม่นิตาคงกลับค่ำหน่อยนะจ๊ะ”

“คุณแม่ทั้งสองต้องทำงานเพื่อเอาเงินมาเลี้ยงพวกเราสิบคน น้องเหนือเข้าใจคุณแม่ทั้งสองคนค่ะ”

“พูดซะยายอึ้งเลยนะเรา มาจ้ะ อีกนิดเดียวก็เสร็จแล้ว”

“เร็วๆนะคะ หนูหนาวจริงๆนะ”

“กลับมาแล้วค่ะแม่ ได้ยินว่าใครดื้อนะ”

“แม่นิตากับแม่จ๋ากลับมาแล้ว” น้องเหนือวิ่งไปกอดทั้งสองสาวทันที นิตาหัวเราะลูกสาวที่วิ่งมาหาด้วยสภาพเปลือยเปล่า

“ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าก่อนล่ะลูก ดูสิ เห็นหมดแล้วนะ”

“แม่นิตาก็อย่ามองสิ หลับตาเลย”

“อ้าว... ถ้าหลับตาแม่จะมองทางได้ยังไง ตัวแค่นี้จะให้แม่มองอะไรฮะ”

“ไม่รู้ล่ะ หนูเขิน”

“เมื่อกี้ยังไม่เขินเลย สิตาพาลูกไปใส่เสื้อผ้าป่ะ”

“ค่ะ มาค่ะ เดี๋ยวแม่หาเสื้อผ้าหนาๆให้นะ หนูซื้อกับข้าวมาแล้วนะแม่”

“จ้ะ ไปจัดการยัยตัวแสบเถอะ แม่เอากับข้าวใส่ถ้วยรอก็แล้วกัน”

“ขอบคุณค่ะ พี่นิตาไปอาบน้ำก่อนดีกว่านะคะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”

“ดีเหมือนกัน เข้าห้องกันเถอะป่ะ”

“อาบคนเดียวไปก่อนนะที่รัก” วาสิตากระซิบข้างหูคนรักอย่างขอโทษ

“พี่เข้าใจค่ะ ไปจัดการลูกเถอะ”

วาสิตายิ้มหวานให้คนรักแล้วอุ้มลูกน้อยไปที่เตียงนอน พอวางลูกลงบนเตียงก็ไปหาเสื้อแขนยาวมาใส่ให้ลูกสาวตัวน้อยที่ร่างกายอ่อนแอกว่าพี่น้องคนอื่นๆ

“พรุ่งนี้จะได้ไปบ้านปันรักหรือเปล่าเนี่ย ตัวรุมๆอยู่เลย”

“หนูอยากไปหาพี่ๆ อยากเจอชมพู่กับเพลงด้วย ให้หนูไปด้วยนะคะ”

“งั้นต้องปิดจมูกทั้งวันนะ ตกลงมั้ย”

“ได้ค่ะ หนูกลัวชมพู่กับเพลงติดไข้ไปด้วย”

“ดีมากค่ะคนเก่ง เดี๋ยวแม่ไปอาบน้ำหนูออกไปพร้อมแม่นิตานะคะ”

“ค่ะ แต่ตอนนี้ขอกอดหน่อย คิดถึงแม่จ๋าจังเลย”

“แม่ก็คิดถึงหนูมากจ้ะ คิดถึงลูกๆทุกคนด้วย”

“พี่หนูนากับพี่แก้วต้องอิจฉาน้องเหนือแน่ๆที่ได้นอนกอดแม่จ๋าตั้งหลายคืน อิอิ”

“เอาไว้บ้านสร้างเสร็จเราจะนอนด้วยกันหมดเลยดีมั้ย  แม่เตรียมห้องไว้ให้ทุกคนแล้ว ดีใจมั้ย”

“ดีใจค่ะ หนูขอนอนกับชมพู่นะคะ ให้พี่แก้วนอนกับพี่หนูนา”

“แล้วเพลงล่ะให้นอนที่ไหน”

“นอนกับหนูสิคะ เราอายุเท่ากันเลยเหมือนแฝดสาม เอาไว้แข่งกับน้ำฝนน้ำค้าง”

“คิดอะไรแต่ละอย่างเกินตัวไปมั้ยลูก แม่ว่าหนูฉลาดเกินไปแล้วนะ”

“ไม่ดีเหรอคะ หนูจะได้เก่งๆแล้วช่วยแม่ทำงานได้ไง”

“เรียนให้จบก่อนเถอะ” วาสิตาหอมแก้มน้องเหนือจนได้ยินเสียงหัวเราะคิกคัก

“เล่นอะไรกันคะ แม่นิตาขอเล่นด้วยคนสิ”

“แม่จ๋าหอมแก้มหนู แม่นิตาช่วยหนูด้วย กรี๊ด.... ฮ่า ฮ่า ฮ่า จั๊กจี้”

“งั้นแม่จะหอมแม่จ๋าให้นะ”

“เอาเลยค่ะ หนูช่วยนะ”

“อะไรเนี่ย ทำไมมารุมแม่จ๋าคนเดียวล่ะ ฮ่า ฮ่า พอแล้ว”

“พี่อยากหอมสิตานี่นา ให้พี่หอมก่อนเร็ว”

“อายลูกบ้างสิ น้องเหนือพอแล้วค่ะ แม่เหนื่อยแล้วนะ”

“แต่หนูชอบหอมแม่จ๋านี่คะ รักแม่จ๋านะคะ รักแม่นิตาด้วย”

นิตากับน้องเหนือหอมแก้มวาสิตา เสียงหัวเราะของทั้งสามดังขึ้นจนคนเป็นแม่ที่อยู่นอกห้องอมยิ้ม ความสุขของเธอคือเสียงหัวเราะของลูกหลานนี่แหละ ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน คนเป็นแม่ย่อมเห็นความสุขของลูกสำคัญที่สุด เธอภูมิใจที่วาสิตาสอนเด็กๆให้เป็นคนดีและเชื่อฟังผู้ใหญ่ ลูกสาวคนโตทำหน้าที่แม่ได้ดีจนน่ายกย่อง ที่เหลือก็ลูกสาวคนเล็กที่ไม่ยอมบอกซะทีว่ามีแฟนแล้ว  หวังว่าลูกสาวทั้งสองคนของเธอจะมีแต่ความสุขไม่มีมารมาผจญครอบครัวให้ร้าวฉานนะ

+++++++++++++++++++++++++
เรื่องนี้มี E-book ออกมาแล้วนะคะ 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

73 ความคิดเห็น

  1. #36 เล็กหมูน้อย (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 18:42
    เจอศึกหนักทั้งหมดเลยเหรอนี่ สู้ๆๆๆนะทุกคน
    #36
    0