พิชิตใจยัยคู่กัด

ตอนที่ 17 : ตอนที่ 16 คำท้าจากคนพาล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 565
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    2 เม.ย. 60

สุรีรัตน์นั่งดูทีวีกับปาลิตาเพราะรอห้องข้างๆกลับมา ไม่รู้ว่าไปไหนกันจะโทรหาก็คิดว่าอีกเดี๋ยวคงจะกลับกันมาแล้วจึงนั่งรอดีกว่า ปาลิตาค่อยๆเอนตัวพิงแฟนสาวเมื่อเริ่มรู้สึกเมื่อยที่นั่งนานๆ สุรีรัตน์ลูบผมรอนสลวยแล้วหอมขมับอีกคนเบาๆ

“เสียงเปิดประตูสงสัยพี่ๆกลับมาแล้วมั้งคะ”

“ไปดูให้หน่อยสิ พี่ขี้เกียจเดิน”

“งั้นรอแป๊บนะ” สุรีรัตน์รีบวิ่งออกไปดูเห็นนิตาอุ้มเด็กคนหนึ่งก็เลิกคิ้วสงสัยแต่ว่าต้องเก็บความสงสัยเอาไว้ก่อนเพราะไม่รู้คำตอบ

“พี่ๆกลับมาแล้ว เราไปห้องพี่นิตากันเถอะ”

“อื้อ ไม่รู้กินอะไรกันมาหรือยัง เอาไก่ทอดไปด้วยดีกว่า”

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“อ้าว...เข้ามาสิ กลับห้องกันมาเมื่อไหร่เนี่ย”  วาสิตาเบี่ยงตัวหลบให้น้องๆเข้ามาในห้องจากนั้นก็เดินไปดูลูกสาวที่นอนอยู่ที่โซฟาตัวใหญ่ มือบางปัดปอยผมที่ตกลงมาที่แก้มใสอย่างเบามือ

“กลับมาได้สักพักแล้วค่ะ แล้วเด็กคนนี้” สุรีรัตน์ชี้เด็กน้อยที่หลับตาพริ้มอยู่ใกล้ๆ ปาลิตาเลยชะโงกหน้าไปมองให้ชัดๆว่าเป็นใคร

“อ๋อ...น้องเหนือนี่เอง หลานเป็นอะไรเหรอคะ”

“เป็นไข้หวัดจ้ะ พี่เลยพามาอยู่ที่นี่ก่อนกลัวเด็กคนอื่นจะติดไข้ไปด้วย”

“เก่งนะจำชื่อจำหน้าลูกพี่ได้ด้วย”  นิตาถือผ้าชุบน้ำเข้ามาหาเด็กน้อยแล้วเช็ดตัวให้เพราะความร้อนเพิ่มขึ้นจากเดิมมาก

“ไปบ่อยนี่คะ ลูกพี่ทุกคนหน้าตาจำง่ายจะตายไป”

“จ้ะแม่คนเก่ง แล้วอาการเราเป็นไงบ้าง ยังแสบผิวอยู่หรือเปล่า” วาสิตายิ้มเอ็นดูน้องสาวที่ทำหน้าทะเล้น ปกติจะทำหน้าซีเรียสตลอดเวลา ยิ้มแบบนี้น่ารักดีนะเนี่ย

“หายดีแล้วค่ะ พรุ่งนี้ก็กลับไปเรียนได้แล้ว”

“ดีจังเลยนะ แล้วคุณเหมียวกินข้าวมาหรือยังคะ”

“กินแล้วค่ะพี่สิตา เราซื้อไก่ทอดมาให้ด้วยนะคะ”

“อื้ม... เย็นจังเลย แม่จ๋าหนูหนาว” น้องเหนือลืมตาตื่นแล้วมองหาวาสิตาทันที

“เช็ดตัวหน่อยนะ เดี๋ยวแม่ให้กินไก่ทอดเอามั้ย หนูไม่เจ็บคอไม่ไอกินไก่ได้ค่ะ”

“ตื่นมาก็ร้องเรียกหาแม่จ๋าเลยนะ แม่นิตางอนแล้วด้วย”

“แม่นิตาขาหนูรักแม่นะคะ แต่หนูชอบอ้อนแม่จ๋ามากกว่านี่คะ”

“ลุกขึ้นมาเช็ดตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวแม่จ๋าเช็ดให้เอง”

“น้าทรายอย่ามองหนูนะ หนูเขิน”

“อะไรกันตัวเปี๊ยก น้ามองหน่อยไม่ได้เหรอคะ”

“ไม่เอา แม่จ๋าอย่าแก้ผ้าหนูนะหนูอาย”

“เพิ่ง 4 ขวบเองจะอายอะไรคะ งั้นไปในห้องกันดีกว่าเดี๋ยวค่อยออกมากินข้าว”

“ดีค่ะ แม่จ๋าอุ้ม”

“โถ...อีกหน่อยแม่คงอุ้มไม่ไหวแล้วมั้งเนี่ย ตัวหนักเชียว” วาสิตาหอมแก้มลูกสาวแล้วรีบพาเข้าไปในห้องนอนทันที

“อ้อนเก่งจริงๆ แล้วกินข้าวกันมาหรือยังคะแม่”

“ยังจ้ะ เพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาลนี่แหละ”

“มีกับข้าวมั้ยคะ เดี๋ยวทรายทำอาหารง่ายๆให้ละกัน”

“เหมียวไปช่วยนะ”

“อยากได้ลูกมือพอดีเลย เดี๋ยวทำเสร็จแล้วจะเรียกนะคะ”

“ฝากด้วยนะทราย พี่ขอไปคุยเรื่องงานกับนายใหญ่แป๊บหนึ่ง”

“ตามสบายเลยค่ะ”

ทั้งสองสาวช่วยกันรื้อของในตู้เย็นว่ามีอะไรให้ทำอาหารบ้าง พอเห็นผักคะน้ากับผับบุ้งก็เตรียมออกมาวางไว้บนโต๊ะ สุรีรัตน์อาสาล้างผัก ปาลิตาจึงแยกไปหุงข้าว

“ลูกพี่นิตากับพี่สิตามีเยอะมากเหรอคะ เมื่อกี้พี่นิตาพูดเหมือนมีเยอะมากเลย”

“มีสิบคนเลยล่ะ ลูกบุญธรรมอยู่ที่บ้านปันรักใกล้กับบ้านที่กำลังสร้างใหม่ถ้าบ้านสร้างเสร็จจะรับมาอยู่ด้วยกันทั้งสิบคนเลย”

“เยอะมากเลยนะ วันหลังพาไปหน่อยสิ อยากเห็นหลานๆของพี่ทรายอ่ะ”

“วันเสาร์จะพาไปละกัน ล้างผักเสร็จแล้วเตรียมของที่จะใช้ผัดให้พี่ด้วยนะ”

“ได้ค่ะ” สุรีรัตน์ยิ้มหวานให้คนรักแล้วรีบไปเตรียมของอย่างว่าง่าย

“พูดง่ายๆแบบนี้น่ารักกว่าตอนดื้ออีกนะเนี่ย หึหึหึ”

นวลนภาเห็นสองสาวยิ้มให้กันก็ยิ้มตาม ได้เห็นใบหน้ายิ้มแย้มของปาลิตาแบบนี้รู้สึกโล่งใจไม่น้อย นึกว่าลูกสาวจะเอาแต่อ่านหนังสือและขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง ไม่พูดกับใครเลยตอนติสท์แตก เธอห่วงกลัวลูกจะไม่เข้าสังคมแต่ได้มาเห็นแบบนี้ค่อยโล่งใจหน่อย โชคดีจังที่สุรีรัตน์เข้ามาเปิดหัวใจของปาลิตาได้

“น้องเหนืออย่าวิ่งสิ ไม่ปวดหัวแล้วเหรอคะ”

“ปวดค่ะ แต่อยากไปหาน้าทราย”

“ติดกันจังเลยนะ  น้าทรายอยู่ในครัวหนูอย่าเพิ่งไปกว่าน้าๆนะจ๊ะ ไปดูการ์ตูนกันดีกว่าค่ะ ไหนใครอยากดูการ์ตูนนะ”

“หนูค่ะ คุณยายขาการ์ตูนของน้องเหนือล่ะคะ”

“เดี๋ยวแม่สิตาจะเปิดให้ดูนะจ๊ะ มานั่งที่โซฟากับยายนี่มา”

“ค่ะ” เด็กน้อยซบไหล่คุณยายอย่างออดอ้อน สายตามองคุณแม่คนสวยที่เปิดทีวีให้ดู รอยยิ้มเล็กๆเกิดขึ้นเมื่อรู้สึกอบอุ่นที่ได้อยู่กับคุณแม่ทั้งสองคน

“ยิ้มกว้างเชียว ชอบอยู่กับพวกเราเหรอจ๊ะ”

“ชอบค่ะคุณยาย อยากให้บ้านสร้างเสร็จเร็วๆหนูจะได้อยู่กับทุกคน”

“เด็ก 4 ขวบคิดได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ยายว่าหนูมีความคิดเกินเด็กไปนะ”

“หนูโตแล้วแค่อายุน้อยเท่านั้นเอง ตัวหนูสูงเท่าพี่รถถังเลยนะคะ”

“นั่นสิคะแม่ หนูยังกลุ้มอยู่เลยว่าทำไมรถถังตัวเล็กจังทั้งที่อายุ 7 ปีเข้าไปแล้ว” วาสิตาเดินมานั่งที่โซฟาแล้วลูบผมลูกสาวอย่างเอ็นดู  นวลนภายิ้มเมื่อเห็นแม่ลูกกอดกันกลมแถมยังหอมแก้มกันไปมาอีก

“เด็กผู้ชายก็แบบนี้แหละ อีกหน่อยจะสูงกว่าเด็กผู้หญิงอีกนะ”

“หนูจะต้องบังคับให้ลูกๆทุกคนกินนมทุกวันแล้วล่ะค่ะ”

“แม่คะ อาหารเสร็จแล้วนะคะ พี่นิตาอยู่ไหนล่ะคะ”  ปาลิตาเข้ามานั่งโซฟาอีกฝั่ง น้องเหนือรีบเดินไปนั่งตักปาลิตาแล้วกอดเอาไว้แน่นอย่างคิดถึง  ปาลิตากอดหลานไว้เช่นกันอย่างเอ็นดู

“อยู่ที่ระเบียงมั้ง สิตาไปเรียกพี่เค้ามากินข้าวป่ะ”

“ค่ะแม่ น้องเหนือไปกับน้าทรายเลยนะคะ”

“ค่ะ คุณยายไปกินข้าวกันดีกว่านะคะ ไปค่ะน้าทราย”

“ไปสิจ๊ะ” นวลนภายิ้มเอ็นดูเด็กน้อยที่ยิ้มหวานจนตาหยี แม้ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขแต่พวกเด็กๆก็เป็นลูกบุญธรรมของวาสิตากับนิตา เธอซึ่งเป็นยายก็รักเด็กๆไปด้วย

“ไม่ค่อยอ้อนเลยนะเรา หายเร็วๆนะวันเสาร์น้าจะเอาขนมเค้กไปแจกเด็กๆที่บ้านปันรัก ถ้าหายช้าอดกินด้วย”

“งื้อ... หนูหายทันแน่ค่ะ หนูขอเค้กรสสตอเบอรรี่นะคะ”

“หายให้ทันก่อนเถอะ”

“ถึงหายไม่ทันแม่นิตาก็ซื้อให้หนูกินอยู่ดี อิอิ”

“เจ้าเล่ห์ที่สุด แบบนี้ต้องหอมให้แก้มช้ำไปเลย”

“อ๊าย... ฮ่า ฮ่า ฮ่า น้าคนสวยช่วยหนูด้วย” เด็กน้อยเห็นสุรีรัตน์หัวเราะอยู่ใกล้ๆก็คว้าอีกคนให้อุ้มตัวเอง

“รู้จักน้าเหมียวก่อนสิ สวัสดีคุณน้าหรือยัง”

“สวัสดีค่ะน้าเหมียว โตขึ้นหนูจะสวยเหมือนน้าเหมียว อิอิ”

“ตอนนี้ก็สวยแล้วค่ะ ไปกินข้าวกันดีกว่านะคะ” สุรีรัตน์อุ้มเด็กน้อยไปนั่งข้างนวลนภาเพราะเห็นจานใบเล็กอยู่ข้างๆซึ่งน่าจะเป็นของเด็กน้อยคนนี้

อาหารมื้อนี้มีแต่เสียงหัวเราะและความเอ็นดูเด็กน้อย นิตามองลูกสาวแล้วคิดถึงลูกๆอีกเก้าคน ถ้าหากได้นั่งร่วมโต๊ะกันแบบนี้ทุกวันคงมีแต่ความสุข เด็กๆน่าจะชอบที่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันมากกว่าจะอยู่คนละที่กับครอบครัว

 

กว่าสองสาวจะกลับห้องตัวเองก็ปาเข้าไป 2 ทุ่ม สุรีรัตน์เข้าไปอาบน้ำก่อนเพราะรู้สึกเหนียวตัว ปาลิตาจึงโทรหาเพื่อนสาวเพื่อถามการบ้านว่ามีอะไรบ้าง

“กวางว่างอยู่ป่ะ”

“ว่าง แกมีไรอ่ะ”

“พรุ่งนี้เอาเลคเชอร์มาให้ฉันด้วยนะ การบ้านที่ส่งด่วนๆมีมั้ย”

“ไม่มีหรอก แกมาเรียนได้แล้วเหรอ”

“อื้อ พรุ่งนี้เจอกันนะ”

“เคเพื่อน แค่นี้ก่อนนะ”

“จ้ะ บาย”

“พี่ทรายมาอาบน้ำได้แล้ว วันนี้นอนเร็วหน่อยแล้วกันเนอะ”

“ก็ดีนะ พี่รู้สึกเพลียๆยังไงไม่รู้สิ”

“เพิ่งหายป่วยนี่คะ คืนนี้จะไม่กวนใจรอเก็บไว้พรุ่งนี้ก่อน”

“ทะลึ่ง พี่ไปอาบน้ำดีกว่า”

“หึหึ น่ารักจัง” สุรีรัตน์เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมานั่งอ่านหนังสือบนเตียงนอนรอคนในห้องน้ำ เธออยากเป็นหนึ่งเดียวกับปาลิตาแต่คืนนี้คงจะไม่ได้แล้วสินะ

อยากจับเมียกดแต่เห็นว่าเพลียหรอกนะ อดใจเอาไว้ไอ้เหมียว

ปาลิตาใส่ชุดนอนผ้ายืดแขนกุดเดินออกมาจากห้องน้ำเมื่อเห็นอีกคนยังไม่หลับก็เดินเข้าไปหาแล้วซบไหล่กว้างอย่างออดอ้อน สุรีรัตน์วางหนังสือไว้ข้างๆเตียงยกมือไล้ผิวขาวอย่างแผ่วเบา

“ตัวหอมจัง”

“เราใช้ครีมอาบน้ำยี่ห้อเดียวกันนะ ชอบพูดเวอร์ตลอดเลยคนเราเนี่ย”

“หอมจริงๆนะ แฟนเค้าตัวหอมที่สุดเลย” จมูกโด่งซุกไซ้ที่ซอกคอขาวแล้วพรมจูบไปทั่วบริเวณไหปลาร้าจนไล่ลงมาถึงเนินอกอวบอิ่ม

“อืออออ ไหนบอกว่าจะนอนไง พี่ง่วงแล้วนะ”

“งั้นนอนกอดกันนะ เหมียวอยากกอดพี่ทรายทั้งคืนเลย”

“ก็มาให้กอดอยู่นี่ไง” ปาลิตาหน้าแดงก่ำ ไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้จะพูดอะไรน่าอายได้ แบบนี้ เธอแค่ไม่อยากให้แฟนเบื่อแค่นั้นเองเลยอยากออดอ้อนบ้าง

“น่ารักจัง พี่รู้มั้ยว่าเวลาพี่ออดอ้อนน่ารักน่าหลงใหลมากเลยนะ  เหมียวชอบให้พี่อ้อนและบอกรักเหมียว คืนนี้เหมียวจะให้ความอบอุ่นกับพี่เอง นอนกันเถอะ”

“พี่รักเหมียวนะ ฝันดีนะคะแมวเหมียวของพี่”

“ฝันดีค่ะที่รัก รักพี่ทรายเหมือนกันนะ”

สุรีรัตน์โอบกอดแฟนสาวตัวเล็กเข้ามาแนบชิด กลิ่นกายหอมกรุ่นที่เธอสูดดมเข้าไปทำให้หัวใจทำงานหนักมากขึ้น  ปาลิตานอนฟังเสียงหัวใจของอีกคนแล้วอมยิ้ม เธอชอบเวลาที่สุรีรัตน์แสดงความอ่อนโยนออกมา แม้จะวีนบ้างบางครั้งแต่เธอว่าธรรมดามาก ปกติพวกเธอก็เถียงกันออกจะบ่อย ถ้าจะให้พูดจาหวานหูกันทุกวันคงได้อาเจียนกันแน่ การที่เรารักใครและได้เห็นตัวตนของเขาทุกอย่างนั้นถือว่าดีที่สุดแล้ว เธอปล่อยอารมณ์และนิสัยออกมาเยอะมากเพื่อให้สุรีรัตน์รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเธอทุกด้าน สิ่งที่เธอหวังกับความรักครั้งนี้คือตลอดกาล  เธออยากอยู่กับสุรีรัตน์จนวินาทีสุดท้ายของชีวิต อยากยิ้มและหัวเราะไปด้วยกันทุกวัน อยากนอนโอบกอดกันไปทุกคืน

 

ตอนเช้ารถยนต์คันเล็กเข้ามาจอดที่โรงจอดรถในมหาวิทยาลัย สุรีรัตน์ถือหนังสือของปาลิตาแล้วเดินตามไปที่โต๊ะประจำของสาวร่างเล็ก ฐิติรัตน์นั่งอยู่กับขวัญจิราจ้องมองคู่กัดที่เปลี่ยนมาเป็นคู่รักตาเป็นมัน รอยยิ้มหวานแบบนั้นคนที่ควรได้ไปน่าจะเป็นเธอไม่ใช่ไอ้แมวขโมยตัวนั้น ทำไมไม่เอะใจว่าสองคนนี้มีใจให้กัน เพียงแค่เห็นว่าไล่ตบไล่ตีกันทุกวันก็สรุปเอาเองว่าสองคนนี้เกลียดกันมาก เธอพลาดมากเลยจริงๆ

“มาด้วยกันแบบนี้จะเปิดตัวเหรอย่ะ”

“เปิดไปเลยแต่ไม่ได้ประกาศ ทุกคนลือกันอยู่แล้วนี่ว่าเราสองคนคบกันไม่จำเป็นจะต้องไปบอกใครต่อใครหรอก” ปาลิตายิ้มยียวนให้ขวัญจิรายิ้มตาม

“มีความสุขมั้ยไอ้แมวขโมย ฉันจีบของฉันมาตั้งหลายปีแต่แกกลับได้ไปครอง”

“อะไรพี่ป๊อบ เหมียวก็จีบพี่ทรายตั้งแต่วันรับน้องแล้วนะ พี่ไม่รู้เองต่างหาก”

“ใครจะไปรู้ว่าแกจะใช้แผนนี้วะ หลอกให้ฉันตายใจว่าเกลียดกัน เจ็บใจชะมัด”

“ฉันไม่เคยหลอกใคร ที่ฉันเถียงพี่ทรายเพราะกำลังจีบพี่เค้าอยู่ ถ้าจีบแบบคนอื่นป่านนี้ฉันคงนั่งกินแห้วกระป๋องไปแล้วล่ะมั้ง”

“แกหมายถึงฉันเหรอวะ”

“เปล่านี่ พี่คิดไปเองทั้งนั้น”

“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง” ฐิติรัตน์เดินออกไปจากโต๊ะเพราะเถียงสู้รุ่นน้องไม่ได้ อย่างนี้คงต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมจัดการให้หลาบจำ

“ไปทะเลาะกับไอ้ป๊อบทำไมกันเหมียว ช่วงนี้มันยิ่งเป็นหมาบ้าอยู่ด้วย”

“ก็เอาให้มันบ้าสุดๆไปเลยสิ เผื่ออาการจะดีขึ้นบ้างไงคะ”

“โรคจิต ตอนเที่ยงมากินข้าวด้วยกันนะ พาสองคนนั้นมาด้วยล่ะ”

“ขอรับคุณแฟน ว่าแต่พี่กวางจะแกล้งหนึ่งอีกนานมั้ยคะ มันไล่บอกเลิกกิ๊กมันทั้งสามคนจนโดนตบแก้มบวมหมดแล้วมั้ง พี่ยอมตกลงเป็นแฟนกับมันเถอะ”

“ยังหรอก พี่อยากให้หนึ่งพิสูจน์ก่อนว่ารักพี่จริงๆ พี่ถึงจะยอมเชื่อใจ”

“เฮ้อ...ดีนะที่เหมียวรักเดียวใจเดียว”

“อย่าให้มีก็แล้วกัน พี่เชือดแน่”

“น่ากลัวอีกแล้วนะตัวเล็ก ไม่เอาไม่ทำหน้าดุสิ ยิ้มให้เค้าหน่อยนะคนสวย”

“หึหึ ทะเล้นจริงๆ ไปเรียนได้แล้วป่ะ พี่จะไปห้องเรียนแล้ว”

“อย่าหว่านเสน่ห์ให้ใครนะ เค้าหวง”

“เดี๋ยวเถอะ! บอกตัวเองดีกว่ามั้ยยัยแมวเหมียว”

“อิอิ เหมียวไปก่อนนะคะ ไปก่อนนะพี่กวาง”

“เออ...รีบๆไปเถอะ นึกว่ามองไม่เห็นพี่ซะอีก จะงอนแล้วนะเนี่ย”

“เดี๋ยวให้หนึ่งมาง้อแทนนะคะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“ทะเล้นจริงๆเลย เราไปเรียนกันเถอะทราย อาทิตย์หน้าเราต้องไปฝึกงานแล้วนะ แกเตรียมตัวหรือยัง”

“เรียบร้อยแล้ว แกอยากรู้มั้ยว่าเราทำงานกับใคร”

“กับใครเหรอ”

“แฟนฉันเอง”

“ฮ้า... น้องเหมียวอะนะ เป็นไปได้ยังไงเนี่ย”

“บริษัทที่เราไปขอฝึกงานอยู่ในเครือโยชิดะไทยแลนด์กรุ๊ป พี่บัวท้องแก่มากแล้วก็เลยให้เหมียวดูแลแทนทั้งหมด”

“แล้วใครเป็นคนเซ็นผ่านให้พวกเราอ่ะ”

“รู้สึกจะเป็นพี่บัวหรือไม่ก็คุณฮารุนะ”

“นึกว่าเป็นเหมียวซะอีก ฉันจะอ้อนเช้าอ้อนเย็นเลยคอยดู”

“น้อยๆหน่อยนั่นแฟนฉันนะยะ รีบเดินเถอะใกล้ได้เวลาเรียนแล้ว”

“ทำหวง เมื่อก่อนล่ะเล่นตัวยกใหญ่”

“พูดมาก”  ปาลิตาตีแขนเพื่อนสาวที่ชอบแซวชอบแหย่ เธอเขินนะเวลาถูกใครล้อเรื่องแฟน โอ๊ย...ใครมันจะไปชินกันเล่า เขินอ่ะ

ตอนเที่ยงสุรีรัตน์รอแฟนสาวอยู่ที่โต๊ะใต้อาคาร ฐิติรัตน์เดินมากับสาวหล่อร่างสูงใหญ่สองคนแล้ววางหนังสือเรียนเสียงดังเพื่อข่มขู่คู่อริ สุรีรัตน์สะดุ้งหันไปมองต้นเหตุ

“อะไรอีกล่ะพี่ รู้สึกช่วงนี้อยากออกกำลังกายนะ”

“ใช่ แกแน่ป่ะล่ะ”

“แน่นะมันแน่อยู่แล้ว พี่จะเอาไงว่ามาเลยดีกว่า”

“ชกมวยกับฉันสิ ใครแพ้ก็ออกไปจากชีวิตของทรายซะ”

“ร้ายแรงมากเลยนะเนี่ย แบบนี้ถ้าฉันแพ้ก็ต้องเลิกกับพี่ทรายเลยสิ”

“หึหึ ใช่ ถ้ากลัวก็ยอมแพ้ตอนนี้ซะ ฉันจะดูแลทรายเอง”

“อ้าว...พี่ปีใหม่ล่ะ ได้ข่าวเป็นแฟนกันไม่ใช่เหรอคะ”

“ไม่ใช่! ฉันไม่ได้รักปีใหม่แต่ฉันรักทราย”

“กล้ามากเลยพี่ เอาแบบนี้ก็แล้วกัน อีกสองวันเจอกันที่สนามมวยอดิสรพี่รู้จักป่ะ วันนั้นเรามาสู้กันให้รู้แพ้รู้ชนะกันไปเลย ใครแพ้อย่าลืมทำตามที่พูดด้วยล่ะ”

“ได้ ฉันไม่ยอมแพ้แกหรอก เตรียมตัวเตรียมใจไว้ได้เลย”

“แล้วเจอกันนะรุ่นพี่สุดหล่อ”  สุรีรัตน์ยิ้มหวานแต่ใบหน้าทะเล้นมาก ฐิติรัตน์มองใบหน้าสวยอย่างไม่สบอารมณ์ คอยดูว่าเธอจะทำใบหน้าสวยนั่นมีแผลเป็นให้ได้

สุรีรัตน์มองตามหลังฐิติรัตน์  ดวงตาแข็งกร้าวขึ้นทันทีเมื่อเจอข้อตกลงที่ต้องแลกกับคนที่เธอรัก ใครมันจะยอมกันล่ะ  ต่อให้ร่างกายแหลกเหลวเธอจะขอปกป้องคนรักให้ถึงที่สุด คนบ้าที่ไม่ยอมรับความจริง เธอจะสั่งสอนให้หลาบจำไปจนวันตายเลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

73 ความคิดเห็น

  1. #61 Driek (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 20:02
    เชียร์น้องเหมียวสุดแรงเลยเดี๋ยวจะูตอนต่อไป
    เหมียวชนะแน่ สู้ๆนะเหมียว
    #61
    0
  2. #32 isrealtaeny (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 14:13
    จัดให้พี่แกแบบเต็มสตรีมเลยเหมียว

    ไม่รู้จักยอมรับความจริง
    #32
    0
  3. #31 เล็กหมูน้อย (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 23:07
    สู้ๆๆๆนะน้องเหมียว เค้าเชียร์สุดใจเลย

    #31
    0