พิชิตใจยัยคู่กัด

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 12 คืนพิเศษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 919
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    28 มี.ค. 60

นิตากับวาสิตาเปิดประตูเข้ามาเห็นปาลิตาพิงไหล่สุรีรัตน์ก็สงสัย ทั้งสองสาวมองแขกอีกสามคนเห็นอมยิ้มแล้วมองไปที่เตียงก็เกิดความสงสัย เมื่อวานสองคนบนเตียงยังทะเลาะกันอยู่เลยวันนี้ทำไมญาติดีกันเร็วนักล่ะ

“ท่าทางฝนจะตกหนักนะคะ คู่กัดนั่งซบกันอย่างกับเป็นแฟนกันแน่ะ”  นิตายิ้มให้สองสาวที่เด้งตัวออกจากกันเล็กน้อยเมื่อถูกแซว ใบหน้าแดงระเรื่อปิดไม่มิดเลยว่าเขินหนักมากแค่ไหน

“เราเข้าใจกันแล้ว ถ้านั่งซบกันมันผิดตรงไหน เหมียวว่าไม่เห็นจะแปลกเลยนะ”

“ไม่แปลกเลยเนอะ ตอนนี้คุณเหมียวหน้าแดงมากเลยนะคะรู้ตัวหรือเปล่า”

“พี่นิตาจะแซวเหมียวทำไมเนี่ย”

“พี่จะได้เอาไม่บอกนายหญิงไง เมื่อวานตอนเย็นบ่นถึงคุณเหมียวใหญ่เลยนะคะ พี่ว่าโทรไปหานายหญิงก่อนเถอะ กำลังอารมณ์ไม่ดีเลยค่ะ”

“เมื่อวานก็ไปหาแล้วนี่คะ ทำไมอารมณ์เสียอีกล่ะ”

“ไม่รู้เหมือนกัน แต่นายใหญ่รับเละเลยนะคะ”

“งั้นโทรไปตอนนี้ก็ได้ค่ะ กลัวพี่ฮารุนะกระอักเลือดตายไปซะก่อน”  สุรีรัตน์รีบโทรไปหาพี่สาวทันที เธอรู้ว่าอารมณ์ของพี่สาวช่วงนี้ขึ้นๆลงๆตามฮอร์โมนในร่างกาย ท้องใหญ่ใกล้คลอดขนาดนั้นคงหงุดหงิดง่ายเพราะทำอะไรไม่สะดวก

สุรีรัตน์เลือกโทรแบบวิดีโอคอลเพราะอยากเห็นหน้าพี่สาวไปด้วยระหว่างคุยกัน

“ไงยัยตัวแสบ ตอนนี้อยู่ไหนฮะ”

“อยู่ในใจพี่บัวนั่นแหละค่ะ อิอิ”

“ไม่ตลก พี่กำลังอารมณ์ไม่ดีอย่ามากวน”

“ใจเย็นๆสิคะ เหมียวมาเยี่ยมพี่ทราย ดูนี่สิคะ คนป่วยทักทายพี่บัวหน่อยเร็ว”

“สะ สวัสดีค่ะพี่บัว” ปาลิตาตกใจที่สุรีรัตน์หันกล้องมาทางเธอเมื่อเห็นคนที่กำลังโมโหก็ใจฝ่อเล็กน้อย ปกติเคยเห็นแต่ยิ้มแย้มพอมาเจอบทวีนเลยรู้สึกเกร็งขึ้นมา

“อุ๊ย! น้องทรายเป็นยังไงบ้างคะ หน้ายังเป็นผื่นแดงอยู่เลยนี่”

“อารมณ์เปลี่ยนเร็วมากพี่สาว”

“หุบปาก พี่จะคุยกับน้องทราย”

“พี่ใครเนี่ย โหดชะมัด”

“เอ่อ...ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้วค่ะ โชคดีที่เหมียวพามาโรงพยาบาลทันเวลา”

“เหรอจ๊ะ พี่อยากไปเยี่ยมนะแต่พี่ฮารุขังพี่ไว้ในบ้านไม่ยอมให้ออกไปไหนเลย”

“นี่ๆ พี่นั่งอยู่ตรงนี้นะ พี่เป็นห่วงบัวพี่ผิดด้วยเหรอ”

“ไม่ผิด แต่พี่ควรให้บัวไปเดินเล่นนอกบ้านบ้างก็ได้ ไม่ใช่นั่งนอนอยู่แต่ในบ้าน”

“พี่กลัวบัวล้มนี่นา เดี๋ยวลูกก็คลอดออกมาแล้ว อย่าดื้อกับพี่ได้มั้ยยัยลูกแมว”

“เค้าจะเป็นแม่แมวแล้ว ตัวเองอย่ามาเรียกเค้าแบบนี้นะ”

“ทำไมจะเรียกไม่ได้ เธอเป็นลูกแมวของพี่นี่นา อย่าดื้อไม่งั้นพี่จะขังไว้ในห้อง”

“ใจร้ายที่สุดเลย งอนแล้ว”

“เดี๋ยวตามไปง้อ ตอนนี้ขอไปเคลียร์งานก่อนละกัน”

“งื้อ... พี่ฮารุบ้าที่สุดเลย”

“เอ่อ... พี่บัวคะ เรื่องครอบครัวเอาไว้คุยกันสองคนดีมั้ย พวกเราไม่อยากรับรู้ด้วยนะคะ”  สุรีรัตน์มองทุกคนในห้องที่ทำหน้าตกใจไม่คิดว่าจะได้ยินคู่รักคนดังเถียงกันได้น่ารักน่าหยิกมากขนาดนี้

“แล้วทำไมไม่วางสายไปเล่า”

“อ้าว...ผิดอีก”

“พรุ่งนี้ตอนเที่ยงเข้ามาหาด้วยนะ ถ้าไม่มาพี่จะโกรธจริงๆด้วย”

“อะไรอ่ะ เค้าต้องไปเรียนนะ ตอนบ่ายต้องเข้าบริษัทอีกพี่จะเอาแต่ใจเกินไปแล้วนะ มีเหตุผลหน่อยสิ”

“ไม่สน ตอนเที่ยงพี่ต้องเจอเหมียวไม่งั้นจะโกรธจริงๆด้วย”

“เฮ้อ...ก็ได้ๆ พรุ่งนี้เที่ยงเจอกัน พอใจหรือยังคะคุณพี่สาว”

“อย่าเบี้ยวนะ ไม่งั้นเจอดีแน่”

“จ้ะๆ กลัวแล้วจ้า อิอิ”

“เชอะ! ทำมากลัว หน้าแบบนั้นเขาเรียกว่ากลัวเหรอฮะ”

“ขอโทษนะ เอาเป็นว่าเจอกันพรุ่งนี้แค่นี้ก่อนนะ บาย”

สุรีรัตน์รีบวางสายก่อนที่จะถูกพี่สาวเหวี่ยงใส่อีกระลอก เสียงหัวเราะดังขึ้นสะใจไม่น้อยที่แกล้งพี่สาวได้สำเร็จป่านนี้คงวีนลั่นบ้านไปแล้วมั้ง คนที่น่าจะซวยคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากฮารุนะคนเดียว

“แกล้งนายหญิงอีกแล้วนะคุณเหมียว รู้อยู่ว่าช่วงนี้อารมณ์ไม่ปกติ”

“เอาน่าพี่นิตาแค่แหย่เล่นนิดเดียวเอง ว่าแต่พี่สองคนไม่คิดจะปั๊มลูกบ้างเหรอคะ  เหมียวช่วยเลี้ยงก็ได้นะ”

“โอ้...ไม่ดีกว่าค่ะ ถ้าพี่มีลูกจริงๆพี่ให้แม่นวลเลี้ยงดีกว่า”

“ทำไมล่ะคะ เหมียวเลี้ยงเด็กเป็นนะ”

“เลี้ยงเป็นแต่กลัวนิสัยเหมือนคนเลี้ยงค่ะ”

“พี่นิตาอ่ะ”

“อิอิ ทรายเห็นด้วยเลยค่ะ คนกวนประสาท”

“ทำอย่างกับตัวเองไม่กวนนิ”

“เค้ากวนน้อยกว่าตัวเองก็แล้วกัน”

“เหรอ ก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอกเรื่องความแสบสันเนี่ย” สุรีรัตน์โยกหัวอีกคนแล้วทำหน้างอ คนที่เห็นพากันยิ้มขำตามไปด้วย

“ตกลงพวกเธอยังไงกันเนี่ย ท่าทางแบบนี้พี่ว่าน่าจะใช่นะ”

“อะไรพี่สิตา ทรายไม่มีอะไรจะพูดหรอกนะ”

“ไม่ได้คบกันจริงอ่ะ”

“ก็คบกันมาตลอดนะ เป็นพี่รหัสน้องรหัสกันนี่คะ”

“ปากแข็ง ช่างเถอะพี่มารับแม่กลับบ้าน คืนนี้จะให้พยาบาลพิเศษมาเฝ้าละกัน”

“เหมียวเฝ้าเองค่ะ พี่ไม่ต้องจ้างพยาบาลหรอก เดี๋ยวเหมือนพี่นิตาตอนนั้น”

“เฮ้ย! คุณเหมียวอย่าพูดให้ครอบครัวพี่ร้าวฉานสิคะ ไม่ดีนะคะ”

“อุ๊ย! ขอโทษค่ะที่พูดความจริง”

“คุณเหมียว!

“พอได้แล้วพี่นิตา คุณเหมียวเธอพูดเรื่องจริงทั้งนั้น”

“แหะๆ พี่ไม่ได้ทำอะไรนอกลู่นอกทางนะที่รัก”

“อย่าให้รู้ก็แล้วกัน แม่คะ กลับบ้านกันเถอะค่ะ คุณเหมียวต้องการเสื้อผ้าเปลี่ยนหรือเปล่าคะ”

“ไม่ค่ะ เหมียวมีแล้วในรถ”

“งั้นพี่ฝากทรายด้วยนะคะ”

“ไม่ต้องห่วงค่ะ เหมียวจะดูแลให้เป็นอย่างดีเลย”

“ป้าไปก่อนนะเด็กๆ แม่จะมาพรุ่งนี้สายๆนะทราย”

“ค่ะแม่”

“งั้นพวกฉันกลับก่อนละกันนะทราย มันจะค่ำแล้วด้วย”

“ขอบใจพวกเธอมากนะที่มาเยี่ยม”

“ไม่เป็นไรหรอก เรากลับกันเถอะ ปล่อยให้เหมียวดูแลพี่รหัสเค้าเองเถอะ”

“งั้นพวกเราลาเลยนะคะพี่ทราย หายเร็วๆนะคะ”

“ขอบใจนะเก๋ หนึ่ง” ปาลิตามองตามเพื่อนสาวและรุ่นน้องอีกสองคนจนออกจากห้อง สายตาหันมามองคนที่นั่งอยู่ข้างๆแต่ไม่รู้จะพูดอะไรเมื่อได้อยู่กันตามลำพัง

“เป็นอะไรคะ เหนื่อยเหรอ”

“เปล่า แค่ไม่ชินที่เราสองคนไม่ได้ทะเลาะกัน”

“งั้นมาทำให้ชินเอามั้ย”

“ทำยังไงเหรอ”

“หลับตาก่อนสิ”

“ทำไมต้องหลับตาด้วยล่ะ”

“เถอะน่า หลับตาก่อนนะคะ นะ”

“เฮ้อ...ก็ได้ๆ”

ปาลิตาหลับตาลงแล้วรอดูว่าสุรีรัตน์จะทำอะไร เพียงไม่นานริมฝีปากอิ่มก็ถูกคนตัวสูงจูบอย่างอ่อนโยน หัวใจของทั้งสองเต้นระรัวแทบจะแข่งกัน ปาลิตาตกใจไม่น้อยแต่ก็ยอมจูบตอบเพราะอยากได้ความอบอุ่นที่อีกคนมอบให้ผ่านริมฝีปากนุ่ม

“ตอนนี้เราจูบกันจริงๆแล้วนะ ไม่ใช่อุบัติเหตุอีกแล้ว”

“อือ... รู้สึกดีจัง”

“รักพี่นะคะ”

“รักแมวเหมียวเหมือนกันค่ะ”

“เช็ดตัวมั้ย เดี๋ยวเหมียวเช็ดให้นะ”

“แต่พี่เขินนี่นา”

“เหมียวก็เขินแต่อยากทำให้แฟนนี่คะ”

“งั้น... เอ่อ...ก็ได้” ปาลิตาหน้าแดงก่ำเพราะเขินอายที่สุรีรัตน์ต้องมาเห็นรูปร่างที่เธอหวงแหน แต่ในเมื่อเป็นแฟนกันเธอควรยินยอม ไหนๆก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน

สุรีรัตน์หัวใจเต้นแรงมากเมื่อมโนภาพร่างกายเปลือยเปล่าของแฟนสาว เธอจะมีสมาธิเช็ดตัวให้อีกคนจนเสร็จหรือเปล่าเนี่ย แค่คิดมือไม้ก็สั่นไปหมด ถ้าได้ลูบไล้ไม่สั่นเป็นเจ้าเข้าเลยหรือไง โอ๊ย...ตายแน่  ไม่ให้คิดอกุศลคงไม่ทันแล้ว ตัวเล็กแต่เนื้อนมชั้นเยี่ยม ขนาดนมหนองโพยังพ่ายแพ้ ไปเอามาจากไหนเยอะแยะแม่คุณ

ใบหน้าหวานเริ่มแดงระเรื่อขณะค่อยๆถอดชุดผู้ป่วยออกจากตัวแฟนสาว เนื้อนุ่มที่สัมผัสทำให้มือไม้สั่นจนเริ่มควบคุมไม่ได้ ปาลิตามองตามมือเรียวที่ค่อยๆดึงเชือกให้หลุดออก หัวใจลุ้นระทึกไปด้วยเพราะอายที่ต้องเปลือยให้แฟนสาวได้เห็นร่างกายของเธอที่เฝ้าหวงแหน พอเงยหน้ามองใบหน้าหวานก็อมยิ้มน้อยๆที่เห็นว่าอีกคนเขินไม่แพ้เธอเลย แบบนี้คงต้องช่วยกระตุ้นไม่งั้นวันนี้คงเช็ดตัวกันไม่เสร็จสักที

“วันนี้พี่จะได้เช็ดตัวหรือเปล่าเหมียว”

“ได้เช็ดสิ พี่ทรายใจเย็นๆสิคะ เหมียวถอดชุดออกให้อยู่ไม่เห็นเหรอ”

“ถ้ามันลำบากก็ไปเรียกพยาบาลมาทำให้เลยป่ะ”

“ไม่เด็ดขาด เหมียวหวงแฟน ไม่อยากให้ใครมาเห็นของแฟน”

“ถ้าอย่างนั้นก็รีบๆทำให้เสร็จสิ พี่เหนียวตัวจะแย่อยู่แล้วนะ”

“โธ่... เหมียวก็ทำอยู่นี่ไงล่ะ งั้นไม่ต้องเกรงใจมันแล้ว”

สุรีรัตน์จับแฟนสาวถอดเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว เพราะเริ่มของขึ้นที่คุณแฟนจะให้คนอื่นมาเช็ดตัวให้ เธอหวงจะตายอยู่แล้วยังมายั่วอารมณ์กันอีก

“จะจ้องอีกนานมั้ย พี่อายนะ”

“มันสวยนี่นา”

“ใช่เวลามาชมป่ะไอ้แมวบ้า”  ปาลิตานอนขดเพราะอายสายตาของสุรีรัตน์ที่มองเรือนร่างเปลือยเปล่าของเธอไม่วางตา

“อะไรกันที่รัก อีกหน่อยเค้าต้องเห็นอยู่แล้วจะอายทำไมคะ”

“ใครบอกว่าจะให้มองอีก รีบเช็ดตัวเลยนะไม่งั้นจะกดเรียกพยาบาลเข้ามา”

“มันน่าลงโทษให้เข็ดจริงๆเลยนะเตี้ย แฟนยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้จะร้องเรียกพยาบาลเข้ามาทำไมฮะ อยากให้คนอื่นเห็นตัวเองแก้ผ้าอยู่หรือไง”

“แล้วมาทำสายตาหื่นใส่พี่ทำไมเล่า พี่อายนะ”

“อายก็หลับตาสิ”

“ไอ้บ้า เอาผ้ามานี่เลยฉันจะเช็ดเอง”

“ไม่แทนตัวเองว่าพี่ต้องถูกลงโทษนะที่รัก”  สุรีรัตน์ยิ้มกริ่มรีบก้มลงไปจูบปากนุ่มเพื่อไม่ให้อีกคนตั้งตัวและเบี่ยงหน้าหนีไปอีกทาง ปาลิตาเบิกตาโตดันไหล่อีกคนอย่างแรงแต่ไม่เป็นผลเพราะลิ้นนุ่มของร่างสูงเข้ามาปั่นป่วนจนทำให้อ่อนแรงลง

“อืออออ พะ พอก่อนนะ พี่ขอร้อง”

“ห้ามทำตัวไม่น่ารักอีกนะ ไม่งั้นเหมียวจะลงโทษพี่แบบนี้อีก”

“รู้แล้วๆ เช็ดตัวให้พี่ก่อนนะ พี่เริ่มหนาวแล้วอ่ะ นะคะ”

“แบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย”

สุรีรัตน์สูดลมหายใจเข้าปอดก่อนตั้งใจเช็ดตัวให้ปาลิตา  ผ้าผืนเล็กค่อยๆลากไปตามลำคอเมื่อเช็ดใบหน้าเสร็จแล้ว ปาลิตาหัวใจเต้นแรงมากมองตามมือที่ลากไล้ตามหน้าอกอวบอิ่ม พอมองหน้าคนตัวสูงก็เห็นกลืนน้ำลายลงคอแบบนี้ยิ่งทำให้เขิน อยากให้อีกคนรีบเช็ดจะได้ใส่เสื้อผ้าซะที นอนนิ่งให้เค้าลูบไล้อย่างนี้หัวใจจะวายตาย

“อ้าขาหน่อยสิคะ”

“ฮะ! ทำไมต้องอ้าขาด้วยล่ะ”

“พี่เล่นหนีบแน่นขนาดนี้เหมียวจะเช็ดตรงนั้นได้ยังไงล่ะ”

“ไม่ต้องเช็ดก็ได้มั้ง มัน เอ่อ...แบบว่า”

“ไม่ต้องเขินอายหรอก พี่เป็นแฟนเหมียวและเหมียวไม่ยอมปล่อยมือจากพี่ทรายแน่นอน เพราะฉะนั้นร่างกายและหัวใจของพี่เป็นของเหมียว อย่าอายเลยนะที่รัก”

“อะ อือ รีบเช็ดด้วยนะ”  ปาลิตายอมอ้าขาออก ใบหน้าร้อนผ่าวเมื่ออีกคนสัมผัสจุดอ่อนไหวอย่างแผ่วเบา มือเรียวลากไล้ไปมาจนรู้สึกเสียวซ่านไปทั้งร่างกาย

“อ๊ะ อืออออ เหมียวพอเถอะ พี่รู้สึกแปลกๆ”

“ยังพอไม่ได้หรอก ตรงนี้ต้องสะอาดไม่งั้นแย่แน่”

“อ๊า พะ พอเถอะ พี่จะไม่ไหวแล้วนะ”

“รู้สึกเหรอ งั้นให้เหมียวช่วยนะ”

“มะ ไม่ต้อง อ๊า เหมียวหยุดนะ”

“ทำไมล่ะคะ พี่ต้องการไม่ใช่เหรอ ให้เหมียวช่วยนะที่รัก”

“แต่เราเพิ่งคบกันเองนะ มันยังเร็วไป”

“แค่ข้างนอกเอง ไม่เข้าไปข้างในหรอก”

ปาลิตาพยักหน้าปล่อยให้แฟนสาวสำรวจร่างกายต่อไป เธอพยายามห้ามใจแล้ว แต่ว่าไม่ได้ผล สัมผัสของคนที่เรารักช่างมีอิทธิพลมากเหลือเกิน คนที่มองใบหน้าเสียวซ่านเริ่มมีอารมณ์ขึ้นมาบ้าง จากที่ใช้มือลูบไล้ก็เปลี่ยนมาเป็นปลายลิ้นซุกซน ร่างบางสะดุ้งเมื่อรับรู้ถึงสัมผัสแปลกใหม่

“อ๊า เหมียวอย่า อ๊ะ มันสกปรกนะแบบนั้น”

“หวานดีออก ขอชิมหน่อยนะที่รัก”

“อ๊ะ เสียวเป็นบ้าเลย”

“หึหึ ชอบใช่มั้ยล่ะ ขยับสะโพกเร็วๆอีกสิ”

“แบบนี้เหรอ อ๊ะ อ๊า”

ปลายลิ้นระรัวเร็วขึ้นเมื่อเห็นคนรักทรมาน สุรีรัตน์พอใจที่ทำให้ปาลิตาครางเสียงกระเส่า เธอไม่เคยทำอย่างว่ากับใครมาก่อนแต่เคยศึกษาจากในเน็ตมาบ้าง ผู้หญิงจะรับรู้จุดเสียวของกันและกันเพราะยามที่ร่างกายของเรารู้สึกอีกคนก็น่าจะรู้สึกเหมือนที่เรารู้สึกด้วย ยิ่งได้ยินเสียงครวญครางรัญจวนแบบนี้ยิ่งมั่นใจว่าอีกคนมีความสุขมาก

“อ๊ะ อ๊า พะ พอเหมียว พี่เสร็จแล้ว”  ปาลิตากระตุกจนร่างกายสั่นสะท้าน สุรีรัตน์ยังทำความสะอาดจุดอ่อนไหวที่เปรอะเปื้อนน้ำหวานจนแน่ใจว่าสะอาดแล้วจริงๆ

“มีความสุขมากมั้ยที่รัก”

“ไอ้บ้า มาถามแบบนี้ได้ไง”

“เหมียวอยากทำให้พี่ทรายมีความสุขนี่นา รักพี่ทรายนะคะ”

“อย่าไปทำแบบนี้กับใครนะแมวเหมียว พี่ไม่อยากใช้สามีร่วมกับใคร”

“พี่เป็นคนแรกและครั้งแรกของเหมียว  อย่าห่วงไปเลยเพราะสายตาของเหมียวมีไว้มองพี่ทรายเพียงคนเดียวค่ะ เราทำความสะอาดอีกรอบแล้วแต่งตัวดีกว่านะ”

“อือ พี่หนาวแล้วล่ะ เร็วๆหน่อยนะ”

“ตอนนี้ถือว่าพี่เป็นเมียของเหมียวแล้วนะ เหมียวมีสิทธิ์ในตัวพี่พอๆกับที่พี่มีสิทธิ์ในตัวเหมียว อย่าให้ใครแตะเนื้อต้องตัวอีกนะโดยเฉพาะพี่ป๊อบ”

“เรื่องของป๊อบพี่ห้ามเค้าแล้วนะแต่เค้าดื้อเอง พี่ไม่เคยรักป๊อบแบบอื่นเลยเหมียวก็เห็นมาตลอด หรือว่าไม่เห็นไม่รับรู้อะไรเลย”

“เห็นและรับรู้มาตลอดแต่คนมันหวงอ่ะ”

“พี่ก็หวงนะเวลาเหมียวมีคนมาจีบน่ะ น่าหมั่นไส้”

“อ๋อ...เลยแสดงอารมณ์โมโหบ่อยๆสินะ เข้าใจแล้วล่ะ ที่พี่ฮึดฮัดเวลามีใครมาจีบเหมียวเพราะพี่หึงเหมียวนี่เอง โอ๊ย...โง่มาตั้งนาน ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“ใครหึง ตอนนั้นหมั่นไส้หรอก”

“เหรอ ตอนนี้หึงได้นะสามีไม่ว่า ถ้าหายดีแล้วค่อยมาทำให้ถูกต้องดีกว่านะ”

“ทำอะไรให้ถูกต้อง?”

“เรื่องอย่างว่าไง เราจะได้เป็นสามีภรรยากันอย่างสมบูรณ์ซะที”

“ไอ้แมวหื่น ใส่เสื้อผ้าให้พี่ได้แล้วนะ นอนโป๊อยู่คนเดียวไม่แฟร์เลย”

“เอาน่า กลับห้องเราก่อนนะแล้วเหมียวจะแก้ผ้าเป็นเพื่อน เอ๊ย! เป็นผัว”

“ไอ้บ้า เลิกพูดให้เขินได้แล้วนะ” ปาลิตาหน้าแดงแล้วแดงอีก คำพูดคำจาของคนตัวสูงมันน่าจับมะระยัดใส่ปากจริงๆ

“ไอ้บ้าหลายคำแล้วนะที่รัก มาให้ลงโทษก่อน”

“อื้อ”  ปาลิตาจำยอมให้คนรักลงโทษ เธอชอบรสจูบของสุรีรัตน์มาก มันทั้งหวานและซาบซ่าน จูบเท่าไหร่ก็ไม่มีคำว่าพอ

“อืออออ ปากนุ่มจัง เมื่อก่อนทำไมปากแข็งล่ะคะ หือ?”

“ก็ไม่อยากให้ใครรู้ตัวตนของเรานี่ เวลาถูกจับทางออกแล้วมันน่าเบื่อ”

“ให้เหมียวรู้จักตัวตนของพี่คนเดียวก็พอนะ เหมียวไม่ชอบเดาอารมณ์ของพี่”

“งั้นทำตัวให้ดีๆอยู่ในโอวาทเมียนะคะ”

“ได้อยู่แล้ว  รักพี่มากขนาดนี้จะยอมเชื่อฟังและเป็นแมวเหมียวคอยคลอเคลียอกคลอเคลียขาให้นะคะ อิอิ”

“ทะลึ่ง ไปอาบน้ำได้แล้วป่ะ เดี๋ยวจะได้มานอนพักผ่อน”

“รอเค้าแป๊บนะ อย่าเพิ่งหลับล่ะ”

“รู้แล้ว รีบไปอาบน้ำเร็ว” ปาลิตายิ้มกว้างเมื่อเห็นร่างสูงคว้ากระเป๋าใบเล็กวิ่งเข้าไปในห้องน้ำ ความสุขเป็นแบบนี้เองสินะ

รู้อย่างนี้ยอมเปิดใจให้ตั้งนานแล้วไอ้แมวบ้า พูดออกมาได้ว่าไม่อยากจีบเหมือนคนอื่น ดีแค่ไหนที่เข้าใจกันได้ไม่งั้นคงทะเลาะกันไปอีกนาน

ผ่านไป 20 นาทีสุรีรัตน์ก็เดินออกมาพร้อมปะแป้งที่แก้มทั้งสองข้างแต่ไม่ได้เยอะจนดูตลกขบขัน ปาลิตากะพริบตามองใบหน้าคนรักที่ขาวนวลไปด้วยแป้งฝุ่น ปกติเคยเห็นอีกคนปะแป้งนอนที่ไหนกันหรือว่าชอบปะแป้งนอนกันนะ

“มองอะไรคะ นอนกันเถอะ”

“ทำไมปะแป้งซะหน้าขาวขนาดนั้นล่ะ”

“ทำไมเหรอ หอมดีออกนะ”

“ไหนมาหอมทีสิ”

“พิสูจน์เหรอ อิอิ หอมแรงๆเลยก็ได้นะเค้าไม่กลัวแก้มช้ำหรอก”

“เหรอตัวแสบ เดี๋ยวจะหอมให้แก้มหลุดติดจมูกมาเลยคอยดู”

“ตามสบายเลยที่รัก”  สุรีรัตน์ยื่นแก้มให้แฟนสาวหอมทั้งสองข้าง รอยยิ้มประดับบนใบหน้าหวานเพราะนึกชอบที่ปาลิตาทำแบบนี้กับเธอ

“หอมจริงๆด้วย คืนนี้นอนตรงไหนล่ะ”

“บนเตียงสิ เตียงออกจะกว้าง”

“งั้นนอนกันเถอะพี่ง่วง”

“นอนกอดกันนะ อยากกอดมาตั้งนานแล้วรู้มั้ย คืนก่อนยังกอดไม่หนำใจเลย”

“แทนที่จะได้นอนกอดในห้องที่คอนโดกลับมานอนกอดกันในโรงพยาบาล ตลกดีนะว่าป่ะ”

“นั่นสิ แต่ถ้าไม่เกิดเรื่องขึ้นเราสองคนคงไม่ยอมเปิดใจให้กันซะที”

“ถือว่าโชคดีที่พี่ฟื้นขึ้นมาใช่มั้ย”

“ใช่แล้ว พี่ฟื้นขึ้นมาเพื่อให้เหมียวได้มีโอกาสได้ดูแลพี่ ต่อไปนี้พี่จะเป็นเจ้าหญิงที่เหมียวต้องดูแลไปตลอดชีวิต เหมียวจริงจังนะ”

“พี่ไม่รู้ว่าอนาคตของเราสองคนจะเป็นยังไง แต่พี่จะเชื่อใจเหมียวให้มากที่สุด”

“เหมียวก็เหมือนกันจะฟังทุกอย่างจากปากพี่ทรายเท่านั้นค่ะ”

“น่ารักจัง อยู่ด้วยกันไปนานๆนะแมวเหมียว”

“ตัวเล็กของแมวเหมียว อิอิ ไม่เรียกเตี้ยแต่เรียกตัวเล็กแทนได้มั้ย”

“ก็เรียกไปแล้วนี่”

“หึหึ นอนกันเถอะ ฝันดีนะที่รัก”

“ฝันดีจ้ะ”

ปาลิตาขยับซุกอกอุ่นคนตัวสูง กลิ่นหอมจากตัวอีกคนทำให้รู้สึกผ่อนคลายจนตาเริ่มจะปิดอยู่แล้ว สุรีรัตน์ลูบไหล่คนในอ้อมกอดหวังจะกล่อมนอน คืนนี้เป็นคืนแรกคืนพิเศษของสองเรา แม้จะไม่ได้ลึกซึ้งมากแต่ก็ถือว่าเราสองคนเป็นของกันและกันแล้ว
 

+++++++++++++++++++

 ++++++++++++++++
ขยับความสัมพันธ์เข้ามาอีกนิดแล้ว แต่ตอนต่อๆไปจะหวานหรือจะอะไร ยังไง
ติดตามกันเอาเองนะ อิอิ
ไปละ แว๊บ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

73 ความคิดเห็น

  1. #60 Driek (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 19:18
    เริ่มรู้สึกว่าต้องมีเรื่องบังเกิดขึ้นแน่ๆ ฮิๆ
    #60
    0
  2. #25 เล็กหมูน้อย (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 22:48
    สถานที่นี่ไม่มีสนขอให้ได้แอ้มแฟนก่อนจริงใหมคุณเหมียว555
    #25
    0
  3. #24 yurisica (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 21:08
    แผนของนังแมวเหมียวที่อยากแอ้มแฟน 

    ใครจะเอาไปใช้ก็ได้นะ เนียนๆ อิอิ
    #24
    0