พิชิตใจยัยคู่กัด

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 11 ขอโอกาสอีกสักครั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 714
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    27 มี.ค. 60

ตอนเช้าคนป่วยค่อยๆลืมตาขึ้นมา สายตาพร่ามัวเล็กน้อยจนต้องหลับตาอีกครั้งเพื่อปรับแสงที่ส่องเข้ามา เมื่อเห็นชัดมากขึ้นก็มองไปรอบๆห้องจนมาสะดุดกับคนข้างเตียงที่หลับฟุบหน้าไม่ขยับเขยื้อนเลย สายตาไล่มองใบหน้าที่หันมาทางเธอพอดีอย่างเอ็นดู เธอจำได้ว่าเมื่อคืนพวกเธอสารภาพรักต่อกัน ตอนนั้นเธอกลัวไม่มีโอกาสได้เห็นใบหน้าทะเล้นของคนตัวสูงอีกจึงยอมพูดออกมาจนหมด ความรักความรู้สึกที่เธอซ่อนมันเอาไว้จนเกือบมองข้าม นึกดีใจที่อีกคนก็รักเธอเช่นเดียวกัน

“เหมียว มะ เหมียว” เสียงเรียกแผ่วเบาแต่ทำให้คนหลับลืมตาตื่นได้อย่างรวดเร็ว รอยยิ้มปรากฏขึ้นทันทีที่เห็นคนบนเตียงฟื้นขึ้นมาแล้ว

“พี่ทรายเป็นยังไงบ้างคะ เจ็บมากหรือเปล่า”

“เจ็บ แสบผิวด้วย”

“อย่าเกานะเดี๋ยวจะเป็นรอย พี่หิวน้ำหรือเปล่าคะ”  สุรีรัตน์รีบให้ปาลิตาดูดน้ำในแก้วเมื่อเห็นอีกคนพยักหน้า สายตาของทั้งสองยังคงมองกันไปมา อยากมองอีกคนให้เต็มตาเพราะเกือบจะไม่ได้เห็นหน้ากันไปตลอดกาลแล้ว

“พี่จำได้เรื่องในรถ เหมียวพูดจริงเหรอ”

“จริงค่ะ เหมียวขอโทษที่ยั่วโมโหพี่นะคะ เหมียวแค่ไม่อยากจีบพี่เหมือนคนอื่นๆก็เลยกวนประสาทพี่แทน เหมียวรักพี่ทรายจริงๆนะคะ”

“ความตายอยู่แค่เอื้อมเองเนอะ ถ้าไม่คว้าความรักยามที่มีโอกาสคงบ้าเต็มที”

“เหมียวไม่ยอมให้พี่ตายหรอก พี่ต้องอยู่กับเหมียวไปอีกนานแสนนานเลยนะ”

“พี่อยากบอกเหมียวนะ พี่เพิ่งยอมรับหัวใจตัวเองตอนที่เห็นเหมียวถูกผู้หญิงหน้าด้านคนนั้นกอด ผู้หญิงที่ชื่อพิมพ์ภาเป็นอะไรกับเหมียว”

“แค่ลูกค้าค่ะ พี่เห็นแบบนั้นเลยโมโหแล้วเผลอหยิบแก้วพี่กวางมาดื่มเหรอคะ”

“อือ ยอมรับว่าโมโหมาก”

“เหมียวเป็นสาเหตุทำให้พี่เกือบตายสินะคะ พี่หยุดหายใจไปครั้งหนึ่งแต่หมอปั๊มหัวใจคืนมาได้ ถ้าพี่เป็นอะไรไปมากกว่านี้เหมียวจะไม่ให้อภัยตัวเองเลย”

“อย่าบ้าน่า พี่สะเพร่าเองต่างหาก”

“ต่อไปเราไม่ทะเลาะกันแล้วได้มั้ย เหมียวไม่อยากปล่อยเวลาให้เสียเปล่าอีก”

“ปกติเหมียวมากวนประสาทพี่ไม่ใช่เหรอ พี่ไม่เคยเริ่มก่อนนะ”

“เหมียวขอโทษ พี่อย่าเผลอดื่มแอลกอฮอล์อีกนะ หมอบอกว่าพี่แพ้อย่างรุนแรงที่พี่มีสภาพอย่างนี้เพราะเหล้าที่ดื่มเข้าไปแรงมาก พี่เลยหายใจติดขัด”

“หึ! ตลกนะ ถ้าไม่เกิดเรื่องขึ้นเราสองคนคงไม่มีวันญาติดีกันแบบนี้”

“ใช่ เหมียวเลยอยากขอโอกาสจากพี่ทราย ต่อไปนี้ให้เหมียวดูแลพี่นะ”

“คนอื่นเขาจะคิดยังไงที่คู่กัดกลายมาเป็นคู่รัก”

“ช่างเขาสิ เหมียวรักพี่ทรายและอยากดูแลพี่ด้วย ให้เหมียวดูแลพี่นะ นะคะ”

“พี่ไม่ชินเลยที่เหมียวมาอ้อนพี่แบบนี้”

“ต่อไปเหมียวจะอ้อนพี่ทุกวันเลย เหมียวรักพี่ทรายนะคะ”

“หึหึ พี่ยอมแล้ว ไม่อยากปากแข็งอีกแล้วล่ะ พี่ก็รักเหมียวเหมือนกันนะ”

“เราเป็นแฟนกันนะคะ  ตอนนี้ยังไม่ให้ใครรู้ก็ได้เพราะพี่คงรู้สึกแปลกๆที่มีเหมียวมาคอยวนเวียนดูแล ค่อยๆเป็นค่อยๆไปก็ได้นะคะ”

“เอาแบบนั้นก็ได้ พี่รู้สึกเหนื่อยจังเลย”

“ฟื้นมาก็พูดมากเลยนี่ พักผ่อนก่อนนะคะ เดี๋ยวพี่สิตาจะมาเฝ้าพี่นะ”

“เหมียวจะไปไหนเหรอ”

“เหมียวจะกลับไปนอนแล้วเคลียร์งานกับพี่ไอซ์พี่เกรซอีกนิดหน่อย”

“เราสองคนเป็นแฟนกันแล้วใช่มั้ย”

“ค่ะ พี่เป็นแฟนเหมียวแล้ว พักผ่อนก่อนนะคะ” สุรีรัตน์จูบหน้าผากของปาลิตาที่หลับตาพริ้มรับสัมผัสอันอบอุ่น

“อย่าเจ้าชู้นะแมวเหมียว”

“ค่ะ นอนนะคะคนดีของเหมียว”

สุรีรัตน์อมยิ้มมองใบหน้าสวยที่หลับตาพริ้ม ไม่คิดเลยว่าจากคู่กัดตลอดสองปีจะกลายมาเป็นคนรักได้เร็วขนาดนี้ เหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นทำให้เรารู้ว่าชีวิตที่เรามีไม่ได้ยืนยาวเลยสักนิดในเมื่อเธอมีโอกาสอีกครั้งจะขอพิสูจน์หัวใจให้ปาลิตาได้รับรู้ให้อีกคนเชื่อใจว่าเธอรักจริงไม่ใช่รักเล่นๆเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไปที่คิดแต่เรื่องเซ็กส์และได้โชว์คนอื่นว่ามีแฟนสวยแค่นั้น เธออยากดูแลปาลิตาตลอดชีวิตที่เหลืออยู่เพราะรู้หัวใจตัวเองดีแล้วว่าขาดปาลิตาไม่ได้จริงๆ

“เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปนะคะ เหมียวรักพี่ทรายมากนะ”

“อย่าดิ้นสิพี่ไอซ์เดี๋ยวคุณเหมียวรู้ตัว”

“ก็พี่ปวดฉี่นี่นา”

เสียงของบุคคลที่สามสี่ดังขึ้นมาขัดจังหวะคนกำลังทำซึ้ง สุรีรัตน์หันมามองโซฟาที่มีสองสาวนอนอยู่ด้วยกัน ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าสารภาพรักกับปาลิตาไปตั้งนานสองนานโดยมีพยานสองคนรับรู้อยู่ด้วย ใบหน้าร้อนผ่าวเล็กน้อยเมื่อเห็นคนสวยทั้งสองส่งสายตาล้อเลียนแถมยังยิ้มหน้าบานอีก

“ได้ยินหมดแล้วเหรอ”

“แหะๆ ค่ะ ชัดเต็มสองหู เอ๊ย! สี่หูเลยค่ะ”   ไอรดายิ้มแห้งๆเมื่อเห็นสายตาเย็นชาของเจ้านาย ปกติยังไม่เคยเห็นเลยพอได้เห็นแบบนี้ก็ขนลุกแปลกๆ

“เขินเหมือนกันนะเนี่ย พี่อย่าเพิ่งบอกใครนะคะ ถึงเวลาเหมียวกับพี่ทรายจะบอกครอบครัวของเราเอง”

“รับทราบค่ะ พี่ขอไปห้องน้ำก่อนนะจะราดแล้วค่ะ”

“โชคดีที่คุณทรายฟื้นขึ้นมานะคะ พวกเราไม่อยากเห็นคุณเหมียวเสียใจและทุกข์ทรมานเพราะคนรักจากไปตลอดกาล พวกเราจะช่วยดูแลคุณทรายเองค่ะ”

“ขอบคุณนะคะ ถึงแม้พวกพี่เพิ่งมาดูแลเหมียวแต่เหมียวเห็นพวกพี่เป็นพี่สาวนะ อยู่ด้วยกันไปนานๆนะคะ”

“คงได้อยู่ตลอดไปเลยค่ะ เพราะนายใหญ่ให้มาประจำกับคุณเหมียวเลย”

“อย่างนั้นเหรอคะ ดีใจจัง” สุรีรัตน์ยิ้มให้เกศราแล้วมองใบหน้าขาวซีดที่มีที่ครอบออกซิเจนอยู่ที่จมูก ถ้าเมื่อคืนเธอไม่พามาโรงพยาบาลเร็วแบบนี้ วันนี้เธอคงเสียใจจนไม่รู้จะก้าวเดินต่อไปยังไง ความรักทำไมช่างรุนแรงและรักมากมายอย่างนี้นะ

เก้าโมงกว่าวาสิตาเดินเข้ามาพร้อมนวลนภา วันนี้เธอลางานครึ่งวันเพื่อพาแม่มาอยู่กับน้องสาวที่โรงพยาบาล สุรีรัตน์รีบยกมือไหว้นวลนภาแล้วลุกให้ผู้ใหญ่นั่งลงแทนส่วนตัวเองยืนข้างวาสิตาที่มองใบหน้าน้องสาวที่มีแต่ผื่นแดงแต่ไม่มากเท่าไหร่  พอมาเห็นแบบนี้เธอก็สบายใจไปเปราะหนึ่ง อย่างน้อยน้องสาวก็ปลอดภัยแล้ว

“คุณเหมียวกินข้าวเช้าหรือยังคะ”

“ยังค่ะ พี่สิตาอยู่เฝ้าพี่ทรายหรือเปล่าคะ”

“พี่ลาครึ่งวันค่ะ เดี๋ยวให้แม่อยู่เป็นเพื่อนทราย”

“ป้าขอบคุณหนูเหมียวมากนะที่พาทรายมาโรงพยาบาลทัน ไม่งั้นคงตายไปแล้ว”

“อย่าขอบคุณเหมียวเลยค่ะป้านวล  ทุกอย่างเหมียวเป็นคนผิดเอง ขอโทษที่ดูแลพี่ทรายไม่ดีนะคะ”

“ป้าไม่ได้โกรธหนูเหมียวนะ เรื่องผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ ต่อไปพวกเราควรช่วยกันระวังไม่ให้ทรายแตะแอลกอฮอล์อีก ไม่ว่าจะตั้งใจหรือเผอเรอ”

“ค่ะ เหมียวขอตัวก่อนดีกว่านะคะ ช่วงบ่ายจะมาเยี่ยมใหม่ค่ะ” สุรีรัตน์หันไปมองใบหน้าแฟนสาวหมาดๆอีกครั้งอย่างรู้สึกผิดก่อนจะเดินออกไปพร้อมบอดี้การ์ด

“ท่าทางคุณเหมียวจะรู้สึกผิดมากเลยนะแม่ สายตาที่มองทรายก็อ่อนลง ต่อไปก็คงเลิกทะเลาะกันอย่างถาวรแล้วมั้ง”

“แม่ก็หวังอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ที่ให้ทรายไปนอนห้องหนูเหมียวยังคงตามเดิมที่เคยพูดไว้ แม่อยากให้คนปากแข็งยอมรับหัวใจตัวเองซะที แม่รู้ว่าทรายรักหนูเหมียว”

“แม่ไม่หวงน้องเหรอคะ ถ้าสองคนนั้นจะคบหากันจริงๆ”

“ไม่หรอก แม่ดูออกว่าหนูเหมียวรักทราย ดูจากสายตาเมื่อกี้สิ  ความรู้สึกที่สื่อมาทางสายตาล้วนมีแต่ความรักความห่วงใยทั้งนั้น”

“หวังว่าจะไม่กลับไปทะเลาะกันจนห้องพังอีกนะคะ”

“เราก็พูดเกินไป แม่ว่าสิตาไปทำงานได้แล้วนะไม่ต้องรอถึงเที่ยงหรอก  คุณบัวคงทำงานไม่ไหวแล้วท้องแก่ใกล้คลอดขนาดนั้น”

“ก็ได้ค่ะ แม่อยากกินอะไรก็ไปซื้อข้างล่างนะคะ”

“ไม่ต้องห่วงแม่หรอก ไปทำงานเถอะ”

“งั้นหนูไปก่อนนะคะ”

“จ้ะ” นวลนภาหันมามองใบหน้าลูกสาวคนเล็กแล้วลูบเบาๆอย่างสงสาร ตั้งแต่ที่ลูกสาวไปงานวันเกิดเพื่อนแล้วรู้ว่าตัวเองแพ้แอลกอฮอล์ก็ไม่เคยแตะอีกเลย คงมีเรื่องให้คิดเลยเผลอหยิบแก้วของเพื่อนมาดื่ม ดีนะที่ปลอดภัย

“อืออออ แม่”

“ตื่นแล้วเหรอลูก เป็นยังไงบ้าง”

“ดีขึ้นแล้วค่ะ ไม่แสบผิวเหมือนเมื่อคืนแล้ว”

“ต่อไปก็ระวังหน่อยนะ หมอบอกว่าลูกแพ้แอลกอฮอล์ขั้นรุนแรงหากเผลอดื่มเข้าไปอีกคงไม่รอดแล้วล่ะ แม่จะตายตามลูกให้ได้เลยถ้าลูกเป็นอะไรไป”

“หนูขอโทษค่ะ ต่อไปหนูจะไม่ไปที่ผับอีกแล้ว”

“ไม่ว่าที่ไหนก็ควรหลีกเลี่ยงและระวังตัวเอง ดีนะหนูเหมียวพามาโรงพยาบาลทันไม่งั้นคงจะแย่ แม่รักลูกมากนะ”

“หนูก็รักแม่ค่ะ แล้วเหมียวล่ะคะ”

“กลับไปพักผ่อนแล้วจ้ะ ตอนบ่ายคงมาเยี่ยมหนูอีกรอบ”

“ค่ะ” ปาลิตาอมยิ้มน้อยๆเมื่อคิดถึงใบหน้าสุรีรัตน์ตอนที่เห็นเธอหายใจไม่ออก ที่จริงเธอดีใจมากเลยนะ แต่อาการเริ่มแย่ลงเลยทำได้แค่ซบไหล่ให้อีกคนรู้ว่าหัวใจเธอมีเค้าอยู่ตลอดเพียงแค่ไม่ยอมรับความจริงเท่านั้นเอง

“หิวหรือเปล่า แม่ทำข้าวต้มมาให้ด้วยนะ”

“หิวค่ะ แต่หมอยังไม่มาตรวจเลย รอหมอมาก่อนนะคะ”

“ก็ได้จ้ะ ตอนนี้หายใจสะดวกขึ้นหรือยัง”

“ค่ะ ดีกว่าเมื่อคืนเยอะเลย”

“ยังจะมาพูดเล่นอีกนะ แม่เป็นลมตั้งหลายรอบตอนที่สิตาเล่าให้ฟัง”

“ขอโทษค่ะแม่ ต่อไปหนูจะดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้นะคะ”

“ทำอย่างที่พูดด้วยล่ะ”

“ค่า... คุณนวลนภาคนสวย” ปาลิตาพยายามยิ้มให้แม่เพื่อให้ท่านสบายใจ เธอก็ไม่อยากให้ท่านห่วงเธอมากแบบนี้หรอก รู้ว่าผิดที่ไม่ควบคุมอารมณ์ตัวเองจนเรื่องราวใหญ่โตจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ต่อไปคงต้องควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้ดีกว่านี้

นวลนภาลูบผมลูกสาวแล้วมองใบหน้าสวยที่ยังซีดเซียว ไม่นานคุณหมอก็เข้ามาตรวจแล้วบอกว่าคนไข้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วแค่รักษาผื่นตามตัวให้หายแค่นั้น ตามเนื้อตัวยังมีรอยเขียวช้ำเป็นจ้ำเนื่องจากอาการแพ้หมอเลยให้ยาแก้แพ้ทำให้ง่วงตลอด ทั้งวัน นวลนภาจึงปล่อยให้ลูกสาวพักผ่อนและมานั่งเล่นที่โซฟาแทน

สุรีรัตน์ขับรถมาถึงโรงพยาบาลพร้อมดอกกุหลาบสีแดงที่ปาลิตาชื่นชอบ ดอกไม้ทำให้คนป่วยสดชื่นขึ้น เธอหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแฟนสาวจะดีใจและยิ้มสวยๆให้เธอ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“อ้าว...หนูเหมียว หอบอะไรมาเยอะแยะเชียว”

“สวัสดีค่ะป้านวล พี่ทรายตื่นหรือยังคะ”

“ตื่นแล้วลูก นอนตาแป๋วอยู่นั่นไง”

“วันนี้เอาที่ครอบออกได้แล้วเหรอ ดอกไม้สวยมั้ย”

“อื้อ...สวย ให้พี่เหรอ”

“ใช่สิ ถ้าไม่ให้พี่แล้วจะเอาไปให้ใครล่ะถามมาได้”

“ปากเหรอนั่น”

“แหะๆ มันติดอ่ะ พี่เป็นไงบ้างคันเนื้อคันตัวอยู่อีกหรือเปล่า หายใจสะดวกขึ้นมั้ยแล้วตามแขนไม่แสบแล้วใช่ป่ะ”

“มาเป็นชุด เธอจะให้พี่ตอบคำถามไหนก่อนดีล่ะ”

“ปากแบบนี้แสดงว่าหายดีแล้วสิ ตอบมาทุกคำถามนั่นแหละ”

“เฮ้อ... เอาเป็นว่าดีขึ้นมากแล้ว น่าจะออกโรงพยาบาลอีกสองสามวัน”

“แล้วกินข้าวหรือยังคะ”

“ยัง เดี๋ยวค่อยกินก็ได้เพิ่ง 4 โมงเย็นเอง วันนี้ทำงานเหนื่อยมั้ย”

“ไม่เหนื่อยหรอก นั่งจับปากกาไม่ได้ไปแบกหามซะหน่อย”

“อย่าไปยียวนพี่เค้ามากนักนะหนูเหมียว พี่เค้ายังเหนื่อยง่ายอยู่นะจ๊ะ”

“ขอโทษค่ะป้านวล เหมียวอดไม่ได้นี่คะ แกล้งพี่ทรายสนุกจะตาย”

“เหรอ เดี๋ยวจะโดน”  ปาลิตาส่งตาเขียวมองแฟนสาว สุรีรัตน์ยิ้มหวานประจบคนบนเตียงและแอบจับมืออีกคนเบาๆ

“พี่กวางโทรมาหาพี่หรือเปล่าคะ เก๋กับหนึ่งบอกว่าจะมาเยี่ยมเย็นๆ”

“โทรมาแล้ว ตกใจใหญ่เลยเอาแต่ร้องไห้”

“คงจะห่วงพี่มากเลยมั้งคะ เมื่อคืนพี่ไม่ได้แสดงอาการหนักเหมือนในรถนี่คะ พอรู้เลยตกใจ”

นวลนภานั่งสังเกตสองสาวที่คุยกันอยู่ที่เตียง เธอไม่ได้คิดไปเองเรื่องที่ทั้งสองนั้นแอบมีใจให้กัน ดวงตาที่มองกันสื่อว่าทั้งสองก้าวข้ามคำว่าเพื่อนพี่น้องกันไปแล้ว คนที่อาบน้ำร้อนมาก่อนย่อมมองออก เธอใส่ใจดูแลลูกสาวทั้งสองคนมาตั้งแต่เกิดทำไมจะไม่รู้ว่าลูกกำลังคิดและรู้สึกยังไง เธอทำได้เพียงแค่ดีใจไปกับลูกสาวคนเล็กที่เปิดรับคนอื่นเข้ามาในชีวิต ไม่ใช่อยู่แต่ในโลกส่วนตัวของตัวเองมากเกินไป

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“สวัสดีค่ะคุณป้า พวกเรามาเยี่ยมพี่ทรายค่ะ” ลักษิกายกมือไหว้นวลนภาที่ส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ อีกสองสาวรีบยกมือไหว้ตามทันที

“เชิญทุกคนเลยจ้ะ ทรายคุยกับหนูเหมียวอยู่พอดีเลย”

“ขออนุญาตนะคะ พี่ทรายเป็นไงบ้างคะ อาการหนักกว่าที่คิดไว้นะเนี่ย”

“พูดแปลกๆนะเก๋ ฉันสบายดีแล้วย่ะ”

“เชื่อค่ะ เถียงเก่งขนาดนี้”

“แกเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ฉันเป็นห่วงแกมากเลยนะ”

“ไม่เป็นไรแล้ว แกอย่าทำหน้าเศร้าสิ ฉันยังไม่ตายซะหน่อย”

“อะแฮ่ม! ใครอนุญาตให้พูดเรื่องตายคะ” สุรีรัตน์ส่งสายตาดุแฟนสาวที่ทำมาพูดเล่นเรื่องขอขาดบาดตาย ใครไม่เป็นเธอไม่รู้หรอกว่าวินาทีนั้นหัวใจเธอแทบหยุดเต้นที่รับรู้ว่าปาลิตาหยุดหายใจไปแล้ว

“ลืมไป โทษที”

“มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างนี้หรือเปล่าคะ เราตกข่าวอะไรไปหรือเปล่า” โยษิตาขมวดคิ้วสงสัยความสัมพันธ์ของเพื่อนสาวกับรุ่นพี่คนสวย  ปกติจะเถียงกันตลอดทำไมวันนี้คุยกันดีๆได้ด้วยล่ะ

“เปล่าหรอก  ฉันแค่ปรับความเข้าใจกับพี่ทรายแล้วแค่นั้นเอง จากนี้ไปจะไม่ชวนทะเลาะอีกแล้วล่ะ”

“มหัศจรรย์มาก ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะพี่ทราย”

“ทะลึ่งละหนึ่ง เดี๋ยวปั๊ด!” สุรีรัตน์ง้างมือขึ้นเตรียมจะตบหัวเพื่อนรักจอมทะเล้นที่ชอบพูดจาน่าตบน่าถีบ

“พี่กวางช่วยเค้าด้วยไอ้เหมียวมันจะตบเค้าอ่ะ”

“ให้ตบไปเลยค่ะ จะได้หยุดพูดซะที”

“ใจร้ายอีกแล้วนะคะ” โยษิตาค้อนรุ่นพี่แต่พออีกคนยกมือขึ้นมาลูบผมก็ยิ้มกว้างออกมาอย่างดีใจ

“ฉันไม่ได้บอกป๊อบนะเรื่องที่แกป่วย”

“ดีแล้วล่ะ ฉันขี้เกียจเถียงด้วย ตามตื้อจนน่าเบื่อ”

“เอาน่า ยังไงพวกเราก็เป็นเพื่อนกันนะ ไอ้ป๊อบมันคบกับปีใหม่ไปแล้วด้วย”

ปาลิตาไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่สบตากับสุรีรัตน์ พอเห็นรอยยิ้มอบอุ่นที่ส่งมาให้จึงรู้สึกโล่งใจไม่น้อย เมื่อก่อนไม่เห็นจะแคร์แต่พอคบกันจริงๆเธอกลับแคร์ความรู้สึกของแฟนสาวคนนี้มาก อาจเป็นเพราะกลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเมื่อครั้งมีแฟนคนแรก เขาไม่ชอบที่เธอมีโลกส่วนตัวสูงจึงตีตัวออกห่างแล้วไปคบกับคนอื่น

“อยากลุกนั่งมั้ย นอนทั้งวันปวดหลังแย่”  สุรีรัตน์ขยับไปนั่งขอบเตียงแล้วพยุงคนป่วยให้ลุกขึ้นนั่งพิงไหล่ของเธอ  ทุกคนมองอย่างแปลกใจแต่ไม่คิดจะเอ่ยถามเมื่อสองคนนี้แสดงออกชัดเจนมากจนไม่ต้องสงสัย

“หิวข้าว”

“เมื่อกี้ยังบอกไม่หิวอยู่เลย เปลี่ยนใจเร็วจริงๆนะ”

“เมื่อกี้ไม่หิวแต่ตอนนี้หิวแล้วนี่นา”

“เก๋ช่วยเอาโจ๊กบนโต๊ะใส่ถ้วยให้ฉันหน่อยสิ”

“ได้เพื่อน รอแป๊บนะ”

“เดี๋ยวพวกฉันไปนั่งคุยกับคุณป้าดีกว่า แกกินข้าวไปนะ”

“ป้อนพี่ทรายด้วยนะเหมียว ท่าทางยังไม่ค่อยมีแรง” โยษิตาทำหน้าทะเล้นให้คนทั้งสองที่นั่งพิงกันได้เขินอาย ไม่ต้องบอกก็รู้แล้วว่าทุกคนรู้ความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไป ก็เล่นทำหน้าเจ้าเล่ห์ล้อเลียนกันตลอดเวลาแบบนั้น ไม่รู้ก็บ้าแล้ว

“รู้แล้วน่า อย่าพูดมากไอ้คุณหนึ่ง พี่กวางเอามันไปเก็บทีสิคะ”

“ได้ค่ะ มานี่เลยตัวแสบ ไปแซวแบบนั้นได้ไงมีผู้ใหญ่อยู่ด้วยนะ เอาไว้ค่อยไปแซวข้างนอกสิ”

“ลืมไป ขอโทษนะคะต่อไปจะแซวตอนอยู่ที่ปลอดภัยกว่านี้ อิอิ”

“ไอ้หนึ่ง! เดี๋ยวเถอะแก”

ปาลิตาหน้าแดงระเรื่อมุดหน้ากับไหล่สุรีรัตน์ พวกนี้มันไม่รู้หรือไงว่าเธอเป็นคนขี้อายมากถึงแสดงความเย็นชาให้คนอื่นเห็น เล่นมาแซวกันแบบนี้จะทำตัวยังไงล่ะ เขินเป็นบ้าเลย

“ไม่ต้องเขินหรอกน่า อีกหน่อยทุกคนก็ต้องรู้เรื่องของเรา พี่กินโจ๊กก่อนนะ”

“เป่าด้วยสิ เดี๋ยวปากพอง”

“จ้าๆ อ้ะ อ้าปากสิ”

สุรีรัตน์ค่อยๆป้อนแฟนสาวเพราะกลัวสำลัก คนอื่นนั่งมองแล้วอมยิ้มน้อยๆเมื่อมีโอกาสได้เห็นคู่กัดสวีทหวานกัน นวลนภาทำเป็นไม่สนใจเพราะกลัวลูกสาวจะเขินแล้วทำตัวเย็นชาใส่คนข้างๆอีก

“อิ่มจัง ไม่ไหวแล้วอ่ะ”

“อีกคำเดียวเองนะ”

“ก็ได้”

“เก่งมากค่ะ แบบนี้คงได้กลับบ้านเร็วหน่อย”

“อยากกลับตอนนี้ด้วยซ้ำ ไม่ชอบโรงพยาบาลเลยมันวังเวง”

“กลัวผีล่ะสิ”

“รู้แล้วยังจะพูดอีก” ปาลิตาหยิกพุงน้อยๆแล้วอมยิ้มเมื่อเห็นใบหน้าสวยเจ็บปวด มือเรียวจับมือบางเอาไว้แล้วยิ้มกว้างกลับมา

“มือหนักเหมือนเดิมเลยนะ”

“จะได้ไม่กล้าหือไง อย่าคิดลองดีเด็ดขาดนะรู้ป่ะ”

“ไม่ลองหรอก รักคนนี้จะตาย” สุรีรัตน์กระซิบบอกรักให้คนฟังยิ้มเขินจนหน้าแดง เวลาเห็นแก้มแดงๆแล้วรู้สึกดีชะมัด น่ารักได้อีก

“บ้า ไม่ดูเลยว่ามีแม่นั่งอยู่ด้วย”

“จะได้ชินไง เดี๋ยวจะรีบเก็บเงินมาขอนะ”

8(>_<)8

ปาลิตาอมยิ้มจนปวดแก้มทั้งสองข้าง พอได้เป็นแฟนกันรู้สึกไอ้แมวบ้าจะขยันทำให้เธอเขินตลอดเวลาเลย เขินมากๆแม่เผลอตบขึ้นมาอย่ามาว่ากันนะ โอ๊ย...เขิน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

73 ความคิดเห็น

  1. #23 เล็กหมูน้อย (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 08:21
    หวานไม่แคร์สื่อเลยนะ
    #23
    0