พิชิตใจยัยคู่กัด

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 10 กว่าจะรู้ว่าสำคัญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 767
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    25 มี.ค. 60

สามทุ่มกว่าปาลิตาจำใจมาที่ผับกับสุรีรัตน์เพราะขัดไม่ได้ โชคดีที่รุ่นน้องสองคนมาด้วย เธอเลยโทรให้เพื่อนสาวมาหาที่ผับด้วยอีกคน ตอนนี้เป็นเวลาเกือบห้าทุ่มผู้คนทยอยเข้ามาเที่ยวกันมากหน้าหลายตาเพราะเป็นวันหยุด

“คืนนี้คนเยอะชะมัดเลย สงสัยจะมีโชว์พิเศษนะพี่ทราย”

“นั่นสิ เก๋ขยับมาใกล้ๆพี่หน่อยสิ พวกนั้นมองพี่ใหญ่เลยพี่ไม่ชอบ”

“เบื่อพวกนี้จริงๆเลย มันคิดว่ามันหล่อหรือไงนะ หนึ่งดูแลพี่กวางด้วยนะ”

“ฉันดูแลดีอยู่แล้ว ไม่ปล่อยให้ใครเข้าใกล้หรอก”

“ให้มันจริงเถอะ ไม่ใช่พี่เผลอแล้วไปควงสาวคนอื่นล่ะ”

“ไม่ไปหรอก อยากควงพี่กวางคนเดียว” โยษิตาซบไหล่รุ่นพี่คนสวย ขวัญจิราจ้องหน้าคนออดอ้อนแล้วอมยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นความจริงใจของอีกคน

“ถ้าทำตัวดีพี่จะพิจารณานะ อย่าทำให้ระแวงอีก”

“ได้ค่ะ รักเดียวใจเดียวไม่เหลียวมองใครให้เสียเวลาหรอกค่ะ”

“เดี๋ยวนะ พวกเธอคบกันแล้วเหรอ” ปาลิตาเห็นสองสาวสวีทหวานกันเลยถามให้กระจ่าง วันก่อนยังเล่นตัวอยู่เลยทำไมวันนี้มาแปลก

“ฉันเพิ่งเคลียร์ใจกันวันนี้เอง หนึ่งเค้าขอโอกาสจากฉันแถมยังร้องไห้ไม่มีอายใครเลย ฉันสงสารเลยลองดูใจไปก่อน ถ้าผ่านฉันจะยอมคบด้วย” ขวัญจิราลูบผมคนออดอ้อนอย่างเอ็นดู กะว่าจะใจแข็งให้นานกว่านี้แต่อดสงสารไม่ได้เลยจริงๆ

“แหม...ห้ามไปสนใจสาวคนอื่นนะหนึ่ง ไม่งั้นแกได้ตายแน่”

“โธ่...พี่ทราย หนึ่งไม่ได้เจ้าชู้นะคะ  สัญญาเลยว่าจะรักและซื่อสัตย์กับพี่กวางแค่คนเดียว ไม่ยุ่งเกี่ยวหญิงใดอีกค่ะ”

“ให้มันจริง มาดื่มให้กับคู่นี้หน่อยดีกว่านะเก๋ คนไร้คู่ชักอิจฉา”

“แกก็เปิดใจให้น้องเหมียวซะทีสิ คนนั้นเค้าชัดเจนนะมีแต่แกแหละที่เอาแต่กั๊ก”

“ฉันไม่เห็นว่าเค้าจะจีบฉันนี่ เรื่องอะไรฉันต้องยอมก่อนด้วยล่ะ”

“ตามใจ ถ้ามีใครมาฉกไปก่อนอย่าหาว่าไม่เตือนนะ ดูหน้าเวทีซะก่อน”

ปาลิตามองตามมือเพื่อนสาว สายตาไปหยุดอยู่ที่ยัยอกโตคนเดิมที่มาคลอเคลียสุรีรัตน์ ผู้หญิงคนนั้นมาที่นี่ทุกวันเลยหรือไงนะ หน้าอกหน้าใจที่อยากจะโชว์คนอื่นเริ่มขยับเข้าไปใกล้ตัวของสุรีรัตน์มากขึ้นเรื่อยๆ ปาลิตาจิกตามองอย่างไม่ชอบใจ ทำไมไอ้แมวเปรตไม่ยอมถอยหนีหรือว่าชอบให้ยัยนั่นเอาหน้าอกมาถูไถ ใช่สิ หน้าอกของเธอสู้ของยัยนั่นไม่ได้นี่ ชอบหน้าอกภูเขาไฟก็ไม่บอก เจ็บใจชะมัด

พรวด

“เฮ้ย! นั่นแก้วของฉันนะทราย ตายแล้วเหล้าแรงด้วยสิ”

“ทะ ทำไงดีกวาง ลงท้องไปแล้วอ่ะ”

“แกพกยามาด้วยมั้ย”

“ไม่ได้พก แกพาฉันกลับห้องด่วนเลย อีกสักพักผื่นคงขึ้นเต็มตัวแน่ๆ”

“เป็นอะไรคะพี่ทราย” โยษิตาเห็นสองสาวคุยอะไรกันสักอย่างจึงถามอย่างสงสัย อาการลุกลี้ลุกลนแบบนั้นหมายความว่ายังไง

“พี่เผลอดื่มเหล้าเข้าไปน่ะ เดี๋ยวพี่ขอกลับก่อนนะ”

“ตายแล้วพี่! เดี๋ยวเหมียวกลับมามันฆ่าเราสองคนแน่”  ลักษิกาตกใจรีบมองตามแขนของปาลิตาทันที กลัวรุ่นพี่จะเป็นอะไรมากไปกว่านี้

“พี่กลับก่อนนะเก๋ หนึ่ง ฝากบอกเหมียวด้วยละกัน”

“พี่มีคีย์การ์ดห้องเหมียวเหรอคะ”

“เออใช่ พี่ลืมหยิบมาด้วย โอ๊ย...ทำไงดีพี่เริ่มคันแล้วนะเนี่ย”

“เดี๋ยวหนึ่งไปเรียกเหมียวมาให้นะคะ”

“เร็วๆนะหนึ่ง พี่จะไม่ไหวอยู่แล้ว”

โยษิตารีบแทรกผู้คนไปที่หน้าเวทีเพราะเพื่อนสาวกำลังถูกลูกค้าดึงตัวเอาไว้ สองขาก้าวฉับๆเพราะห่วงอาการของรุ่นพี่คนสวย เมื่อมาถึงตัวเพื่อนรักก็รีบดึงออกมาจากสาวๆพวกนั้นทันที แต่พิมพ์ภาไม่ยอมปล่อยให้ไปเลยเกิดการยื้อแย่งกันไปมา

“ปล่อยเพื่อนฉันนะ ไม่งั้นฉันตบจริงๆด้วย”

“เอาสิ ตบมาฉันก็สวน คืนนี้แคทต้องอยู่กับฉัน”

“โอ๊ย...ทำไมพูดไม่รู้เรื่องเนี่ย ปล่อยมือนะเว้ย”

“ไม่ปล่อย”

“หยุดทั้งสองคนเลย ฉันเจ็บนะ” สุรีรัตน์สะบัดแขนออกแล้วมองหน้าทั้งสองอย่างไม่สบอารมณ์เพราะเธออารมณ์เสียตั้งแต่ถูกพิมพ์ภากักตัวไว้ไม่ให้ไปไหน

“แกเอาคีย์การ์ดห้องแกมาให้ฉันด่วนเลยเหมียว ตอนนี้ฉันไม่มีเวลามาเล่นกับแม่นี่หรอกนะ พี่ทรายกำลังแย่”

“เกิดอะไรขึ้นกับพี่ทรายเหรอหนึ่ง”

“พี่ทรายเผลอดื่มเหล้าเข้าไปน่ะสิ”

“ว่าไงนะ โธ่...ยัยเตี้ยนี่ไม่ฟังกันเลยใช่มั้ย”  สุรีรัตน์รีบเดินตรงไปที่โต๊ะ พิมพ์ภาวิ่งตามไปติดๆแม้จะถูกโยษิตาขัดขวางแต่ก็ฝ่าไปจนได้

 ปาลิตานั่งกอดอกตัวเองเพื่อข่มอาการคันตามเนื้อตามตัว ผื่นคงเริ่มขึ้นตามแขนถึงได้รู้สึกแสบไปหมด อาการหายใจตัดขัดเริ่มมีขึ้นเล็กน้อยเพราะเหล้าที่ดื่มไปนั้นแรงพอประมาณ น้ำตาเริ่มไหลออกมาเมื่อรู้สึกแสบเนื้อแสบตัวไปหมด นิ้วเรียวเกาไปตามแขนและลำคอจนเกิดรอยแดงเป็นจ้ำๆ

“อย่าเกาสิแก เดี๋ยวเป็นแผลเป็นนะ”

“ไม่ไหว ฉันแสบไปหมดเลย คันมากด้วย”

“เหมียวมาแล้ว แกอดทนหน่อยนะ” ขวัญจิรายิ้มกว้างเมื่อเห็นสุรีรัตน์รีบเดินผ่านผู้คนมาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าตื่นกลัวแบบนั้นคงไม่ต้องบอกก็รู้ว่าห่วงเพื่อนเธอแค่ไหน

“พี่ทรายเป็นยังไงบ้าง”

“คันแล้วก็แสบไปหมดทั้งตัวเลย”

“ไปโรงพยาบาลกันค่ะ”

“แคทจะไปไหนคะ พี่ไม่ให้ไปนะ”

“อย่ามายุ่งกับฉันตอนนี้ได้มั้ยฮะ คนยิ่งรีบๆอยู่ด้วย”

“ทำไมแคทพูดกับพี่แบบนี้ล่ะคะ พี่เป็นแขกของที่นี่นะ”

“เลิกยุ่งกับฉันสักที โอ๊ย...รำคาญ”

“คอยดูนะพี่จะฟ้องผู้จัดการว่าแคทตะคอกใส่แขก”

“เชิญเลย อยากทำอะไรก็เชิญ พี่ทรายเดินไหวมั้ยคะ”

“พี่แสบตัวไม่หมดเลยเหมียว รีบออกไปจากที่นี่เถอะ”

“พวกแกกลับบ้านไปก่อนเลยนะ ฝากไปส่งพี่กวางด้วยนะหนึ่ง”

“ไม่มีปัญหา แกรีบพาพี่ทรายไปเถอะ”

สุรีรัตน์พยักหน้าแล้วพาปาลิตาไปที่รถ สองบอดี้การ์ดสาวรีบเปิดประตูให้ทั้งสองสาวเข้าไปนั่งด้านหลัง  แม้อยากจะเอ่ยถามว่าอีกคนเป็นอะไรแต่ดูท่าเจ้านายไม่พร้อมที่จะตอบคำถามใดๆทั้งสิ้นจึงสงบปากสงบคำเอาไว้

“ไปโรงพยาบาลด่วนเลยนะ เร็วเข้าพี่ไอซ์”

“ค่ะคุณเหมียว”

“แฮ่ก แฮ่ก เหมียว พี่หายใจไม่ออก”

“อ้าปากไว้นะ สูดอากาศทางปากแทนนะคะ” สุรีรัตน์จับใบหน้าสวยให้เงยขึ้นสูดเอาอากาศเข้าปอด หัวใจเต้นระรัวเพราะกลัวเหลือเกินว่าปาลิตาจะจากไปไกล

“มะ ไม่ไหว”

“รู้ว่าแพ้แล้วดื่มไปทำไมเล่า เหมียวบอกพี่แล้วนะ” สุรีรัตน์ตะคอกใส่ปาลิตาเสียงดัง เธอทั้งห่วงทั้งกังวลไม่รู้อาการจะแย่ลงหรือเปล่า

“ฉันไม่ทันมองเลยหยิบแก้วของกวางมาดื่ม แฮ่ก แฮ่ก”

“ไม่ต้องพูดแล้วค่ะ สูดอากาศเข้าไปเยอะๆเลย พี่อย่าเป็นอะไรนะ ขอร้องล่ะ อย่าทำให้เหมียวกลัวสิ”

“เหมียว พี่แสบ ฮือ ฮือ ฮือ พี่จะตายใช่มั้ย แค่ก แค่ก แค่ก” ปาลิตาไอออกมาเมื่อพยายามสูดอากาศทางปาก สุรีรัตน์น้ำตาคลอมองร่างบางอย่างสงสารปนหวาดกลัว

“ไม่ตายหรอก เหมียวไม่ยอมให้พี่ตายหรอกนะ พี่ต้องอยู่กับเหมียว”

“ทำไม... ทั้งที่มีเรื่องอยากบอกมากมาย แต่กลับไม่มีโอกาส”

“มีสิ พี่ไม่เป็นอะไรหรอก เหมียวไม่ยอมนะ”

“ฮือ ฮือ ฮือ เหมียว เหมียว”  ปาลิตากอดสุรีรัตน์แน่น ในใจนึกกลัวว่าจะต้องจากคนที่รักไปไกลแสนไกล ทั้งที่อยากบอกรักใจแทบขาด ถ้าบอกไปแล้วเธอไม่ฟื้นคนที่จะเสียใจมากที่สุดก็คือสุรีรัตน์ ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย

สุรีรัตน์มองใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาอย่างสงสาร หัวใจถูกบีบรัดตามไปด้วย ยิ่งอาการทรมานจากการพยายามหายใจยิ่งตรอกย้ำหัวใจเธอว่าอีกคนนั้นสำคัญกับเธอมากแค่ไหน ถ้าไม่มีปาลิตาเธอจะมีความสุขได้อีกหรือเปล่านะ

“พี่ทรายอดทนไว้นะ เหมียวไม่ยอมให้พี่เป็นอะไรไปมากกว่านี้หรอก พยายามนะ เหมียวอยู่ตรงนี้ อย่าเป็นอะไรนะคะ”

“เหมียว”  ปาลิตาเอนตัวไปซบไหล่สุรีรัตน์ อาการทรมานเริ่มทำให้ร่างกายเจ็บไปทั่วทุกส่วน เธอจะมาตายตอนนี้ไม่ได้ หัวใจเธอต้องการสุรีรัตน์ ต้องการอยู่ด้วยกัน เธอยังไม่มีโอกาสได้ปรับความเข้าใจกับคู่กัดของเธอเลย

“เหมียวรักพี่นะคะ พี่อย่าเป็นอะไรไปนะ เหมียวไม่อยากอยู่คนเดียว”

“จะ จริงเหรอ ระ รักพี่จริงเหรอ”

“จริงสิ ที่เหมียวคอยกวนประสาทพี่ทุกวันเพราะอยากอยู่ในสายตาของพี่ หัวใจที่ไม่เคยรู้จักความรักเลยสักครั้งมันเต้นระรัวตอนที่อยู่ใกล้ๆพี่ทุกครั้ง เหมียวกลัวนะคะ”

“พี่ ระ รักเหมียวนะ พะ พี่ไม่รู้จะมี อะ โอกาสนั้นหรือเปล่า แฮ่ก แฮ่ก พี่...”

“เหมียวรู้แล้ว อย่าเพิ่งพูดนะคะ พยายามสูดอากาศเข้าปอดไว้นะ อีกนิดเดียวจะถึงโรงพยาบาลแล้วค่ะ”

“พี่กลัว เหมียวพี่กลัว แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก”

สุรีรัตน์น้ำตาไหลเมื่อเห็นอาการของอีกคนหนักขึ้นเรื่อยๆ มือบางเย็นเฉียบแบบนี้ทำให้เธอใจหายไม่น้อย ทำไมนะ ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาด้วย  เธอไม่น่าพามาที่ผับเลย ทุกอย่างเป็นความผิดของเธอคนเดียว

“รีบพาคุณทรายลงมาเถอะคุณเหมียว” ไอรดาจอดรถแล้วลงไปเปิดประตูให้สองสาว สุรีรัตน์เงยหน้ามองโรงพยาบาลทั้งน้ำตา

“ถึงโรงพยาบาลแล้วค่ะ อย่าเป็นอะไรไปนะ อยู่กับเหมียวก่อนนะพี่ทราย”

“เหมียว แฮ่ก แฮ่ก” ปาลิตาพยายามมองใบหน้าหวานของอีกคนที่มีน้ำตาไหลลงอาบสองแก้มนวล ดวงตาเริ่มหนักอึ้งจนฝืนทนต่อไปไม่ไหว

“พี่ทรายลืมตาก่อนสิ พี่ทรายคะ” สุรีรัตน์รีบวิ่งลงไปช้อนตัวคนที่แน่นิ่งไป หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วกลับระรัวเร็วกว่าเดิม ใบหน้าของรุ่นพี่ซีดมากจนน่าใจหาย เธอไม่ยอมนะ ไม่ยอมให้คนที่เธอรักจากไปเด็ดขาด

“วางผู้ป่วยลงบนเตียงเลยครับ”

“พี่รีบพาไปด่วนเลยค่ะ เธอแพ้แอลกอฮอล์หายใจไม่ออก”

“ครับ ญาติรอข้างนอกนะครับ”

“อย่าเป็นอะไรไปนะพี่ทราย อย่าจากเหมียวไปนะคะ”

สุรีรัตน์มองตามเตียงผู้ป่วยที่หายเข้าไปในห้องฉุกเฉิน น้ำตาไหลออกมาจนห้ามไว้ไม่ไหว สมองเริ่มตีรวนคิดอะไรไม่ออกนอกจากเรื่องราวของพี่รหัสที่เธอแกล้งจิกกัดเพื่อให้เค้ามาสนใจ ตอนนี้เค้าบอกว่ารักสมใจเธอแล้ว ทำไม ทำไมต้องพรากคนที่เธอรักไปด้วย อย่าเอาไปเลยนะ ขอแค่โอกาสแก้ตัวอีกสักครั้ง อย่าพาเค้าไปเลย

ใครก็ได้ช่วยฟังคำขอของฉันที อย่าเอาพี่ทรายไปเลยนะ อย่าให้เราห่างกันไปอีกเลย เราเพิ่งได้อยู่ด้วยกัน ฉันขอโอกาสหน่อยได้มั้ย อย่าเอาพี่ทรายของฉันไปเลย

“ใจเย็นๆก่อนนะคุณเหมียว คุณทรายถึงมือหมอแล้วต้องปลอดภัยแน่นอนค่ะ” ไอรดาเอื้อมมือจับแขนคนที่นั่งตัวสั่นอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาจนดูหมองไปเลย ยิ่งมองยิ่งรู้สึกสงสารจนต้องเบือนหน้าหนี

“เหมียวกลัว  ทั้งที่เตือนแล้วแท้ๆ เหมียวผิดเองที่พาพี่ทรายไปที่ผับ เหมียวผิดเองฮือ ฮือ ฮือ พี่ทรายอย่าเป็นอะไรไปนะ”

“มันเป็นเหตุสุดวิสัย อย่าโทษตัวเองเลยนะคะ” เกศรานั่งจับมือเจ้านายเพื่อจะส่งกำลังใจให้อีกคนเข้มแข็ง สายตามองไอรดาเพราะพวกเธอไม่รู้จะช่วยเจ้านายยังไง

“พี่ไอซ์โทรบอกพี่นิตาให้หน่อยค่ะ”

“ค่ะคุณเหมียว”

เกือบชั่วโมงที่สุรีรัตน์นั่งรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน อาการกระวนกระวายหายไปเหลือแค่อาการเหม่อลอยเพราะกลัวคนด้านในจะจากเธอไปจริงๆ เสียงฝีเท้าคนจำนวนหนึ่งวิ่งเข้ามาใกล้ๆทำให้คนเหม่อลอยค่อยๆหันไปมอง

“ทรายเป็นยังไงบ้างคุณเหมียว” วาสิตาถามคนที่นั่งเหม่ออย่างรีบร้อน สุรีรัตน์ได้แต่ส่ายหน้าไปมาเพราะเธอก็ไม่รู้เหมือนกัน

“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ”  นิตาจับไหล่สุรีรัตน์อย่างปลอบประโลมเพราะเห็นน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม คราบเครื่องสำอางถูกชะล้างจนเห็นได้ชัดว่าอีกคนร้องไห้หนักมาก

“เหมียวพาพี่ทรายมาเที่ยวที่ผับด้วย ไม่รู้ทำไมพี่ทรายถึงเผลอไปหยิบแก้วพี่กวางมาดื่ม ทั้งที่เหมียวย้ำนักย้ำหนา”

“ปกติทรายแค่ผื่นขึ้นตามตัวเท่านั้นนะ แสดงว่าเหล้าแรงมากเลยสิคะ”

“ค่ะพี่สิตา”  สุรีรัตน์ก้มหน้าลงเพราะรู้สึกผิด ต่อไปเธอจะไม่พาปาลิตาไปที่ผับอีก ต่อให้อีกคนขอร้องเธอก็ไม่ใจอ่อนเด็ดขาด แค่คืนนี้ที่เห็นอาการของคนที่เธอรักทรมานปางตาย หัวใจเธอก็แทบจะขาดตามไปด้วย

“ดีนะที่แม่ยังไม่รู้เรื่อง ไม่งั้นคงเป็นลมหลายตลบแน่ๆ”

“พี่ว่ารออาการทรายดีขึ้นก่อนแล้วค่อยบอกดีกว่านะ”

“สิตาก็คิดแบบนั้นเหมือนกันค่ะ ทรายเข้าห้องฉุกเฉินไปนานแค่ไหนแล้วคะ”

“เกือบชั่วโมงแล้วค่ะ เหมียวไม่เห็นหมอออกมาเลย”

 นิตามองสองสาวบอดี้การ์ด เมื่อเห็นทั้งสองก้มหัวให้ก็ยิ้มให้เล็กน้อยเพราะจำได้ว่าเป็นลูกน้องที่ฝีมือดีของเธออีกกลุ่มหนึ่ง  วาสิตากอดแขนแฟนสาวเพราะเริ่มกังวลที่น้องไม่ออกมาซะที หากมีอาการแพ้เหมือนเมื่อก่อนหมอไม่น่ารักษานานขนาดนี้

“ใจเย็นก่อนที่รัก หมอคงดูอาการให้แน่ใจน่ะ อย่าเพิ่งกังวลนะคะ”

“แต่สิตาว่ามันแปลกๆนะ เกือบชั่วโมงแล้วนะพี่นิตา”

“นั่นไงคะ หมอออกมาแล้ว” นิตามองหน้าห้องฉุกเฉินเห็นแพทย์หนุ่มเดินออกมาจึงรีบเข้าไปสอบถามแต่ไม่ทันสุรีรัตน์ที่พุ่งตัวแซงหน้าไปอย่างรวดเร็ว

“คนไข้ที่แพ้แอลกอฮอล์เป็นไงบ้างคะ” เสียงสุรีรัตน์ถามออกไปก่อนพวกพี่ๆ หมอหนุ่มส่งยิ้มให้ทุกคนก่อนจะเริ่มบอกอาการของคนไข้อย่างช้าๆ

“ตอนนี้คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ โชคดีที่มาถึงโรงพยาบาลเร็วไม่งั้นคงจะแย่ หมอขอให้ญาติดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษนะครับ คนไข้แพ้แอลกอฮอล์ขั้นรุนแรง อย่าให้เธอดื่มอีกนะครับ  เมื่อกี้เธอหยุดหายใจไปครู่หนึ่งแต่เราพยายามช่วยเธอจนเธอกลับมา หากครั้งต่อไปคนไข้ดื่มชนิดที่รุนแรงมากกว่านี้คงช็อคคาที่แน่นอนครับ”

“ร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอคะหมอ” สุรีรัตน์ใจเต้นระรัว ตั้งใจฟังหมออธิบายการดูแลคนไข้ต่อ พวกพี่สาวก็ตั้งใจฟังเช่นกันเพราะน้องสาวไม่เคยมีอาการรุนแรงมาก่อนเลย นับว่าเป็นครั้งแรกเลยที่ถึงขั้นเกือบเอาชีวิตไม่รอด

“คนไข้ได้รับแอลกอฮอล์ไปในปริมาณไม่มากเท่าไหร่ แต่อาการหนักขนาดนี้หมออยากเตือนญาติๆให้ระวังไว้บ้างนะครับ”

“ขอบคุณนะคะคุณหมอ ฉันจะเตือนน้องสาวเรื่องนี้อีกทีนะคะ”

“ครับ งั้นหมอขอตัวก่อนนะครับ”

“ค่ะ”  วาสิตามองเข้าไปในห้องฉุกเฉิน แม้จะโล่งใจที่น้องสาวปลอดภัยแต่เมื่อกี้ที่ได้ยินคือน้องสาวของเธอหยุดหายใจไปครั้งหนึ่ง หัวใจคนเป็นพี่แทบแตกสลายถ้าแม่รู้เรื่องนี้จะร้องไห้หนักขนาดไหนนะ

“พี่ว่าเรากลับไปเตรียมเสื้อผ้ามาเฝ้าทรายกันเถอะ พรุ่งนี้จะได้พาแม่มาด้วย”

“ก็ดีเหมือนกันค่ะ คืนนี้หมออาจให้นอนในห้องฉุกเฉินมั้ง”

“เหมียวขออยู่ต่ออีกสักพักนะคะ เผื่อหมอจะย้ายพี่ทรายไปห้องพิเศษ”

“พรุ่งนี้ไปทำงานหรือเปล่าคะ”

“ไม่ได้ไปค่ะ พี่สิตาไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เหมียวจะอยู่เป็นเพื่อนพี่ทรายเองค่ะ”

“งั้นพี่ฝากด้วยนะ พี่กลับก่อนล่ะ พรุ่งนี้จะรีบมาหาแต่เช้า”

“ค่ะ พี่ไอซ์กับพี่เกรซกลับไปก่อนก็ได้นะ เหมียวจะรอพี่ทรายออกมา”

“ไม่ค่ะ เราสองคนจะอยู่รอเป็นเพื่อนคุณเหมียว”

“ขอบคุณนะพี่เกรซ”

“จะเอาเสื้อผ้าหรือเปล่าคุณเหมียว พรุ่งนี้พี่จะเอามาให้”

“ไม่เป็นไรค่ะพี่นิตา เหมียวมีเสื้อผ้าติดไว้ในรถค่ะ”

“งั้นพี่กลับก่อนนะ พวกเธอดูแลคุณเหมียวด้วยนะ”

“ค่ะ/ค่ะ”

“อย่าโทษตัวเองนะคะคุณเหมียว พี่ไม่ได้โกรธอะไรคุณเหมียวที่พาทรายไปผับ พี่เข้าใจว่าคุณเหมียวต้องทำงาน ทรายเองต่างหากที่สะเพร่า”

“เหมียวเข้าใจดีค่ะ แต่เหมียวรู้สึกผิดที่ดูแลพี่ทรายไม่ดี”

“งั้นต่อไปก็ดูแลให้ดีๆนะคะ จะได้ไม่มานั่งเสียใจแบบนี้อีก”

“ค่ะพี่สิตา”

เมื่อสองสาวเดินจากไปสุรีรัตน์ก็เอามือกุมหน้าตัวเอง เสียงของหมอยังก้องอยู่ในหู คนที่เธอรักหยุดหายใจอย่างนั้นเหรอ แค่ได้ยินยังเจ็บปวดขนาดนี้ ถ้าอีกคนตายจากเธอไปจริงๆเธอจะรับไหวหรือเปล่านะ เสียงเข็นเตียงออกมาจากห้องฉุกเฉินทำให้คนที่ตกอยู่ในภวังค์หันมาสนใจ เมื่อเห็นใบหน้าสวยที่เธอหลงใหลก็รีบเดินตามไปทันที เธออยากดูแลปาลิตา นับจากนี้เธอจะไม่ปล่อยให้อีกคนนอนนิ่งแบบนี้อีกแล้ว

ห้องพิเศษชั้นบนสุดของอาคารตอนนี้มีแต่ความเงียบ  สุรีรัตน์มองคนที่นอนหลับอยู่บนเตียงด้วยความรักใคร่ ต่อไปนี้เธอจะไม่เถียงกับปาลิตาอีกแล้ว เธอจะดูแลไม่ให้อีกคนต้องมานอนเจ็บแบบนี้อีก โอกาสที่เธออยากขอคืออยากดูแลปาลิตาตลอดไป ที่สำคัญอยากให้เราได้เป็นคนรักกันซะที ไม่อยากทะเลาะด้วยอีกแล้ว

“แขนมีแต่รอยช้ำเต็มไปหมดเลย เจ็บมากสินะคะ” สุรีรัตน์จูบไปตามแขนที่มีรอยช้ำสีคล้ำ ใบหน้ามีผื่นสีแดงขึ้นเต็มไปหมด จมูกก็มีที่ครอบให้ออกซิเจน มือบางถูกเข็มเจาะเพื่อให้น้ำเกลือคงเจ็บไม่น้อยเลยทีเดียว

“ต่อไปเหมียวจะดูแลพี่ทรายเองนะคะ ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงของเหมียว นับจากนี้พี่จะมีเหมียวคอยยืนอยู่ข้างๆ รีบตื่นขึ้นมานะคะ”

สองบอดี้การ์ดได้แต่ยืนมองเจ้านายอย่างหดหู่ น้ำตาของเกศราไหลอาบแก้มเมื่อเห็นความรักที่สุรีรัตน์มีให้ปาลิตา ในฐานะบอดี้การ์ดเธอจะปกป้องปาลิตาไม่ให้อีกคนมีอันตรายเด็ดขาด แม้เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานแต่หน้าที่ของเธอคือดูแลเจ้านายให้ดีที่สุด

“พักผ่อนบ้างนะคะคุณเหมียว กว่าคุณทรายจะตื่นคงตอนเช้า”

“พี่เกรซกับพี่ไอซ์นอนเถอะค่ะ เหมียวนอนไม่หลับหรอก”

“พวกเราเป็นห่วงคุณนะคะ คุณทรายไม่ดีใจหรอกที่เห็นคุณทรมานตัวเองแบบนี้” ไอรดาหว่านล้อมเจ้านายสาว การอ้างคนที่นอนหลับอยู่คงจะเป็นผลดีที่สุด อย่างน้อยก็ทำให้คนดื้อฉุกคิดขึ้นมาได้บ้าง

“เข้าใจแล้วค่ะ เหมียวจะนอนตรงนี้ พี่สองคนนอนที่โซฟาได้เลยนะคะ”

“ค่ะ” ไอรดากับเกศรานั่งมองเจ้านายจนเห็นว่าฟุบหน้าลงกับเตียงจึงเอนตัวนอนบนโซฟาตัวยาว วันนี้ทุกคนต่างอ่อนล้า พรุ่งนี้ค่อยตื่นมาสู้อีกครั้งละกัน


+++++++++++++++++++++++++
ขอโทษที่มาลงให้ช้านะคะ ไปช่วยน้องดูแลหลานที่โรงพยาบาลมาค่ะ

หลานเพิ่งคลอดได้ 3 วัน เห่อหลานหลงหลานสุดๆตอนนี้


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

73 ความคิดเห็น

  1. #22 เล็กหมูน้อย (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 00:17
    ทรายหึงจนเกิดเรื่อง

    พิมพ์เกะกะจังเลยนะ เหมียวจัดการสักทีสิ

    บอกรักในสถานการณ์แบบนี้นะ โอ็ย!!เหนื่อยแทน
    #22
    0
  2. #21 Bum_06 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 21:58
    ยินดีด้วยนะคะ 
    #21
    0