บอดี้การ์ดดูแลหัวใจ

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 8 ก้าวข้าวคำว่าแฟน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,350
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    1 มี.ค. 60

ระหว่างทางกลับบ้านพิมพิกานั่งอมยิ้มมาตลอดทาง  นรีกานต์ยิ้มตามและขำคนรักที่ยิ้มอยู่ได้ตั้งนานสองนาน

“พี่พิมบ้าไปแล้วเหรอคะ ดูสินั่งยิ้มคนเดียวก็เป็นด้วย”

“พี่มีความสุขนี่คะ นานๆจะเจอตาอ้นได้แกล้งได้แหย่บ้างมีความสุขดีนะคะ ยิ่งโตยิ่งทะเล้นสงสัยจะเจ้าชู้เหมือนพ่อ เฮ้อ...” พิมพิกาส่ายหน้าหนักใจกับพฤติกรรมหลานตัวแสบที่ชอบมองผู้หญิงสวยๆแถมมีแฟนเยอะอีกต่างหาก

“ดูท่าพี่พิมจะรักอ้นมากเลยนะคะ” นรีกานต์ยิ้มบางๆสายตายังคงจับจ้องใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอิ่มสุข

“รักมากสิคะ พี่เลี้ยงมาตั้งแต่เกิดเลยนะ รักเหมือนลูกเลยล่ะค่ะ”

“แล้วพ่อของอ้นล่ะคะ ไม่มาดูแลบ้างเหรอ”

“พี่พลเขาเจ้าชู้ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า พี่อรทนไม่ไหวเลยขอหย่าค่ะ เรื่องมันผ่านมานานมากแล้วล่ะ นานเท่าอายุของเจ้าอ้นนั่นแหละ”

“พี่ชายพี่พิมไม่รู้เหรอคะว่ากำลังมีลูก เพราะผู้ชายร้อยทั้งร้อยคงเห็นแก่ลูกบ้าง” นรีกานต์ขมวดคิ้วถามคนรักอย่างสงสัย

“รู้สิคะ แต่เรื่องที่เห็นแก่ลูกคงไม่ใช่พี่ชายพี่หรอกค่ะ พี่อรใจเด็ดมากเลยนะ  เลี้ยงลูกคนเดียวมาตลอด พี่ไปช่วยเลี้ยงตอนเลิกเรียนเท่านั้นเอง บางทีวันหยุดพี่ก็ไปคลุกที่บ้านนั้นแหละ อยู่กับพี่อรและคอยเลี้ยงเจ้าอ้นให้เวลาพี่อรไม่ว่างน่ะ”  พิมพิกายิ้มกว้างขณะพูดถึงเรื่องเก่าๆเพราะเธอมีความสุขที่ได้เลี้ยงและคอยดูแลหลานชายคนนี้

“น่ารักจังเลยนะคะ มิน่าล่ะ เวลาเดียร์งอนพี่พิมถึงง้อได้ตลอดเลย”

“ได้แฟนเด็กก็ต้องง้อเก่งและเอาใจเก่งสิคะ อิอิ” พิมพิกายิ้มทะเล้นให้คนรัก

“แบบนี้รักตายเลยค่ะ พี่พิมห้ามไปใจดีกับสาวๆที่ไหนอีกนะคะ” นรีกานต์ซบหน้าลงที่ไหล่ของร่างสูงอย่างออดอ้อน เธอไม่อยากให้ใครมาทำให้หัวใจพิมพิกาหวั่นไหว มีวิธีเดียวที่เธอจะดึงดูดความรักจากอีกคน นั่นคือมารยาหญิงนั่นเอง

“พี่รักเดียร์นะคะ พี่ไม่รู้ว่าไปหลงรักคุณหนูจอมวีนตอนไหน รู้อีกทีเดียร์ก็มานั่งอยู่กลางใจพี่พิมซะแล้วล่ะ พี่ไม่มีวันมองใครที่ไหนอีกแล้ว เชื่อใจพี่ได้เลยค่ะ”

“ปากหวาน วันศุกร์นี้เราต้องไปเขาใหญ่แล้วนะ พี่พิมเตรียมของครบหรือยังคะ”

“ของพี่ไม่มีอะไรมากหรอก เดียร์ต้องซื้ออะไรเพิ่มหรือเปล่าล่ะคะ”

“ไม่แล้วค่ะ หมู่บ้านที่เราไปก็ไม่ได้ถือว่าลำบากมากนะคะ เป็นหมู่บ้านที่อยู่ในป่าก็จริงแต่เดินทางสะดวก มีของสด เสื้อผ้าขายเยอะแยะไปหมดเลยค่ะ”

“รู้ได้ไงคะ” พิมพิกาหันไปอมยิ้มให้คนรัก ยิ่งอยู่กับนรีกานต์เธอมักยิ้มและหัวเราะได้ทั้งวันเลย ร่างบางก็ทำตัวน่ารักมากขึ้น ไม่ดื้อเหมือนแต่ก่อน ยิ่งคบยิ่งใช่ ยิ่งน่ารักยิ่งถูกใจ อิอิ น่ารักน่าฟัดที่สุดเลย

“อาจารย์บอกค่ะ แหะๆ” นรีกานต์ยิ้มทะเล้นให้พิมพิกาได้ยิ้มตาม

“เดียร์ พรุ่งนี้พี่ไปรับช้าหน่อยนะ พอดีพี่มีธุระสำคัญต้องไปทำน่ะ เรื่องงานค่ะ”

“ได้ค่ะ เดียร์ไปเดินห้างฯกับเพื่อนๆรอพี่ดีกว่านะ แล้วพี่พิมค่อยตามไปทีหลังดีมั้ยคะ เราจะได้แวะดูหนังกันด้วย”  นรีกานต์มองหน้าพิมพิกาแบบจิกตาใส่ในคราแรก พอได้ยินอีกคนบอกเรื่องงานเธอจึงส่งยิ้มกว้างให้ร่างสูงแทน

“เอางั้นก็ได้ค่ะ พี่ตามใจที่รักแต่ต้องดูแลตัวเองดีๆนะคะ”

“รับทราบค่ะ ที่รัก อิอิ ชอบอ่ะ”  นรีกานต์ทำท่าตะเบ๊ะเหมือนตำรวจ เสียงหัวเราะจึงดังขึ้นพร้อมๆกันก่อนร่างสูงจะเลี้ยวรถเข้าไปจอดในบ้าน

“กลับมาแล้วเหรอเดียร์ เป็นยังไงบ้างเรียนหนักมั้ย”  นริสราเดินไปกอดน้องสาวที่อ้าแขนรอรับและหอมแก้มซ้ายแก้มขวาอย่างเช่นเคย

“เหนื่อยมากกว่าค่ะพี่ดรีม  โรงพยาบาลมีอะไรให้เราเรียนรู้เยอะกว่าในตำราเรียนอีกค่ะ” นรีกานต์พูดด้วยเสียงออดอ้อนนริสราแต่สายตามองหาพี่สาวอีกคน

“พี่ดิวไปนอนที่คอนโดกับพี่ฝนน่ะไม่ต้องมองหาหรอก ไปพักผ่อนได้แล้ว คุณพิมก็ไปพักผ่อนเถอะค่ะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” นริสรายิ้มให้พิมพิกาและลูบผมนรีกานต์

“ค่ะ เอ่อ... พิมขอตัวก่อนนะคะ พรุ่งนี้ต้องไปทำงานแต่เช้าเลยค่ะ”

“เดียร์ไปด้วยค่ะ ฝันดีนะคะพี่ดรีม” นรีกานต์ฉกหอมแก้มพี่สาวและวิ่งตามร่างสูงไปที่บันได นริสราอมยิ้มเอ็นดูน้องสาวโดยลืมคิดว่าทำไมน้องสาวถึงติดบอดี้การ์ดหน้าหวานคนนี้แจเลย คงเพราะเห็นเป็นผู้หญิงทั้งคู่จึงไม่ได้สังเกตอะไรมากมาย

ยามดึกสงัดนรีกานต์แอบย่องเข้ามาในห้องนอนของพิมพิกาและกดล็อคประตูไม่ ให้ใครเข้ามาได้ สาวหน้าหวานเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เธอจึงพันแค่ผ้าเช็ดตัวแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำแต่แล้วก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อเจอสาวตัวเล็กนั่งรออยู่ที่เตียงนอนด้วยท่าทางสบายๆ พิมพิกาใจเต้นแรงมากเพราะเธออยู่ในสภาพที่เสี่ยงต่อการถูกจู่โจม

“น้องเดียร์เข้ามาได้ยังไงเนี่ย พี่ว่าพี่ล็อคห้องแล้วนะคะ”

“พี่พิมขาวจังเลย”  เสียงพูดที่เหมือนละเมอของนรีกานต์ ทำให้พิมพิกาต้องรีบยกมือขึ้นจับปมผ้าขนหนูทันที สายตาของอีกคนช่างไม่น่าไว้วางใจเอาซะเลย

“เอ่อ...พี่ว่าพี่ไปแต่งตัวก่อนดีกว่านะ หนาวๆยังไงไม่รู้” พิมพิกากำลังหันหลังกลับแต่นรีกานต์กระโดดลงจากเตียงมากอดเธอไว้จากด้านหลัง

“พี่พิมตัวหอมจังเลยค่ะ”  นรีกานต์จรดจมูกโด่งไปที่แผ่นหลังขาวเนียนของร่างสูงจนขนอ่อนพากันลุกตั้งแข่งกันไปทั่วตัว  กลิ่นหอมของสบู่ทำให้คนที่สูดดมเริ่มมีอาการคล้ายละเมอ ปลายจมูกยังคงคลอเคลียที่หัวไหล่ขาวเนียนไม่ห่าง

“ดะ เดียร์อย่าทำแบบนี้สิคะ พี่ไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะคะ เดี๋ยวพี่จับกินซะเลยนี่” พิมพิกาหายใจหอบถี่หัวใจก็เต็นแรงระรัวอย่างตื่นเต้น  เธอไม่ได้มีความอดทนมากพอกับเรื่องอย่างว่าหรอกนะแม้จะไม่เคยก็เถอะ อย่าทำแบบนี้เลยเดี๋ยวตบะพี่แตก

“จูบเดียร์หน่อยสิคะพี่พิม คืนนี้เดียร์อยากให้พี่พิมจูบเดียร์จังเลยค่ะ นะคะที่รัก” นรีกานต์เดินอ้อมไปด้านหน้าของพิมพิกา  แล้วมองดวงตาหวานของร่างสูงอย่างหวานซึ้ง ร่างกายเธอต้องการให้อีกคนโอบกอดและสัมผัส ทำไมถึงรู้สึกแบบนี้นะ

“เดียร์ ถ้าพี่หยุดไม่ได้เดียร์จะมาโทษพี่ไม่ได้นะคะ ว่ารังแกเดียร์” พิมพิกาพูดด้วยสีหน้าจริงจังแต่ร่างบางได้แต่อมยิ้มและส่งสายตายั่วยวนมากกว่าเดิม

“เดียร์ยอมให้พี่พิมรังแกได้คนเดียวค่ะที่รัก”

สองแขนยกขึ้นโอบรอบคอของพิมพิกาให้โน้มลงมาหาริมฝีปากของเธอ นรีกานต์แตะจูบเบาๆที่ริมฝีปากอิ่มก่อนจะกดลงหนักๆ  ร่างสูงตอบรับรสจูบนั้นอย่างเต็มใจ ทั้งสองสาวกอดจูบกันอย่างดูดดื่ม พิมพิกาตกใจที่นรีกานต์จูบเก่งอย่างกับเคยจูบมาแล้วหลายครั้งแต่ว่าไม่ทันได้คิดอะไรมากไปกว่านี้ เธอก็ถูกมือบางผลักลงไปนั่งที่เตียงนอน   ร่างบางตามขึ้นไปคร่อมหน้าขาของคนที่มีแค่ผ้าเช็ดตัวปิดบังร่างกายอย่างเย้ายวนคนที่นอนหอบหายใจแรงกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะจุมพิตอย่างดูดดื่ม

“อ๊ะ อือ...เดียร์ พอก่อนมั้ยคะ” เสียงหอบหายใจและคำพูดที่ขาดห้วงของพิมพิกายิ่งทำให้นรีกานต์รู้สึกถูกใจและอยากทำมากกว่านี้ พิมพิกาแทบสำลักความหวานที่อีกคนมอบให้ ไม่คิดว่านรีกานต์จะเก่งกาจได้เพียงนี้

“ขออีกนิดสิคะคนดี พี่พิมของเดียร์ออกจะหวานไปทั้งตัวแบบนี้ ขอเดียร์ชิมอีกนะที่รัก” นรีกานต์กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ ร่างสูงกลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง ในใจก็นึกไปว่าทำไมสาวน้อยของเธอถึงได้เหมือนแม่เสือที่กำลังจะขย้ำเหยื่อเลยนะ

“แต่...อุ๊บ” พิมพิกายังพูดไม่ทันจบประโยค ริมฝีปากของเธอก็ถูกปิดด้วยริมฝีปากอิ่มของนรีกานต์ คราวนี้ร่างสูงไม่สามารถระงับจิตใจที่เริ่มกระเจิดกระเจิงได้อีกแล้ว ในเมื่อยั่วกันนักพี่ก็ขอก้าวข้ามคำว่าแฟนเลยละกันน้องเดียร์จ๋า

พิมพิกาพลิกตัวขึ้นคร่อมบนตัวนรีกานต์แทน สองสายตาหวานฉ่ำสบประสานสื่อความหมายว่าพร้อมแล้วที่จะเป็นของกันและกัน  เพราะนรีกานต์ห้ามตัวเองไม่อยู่แล้วเหมือนกันตั้งแต่เห็นเรือนร่างและเนื้อนวลที่ขาวพองของคนรัก รสจูบที่โต้ตอบกันไปมาคล้ายกำลังต่อสู้เพื่อช่วงชิงหาความเป็นใหญ่ รสจูบแสนหวานที่ไม่มีใครคิดจะยอมใครได้บดเบียดกันอย่างเร่าร้อน  มือเรียวปลดปมผ้าเช็ดตัวออกเผยให้เห็นผิวขาวนวลที่ถูกซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าขนหนูผืนบาง นรีกานต์จ้องมองด้วยสายตาสั่นระริก ร่างกายอันนวลผ่องไปทั้งตัวของพิมพิกาทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงผิดจังหวะ เลือดลมสูบฉีดทั่วทั้งตัว พิมพิกาเขินสายตาซุกซนของร่างบางจึงเอาแขนปิดหน้าอกเอาไว้

“พี่พิมสวยมากเลยรู้ตัวมั้ยคะ” นรีกานต์ละจากริมฝีปากของร่างสูงและพลิกตัวไปคุมเกมบ้าง  สายตาสอดส่ายไปทั่วร่างสะโอดสะองนั่นก่อนจับแขนของร่างสูงออกแล้วก้มหน้าลงไปหยอกเย้ากับเนินอกนุ่มนิ่ม

พิมพิกาไม่ยอมเสียเปรียบอยู่คนเดียวแน่  เธอรีบถอดเสื้อผ้าอาภรณ์ของนรีกานต์ออกจนไม่เหลือสักชิ้น เนินเนื้อนุ่มนิ่มโผล่พ้นออกมาให้เธอได้เชยชม ผิวเนื้อที่บดเบียดกันไปมายิ่งเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านไปตามลำตัวของทั้งสอง ซึ่งมันยากจะควบคุมอารมณ์พิสวาสในตัวได้จากนั้นบทรักที่วาบหวามก็ได้เริ่มขึ้น บทเพลงรักที่ไม่เคยแสดงกับใครมาก่อน  บัดนี้ทั้งสองสาวกำลังช่วยกันขับขานและบรรเลงบทเพลงรักไปด้วยกัน ร่างสูงกดจูบไปตามหน้าท้องแบนราบของนรีกานต์อย่างใจเย็น  บางครั้งก็ขบเม้มเบาๆเพราะความวาบหวาม  นรีกานต์แอ่นตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อเกิดการกระตุ้นจากอีกคนมากยิ่งขึ้น ยิ่งมือใหญ่ไล้ไปตามต้นขาของเธอยิ่งส่งผลให้ขนอ่อนลุกชันอย่างเสียวซ่าน

“อือ...พี่พิมขา เดียร์ทรมานจังเลยค่ะ” นรีกานต์บิดตัวเร้าเมื่อถูกจู่โจมด้วยลิ้นชุ่ม

“ทนอีกนิดนะที่รัก”  พิมพิกาเลื่อนใบหน้าลงไปที่กลีบกุหลาบสวย ตอนที่นรีกานต์ครวญครางช่างน่าฟังเหลือเกิน ถ้าอยากได้ยินอีกนานๆเธอต้องทำมากกว่านี้

พิมพิกาตวัดลิ้นชิมความหวานของคนรัก  ร่างกายของสาวตัวเล็กสั่นสะท้านตามแรงที่ร่างสูงกดลิ้นลงไป คล้ายกับเป็นการเชิญชวนให้อยากเข้าไปสำรวจ  พิมพิกาสอดนิ้วเข้าไปอย่างช้าๆเมื่ออีกคนพร้อมที่จะเดินทางต่อแล้ว  นรีกานต์นิ่วหน้าเจ็บปวดแต่ก็ต้องกัดฟันอดทนไว้ พิมพิกาค้างนิ่งไว้สักพักก่อนจะเริ่มขยับนิ้วเรียวยาวอย่างช้าๆ

“อ๊ะ อ๊า... พี่พิม” นรีกานต์คว้าหมอนมากอดและกัดเอาไว้แน่น

“เจ็บมากมั้ยคะคนดีของพี่”  พิมพิกาเห็นใบหน้าของคนรักแสดงความเจ็บปวดจึงถามอย่างห่วงใย ใจหนึ่งอยากทำต่ออีกใจก็ห่วงคนที่เจ็บปวดทรมานใต้ร่างของเธอ

“เดียร์ทนได้ค่ะ พี่พิมทำต่อเถอะ เดียร์ต้องการพี่พิมนะคะ”

เมื่อได้รับคำยืนยันพิมพิกาก้มหน้าลงไปหากลีบกุหลาบอีกครั้ง แล้วฉกลิ้นลงไปที่ปุ่มกระสันเพื่อสร้างความเสียวซ่านให้กับคนรัก   นิ้วเรียวขยับส่งจังหวะให้นรีกานต์เด้งสะโพกรับ เสียงอู้อี้ครวญครางดังขึ้นใต้หมอนใบใหญ่ พิมพิการีบเร่งจังหวะเมื่อเห็นคนรักเริ่มเกร็งตัวและถอดนิ้วออกอย่างรวดเร็วก่อนขึ้นไปคร่อมบนตัวคนรักไว้ เนินเนื้อบดเบียดกันอย่างรุนแรง น้ำรักไหลลงมาตามต้นขาของทั้งสองสาวยิ่งขยับโยกยิ่งรู้สึกเสียวซ่านทั้งสองเกร็งตัวและโผกอดกันแน่น พิมพิกาจูบนรีกานต์อีกครั้งก่อนร่างกายกระตุกพร้อมๆกัน เสียงทุกอย่างเงียบงันเหลือเพียงเสียงหอบหายใจของทั้งสองสาว

แม้จะไม่เร่าร้อนเหมือนคู่อื่นๆแต่ความสุขที่ได้รับกลับทำให้ทั้งสองสาวรักกันมากขึ้นและผูกพันกันยิ่งขึ้นไปอีก หัวใจรักทั้งสองดวงกำลังหล่อหลอมรวมเป็นดวงเดียวกัน ด้วยสายใยบางๆที่ถักทอจากความรัก

“เสียใจมั้ยน้องเดียร์” พิมพิกาเอ่ยถามเสียงแผ่วเบาและก้มมองคนในอ้อมกอด

“ไม่เสียใจหรอกค่ะ เดียร์เต็มใจและมั่นใจว่าพี่พิมไม่มีวันทอดทิ้งเดียร์เด็ดขาด” นรีกานต์เงยหน้าสบตากับพิมพิกาอย่างหวานซึ้ง

“พี่พิมไม่มีวันทิ้งเดียร์แน่นอนค่ะ เพราะพี่ไม่มีวันทิ้งหัวใจของพี่ได้หรอก” พิมพิกากระชับอ้อมกอดให้แน่นยิ่งขึ้น เธอไม่มีทางทำให้ผู้หญิงคนนี้เสียใจเป็นอันขาด

“เดียร์มีความสุขจังเลยค่ะ  พี่รู้มั้ยว่าพี่คือรักครั้งแรก จูบแรกแล้วก็เป็นคนแรกของเดียร์เลยนะ พี่พิมรับนิสัยของเดียร์ได้ใช่มั้ย เดียร์อาจจะเอาแต่ใจแต่เดียร์จะพยายามมีเหตุผลให้มากกว่านี้เหมือนที่พี่พิมขอไว้ไงคะ เดียร์ยินดีปรับตัวเข้าหาพี่พิมทุกด้านและจะพิสูจน์ให้พี่ได้เห็นว่าพี่พิมรักคนไม่ผิดค่ะ” นรีกานต์ส่งสายตาจริงจังให้พิมพิกาได้รับ รู้ว่าเธอพูดจริงและจะทำจริงๆอีกด้วย

“พี่รับเดียร์ได้ทุกอย่าง พี่รักที่ตัวตนของเดียร์ที่เป็นแบบนี้  เราจะปรับตัวเข้าหากันเพราะพี่อยากสร้างครอบครัวกับน้องเดียร์คนเดียวเท่านั้นค่ะ”

“ขอบคุณค่ะพี่พิม เรามาสร้างครอบครัวด้วยกันนะที่รัก”

“เดียร์จะไม่ทิ้งพี่ไปไหนใช่มั้ยคะ” พิมพิกาสบตาคนรักนิ่ง เธอก็หวั่นใจนะ ใช่ว่าไม่มั่นใจแต่แค่อยากได้ยินเท่านั้นเอง

“ไม่มีวันนั้นแน่นอนค่ะ เดียร์รักพี่พิมนะ”  นรีกานต์นอนซุกอยู่ในอ้อมกอดของร่างสูงและกอดเอาไว้แน่นเพื่อยืนยันคำพูดที่พูดออกไป  เธอจะทิ้งผู้หญิงคนนี้ได้ยังไงกัน ที่สำคัญเธอรักพิมพิกามากเท่ากับรักตัวเธอเองเลยล่ะ

“พี่ก็รักเดียร์ค่ะ รักมากๆ เดียร์คือทุกสิ่งทุกอย่างของพี่ แม้เราจะรู้จักกันได้ไม่นานแต่ที่พี่รู้คือหัวใจดวงนี้ของพี่มันบอกว่ารักน้องเดียร์คนเดียวและจะรักตลอดไปเลยค่ะ”   พิมพิกาก้มลงจูบเรือนผมที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อของร่างบาง รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของพวกเธอทั้งสองที่ยังกอดกันไว้แน่นก่อนจะพากันเข้าสู่นิทราของค่ำคืนที่แสนหวาน

ในขณะที่เจ้านายกำลังนอนหลับฝันหวาน หน่วยข่าวกรองของพิมพิกาก็วิ่งหนีลูกกระสุนปืนของพวกค้ายา  ปีเตอร์หัวหน้าทีมลับที่ร่างสูงตั้งขึ้นได้รับมอบหมายให้ไปหาตัวคนร้ายที่ทางการต้องการตัวแต่สายของพวกมันกลับรู้ว่ามีหนอนอยู่ในกลุ่ม  ตำรวจที่อยู่สน.เดียวกับสารวัตรวุฒินันท์เป็นสายให้กับพวกมัน เขาจึงต้องหนีอยู่แบบนี้

“ไอ้บ้าเอ๊ย! มาโผล่ตอนนี้ซะได้ ดีนะที่มีหลักฐานไปให้บอส เดี๋ยวฉันจะให้พวกแกได้กินลูกปืนของจริง” ปีเตอร์แสยะยิ้มก่อนชักปืนยิงตอบโต้คนร้ายด้วยฝีมือที่เหนือกว่าพวกลูกกะจ๊อกพวกนั้นหลายขุมนัก พวกค้ายาจึงถูกยิงตายไปหลายคน

“เอาไงดีพี่แดง พวกเราตายกันจะหมดแล้วนะ”

“ถอยก่อน มันฝีมือดีเกินไป ขืนสู้ต่อไปเรานี่แหละจะตาย”

“ครับพี่แดง เฮ้ย! พวกเราถอยก่อนเว้ย”

พวกค้ายาวิ่งหนีกันไปจนหมด ปีเตอร์เห็นว่าทุกอย่างสงบลงแล้ว จึงรีบออกจากที่ซ่อน พอมองอย่างถี่ถ้วนจนแน่ใจว่าพวกมันหนีกันไปหมดแล้ว เขาออกตัววิ่งไปอีกทางหนึ่งเพื่อจะกลับไปที่พักของตัวเอง  งานที่บอสสาวสั่งให้ทำถือว่าผ่านลุล่วงไปด้วยดีแต่ถ้าจะให้ดีควรจะมีโบนัสเล็กๆน้อยๆนะ อิอิ

พิมพิกาค่อยๆลืมตาตื่นเพราะแสงแดดส่องเข้ามาในห้องนอน  ทำให้เธอต้องขยับตัวหนี พอสายตาปรับเข้ากับแสงสว่างได้แล้ว เธอก็หันไปมองคนที่นอนกอดเอวเธออยู่ข้างๆก่อนจะเอื้อมมือไปดูนาฬิกาบนโต๊ะข้างหัวเตียง

“เฮ้ย! เดียร์ตื่นได้แล้ว 7 โมงแล้วค่ะ ตายแน่ๆ เดียร์ตื่นค่ะ”  พิมพิกาเขย่าคนรักให้ตื่นแต่เพราะความเพลียจากศึกรักเมื่อคืนทำให้ร่างบางขยับหันตัวหนีไปอีกทางแถมยังหลับตาพริ้มเช่นเดิมแต่ก็ยอมเอ่ยออกมาเบาๆ

“อือ...ขออีก 5 นาทีนะคะ พี่พิมขา...”  เสียงงัวเงียดังออกมาจากปากได้รูปของนรีกานต์ พิมพิกาได้แต่ส่ายหน้าน้อยๆในความขี้เซาของอีกคน

“ตอนนี้มัน 7 โมงแล้วนะ เดี๋ยวพี่สาวเดียร์ก็ตื่นมาเจอพวกเราหรอก”

“หือ“ เฮ้ย! จริงๆด้วย ตายแน่ๆคราวนี้ พี่พิมเสื้อผ้าเดียร์อยู่ไหน หยิบให้หน่อยค่ะ” นรีกานต์เด้งตัวลุกนั่งจนลืมเจ็บที่ช่องท้องหลังผ่านบทรักครั้งแรกมาหมาดๆ  ตอนนี้ตื่นเต็มตาเลยเมื่อได้ยินชื่อพี่สาว เธอไม่ได้กลัวมากมายหรอกแค่เกรงใจอะนะ

“นี่จ้ะ รีบใส่เร็วๆเลยนะ” พิมพิกาเร่งรีบใส่เสื้อผ้าของตัวเองเหมือนกัน

ผ่านไป 5 นาทีทั้งสองสาวก็แต่งตัวเสร็จ  พิมพิกาเดินไปทางประตูแล้วโผล่หน้าไปดูข้างนอกห้อง เมื่อเห็นว่าปลอดภัยดีแล้วจึงเรียกนรีกานต์ให้เดินออกมา นรีกานต์มองไปทางห้องพี่สาวคนรอง พอเห็นว่าไม่มีวี่แววนริสราจะออกมาก็รีบวิ่งเข้าห้องนอนทันที พิมพิกาก็เข้าห้องไปอาบน้ำแต่งตัวเช่นกัน  แต่คนที่คิดว่าไม่เห็นอะไรเลยกลับยืนตัวชาวาบอยู่ที่ขั้นบันได นริสรากำลังออกไปทำงานแต่ลืมเอกสารสำคัญไว้ในห้องนอนจึงรีบวิ่งขึ้นมาหยิบ แต่เธอเห็นน้องสาวคนเล็กทำท่าลับๆล่อๆออกมาจากห้องของบอดี้การ์ดส่วนตัว เธอจึงแอบดูอยู่ที่มุมบันไดจนทั้งสองสาวผลุบหายเข้าห้องนอนไปแล้ว เธอเลยเดินเข้าห้องของตัวเองบ้างเพื่อไปเอาเอกสารแต่ในใจกลับยังครุ่นคิดเรื่องน้องสาว

“ยัยเดียร์กับคุณพิมมันยังไงกันนะ”  นริสราบ่นพึมพำกับตัวเองก่อนสลัดความคิดทั้งหมดออกเพราะการประชุมหุ้นส่วนใหญ่รอเธออยู่ เธอรีบวิ่งลงไปที่รถและขับออกไปอย่างรวดเร็ว  

พิมพิกาพานรีกานต์ไปส่งที่โรงพยาบาลแล้วขับรถมุ่งหน้าไปบริษัท เพราะว่ามีนัดประชุมกับหัวหน้าบอดี้การ์ดเพื่อที่จะมอบหมายงานให้แต่ละหน่วยได้ดำเนินการช่วงที่เธอไปดูแลนรีกานต์ที่เขาใหญ่ 1 อาทิตย์

“ทีมหมีขาว ทีมคุณต้องไปดูแลท่านส.ส.ที่จันทบุรี 3 วันนะ” เสียงออกคำสั่งดังขึ้นหลังที่สรุปทุกอย่างจบลง

“ครับบอส ผมจะไม่ทำให้บอสผิดหวังครับ”

“ฉันไว้ใจคุณนะแต่อย่าประมาทเด็ดขาด ส.ส.คนนี้ยิ่งมีศัตรูเยอะอยู่ด้วย ระวังตัวให้มากๆนะ ทำอะไรขอให้มีสติ คิดและตัดสินใจให้รอบคอบ”

“ครับบอส ผมจะจำไว้ครับ”

“หงส์เหิน ทีมคุณคงต้องไปไกลถึงเชียงใหม่นะ  ท่านทูตจากอังกฤษท่านอยากจะพักผ่อนที่นั่น  งานหนักหน่อยนะเพราะมีทั้งภริยาและลูกๆของท่าน  คุณคงไม่มีปัญหาใช่มั้ยคะ” พิมพิกาหันไปพูดกับสาวหล่อหน้าตาดีอย่างกับดารา แม้จะดูสำอางแต่ฝีมือไม่ธรรมดาเลยสักนิดเดียว

“ไม่มีปัญหาครับบอส สาวๆของผมพร้อมลุยเต็มที่ครับ”

“อืม...ดีมาก เสร็จงานนี้ ฉันจะพิจารณาใบลาพักร้อนให้นะ”

“ขอบคุณครับบอส” แอนนี่สาวหล่อมาดเท่ยิ้มกว้างแก้มแทบปริ

“เสือขาว ทีมคุณเตรียมตัวพร้อมสำหรับการเดินทางไปเขาใหญ่หรือยัง”

“พร้อมครับบอสแต่ผมคิดว่างานนี้คงไม่หมูสักเท่าไหร่ผมได้ข่าวมาว่าการไปพักที่เขาใหญ่ของท่านบดินทร์มันเป็นแค่ข้ออ้างสำหรับงานใหญ่อะไรสักอย่างครับ ซึ่งผมไม่อาจทราบได้ว่ามันคืองานอะไร ใหญ่แค่ไหน” หัวหน้าเสือขาวรายงานบอส งานนี้อาจมีลับลมคมในอะไรบางอย่างที่ดูท่าจะหนักสำหรับเขาและลูกทีมมากๆ แต่พิมพิกาแสยะยิ้มเล็กน้อยคล้ายมีแผนอะไรอยู่ในใจ

“หึ...งั้นเหรอ“ ปีเตอร์คุณต้องระวังตัวให้มากๆนะ เพราะท่านบดินทร์ไม่ได้มือขาวสะอาดอย่างที่เราคิด อย่าเอาตัวเองไปเสี่ยงเด็ดขาด แจกเสื้อกันกระสุนให้ครบทุกๆคนและทุกทีม ฉันหวังว่าทีมพวกคุณจะดูแลตัวเองและลูกทีมได้เป็นอย่างดี  ฉันขอจบการประชุมแค่นี้ค่ะ” พิมพิกาลุกขึ้นและยิ้มให้ทุกคนอีกครั้งก่อนเดินออกจากห้องประชุม

“บอสครับ รอเดี๋ยวครับ”

“ว่าไงปีเตอร์ มีอะไรเหรอ”  พิมพิกามองชายหนุ่มลูกครึ่งตัวสูง ผิวสองสี นัยต์ตาสีน้ำตาลเข้ม

“เที่ยงนี้บอสว่างมั้ยครับ เราไปทานข้าวกันสักมื้อนะครับ ผมเลี้ยงเอง”  ปีเตอร์ยิ้มให้บอสสาว ชายหนุ่มตามจีบเจ้านายคนนี้มานานมาก แต่สาวหน้าหวานไม่เคยใจอ่อนไม่เคยสนใจเขาเลยสักนิดเดียว

“ขอโทษด้วยนะปีเตอร์ ฉันนัดแฟนเอาไว้แล้วล่ะ ฉันขอตัวก่อนนะ” พิมพิกาส่งยิ้มให้ปีเตอร์เพื่อให้อีกคนรู้ว่าเธอไม่ไปด้วยแน่นอน

ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าชายหนุ่มตั้งท่าจีบเธอตั้งแต่เข้ามาทำงานที่นี่แล้วแต่เธอไม่เคยให้ความหวังอะไรเลย เห็นเป็นแค่เพื่อนร่วมงานแค่นั้นเอง แม้หลักฐานที่ชายหนุ่มเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายไปเอามาจะทำให้เธอไปทานข้าวกับเขาได้แต่เธอไม่อยากให้ความหวังไม่อยากให้เขาคิดไปเองคนเดียวว่าเธอให้ความหวัง

“บอสพูดจริงหรืออำผมเล่นครับ ผมไม่เคยเห็นแฟนบอสเลยนะ”

“เห็นสิ ฉันพามาที่ทำงานออกบ่อย นายเจอเธอบ่อยกว่าใครเพื่อนเลยนะปีเตอร์” พิมพิกากระตุกยิ้มให้ปีเตอร์ที่ทำหน้างงไม่เลิก

“ห๊ะ! เจอบ่อยๆเหรอ เฮ้ย! บอสอย่าบอกนะว่าคือคุณเดียร์น่ะ โอ้...ไม่นะ อะไรกัน เนี่ยผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสาวสวยสองคนจะรักกัน เฮ้อ! กินแห้วอีกแล้วเรา” ปีเตอร์ก้มหน้ามองพื้น มันก็เสียใจอยู่หรอกแต่บอสมีแฟนแล้วแถมยังเป็นผู้หญิงสวยซะด้วยมีอนาคตไกลว่าที่คุณหมออีกต่างหาก

“ฉันรักน้องเดียร์มากนะปีเตอร์ นายมองหาสาวคนใหม่เถอะ เท่าที่ฉันรู้มานายก็มีสาวที่เก็บกักเอาไว้ตั้ง 5 คนไม่ใช่เหรอ อยากให้ฉันบอกชื่อมั้ยล่ะ”

“อุ๊ย! ไม่ต้องหรอกครับบอส ผมเกรงใจ แหะๆ”

“ฉันไปก่อนนะ อ้อ! อย่าลืมไปสืบเรื่องท่านบดินทร์เพิ่มเติมด้วยนะ”

“ครับบอส” ปีเตอร์โค้งให้พิมพิกาและเดินหนีออกไปทันที

“คุณแตนอย่าลืมสรุปรายงานประชุมวันนี้ด้วยนะ ฉันต้องการโยกย้ายการ์ดระดับ C ให้มาทำงานในส่วนของโรงแรม ระดับนี้น่าจะเอาอยู่เพราะไม่ต้องลุยอะไรมากมาย”

“ค่ะบอส”

พิมพิกาสั่งงานเสร็จก็เดินเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว เพราะเธอมีงานรอสะสางอีกเพียบ ไม่รู้ว่าทำไมช่วงนี้พวกคนใหญ่คนโตขยันมีงานให้พวกเธอทำกันจังนะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น

  1. #9 เล็กหมูน้อย (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 08:18
    เขิลลลล พี่สาวเห็นอ่ะเดียร์ 5555
    #9
    0