บอดี้การ์ดดูแลหัวใจ

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 6 ลองวิชา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,153
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    1 มี.ค. 60

พิมพิกาขับรถพานรีกานต์เข้าบ้านตอน 5 ทุ่ม  สองสาวเดินเข้าไปในบ้านเสียงพูดคุยหัวเราะกะหนุงกะหนิงดังไปถึงในตัวบ้าน นริสราและนรากรเดินมาหยุดยืนตรงหน้าทั้งสองสาว  ทั้งสองสาวสะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นพี่สาวฝาแฝดพร้อมใจกันยืนกอดอกทำหน้านิ่งมองพวกเธออย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก

“ไปไหนกันมาฮึ ทำไมกลับมาดึกดื่นป่านนี้ รู้มั้ยว่าพี่เป็นห่วง” นรากรพูดเสียงเข้มถามน้องสาวคนเล็กที่ก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างรู้สึกผิด

“ไปกินข้าวกันมาค่ะ พี่ดิวพี่ดรีมยังไม่นอนอีกเหรอคะ นี่มันก็ดึกแล้วนะ” นรีกานต์ทำใจดีสู้เสือเอ่ยออกไปหวังให้พี่สาวทั้งสองคลายอารมณ์ลงบ้าง

“รู้เหมือนกันนี่ว่าดึก แล้วทำไมกลับมาเอาป่านนี้..” นริสราเอ่ยขึ้นมาบ้าง พิมพิกาเห็นท่าไม่ดีเลยออกมาปกป้องคนรัก

“พิมต้องขอโทษคุณดิวกับคุณดรีมด้วยนะคะ ที่พาเดียร์กลับมาบ้านดึกดื่นแบบนี้ อย่าโกรธเดียร์เลยนะคะ ถ้าจะโกรธก็โกรธพิมเถอะค่ะ”

“พี่พิม” นรีกานต์มองใบหน้าหวานของคนรักอย่างซึ้งใจ

“เอาเถอะ กลับมาบ้านอย่างปลอดภัยก็ดีแล้วล่ะ เดียร์ไปอาบน้ำนอนได้แล้วป่ะ” นรากรพูดตัดบทขืนพูดอะไรไปก็เรื่องยาวซะเปล่าๆ ไหนๆน้องก็ปลอดภัยดีทุกอย่าง คงเพราะมีพิมพิกาดูแลน้องสาว เธอจึงไม่อยากถามอะไรให้มากความ

“ค่ะ เดียร์ไปนอนก่อนนะคะ กู๊ดไนท์ค่ะ” นรีกานต์หอมแก้มพี่สาวทั้งสองก่อนเดินจากไปอย่างรวดเร็วแต่ไม่วายหันมามองคนรักอีกครั้ง

“เอ่อ... ฉันขอโทษคุณทั้งสองอีกครั้งนะคะ ต่อไปมันจะไม่เกิดขึ้นอีกค่ะ”  พิมพิกาพูดขอโทษอย่างจริงใจ ทั้งสองฝาแฝดเลยได้แต่ถอนหายใจพร้อมกัน

“เราต้องขอโทษคุณพิมเหมือนกัน เราสองคนห่วงน้องมากไปหน่อย  ถ้าคราวหลังจะกลับดึกอีกช่วยโทรมาบอกเราสองคนสักหน่อยนะคะ  เราสองคนมั่นใจว่าคุณพิมน่ะดูแลน้องสาวของเราได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องแต่เราสองคนก็ห่วงน้องตามประสาคนเป็นพี่ คุณคงเข้าใจนะคะ” นริสราพูดน้ำเสียงจริงจังเธอยอมรับว่าแสดงอารมณ์มากไปหน่อยเพราะเป็นห่วงน้องสาวมาก ยิ่งดึกดื่นไม่รู้น้องอยู่ที่ไหนยิ่งกังวล

“ค่ะ ต่อไปฉันจะโทรบอกพวกคุณทุกครั้งที่จะกลับดึกนะคะ ยังมีอีกเรื่องที่ฉันต้องบอกคุณทั้งสองคน  อาทิตย์หน้าเดียร์ต้องไปต่างจังหวัดกับคณะแพทย์และพยาบาลที่มหาวิทยาลัยจัดขึ้นเพื่อไปตรวจคนไข้ที่อยู่ห่างไกลความเจริญ ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันไปด้วยค่ะ” พิมพิกามองทั้งสองสาวด้วยใบหน้าจริงจัง

“จะว่าไปน้องสาวเราก็เรียนปี 3 แล้วนี่นะ  เดียร์เค้าฉลาดเรียนเร็วกว่าคนอื่น อายุแค่ 16 ปีแต่สอบติดคณะแพทย์ได้ เก่งมั้ยล่ะน้องสาวของฉันน่ะ”  นรากรยิ้มกว้างอย่างภูมิใจ พิมพิกาจึงยิ้มตามไปด้วย

“ค่ะ เดียร์เค้าเก่งทุกๆด้านเลยก็ว่าได้ ฉันขอตัวก่อนนะคะ คุณทั้งสองก็พักผ่อนได้แล้วนะ ฝันดีค่ะ”   พิมพิกาส่งยิ้มให้ทั้งสองแฝดและแยกออกไป ในใจกลับรู้สึกโล่งอกที่ไม่มีปัญหาอะไรมากมาย (เฮ้อ...รอด)

“ดรีมว่าเราสองคนเข้มงวดกับน้องมากไปหรือเปล่า” นรากรหันมาถามแฝดผู้น้องเธอรู้สึกช่วงนี้นรีกานต์ดูสุขุมขึ้นมาก ไม่โวยวายเอาแต่ใจเหมือนเก่า

“นั่นสิ น้องก็โตพอจะคิดอะไรเองแล้ว สงสัยเราคงต้องปล่อยๆบ้างแล้วล่ะ แล้วดิวไม่ไปหาฝนเหรอ เห็นไปคลุกอยู่ด้วยกันเป็นอาทิตย์” นริสราแซวแฝดผู้พี่และยิ้มทะเล้น

“วันนี้ฝนกลับไปนอนที่บ้าน พี่ชายเค้ากลับมาจากต่างประเทศบ้านเค้าก็เลยเลี้ยงฉลองกันภายในครอบครัวน่ะ”  นรากรพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า เธออยากเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวคนรักแต่มันคงเป็นไปไม่ได้

“แล้วดิวไม่ใช่ครอบครัวของฝนเหรอ” นริสราขมวดคิ้วถามพี่สาว

“แม่ของฝนท่านไม่ยอมรับความรักของเรา แต่ดิวไม่ยอมแพ้หรอกนะดรีม คนนี้ดิวรักจริงหวังแต่งไม่ทิ้งขว้างแน่นอน” นรากรพูดอย่างจริงจังนริสราตบไหล่พี่สาวเพื่อมอบกำลังใจให้อีกคนให้เดินหน้าต่อสู้ต่อไป

“ดรีมเป็นกำลังใจให้นะ ดิวของดรีมเก่งจะตายไป  ไม่ว่าการงานหรือรูปสมบัติ ดิวเหมาะสมกับฝนทุกอย่างเลยนะ”   นริสรากอดนรากรอย่างให้กำลังใจ เธอไม่อยากเห็นพี่สาวของเธอต้องมาเสียใจแบบนี้เลย

“ขอบใจนะดรีม ดิวรักดรีมที่สุดเลย” นรากรกอดตอบนริสราอย่างซึ้งใจ

“เราเป็นฝาแฝดกันนี่นา ดิวรู้สึกยังไงดรีมก็รู้สึกได้นะ เราไปนอนกันเถอะ พรุ่งนี้ยังมีงานรอเราอยู่เพียบ”  นริสราจูงมือพี่สาวให้เดินไปด้วยกัน แม้ว่าเธอจะห่วงพี่สาวมากแค่ไหนแต่จะไปก้าวก่ายชีวิตอีกคนมากไปกว่านี้ก็คงทำไม่ได้

“คืนนี้นอนด้วยกันมั้ยดรีม เราไม่ได้นอนด้วยกันนานแล้วนะ”

“เอาสิ คืนนี้จะกอดดิวแทนฝนเองนะ อิอิ”

“จ้ะ แม่น้องสาวคนสวย” นรากรโอบไหล่นริศราเดินเข้าไปในห้องนอนทันที

นรีกานต์อาบน้ำเสร็จก็ล้มตัวลงนอนเธอคิดถึงตอนที่พี่สาวทั้งสองดุเธอเมื่อกี้นานแล้วที่เธอไม่เคยถูกพี่สาวทั้งสองคนดุแบบนี้แล้วถ้าเกิดพี่สาวทั้งสองรู้เรื่องความรักของเธอกับพิมพิกา ไม่รู้ว่าพี่สาวฝาแฝดของเธอจะเล่นงานร่างสูงหรือเปล่าแต่ถ้าคิดในแง่ดีมันอาจไม่มีอะไรก็ได้ เธอคงคิดมากไปเอง

“เฮ้อ! นี่เพิ่งเริ่มต้นเองนะ แต่เอาเถอะ ถือว่าพิสูจน์ความรักของเราก็แล้วกันนะคะพี่พิม เดียร์จะรักษาความรักของเราให้ดีที่สุดค่ะ”

“จริงเหรอคะ” เสียงพูดดังมาจากทางประตูทำให้ร่างบางหันไปมองอย่างตกใจ

“พี่พิมเข้ามาได้ไงคะ” นรีกานต์รีบลงจากเตียงไปกอดพิมพิกา

“กอดเบาๆก็ได้ค่ะ เดี๋ยวพี่ช้ำในตายก่อนพอดี” พิมพิกาหอมแก้มนรีกานต์ไปฟอดใหญ่ กลิ่นหอมอ่อนๆนี้คงเป็นกลิ่นเฉพาะตัวสินะหอมจัง

“พี่พิมขาเดียร์กลัวจังเลยค่ะ พี่คิดว่าพี่ดิวกับพี่ดรีมจะยอมให้เราคบกันมั้ยคะ  ถ้าพี่ๆรู้เรื่องของเราสองคน” นรีกานต์เดินจูงมือร่างสูงไปนั่งที่เตียงและกอดเอาไว้แน่นเธอรู้สึกกลัวเหลือเกินว่าจะถูกพรากจากผู้หญิงคนนี้

“ไม่ต้องกลัวนะเราจะพิสูจน์ให้พวกพี่ๆของเดียร์ได้เห็นว่าเราสองคนรักกันมากแค่ไหน แล้วคุณพ่อคุณแม่ของเดียร์ท่านไม่ว่าอะไรเหรอคะ”

“คุณพ่อคุณแม่เข้าใจความรักแบบนี้ค่ะ แต่พี่ๆของเดียร์หวงเดียร์มากเท่านั้นเอง”

“ไม่เป็นไรนะเดียร์ เราจะสู้ไปด้วยกัน พี่ไม่มีวันทิ้งให้น้องเดียร์เผชิญปัญหาอยู่คนเดียวหรอก พี่สัญญา” พิมพิกาจูบหน้าผากมนของนรีกานต์อย่างแผ่วเบา ไม่รู้ว่าเธอรักร่างบางคนนี้มากแค่ไหนแต่คงมากพอๆกับชีวิตเธอเลยทีเดียว เธอรู้สึกแบบนั้นจริงๆ

“คืนนี้นอนด้วยกันนะคะ” น้ำเสียงออดอ้อนถูกเปล่งออกมาจากปากร่างบาง

“จะดีเหรอ พี่ไม่อยากดูไม่ดีในสายตาของพี่สาวเดียร์นะคะ”

“แต่เดียร์อยากนอนกอดพี่พิมนี่คะ นะคะ พี่พิมตั้งนาฬิกาปลุกไว้สิคะ  ห้องเราอยู่ติดกันนี่เอง นะคะ นะ”  นรีกานต์ออดอ้อนร่างสูงที่ตอนนี้เริ่มใจอ่อนซะแล้ว แพ้ลูกอ้อนผู้หญิงคนนี้ตลอดเลยเรา พิมพิกาเลยจำใจนอนที่ห้องนี้อย่างขัดไม่ได้(หรือไม่อยากขัด)

“ก็ได้ค่ะ งั้นก็นอนได้แล้วนะคนเก่ง พรุ่งนี้มีเรียนแต่เช้าเลยนี่”

“ค่ะ กู๊ดไนท์คิสนะคะ” นรีกานต์จูบริมฝีปากของพิมพิกาเบาๆก่อนนอนหันหลังให้ด้วยความเขินอายที่ใจกล้าเริ่มต้นรุกอีกคนก่อน

“กู๊ดไนท์ค่ะ สุดที่รักของพี่พิม” พิมพิกาอมยิ้มแล้วห่มผ้าให้นรีกานต์ จากนั้นดึงตัวอีกคนเข้ามากอดแล้วหลับไปด้วยกัน

 

 วันนี้ก็คงเป็นเหมือนเช่นทุกเช้าที่พิมพิกาต้องขับรถไปส่งนรีกานต์ที่มหาวิทยาลัย จากนั้นก็เข้าบริษัทเพราะเลขาสาวโทรมาบอกว่ามีงานใหญ่เข้ามาด่วนและอยากจะให้เธอเข้ามาดูรายละเอียด

หนึ่งชั่วโมงต่อมาร่างสูงเดินเข้าบริษัทมาอย่างสง่า เธอยิ้มให้พนักงานและการ์ดที่กำลังจะเข้ารับการฝึกซ้อมอย่างไม่ถือตัว แม้จะเข้มงวดแต่เธอไม่เคยทำตัวหยิ่งยโส

“คุณแตนเข้าไปคุยกับฉันหน่อยค่ะ”

“ค่ะบอส” เลขาสาวรีบเก็บแฟ้มเอกสารและเดินตามบอสเข้าไปในห้องทำงาน

“ท่านบดินทร์ต้องการบอดี้การ์ดสิบคนเลยเหรอ”   พิมพิกาอ่านแฟ้มเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด

“ค่ะบอส ท่านต้องไปประชุมที่เขาใหญ่วันศุกร์ที่จะถึงนี้ค่ะ”

“เขาใหญ่เหรอ“ งั้นตอบตกลงท่านไป แล้วส่งทีมของปีเตอร์เข้าไปดูแลท่าน งานนี้คงจะใหญ่ไม่น้อยเลยล่ะมั้งถึงได้ต้องการการ์ดเยอะขนาดนี้”  พิมพิกามองไปที่หน้าจอ งานนี้เธอคงได้มีเรื่องสนุกๆเล่นแล้วล่ะมั้ง

“คงใหญ่พอดูค่ะบอส”

“ช่วยย้ำปีเตอร์ด้วยนะ ให้พาคนที่ฝีมือดีๆไปดูแลท่านเพราะหากเกิดผิดพลาดขึ้น เราจะเป็นฝ่ายที่แย่”

“ค่ะ เรื่องประชุมหัวหน้าบอดี้การ์ดวันพรุ่งนี้บอสประชุมกี่โมงดีคะ”

10 โมงละกัน อย่าให้ขาดแม้แต่คนเดียวนะ ฉันมีเรื่องสำคัญจะแจ้งให้หัวหน้าแต่ละหน่วยทราบ”

“ได้ค่ะบอส” เลขาสาวส่งยิ้มให้เจ้านายหลังจดรายงานเสร็จ

“ไม่มีอะไรแล้วใช่มั้ยคะ วันศุกร์หน้าฉันไม่ว่างนะคุณแตนต้องไปธุระที่ต่างจังหวัด คุณช่วยดูแลที่นี่แทนฉันด้วยแล้วกัน”

“เรื่องนั่นอย่าห่วงเลยค่ะบอส รับรองว่าแตนคนนี้จะดูแลเท่าชีวิต” เลขาสาวยิ้มให้เจ้านายสาว เธอทำงานที่นี่มาตั้งแต่พิมพิกาเริ่มก่อตั้งและสร้างมันขึ้น  ผ่านอะไรมากับเจ้านายคนนี้มาเยอะแยะแต่เจ้านายเธอคนนี้ก็ไม่เคยละทิ้งเธอเลยสักครั้ง เธอต้องการใช้เงินด่วนเพื่อไปผ่าตัดแม่ที่ป่วย เจ้านายเธอก็ช่วยออกค่าใช้จ่ายให้ก่อนและค่อยๆหักจากเงินเดือนแต่ละเดือน เธอจึงซาบซึ้งและไม่ยอมไปทำงานที่ไหน ขออยู่รับใช้เจ้านายคนนี้จนกว่าเขาจะไม่ต้องการเธอ

“ขอบคุณนะคุณแตน มีคุณฉันสบายไปเยอะเลยแล้วแม่เป็นไงบ้างล่ะสบายดีมั้ย” พิมพิกาส่งยิ้มให้เลขาคู่ใจที่ทำงานด้วยกันมานานอย่างจริงใจ

“ค่ะบอส แม่แข็งแรงขึ้นมากแล้วค่ะ ต้องขอบคุณบอสที่ช่วยพวกเรา ไม่งั้นแม่ก็คงจะเดินไม่ได้ตลอดชีวิตค่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอก ช่วยกันได้ก็ช่วยกันไป วันนี้ฉันอยู่เคลียร์งานจนถึงเย็นมีอะไรค้างอีกมั้ย เอามาให้หมดเลยนะ”

“ค่ะบอส งั้นฉันขอตัวไปเอาเอกสารก่อนนะคะ”

“ค่ะ ท่านบดินทร์งั้นเหรอ เบื้องหลังไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยนะเนี่ย ขอดูประวัติหน่อยแล้วกันนะว่าจะร้ายแค่ไหน” พิมพิกาเปิดแฟ้มดูรายละเอียดนายจ้างอีกครั้ง ก่อนตั้งใจอ่านอย่างละเอียดเพราะคนนี้ดูท่าทางไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“บอสคะ คุณนิรุตมาขอพบค่ะ”

“คุณนิรุต“” พิมพิกาเลิกคิ้วอย่างสงสัยว่าใครกันคือนิรุต

“ค่ะ คุณนิรุตเคยเป็นทหารพรานเก่า เขามาขอพบบอสสองครั้งแล้วค่ะ แต่บอสไม่ค่อยได้เข้าบริษัทเลยไม่ได้พบสักที”

“งั้นให้เขาเข้ามาได้ค่ะ”

“ค่ะบอส” ปนัดดาเดินออกไปเชิญผู้ชายอายุ 45 ปีเข้ามา

“สวัสดีครับคุณพิมพิกา ผมนิรุตครับ” นิรุตเดินเข้ามาในห้องและยิ้มให้ร่างสูง

“สวัสดีค่ะคุณนิรุต คุณมีธุระอะไรกับฉันเหรอคะ”

“ผมขอบอกตามตรงเลยนะครับ ผมอยากร่วมงานกับบริษัทพีพีการ์ดครับ”

“หือ...ร่วมงานเหรอ“ ตลกแล้วค่ะ ทหารเก่าอย่างคุณทำไมถึงอยากมาทำงานกับเราล่ะคะ” พิมพิกาขยับตัวนั่งพิงเก้าอี้และมองนิรุตอย่างพิจารณา ผู้ชายคนนี้มั่นใจเกินร้อยเลยจริงๆ นี่คงคิดเอาไว้แล้วสินะว่าจะทำให้เธอยอมรับได้ยังไง ไม่เลวนี่...ถ้าบริษัทมีคนเก่งเพิ่มขึ้นมาก็จะดีไม่น้อย

“ความสามารถของผมจะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานของคุณ   ได้โปรดให้ผมได้มีโอกาสแสดงฝีมือหน่อยได้มั้ยครับ” นิรุตยิ้มให้พิมพิกาอย่างจริงใจ เขาชื่นชมบริษัทของหญิงสาวคนนี้มาก ชื่อเสียงก็มีแต่ด้านบวกไม่มีงานไหนเลยที่ทำผิดพลาด

“ฉันยังไม่รู้ประวัติของคุณเลยนะ จู่ๆจะรับสุ่มสี่สุ่มห้ามันก็ไม่ใช่วิสัยของฉันด้วยสิ เอาอย่างนี้มั้ยล่ะคะ” พิมพิกามองใบหน้านิ่งเรียบของนิรุตอย่างชั่งใจ เธออยากได้คนที่เก่งๆมาร่วมงานนะ แต่เธอต้องรู้แน่ชัดก่อนว่าเขาจะไม่เป็นตัวอันตรายต่อหน่วยงาน

“เอายังไงครับ”  นิรุตรอฟังสิ่งที่พิมพิกากำลังจะบอกเขาอย่างใจจดใจจ่อ เขามองผู้หญิงหน้าหวานตาไม่กะพริบเลย

“ฉันจะขอดูฝีมือคุณหน่อย ไหวหรือเปล่าล่ะคะ” พิมพิกาส่งยิ้มท้าทายอีกคน

“หึหึหึ จะลองวิชากันเหรอครับ ได้เลย! ตอนนี้เลยเป็นไงครับ ผมพร้อมเสมอ”

“ใจเย็นๆค่ะ เราไปที่ห้องฝึกกันดีกว่านะคะ ถ้าคุณเอาชนะฉันได้ ฉันตกลงที่จะรับคุณเข้าทำงานที่นี่เลยค่ะ ในตำแหน่งครูฝึก” พิมพิกาจ้องตากับนิรุตอย่างท้าทาย เธอมีความสามารถรอบด้านและเรื่องต่อสู้ก็ไม่ได้เป็นรองใคร ถ้าผู้ชายคนนี้เก่งจริงเธอจะรับเอาไว้และให้ฝึกระดับ A ให้ออกรบแบบทหารพราน

“อย่าคิดว่าผมแก่แล้วแก่เลยนะครับ ผมไม่ออมมือให้คุณแน่ๆ” นิรุตมองใบหน้าที่ดูมั่นอกมั่นใจของพิมพิกา เขาไม่คิดประมาทผู้หญิงสวยคนนี้ หากไม่แน่จริงคงดูแลคนเกือบร้อยชีวิตไม่ได้หรอก

ทั้งสองลงไปที่ห้องฝึกซ้อมของระดับ A   ชายฉกรรจ์เกือบ 50 คนรีบวิ่งมาเข้าแถวทันทีที่เห็นบอสสาวเดินเข้ามา  นิรุตมองทุกคนอย่างชื่นชมและต้องชื่นชมผู้หญิงคนนี้ที่ทำให้ผู้ชายอกสามศอกยำเกรงและมีวินัยขนาดนี้   พิมพิกาส่งยิ้มให้ทุกคนแล้วมองแต่ละคนอย่างพิจารณา เอกภพเดินเข้ามาโค้งให้พิมพิกาเล็กน้อยอย่างเคารพ  สายตาคมของนิรุตมองสำรวจเอกภพอย่างวิเคราะห์ว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า  หน้าตาดูคุ้นๆ เขาต้องเคยเจอที่ไหนมาก่อนแน่ๆ  พิมพิกากระตุกยิ้มเพราะเธอมองสายตาที่นิรุตเอาแต่จ้องเอกภพออก เธอจึงไขข้อข้องใจให้นิรุต

“ไม่ต้องแปลกใจหรอกค่ะคุณนิรุต คนนี้ชื่อเอกภพเป็นครูฝึกของระดับ A แชมป์ 3สมัยกีฬาเทควันโดระดับประเทศและการต่อสู้รูปแบบต่างๆแบบประชิดตัวค่ะ”

“อ๋อ...ผมนึกออกแล้ว ไม่คิดว่าคุณพิมพิกาจะมีคนเก่งๆแบบนี้อยู่ด้วยนะครับ”

“เรามาเข้าเรื่องของเราเลยดีกว่าค่ะ คุณเลือกเอาว่าจะสู้กับฉันหรือกับเอกภพ ฉันให้คุณเลือก ตอนแรกฉันว่าจะออกกำลังสักหน่อยเหมือนกัน แต่กลัวคุณคิดมากที่ต่อสู้กับผู้หญิง” พิมพิกาพยายามรักษาเกียร์ติของนิรุตแต่อีกคนกลับยิ้มกว้างขอบคุณ

“งั้นผมเลือกคุณ ผมอยากให้ลูกน้องของคุณเห็นความสามารถของคุณ หวังว่าคงไม่ขัดข้องนะครับ”   นิรุตแสยะยิ้มเล็กน้อย นึกขอบคุณหญิงสาวตรงหน้าไม่น้อยแต่เขาอยากต่อสู้กับคนที่จะมาเป็นเจ้านายของเขามากกว่า

“ไม่ขัดข้องแน่นอนค่ะ ฉันขอยืมพื้นที่หน่อยนะครูเอก” พิมพิกาสบตากับนิรุตก่อนจะเอ่ยกับครูฝึกที่ยืนอยู่ด้านข้าง

“ครับบอส ทุกคนไปนั่งเป็นวงกลมเดี๋ยวนี้” เอกภพโค้งให้พิมพิกาอย่างเคารพแล้วหันไปสั่งลูกศิษย์ทุกคน

“ครับผม” สิ้นเสียงทุกคนก็วิ่งมานั่งล้อมวงอย่างเรียบร้อยรวดเร็ว

พิมพิกาเดินไปยืนตรงกลางพร้อมนิรุต เอกภพขอทำหน้าที่เป็นกรรมการตัดสิน  นิรุตมองไปรอบๆตัวก่อนจะถอดเสื้อนอกแขนยาวออกและตั้งการ์ดเตรียมรับ เขาไม่มีวันมองผู้หญิงคนนี้ว่าอ่อนแอ ดูจากท่าทางแล้วงานนี้เขาคงรับศึกหนักไม่น้อย

“เริ่มกันเลยดีกว่านะคะ ดูท่าทางคุณอยากจะสู้เหลือเกิน”

“สุภาพสตรีเชิญเข้ามาก่อนได้เลยครับ”

“ยินดีเสมอค่ะ”

พิมพิกาแสยะยิ้มและปล่อยหมัดหยั่งเชิง นิรุตมองการจู่โจม ยอมรับเลยว่าผู้หญิงคนนี้ฝีมือดีไม่น้อย นิรุตปล่อยหมัดสวนเฉียดแก้มขาวเนียนไปเล็กน้อย พิมพิกากระตุกยิ้มถูกใจที่เจอคู่ต่อสู้ฝีมือดีลูกน้องทุกคนนั่งตัวเกร็งมองการต่อสู้ของทั้งสองที่มีฝีมือสูสีกันมากจนไม่รู้ว่าใครเหนือกว่าใคร นิรุตมองการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของคนที่เขากำลังต่อสู้ด้วย ฝีมือขั้นอาจารย์ของเขาเลยก็ว่าได้ เธอเก่งไม่เบาเลย

“ฉันไม่ควรประมาทคุณใช่มั้ย” พิมพิกายกยิ้มอย่างกวนๆให้นิรุต

“แน่นอน ถึงผมจะแก่แต่ฝีมือผมไม่เคยตกเลยนะ”

“ฉันจะเอาจริงแล้วนะ เตรียมรับมือ” พิมพิกาทำหน้าจริงจังมากกว่าเดิม สายตาดูจริงจังจนนิรุตลอบกลืนน้ำลายเล็กน้อยเพราะใบหน้าหวานแปรเปลี่ยนเป็นดุดัน

พิมพิกาเตะไปตามลำตัวของนิรุตอย่างว่องไว แต่ว่านิรุตก็ใช้แขนป้องกันเอาไว้ได้ดีทีเดียว พิมพิกาหมุนตัวถีบนิรุตจนเซไปด้านหลัง นิรุตปัดเสื้อแล้วแสยะยิ้มเขาตรงเข้าไปเล่นงานพิมพิกาอีกครั้ง  ชั้นเชิงที่เหนือกว่าทำให้พิมพิกาเสียท่าโดนต่อยไปหนึ่งหมัด เสียงลูกน้องของพิมพิการ้องฮือเสียงดังทันทีเมื่อเห็นเจ้านายถูกหมัดหนักเข้าที่มุมปาก

“ได้เลือดเลยเหรอเนี่ย คุณรู้มั้ยว่าเย็นนี้ฉันต้องไปรับแฟนอีกนะมีหวังฉันโดนบ่นหูชาแน่” พิมพิกาเช็ดเลือดที่มุมปากออกแต่ยังไม่วายพูดกวนประสาท ใบหน้ายังประดับไปด้วยรอยยิ้มยียวนแต่นิรุตไม่ได้ประมาทยังตั้งการ์ดรอรับอยู่อย่างเดิม

พิมพิกาเริ่มรุกหนักเข้าไปทั้งเตะและต่อย เธอพยายามหาช่องโหว่ของนิรุต ร่างสูงใช้ท่าจระเข้ฟาดหางแต่นิรุตหลบได้ทัน  เขาเตะสูงหวังให้โดนก้านคอระหงของพิมพิกา ร่างสูงคว้าข้อเท้าก่อนจะใช้ท่าเถรกวาดลานจนนิรุตล้มลงที่พื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว   นิรุตรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเขาพุ่งตัวหมายปล่อยหมัดฮุก พิมพิกาใช้ศิลปะยูยิตสูมาต่อสู้กับนิรุตแทนแม่ไม้มวยไทย  เธอใช้ความเร็วคว้าแขนของนิรุตอย่างเร็วและทุ่มลงที่พื้นก่อนจะก้มลงไปบีบคอและล็อคแขนของนิรุตอย่างแน่นหนาจนดิ้นไม่หลุด  นิรุตพยายามลุกแต่ก็ทำไม่ได้เมื่อมือบอบบางมีกำลังเหนือเขาที่เป็นผู้ชายอกสามศอก

“โอ๊ย! ไม่เลวเลย สมแล้วที่เป็นบอสของที่นี่” นิรุตยิ้มให้พิมพิกาอย่างยอมแพ้

“ฝีมือคุณก็ไม่เลวเลยค่ะ ฉันขอดูประวัติของคุณก่อนอีก 2 วันฉันจะติดต่อกลับไป คุณโอเคมั้ยคะ” พิมพิกาตัดสินใจพูดไปอีกแบบหนึ่ง จากตอนแรกที่จะรับผู้ชายคนนี้ให้มาร่วมทีม ด้วยฝีมือที่เหนือกว่าทหารพรานทั่วไปเธอจึงอยากรู้ประวัติผู้ชายคนนี้ก่อน

“ได้ครับ ผมจะรอคุณติดต่อกลับมา ผมอยากทำงานกับคนเก่งแบบคุณ”  นิรุตยิ้มให้พิมพิกาอย่างจริงใจและยอมรับในสิ่งที่หญิงสาวบอกกล่าว

“วันนี้ฉันสนุกมากเลย ได้เจอคู่ต่อสู้เก่งๆมันทำให้ฉันตื่นเต้นทุกครั้งเลยค่ะ”

“ผมก็สนุก ผมขอตัวก่อนนะครับ หวังว่าผมจะได้ฟังข่าวดีจากคุณ”

“ค่ะ ครูเอกให้เด็กเดินไปส่งคุณนิรุตหน่อย”

“ครับบอส”

“พวกนายซ้อมต่อกันได้แล้ว ขอให้ตั้งใจฝึกให้ดีๆนะ เพราะในสนามจริงๆมันไม่ได้สวยงามแบบนี้หรอก จำเอาไว้”  พิมพิกาตะโกนบอกการ์ดที่นั่งล้อมวงด้วยเสียงอันทรงพลังและมีอำนาจ

“ครับบอส”   ทุกคนตอบพร้อมกันเสียงดัง พิมพิกาส่งยิ้มให้ทุกคนอีกครั้งก่อนเดินออกไปจากห้องฝึก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น

  1. #12 Nim (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 12:57
    ตอนนี้พี่พิมโคตรเท่อ่ะแต่มีแววกลัวเมีย5555
    #12
    0
  2. #7 เล็กหมูน้อย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 00:13
    โดนแน่ๆๆๆพี่พิม น้องเดียร์เอาตายแน่ ฮ่าๆๆๆ
    #7
    0