บอดี้การ์ดดูแลหัวใจ

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4 ฉันหอม เธอจูบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,530
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    1 มี.ค. 60

แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาให้คนที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงนอนค่อยๆขยับเปลือกตาตื่นเพื่อต้อนรับเช้าวันใหม่ พิมพิการู้สึกตัวหนักๆเธอจึงก้มมองดูว่าเป็นเพราะอะไร พอมองเห็นร่างบางซุกซบใบหน้าอยู่บนตัวของเธอ พิมพิกาอมยิ้มและนอนนิ่งอยู่แบบเดิม  วันนี้นรีกานต์มีเรียนตอนบ่ายเธอไม่อยากปลุกคนป่วยตื่นตอนช่วงเช้าแบบนี้อยากให้พักผ่อนจนอาการเจ็บปวดหายสนิท พิมพิกาหลับตาลงและหลับไปอีกครา

เวลาผ่านไปถึง10โมงนรีกานต์ค่อยๆลืมตาขึ้นมาเธอเงยหน้ามองดูหมอนที่เธอใช้หนุนนอนมาตลอดทั้งคืน  แต่ต้องเบิกตาโตเพราะมันไม่ใช่หมอนเป็นลำตัวของพิมพิกาต่างหาก  นรีกานต์มองใบหน้าหวานอย่างพิจารณา ตอนนี้ใบหน้าหวานของคนที่ทำให้ใจเธอหวั่นไหวอยู่ตรงหน้าเธอแถมอยู่ใกล้กันมากใบหน้าขาวใสแลดูอ่อนวัยของอีกคนทำให้ร่างบางอดที่จะสัมผัสไม่ได้ เธอค่อยๆลูบไล้ไปตามพวงแก้มนุ่มเบาๆ

แก้มนิ่มจัง จะหอมมั้ยนะ

การกระทำไวเท่าความคิด ร่างบางก้มลงไปหอมแก้มพิมพิกาเบาๆและจ้องมองที่ริมฝีปากสวยอย่างหลงใหล เธออยากสัมผัสริมฝีปากนุ่มได้รูปนี้จัง

“อือ” พิมพิกาค่อยๆลืมตาตื่นร่างบางตกใจรีบกลับไปนอนหลับตานิ่งเพราะว่าเพิ่งแอบขโมยหอมแก้มสาวหน้าหวานไปหมาดๆ

“เดียร์ยังไม่ตื่นหรือเนี่ย หือ...เพิ่งจะ10 โมง” พิมพิกาค่อยๆดันตัวนรีกานต์ให้นอนบนหมอนและจัดท่าทางให้นอนสบายยิ่งขึ้น  ตัวเธอเมื่อยขบไปทั่วร่างกายเพราะถูกอีกคนนอนทับไว้ทั้งคืน แต่แปลกที่เธอไม่คิดจะผลักไสสาวน้อยให้ออกไปจากอ้อมกอดแต่เธอกลับรู้สึกไม่อยากปล่อยให้สาวน้อยออกห่างจากเธอเลย

พิมพิกานิ่งมองใบหน้าสวยคมของนรีกานต์อย่างหลงใหล ก่อนที่ริมฝีปากของเธอจะจรดไปที่ริมฝีปากของอีกคนอย่างแผ่วเบา  โดยที่ไม่รู้เลยว่าคนที่เธอแอบจุมพิตนั้นมีอาการใจสั่นมากแค่ไหน มือบางขยำผ้าห่มเอาไว้แน่นแต่ใบหน้ายังนิ่งเหมือนคนหลับ

ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก

ฉันแค่หอมแก้มพี่เองนะ พี่เล่นจูบฉันเลยเหรอ โอ้...จูบแรกของฉัน

นรีกานต์แทบกรี๊ดออกมาแต่ตอนนี้ทำได้แค่นอนนิ่งๆเท่านั้น ร่างบางต้องเก็บซ่อนความรู้สึกที่กำลังปะทุขึ้นให้มิดชิด  แม้จูบแรกที่พิมพิกาขโมยไปจะสร้างความขัดใจให้เธอไม่น้อยแต่เธอกลับไม่รังเกียจ ออกจะยินดีมากด้วยซ้ำไป

พิมพิกาพอขโมยจูบเสร็จก็เดินเข้าไปอาบน้ำอย่างสบายอารมณ์  นรีกานต์เด้งตัวลุกขึ้นมานั่งมองประตูห้องน้ำอย่างอึ้งๆ มือบางค่อยๆลูบคลำริมฝีปากบางของตัวเองที่เพิ่งโดนสัมผัส ใบหน้าเธอร้อนผ่าวไปหมด ร่างกายก็ร้อนวูบวาบแปลกๆ

“พี่พิมบ้า! แต่ปากพี่พิมนิ่มจังเลยแฮะ” นรีกานต์ยิ้มเขินบิดผ้าห่มจนจะเป็นเกรียว เวลาผ่านไปสักพักใหญ่ๆก็ยังเขินไม่เลิกอีกและไม่ได้รับรู้เลยว่าร่างสูงอาบน้ำเสร็จแล้ว

“อ้าว! เดียร์ตื่นแล้วเหรอคะ รีบไปอาบน้ำสิจะได้ลงไปทานข้าวกัน” พิมพิกาชะงักเท้าที่จะเดินไปหานรีกานต์ แต่พอนึกได้ว่าสาวน้อยไม่ได้รับรู้เรื่องที่เธอแอบขโมยจูบสักหน่อยจะกลัวไปทำไมกัน เธอจึงอมยิ้มและทำหน้าระรื่นต่อไป

ดู...ดูพี่แกยังทำหน้าตาเฉยได้อีก แอบจูบเราแล้วยังมีหน้ามาทำไม่รู้ไม่ชี้ หึแบบนี้ต้องแก้เผ็ดสักหน่อย

นรีกานต์ส่งยิ้มหวานให้พิมพิกาก่อนจะทำหน้าตาออดอ้อน  คนที่ยืนมองอยู่ก็เกิดอาการมึนงงไม่รู้ว่าอารมณ์สาวน้อยนั้นปรวนแปรได้ทุกๆที่ทุกๆเวลา เธอจึงนิ่งเงียบอยู่ที่เดิมและสังเกตอาการของสาวน้อยที่กลายร่างเป็นแมวน้อยขี้อ้อน

“พี่พิมขา อุ้มเดียร์ไปห้องน้ำหน่อยสิคะ เดียร์ยังเจ็บอยู่เลย ขยับตัวก็ไม่ถนัดด้วย”  ดวงตากลมโตของร่างบางส่งสายตาอ้อนวอนอย่างกับลูกแมวน้อย  ทำให้คนมองหัวใจกระตุกเล็กน้อยแต่ยังคงระแวงว่าสาวน้อยจะมาไม้ไหน

“.......” พิมพิกายืนทำตาปริบๆยังอึ้งอยู่ว่าเช้านี้นรีกานต์จะมาไม้ไหนกับเธอ โอ๊ย! หัวใจจะวาย ใจเย็นๆพิม ยุบหนอ พองหนอ เดียร์หนอ น่ารักหนอ น่ากินหนอ จูบสักทีดี มั้ยหนอ เย้ย...

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะคะพี่พิมขา ช่วยเดียร์หน่อยนะคะ”

“นะ น้องเดียร์ไม่สบายหรือเปล่าคะ สมองคงกระทบกระเทือนแน่เลยตอนที่ล้มลงพื้นเมื่อวาน เราไปโรงพยาบาลกันเถอะ” พิมพิกาจ้องมองร่างบางอย่างระแวงไม่ไว้ใจ

“เดียร์ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย น๊า...พี่พิมคนสวย อุ้มเดียร์ไปหน่อยนะ นะคะ”  นรีกานต์เพิ่มสายตายั่วยวนเข้าไปอีก คราวนี้ร่างสูงก้าวเดินไปที่ข้างเตียงอย่างไม่รู้ตัวเลยทีเดียว นรีกานต์กระตุกยิ้มอย่างพอใจเมื่อแผนของเธอสำเร็จ พิมพิกาเลิกคิ้วอย่างรู้ทันเพราะเป็นคนหูตาไวจึงเห็นทุกอย่างชัดเจน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั่น หึหึ ร้ายนักนะ

คิดจะเล่นกับพี่เหรอน้องเดียร์ รอไปอีก 10 ปีก่อนนะจ๊ะ

พิมพิกาย่อตัวลงนั่งข้างๆนรีกานต์พร้อมส่งสายตาที่หยาดเยิ้มไปให้สาวน้อย  เธอส่งสายตาหวานราวกลับต้องมนต์ของร่างบางแต่ในใจกลับหัวเราะเมื่อเห็นใบหน้าสวยคมเปลี่ยนเป็นเอ๋อเหลอทำอะไรไม่ถูก  ทั้งสองสาวจึงสบตากันอยู่อย่างนั้น พิมพิกาเริ่มมองไปที่ริมฝีปากของนรีกานต์ ทำให้อีกคนขนลุกซู่

“น้องเดียร์ขา อย่าทำหน้าตาแบบนี้ให้ใครเห็นอีกนะคะ รู้มั้ยว่า...”  พิมพิกาค่อยๆขยับใบหน้าเข้าไปหาร่างบางเรื่อยๆ เธอจงใจให้จมูกเฉียดแก้มใสแล้วริมฝีปากเธอก็ไปหยุดที่ข้างหูที่แดงระเรื่อของอีกคนก่อนจะกระซิบเบาๆ

“รู้มั้ยว่ามันตลกมากๆเลยค่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า โอ๊ย..ขำ” ร่างสูงระเบิดหัวเราะออกมาจนร่างบางหุบยิ้มเปลี่ยนเป็นทำหน้างอแทน

“ตลกมากใช่มั้ย ได้...หึ อย่าอยู่เลยยัยพี่พิมบ้า ย๊าก!” นรีกานต์คว้าหมอนใบใหญ่มาฟาดพิมพิกา ในใจคิดค่อนขอดร่างสูงไปด้วย  คนเขาอุตส่าห์ตั้งใจยั่วยวนมาหัวเราะกันอย่างนี้ได้ไงเสียเซลฟ์หมดนะสิ ความมั่นใจยังลดฮวบๆลงอีก คนบ้า...

“โอ๊ะ! เดียร์จ๋าพี่พิมล้อเล่น อย่าฟาดสิพอแล้วค่ะ ไม่หยุดอีก ไม่หยุดใช่มั้ย ฮึ๊บ!” พิมพิกาเมื่อเห็นว่านรีกานต์ไม่มีทางหยุดตีเธอแน่ๆ เธอจึงฮึดสู้โดยการโหมตัวลงไปทับร่างของสาวน้อยเอาไว้ทั้งตัว

“ว้าย! พี่พิม” นรีกานต์ล้มลงที่เตียงนอนโดยมีพิมพิกานอนทับอีกที

“เป็นไงล่ะ จะหยุดได้หรือยังคะ” พิมพิกาหัวเราะน้อยๆ เธอก้มลงมองใบหน้าของนรีกานต์ สองสายตาจ้องประสานกันแน่นิ่งอย่างมีความหมาย เหมือนมีแรงดึงดูดบาง อย่างค่อยๆดึงใบหน้าของทั้งสองสาวให้เลื่อนเข้าหากันอย่างช้าๆเข้าใกล้กันเรื่อยๆ เข้าไปใกล้จนรู้สึกว่าลมหายใจรินรดกันและกัน ใกล้เข้าไปอีกนิด... อีกนิด

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“คุณหนูคะ”

ผลัก

โป๊ก!

“โอ๊ย! เดียร์ผลักพี่ทำไมเนี่ย พี่เจ็บนะคะ”  พิมพิกาเอามือกุมที่ศีรษะ เพราะความตกใจนรีกานต์จึงผลักอีกคนสุดแรงจนศีรษะไปโดนขอบเตียง พิมพิกานั่งมองหน้าคนที่ทำหน้าตาตื่นอยู่บนเตียงก่อนจะอมยิ้มน้อยๆ เธอไม่ได้โกรธนรีกานต์หรอกเพียงแค่เธออยากเรียกร้องคนสวยให้สงสารเธอเท่านั้นเอง จะได้ออดอ้อนได้ อิอิ

“เดียร์ขอโทษค่ะพี่พิม เจ็บมากหรือเปล่าคะ ไหนขอเดียร์ดูหน่อยนะคะ” นรีกานต์รีบไปจับตรงศีรษะของพิมพิกาเพื่อดูว่ามีบาดแผลอะไรหรือเปล่า ใบหน้าร่างบางเริ่มเบ้เล็กน้อยเพราะสงสารคนที่เธอเพิ่งทำร้ายร่างกายอย่างไม่ได้ตั้งใจ

“พี่เจ็บจังเลยเดียร์ หัวแตกหรือเปล่าก็ไม่รู้” พิมพิกาทำเสียงอ้อนคนตัวเล็กทันที

“ไม่แตกค่ะ แค่โนนิดหน่อยเอง”

“คุณหนูทำอะไรกันอยู่คะ คุณพิมทำไมทำหน้ายังนั้นล่ะ”  ป้าทับทิมเปิดประตูเข้ามาในห้องและเดินตรงไปถามหญิงสาวทั้งสองคน

“ไม่เป็นอะไรค่ะป้า เดียร์ไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้ว เดี๋ยวไปเรียนสาย” พิมพิกาขยิบตาให้นรีกานต์ให้รีบเข้าไปในห้องน้ำ  เพราะเธอยังไม่อยากให้ใครเห็นการเปลี่ยนแปลงที่พวกเธอเริ่มมีให้กันมากขึ้นทุกวันๆ

“ค่ะ พี่พิม” นรีกานต์เห็นร่างสูงส่งสัญญาณ เธอจึงรีบเดินไปเข้าห้องน้ำตามคำสั่งของพิมพิกาโดยที่ไม่มีอิดออด ป้าทับทิมมองคุณหนูอย่างไม่เข้าใจทำไมคุณหนูถึงยอมง่ายไม่มีโต้เถียงเหมือนทุกครั้ง พิมพิการีบเปลี่ยนประเด็นทันทีเมื่อเห็นความสงสัยของผู้สูงวัย เธอไม่อยากตอบคำถามที่เธอเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ในตอนนี้

“ป้าทับทิมคะ เที่ยงนี้พิมกับเดียร์ขอข้าวต้มกุ้งก็พอนะคะ เดี๋ยวรถติดจะไปส่งน้องไม่ทันค่ะ” พิมพิกาบอกป้าทับทิมเสร็จก็รีบเดินกลับไปที่ห้องของตัวเองด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ ภาพที่กำลังจะจูบกับคนตัวเล็กจู่ๆก็โผล่มาในมโน

“เกือบจูบกันแล้วเรา โอ๊ย...หัวใจจะวาย” พิมพิกาพึมพำเบาๆและอมยิ้มน้อยๆ

ทั้งสองสาวออกมาจากบ้านก่อนเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงกว่าจะเข้าเรียนคาบแรก  ร่างบางเลยทำท่าอิดออดงอแงเพราะอยากให้พิมพิกาอยู่ต่ออีกนิด

“พี่พิมคะ อยู่เป็นเพื่อนเดียร์ก่อนได้มั้ยคะ” นรีกานต์เอ่ยเสียงหวานกับร่างสูง

“ได้สิคะ ไปหาที่นั่งกันดีกว่านะวันนี้พี่ไม่มีธุระที่ไหน” พิมพิกาส่งยิ้มให้ร่างบางจนตาหยีแต่กลับทำให้สาวน้อยนึกขัดใจกับคำว่า...ธุระ

“พี่พิมไม่ได้นัดสาวๆทานข้าวหรือคะ”   นรีกานต์โผงพูดขึ้นเมื่อนึกถึงเมื่อวานตอนเที่ยงที่บังเอิญเจอพิมพิกาไปทานข้าวกับผู้หญิงสวยคนหนึ่ง

“ทานข้าวกับสาวๆที่ไหน ไม่มีหรอก”  พิมพิกายังคงยิ้มให้นรีกานต์ แต่คนฟังกลับอารมณ์เสียขึ้นมาซะงั้น กะล่อนจริงๆเลยนะคุณพี่พิม

“เมื่อวานตอนเที่ยงเดียร์เห็นพี่ไปกินข้าวกับผู้หญิงที่ใส่ชุดพยาบาล”  นรีกานต์พูดเสียงเข้มจ้องหน้าพิมพิกาอย่างจับผิดและอยากรู้ความจริงว่าอีกคนโกหกเธอหรือเปล่า

“อ๋อ...คนนั้นน่ะอดีตพี่สะใภ้พี่เองค่ะ  เมื่อวานพี่ไปเยี่ยมพี่อรที่บ้านแล้วออกมากินข้าวด้วยกันค่ะ ไม่มีอะไรนี่..แค่ไปกินข้าวด้วยกันตามปกติ” พิมพิกาเลิกคิ้วทำหน้าตาย นรีกานต์รู้สึกโล่งใจแต่ยังทำหน้างอนๆใส่พิมพิกาเมื่อมีภาพผู้หญิงอีกคนแวบเข้ามาในสมองให้เธอทำหน้ามุ่ยอีกครั้ง

“แล้วผู้หญิงสวยที่หอมแก้มพี่พิมในห้างล่ะ ใคร”  นรีกานต์เริ่มชักสีหน้าไม่พอใจให้พิมพิการู้สึกขนลุก สายตาดุของนรีกานต์ทำให้พิมพิการู้สึกหวั่นแปลกๆ ออกอาการเกร็งไปทั้งตัวแถมหัวใจเต้นเร็วอีกต่างหาก

“อืม...อ๋อ! พี่แอร์รุ่นพี่ที่พี่สนิทด้วยที่สุดค่ะ พี่แอร์เค้าเป็นลูกครึ่งชอบมาหอมเพื่อนผู้หญิงในกลุ่มบ่อยๆไม่มีอะไรในกอไผ่จ้ะ คนนี้พี่สนิทตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว”  พิมพิกายิ้มกว้างให้ร่างบางเมื่อหมดข้อกังขา นี่แสดงว่าอีกคนคงสนใจเธอไม่น้อยเลยนะเนี่ย  

ทำไมเรื่องบังเอิญมันเยอะจังหนอ ดีนะที่เธอไม่ใช่คนเจ้าชู้ไม่งั้นมีหวังเละค่ะ

“เดียร์ไม่ชอบ!” ร่างบางพูดเสียงสะบัดทำให้พิมพิกาได้งงเป็นไก่ตาแตก จู่ๆก็ออกอาการงอนนะแม่คุณ ฉันจะรู้เรื่องมั้ยล่ะเนี่ย

“ไม่ชอบอะไรคะน้องเดียร์ พี่พิมงงนะเนี่ย”  พิมพิกาเกาหัวแกรกๆทำหน้าใสซื่อแต่ในใจพอรู้แล้วว่าสาวน้อยเป็นอะไร คงกำลังหึงอยู่แน่ๆ อิอิ แต่เอ๊ะ...หึงเหรอ

“พี่พิมอ่ะ ทีเรื่องอื่นล่ะฉลาดเป็นกรดทีเรื่องอย่างนี้แล้ว เฮ้อ! ไม่คุยด้วยแล้ว งอน” นรีกานต์ทำหน้าบึ้งและเดินหนีไปใต้อาคารเรียนทันที  เธอจะพูดได้ยังไงล่ะว่าหึงหวงที่อีกคนไปสนิทกับสาวๆคนอื่น

“น้องเดียร์อย่างอนพี่เลยนะ งอนแบบนี้ไม่น่ารักนะคะ”  พิมพิกาอมยิ้มที่เธอแกล้งนรีกานต์ได้สำเร็จ พอเห็นสาวน้อยงอนจริงๆเธอจึงรีบทำเสียงอ้อนอีกคน

“ไม่น่ารัก พี่ก็ไม่ต้องมารัก แบร่!”  นรีกานต์หันมาแลบลิ้นใส่พิมพิกา ร่างสูงยิ้มขำกับอาการเด็กเอาแต่ใจของนรีกานต์ มันช่างน่ารักเสียจริง ไม่ให้รักได้ไง รักไปแล้วนี่นา

“พี่ขอโทษนะ ถ้าน้องเดียร์ไม่ชอบพี่จะไม่ทำอีกแต่บอกก่อนได้มั้ยว่าไม่ชอบอะไร”  พิมพิกาดึงมืออีกคนเอาไว้ เธอก็แค่อยากได้ยินจากปากของสาวน้อยเรื่องที่หึงหวงเธอเท่านั้นเอง  นรีกานต์หอบหายใจแรงๆอย่างขัดใจก่อนจะหันหน้ามาเผชิญกับพิมพิกาที่ส่งยิ้มทะเล้นมาให้เธอ

“ไม่ชอบที่ใครมาหอมแก้มพี่ เข้าใจไว้ด้วย” นรีกานต์พูดเสียงเข้มใส่ร่างสูงและยืนหันหลังกอดอกหน้าเชิดอย่างอารมณ์เสีย

“หวงพี่พิมเหรอน้องเดียร์ ดีใจจังเลย”  พิมพิกาฉีกยิ้มจนตาหยีแล้วเดินอ้อมไปยืนตรงหน้านรีกานต์แถมยิ้มหวานหยดย้อยอีกด้วย  เธอดีใจไม่น้อยที่สาวน้อยออกอาการหึงหวงเธอ น่ารักชะมัด...

“อะไรคะ“” นรีกานต์มองใบหน้าหวานที่ส่งยิ้มหวานมาให้เธออย่างสงสัย

“ต่อไปพี่พิมจะไม่ให้ใครมาหอมแก้มอีกก็ได้นะแต่ว่า...” พิมพิกาอมยิ้มและทำตา กรุ่มกริ่มใส่นรีกานต์ที่ยืนทำหน้างงไม่เข้าใจที่ร่างสูงสื่อความหมายมาให้

“แต่ว่าอะไร” ร่างบางขยับถอยหลังนิดหนึ่งเมื่อพิมพิกาขยับเข้ามาใกล้ เธอชักไม่ค่อยไว้ใจบอดี้การ์ดคนนี้ซะแล้วสิ อันตรายต่อหัวใจชะมัด

“แต่ว่า...พี่จะให้น้องเดียร์หอมแก้มพี่พิมได้คนเดียวเท่านั้นค่ะ”

(=’o'=)

“.........” นรีกานต์อมยิ้ม หน้าใสเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่ออย่างขัดเขิน ใครจะไปคิดว่าสาวหน้าหวานจะพูดจาหยอดกันซึ่งๆหน้าอย่างนี้

“พี่พิมพูดอะไรออกมาเนี่ย เดียร์ไม่พูดด้วยแล้ว”   นรีกานต์เดินไปนั่งที่โต๊ะไม้หน้าตึกคณะฯ พิมพิกาอมยิ้มให้กับท่าทางนั่นพอได้แกล้งแล้วยิ่งอยากแกล้งเข้าไปอีกเอาไว้กลับบ้านค่อยแกล้งต่อก็แล้วกัน เดี๋ยวจะเรียนไม่รู้เรื่องเพราะมัวแต่เขิน อิอิ

“เดียร์ทำไมมาเร็วจัง อุ๊ย! สวัสดีค่ะ”  กฤติยาเดินเข้าไปทักเพื่อนสาวแต่สายตาไปสะดุดกับคนที่นั่งข้างๆนรีกานต์ก่อนจะส่งยิ้มหวานไปให้อย่างจงใจหว่านเสน่ห์

“อะแฮ่ม! นั่งสิแยมจะยืนยิ้มหวานอีกนานมั้ย”  นรีกานต์ขมวดคิ้วนิ่วหน้าไม่พอใจเพื่อนสาวที่มองพิมพิกาอย่างกับจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว  นี่เธอชักจะไม่ไหวกับสาวสวยเสน่ห์แรงคนนี้แล้วนะ มีแต่คนมองไม่ว่าไปที่ไหน ขัดใจๆทำไมฉันต้องแคร์ด้วยเนี่ย

“ฉันขอนั่งตรงนี้นะแก แยมแกไปนั่งตรงนั้นเลย”  ศิริรัตน์ที่ยืนเงียบเพราะตะลึงอยู่รีบวิ่งไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับพิมพิกาพร้อมกับฉีกยิ้มหวานที่เธอคิดว่าสวยที่สุดให้ร่างสูง มีแต่นรีกานต์ที่ยังตกใจเพราะไม่เห็นศิริรัตน์ว่ามาตอนไหน เธอจึงได้แต่มองเพื่อนทั้งสองอย่างหมั่นไส้

“ยัยศิ แกนะแก ทีใครทีมันคราวหน้าฉันไม่พลาดแน่ เจ็บใจนัก” กฤติยาบ่นพึมพำอย่างอารมณ์เสียแล้วกระแทกส้นเท้าไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับนรีกานต์  เพราะเธอมั่วชะล่าใจนึกว่าศิริรัตน์ยังยืนอยู่ที่รถแท้ๆ ฝากไว้ก่อนเถอะ

“สวัสดีค่ะ พี่ชื่อพิมพิกาเรียกพี่พิมก็ได้ น้องๆชื่ออะไรกันบ้างคะ” พิมพิกายิ้มให้ทั้งสองสาวอย่างเป็นมิตรเพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนรักของนรีกานต์

“ชื่อแยมค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะพี่พิม” กฤติยายื่นมือเรียวให้พิมพิกาจับแน่นอนว่าร่างสูงก็จับตอบเป็นมารยาท นรีกานต์แอบมองมือทั้งสองคนอย่างขัดใจแบบนี้มันอ่อยกันเห็นๆเลย เชอะ! ร่างบางได้แต่ค้อนให้คนยิ้มสวยที่แจกยิ้มไปทั่ว

“ชื่อศิค่ะพี่พิม ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” ศิริรัตน์เห็นกฤติยาไม่ปล่อยมือซะทีจึงเอื้อมไปจับมือของพิมพิกาและแกะมือของกฤติยาออกส่วนมือเธอก็มาจับแทน แถมยังมีการใช้นิ้วโป้งสะกิดเล็กน้อยด้วยเพื่อส่งสัญญาณบางอย่างที่พวกเลสฯจะรู้กัน

“เอ่อ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะน้องๆ แหะๆปล่อยก่อนดีมั้ยคะพี่ว่าตอนนี้เหมือนอากาศมันเริ่มร้อนยังไงพิกล”   พิมพิการู้สึกร้อนๆหนาวๆกับสายตาที่นรีกานต์ส่งมา เธอจึงรีบดึงมือกลับอย่างนิ่มนวล ไม่งั้นมีหวังทอร์นาโดถล่มแน่ๆ   ทำไมบอสใหญ่แห่งพีพีการ์ดอย่างฉันต้องมาเกรงใจผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้ด้วยนะ แต่เอาเถอะให้หัวใจไปแล้วนี่นา คงต้องยอมผู้หญิงคนนี้คนเดียวแหละ

“พี่พิมคะเดียร์หิวน้ำไปซื้อน้ำกันเถอะค่ะ พวกแกเฝ้าของให้ฉันด้วยเดี๋ยวฉันซื้อน้ำมาฝาก” นรีกานต์พูดกับพิมพิกาเสร็จก็รีบพูดตัดหน้าเพื่อนทั้งสองที่ทำท่าจะลุกตามไปด้วย อีกสองสาวจึงทำหน้าเซ็งและนั่งลงตามเดิมอย่างเสียดาย ได้แต่มองตามสองสาวตาละห้อย แต่อาการของเพื่อนรักก็ทำให้ศิริรัตน์นึกสงสัยขึ้นมา

“ยัยเดียร์มันกั๊กพี่พิมหรือเปล่าวะแยม”

“ไม่รู้สิแต่ฉันว่ามันหวงพี่พิมนะ แกดูสายตาที่มันมองเราสองคนสิ ดุชะมัด”

“นั่นสิ แปลกนะทุกทีเดียร์ไม่เคยสนใจใครเลยนะแยม”

“หรือว่าเดียร์จะชอบพี่พิม”

“เป็นไปได้เหรอแยม เดียร์ไม่เคยสนใจใครเลยนะ รุ่นพี่หล่อๆมาจีบยังเมินเลย”

“ถ้าเดียร์มันชอบพี่พิม เราจะเอายังไงดีล่ะศิ” กฤติยาขมวดคิ้วทำหน้ามุ่ย

“ไม่เอาไง ทุกอย่างอยู่ที่พี่พิม ถ้าพี่พิมรักเดียร์พวกเราก็จะยินดีด้วย”

“แสดงว่าใครดีใครได้เหรอแก” กฤติยาตาลุกวาวอย่างตื่นเต้นดีใจ งั้นมาลองดูกันสักตั้ง เพื่อนก็เพื่อนเถอะไม่มีทางยอมให้ง่ายๆหรอก หึหึหึ

“แน่นอนสิ เรื่องอะไรจะปล่อยคนสวยๆไปล่ะ”  ศิริรัตน์มองไปทางสองสาวอีกครั้ง ในใจเธอไม่ได้คิดแย่งพิมพิกากับเพื่อนหรอกเพียงแค่รู้สึกอยากแกล้งเพื่อนเท่านั้นเอง

นรีกานต์เดินนำพิมพิกาไปจนถึงร้านขายน้ำพิมพิกามองอาการของร่างบางแล้วก็กระตุกยิ้มพอใจ เมื่อคิดได้ว่าที่อีกคนหงุดหงิดแบบนี้สงสัยจะหึงชัวร์

“เดียร์เอาน้ำอะไรคะ” พิมพิกาพยายามหาเรื่องชวนคุยเพราะมันเงียบเกินไป

“โกโก้ค่ะ พี่พิมเอาน้ำอะไรคะ”  นรีกานต์ตอบเสียงเรียบ เธอยังไม่ยอมหันหน้ามาคุยกับพิมพิกาเพราะความหมั่นไส้นี่แหละ

“พี่ขอลาเต้แล้วกันค่ะ อารมณ์ดีขึ้นหรือยังคะเนี่ย อย่าคิดอะไรมากเลย พี่ไม่ใช่คนโลเลหรอกนะจะบอกให้” พิมพิกาพูดประโยคหลังให้นรีกานต์เข้าใจความหมายเอาเอง

“ใครไปว่าอะไรพี่พิมล่ะคะ แล้วเดียร์ก็ไม่ได้อารมณ์เสียสักหน่อยพี่พิมคิดมากเองต่างหาก” นรีกานต์พูดเสียงสะบัดกลบเกลื่อนความเขินอาย เธอรู้ว่าพี่พิมกำลังบอกว่าพี่พิมไม่ใช่คนใจง่ายหลงไปกับคนอื่น เชื่อได้หรือเปล่านะ

“อ้าวเหรอสงสัยพี่จะคิดมากไปเองเนอะ ตอนเรียนก็ตั้งใจเรียนนะคะว่าที่คุณหมอคนสวย” พิมพิกาอมยิ้มและทำหน้าทะเล้นให้นรีกานต์

“เออใช่! ว่าจะถามตั้งนานละ พี่รู้ได้ไงว่าเดียร์เรียนคณะอะไรอ่ะ”

“แหม พี่ก็ต้องรู้จักประวัติคนที่พี่ต้องดูแลสิคะ เดี๋ยวเสียชื่อบอสใหญ่แห่งพีพีการ์ดหมด” พิมพิกายิ้มกว้างและขยิบตาให้นรีกานต์ได้หน้าแดง

“พี่พิมเป็นเจ้าของบริษัทเหรอ ไม่น่าเชื่อเลย” นรีกานต์เบ้ปากใส่ร่างสูงเพราะไม่มีมาดผู้บริหารเลยสักนิด  ทุกวันนี้พี่พิมใส่แค่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ แล้วมันเหมือนนักธุรกิจตรงไหนกันเนี่ย

“ทำไมเหรอ หน้าตาพี่ไม่มีราคี เอ๊ย! ราศีขนาดนั้นเลยเหรอคะ”   พิมพิกาทำทีเล่นมุกขำขันและทำหน้าตาประมาณว่าเสียความมั่นใจแบบสุดๆไปเลย

“ฮ่า ฮ่า.. เปล่าหรอกค่ะ เพียงแค่ใครจะคิดว่าผู้หญิงสวยหน้าหวานๆจะมาทำงานด้านนี้ล่ะคะ อันตรายออก” นรีกานต์หัวเราะขำพิมพิกาที่ขยันเล่นตลกให้เธอดู

“ถึงพี่จะดูบอบบางแต่พ่อพี่เป็นตำรวจ ท่านสอนวิชาการต่อสู้ทุกอย่างให้พี่รวมถึงพวกอาวุธด้วยค่ะ ไม่งั้นพี่คุมลูกน้องร้อยกว่าชีวิตไม่ได้หรอก”

“ปกติพี่รับเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวให้ใครหรือเปล่าคะ” ร่างบางเอ่ยถามเสียงเบาไม่รู้ว่าทำไม พอคิดว่าพิมพิกาไปดูแลคนอื่นที่ไม่ใช่เธอแล้วรู้สึกเจ็บแปลบที่อกข้างซ้าย

“น้องเดียร์เป็นคนแรกค่ะปกติพี่จะให้ลูกน้องเป็นคนรับหน้าที่เพราะที่บริษัทของพี่จะมีบอดี้การ์ดอยู่หลายระดับแล้วจะส่งไปทำงานที่ได้รับว่าระดับไหนควรไปที่ใด เรามี 3 ระดับคือ A, B, C พวก A ฝีมือดีหน่อยเราจะส่งไปอารักขานักการเมืองเสียส่วนใหญ่ค่ะ” พิมพิกาอธิบายเกี่ยวกับงานที่บริษัทให้ร่างบางฟัง นรีกานต์ก็ตั้งใจฟังเป็นอย่างดี

“เอาไว้วันไหนว่างๆเดียร์ขอไปเที่ยวที่บริษัทพี่พิมบ้างได้มั้ยคะ” นรีกานต์พูดอย่างตื่นเต้น เธอไม่เคยเห็นเหล่าบอดี้การ์ดที่ฝึกหนักเลยสักครั้ง

“ได้สิ พี่เต็มใจเสมอถ้าเป็นน้องเดียร์แต่ต้องมีข้อแม้นะคะ”

“ข้อแม้อะไรคะ” นรีกานต์เอียงคอถามพิมพิกาเล็กน้อย (น่ารักง่ะ)

“ต่อไปนี้เดียร์ต้องเปลี่ยนนิสัยใหม่ ห้ามดื้อกับพี่เด็ดขาดและเลิกเอาแต่ใจแบบไม่มีเหตุผลด้วยนะ” พิมพิกาหรี่ตามองนรีกานต์ที่ทำหน้าขัดใจเล็กน้อย

“เดี๋ยวนะคะ การเอาแต่ใจมันต้องมีเหตุผลด้วยเหรอคะพี่พิม” นรีกานต์ถามอย่างสงสัย เธอเอาแต่ใจก็ไม่เห็นต้องมีเหตุผลนี่นา ไม่งั้นเขาจะเรียกเอาแต่ใจเหรอ

“นั่นสินะ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เดียร์ต้องเลิกนิสัยเอาแต่ใจตัวเองและเลิกวีน ต่อไปเดียร์ต้องใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์นะคะ  อีกหน่อยถ้าเรียนจบจะได้เป็นคุณหมอแล้ว เหตุผลและอารมณ์สำคัญที่สุดนะรู้มั้ย”   พิมพิกาส่งยิ้มให้นรีกานต์อย่างอ่อนโยนขณะพูดสั่งสอนสาวน้อย เสียงที่ฟังดูห่วงใยทำให้นรีกานต์อ่อนลงและเห็นด้วยแต่เธอก็ขอไว้ฟอร์มเธอบ้างสิ เดี๋ยวเสียหน้าแย่เลย

“ชิ! เค้ารู้หรอกน่า” นรีกานต์ย่นจมูกและทำปากจู่เล็กน้อยคล้ายอาการขัดใจ

“แล้วยินดีทำตามมั้ยล่ะคะคนเก่ง” พิมพิกาหยิกแก้มใสของนรีกานต์เหมือนกำลังพูดคุยกับเด็กตัวเล็กๆ (ก็ท่าทางของอีกคนมันใช่นี่นา น่ารักที่สุดเลย)

“ทำตามก็ได้แต่พี่ก็ต้องทำตามที่เดียร์ขอให้ได้ด้วยนะ ตกลงมั้ย“”

“จะขออะไรล่ะฮึ อย่าขอที่มันยากนะสาวน้อย” พิมพิกายื่นหน้าเข้าไปหานรีกานต์และมองสบตากับร่างบางอย่างหวานซึ้ง

“ขอแค่พี่พิมอย่าไปทำตัวน่ารักกับใครอีกนอกจากเดียร์ แค่นี้พี่ทำได้มั้ยคะ“”  ร่างบางจ้องตาพิมพิกาที่ยืนอึ้งไม่คิดว่าจะเจอคำขอแบบนี้  พอได้สติจึงเอามือจับศีรษะนรีกานต์เบาๆและลูบอย่างเอ็นดู

“พี่พิมทำได้สิคะ สำหรับเดียร์พี่พิมทำให้ได้ทุกอย่างค่ะ”  พิมพิกาจ้องตาสาวน้อยอย่างจริงจัง นรีกานต์รู้สึกขัดเขินกับสายตาที่ร่างสูงส่งมาจึงรีบจ่ายเงินแล้วคว้าแก้วน้ำเดินไปหาเพื่อนสาวทั้งสองอย่างรวดเร็วโดยไม่รอพิมพิกา

“อ้าว! เดียร์รอพี่ด้วยสิ เขินน่ารักจังแฮะ” พิมพิการีบคว้าอีกสองแก้วแล้วเดินตามนรีกานต์ไปที่ใต้ตึกอาคาร   อาการของสาวน้อยมันน่ารักซะจนเธออยากได้ผู้หญิงคนนี้มาครอบครองไว้เพียงผู้เดียว

“มาช้าจังเลยเดียร์ ทำไมหน้าแดงแบบนี้ล่ะเนี่ย อากาศร้อนเกินไปเหรอ”   ศิริรัตน์ทำหน้าสงสัยเมื่อนรีกานต์เดินเข้ามาพร้อมใบหน้าที่แดงก่ำ

“อือ...อากาศร้อนมาก อ้ะ น้ำของแก” นรีกานต์รีบยื่นน้ำให้ศิริรัตน์และหันหน้าไปทางอื่นเพื่อหนีสายตาของเพื่อนรักทั้งสอง

“น้ำของแยมจ้ะ” พิมพิกาเดินมาถึงก็ยื่นน้ำให้กฤติยาบ้างและนั่งลงที่เดิม

“ขอบคุณค่ะ พี่พิมอยู่รอเดียร์จนเลิกเรียนเลยหรือเปล่าคะ พอดีวันนี้พวกเราเรียนต่อเนื่องจนถึง 4 โมงเย็นเลยค่ะ” กฤติยาเอ่ยถามพิมพิกา หน้าตาแสดงชัดเจนว่ากำลังจีบพิมพิกาเพราะสายตาหว่านเสน่ห์มากๆ

“เดี๋ยวพี่พิมมารับฉันตอน 4 โมงเย็น พี่พิมจะเข้าไปดูงานที่บริษัทจริงมั้ยคะพี่พิม” นรีกานต์พูดเสียงเข้มแต่หันมาส่งยิ้มหวานให้พิมพิกา ร่างสูงกำลังอ้าปากตอบเลยต้องรีบหุบปากและกลืนคำพูดลงคอไปอย่างรวดเร็ว เมื่อนรีกานต์มองมาด้วยสายตาที่คมดุจนเธอเริ่มเกร็งทำอะไรไม่ถูกอีกแล้ว

“ค่ะ พี่ต้องไปทำงานแล้วงั้นพี่ขอตัวก่อนดีกว่า  อากาศเริ่มร้อนระอุแล้วล่ะพี่ว่านะแหะๆ ตั้งใจเรียนนะคะเดียร์ตอนเย็นๆเจอกัน พี่ไปก่อนนะ ไปก่อนนะน้องแยม น้องศิ”  พิมพิกาหันไปยิ้มให้อีกสองสาวก่อนจะลุกขึ้นยืนและรีบไปที่จอดรถพร้อมถอนหายใจ

“คนอะไรดุชะมัด ใจหายใจคว่ำหมดเลย”  พิมพิกาตบอกตัวเอง โดยไม่รู้ตัวเลยว่าคนที่ทำให้ใจหายใจคว่ำนั้นยืนอยู่ข้างหลัง

“พี่พิมบ่นอะไรคะ”

“ว้าย! โธ่...เดียร์ มาทำไมเงียบๆเนี่ย ถ้าพี่หัวใจวายไปอย่ามาร้องไห้ขี้มูกโป่งนะ” พิมพิกาสะดุ้งสุดตัวและกระโดดหนีไปเกาะประตูรถอย่างตกใจ

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เดียร์แค่จะมาบอกพี่ว่าอย่าลืมที่เดียร์ขอนะคะ  เดียร์ไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับพี่พิม เข้าใจนะคะ” นรีกานต์จิกตามองร่างสูงที่ส่งยิ้มแห้งๆมาให้เธอ

“จ้ะ พูดตรงจริงๆแม่คุณ ขนาดยังไม่ได้ขอเป็นแฟนนะเนี่ย” พิมพิกาบ่นพึมพำเบากริบซึ่งคิดแล้วว่าอีกคนคงไม่ได้ยินแน่ๆ แต่...

“ก็รีบๆมาขอสิคะ ไม่ได้ห้ามสักหน่อย เดียร์ไปก่อนนะคะ” นรีกานต์มองพิมพิกาที่หน้าเหวอเพราะคำพูดที่เธอตั้งใจบอกอีกคนให้รีบๆทำอะไรให้ชัดเจน

“สุดยอดเลยสาวน้อยของพี่  รอให้พี่แน่ใจก่อนเถอะ รับรองน้องหนีไม่พ้นพี่พิมคนสวยหรอก”  พิมพิกากระตุกยิ้มอย่างมั่นใจก่อนจะขับรถไปบริษัท วันนี้เธอคงอารมณ์ดีทั้งวันแน่ สาวน้อยของเธอนี่ร้ายจริงๆสาวมั่นชัดๆ

นรีกานต์ยิ้มกับคำพูดของตัวเอง  เธอเดินเข้าไปในห้องเรียนอย่างอารมณ์ดี  พี่พิมของเธอมีมุมน่ารักๆมากมาย อยากให้พี่พิมน่ารักกับเธอแบบนี้ตลอดไปจัง ชักอยากจะเห็นแล้วสิว่าบอดี้การ์ดหน้าหวานจะมีมุมโรแมนติกเหมือนคนอื่นๆมั้ยนะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น

  1. #5 เล็กหมูน้อย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 23:19
    พี่พิมรีบๆๆๆไปขอน้องเดียร์นะ

    น้องหึงโหด
    #5
    0