บอดี้การ์ดดูแลหัวใจ

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 หึงโดยไม่รู้ตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,490
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    1 มี.ค. 60

 นรีกานต์เดินออกมาจากห้องนอนแต่ว่าใบหน้ายังคงร้อนผ่าวไม่รู้หาย  พิมพิกามีความสุขกับการได้แกล้งนรีกานต์ เธอจึงรีบเดินมาเสนอหน้าตรงหัวบันไดที่ร่างบางเดินลงมาทันที

“เสด็จลงมาได้แล้วเหรอเพคะ อาหารเช้ารออยู่แล้วค่ะ”  พิมพิกามองสาวตัวเล็กที่ปรายตามามองเธออย่างขัดเคือง ร่างสูงหัวเราะขำน้อยๆอย่างชอบใจ

“มีอะไรกินบ้างล่ะ ฉันหิวจะแย่อยู่แล้วเนี่ย” นรีกานต์แสร้งทำเสียงเข้มเพื่อให้สาวหน้าหวานรู้ว่าเธอไม่ชอบและให้รีบเปลี่ยนเรื่องให้เร็วที่สุด

“อ้าว...หิวเหรอคะ นึกว่าจะนอนฝันหวานต่อซะอีกนะ” พิมพิกากระตุกยิ้มไม่หยุดพูดเรื่องที่เธอไปปลุกสาวตัวเล็กเมื่อเช้าง่ายๆ

“นี่คุณ! ฝากไว้ก่อนเถอะ” นรีกานต์อ้าปากจะเถียงแต่พอภาพความฝันปรากฏในมโนนึกคิดก็ทำให้ใบหน้าแดงระเรื่ออีกครั้งจนต้องเดินหนีไป

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า อยากรู้จังว่าคุณเธอฝันอะไรนะ เรียกชื่อเราซะเสียงหวานเชียว”  พิมพิ กายิ้มกว้างและมองร่างเล็กที่เดินหนีไปอย่างอารมณ์ดี

ตลอดทั้งวันที่พิมพิกาอยู่กับนรีกานต์  เธอมักหาเรื่องให้สาวน้อยอารมณ์เสียทุกๆครั้ง ยิ่งเห็นใบหน้าคมของนรีกานต์บึ้งตึงก็ยิ่งชอบใจ  เธอไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไรปกติไม่ใช่คนกวนมากขนาดนี้ สาวตัวเล็กน่ารักจนเธออดที่จะแกล้งไม่ไหว พอได้แกล้งแล้วรู้สึกมีความสุขชีวิตมีสีสันมากขึ้น เพราะอะไรกันนะหรือเธอผิดปกติหรือเปล่าถึงได้รู้สึกดีที่ได้แกล้งคนอื่นอารมณ์เสีย ยิ่งคิดยิ่งยิ้มกว้างเมื่อเห็นใบหน้าบึ้งตึงของอีกคน

“นี่คุณจะเดินตามฉันอีกนานมั้ยเนี่ยฮะ ตั้งแต่กินข้าวเสร็จแล้วนะ เฮ้อ!” นรีกานต์หันไปโวยวายกับพิมพิกาที่เดินตามเธอทุกฝีก้าวอย่างรำคาญใจ

“คุณอาให้ฉันมาดูแลคุณนี่คะ ฉันก็ต้องตามติดคุณทุกฝีก้าว” พิมพิกาทำหน้ามึนและยิ้มกว้างอย่างยียวน ทำให้นรีกานต์เริ่มโวยวายอีกรอบ

“โอ๊ย...ตามน่ะตามได้ แต่คุณเล่นตามฉันถึงหน้าห้องน้ำเนี่ยนะ โรคจิตป่ะคุณ ฉันควรกลัวคุณแทนแล้วมั้งเนี่ยฮะ” นรีกานต์มองพิมพิกาอย่างไม่ไว้ใจ

“ไม่ได้โรคจิตค่ะ แค่อยากตามเฉยๆ ฉันพอใจใครจะทำไม”

“ฉันขอสั่งให้คุณอยู่ห่างจากฉัน 1 เมตร ทำได้มั้ย“”

“รับทราบค่ะแต่ไม่ปฏิบัติตามเพราะฉันทำไม่ได้ นี่คุณเดียร์คนสวยคุณจะทำอะไรก็เรื่องของคุณ เอาอย่างนี้.. ฉันจะไม่พูดไม่กวนใจคุณอีก โอเคนะ” พิมพิกาทำท่ารูดซิปปากของตัวเองและยืนนิ่งๆคล้ายหุ่นยนต์แต่กลับสร้างความไม่พอใจให้กับนรีกานต์อีกเท่าตัวเลยก็ว่าได้

“ไม่โอเคฉันรำคาญคุณเข้าใจมั้ย เลิกตามฉันได้แล้วฉันจะไปนอนหลับที่ห้องนอน ห้ามรบกวนเด็ดขาด เข้าใจนะคุณบอดี้การ์ด”  นรีกานต์พูดเสียงเข้มและจนใจจะสั่งคนยียวนให้ทำตาม เธอจึงล่าถอยไปพักผ่อนสมองในห้องนอนตัวเอง

“เข้าใจค่ะ เชิญตามสบายเลยค่ะคุณหนูเดียร์”

“กวนจนวินาทีสุดท้ายเลยคนบ้า” นรีกานต์พึมพำก่อนเดินหนีไปอย่างหงุดหงิด

“หึหึ ฉันจะกวนใจเธอให้มากๆ เธอจะได้จดจำฉันไว้ในใจไงจ๊ะน้องเดียร์คนสวย” พิมพิกาอมยิ้มและมองร่างเล็กที่เดินหายเข้าไปในบ้านด้วยรอยยิ้ม  เธอยอมรับว่าชอบคุณหนูขี้วีนคนนี้เข้าซะแล้ว ยิ่งได้แกล้งยิ่งมีความสุข คนอะไรน่าแกล้งที่สุดในโลก ชอบเห็นใบหน้าแสนงอนของอีกคนจัง สงสัยจะโรคจิตจริงๆ

3 วันต่อมา

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูแบบรัวๆทำให้ร่างเล็กที่นอนหลับสบายเริ่มรู้สึกรำคาญ

“โอ๊ย...เข้ามาได้ค่ะ อะไรกันนักกันหนาเนี่ยคนจะหลับจะนอน”

“คุณหนูขา ได้เวลาตื่นไปเรียนแล้วนะคะ”  ป้าทับทิมเดินเข้าไปเขย่าตัวคุณหนูคนเล็กที่ยังคงนอนหลับตาพริ้มฝันหวานอยู่บนเตียงนอน

“ยังไม่เปิดเทอมไม่ใช่เหรอคะ ขอเดียร์นอนต่ออีกหน่อยนะป้าทับทิมคนสวย เดียร์ยังง่วงอยู่เลย” นรีกานต์พูดเสียงยานๆด้วยความงัวเงีย

“ไม่ได้ค่ะ วันนี้เปิดเทอมวันแรกคุณหนูจำไม่ได้เหรอคะ ตื่นเถอะค่ะคุณหนู เดี๋ยวก็ไปเรียนสายหรอกค่ะ”

“วันแรก“ ว้าย! ตายแล้วจริงด้วย เดียร์ลืมสนิทเลย กี่โมงแล้วคะป้า” นรีกานต์เริ่มเรียบเรียงวันที่และทุกสิ่งทุกอย่างก่อนจะเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง

“7 โมงครึ่งแล้วค่ะคุณหนู”

“เดียร์ไปอาบน้ำก่อนนะ ป้าไปบอกบอดี้การ์ดให้ไปส่งเดียร์มหาลัยด้วยนะคะ” นรีกานต์สั่งเสร็จก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็วแต่ยังได้ยินเสียงป้าทับทิมตามหลัง

“คุณพิมเธอรอคุณหนูอยู่ข้างล่างตั้งนานแล้วค่ะ” ป้าทับทิมรายงานคนที่รีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำให้หน้ามุ่ยอย่างไม่ชอบใจ เจ็บใจนักคนอะไรก็ไม่รู้ใจดำชะมัดตื่นนานแล้วไม่ยอมมาปลุกกันเลย จะไปสายมั้ยเนี่ยเรา โอ๊ยๆวันซวยอะไรของคนสวยเนี่ย ต้องรีบๆหน่อยแล้วเรา ไปสายวันแรกได้อายคนอื่นแย่เลย

ผ่านไป 20 นาทีนรีกานต์รีบวิ่งลงมาชั้นล่าง ชุดนักศึกษาที่คนตัวเล็กสวมใส่ทำให้ร่างสูงมองอย่างตกตะลึง ไม่คิดว่านรีกานต์จะน่ารักได้มากขนาดนี้ ยิ่งเดินมาใกล้ยิ่งใจสั่นหวั่นไหว ดวงตาหวานจ้องมองอีกคนอย่างหลงใหลจนลืมทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว

“ยืนนิ่งอยู่ทำไมเนี่ย เร็วๆสิ นี่ฉันสายแล้วนะ” นรีกานต์ตวาดใส่คนที่ยืนนิ่งเป็นหุ่น พิมพิกากะพริบตามองนรีกานต์ที่ยืนจ้องหน้าเธออยู่ก่อนแล้วอย่างเบลอๆ

“กะ ก็ขึ้นรถสิคุณ ลงมาช้าเองยังจะมาบ่นคนอื่นอีกนะ” พิมพิกาพยายามพูดออกเสียงให้ดังที่สุดแต่มันก็แค่แผ่วเบาเท่านั้น

“อะไร“ ฉันยังไม่ได้บ่นอะไรเลยนะ แก่แล้วหูไม่ค่อยดีล่ะสิ เบื่อคนแก่จริงๆเลย” นรีกานต์เหยียดยิ้มส่งไปให้พิมพิกา  ร่างสูงยืนหลับตานิ่งก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อระงับอารมณ์ไม่ตอบโต้ร่างบาง (หนอย...มาว่าเราแก่ เชอะ! จำไว้นะยัยเตี้ย)

“เราไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณจะสายไปมากกว่านี้”  พิมพิกาพูดลอดไรฟันอย่างอดกลั้นไม่ให้โมโหแต่ในใจกลับบ่นเบาๆ (พูดเรื่องแก่อีกแล้วนะแม่คุณ เดี๋ยวเถอะยัยเตี้ย)

พิมพิกาขับรถเข้ามาจอดที่หน้าตึกคณะแพทย์ ร่างบางงงเล็กน้อยที่ร่างสูงรู้ว่าเธอเรียนคณะไหนแต่ไม่อยากถามเธอจึงก้าวลงรถแล้วเดินไปหากลุ่มเพื่อนๆพิมพิกาลงมาจากรถแล้ววิ่งตามไปจับแขนของนรีกานต์เพราะลืมบอกคนตัวเล็ก

“มีอะไร“”  นรีกานต์เลิกคิ้วมองร่างสูงและถามเสียงห้วน สายตามองไปที่ต้นแขนที่ถูกมือนุ่มของอีกคนจับด้วยอาการหัวใจสั่นไหว

“วันนี้คุณเลิกเรียนบ่าย 3 ใช่มั้ย” พิมพิกาถามนรีกานต์เพื่อความชัวร์ ถ้ามารับช้ามีหวังหูชาแน่ๆ ยิ่งขี้วีนขี้เหวี่ยงอยู่ด้วย

“อือ...แล้วไง” นรีกานต์ขมวดคิ้วมองพิมพิกาอย่างไม่เข้าใจ ในใจก็คิดว่าอีกคนจะมาถามเธอทำไมกัน ทั้งที่รู้เวลามารับมาส่งเธอไม่ใช่เหรอ

“ฉันจะไปทำธุระ บ่าย 3เจอกันตรงนี้นะคะ อย่าไปไหนคนเดียวเด็ดขาด” พิมพิกายิ้มหวานให้นรีกานต์อย่างตั้งใจก่อนจะเดินไปที่รถอย่างรวดเร็ว

“อะไรของเค้า“”  นรีกานต์สะบัดหน้าแล้วเดินไปหาเพื่อนๆที่มองมาทางเธออย่างสนใจ ไม่รู้จะสนใจอะไรนักหนานะ แปลกๆแฮะ

“ใครเหรอเดียร์สวยจัง ยิ้มก็มีเสน่ห์ โอ๊ย! ใจฉันจะละลาย” เสียงของกฤติยาเพื่อนสาวชาวเลสฯของนรีกานต์ทำท่าเพ้อฝันเมื่อเจอสาวหน้าหวาน

“บอดี้การ์ดของฉันเองแหละ พ่อให้มาดูแลฉัน แกสนใจเหรอแยม”   นรีกานต์มองหน้าเพื่อนสาวเพราะในใจรู้สึกกระตุกวาบแปลกๆ ไม่ชอบใจเลยจริงๆ

“ฉันน่ะสนใจเค้าแต่ว่าเค้าจะมาสนฉันหรือเปล่าหรอก”  แยมหรือกฤติยาเพื่อนรักของนรีกานต์พูดอย่างกระดี๊กระด๊า สายตาหวานยังคงมองไปทางพิมพิกาที่กำลังค่อยๆขับรถออกไปด้วยอาการเพ้อฝัน

“คนแบบนั้นมีดีตรงไหน เพ้อกันเข้าไป ยัยศิก็เป็นไปกับเค้าด้วยเหรอยะหล่อน” นรีกานต์มองเพื่อนสาวอีกคนที่นั่งนิ่งเหมือนเข้าฌานแต่ที่จริงนั่งสำรวจร่างสูงตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างตกตะลึงต่างหาก

“อะไรแก“ ฉันแค่ถูกความสวยเข้าตาย่ะ” ศิหรือศิริรัตน์ทำท่าเหนียมอายเล็กน้อย เธอชอบคนสวยออกแนวเท่ คนนี้ได้ใจมากยิ่งมองไกลๆยิ่งสะดุดตา อยากให้มาใกล้ชิดกันตลอดไปจังเลย อิอิ เขิน (_////_ )

“ฉันจองก่อนนะศิ คนนี้ถูกใจฉันที่สุดเลย” กฤติยารีบเอ่ยจองก่อนใครเพื่อน

“โอ๊ย...จะบ้าตาย ฉันเข้าเรียนก่อนนะ อยากนั่งอยู่ตรงนี้ก็เชิญเลย”  นรีกานต์เดินออกไปอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก (แล้วนี่เธออารมณ์เสียเรื่องอะไรเนี่ย บ้าไปแล้ว..อยู่กับยัยบอดี้การ์ดนานๆชักเพี้ยนๆแฮะ)

“เฮ้ย เดียร์รอพวกเราด้วยสิ แยมเร็วๆเข้าเดียร์มันงอนไปนู่นแล้ว” ศิริรัตน์รีบดึงมือกฤติยาให้วิ่งตามนรีกานต์ไปอย่างรวดเร็ว

“มันงอนเรื่องอะไรเหรอศิ เราแค่ชมพี่สาวคนนั้นเองนะ”

“ไม่รู้เหมือนกัน ที่แน่ๆเดียร์มันงอนและเราต้องง้อมันว่ะ”

“เอาเข้าไปยัยเพื่อนเทวดา งานเข้าพวกเราอีกแล้วสิเนี่ย” กฤติยาส่ายหน้าน้อยๆ

“คงงั้นมั้ง รีบๆไปกันเถอะแก”

 

พิมพิกาขับรถไปจอดหน้าบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ไม่กว้างมากนัก คนที่เธอมาหานั้นเป็นคนที่เธอรักและเคารพเหมือนพี่สาวแท้ๆเลยก็ว่าได้ พอเธอจอดรถสนิทสาวสวยคนหนึ่งอายุประมาณ 35 ปีก็เดินออกมาต้อนรับร่างสูงด้วยรอยยิ้มกว้าง

“อ้าว...พิมไปไงมาไงเนี่ย เข้ามาในบ้านก่อนสิจ๊ะ”

“สวัสดีค่ะพี่อร พิมมารบกวนพี่หรือเปล่าคะ” พิมพิกายกมือไหว้สาวสวยแล้วกอดอีกคนไว้ด้วยความคิดถึง

“ไม่หรอก วันนี้พี่เข้าเวรช่วงบ่ายว่าแต่ลมอะไรหอบพิมมาถึงนี่ล่ะ” อรจิราส่งยิ้มให้น้องสาวคนสวยที่เธอทั้งรักและเอ็นดูเหมือนน้องสาวแท้ๆเช่นกัน

“ลมคิดถึงพี่อรไง ฮ่า ฮ่า ฮ่าพอดีพิมรับงานเป็นบอดี้การ์ดให้ลูกสาวเพื่อนพ่อ วันนี้เธอมีเรียนพิมเลยว่างมาเยี่ยมพี่อรค่ะ เจ้าอ้นไปโรงเรียนเหรอคะ”  พิมพิกาแกล้งอรจิราจึงได้รับค้อนมาวงใหญ่ เธอเลยรีบบอกพี่สาวคนสวยว่าเธอมาที่นี่เพราะอะไร

“จ้ะ แม่พี่ก็ออกไปหาเพื่อนแถวนี้แหละ เดี๋ยวพี่ไปเอาน้ำมาให้นะจ๊ะ นั่งรอก่อน” อรจิราส่งยิ้มให้พิมพิกาก่อนเดินหายเข้าไปในห้องครัว

พิมพิกานั่งมองอีกคนเดินหายเข้าไปในครัว อรจิราเคยเป็นพี่สะใภ้ของเธอแต่หย่ากับพี่ชายเธอเพราะทนความเจ้าชู้ไม่ไหว นานมากแล้วที่หญิงสาวต้องเลี้ยงลูกชายตามลำพัง  เธอเองมาช่วยเลี้ยงบ้างหลังเลิกเรียนจนตอนนี้เวลาผ่านมา 10 ปีแล้วสินะ เวลาช่างเร็วเหลือเกิน

“คิดอะไรอยู่จ๊ะพิม นั่งเหม่อเชียว” อรจิรายื่นแก้วน้ำให้พิมพิกาดื่มแก้กระหาย

“คิดเรื่องเก่าๆค่ะ เวลาผ่านไปเร็วจังนะคะ ตอนนี้อ้น 10 ขวบแล้วสินะ”

“อือใช่เมื่อกี้พิมบอกว่าเป็นบอดี้การ์ดเหรอ ทำไมไม่ให้ลูกน้องของพิมเป็นแทนล่ะ พิมเป็นถึงเจ้าของบริษัท พีพีการ์ดนะจ๊ะ ทำไมรับงานเองแบบนี้” อรจิราส่งยิ้มแทนที่จะตอบคำถาม พอนึกขึ้นได้ว่าน้องสาวคนนี้บอกว่าเป็นบอดี้การ์ดเอง เธอจึงนึกสงสัย

“คนนี้พ่อขอมาค่ะ ต้องจัดให้เค้าหน่อยเดี๋ยวงอนขึ้นมาขี้เกียจตามง้อ”

“เหรอจ๊ะแล้วคุณพ่อคุณแม่สบายดีใช่มั้ย” อรจิรายิ้มน้อยๆและเอ่ยถามถึงทั้งสองท่านที่เธอให้ความเคารพประดุจบิดามารดาของเธอเอง

“ยังแข็งแรงดีค่ะ วันก่อนพ่อยังลุกขึ้นมาไล่เตะพี่พลอยู่เลยนะคะ” พิมพิกาหัวเราะขำเมื่อนึกถึงภาพพี่ชายของเธอวิ่งหนีตายในวันนั้น

“เขาไปทำอะไรมาอีกล่ะ พ่อถึงได้ไล่เตะเอา”  อรจิรายิ้มขำเมื่อนึกถึงวีรกรรมอดีตสามีที่พิมพิกามักมาเล่าให้เธอฟังอยู่บ่อยๆ

“เมาแล้วไปคว้าใครก็ไม่รู้มานอนที่บ้านค่ะ พ่อตื่นมาเห็นก็คว้าไม้ไล่ตะเพิดหนีกันแทบไม่ทัน” พิมพิกาหัวเราะเสียงดัง อรจิราจึงหัวเราะขำตามไปด้วยอีกคน ตัวเธอไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดกับผู้ชายคนนี้อีกแล้วจึงไม่ได้คิดอะไรมากนัก

“ยังไม่เลิกนิสัยแบบนี้อีกเหรอเนี่ย เฮ้อ..” อรจิราส่ายหน้าอย่างระอา ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่าอดีตสามีนั้นเจ้าชู้มากแค่ไหน เรื่องนี้เธอรู้ดีกว่าใครๆเลยล่ะ

“พี่อรล่ะมีใครมาจีบบ้างหรือเปล่า ถ้าเจอคนดีๆพี่อรอย่าลังเลที่จะคบกับเขานะ พี่ยังสาวและสวยอย่าปิดโอกาสที่จะเจอคนดีๆเลย” พิมพิกาจับมืออรจิราเพื่อให้กำลังใจ เธอแน่ใจว่าพี่สาวคนนี้คงเข็ดกับความรักและชีวิตคู่ที่ล้มเหลวไม่เป็นท่าในอดีตแน่นอน

“พี่ก็ไม่ได้ปิดโอกาสนี่ เพียงแต่ยังหาไม่เจอเท่านั้นเอง” อรจิรายิ้มให้อีกคน แต่ร่างสูงดูออกว่าอรจิราไม่ได้เปิดรับใครเข้ามาเลยตั้งแต่หย่าขาดครั้งนั้น

“เฮ้อ! พี่อรก็เป็นซะอย่างเนี่ย พิมไม่พูดด้วยแล้วมีอะไรกินมั้ยคะ หิวมากๆเลยค่ะ” พิมพิกาลูบท้องตัวเองเพราะยังไม่ได้กินข้าวเช้ามาเลย ตอนนี้ก็เกือบจะเที่ยงแล้วด้วย

“ไปกินข้างนอกกันค่ะ เดี๋ยวพี่จะได้เลยไปโรงพยาบาล พิมไปส่งพี่หน่อยได้มั้ยล่ะ”  อรจิรายิ้มให้พิมพิกาและลูบผมยาวสลวยของหญิงสาวเบาๆอย่างเอ็นดู พิมพิกาอมยิ้มเพราะชอบให้พี่สาวคนนี้ทำแบบนี้กับเธอมากที่สุด มันให้ความรู้สึกอบอุ่นไม่น้อย

“ได้ค่ะ คุณพี่พยาบาลคนสวย น้องพิมคนนี้ตามใจพี่คนสวยอยู่แล้วค่ะ”   พิมพิกายิ้มกว้างให้อรจิราอย่างทะเล้นตามนิสัยขี้เล่นของเธอ

“ทะเล้นจริงๆเลยเรา พี่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ”

“ค่ะ เร็วๆนะพี่อร เดี๋ยวพิมแทะบ้านพี่รอไปพลางๆก่อนก็ได้ อิอิ”

 พิมพิกาพาอรจิราไปนั่งกินข้าวที่ร้านอาหารไม่ไกลจากโรงพยาบาลมากนัก  สองสาวนั่งทานมื้อเที่ยงกันอย่างเอร็ดอร่อย  พิมพิกาตักอาหารให้อรจิราอย่างเอาใจเพราะช่วงนี้เธอไม่ค่อยได้มาหาพี่สาวคนนี้เลย งานเธอก็ยุ่งมากมายเลยช่วงนี้

“อุ๊ย...เดียร์ คนนั้นบอดี้การ์ดของแกนี่ มากับสาวสวยที่ไหนกันน่ะ”  กฤติยาสะกิดนรีกานต์ที่นั่งกินข้าวอย่างไม่สนใจใครให้เงยหน้าขึ้นมามอง

“หือจริงด้วย สาวสวยสองคน อุ๊ยๆดูสิคุณบอดี้การ์ดคนสวยเอาอกเอาใจผู้หญิงคนนั้นใหญ่เลย เค้าเป็นแฟนกันชัวร์เลยอ่ะแก” ศิริรัตน์พูดเสริมจากที่กฤติยาเห็น

“เค้าจะมากับใครมันเรื่องของเค้าสิ พวกแกไปยุ่งอะไรด้วยล่ะ”  นรีกานต์พูดเสียงเรียบๆแต่ในใจกลับรู้สึกไม่ชอบภาพที่เห็นนี้สักเท่าไหร่ เธอคงจะบ้าไปแล้วแน่ๆอยู่ๆก็มีอารมณ์หลากหลายเพราะผู้หญิงคนนี้คนเดียวแถมโมโหง่ายกว่าเดิมด้วย

“อะไรแกฉันพูดแค่นี้เอง ไม่เอาละมากินกันต่อดีกว่าอาหารอร่อยๆเดี๋ยวเย็นหมด”  กฤติยารีบพูดเปลี่ยนเรื่องเพราะดูท่าทางเพื่อนสาวคนสวยจะอารมณ์บ่จอยอีกแล้วเป็นอะไรมากหรือเปล่านะ ผีเข้าผีออกตลอดเลยช่วงนี้หรือว่าเมนมันไม่มานะ เฮ้อ...

นรีกานต์นั่งกินข้าวต่อไปเรื่อยๆแม้ทำไม่สนใจคนทั้งคู่แต่สายตาก็ยังแอบมองเป็นระยะๆ ยิ่งดูยิ่งรู้สึกหงุดหงิด (คนบ้า...คนเจ้าชู้ เมื่อเช้ายังยิ้มหวานให้เราอยู่เลย)

พิมพิกาไม่เห็นนรีกานต์ที่ส่งสายตาพิฆาตมาทางเธอ จึงได้ทำตัวปกติเหมือนเดิม การที่ได้มาอยู่กับอรจิราทำให้เธออารมณ์ดีเสมอ พี่สาวมักมีเรื่องตลกๆมาเล่าให้ฟัง

“พี่อรเหนื่อยมั้ยคะ ช่วงนี้ได้ข่าวว่าพักผ่อนน้อยเหรอ” พิมพิกาทอดน้ำเสียงอ่อนที่สาวสวยรู้ดีว่าน้องสาวหน้าหวานเป็นห่วงเธอมากแค่ไหน

“พี่เข้าเวรแทนเพื่อนน่ะพิม ทำไงได้ล่ะ คนโสดต้องทำใจอะนะ” อรจิราเลือกพูดให้ร่างสูงขำแต่ไม่สำเร็จเมื่ออีกคนรู้เท่าทัน

“ไม่เห็นจะเกี่ยวกันตรงไหนเลย พี่หักโหมงานมากไปแล้วนะคะ”   พิมพิกาทำหน้างอเล็กน้อยเมื่อพี่สาวไม่ได้สนใจที่เธอห่วงใยเลยสักนิด

“พี่จะพยายามพักผ่อนให้มากขึ้นนะพิมแต่ช่วงนี้พี่ต้องเก็บเงินให้อ้นได้เรียนพิเศษเหมือนเพื่อนๆ เดี๋ยวลูกชายพี่เรียนตามคนอื่นไม่ทันน่ะ”

“บอกพิมก็ได้นี่  พิมเคยบอกพี่อรแล้วนี่นาว่าพิมจะดูแลพี่กับอ้นเอง พี่ต้องการเงินเท่าไหร่บอกพิมได้นะคะ พิมยินดีช่วยพี่กับหลานทุกอย่าง”

“พี่ขอดิ้นรนด้วยตัวเองก่อนนะ ถ้าพี่เดือดร้อนจริงๆพี่จะบอกพิมนะจ๊ะ”

“ทุกทีเลยพี่อร” พิมพิกามุ่ยหน้าอย่างขัดใจ พี่สาวคนนี้จะเกรงใจเธอไปทำไม ทั้งๆที่เคยคุยกันไปแล้ว

“โอ๋ๆ อย่างอนพี่สิพิม พี่แค่อยากยืนด้วยตัวเองบ้างนี่นา”  อรจิราจับแก้มร่างสูงทั้งสองข้างอย่างเอ็นดู พิมพิกาส่งยิ้มให้อรจิราอย่างอ่อนใจ

“ก็ได้ค่ะ แต่ขอพิมช่วยครึ่งหนึ่งนะ หลานพิมทั้งคนนะคะ นะ นะ”

“จ้ะๆ พี่ยอมพิมแล้ว” อรจิราลูบแก้มของพิมพิกาอย่างเอ็นดูและส่งยิ้มหวานให้

“พิมรักพี่อรที่สุดเลย” พิมพิกาจับมือของอรจิราและยิ้มจนตาหยี

นรีกานต์วางช้อนเสียงดังเธอรู้สึกหงุดหงิดกับภาพสวีทหวานของทั้งสองสาวที่เธอแอบมอง ทำไมต้องหงุดหงิดอารมณ์เสียด้วย ร้อนรุ่ม คำเดียวที่เธอรับรู้  หัวใจของเธอร้อนดั่งไฟเผาแค่เห็นพิมพิกาแตะเนื้อต้องตัวผู้หญิงคนอื่น หัวใจเธอมันร้อนรุ่มอย่างกับมีไฟมาสุมอยู่กองใหญ่ เธอจะทำยังไงกับหัวใจเธอดี

“ฉันอิ่มแล้ว พวกแกอิ่มกันหรือยัง” นรีกานต์เอ่ยถามเพื่อนๆเสียงเข้ม

“อิ่มแล้ว แกเป็นอะไรมากป่ะเนี่ย” ศิริรัตน์ถามนรีกานต์ที่นั่งหน้าบูดหน้าบึ้ง

“ฉันแค่ร้อนน่ะไม่มีอะไรหรอก แยมแกอิ่มหรือยัง” นรีกานต์หันไปแว้ดใส่กฤติยาที่ยังอ้อยอิ่งกับอาหารตรงหน้าไม่ยอมวางช้อนสักที

“อิ่มแล้วๆ อะไรวะเนี่ย เก็บเงินเลยวันนี้เดียร์เลี้ยง”  กฤติยารีบวางช้อนก่อนทำมึนให้นรีกานต์จ่ายค่าอาหาร

“เฮ้อ!” นรีกานต์ถอนหายใจและจ่ายเงินก่อนจะเดินออกไปจากร้านพร้อมเพื่อนๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น

  1. #10 Koy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 10:04
    หึงเค้าอะดิ555555
    #10
    0
  2. #3 เล็กหมูน้อย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 22:17
    ฮ่าๆๆๆ ได้เห็นคนหึงสุดๆๆๆ น้องเดยร์ค่ะเรานะเป็นไรกับคุณพิมยังค่ะ
    #3
    0