บอดี้การ์ดดูแลหัวใจ

ตอนที่ 21 : ตอนที่ 20 แค่สบตาใจก็สั่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 711
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 มี.ค. 60

“คุณคะ“”

“อ๊ะ! ฉะ ฉันไม่เป็นไรค่ะ” กฤติยาใบหน้าแดงก่ำเมื่อสบตากับผู้หญิงแปลกหน้า

“แน่ใจเหรอแยม ทำไมหน้าแกแดงจังล่ะ”   ศิริรัตน์เข้าไปจับเพื่อนสาวที่ยังถูกสาวสวยกอดไม่ปล่อย

“พี่ขอโทษนะคะ ที่เดินไม่ระวัง เอ่อ...น้องเดินไหวหรือเปล่าคะ”

“แยมเดินไหวค่ะ ขอบคุณที่ช่วยนะคะ” กฤติยาเลิกคิ้วคล้ายถามชื่อของอีกฝ่าย

“พี่ชื่อรินค่ะ ขอโทษอีกครั้งนะคะ” รินลดาส่งยิ้มให้ทั้งสองสาวอีกครั้ง

“งั้นเราขอตัวก่อนนะคะ ไปเถอะแยม” ศิริรัตน์โอบไหล่กฤติยาเมื่อเห็นอีกคนเหม่อลอยจนผิดสังเกต

“ขอตัวนะคะพี่ริน” กฤติยาส่งยิ้มให้รินลดาอีกครั้งก่อนเดินตามแรงเพื่อนสาว

“สวย น่ารักด้วย เฮ้อ...สงสัยจะเป็นแฟนกันแฮะ ว่าแต่เบนอยู่ไหนล่ะเนี่ย”  หมวดสาวมองไปทางซ้ายทางขวาเพื่อหาญาติสาวคนสนิท  พอไม่เห็นว่าอยู่ที่ร้านเสื้อเธอเลยเดินออกไปยืนที่หน้าร้าน

“ริน รอนานมั้ย ขอโทษนะพอดีคนไข้เยอะน่ะ”

“แต่รินรู้มาว่าเบนออกเวรนานแล้วนี่นา ไปไหนมาบอกรินมาเลยนะ”  รินลดามองหน้าญาติสาวอย่างจับผิด สาวหน้าหมวยทำหน้าเลิกลั่กลอกแลกอย่างมีพิรุธ

“อะไรริน เบนไม่ได้ไปไหนนะ ทำงานเสร็จก็ตรงมาหารินเลยเนี่ย”

“จับไม่ได้ไล่ไม่ทันจริงๆเลยนะคุณหมอ ไปหาอะไรกินกันดีกว่าหรืออยากไปดูหนังก่อนล่ะ”

“ไปดูหนัง รินเลี้ยงนะ โทษฐานหายหน้าหายตาไปนาน” เบญจายิ้มทะเล้นให้สาวร่างสูงที่หรี่ตามองมาที่เธอ

“ก็ได้ๆ คราวหลังเลี้ยงเค้าบ้างเลยนะ”

“จ้าๆ ไปกันเถอะ พรุ่งนี้เบนเข้าเวรเช้าอีกนะ”

“โอเค”

ทั้งสองสาวโอบไหล่กอดเอวกันเดินไปที่โรงหนัง ตลอดทางมีแต่คนมองเพราะสาวสวยคนหนึ่งสูงเกินมาตรฐานหญิงไทยเลยออกแนวเท่ อีกคนก็ตัวเล็กน่าทะนุถนอม

ศิริรัตน์ยืนมองสาวตัวเล็กบอบบางที่อยู่ในวงแขนยาวของสาวที่เพื่อนสาวเธอเดินชน คุณหมอรุ่นพี่ที่ชอบใช้งานเธอเป็นประจำ  คนที่มักหัวเราะเสียงใสเวลาเธอทำอะไรตลกๆ ทำไมไปอยู่ในอ้อมกอดของคนนั้นได้นะ พวกเค้าเป็นอะไรกัน

“ศินั่นใช่พี่หมอเบนหรือเปล่า” กฤติยามองคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดของรินลดา

“ใช่ พวกเค้าคงเป็นเพื่อนกันมั้ง”

“ใช่เหรอ เพื่อนกันเค้ากอดกันแบบนั้นเหรอแก”   กฤติยาขมวดคิ้วสงสัยโดยลืมไปว่าตัวเองก็ถูกศิริรัตน์โอบไหล่อยู่เหมือนกัน

“ยัยบ๊องเอ๊ย! ฉันก็กอดแกอยู่เนี่ย”

“เออว่ะ”

“เฮ้อ...ไปซื้อตั๋วกันเถอะ ฉันจะได้กลับบ้านไปพักผ่อน แกควรจะพักสมองบ้างนะ” ศิริรัตน์ส่ายหน้าน้อยๆแล้วดันเพื่อนสาวไปที่ช่องซื้อตั๋ว

เบญจาเห็นศิริรัตน์โอบไหล่กฤติยา เธอจิปากไม่พอใจเพราะเธอสนใจศิริรัตน์ เธอเห็นทั้งสองสาวสนิทกันมาตลอดที่อยู่โรงพยาบาล ไม่คิดว่าทั้งสองสาวจะคบกัน  ต่อไปเธอจะทำหน้ายังไงดีในเมื่อหัวใจมันเจ็บแปลบที่รับรู้สถานะของทั้งสองสาว

 

พิมพิกาขับรถเข้ามาจอดในบ้านทรงไทย  ตะวันยืนส่งยิ้มให้คนที่กำลังเดินเข้ามาหาอย่างดีใจและอ้าแขนกว้างรอให้สาวตัวเล็กเดินเข้ามากอด

“พี่ตะวันสบายดีหรือเปล่าคะ” นรีกานต์ทักตะวันเสียงหวาน

“สบายดีค่ะ เดียร์เรียนหนักหรือเปล่า รู้สึกผอมลงนะ” ตะวันจับแขนนรีกานต์แล้วหมุนตัวสาวตัวเล็กไปมาอย่างสำรวจ

“สำรวจกันพอแล้วมั้ง เข้าบ้านเถอะ ป่านนี้พ่อกับแม่รอแย่แล้วล่ะ” พิมพิกาพูดขึ้นหลังจากที่เธอมองทั้งสองสาวอย่างหมั่นไส้อยู่นาน

“หวงแฟนอีกละพี่พิมเนี่ย  ไปกันเถอะน้องเดียร์ เราปล่อยให้คนขี้หึงยืนอยู่ตรงนี้ดี กว่า ไปเร็วๆ” ตะวันพาร่างบางวิ่งเข้าไปในบ้าน พิมพิกาอ้าปากค้างเพราะไม่คิดว่าสองสาวจะเข้าขากันได้ขนาดนี้ สุดท้ายเลยเดินเข้าบ้านไปคนเดียว

“พิมเข้ามาคุยกับพ่อก่อน ตะวันอยู่กับน้องไปก่อนนะ” บุญเพิ่มเห็นพิมพิกาขึ้นมาบนบ้านจึงเรียกเข้าไปคุยในห้องทำงานทันที

“ไปช่วยแม่ทำมื้อเย็นดีกว่านะสาวๆ ตะวันควรหัดทำบ้างนะอีกหน่อยมีแฟนจะได้ทำให้แฟนกินได้” สายใจชวนอีกสองสาวไปในครัวเพื่อเรียนทำอาหารเพิ่มเติม

พิมพิกาปิดประตูแล้วล็อกทันทีที่เข้ามาอยู่ข้างในห้อง บุญเพิ่มหยิบแฟ้มงานที่เขาได้รับให้ลูกสาวดู เขาหวังว่าพิมพิกาจะช่วยเขาได้ งานนี้ผู้ใหญ่ในกรมฯอยากให้จัดการพวกที่ฉ้อโกงและทำผิดกฎหมายให้สิ้นซาก

“พ่อจะให้ลูกน้องพิมไปสืบหาหลักฐานคนพวกนี้เหรอคะ”

“ใช่ ระดับสูงกันทั้งนั้น พ่อได้รับคำสั่งลับมาจากเจ้านายอีกที พิมช่วยหาหลักฐานที่สามารถมัดตัวคนกลุ่มนี้ให้พ่อหน่อยนะ พ่อไม่สามารถไว้ใจลูกน้องของพ่อได้”

“ไม่มีปัญหาค่ะพ่อ คนกลุ่มนี้อาจเกี่ยวข้องกับแก๊งที่มันอาละวาดในเมืองก็ได้ พิมจะจัดการทุกอย่างเองค่ะ แล้วพิมจะส่งรายงานให้พ่อนะคะ พ่อจะได้เลื่อนขั้นสักที”

พิมพิกาดูแฟ้มเสร็จก็หันมาแซวบุญเพิ่ม เธอทำงานไม่ได้หวังลาภยศอะไรทั้งนั้นที่ทำอยู่ทุกวันนี้ก็เพื่อประชาชนตาดำๆและเธอยกผลงานทั้งหมดให้กับบิดาทุกอย่าง

“ทำมาพูดเล่นนะ อย่าให้ใครรู้เรื่องนี้นะพิมแม้แต่สารวัตรวุฒินันท์ก็ไม่ต้องให้รู้”

“ทำไมเหรอคะพ่อ สารวัตรไว้ใจได้นะคะ”

“พ่อไม่อยากให้เขาเดือดร้อน อนาคตเขายังอีกไกลหากเกิดพลาดขึ้นมาเขาจะได้ไม่เป็นอันตรายไงล่ะ”

“แต่พ่อยอมตกอยู่ในอันตราย“” พิมพิกาเลิกคิ้วถามบิดาอย่างยียวนเล็กน้อย

“พ่อไว้ใจพิมว่างานทุกอย่างต้องสำเร็จ พ่อจะไม่เป็นอันตรายตราบใดที่พิมไม่เปิด เผยเรื่องนี้ให้ใครรับรู้”

“ค่ะพ่อ เรื่องนี้จะมีแค่เราสองคนที่รู้เรื่องงานนี้”

“ออกไปข้างนอกกันเถอะ พ่อว่าสาวๆคงรอเราแย่แล้วล่ะ”

“ค่ะ” พิมพิกามองตามหลังบุญเพิ่ม เธอรู้ว่าพ่อของเธอทำงานเหนื่อยและเสี่ยงแค่ ไหน กว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำกับ พ่อของเธอต้องเสี่ยงตายกี่ครั้งกันนะ

“ยืนเหม่ออะไรอยู่ล่ะพิม รีบเดินมาสิ” บุญเพิ่มเห็นลูกสาวไม่เดินตามมาเขาจึงหันไปเรียกอีกครั้ง พิมพิกาส่งยิ้มให้แล้ววิ่งไปกอดแขนบุญเพิ่มอย่างออดอ้อน

ผู้กองภูผาแปลงโฉมตัวเองให้เป็นนักฆ่าหน้าโหด เป้าหมายคือคนในแก๊งเสือป่าที่ยิ่งใหญ่กว่าแก๊งไหนๆ  ผู้กองหนุ่มยืนเฝ้ามองสถานการณ์อยู่รอบนอกเพราะต้องรอคนของพิมพิกามาช่วยสร้างสถานการณ์

สายตาจดจ้องอยู่ที่เวลาอย่างใจเย็น เมื่อเห็นเป้าหมายรอยยิ้มร้ายก็กระตุกทันที

“ได้เวลายืดเส้นยืดสายแล้วสิเรา หึหึหึ”

ปัง

เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดทำให้รถคันหรูหมุนขวางอยู่กลางถนน  รถหรูอีกคันจอดกั้นรถคันหน้าเอาไว้ จากนั้นเสียงปืนก็ดังสนั่นหวั่นไหว

“ลูกพี่หมอบลงครับ”

“มันเกิดอะไรขึ้นวะ จัดการพวกมันให้หมดเลยนะ”

ปัง

“อ๊าก... ลูกพี่หนีไป” สิ้นเสียงชายคนนั้นก็หมดลมหายใจ

หน่วยแม่นปืนยิงสกัดไม่ให้หัวหน้าคนที่เป็นเป้าหมายหนีไปได้กระสุนสาดมาที่รถและยิงไปที่ขาของเป้าหมายอย่างจัง

“โอ๊ย!

“ลูกพี่ทำไงดีครับ พวกของเราตายเกือบหมดแล้วนะครับ”

“ถอยก่อน บอกทุกคนให้สกัดพวกมันไว้ก่อน”

“ครับ”

ผู้กองเห็นว่าจังหวะนี้เขาควรจะเข้าไปช่วยได้แล้วจึงยิงพวกของพิมพิกา

“มาทางนี้ เร็วสิ!”  ผู้กองสั่งเป้าหมายให้มาทางเขา เมื่อเห็นว่าพวกนั้นลังเลเขาจึงรีบเร่งด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

ทั้งหมดพากันวิ่งไปทางผู้กองและขึ้นรถตู้เก่าๆหนีไปอย่างรวดเร็ว  ปีเตอร์โทรราย งานบอสสาวทันทีที่งานสำเร็จ  พิมพิกาจึงสั่งสลายตัวเพราะกลัวตำรวจพื้นที่นั้นเข้ามาเนื่องจากเสียงปืนมันดังสนั่นไปทั่วบริเวณนั้น

“นายเป็นใคร ทำไมถึงมาช่วยพวกเรา” ลูกพี่ของกลุ่มมองผู้กองอย่างไม่ไว้ใจ

“ฉันชื่อผา เป็นมือปืนรับจ้างหรือจะเรียกว่านักฆ่าก็ได้นะ”

“มือปืนเหรอ นายช่วยฉันเพราะอะไร”

“เพราะเห็นพวกเดียวกันกำลังถูกทำร้ายเลยช่วย ไม่ต้องคิดอะไรมากหรอกน่า”

“หึ ฉันชื่ออำนาจเป็นลูกพี่สาขาเสือดาวของแก๊งเสือป่า นายรู้จักแก๊งนี้หรือเปล่า”

“แก๊งเสือป่าอยู่แถวชายแดนจะมาทำไมที่นี่ พี่อย่ามาหลอกฉันเลยดีกว่านะ”

“นี่คือสัญลักษณ์ของหัวหน้าแก๊ง ฉันไม่ได้โกหกใช่มั้ย” อำนาจเอาป้ายรูปเสือดาวออกมาให้ผู้กองดูและแสยะยิ้มเมื่อเห็นใบหน้าตื่นตกใจของผู้กอง

“ฉันไม่เคยเห็นป้ายสวยแบบนี้มาก่อนเลย พี่เป็นหัวหน้าสาขาจริงๆเหรอครับ”

“จริงสิ อยากเข้าแก๊งหรือเปล่าล่ะ แค่บอกชื่อกับนามสกุลของนายแค่นั้นเอง”

“ทำไมต้องชื่อกับนามสกุลล่ะ” ผู้กองแสร้งขมวดคิ้วสงสัย

“ฉันต้องเช็คประวัติก่อนสิ นายเป็นใครมาจากไหนฉันยังไม่รู้เลยนะ”

“อ๋อ...ครับ ได้ครับ” ผู้กองเอาชื่อปลอมที่อยู่ปลอมให้กับอำนาจ เขาให้พิมพิกาจัด การเรื่องประวัติปลอมให้แล้ว เรื่องนี้จึงไม่มีปัญหาสำหรับเขา

พิมพิกาพานรีกานต์กลับมาที่คฤหาสน์หลังใหญ่ในเวลาสามทุ่มกว่า  เมื่อเดินเข้ามาก็ไม่เจอใคร ร่างบางจึงดึงมือคนรักให้ขึ้นไปบนห้องนอนทันที

“มีอะไรคะ ทำไมดึงพี่ขึ้นมาเร็วจัง ไม่อยู่รอพี่ๆเหรอคะ”

“ไม่ค่ะ เดียร์อยากอาบน้ำกับพี่พิมมากกว่า”

“หือ...อาบน้ำเหรอ”

“หรือพี่พิมไม่อยากอาบกับเดียร์คะ” นรีกานต์ทำท่าแสนงอนหันหลังให้คนรัก

“ใครว่าล่ะคะ ไปค่ะ เราไปอาบน้ำกันดีกว่านะที่รัก” พิมพิการีบรุนหลังคนรักให้ไปที่หน้าห้องน้ำ เธอว่างานนี้มีออกกำลังกายจนเหนื่อยแน่นอน

“ถอดเสื้อให้เค้าหน่อยสิคะที่รักขา”

นั่นไง ว่าแล้วคืนนี้ได้ออกกำลังกายชัวร์

“ได้สิคะที่รัก คืนนี้ที่รักของพี่เซ็กซี่จังเลยนะคะ ชักอยากหม่ำซะแล้วสิ”  พิมพิกาดูใบหน้าสวยที่ตอนนี้กำลังยั่วยวนเธอทางสายตา

“ก็หม่ำสิคะ เดียร์อยากให้พี่หม่ำเดียร์ทั้งตัวเลย”

“เดี๋ยวก็รู้ค่ะ หึหึหึ” พิมพิการีบถอดชุดนักศึกษาของนรีกานต์ออกอย่างรวดเร็ว

พิมพิกาช้อนอุ้มนรีกานต์ไปที่ใต้ฝักบัว  น้ำอุ่นไหลผ่านลำตัวของทั้งสองสาว คนที่สูงกว่ามองสำรวจเรือนร่างคนที่ส่งสายตายั่วยวนไม่วางตา  พิมพิกาเอาสบู่เหลวมาถูที่ฝ่ามือก่อนจะลูบไล้ลงบนตัวของนรีกานต์

“อืออออ ถูตรงหน้าอกด้วยสิคะพี่พิมขา”

“ได้สิคะ พี่จะถูให้ทั่วตัวเลยนะคะคนดี”

พิมพิกาขยับเข้าไปจุมพิตร่างบางอย่างแผ่วเบา  มือเรียวยังทำหน้าที่ถูไปตามร่าง กายที่บอบบางน่าทะนุถนอม นรีกานต์แทบละลายอยู่ในอ้อมกอดของพิมพิกาเมื่อจุดที่เธอหวงแหนกำลังถูกทำความสะอาด

“อ๊ะ อ๊า พี่พิมขา”

“หือ...ว่าไงคะที่รัก”

“สะ เสียว”

“หึหึ ถ้าอย่างนั้นล่างตัวก่อนนะคะ”

พิมพิกากระตุกยิ้มพอใจแล้วรีบล่างสบู่ออกจากตัวคนรัก เมื่อสบู่ถูกน้ำสะอาดรดรินจนไม่เหลือฟองลื่นไหล พิมพิกาก้มลงไปจุมพิตคนรักอย่างดูดดื่มอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีอุปสรรคใดมาขวางกั้นความหิวกระหาย   ร่างสูงจูบไปทั่วตัวของร่างบางไม่มีเว้นแม้แต่จุดเดียว หน้าอกอิ่มถูกงับและดูดแรงๆทำให้ร่างบางร้องครางออกมาอย่างเสียวซ่าน

“อ๊า... พี่พิมอย่าแรงมากสิคะ เดี๋ยวมันช้ำหมดนะที่รัก”

“ขอโทษค่ะ พี่รู้สึกอยากกลืนน้องเดียร์ไปทั้งตัวเลย” พิมพิกาพูดเสียงแหบพร่าพอสบตากับร่างบางก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว สายตาหวานฉ่ำที่ส่งมาทำให้เธอใจสั่นแทบไม่มีแรงเหลืออยู่เลย

มือเรียวลูบไล้ไปตามขาอ่อนและโคนขาใกล้จุดอ่อนไหว  ร่างบางยกขาขึ้นวางบนขอบอ่างที่อยู่ไม่ไกลนัก พิมพิกาเลื่อนมือเข้าไปลูบคลำจุดอ่อนไหวแล้วขยับนิ้วมือเร็วๆเพื่อสร้างอารมณ์สวาทให้กับคนรัก

“กรี๊ด...พี่พิมอย่าแกล้ง อ๊ายยยย” นรีกานต์กรีดร้องก่อนจะกอดคนรักเอาไว้แน่น

“พี่ไม่ได้แกล้งค่ะ พี่เอาจริง”

พิมพิกาพูดจบก็ส่งนิ้วเรียวเข้าไปสำรวจในถ้ำที่มีผนังขรุขระอย่างรวดเร็ว ร่างบางสะดุ้งเฮือกเมื่อคนรักไม่คิดปราณีเธอเลย แต่มีเหรอที่เธอจะยอมแพ้ง่ายๆ  นรีกานต์เริ่มขยับสะโพกรับกับจังหวะที่ร่างสูงส่งมา เมื่อเห็นว่าร่างบางขยับตามนิ้วเรียวยาวจึงขยับเร็วมากกว่าเดิม นรีกานต์กรีดร้องอยู่หลายรอบด้วยความเสียวกระสัน  พิมพิกานั่งลงที่พื้น เธอคุกเข่าและใช้ลิ้นตวัดไปที่ปุ่มกระสันอย่างรวดเร็ว  ร่างบางเจอศึกสองด้านแทบจะยืนไม่ไหว ขาเรียวเล็กเริ่มสั่นจนต้องหาที่ยึดเกาะ

“อ๊าย...ที่รัก อื้ออออ จะไม่ไหวแล้วนะ อ๊าย...” นรีกานต์กรีดร้องและปล่อยให้น้ำสีใสไหลออกมาจนเละใบหน้าสวยหวานของพิมพิกา แต่ร่างสูงกลับยิ้มกว้างพอใจกับสิ่งที่เธอทำ นรีกานต์แทบมุดหน้าลงอ่างน้ำเมื่อเธอปล่อยน้ำใสพุ่งใส่คนรัก

“อร่อยจัง”

“พี่พิมบ้า เดียร์อายนะคะ”

“อายทำไมคะ พี่ชอบนะ เราล้างตัวกันก่อนดีกว่านะคะ มันดึกมากแล้ว”

“ค่ะ” นรีกานต์เปิดฝักบัวแล้วราดตัวร่างสูง จากนั้นก็ทำความสะอาดตัวเองบ้าง

นรีกานต์นอนลืมตาในอ้อมกอดของพิมพิกา  เธอพยายามข่มตานอนแต่ก็นอนไม่หลับสักที เธอกำลังคิดถึงเรื่องบุคคลที่สามที่เข้ามาในชีวิตพวกเธอ  เรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นมากมายเพราะคนที่มาตามจีบพวกเธอนี่แหละ

“เฮ้อ...” นรีกานต์เผลอถอนหายใจออกมาแรงๆ ทำให้พิมพิกาขยับตัวมองทันที

“เป็นอะไรคะที่รัก ถอนหายใจแรงไปหรือเปล่า ฮึ...มีอะไรหนักใจเหรอคะ”

“เดียร์ทำให้พี่พิมตื่นเหรอคะ เดียร์ขอโทษนะ เดียร์แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะ”

“พี่ว่าไม่เรื่อยเปื่อยมั้ง ดูทำหน้าสิ จะเป็นตูดลิงอยู่แล้วเนี่ย”

“ว่าเค้านะ ชิ!

“โอ๋ๆ ไหนบอกพี่พิมสิคะ ว่าน้องเดียร์คิดเรื่องอะไร”

“เรื่องคนอื่นค่ะ คนที่เข้ามาจีบเราสองคน เดียร์ไม่ชอบเลยค่ะ”

“ไม่ชอบเหรอ อือ...งั้นหลับตาสิคะ”

“หลับตาทำไมคะ“”

“หลับเถอะน่า อย่าถามมากเดี๋ยวจับจูบเลยนี่”

“ยอม อิอิ”

“ไม่เล่นสิคะ รีบหลับตาเร็วเข้า” พิมพิกาส่ายหน้าน้อยๆแล้วทำตาดุใส่คนรัก

นรีกานต์ยอมหลับตาลงแต่โดยดี  พิมพิกาเปิดไฟหัวเตียงแล้วหยิบกล่องแหวนมาถือในมือสายตาทอดมองคนที่หลับตาอย่างแสนรัก เธอตั้งใจมอบแหวนวงนี้ให้ร่างบางอยู่แล้ว ให้คืนนี้เลยคงไม่เป็นไรหรอก  

พิมพิกาค่อยๆสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายอย่างบรรจงและแผ่วเบา  นรีกานต์เบิกตาโตเมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนวงสวย หัวใจเธอเต้นแรงและปลาบปลื้มใจเป็นที่สุด

“พี่พิมคะ”

“แหวนวงนี้พี่ทำให้เดียร์ใส่แทนตัวพี่นะคะ ไม่ว่าเดียร์จะไปไหนต้องเอาแหวนวงนี้ติดตัวไปตลอดนะ หัวใจพี่ฝากไว้ที่เดียร์คนเดียวนะคะที่รัก” พิมพิกาจูบหลังมือร่างบางและหอมแก้มนวลไปอีกฟอดใหญ่

“เดียร์ไม่มีอะไรให้พี่พิมเลย เอาไว้เดียร์จะหาซื้อแหวนสวยๆมาใส่ให้นะคะ”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ พี่มีมาแล้ว วงนี้เหมือนกับของเดียร์เลยนะ ใส่ให้พี่หน่อยสิคะ”

“ตกใจหมดเลย นึกว่าไม่ต้องการแหวนของเราซะแล้ว  ที่แท้ก็แอบเตรียมทุกอย่างมาแล้ว”  นรีกานต์ย่นจมูกเล็กน้อยและสวมแหวนให้พิมพิกา ร่างบางขยับเข้าไปจุมพิตที่ริมฝีปากอิ่มได้รูป ร่างสูงรีบคว้าตัวคนรักมากอดแล้วมอบจูบที่แสนหวานให้อีกครั้ง

“ตอนนี้ใครเห็นที่นิ้วของเดียร์ก็ไม่กล้าเข้ามาจีบแล้วนะคะ เพราะพี่เป็นเจ้าของแค่คนเดียว คนอื่นไม่มีสิทธิ์ค่ะ”

“ค่ะ พี่ก็เป็นของเดียร์คนเดียว คนอื่นไม่มีสิทธิ์เหมือนกัน”

“ครับผม นอนได้แล้วนะคะ มาค่ะพี่กอดนะ”

“ค่ะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะที่รัก”

“ฝันดีนะคะที่รักของพี่พิม”

ทั้งสองสาวนอนกอดกันด้วยรอยยิ้มแสนสุข ในค่ำคืนที่เงียบสงบหัวใจของทั้งสองกลับเต้นในจังหวะเดียวกันด้วยความรัก ฟังแล้วช่างไพเราะจับใจเหลือเกิน 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น