บอดี้การ์ดดูแลหัวใจ

ตอนที่ 20 : ตอนที่ 19 งานใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 564
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    8 มี.ค. 60

ผ่านงานแต่งของนรากรและภาวิณีมาได้หนึ่งเดือน  พิมพิกาก็มีงานใหม่เข้ามาคือเธอต้องตามหานายใหญ่ผู้คุมบังเหียนพวกพ่อค้ายาเสพติดและพวกแก๊งวายร้ายต่างๆที่กำลังอาละวาดอยู่ไปทั่วประเทศในตอนนี้

 พ่อค้าแม่ค้าต้องจ่ายส่วยให้กับพวกนักเลงที่อ้างว่าคุมถิ่นทำมาหากินตรงนั้นตรงนี้ หากใครไม่จ่ายจะถูกทำร้ายร่างกายหรือหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

สารวัตรวุฒินันท์เรียกพิมพิกามาหาที่ฐานลับของเขา ร่างสูงขับรถมาจอดที่ตึกสูงซึ่งมีทั้งหมด 3 ชั้น พอกดรหัสลับประตูก็เปิดออก ร่างสูงก้าวเท้าเข้าไปด้านในอย่างคุ้นชิน เธอมาหยุดอยู่ที่ห้องประชุมด้านบนสุดและทำการสแกนม่านตาเมื่อประตูเปิดออก ร่างสูงระหงก็ก้าวไปหาบุคคลที่นั่งอยู่ด้านในทันที

“สวัสดีค่ะสารวัตร” พิมพิกาเดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ของเธอและมองผู้มาใหม่อีก 2 คน

“มาช้านะคุณพิม มัวแต่ไปส่งแฟนอยู่มั้งเนี่ย” สารวัตรหนุ่มแซวพิมพิกา แม้จะพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแต่หัวใจก็กระตุกเล็กน้อย

“ขอโทษค่ะ แต่นั่นคือหน้าที่ของฉันที่ต้องไปส่งน้องเดียร์  สารวัตรไม่แนะนำผู้ร่วม งานใหม่ให้ฉันรู้จักหน่อยเหรอคะ”

“อ้อ...ขอโทษทีครับ ผมจะให้ทั้งสองคนแนะนำตัวเองเลยแล้วกันนะครับ”

“สวัสดีครับ ผม ร.ต.อ. ภูผาครับ” หนุ่มหล่อหน้าตี๋ส่งยิ้มให้พิมพิกาอย่างเป็นมิตร

“ดิฉัน ร.ต.ท.หญิง รินลดาค่ะ เรียกรินก็ได้นะคะ” รินลดาส่งยิ้มให้พิมพิกาเพราะมีบางอย่างบอกกับเธอว่าผู้หญิงคนนี้คือเพื่อนที่ดีในอนาคต

“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ฉันพิมพิกาค่ะ เรียกพิมเฉยๆก็ได้นะคะ”

“เอาล่ะครับ ผมขอเข้าเรื่องเลยนะครับ เรื่องของนายใหญ่ เราไม่รู้ว่าใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ต่างๆ แก๊งเสือป่าที่เคยหากินแถบชายแดนตอนนี้มันเข้ามาล่าผู้คนในเมืองแล้ว ช่วงนี้มีหญิงสาวหายไปจากหมู่บ้านที่ห่างไกลและย่านชุมชนแออัดครับ”

“สารวัตรหมายถึงกลุ่มโจรที่เห็นแก่เงิน ใครจ้างมันก็ไปอย่างนั้นเหรอคะ” พิมพิกาเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจเพราะเธอเคยได้ยินมาว่าโจรกลุ่มนี้ไม่เข้ามาหากินในเมือง

“ใช่ครับ มันขยายเข้ามาในเมืองกรุงแล้ว ผมเกรงว่าบ้านเมืองเราจะเกิดอันตราย”

“ผมจะแฝงตัวเข้าไปหาข่าวในกลุ่มของพวกมันเองครับสารวัตร ใบหน้าของผมไม่มีใครจำได้แน่นอนเพราะผมคือสายลับพันหน้า”  ผู้กองหนุ่มยิ้มอย่างมั่นใจ ใบหน้าจริงที่เขาให้สารวัตรและอีกสองสาวเห็นนั้นเพื่อให้ทุกคนจำหน้าจริงของเขาได้ เขามั่นใจว่ากลุ่มคนทั้งสามคนเป็นคนดีและตงฉิน รักแผ่นดินยิ่งกว่าชีวิตเหมือนกับเขา

“แล้วนี่หน้าจริงแล้วใช่มั้ยคะผู้กองภูผา” พิมพิกายื่นหน้าเข้าไปดูรอยต่อใต้คางแต่ไม่มีรอยใดๆเลย

“ใบหน้าจริงๆครับ ผมจะเปิดเผยให้กับทีมที่ผมทำงานด้วยเท่านั้น แล้วผมต้องมั่น ใจว่าพวกเขาเป็นคนดี เหมือนพวกคุณยังไงล่ะครับ”

“น้องสาวของฉันก็เป็นเมคอัพพันหน้าเหมือนกันค่ะ  เธอสามารถแต่งหน้าให้เรามีใบหน้าเหมือนใครก็ได้ในโลกนี้ เอาไว้ฉันจะแนะนำให้รู้จักทีหลังนะคะ” พิมพิกาพูดกับผู้กองหนุ่มหล่อที่ส่งยิ้มมาให้จนสารวัตรรู้สึกเคืองเล็กน้อย

“เรามาพูดกันต่อดีกว่านะ เดี๋ยวผมจะแจกแจงงานให้พวกคุณไปทำเริ่มจากผู้กองผมจะให้ไปสอดแนม โดยผมจะให้พิมช่วยสร้างสถานการณ์ให้กับคุณ” สารวัตรมองไปทางพิมพิกา เมื่อเห็นอีกคนพยักหน้าสารวัตรจึงเริ่มพูดต่อ

“หมวดรินเข้าไปสืบในสน.ของเราว่ามีใครบ้างที่เป็นสายให้กับพวกมัน  ผมเชื่อว่าคงมีไม่ต่ำกว่าสิบนายและระดับบิ๊กก็มีไม่ต่ำกว่าห้าคน  ทำยังไงก็ได้ทำให้ตัวเองเข้าไปอยู่ในกลุ่มของพวกมันให้ได้”

“รับทราบค่ะสารวัตร”

“ส่วนพิม ผมอยากให้สืบหาแหล่งที่อยู่ของหัวหน้าแก๊งแต่ละแก๊ง  เราจับได้แค่ลูก สมุนมันเท่านั้น เราต้องการหัวหน้าของพวกมัน เรื่องหลักฐานคงต้องขอให้พิมช่วยด้วยนะ จะจัดฉากยังไงก็ได้ให้หัวหน้ามันโผล่หัวออกมา”

“เรื่องสนุกๆแบบนี้พิมไม่พลาดหรอกค่ะ งานนี้พิมจะลุยเอง  หมวดสนใจร่วมสนุกกับฉันมั้ยคะ”

“สนใจค่ะ แต่ว่า...” หมวดรินลดามองสารวัตรที่ส่งยิ้มบางๆมาให้

“ตามสบายเลยหมวด จัดการพวกมันก็ถือว่าเป็นหน้าที่ของตำรวจเหมือนกัน”

“ขอบคุณค่ะสารวัตร ถ้าคุณพิมลงมือเมื่อไหร่อย่าลืมเรียกฉันด้วยนะคะ”

“ค่ะหมวด”

“ผมขอแทรกหน่อยนะครับ เวลาผมปลอมตัวผมจะใช้ผ้าแดงคาดที่แขนขวา แบบที่นักมวยรัดกันนะครับ มันคล้ายผ้ายันต์ไม่มีใครสังเกตเห็นหรอกว่ามันคือสัญลักษณ์”

“กลัวโดนฉันอัดเหรอคะผู้กอง” พิมพิกาพูดแหย่ผู้กองหนุ่มและพากันหัวเราะขำ

“ก็ต้องกลัวสิครับ ผมรู้จักคุณมาพอสมควรนะคุณพิม  คราวที่คุณเอาชนะครูฝึกที่ชื่อนิรุต ได้ข่าวว่าลีลาบู้ขั้นเทพไม่ใช่เหรอครับ” ผู้กองภูผายักคิ้วให้พิมพิกาเมื่อเขาแอบสืบเรื่องนี้มาได้จากลูกน้องของพิมพิกา

“เหรอคะ”

พิมพิกาส่งยิ้มให้ผู้กองหนุ่มคล้ายไม่ได้คิดอะไรแต่ในใจกลับวิตกกังวลเมื่อผู้กองรู้เรื่องนี้ได้แสดงว่าคนอื่นๆก็ต้องรู้เรื่องในบริษัทเธอได้เหมือนกัน

“คุณพิมมีอะไรเหรอคะ ท่าทางคิดหนักนะคะ”

“ฉันกำลังคิดเรื่องผู้บอกสารค่ะ” พิมพิกาส่งยิ้มให้หมวดรินลดา

“ผู้บอกสาร“”

“ค่ะ คนที่บอกเรื่องราวในบริษัทให้คนอื่นรู้ยังไงล่ะคะ สารวัตรมีอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่าคะ” พิมพิกามองผู้กองภูผาแล้วเปลี่ยนเรื่องไปถามสารวัตรแทน

“ไม่มีแล้วครับ ผมขอให้ทุกคนทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายไปอย่างระวังนะ”

“ค่ะ/ครับ สารวัตร”

พิมพิกาเดินไปที่รถของตนเอง  เป้าหมายต่อไปที่เธอจะไปคือบริษัทแต่ผู้กองภูผาวิ่งตามมาซะก่อน พิมพิกาจึงหยุดคุยกับผู้กองหนุ่ม

“คุณพิมครับ ผมขอโทษนะที่ไปแอบสืบเรื่องของคุณ  ผมแค่อยากรู้จักผู้ที่ร่วมงานด้วยและผู้ที่ผมจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงให้รู้น่ะครับ”

“ไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ ฉันต้องขอบคุณผู้กองด้วยซ้ำ ฉันจะได้ระวังตัวมากขึ้น”

“คุณพิมโอเคนะครับ”

“ค่ะ ฉันยินดีร่วมงานกับคนเก่งๆอย่างผู้กอง ขอตัวก่อนนะคะ”

“ครับ”

พิมพิกาส่งยิ้มให้ผู้กองหนุ่มอีกครั้งแล้วก้าวเข้าไปนั่งในรถ  ในใจก็คิดถึงเรื่องคนที่บอกเล่าเรื่องราวในบริษัทให้คนภายนอกรับรู้ คงเป็นพวกที่ไม่ได้รับการฝึกแน่นอน

บริษัทพีพีการ์ดในตอนนี้ร้อนระอุไปด้วยอารมณ์ของบอสสาวสวย  พิมพิกาขับรถมาถึงที่บริษัทก็เรียกเหล่าบอดี้การ์ดกว่าร้อยนายมานั่งอบรมในห้องฝึกขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านบนสุดของตึก หลังคาของตึกคือลานกว้างให้เฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินเล็กลงในยามที่ต้องการใช้บอดี้การ์ดแบบฉุกเฉิน

“บอดี้การ์ดที่ดีคือแบบไหน“” พิมพิกาพูดผ่านไมรโครโฟนเสียงเรียบทำให้ลูกน้องนั่งนิ่งไม่กล้าขยับตัว

“บอดี้การ์ดที่ดีต้องไม่เปิดเผยเรื่องในบริษัทและต้องเก็บความลับจนตัวตาย แต่ที่ฉันรู้มาคือทีม Aได้ปากสว่างบอกเรื่องราวในบริษัทให้คนอื่นรับรู้ ระดับนี้ควรมีระเบียบ วินัยและต้องรักษาความลับได้ดีกว่าทีมไหนๆ  ครั้งนี้ฉันจะปล่อยไปก่อนแต่ครั้งหน้าถ้าเกิดเรื่องนี้ขึ้นมาอีก ฉันคงต้องไล่ออกหวังว่าพวกคุณคงเข้าใจนะ”

พิมพิกากวาดตามองทุกคนอีกครั้งก่อนจะให้ทุกคนไปพักผ่อนได้ จากนั้นเธอก็สั่งหัวหน้าทีมลับเข้าไปประชุมกันที่ฐานลับชั้นใต้ดิน

ในห้องประชุมยังคงนิ่งเงียบ ไม่มีใครกล้าพูดอะไรเพราะบอสสาวยังคงอารมณ์ไม่ดี พวกเขาทำงานกับเจ้านายสาวคนนี้มานาน  รู้ดีว่าต้องทำตัวยังไงยามที่โมโหแต่เรื่องอารมณ์ร้อนนานๆถึงจะเห็น แสดงว่าเรื่องเมื่อกี้ไปจุดต่อมโมโหของบอสเข้าอย่างจัง

“ปีเตอร์”

“ครับบอส” ปีเตอร์ยืดตัวตรงรอรับคำสั่ง โดยไม่มีท่าทางขี้เล่นหลงเหลือ

“พรุ่งนี้จัดหน่วยสอดแนมห้าคน  กระจายไปตามแหล่งเสื่อมโทรมที่พวกแก๊งต่างๆอาศัยอยู่ แล้วสืบมาว่าหัวหน้าแต่ละแก๊งคือใคร กบดานอยู่ที่ไหนกันบ้าง”

“ครับบอส”

“แอนนี่ เธอให้เด็กเข้าไปหาข่าวกับพวกตำรวจชั้นผู้ใหญ่นะ”

“ครับบอส” แอนนี่สาวหล่อทีมหงส์เหินรับคำอย่างรวดเร็ว

“กำหนดการเริ่มงาน ฉันจะแจงให้ทราบอีกที หาเด็กสวยๆหน่อยนะแอนนี่”

“รับรองเด็กของผมสวยเด็ดทุกคนครับบอส เชื่อใจผมได้ครับ”

“เจตน์พาทีมหมาป่าออกอาละวาดแต่ละแก๊ง งานนี้ฉันลุยเอง นายจัดเตรียมคนที่เก่งๆหน่อยนะ ฉันต้องการพวกที่ชำนาญระเบิดด้วย หน่วยแม่นปืนอีกหนึ่งคน”

“ได้ครับบอส” เจตน์คือเด็กหนุ่มที่พิมพิกาให้ความช่วยเหลือและฝึกฝนจนเป็นมือ สังหารของหน่วยลับ  ทีมหมาป่าคือหน่วยที่ฝึกแบบนักฆ่า ทุกคนจะมีความชำนาญในด้านอาวุธเกือบทุกชนิด รวมทั้งระเบิดทุกประเภทด้วย

“ตะวัน ต้นเดือนหน้าคุณหญิงพิกุลจะจัดงานแสดงเพชร เพื่อให้คนรวยประมูลกันในวันนั้นเลย ตะวันช่วยทำระบบเลเซอร์ป้องกันในห้องเก็บเพชรให้ด้วยนะ”

“ค่ะบอส”

“ขอให้ทุกคนทำงานอย่างระมัดระวัง ที่สำคัญคืออย่าให้ใครรู้ตัวตนของเรา”

“ครับ/ค่ะ บอส”

“กฎของสายลับที่ดีคืออะไร“”

“ห้ามคายความลับ แม้ตัวตายความลับต้องตายไปกับเรา”  ทุกคนตอบบอสใหญ่พร้อมกันเสียงดังฟังชัด

“ดีมาก แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเองได้แล้ว”

“ครับ/ค่ะ” ทุกคนรีบเดินออกห้องประชุมไปในทันที

“ตะวันอย่าเพิ่งไปนะ คุยกับพี่ก่อน”

“ค่ะบอส”

“เรียกพี่ก็ได้ อยู่กันสองคนจะเคร่งครัดไปถึงไหน” พิมพิกาส่ายหน้าน้อยๆเมื่อน้อง สาวพูดกับเธออย่างเป็นทางการ

“ลืมตัวค่ะ พี่พิมมีอะไรจะคุยกับตะวันเหรอคะ” ตะวันยิ้มแห้งๆให้พิมพิกา

“เย็นนี้ไปกินข้าวที่บ้านพี่สิ พี่จะพาน้องเดียร์ไปที่บ้านริมคลอง พ่อกับแม่บ่นอยากเจอหลานสาวกับลูกสะใภ้ อย่าเบี้ยวนะเรา”

“ใครจะกล้าเบี้ยวล่ะคะ งั้นเย็นนี้เจอกันที่บ้านเลยนะ ตะวันขอตัวไปทำงานก่อน”

“จ้ะ ไปเถอะ พี่จะออกไปข้างนอกแล้วล่ะ”  พิมพิกามองน้องสาวที่หายลับไปก่อนจะมองนาฬิกาแล้วโทรหาคนรัก รอสายอยู่สักครู่ปลายสายก็กรอกเสียงทักทาย

“พี่พิมทำงานเสร็จหรือยังคะ”

“เสร็จแล้วค่ะ พี่กำลังออกไปรับ น้องเดียร์อยู่ที่ไหนคะ”

“ยังอยู่โรงพยาบาลอยู่เลยค่ะ พี่พิมมารับเดียร์ที่ตึก A เลยนะคะ เดียร์จะไปคุยกับพี่อรระหว่างรอพี่พิมมารับค่ะ”

“โอเคค่ะ รอพี่แป๊บนะคะ”

“ค่ะ” นรีกานต์วางสายจากคนรักแล้วมองเพื่อนสาวทั้งสองที่เลิกคิ้วมองมาที่เธอ

“อะไร“” นรีกานต์เอียงคอถามเพื่อนรักทั้งสอง

“ฉันว่าจะพาแกไปเที่ยวห้างซะหน่อย แกจะไปหาพี่อรพวกเราคงไปกันเอง”

“อ้าว...ทำไมแยมไม่บอกเร็วๆล่ะ เดี๋ยวรอพี่พิมมาเราค่อยไปก็ได้นี่นา มีคนเลี้ยงดี กว่าไม่มีนะ” นรีกานต์พูดหลอกล่อเพื่อนสาว

“นั่นสิแยม ฉันเห็นด้วยนะ รอพี่พิมก่อนเถอะ” ศิริรัตน์เห็นด้วยกับนรีกานต์ เธอไม่ ได้เจอพี่พิมคนสวยมานานแล้วทั้งๆที่มารับมาส่งนรีกานต์ทุกวัน นั่นเพราะหมอเบญจาคุณหมอตัวเล็กแต่สวยจัดคอยแต่ให้เธอช่วยทำงานจนเลิกไม่เป็นเวลา วันนี้ดีที่หมอติดธุระ ไม่งั้นเธอได้เลิกค่ำอีกแน่ๆ

ทั้งสามสาวพากันไปหาอรจิราที่ตึก A แต่ยังไม่ทันได้เข้าไปในตึกก็เจอหมอหนุ่มที่ตามติดนรีกานต์ซะก่อน

“ซวยอะไรนักนะเรา” นรีกานต์สบถเบาๆและส่งยิ้มบางๆให้หมอหนุ่มสุดหล่อ

“น้องเดียร์ น้องแยม น้องศิจะไปไหนกันครับ”

“พวกเราจะไปหาพี่อรกันค่ะพี่หมอกันต์” ศิริรัตน์เป็นคนตอบคำถามหมอหนุ่ม

“ตอนนี้พี่ว่าง ขอไปด้วยคนนะครับสาวๆ ไปกันเถอะครับ”

“เอ่อ...ค่ะ” นรีกานต์มองหน้าเพื่อนๆก่อนจะตอบรับ

“เดียร์ไม่ได้รอพิมข้างล่างเหรอ อ้าว...หมอกันต์ก็มาด้วยเหรอคะ”  อรจิราเงยหน้าจากเอกสารมองนรีกานต์แล้วมองคนที่ยืนข้างๆสาวตัวเล็ก

“ครับพี่อร”

“พี่พิมกำลังมารับเดียร์ค่ะ”

“พี่สาวเดียร์คนสวยๆนั่นเหรอครับ ท่าทางหวงน้องสาวมากเลยนะ พี่เห็นมารับมาส่งเดียร์ตลอดเลย” หมอกันต์พยายามชวนสาวตัวเล็กคุยเพื่อกระชับความสัมพันธ์

“พี่พิมไม่ใช่พี่สาวเดียร์หรอกค่ะ”  นรีกานต์จิกตามองหมอกันต์เพราะหมอบอกว่าพี่พิมของเธอสวย แสดงว่าสักวันหมออาจหันไปจีบพี่พิมของเธอก็ได้

“ไม่ใช่พี่สาว“”

“ค่ะ พี่พิมเป็นแฟนของเดียร์เองค่ะ เราคบกันได้เกือบปีแล้วล่ะ”

“ห๊ะ! แฟนเหรอ“” หมอกันต์ทำท่าไม่เชื่อสิ่งที่หญิงสาวพูด

“ค่ะ ถ้าไม่เชื่อเดี๋ยวพี่หมอถามพี่พิมสิคะ” นรีกานต์ยิ้มให้หมอกันต์ที่ทำหน้าเหวอ

“หึหึ พี่เชื่อก็ได้แต่พี่ไม่สนเพราะพี่ถูกใจน้องเดียร์ครับ”  หมอกันต์แสยะยิ้มให้สาวตัวเล็ก อีกสามสาวได้ยินก็มีอาการอึ้งไม่ต่างกัน

“ใจกล้าดีนะคะหมอ”  เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลังหมอกันต์เรียกให้ทุกสายตาหันไปมองผู้มาใหม่ในทันที

“พี่พิม” นรีกานต์เดินเข้ามากอดคนรักอย่างออดอ้อนทันที

“พี่มารับแล้วค่ะคนสวย” พิมพิกาบอกคนรักเสียงหวานและมองหมอกันต์นิ่ง

“เราจะไปเดินห้างกันต่อนะคะ พี่พิมต้องเลี้ยงข้าวพวกเราด้วย”  นรีกานต์ย่นจมูกใส่พิมพิกาอย่างน่ารัก หมอกันต์มองทั้งสองสาวสวีทหวานกันก็แสยะยิ้มน้อยๆ

“พี่ว่าเดียร์รีบไปเถอะนะ เดี๋ยวค่ำมืดซะก่อนนะ พรุ่งนี้ต้องมาเรียนแต่เช้าอีก” อรจิราเห็นท่าทางไม่ค่อยดีจึงได้บอกร่างบางให้รีบๆกลับไป

“งั้นเดียร์ไปก่อนนะคะพี่หมอ พี่อร เราไปกันเถอะแยม ศิ”

เมื่อทุกคนเดินออกไปกันหมดแล้ว  อรจิราจึงหันมาพูดกับหมอกันต์ด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าเธอไม่ชอบใจเป็นอย่างมาก

“คุณหมอก็รู้แล้วว่าเดียร์มีคนรักแล้ว ทำไมถึงยังทำท่าทางสนใจเดียร์อยู่อีกล่ะคะ พิมขี้หึงมากนะคะ ฉันเตือนหมอได้แค่นี้แหละ”

“ผมไม่สนหรอกครับ ยังไงก็ผู้หญิงด้วยกัน ไม่ศึกหลอหรอก ผมสนใจน้องเดียร์” หมอกันต์ยังคงดื้อรั้นที่จะจีบนรีกานต์ต่อไป เขายิ้มให้อรจิราแล้วเดินจากไป

“เฮ้อ...อยากเจอฤทธิ์ของพิมก็ตามสบายเลยค่ะหมอ”  อรจิราพูดเสียงเบาก่อนจะทำหน้าที่ของตนต่อไป

 

 ห้างดังใจกลางเมืองทั้งสี่สาวหาร้านอาหารที่ดูเป็นส่วนตัวแต่รสชาติอาหารไม่ได้เป็นรองร้านไหนเลย

“อาหารอร่อยมั้ยแยม ศิ พี่พาเดียร์มาบ่อยๆ คนนี้เค้าชอบมากเลยร้านนี้” พิมพิกาส่งยิ้มให้สองสาวที่เคี้ยวตุ้ยๆไม่สนใจจะพูดคุยกับใคร

“อร่อยค่ะ ไม่แพงด้วย” กฤติยาเงยหน้าจากจานข้าวแล้วส่งยิ้มให้พิมพิกา

“แกกินดีๆหน่อยสิ เสียภาพพจน์คนสวยหมด” นรีกานต์เตือนเพื่อนสาวอย่างขำๆ

“มันอร่อยนี่หว่า เนอะศิ อ้าวเงียบเลย”  กฤติยาหันไปหาศิริรัตน์แต่อีกคนกลับก้มหน้ากินอย่างเดียว ไม่สนใจใครสักนิดเดียว

“ฉันขอเวลากินก่อนนะคือจริงๆแล้วฉันหิวมากเลยอ่ะ” ศิริรัตน์รีบกลืนอาหารแล้วบอกเพื่อนๆที่นั่งขำอย่างอายๆเล็กน้อย

“เดียร์กินเยอะๆนะจะได้โตเร็วๆ” พิมพิกาตักอาหารใส่จานให้คนรักอย่างเอาใจ

“จะโตได้ยังไงล่ะคะพี่พิม ตัวแค่นี้แหละพกพาสะดวก ไซส์มินิใครๆก็อยากดูแล”

“เหอะ! ใช่สิ ใครๆก็อยากดูแลรวมถึงไอ้หมอหน้าหล่อนั่นด้วยอีกคน”  พิมพิกานึกไปถึงหมอหนุ่มที่มาติดพันคนรัก คิดแล้วก็เจ็บใจไม่หาย

“เอ่อ...พี่พิมใจเย็นๆก่อนนะคะ เรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นบ่อยๆนะคะ พี่น่าจะทำใจได้นานแล้วนะ” กฤติยาพูดคล้ายจะห้ามทัพแต่เหมือนไปเติมเชื้อไฟโดยไม่รู้ตัว

“หยุดพูดไปเลยแยม แทนที่จะพูดให้ดีขึ้นนะแก” ศิริรัตน์ทำตาดุใส่กฤติยา

“พี่พิมขา  เดียร์ไม่ได้สนใจใครเลยนะคะ เดียร์รักพี่พิมคนเดียวเท่านั้น พวกเขามาจีบเดียร์เอง เดียร์ห้ามพวกเขาไม่ได้จริงๆนี่” นรีกานต์เอาใบหน้าไปถูที่ไหล่ของพิมพิกาอย่างออดอ้อน ร่างสูงถอนหายใจก่อนจะส่งยิ้มให้คนรักอย่างอ่อนโยน

“เอาไว้พี่จะจัดการเอง เล่นกับใครไม่เล่นมาเล่นกับพิมพิกา”

“พี่พิมอย่าเล่นแรงมากนะคะ เดียร์ยังเรียนไม่จบเลยนะ” นรีกานต์พูดเสียงอ่อย ที่เธอต้องพูดปรามคนรักเพราะพิมพิกาชอบเอาคืนศัตรูเพิ่มเป็นสองเท่านั่นเอง

“พี่รู้แล้วค่ะที่รัก รับร้องคนนี้จิ๊บๆ”

“จิ๊บๆของพี่นี่แหละน่ากลัวที่สุด” นรีกานต์ย่นจมูกเล็กน้อย เธอไม่เชื่อหรอกว่าคนอย่างพิมพิกาจะแก้แค้นแบบเบาๆ

“เอาน่าเดียร์ ปล่อยพี่พิมไปเถอะฉันนะหมั่นไส้หมอกันต์จะแย่ เอาให้เข็ดเลยนะพี่ พิม” ศิริรัตน์พูดเหมือนไปโกรธหมอหนุ่มมาเป็นชาติ แต่ก็น่าอยู่หรอกเพราะหมอคนนี้มีพฤติกรรมเจ้าชู้กับทุกคนไปเรื่อย เธอยังเคยโดนแซวเลย

“เดี๋ยวพี่จัดให้นะคะ กินอิ่มกันหรือยังคะ พี่จะไปบ้านริมคลองต่อเลยค่ะ”

“อิ่มแล้วค่ะ พี่พิมพาเดียร์ไปได้เลยนะคะ แยมกับศิจะเดินเล่นกันอีกสักพักค่ะ”

“เอางั้นเหรอแยม อือ...ตามนี้แล้วกัน เดียร์ไปหาพี่ตะวันกันค่ะ ป่านนี้รอเดียร์อยู่ที่บ้านริมคลองแล้วมั้ง” พิมพิกาหันไปบอกคนรักและส่งยิ้มอ่อนๆให้อย่างแสนรัก

“พี่ตะวันมาด้วยเหรอคะ ดีเลยเดียร์มีเรื่องคุยกับพี่ตะวันเยอะแยะเลยค่ะ”

“ยิ้มกว้างไปแล้วค่ะ พี่ชักหวงแล้วนะเนี่ย” ร่างสูงแกล้งทำหน้าดุและจิกตามองคนที่ยิ้มดีใจจนเกินไป

“โธ่...พี่พิมอ่ะ เดียร์เห็นพี่ตะวันเป็นพี่สาวนะคะ ส่วนคนนี้น่ะรักมากที่สุดค่ะ”

“โอ๊ย...เลี่ยน ไปกันเถอะแยม คนโสดอิจฉา” ศิริรัตน์คว้ากระเป๋าและลุกขึ้นยืน

“เลี่ยนเหมือนกัน เราไปก่อนนะคะพี่พิม ขอบคุณสำหรับมื้ออร่อยๆค่ะ”

“จ้ะ” พิมพิกาส่งยิ้มให้กฤติยาและศิริรัตน์แล้วโบกมือลาทั้งสองสาว

กฤติยาและศิริรัตน์พากันเดินไปดูเสื้อผ้าแฟชั่น ทั้งสองสาวสนุกกับการเลือกชุดที่จะใส่ไปทะเล วันหยุดยาวพวกเธอว่าจะไปเที่ยวทะเลที่อยู่ใกล้ๆกรุงเทพฯ

“แยมทูพีชสีน้ำเงินตัวนี้สวยดีนะ กางเกงเอวสูงไม่โป๊ด้วย”

“ไหนศิ อุ๊ย! สวยจริงๆด้วย เราซื้อแพ๊คคู่กันดีมั้ยศิ ฉันจะใส่สีลายสก๊อตน่ารักดี”

“เอาสิ น่ารักดีเนอะ” ศิริรัตน์ยิ้มกว้างเมื่อเห็นชุดของกฤติยา

“ไปดูเสื้อยืดหน่อยมั้ยศิ”

“ไปสิ ฉันอยากได้สักตัวสองตัวพอดีเลย”

ผลัก

“โอ๊ย!

กฤติยาร้องเสียงหลงเมื่อเดินเลี้ยวไปชนกับคนที่เดินเลี้ยวสวนมาอีกทาง คนที่เดินชนคว้าตัวกฤติยาเข้ามากอดอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นหญิงสาวกำลังจะล้ม

“ขอโทษค่ะ คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ”

“เอ่อ...”

(=’ . ‘=)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น

  1. #19 Min (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 20:11
    พี่พิมจะบู๊ใช่ไหมค่ะ

    ขอแบบเท่ๆเลย55555. ติดตามค่ะ
    #19
    0