บอดี้การ์ดดูแลหัวใจ

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 แรกพบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,858
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    1 มี.ค. 60

เสียงเอะอะดังมาจากภายในคฤหาสน์หลังใหญ่สร้างความโกลาหลให้บรรดาสาวใช้และแม่บ้านใหญ่อย่างคุณทับทิม เช้าวันนี้ที่คิดว่าสดใสกลับกลายเป็นนรกดีๆนี่เอง

“กรี๊ด...เดียร์ไม่ยอมนะ คุณพ่อคุณแม่จะส่งพี่ดิวพี่ดรีมไปไหนเดียร์ไม่ให้ไป” หญิงสาวสวยอายุ 19 ปีกรีดร้องเสียงดังไปทั่วห้องรับแขกด้วยความไม่พอใจ เมื่อพี่สาวสุดที่รักทั้งสองกำลังเดินทางไปทำงานต่างจังหวัด

“ลูกเดียร์จ๋า ลูกรักของแม่ฟังแม่ก่อนนะคะคนดี แม่แค่ให้พี่ดิวไปดูงานที่เชียงใหม่ 5 วันส่วนพี่ดรีมไปดูงานภูเก็ต 2 อาทิตย์เองค่ะ”  คุณนาตยาเดินเข้าไปโอบกอดลูกสาวคนเล็กเอาไว้อย่างทะนุถนอมเพราะรู้ดีว่าถ้าพูดเสียงดังคงมีแต่แย่กับแย่

“ทำไมต้องให้ไปด้วยล่ะคะแม่ คนของเรามีตั้งเยอะแยะแถมที่รีสอร์ทยังมีผู้จัดการดูแลอยู่แล้ว ถ้าพี่ๆไปกันหมดแล้วเดียร์จะอยู่กับใคร คืนนี้คุณพ่อกับคุณแม่ก็ต้องบินไปอังกฤษ กว่าจะกลับก็เป็นเดือน ฮึกฮือ ฮือ ฮือ ไม่มีใครรักเดียร์เลย ทุกคนทิ้งเดียร์ไปกันหมด” นรีกานต์ร้องไห้สะอึกสะอื้นหนักจนมารดาและพี่สาวทั้งสองต้องรีบเข้ามาปลอบเป็นการใหญ่เพราะพวกเธอต้องทิ้งหญิงสาวไว้ที่บ้านคนเดียวจริงๆ

“ไม่ร้องนะคะคนดีของแม่ มันจำเป็นจริงๆนะคะ พี่ๆก็ต้องทำงาน” คุณนาตยาลูบผมปลอบประโลมลูกสาวคนเล็กที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของคนในบ้าน ยามที่ลูกสาวไม่งอแงก็ทำให้เกิดรอยยิ้มกันทั้งบ้านแต่ดูตอนนี้สิ เฮ้อ...

เดียร์หรือนรีกานต์ ลูกสาวคนเล็กของอธิมหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีพี่สาวฝาแฝดที่รักและตามใจเธอมาตลอด คนโตชื่อดิว นรากรสาวหล่อหน้าคมที่หล่อจนผู้ชายแท้ๆยังอาย อีกคนชื่อ ดรีม นริสรา สาวหน้าหวานที่มีรอยยิ้มละลายใจทั้งสองสาวเป็นแฝดที่แตกต่างกันมากเพราะเกิดจากไข่คนละใบ อายุที่ห่างกัน5 ปีกับน้องสาว คนเล็กทำให้พี่ๆทั้งสองโอ๋น้องสาวคนเล็กเป็นอย่างมาก ตามใจจนติดนิสัยเอาแต่ใจทั้งวีนทั้งเหวี่ยงไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้นที่อยู่ในบ้านหลังนี้

“อย่าร้องนะคะน้องเดียร์คนดี พี่ดิวไปแป๊บเดียว เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว ไม่ร้องนะ ไม่สวยเลยเห็นมั้ยคะ” นรากรรีบเช็ดน้ำตาให้น้องสาวสุดที่รัก ใบหน้าหมองเศร้าลงเมื่อไม่มีทีท่าว่าน้องเล็กของบ้านจะหยุดร้องไห้ เธอก็เจ็บปวดนะที่เห็นน้ำตาน้องน้อยแบบนี้

“น้องเดียร์คนสวยขา พี่ดรีมจะรีบไปรีบกลับมานะคะ อย่าร้องไห้สิพี่ไม่ชอบเลย” นริสรากอดนรีกานต์เอาไว้แน่น พลางหอมแก้มไปฟอดใหญ่เพื่อปลอบโยนอีกคน

“ไม่เอาเดียร์ไม่ให้ไป เดียร์ไม่อยากอยู่คนเดียว” นรีกานต์ยังคงงอแงไม่เลิก เธอไม่ชอบอยู่คนเดียวในคฤหาสน์หลังใหญ่มันเหงามากจนเกินไป

“โธ่...ลูกเดียร์ยังมีป้าทับทิมอยู่เป็นเพื่อนนี่คะ ให้พี่ๆไปทำงานให้แม่เถอะนะคะ” คุณนาตยาเริ่มพูดหว่านล้อมนรีกานต์อีกรอบเผื่อจะใจอ่อนเพราะรู้นิสัยไม่ยอมคนของลูกสาวคนเล็กดี

“คุณแม่ใจร้ายที่สุดเลย น้องเดียร์งอนแล้วนะ” นรีกานต์สะบัดหน้าหนีมารดาที่ไม่ยอมทำตามที่เธอขอ เธอไม่มีทางอยู่บ้านคนเดียวแน่นอน

“น้องเดียร์อย่างอนสิคะ พี่สัญญาจะโทรมาคุยด้วยทุกวันเลยนะ” นรากรยิ้มหวานให้คนขี้งอนให้คล้อยตามแต่เปล่าเลยร่างบางกลับรู้ทันพี่สาวคนโต

“พี่ดิวไม่ต้องมาพูดดีเลย อยากไปสวีทหวานกับพี่ฝนสองคนก็บอกมาเถอะ”

“อุ๊ย! รู้ทันซะงั้น” นรากรยิ้มแห้งๆให้น้องสาวจอมฉลาดของเธอ

“เห็นมั้ย น้องเดียร์งอนทุกคนเลย ไม่รักแล้ว”  นรีกานต์ยืนกอดอกไม่ให้ใครเข้ามากอด ใบหน้ายังคงมีน้ำตาไหลนองออกมาเป็นสาย

ระหว่างที่สองสาวฝาแฝดกำลังจะเข้าไปกอดปลอบน้องสาว คุณณรงค์เดินเข้ามาพร้อมสาวร่างสูงใบหน้าหวานคนหนึ่งท่าทางดูทะมัดทะแมงแต่สวยมากเลยทีเดียว

“เกิดอะไรขึ้น ทำไมน้องเดียร์ถึงร้องไห้อย่างนั้นล่ะ”  คุณณรงค์ถามภรรยาและลูกสาวฝาแฝดที่ยืนล้อมตัวหญิงสาวตัวเล็กที่ยังร้องไห้ไม่ยอมหยุด

“น้องเดียร์ร้องไห้เพราะพวกเราจะไปทำงานต่างจังหวัดกันค่ะคุณพ่อ” นรากรเป็นคนตอบคำถามผู้เป็นบิดาเมื่อเห็นทุกคนนิ่งเงียบกันหมด

“โธ่..พ่อก็นึกว่าเรื่องอะไรซะอีก ไม่ต้องห่วงหรอกนะจ๊ะลูกเดียร์ ระหว่างนี้พี่พิมจะมาดูแลลูกเดียร์เอง พ่อขอแนะนำบอดี้การ์ดคนใหม่ของน้องเดียร์ ชื่อพิมพิกาหรือพี่พิมจ้ะ อายุคงใกล้เคียงดิวกับดรีมแหละ”  คุณณรงค์เอ่ยแนะนำหญิงสาวร่างสูงให้ทุกๆคนได้รู้จักเพราะคงต้องอยู่ด้วยกันไปอีกนาน

“คุณสวยจังเลย ฉันชื่อดิว ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”  นรากรส่งสายตาเจ้าชู้ให้สาวหน้าหวานทันทีที่มีโอกาส แม้จะมีแฟนอยู่แล้วแต่ก็ชอบหยอกสาวไปเรื่อยแต่แค่ขำๆเท่านั้นหากอยู่ต่อหน้าแฟนเธอก็ไม่กล้าหรอก แฟนเธอดุจะตายไป

“ดิวน้อยๆหน่อย เดี๋ยวฟ้องฝนให้แหกอกเลยนี่ อย่าถือสาดิวเลยนะคะ ฉันดรีมค่ะเป็นฝาแฝดของดิว ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” นริสราส่งยิ้มให้ร่างสูงอย่างเป็นมิตร

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ เอ่อ..แล้ว” พิมพิกามองไปทางคนตัวเล็กที่ยืนมองเธออยู่ด้วยสายตาไม่เป็นมิตรสักเท่าไหร่

“คนนี้คือน้องเดียร์ คนที่พิมต้องมาดูแล อาฝากลูกสาวด้วยนะหนูพิม”  คุณณรงค์ฝากฝังลูกสาวคนเล็กที่ทุกคนรักและหวงแหนกับพิมพิกาให้ช่วยดูแลเพราะเป็นลูกสาวของนายตำรวจที่เป็นเพื่อนสนิทของเขานั่นเอง  ทุกคนในบ้านต่างวางใจเมื่อรู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่ไว้ใจได้

“พิมจะดูแลเป็นอย่างดีเลยค่ะคุณอา” พิมพิกามองหน้านรีกานต์แถมฉีกยิ้มหวานให้อีกด้วย ร่างบางถึงกับหัวใจกระตุกวาบแต่ก็เชิดหน้าใส่ทำทีไม่สนใจ

อะไรของเค้าส่งยิ้มให้ยังมาทำหน้าเชิดใส่กันอีก นี่ถ้าพ่อไม่บังคับมานะจ้างให้ฉันก็ไม่มาหรอกย่ะ

พิมพิกาแอบจิกกัดร่างบางในใจ แถมยังแอบถอนหายใจเบาๆก่อนจะฉีกยิ้มหวานให้ทุกคน นรีกานต์นิ่งมองรอยยิ้มของพิมพิกาอย่างตกตะลึงในความสวยอีกครั้ง

ยัยบ้านี่เข้ามาในบ้านไม่ถึงสิบนาทีทำให้หัวใจฉันเต้นเร็วเกินไปแล้วนะ เป็นแบบนี้ฉันก็แย่น่ะสิ ไม่ได้ๆต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ไม่งั้นมีหวังได้ให้คุณหมอมาตรวจหัวใจแน่ๆกลัวมันจะวายจัง แต่ทำไมผู้หญิงที่ดูสวยหวานถึงมาเป็นบอดี้การ์ดให้เรานะ เท่จังเลย เฮ้ย...คิดอะไรเนี่ยยัยเดียร์ ไม่ได้ๆอย่าไปคิดฟุ้งซ่านสิ สงบใจใว้นะเดียร์

นับจากที่พิมพิกาย้ายขึ้นไปอยู่ห้องข้างๆของนรีกานต์ห้องที่เคยคิดว่าสงบกลับไม่สงบอย่างที่คิดเพราะเสียงเพลงที่ดังลั่นไปทั่วบ้าน  ทำให้พิมพิกาเดินไปเคาะประตูห้องของสาวตัวเล็กอย่างอารมณ์เสีย เธอไม่เคยยุ่งกับใครก่อนหากว่าไม่จำเป็นดูยัยคุณหนูนี่ทำสิ มันน่านัก... แบบนี้ต้องเจอกันหน่อย

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“.........” เงียบ

ปัง ปัง ปัง ปัง

“คุณช่วยเบาเสียงหน่อยได้มั้ยคะ คุณเดียร์ได้ยินหรือเปล่าเนี่ย” พิมพิกาตบประตูเสียงดังกว่าเดิมแต่ก็ไม่มีวี่แววเจ้าของห้องจะออกมาเปิดประตูให้เธอ ร่างสูงขมวดคิ้วมีเพียงเสียงถอนหายใจของเธอเท่านั้น นอกนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

“อะไรกันวะเนี่ย วันแรกก็เจอฤทธิ์แม่คุณแล้วเหรอจะรอดมั้ยวะเรา โอ๊ยจะบ้าตาย ใครก็ได้ช่วยฉันที” พิมพิกาดึงทึ้งผมของตัวเองเพราะทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายเลยต้องเดินกลับเข้าห้องนอนตัวเองอย่างอารมณ์เสีย

พอพิมพิกาเดินเข้าห้องไปแล้วคนที่แอบอยู่หลังประตูเปิดออกมาอย่างช้าๆ พร้อมเสียงหัวเราะอย่างสะใจที่เห็นอีกคนอารมณ์เสีย

“ฉันจะทำให้เธอปวดหัวยิ่งกว่านี้อีก โทษฐานทำให้หัวใจฉันสั่นไหว”  นรีกานต์ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะผลุบหายเข้าไปในห้องนอนจากนั้นก็ร้องเพลงเสียงดังสนั่นคฤหาสน์หลังใหญ่อย่างอารมณ์ดี

ส่วนคนที่โดนแกล้งได้เอาหูฟังมาอุดหูแล้วนอนพักสายตาจนหลับไปในที่สุด วันนี้คงเป็นวันที่เธอเบื่อหน่ายที่สุดกับการต้อนรับที่เลิศเหลือเกินของคุณหนูเอาแต่ใจ

ถึงเวลาอาหารเย็นนรีกานต์เดินลงมาจากชั้นบนอย่างอารมณ์ดีแต่พอมองไปรอบโต๊ะอาหารในตอนนี้เหลือแค่เธอคนเดียวเท่านั้นที่นั่งกินข้าวอยู่บนโต๊ะกว้างตัวนี้ยิ่งมองก็ยิ่งเศร้าใจ เมื่อไหร่จะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันสักทีนะ เฮ้อ...

“เป็นอะไรหรือเปล่าคุณ หน้าตาดูไม่ค่อยดีเลยนะ”  พิมพิกาเดินมาหยุดข้างๆสาวหน้าคมแล้วเอ่ยถามอย่างห่วงใย

“ยุ่งน่า ฉันจะเป็นอะไรมันก็เรื่องของฉัน”  นรีกานต์หันไปทำตาเขียวใส่ร่างสูงและปล่อยให้ยืนนิ่งอึ้งกับอาการเหวี่ยงของเธอ เชอะ...ใครสนล่ะ

“อะไรอ่ะ ฉันผิดอีกแล้วเหรอเนี่ย แค่เป็นห่วงเองนะ” ร่างสูงเกาหัวตัวเองอย่างงงๆ ไม่เข้าใจอารมณ์ของสาวน้อยคนนี้เลยจริงๆ ผีเข้าผีออกจนไปไม่เป็นเลยแฮะ

นรีกานต์นั่งกินข้าวได้เพียงสองสามคำก็หยุดกินแล้วหันไปออกคำสั่งกับคนที่เดินไปทางห้องครัวเสียงเข้มและห้วนคล้ายหงุดหงิด

“นี่เธอ! มากินข้าวเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ”

“แต่ว่า...” พิมพิกาอ้ำอึ้งก่อนจะเห็นสายตาวาวโรจน์ของสาวน้อย

“มานั่งกินข้าวด้วยกัน” นรีกานต์พูดเสียงเข้มให้อีกคนรีบเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะอย่างรวดเร็ว ด้วยอาการเกร็งเล็กน้อยซึ่งไม่รู้ว่าเกร็งเพราะอะไร

“ค่ะ”  พิมพิกายิ้มแห้งๆและยอมนั่งแต่โดยดี สาวน้อยคนนี้ทำไมถึงดุนักนะ แล้วนี่เธอทำไมต้องกลัวด้วยเนี่ย ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ

“ทำไมถึงมาเป็นบอดี้การ์ดให้ฉันล่ะ” นรีกานต์ถามพิมพิกาแต่ไม่ได้มองหน้าคนที่ถูกถามเลยสักนิดเดียว ร่างสูงชะงักเล็กน้อยแล้วเงยหน้ามาตอบคำถาม

“เรียกว่าผู้ดูแลถึงจะถูกนะคะ  คุณอาณรงค์ท่านบอกว่าช่วงนี้งานเยอะต้องบินไปต่างประเทศบ่อยส่วนพี่ๆของคุณก็ต้องรับผิดชอบงานในบริษัท ทีนี้ก็เหลือคุณที่ต้องอยู่บ้านเพียงคนเดียว ท่านจึงให้ฉันมาดูแลคุณ”   พิมพิกาตอบด้วยเสียงราบเรียบไม่ได้บ่งบอกถึงอารมณ์ใดๆทั้งสิ้น

“เฮ้อ...” เสียงถอนหายใจหนักๆทำให้พิมพิกามองอย่างสงสัยและไม่เข้าใจ

“ถอนหายใจอย่างกับคนแก่แหนะ” พิมพิกาพึมพำพร้อมส่ายหน้าขำ

“เธอว่าใครแก่ ฉันเพิ่ง19 เองนะ เธอสิแก่” นรีกานต์เถียงออกมาอย่างไม่พอใจนักที่ร่างสูงมาหาว่าเธอแก่ ชิ...ใครจะยอมล่ะ

“ฉันเพิ่งอายุ 24 เองนะคุณ ออกจะสวยขนาดนี้จะแก่ได้ไง ไปตรวจสายตาบ้างนะคะ”  พิมพิกายิ้มยียวนให้นรีกานต์ที่กำมือแน่น สาวตัวเล็กโมโหจนหน้าแดงก่ำไปจนถึงใบหูตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครมาทำให้โกรธได้มากขนาดนี้มาก่อนผู้หญิงคนนี้คือใครถึงได้กล้ามาทำให้เธอมีหลากหลายอารมณ์เช่นนี้ เดี๋ยวมาทำให้ใจเต้น เดี๋ยวมาทำให้มีน้ำโหไหนจะอาการวูบวาบแปลกๆนั่นอีก ชักจะเยอะไปแล้วนะ

“คนบ้า! ฉันจะขึ้นข้างบนแล้ว คนอะไรก็ไม่รู้กวนประสาทชะมัด” นรีกานต์เดินขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็วพร้อมเสียงพึมพำที่แอบต่อว่าคนยียวนที่ยังนั่งยิ้มไม่ยอมหุบ

“หึ! คนอะไรเอาแต่ใจจริงแท้แต่ต่อปากต่อคำกับยัยคุณหนูนี่สนุกจังแฮะ น่ารักดี”  พิมพิกาอมยิ้มสายตายังคงทอดมองตามคนขี้วีนที่เดินจากไป อย่างนี้ค่อยน่าทำงานให้หน่อย สาวน้อยแสนสวยกับอาการขี้วีน แค่นี้ทุกวันของเธอที่บ้านหลังนี้คงไม่น่าเบื่ออีกต่อไปแล้วล่ะ

“คนบ้าคนกวนประสาท ทำไมต้องมาเจอยัยบ้าคนนี้ด้วยนะ คอยดูฉันจะแกล้งซะให้เข็ดเลย บ้าๆๆ หงุดหงิดๆๆ  ร้องคาราโอเกะคลายเครียดดีกว่า” ร่างบางหันไปกดทีวีและเครื่องเล่นเพื่อร้องเพลง กิจวัตรที่ชอบทำยามอารมณ์เสียของคุณหนูจอมวีนนั่นคือปลดปล่อยไปกับเสียงเพลง ยิ่งเปิดเสียงดังเท่าไหร่อารมณ์ยิ่งเย็นลงเร็วมากเท่านั้น

 พิมพิกาเดินขึ้นมาชั้นสองอีกครั้งหลังจากทานข้าวเย็นเสร็จ พอเดินผ่านหน้าห้องของสาวตัวเล็ก พิมพิกาเลยหยุดยืนพิงผนังห้องและยืนนิ่งๆฟังนักร้องเสียงดีที่ร้องเพลงรักได้เพราะจับใจ

“ยัยคุณหนูร้องเพลงเพราะจังเลยแฮะ นึกว่าจะกรี๊ดเป็นอย่างเดียวซะอีก”

พิมพิกาอมยิ้มและยังยืนฟังเสียงของนรีกานต์ไปเรื่อยๆอย่างเพลิดเพลิน จนเสียง เพลงหยุดลงเธอจึงเดินกลับเข้าไปในห้องนอนพร้อมรอยยิ้มกว้างอย่างไม่รู้ตัว

นรีกานต์ล้มตัวลงนอนที่นอนนุ่มและใช้ความคิดอย่างหนักเธอจะเริ่มแกล้งคนบ้าคนนี้ยังไงดีนะ คิดไปคิดมาจนเผลอหลับไปตอนไหนไม่อาจทราบได้ ราตรีนี้คงจะทำให้นรีกานต์ฝันถึงแผนที่จะแกล้งพิมพิกาเท่านั้นแหละมั้ง

ตอนเช้านรีกานต์ยังนอนหลับใหลอยู่บนเตียงนอน เพราะไม่มีใครอยู่ที่บ้านให้เธอตื่นมาเล่นด้วยสักคน ร่างบางยังคงนอนหลับฝันดีในฝันเธอเห็นตัวเธอกับพิมพิกากำลังมีความสุขด้วยกัน พวกเธอกำลังพลอดรักกันอยู่ในห้องนอนซึ่งหากดูให้ดีๆในห้องนอนนั้นจะเป็นของนรีกานต์เอง  ร่างบางยิ้มเมื่อสิ่งที่เธอต้องการกำลังลอยเด่นตรงหน้าของเธอนั่นคือริมฝีปากสวยของร่างสูงที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

พิมพิกาประทับริมฝีปากลงไปจูบนรีกานต์อย่างหนักหน่วง ร่างบางเผยอริมฝีปากให้อีกคนได้ชิมความหวานในโพรงปากของเธอ มือเรียวยาวของร่างสูงสอดเข้าไปอยู่ใต้เสื้อที่นรีกานต์สวมใส่ พอมองสบตากันและกันใบหน้าของทั้งสองก็แดงระเรื่อ นรีกานต์โน้มคอของพิมพิกามาจูบอีกครั้ง แต่...

“คุณ คุณตื่นได้แล้ว”  พิมพิกามองใบหน้าเคลิบเคลิ้มของร่างบางที่นอนอมยิ้มอยู่บนเตียงอย่างงงๆ ไม่รู้อีกคนกำลังฝันหวานอะไรอยู่หรือเปล่า

“อือ...” นรีกานต์อมยิ้มและเผลอครางออกมาเล็กน้อยแต่คนฟังกลับใจกระตุก

“หือ...เสียงเซ็กซี่ซะด้วยแฮะ ฝันอะไรอยู่นะ” พิมพิกาอมยิ้มแล้วนั่งขอบเตียงก่อนจะก้มลงไปกระซิบที่ข้างหูของนรีกานต์เสียงหวาน

“เดียร์จ๋า ตื่นได้แล้วนะจ๊ะ”

“อือ... พี่พิมขา” นรีกานต์ยังคงหลับตาพริ้มแต่ว่าปากดันเรียกชื่อพิมพิกาออกมา

“ฝันถึงเราอยู่หรือเปล่านะ ลองอีกครั้งดีกว่า”  พิมพิกาโน้มตัวลงไปกระซิบข้างๆหูคนนอนหลับฝันหวานอีกครั้ง

“น้องเดียร์จ๋า ตื่นลืมตามามองพี่สิคะคนดี”  พิมพิกาแอบหัวเราะคิกคักที่แกล้งคนหลับได้สำเร็จ สายตาจดจ้องไปที่ใบหน้าคมสวยที่เริ่มขยับเปลือกตา

“พี่พิมขา” นรีกานต์ค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆแต่ยังเบลอเล็กน้อย สมองสั่งงานช้าลงเพราะยังครึ่งหลับครึ่งตื่น พอมองคนที่นั่งอยู่ข้างเตียงเธอจึงส่งยิ้มหวานหยดย้อยไปให้แต่พอมาคิดดูอีกทีเธอยังฝันอยู่จริงๆเหรอ

สายตาฝ้าฟางเพราะเพิ่งตื่นนอน ทำให้นรีกานต์ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ในโลกแห่งความจริงหรือว่าโลกแห่งความฝัน ร่างสูงเลิกคิ้วงงกับอาการของคุณหนูจอมวีน  ส่งยิ้มหวานมาให้เธอทำไมกัน เอ้...หรือจะเป็นไข้เลยเพ้อ

“คุณเป็นอะไรคะ ไม่สบายหรือเปล่า”

“หือ“ เฮ้ย! คุณเข้ามาในห้องฉันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” นรีกานต์ปรับสายตาให้ชัดขึ้นแล้วเด้งตัวขึ้นมานั่งอย่างตกใจเมื่อเห็นใบหน้าอีกคนอยู่ตรงหน้าเธอ

“เฮ้ยๆ เห็นหมดแล้วคุณ”  พิมพิกาเบิกตาโตมองหน้าอกอิ่มของนรีกานต์ที่กระดุมชุดนอนของร่างบางหลุดลุ่ยจนเห็นเนินอกสวย

“ว้าย! ออกไปข้างนอกเลยนะคนบ้า”  นรีกานต์รวบคอเสื้ออย่างเร็วและตะโกนไล่อีกคนเสียงดังด้วยอาการเขินอาย ใบหน้าเริ่มร้อนผ่าวจนตัวเริ่มแดงตามไปด้วย

“ไปก็ได้ รีบๆอาบน้ำนะคุณ อย่าช้าล่ะ”  พิมพิกายิ้มทะเล้นให้ร่างบางก่อนจะมองไปที่หน้าอกอิ่มอีกครั้งเชิงหยอกล้อ

“รีบออกไปเลย คนบ้ากาม”  นรีกานต์เอาหมอนขว้างพิมพิกาแต่ว่าร่างสูงหลบได้ทันอย่างฉิวเฉียด

พิมพิกายืนพิงบานประตูและถอนหายใจออกมาแรงๆ หัวใจเธอเต้นระรัว ร่างกายร้อนวูบวาบไปทั้งตัว  ส่วนนรีกานต์ได้แต่กัดผ้าห่มอยู่บนเตียง ยิ่งคิดถึงความฝันยิ่งรู้สึกอายขึ้นมาจนใบหน้าร้อนผ่าว อยากจะกรี๊ดให้ลั่นบ้านไปเลย ฮือ ฮือ ฮือ อายอย่างแรง

++++++++++++++++++++

เรื่องนี้ NC มีเยอะพอสมควร อันไหนลงไม่ได้ขอตัดผ่านเหมือนเดิมนะคะ
เรื่องนี้นำมารีไรท์ใหม่นะคะ เคยอ่านแล้วก็เข้ามาอ่านอีก อิอิ เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น

  1. #14 Pea (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 18:09
    วันเดียวก็ฝันถึงเค้าแล้ว
    #14
    0
  2. #2 เล็กหมูน้อย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 21:38
    น้องเดียร์ถึงกับฝันหวานเลยนะ
    #2
    0