บอดี้การ์ดดูแลหัวใจ

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 12 เสียงมันชัดเจน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 946
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    2 มี.ค. 60

คณะแพทย์กลับมาถึงที่โรงเรียนอย่างปลอดภัย นรากรรีบเดินไปหาน้องสาวสุดที่รักทันทีด้วยความเป็นห่วง

“เดียร์เป็นยังไงบ้าง เหนื่อยมั้ยจ๊ะ” นรากรถามนรีกานต์อย่างห่วงใย เมื่อน้องน้อยของเธอก้าวเดินมาอย่างกับคนหมดแรง

“เหนื่อยเอาเรื่องเหมือนกันค่ะพี่ดิว  แถมยังเจอเหตุการณ์คนเมายาบ้าจับเด็กเป็นตัวประกันอีก น่ากลัวมากๆเลยค่ะ”

“แล้วเด็กเป็นยังไงบ้างคะ”  ภาวิณีถามอย่างตกใจเพราะเธอไม่เคยเจอเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อน

“ปลอดภัยค่ะ พี่พิมช่วยเอาไว้ได้ทัน”  นรีกานต์หันไปส่งยิ้มให้คนรักที่ยืนยิ้มบางๆให้เธอ นรีกานต์รู้ว่าคนรักคงเหนื่อยไม่น้อยเหมือนกันดูจากใบหน้าที่อ่อนล้า

“เก่งจังเลยพิมแล้วนี่พิมเจ็บตรงไหนรึเปล่าจ๊ะ” ภาวิณีเดินไปจับเพื่อนสาวหันซ้ายหันขวา นรีกานต์มองตามแต่ยิ้มออกมาไม่ได้หึงหวง คงเป็นเพราะภาวิณีคือแฟนพี่สาวของเธอมั้ง ตัวเธอเองก็สนิทกับภาวิณีจึงไม่ได้คิดมากอะไร

“ไม่เจ็บหรอก ฝนก็รู้ฝีมือเราไม่ใช่เหรอ แค่นี้จิ๊บๆ”  พิมพิกายิ้มให้ภาวิณี หญิงสาวหมั่นไส้พิมพิกาเลยหยิกแก้มเบาๆส่ายไปส่ายมาอย่างหยอกล้อ

นรีกานต์เห็นภาวิณีหยอกล้อพิมพิกาก็เริ่มหน้าตึงขึ้นมาเล็กน้อย  นรากรที่มองอยู่ก็เช่นกัน ตอนแรกว่าจะไม่หึงไม่หวงเพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนรักกัน แต่เพื่อนรักไม่ควรจะใกล้ชิดกันมากแบบนี้ เมื่อสถานะไม่โสดกันแล้ว

“จ้ะๆ รู้ว่าเก่งแต่ดูแลตัวเองบ้างนะ อย่าเอาตัวเองไปเสี่ยงล่ะ ฝนเป็นห่วง” ภาวิณีกอดพิมพิกาไว้ซึ่งมันทำให้ต่อมหึงหวงของสองพี่น้องทำงานในทันที หลังจากที่ยืนหน้าตึงอยู่นาน นรีกานต์เองก็หวงแฟนสาวไม่น้อย

“เอ่อ...ฝน ดิวว่าให้คุณพิมไปพักผ่อนดีกว่านะจ๊ะ เดียร์พาคุณพิมไปพักเถอะนะ”  นรากรจับคนรักกับสาวหน้าหวานแยกออกจากกัน  นรีกานต์จึงรีบทำตามอย่างรวดเร็วเพราะคิดว่าดีเหมือนกันเธอชักหวงพี่พิมของเธอขึ้นมาแล้ว

“พิมขอตัวก่อนนะคะ เดียร์ไปอาบน้ำกันเถอะ พี่เหนียวตัวจะแย่แล้วค่ะ”  พิมพิกาจูงมือนรีกานต์ให้เดินไปด้วยกันโดยลืมไปว่านรากรยังคงยืนมองอยู่ที่เดิมแถมยังขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นทั้งสองสาวจับมือกัน  นรากรจะเดินเข้าไปแยกทั้งสองสาวออกแต่ภาวิณีรั้งแขนเอาไว้ก่อน

“ดิวคะ อย่าหวงน้องให้มากนักเลยค่ะ ฝนมั่นใจว่าพิมรักน้องเดียร์จริงๆ เพื่อนของฝนคนนี้นิสัยดีที่หนึ่งเลยนะคะ” ภาวิณียิ้มหวานให้คนรักเมื่อพูดจบ

“ก็ได้ค่ะ แต่ขอให้ดิวแน่ใจมากกว่านี้หน่อยแล้วกัน  เราไปอาบน้ำกันบ้างดีกว่านะฝน จะได้ไปดูเดียร์ด้วยเผื่อจะทำอะไรนอกลู่นอกทาง”

“เฮ้อ! เอาอีกแล้ว ก็ได้แต่อย่าทำอะไรนอกเหนือจากแอบดูนะ” ภาวิณีส่ายหน้าไปมานึกระอากับอาการหวงน้องสาวของคนรักมากมาย

“รู้แล้วค่ะ พวกเราแค่ไปสังเกตการณ์เฉยๆไม่ทำอะไรรุนแรงแน่นอน ถ้าไม่จำเป็น” นรากรส่งยิ้มให้คนรักและเอ่ยเสียงเข้มประโยคสุดท้าย

 พิมพิกากับนรีกานต์ยังคงอาบน้ำด้วยกันเหมือนเดิมในห้องหลังสุด นรากรกับภาวิณีที่ตามเข้ามากำลังจะก้าวเข้าไปในห้องน้ำต้องหยุดยืนนิ่งตัวแข็งทื่ออยู่ที่เดิม เพราะถ้อยคำอันล่อแหลมของทั้งสองสาวที่อยู่ในห้องน้ำกันสองคน

“โอ๊ยเจ็บ! พี่พิมเบาๆมือหน่อยสิคะ” เสียงนรีกานต์พูดคล้ายเจ็บปวดจากอะไรสักอย่าง ทำให้อีกสองสาวที่แอบฟังเบิกตาโตและมองหน้ากันอย่างตกตะลึง

“พี่ขอโทษ เดียร์ทนเจ็บหน่อยนะ พี่จะรีบทำให้เร็วที่สุด เดียร์จะได้ไม่เจ็บมาก”

“โอ๊ย! พี่พิม”   มือเรียวของนรีกานต์จับขอบประตูห้องอาบน้ำเอาไว้แน่น ปากร้องครางซี๊ดซ๊าด ใบหน้าแหงนเงยขึ้นมองเพดาน ริมฝีปากล่างถูกกัดจนเริ่มเจ็บ

“ทนอีกนิดนะคะคนเก่ง เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว”  พิมพิกานั่งคุกเข่ากับพื้นเงยหน้ามาพูดกับคนรักเสียงหวานเพื่อให้อีกคนคลายความเจ็บปวด

“อย่าลีลาสิ เดียร์ทนไม่ไหวแล้วนะคะ” นรีกานต์พูดเสียงเข้มดุคนรัก

“โธ่...เดียร์จ๋า พี่รักเดียร์มากนะคะ”  พิมพิกาเงยหน้าสบตาคนรักและรอจนอีกคนเผลอเคลิ้มไปกับคำบอกรักของเธอ

“คะ“ พี่พิมมาพูดอะไรตอนนี้” กร๊อบ “โอ๊ย! เจ็บ”  นรีกานต์ร้องเสียงหลงอย่างดัง ใบหน้าเหยเกและมองคนรักที่เลิกคิ้วมองเธอเชิงถามว่าเป็นยังไงบ้าง

“เสร็จแล้วไงคะ ร้องซะห้องน้ำแทบแตกเลย” พิมพิกาลุกขึ้นยืนและส่งยิ้มให้คนรักแถมเช็ดเหงื่อที่ซึมออกมาตามไรผมให้อย่างอ่อนโยน

“พี่พิมแกล้งเดียร์หรือเปล่าคะ”

“แกล้งที่ไหน ใครจะกล้าแกล้งเจ้าหญิงตัวน้อยของพี่ล่ะคะ พี่พยายามเบามือแล้วนะคะเนี่ย” พิมพิกาส่งยิ้มหวานให้คนหน้างอและลูบหลังอีกคนอย่างปลอบโยน

“เบาที่ไหน เดียร์เจ็บไปหมดเลย ถ้าพรุ่งนี้ระบบจนเดินไม่ได้นะ พี่พิมต้องอุ้มเดียร์ทั้งวันเลย” นรีกานต์ทำเสียงงอนสาวหน้าหวานที่หัวเราะขำอย่างชอบใจ

“อุ้มทั้งวันเลยเหรอคะ พี่ไหวอยู่แล้ว เราน่ะตัวเล็กนิดเดียวเอง”

พิมพิกาและนรีกานต์ยังพูดหยอกล้อกันอยู่ในห้องอาบน้ำ โดยไม่ได้สนใจคนที่มาใหม่ นรากรกำหมัดขบกรามแน่นเสียงมันชัดเจนมากขนาดนี้ในห้องน้ำส่วนรวมยังกล้าทำอะไรแบบนี้อีกเหรอเนี่ย นรากรก้าวไปกระชากประตูที่ทั้งสองสาวยืนคุยกันอยู่อย่างแรงจนเศษไม้ล็อคประตูหลุด อารมณ์โมโหมีมากกว่ามารยาทที่ควรขออนุญาตก่อน

“พวกเธอทำอะไรกัน” นรากรพูดเสียงดังจนทั้งสองสาวสะดุ้งเฮือกตกใจ

“พี่ดิวมาอาบน้ำเหมือนกันเหรอคะ”  นรีกานต์หายตกใจจึงหันไปยิ้มให้นรากร แต่ทำไมใบหน้าพี่สาวเธอถึงดุจังนะ เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะเนี่ย

“เดียร์! พี่ถามว่าทำอะไรกันอยู่ฮะ”  นรากรพูดเสียงเข้มพยายามข่มอารมณ์อย่างเต็มที่ เธออยากฟังความจริงจากปากของน้องสาวมากกว่าจะตัดสินเอง

“ทำอะไรคะ“” ร่างบางทำหน้างง คิ้วขมวดติดกันแทบจะผูกเป็นปม

“งามหน้ามั้ยฮะ มาทำอะไรกันในห้องอาบน้ำสาธารณะแบบนี้ คุณพิม..ทำไมคุณถึงทำแบบนี้” นรากรพยายามเดินตรงเข้าไปหาพิมพิกาแต่ภาวิณีรั้งตัวคนรักเอาไว้ก่อนเพราะไม่อยากให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตไปมากกว่านี้

“เดี๋ยวนะคะ เราไม่ได้ทำอะไรอย่างที่คุณคิดนะ น้องเดียร์ลื่นแล้วข้อเท้าแพลง พิมเลยช่วยนวดและดึงให้เข้ารูป ดูสิคะ ข้อเท้าเดียร์ยังบวมอยู่เลย”  พิมพิกาอธิบายจบก็ชี้ไปที่ข้อเท้าของคนรักที่บวมแดงเล็กน้อย

“แล้วทำไมต้องพูดอะไรให้น่าคิดด้วยล่ะ เสียงร้องอย่างกับ เอ่อ...” นรากรยังเถียงข้างๆคูๆและทำหน้าแห้งๆเมื่อเห็นสายตาเยือกเย็นของนรีกานต์ที่จ้องมองมา หน้าตาก็สวยแต่ตาดุชะมัดน้องสาวใครวะ

“ใจเย็นๆสิ น้องเดียร์อธิบายมาสิคะ  เสียงน้องเดียร์มันชัดเจนจนพวกพี่คิดไปไกลถึงไหนต่อไหนเลยนะคะ” ภาวิณีปรามคนรักและถามนรีกานต์เพื่อให้อธิบายเรื่องนี้

“เดียร์เจ็บข้อเท้าจริงๆนี่คะ อีกอย่างพี่พิมลีลาเยอะ นวดๆคลำๆอยู่ได้ตั้งนานแถมยังมาบอกรัก... อุ๊บ!”  นรีกานต์รีบเอามือปิดปากและหันไปมองพี่สาว เธอเผลอออกมาจนได้สิน่าเอาไงดีล่ะทีนี้

“คุณพิมบอกว่ารักน้องเดียร์ พี่ได้ยินหมดแล้ว พวกเธอสองคนคบกันอยู่ใช่มั้ย“” นรากรมองหน้าพิมพิกาสลับกับนรีกานต์ด้วยสีหน้าจริงจัง

“คุณดิวคะ ฉันจริงจังกับน้องสาวคุณจริงๆนะคะ”   พิมพิกาก้าวเดินมาเผชิญหน้ากับนรากรอย่างกล้าหาญ นรีกานต์จับมือร่างสูงไว้แน่นเพื่อส่งกำลังใจมาให้

“พี่ไม่เคยเห็นเดียร์มีความรักมาก่อน กับคุณพิมเดียร์จริงจังแค่ไหน” นรากรหันมาถามนรีกานต์เสียงเข้มและจ้องมองอย่างจริงจังเพื่อค้นหาคำตอบ

“เดียร์จริงจังมากค่ะ เดียร์รักพี่พิมมาก” น้ำเสียงจริงจังที่เอ่ยออกมาไม่มีแววลังเลแม้แต่น้อย ทำให้ผู้เป็นพี่สาวพยักหน้าหงึกหงักอย่างจำยอม

“คุณเป็นคนดีนะคุณพิม หากคุณรักน้องสาวฉันจริงๆ  ฉันขอฝากน้องสาวฉันด้วยแต่วันใดที่คุณทำน้องสาวฉันเสียใจ คุณก็อย่าหวังว่าจะมีความสุขอีกเลย เข้าใจใช่มั้ย”  นรากรขู่พิมพิกาหน้าตาไม่มีแววพูดเล่นสักนิด นรีกานต์คือทุกอย่างที่คนในบ้านรักมากที่สุด เปรียบเสมือนเจ้าหญิงตัวน้อยเลยก็ว่าได้ที่ทุกคนค่อยตามใจและเอาใจ

“หากฉันทำให้เดียร์เสียใจ วันนั้นคุณดิวมาเอาชีวิตของฉันไปได้เลย  ฉันยินดีมอบให้คุณ ฉันจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าฉันรักน้องสาวของคุณเท่าชีวิตจริงๆ”  พิมพิกากระตุกยิ้มอย่างมั่นใจและมองสบตากับนรากรอย่างจริงจังด้วยใจที่หนักแน่น

“โคตรเท่เลยพิม ฝนไม่ได้เห็นพิมเท่แบบนี้มานานแล้วนะ ชอบจังเลยอ่ะ เท่มาก”   ภาวิณียิ้มกว้างและทำตัวกระดี๊กระด๊า ทำให้นรากรรู้สึกหึงขึ้นทันใด

(แหม...แฟนยืนอยู่ตรงนี้ดันไปชมผู้หญิงคนอื่นอีกมันน่านักนะ)

“พอเลยฝน ดิวชักจะหึงแล้วนะไปอาบน้ำกันเถอะ” นรากรเดินเข้าไปในล็อกถัดไปเพื่ออาบน้ำโดยไม่ลืมลากคนรักเข้าไปอาบด้วยกัน

“รีบอาบน้ำเถอะเดียร์ พี่ชักจะหนาวแล้วล่ะ”

“นั่นสิคะ พี่พิมขนลุกใหญ่แล้วค่ะ อิอิ”

พออาบน้ำเสร็จทั้งสี่สาวจึงพากันมานั่งบนที่นอน  นรากรมองที่นอนผืนบางอย่างหนักใจ อากาศอันหนาวเย็นคงทำให้เธอนอนไม่หลับตลอดทั้งคืนแน่แถมที่นอนยังบางจนน่าใจหายอีกด้วย

“พี่ดิวพี่ฝนนอนได้มั้ยคะ เอาฟูกของเดียร์ไปนอนก็ได้”  นรีกานต์มองพี่สาวทั้งสองที่นั่งมองที่นอนผืนบางอยู่นานจึงเอ่ยถามออกมาอย่างห่วงใย

“แล้วเดียร์จะนอนยังไงล่ะคะ พื้นมันแข็งมากเลยนะ อากาศก็หนาวด้วย”  นรากรเอ่ยอย่างเป็นห่วงน้องสาว เธอไม่ได้เตรียมการอะไรมาเลย พอเช้าเธอก็เก็บเสื้อผ้าแล้วบึ่งรถมาที่นี่เลย

“เดียร์นอนกับพี่พิมก็ได้ค่ะ เราเอามาสองชุด” นรีกานต์ส่งยิ้มใสซื่อให้พี่สาว ไม่ได้คิดมากอะไรแต่นรากรหันกลับไปมองน้องสาวคอแทบเคล็ด

“ไม่ได้นะ! งั้นเดียร์มานอนกับพี่ก็แล้วกัน” นรากรมองไปทางพิมพิกาอย่างไม่ไว้ใจ พิมพิกาแอบคิดในใจว่า

สายเกินไปแล้วล่ะค่ะ อย่าห้ามซะให้ยากเลยคุณพี่เมีย อิอิ

“อ้าว! งั้นฝนต้องไปนอนกับพิมสิคะ” ภาวิณีหันไปช่วยเพื่อนสาวบ้าง เธอขยับเข้าไปหาพิมพิกาอย่างรวดเร็วเพื่อกระตุ้นต่อมหึงของคนรัก พิมพิกามองเพื่อนรักที่ขยับมาก็พอจะรู้แล้วว่าเพื่อนรักจะทำอะไรต่อ เธอจึงวาดแขนกอดเพื่อนสาวทันที  ดูสิว่าสองพี่น้องจะทนต่อความหึงหวงได้หรือเปล่า

“ไม่ได้นะคะ! คนนี้เดียร์หวงถึงพี่ฝนเป็นเพื่อนรักพี่พิมแต่เดียร์ก็หวง พี่ดิวอย่ามากเรื่องได้มั้ยคะ พี่พิมกับเดียร์เราเป็นแฟนกันนะ หรือพี่ดิวอยากให้แฟนพี่ไปนอนกอดกับแฟนเดียร์ล่ะ เดียร์ไม่ยอมหรอกนะ”  นรีกานต์พูดออกมาเป็นชุดจนนรากรหน้าเหวอนั่งอ้าปากค้างและส่ายหน้ารัวๆ ภาวิณีกับพิมพิกาแอบสบตากันอย่างพอใจในผลงาน

“ไม่เอาค่ะไม่เอา งั้นเราแยกย้ายกันนอนเถอะพี่ง่วงแล้วล่ะ ฝนจ๋ามานอนกันเถอะนะ พรุ่งนี้เราต้องกลับกรุงเทพฯกันแต่เช้านะที่รัก”

“ทำไมกลับเร็วจังเลยล่ะคะ” ภาวิณีเลิกคิ้วถามอย่างข้องใจ

“พอดีดิวมีงานด่วนเข้ามาค่ะ ดรีมโทรมาตามตั้งแต่บ่ายแล้วล่ะ”

“เหรอคะ น่าเสียดายจัง ฝนยังไม่ได้เที่ยวสักกะที่เลย” ภาวิณีทำหน้าหมองเศร้าที่เธอยอมมาด้วยเพราะคิดว่าจะได้ไปสวีทกับคนรักสองต่อสอง เฮ้อ...อดเลย

“เอาไว้เรามาเที่ยวกันคราวหน้าแล้วกันนะที่รัก มานอนเถอะ ฝันดีนะน้องเดียร์”  นรากรดึงคนรักเข้ามาในอ้อมกอดเพราะอากาศที่หนาวเหน็บ ทำให้ต้องนอนเบียดๆกันไว้เพื่อคลายความหนาว

“ฝันดีค่ะทุกคน”  นรีกานต์บอกพี่ๆทุกคนและจัดที่นอนให้เรียบร้อย ร่างสูงช่วยคนรักจัดที่นอนให้ดีๆแล้วล้มตัวลงนอน

พิมพิกาขยับเข้าไปใกล้ร่างบางและกอดเอาไว้แน่น นรีกานต์ซุกตัวในอ้อมกอดอุ่นของคนรัก พิมพิกากดจูบที่หน้าผากมนของคนรักและเลื่อนใบหน้าลงไปจูบริมฝีปากได้รูปของนรีกานต์เบาๆแล้วนวดคลึงกันอยู่พักใหญ่  ความมืดมิดของอาคารเรียนเก่าๆไม่มีแสงใดเล็ดลอดเข้ามาได้เลย  ถ้าหากว่ามีใครยังไม่หลับคงไม่เห็นว่าทั้งสองสาวกำลังทำอะไรอยู่ใต้ผ้าห่ม แต่พิมพิกาเลือกที่จะจูบคนรักเพื่อกู๊ดไนท์เท่านั้น  ทั้งสองสาวกอดกันกลมและพากันเข้าสู่ห้วงนิทราด้วยความเหนื่อยล้าที่เผชิญมาตลอดทั้งวัน

ภายใต้ความมืดมิดยามราตรีไม่ไกลจากตัวอาคารเรียนมากนัก มีกลุ่มคนแอบซุ่มดูความเคลื่อนไหวของคนที่พักผ่อนอยู่ในอาคารเรียน  สายตาของคนกลุ่มนั้นมองไปที่ตำรวจห้านายและชาวบ้านบางส่วนที่ยืนตรวจตราอยู่รอบๆอาคาร

“คืนนี้พวกมันโชคดีไป เรากลับไปวางแผนกันก่อนดีกว่าป่ะ ยังไงเราต้องเอาตัวนังนั่นไปให้ท่านให้ได้”

“ทำไมไม่ฆ่าพวกมันเลยล่ะลูกพี่ พวกมันมีแค่สิบคนเอง  พวกเราฆ่าได้สบายๆอยู่แล้ว” ลูกน้องคนหนึ่งพูดอย่างหมั่นเขี้ยวและอยากฆ่าคน

“ไอ้โง่... ถ้าฆ่าพวกมันตายมันก็ตามตัวเราเจอง่ายๆแถมยังดังอีก แต่ถ้าเราจับแค่ผู้หญิงคนนั้นไปให้ท่าน กว่าพวกมันจะรู้ว่านังนั่นหายไปเราก็เผ่นกันไปไกลแล้ว”

“เข้าใจแล้วครับลูกพี่ ผมดีใจมากเลยครับ ที่มีพี่เบิ้มเป็นลูกพี่ผม พี่ฉลาดจริงๆ”

“หึหึหึ พรุ่งนี้เราก็จะได้เงินก้อนโตจากงานนี้ เตรียมตัวรวยได้เลยพวกเรา”  ไอ้เบิ้มหัวเราะได้น่าเกลียดมากในความคิดของลูกน้องแต่ก็ทำเป็นยิ้มตามลูกพี่ไม่งั้นมีหวังถูกตบกะบาลแยกเป็นแน่

 

ตอนเช้านรากรกับภาวิณีเดินทางกลับกรุงเทพฯแต่เช้า  นรีกานต์ก็ไปช่วยอาจารย์หมอตรวจคนไข้เหมือนเดิม วันนี้พิมพิกาไม่มีงานอะไรให้ทำมากนัก  เธอจึงรับอาสาไปตลาดกับพวกแม่บ้านที่มาทำอาหารให้พวกเธอได้ทานทันที

พิมพิกาขับรถมาถึงตลาดเล็กๆไม่ไกลจากหมู่บ้านมากนัก เธอยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้กลุ่มแม่บ้านเพราะอยากให้ซื้อของมาเก็บไว้ให้ได้อีกสามวันจะได้ไม่ต้องขับรถมาอีก พอแม่บ้านเดินเข้าไปในตลาด พิมพิการีบโทรศัพท์หาปีเตอร์ทันที   รอสายสักพักปลายสายก็กรอกเสียงกลับมา

“ฮัลโหลครับ บอส”

“ท่านบดินทร์จะส่งยาวันนี้ 10 โมงใช่มั้ย“”

“บอสรู้ได้ยังไงครับ ท่านบดินทร์กันพวกผมไม่ให้ตามไปด้วย เลยไม่รู้ว่าท่านไปส่ง ของกันที่ไหน ตอนนี้ท่านออกไปข้างนอกพร้อมลูกน้องแล้วครับ”

“หึ ฉันคิดว่าฉันคงพลาดที่ดันไปบอกลูกเสือให้ไปเตือนพ่อเสือ” พิมพิกานึกถึงคนที่เธอบอกเรื่องท่านบดินทร์ให้ทราบ

“หมายความว่ายังไงครับบอส”

“ตำรวจที่ชื่อสัตยา ดันเป็นลูกน้องของท่านน่ะสิ  เมื่อวานฉันจับคนร้ายได้คนหนึ่งมันบอกเรื่องขนยาให้ฉันฟัง ฉันว่าป่านนี้มันคงเป็นศพแล้วล่ะ  ตอนนี้นายถอนกำลังมาให้ฉัน 4-5 คนสิปีเตอร์ ฉันคิดว่ามันไม่น่าปล่อยฉันไปแน่ ฉันรู้สึกเหมือนมีคนตามฉัน”

“ได้ครับบอส ตอนนี้บอสอยู่ตรงไหนครับ”

“อยู่ตลาดใกล้หมู่บ้านนี่แหละ รีบส่งคนมาด่วนเลยนะ ดูท่าจะงานเข้าซะแล้วล่ะ”  พิมพิกามองไปทางรถกระบะที่ตามเธอมาตลอดทาง ดีที่ตลาดนี้มีผู้คนพลุกพล่านพวกมันยังคงไม่กล้าลงมือทำอะไรแต่ถ้าขับรถกลับหมู่บ้านเมื่อไหร่ นั่นล่ะโอกาสพวกมัน

ผ่านไปเกือบชั่วโมงแม่บ้านกลับมาที่รถ แต่ละคนขนข้าวของไปไว้ที่หลังรถกระบะ พิมพิกามองไปทางรถกระบะคันนั้นพวกมันขับออกไปแล้ว มันคงจะไปดักเธอที่ทางเข้าหมู่บ้านแน่เพราะที่นั่นมันเปลี่ยวมากจะทำอะไรย่อมสะดวกกว่าที่นี่ พิมพิการีบต่อสายหาลูกน้องอีกครั้ง

“ปีเตอร์ คนของเราอยู่ตรงไหนแล้ว”

“ใกล้ถึงหมู่บ้านแล้วครับ อีกไม่เกิน 20 นาทีครับบอส”

“ดี พวกมันไปดักรอฉันที่ปากทางหน้าหมู่บ้านแน่ๆ”

“ระวังตัวด้วยนะครับบอส”  ปีเตอร์บอกเจ้านายสาวอย่างห่วงใย แม้จะถูกสลัดรักแต่พิมพิกาก็คือเจ้านายที่แสนดี คนที่เขาต้องปกป้องแม้ตัวตายก็ยอมพลีเพื่อเธอคนนี้

“อือ...ขอบใจนะ แค่นี้ก่อนแล้วกัน ฉันต้องพาพวกป้าๆกลับหมู่บ้านแล้วล่ะ”

“ครับบอส”

พิมพิกาขับรถไปเรื่อยๆอย่างไม่รีบร้อนนัก สายตาสอดส่ายมองตามข้างทางอย่างระแวดระวังจนมาถึงปากทางหมู่บ้านซึ่งเธอเดาไม่ผิดเพราะรถกระบะคันนั้นจอดซุ่มอยู่ข้างพุ่มไม้ เมื่อรถเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ กลุ่มชายฉกรรจ์ 5 คนถืออาวุธปืนครบมือมายืนขวางทางรถไว้ทันที

รถกระบะของพิมพิกาค่อยๆจอดตามที่กลุ่มคนร้ายสั่ง  กลุ่มแม่บ้านที่มาด้วยต่างกรีดร้องด้วยความตกใจเมื่อเห็นคนถืออาวุธอยู่หน้ารถ  พิมพิกาหันไปบอกให้ทุกคนอยู่แต่ในรถและห้ามลงไปเด็ดขาด พอสั่งเสร็จเธอก็รีบก้าวลงไปจากรถอย่างระวัง

“พวกแกต้องการอะไร” พิมพิกาเอ่ยถามคนร้ายเพื่อถ่วงเวลารอลูกน้องของเธอ

“ไปกับเราซะดีๆน้องสาว นายของพวกเราอยากคุยกับน้องหน่อย”  ไอ้เบิ้มเอ่ยพูด เสียงยียวนแต่สายตากำลังแทะโลมสาวหน้าหวานอย่างจาบจ้วง

“พวกแกจะพาฉันไปไหน นายแกที่ว่านี่ใช่ท่านบดินทร์หรือเปล่าล่ะ”  พิมพิกามองสายตาคนร้ายแล้วก็รู้สึกขยะแขยง เธอไม่ชอบสายตาจาบจ้วงของพวกนี้เลย

“รู้มากอย่างนี้นี่เอง ท่านถึงอยากได้ตัวเธอนัก หึหึหึ จะว่าไปเธอก็สวยดีนะ เรามาสนุกกันก่อนดีกว่ามั้ยก่อนที่เธอจะไม่มีโอกาสได้หายใจ น่าเสียดาย...” ไอ้เบิ้มแสยะยิ้มอย่างหื่นกระหาย ลูกน้องของมันมองตามด้วยสายตาเดียวกัน พวกมันชอบผู้หญิงสวยและดูสะอาด ท่านคงไม่ว่าอะไรเพราะนังนี่ต้องตายอยู่ดี

“อย่างนั้นเหรอ ฉันว่าแกคงไม่มีโอกาสได้สนุกหรอกเพราะฉันจะส่งแกไปนอนเล่นที่โรงพยาบาลไงล่ะ” พิมพิกายิ้มเย็นก่อนจะเตะปืนของไอ้เบิ้มกระเด็นไปอีกทางหนึ่ง

“เฮ้ย!

พิมพิกาไม่รอช้าก้มลงตวัดขาไปเตะลูกน้องของไอ้เบิ้มล้มลงไปหนึ่งคน เธอลุกขึ้นยืน ลูกน้องอีกคนของไอ้เบิ้มวาดแขนจะใช้ปืนตบเข้าที่ใบหน้าหวาน แต่ว่าร่างสูงก้มลงหลบได้อย่างชำนาญ หมัดเล็กแต่ว่าหนักหน่วงส่งไปปลายคางของชายคนนั้นอย่างเร็วจนหน้าหงายล้มลงกับพื้น

“หยุด! ถ้าไม่หยุด กูยิงไส้แตกแน่” ไอ้เบิ้มยกปืนขึ้นจ่อเอวร่างสูงในระยะประชิด

“โอ๊ะโอ” พิมพิกายังอมยิ้มสายตามองไปเห็นรถกระบะของลูกน้องกำลังมา

มาได้จังหวะพอดีเลยนะ แบบนี้มันน่าให้โบนัสจริงๆ

“จับตัวมันไป” ไอ้เบิ้มสั่งลูกน้องแต่แล้วเสียงปืนก็ดังขึ้น สอยลูกน้องมันไปหนึ่งคน คนอื่นๆจึงหาที่หลบกันพัลวัน

“เฮ้ย! มีคนมาช่วยมัน ฆ่าพวกมันให้หมดเลย” ไอ้เบิ้มสั่งลูกน้องของมันยิงไปที่รถกระบะที่มาใหม่

เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วบริเวณและป่าบริเวณนั้น  พิมพิกาอาศัยจังหวะที่ชุลมุนเตะท้องของคนที่จับแขนเธอเอาไว้   ไอ้เบิ้มเห็นท่าไม่ดีจึงสั่งลูกน้องถอยแต่ก่อนจะถอยมันหันมามองพิมพิกาและยกปืนขึ้นหวังจะฆ่าให้ตายเพื่องานจะได้สำเร็จลุล่วง

เปรี้ยง!

“โอ๊ย!” พิมพิกาทรุดลงกับพื้นทันที ลูกน้องของร่างสูงเห็นอย่างนั้นก็ยิงสวนเข้ามาโดนไอ้เบิ้มเต็มๆ ร่างนั่นแน่นิ่งไปทันทีแต่ลูกน้องของมันวิ่งหนีหายเข้าไปในป่า

“บอสเป็นยังไงบ้างครับ” ต่อพงศ์รีบวิ่งมาดูแผลให้บอสสาวอย่างห่วงใย

“ไม่เป็นไรมากหรอก ดีนะที่หลบทันมันเลยแค่ถากแขนน่ะ”

“ถากที่ไหน เลือดไหลเยอะขนาดนี้เต็มๆเลยล่ะบอส รีบไปทำแผลดีกว่าครับ”

“ไปในหมู่บ้าน ที่นั่นมี...หมอ” พิมพิกาพูดอย่างยากลำบากเพราะที่แขนของเธอมีเลือดออกมาเยอะมาก ต่อพงศ์ก้มมองแขนบอสที่เคารพแล้วส่ายหน้าระอากับเจ้านาย  

โดนยิงเข้าไปเต็มๆยังบอกว่าแค่ถากแขนอีกนะบอส เฮ้อ...

รถกระบะสองคันแล่นเข้ามาในหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว ต่อพงศ์รีบอุ้มร่างพิมพิกาไปที่เต็นท์เพื่อให้หมอรักษา ตอนนี้ใบหน้าของพิมพิกาเริ่มซีดลงมากเพราะการเสียเลือดที่ต้นแขน กระสุนทะลุแขนออกไปแต่พิมพิกากลับบอกลูกน้องว่าแค่ถากๆ

“พี่พิม! พี่พิมคะ เกิดอะไรขึ้นคะ” นรีกานต์พอเห็นคนรักถูกอุ้มเข้ามาก็รีบวิ่งเข้าไปหาทันทีด้วยความตกใจและทำอะไรไม่ถูก

“ดะ เดียร์” พิมพิกาพูดได้แค่นั้น สติก็ดับวูบลงไปทันที

“พี่พิมอย่าเป็นอะไรนะ อาจารย์หมอคะ ช่วยพี่พิมด้วยค่ะ”   นรีกานต์ตะโกนเรียกอาจารย์หมอที่อยู่ไม่ไกลนักด้วยอาการใจสั่น หัวใจแทบแตกเป็นเสี่ยงๆที่เห็นเลือดของคนรักไหลออกมาไม่หยุด เธอกำลังสติแตกจนลืมวิธีรักษาบาดแผลเบื้องต้นเพียงแค่คนที่เธอรักมากที่สุดได้รับบาดเจ็บ

เมื่อทำแผลและให้เลือดคนไข้เสร็จนรีกานต์เห็นว่าคนรักปลอดภัยดีจึงเดินไปทางต่อพงศ์ที่ยืนอยู่ไม่ไกล เธอได้ยินเสียงปืนดังสนั่นไปทั่วบริเวณ พวกหมอและชาวบ้านที่อยู่ที่นี่ต่างอกสั่นขวัญแขวน   พอเธอเห็นว่าคนรักบาดเจ็บกลับมา หัวใจก็ยิ่งเจ็บแปลบหวาดกลัวไปอีกหลายเท่า เธออยากรู้ว่าใครที่มาทำร้ายพิมพิกา  คนผู้นั้นต้องได้รับการลงโทษและบทเรียนแสนสาหัสที่กล้ามาทำร้ายคนที่เธอรักมากที่สุดอย่างนี้

“มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น นายเล่าให้ฉันฟังสิ” นรีกานต์จ้องมองคนที่อุ้มคนรักของเธอแล้วเอ่ยถามเสียงเข้ม ใบหน้าคมดูเย็นชาจนต่อพงศ์ต้องรีบรายงานคนรักของบอส

“บอสกำลังถูกใครบางคนปองร้ายอยู่ครับคุณเดียร์  เหตุน่าจะเกิดจากเรื่องที่บอสจับคนที่เมายาแล้วเค้นเอาความจริงครับ เจ้านายของมันคงไม่พอใจที่มีคนล่วงรู้เลยส่งคนมาเก็บบอสครับ”  ต่อพงศ์รายงานนรีกานต์ไปตามความจริง เขารู้จักผู้หญิงคนนี้คนที่บอสยำเกรงและพามาที่บริษัทบ่อยๆในฐานะคนรักของบอสใหญ่แห่งพีพีการ์ด  พนัก งานและการ์ดทุกคนไม่มีใครไม่รู้จักเธอคนนี้

“โธ่! พี่พิม พวกนายดูแลรอบๆบริเวณนี้ด้วยนะเผื่อพวกมันจะย้อนกลับมาที่นี่อีก” นรีกานต์สั่งเสียงเฉียบขาด เพื่อนสาวที่แอบมองอยู่ทำหน้างงไปตามๆกัน

“พี่อร ยัยเดียร์มันโหดแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” กฤติยาหันไปถามอรจิราเพราะเธอไม่เคยเห็นนรีกานต์รูปแบบนี้มาก่อน

“คงจะติดนิสัยพิมมามั้ง” อรจิรากะพริบตาปริบๆอย่างแปลกใจเช่นกัน

“ดูสิ ผู้ชายตัวใหญ่ 5 คนก้มหัวให้เดียร์อย่างกับกลัวอย่างนั่นแหละ”  ศิริรัตน์กลืนน้ำลายลงคอเล็กน้อยเมื่อมองใบหน้าคมของนรีกานต์

“แฟนเค้าเป็นถึงบอสใหญ่บริษัทบอดี้การ์ดที่ดังที่สุดในประเทศไทยเลยนี่นา”  อรจิราพูดแล้วยิ้มบางๆก่อนจะเดินออกไปหาคนไข้รายอื่นๆ

“สุดยอด” กฤติยาเบิกตาโตมองนรีกานต์ที่ยังยืนคุยกับบอดี้การ์ดหนุ่มๆ ร่างใหญ่ กล้ามล่ำบึ้กที่ก้มหน้ารอรับคำสั่ง

“ฉันว่าเราไปดูแลคนไข้ได้แล้วมั้ง คิวเพียบเลยอ่ะ”  ศิริรัตน์รีบดึงตัวกฤติยาเข้าไปในเต็นท์เพราะอาจารย์หมอเริ่มส่งสายตาดุมาทางพวกเธอ  กฤติยาหันไปเห็นจึงส่งยิ้มแห้งๆไปให้อาจารย์หมอและรีบไปดูคนไข้ทันที

เวลาผ่านไปจนถึงช่วงเย็น พิมพิกายังนอนหลับตาพริ้ม นรีกานต์มองคนรักที่นอนใบหน้าซีดเซียว หัวใจดวงน้อยเหมือนถูกบีบ หากวันนี้คนรักของเธอไม่โชคดีอย่างนี้ล่ะ เธอจะทำยังไง จะอยู่ได้ยังไงกัน เมื่อคิดถึงจุดนี้น้ำตาก็เริ่มไหลรินอย่างช้าๆมือเรียวเล็กเอื้อมไปสัมผัสที่แก้มร่างสูงอย่างเบามือ เธอไม่มีวันยอมให้คนรักเสี่ยงอันตรายอีกแน่

“เดียร์รักพี่พิมมากนะคะ เดียร์ไม่ยอมให้พี่เป็นอะไรไปอีกเด็ดขาด  ต้องจัดการคนที่อยากทำร้ายพี่พิม”  ร่างบางโทรหาบุพการีที่อยู่ต่างประเทศ เธอต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อคนรักของเธอและเรื่องนี้ต้องจบลงให้เร็วที่สุด  

นรีกานต์โทรหาคุณณรงค์และคุณนาตยา หวังว่าพวกท่านจะช่วยอะไรเธอได้บ้างไม่มากก็น้อย พ่อของเธอรู้จักคนเยอะต้องมีทางออกให้เธอได้แน่

“ไงจ๊ะสาวน้อยของพ่อ โทรมาหาพ่อมีอะไรหรือเปล่าเอ่ย”

“พ่อรู้จักท่านบดินทร์มั้ยคะ”  นรีกานต์ไม่ได้ตอบคำถามบิดาแต่ตั้งคำถามส่งออกไปอย่างรวดเร็ว

“หือ...ท่านบดินทร์ เดชเดชาน่ะเหรอ รู้จักสิ รู้จักดีเสียด้วยล่ะ”

“พ่อรู้ใช่มั้ยว่าท่านค้ายา”

“รู้สิ แต่พ่อก็ต้องทำเป็นไม่รู้ ไม่งั้นครอบครัวเราอาจมีอันตรายก็ได้ ลูกมีอะไรเหรอถึงได้ถามพ่อเรื่องท่านบดินทร์”

“ตอนนี้พี่พิมถูกพวกมันทำร้ายเพราะไปรู้เรื่องของพวกมัน เดียร์ควรทำยังไงดีคะ” นรีกานต์พูดเสียงสั่นๆจนผู้เป็นพ่ออดสงสัยไม่ได้

“ทำไมลูกทำเสียงแบบนั้นล่ะเดียร์ พ่อเห็นกัดกันจะเป็นจะตาย นี่ดีกันแล้วเหรอ” คุณณรงค์เอ่ยถามอย่างแปลกใจเพราะไม่รู้ความสัมพันธ์ของทั้งสองสาว  เขารู้เพียงแค่นรีกานต์ไม่ชอบหน้าพิมพิกาตั้งแต่แรกเห็น

“เราตกลงเป็นแฟนกันแล้วค่ะ พ่อกับแม่คงไม่ว่าอะไรใช่มั้ยคะ  เดียร์รักพี่พิมจริงๆนะคะพ่อ” นรีกานต์ตัดสินใจบอกเรื่องความรักให้กับบุพการีทั้งสองได้รับรู้

“ลูกรัก พ่อรักลูกนะ ไม่ว่าลูกรักใครพ่อก็รักคนนั้นแหละ ส่วนเรื่องท่านบดินทร์ พ่อจะช่วยสืบเงียบๆให้ก็แล้วกันเพื่อหาหลักฐาน พ่อทำได้แค่นี้แหละนะ”

“ขอบคุณค่ะพ่อ เอ่อ...พ่อคะ เดียร์รักพ่อกับแม่นะคะ”

“จ้ะ พ่อกับแม่ก็รักลูก ดูแลหนูพิมดีๆนะ พ่อต้องวางแล้วอาทิตย์หน้าเจอกันที่บ้านนะลูกรัก”

“ค่ะพ่อ ดูแลตัวเองด้วยนะคะ”  นรีกานต์กดวางสายจากบิดา สายตามองคนรักที่นอนหลับบนเตียงที่เตรียมให้ผู้ป่วย เธอคงทำได้แค่นี้แหละมั้ง เฮ้อ...

“โอ๊ยเจ็บ!” พิมพิการ้องเสียงหลงเมื่อขยับแขนข้างที่บาดเจ็บ

“พี่พิมอย่าเพิ่งขยับตัวนะคะ เจ็บมากมั้ย”  นรีกานต์ถลาเข้าไปหาร่างสูงเมื่อได้ยินเสียงร้องอย่างเจ็บปวด

“อู๊ย... นิดหน่อยจ้ะ พี่หิวน้ำจังเลยเดียร์”

“งั้นพี่นอนนิ่งๆก่อนนะ เดี๋ยวเดียร์จะเอาน้ำมาให้” นรีกานต์รีบเดินไปเอาน้ำมาให้คนรัก ร่างสูงค่อยๆดื่มน้ำพยายามจะลุกขึ้นนั่งแต่ร่างบางห้ามเอาไว้ซะก่อน

“อ๊า...เจ็บชะมัดเลย คอยดูนะ พี่จะเอาคืนให้มันจำไปจนวันตายเลย” พิมพิกาพูดอย่างแค้นเคือง บังอาจมาทำให้แขนสวยๆของเธอเป็นแผลซะได้ ไอ้พวกบ้าเอ๊ย!

“จ้า...คนเก่ง รอให้หายดีก่อนนะคะ แล้วค่อยไปจัดการคนอื่นน่ะ”

“เอามือถือให้พี่หน่อยสิคะที่รัก” พิมพิกาทำหน้าอ้อน ร่างบางจึงยื่นมือถือให้อย่างอิดออด เธออยากให้คนรักพักผ่อนให้มากกว่านี้แต่คงต้องยอมให้ไป

พิมพิการีบกดโทรออกไปหาปีเตอร์ รอจนปลายสายรับเธอจึงรีบพูดทันที

“ฮัลโหลปีเตอร์ ถอนคนของเราออกเดี๋ยวนี้เลยนะ” พิมพิกาสั่งเสียงเฉียบขาด

“ทำไมครับบอส”

“ฉันกลัวพวกมันเก็บนายด้วยน่ะสิ ตอนนี้มันยังไม่กลับมาใช่มั้ย”

“ครับบอส เอ่อ...ที่จริงพวกผมกำลังกลับกรุงเทพฯกันครับ ตั้งแต่ไอ้ต่อมันรายงานข่าวของบอส พวกผมก็รีบถอนตัวออกมาทันทีครับ”

“อือ ทำดีมาก นายจัดคนไปสืบเรื่องของไอ้บดินทร์มาให้ละเอียดเลยนะ มันทำฉันเจ็บ ฉันไม่ปล่อยมันไว้แน่ๆ”

“ครับบอส แล้วแผลบอสเป็นไงบ้างครับ”

“แค่นี้จิ๊บๆน่า นายจัดการเรื่องที่ฉันสั่งให้สำเร็จก็แล้วกัน ยิ่งหลักฐานมัดตัวจนดิ้นไม่หลุดยิ่งดี” พิมพิกาแสยะยิ้มอย่างร้ายกาจ นรีกานต์มองหน้าคนรักและขำน้อยๆเมื่อเห็นใบหน้าหวานเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวยามโกรธ มันน่าจับจูบจริงๆเลย

“ครับบอส”  พอวางสายพิมพิกาก็กวาดตามองลูกน้องที่ยืนอยู่รอบๆเต็นท์ คงเป็นคำสั่งของแฟนเธอแน่ๆ เชื่อเค้าเลย น่ารักได้ใจจริงๆแบบนี้สิถึงจะเป็นนายหญิงแห่งพีพีการ์ด รู้จักวิเคราะห์และรอบคอบเสมอเลยที่รัก อิอิ

“โหดจังเลยนะคุณแฟนที่รัก” นรีกานต์มองหน้าพิมพิกายอมรับว่าเธอเพิ่งเคยเห็นโหมดโหดของคนรักก็วันนี้แหละ แต่มันน่ามองมากจริงๆลย ให้ตายสิ

“โหดกับคนที่คิดมาทำร้ายเท่านั้นแหละส่วนคนนี้ยอมทุกอย่างเลยจ้ะ ให้ทั้งตัวทั้งหัวใจเลยนะคะ”  พิมพิกาส่งยิ้มหวานให้คนรักและกลับมาพูดทะเล้นกับนรีกานต์ได้อีก แม้ว่าจะโมโหอะไรมา หากได้เห็นรอยยิ้มของคนรักอารมณ์เธอก็จะเย็นลงได้ทุกครั้ง

“ให้มันจริงเถอะ พี่พิมหิวหรือยังคะ” นรีกานต์ยิ้มให้คนรัก เธอชอบตอนที่พิมพิกาออดอ้อนเธอนี่แหละ น่ารักที่สุดเลย อิอิ

“หิวมากๆเลยค่ะที่รัก พี่ยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เช้า” พิมพิกาลูบท้องตัวเองแถมทำหน้าออดอ้อนเป็นลูกแมวน้อยซะน่ารักน่าหยิก

“รอแป๊บนะคะ เดียร์จะไปเอาข้าวต้มมาให้ทาน”  นรีกานต์รีบวิ่งไปที่โรงครัวอย่างรวดเร็ว พิมพิกามองตามคนรักและยิ้มออกมา ดีใจจังที่ยามบาดเจ็บมีคนมาดูแล

รออยู่สักพักนรีกานต์ก็ยกถ้วยข้าวต้มชามใหญ่มาให้คนรัก เพราะว่าตอนนี้มันค่ำมากแล้ว คงต้องให้ทานอาหารที่ไม่หนักท้องมากนัก

“พี่พิมอ้าปากสิคะ เดียร์ป้อน”  นรีกานต์เป่าข้าวต้มในมือให้เย็นและเอาไปจ่อไว้ที่ริมฝีปากของคนรักอย่างเอาใจ

“อายเค้านะคะ มีแต่คนมองพี่” พิมพิกามองไปรอบๆเต็นท์สายตาของทุกคนที่อยู่บริเวณนั่นมองมาทางพวกเธอและอมยิ้มน้อยๆ รู้อยู่หรอกเป็นเพื่อนเป็นพี่แต่มันเขินอ่ะ ดูสายตาลูกน้องเธอสิมันน่าควักออกมาจริงๆ

“คนรักกันก็ต้องใส่ใจกันเป็นธรรมดา ยิ่งพี่พิมบาดเจ็บแบบนี้  เดียร์ยิ่งต้องดูแลนะคะ”  คำพูดเอื้ออาทรนั่นถูกส่งมาพร้อมสายตาที่สื่อออกมาว่ารักคนๆนี้เหลือเกิน ทำให้ พิมพิกาหัวใจเต้นแรงอย่างปลาบปลื้มใจ

“ก็ได้จ้ะ” พิมพิกายอมทานแต่โดยดี ริมฝีปากสวยส่งยิ้มหวานมาให้คนรัก

นรีกานต์ป้อนข้าวต้มให้คนรักจนหมดชาม แล้วยื่นน้ำดื่มให้พิมพิกาดูดจากหลอดอย่างช้าๆ เธอไม่ปรารถนาให้คนรักบาดเจ็บอย่างนี้หรอกแต่ร่างสูงทำอาชีพที่ต้องเสี่ยงตลอดเวลา เธอต้องบังคับไม่ให้รับงานเองซะแล้ว ให้ลูกน้องไปทำให้น่ะดีแล้ว

“ต่อไปก็ทานยานะคะ”

“ค่ะคุณหมอ” พิมพิกานั่งมองหน้าคนรัก เธอยอมรับว่ามีความสุขมากเหลือเกินที่ได้อยู่ใกล้ๆผู้หญิงตัวเล็กคนนี้ นรีกานต์จ้องหน้าคนรักนิ่งเกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ

“เดียร์... พี่รักเดียร์มากนะ” พิมพิกาบอกรักร่างบางตามความรู้สึกในใจ หากวันนี้เธอตายไปคงไม่มีทางได้มานั่งมองใบหน้าสวยของคนรักอีกเป็นแน่

“ค่ะ เดียร์ก็รักพี่พิม ยิ่งเห็นพี่พิมถูกทำร้ายแบบนี้ เดียร์ยิ่งเจ็บปวด”

“พี่ขอโทษ พี่สัญญาว่าจะดูแลตัวเองให้ดียิ่งกว่านี้ เพื่อเดียร์นะคะ”

“เพื่อเราต่างหากค่ะ ต่อไปจะมีแต่คำว่า เราเท่านั้นค่ะที่รัก”

“จ้ะ เพื่อเราสองคน” พิมพิกาจับมือคนรักเอาไว้แน่น สายตามองไปที่ร่างบาง เธอไม่เคยคิดเสียใจเลยที่มอบหัวใจให้ผู้หญิงคนนี้  เธอจะต้องปกป้องและดูแลนรีกานต์ให้ดีที่สุด ด้วยหัวใจและชีวิตของเธอ นรีกานต์ถอดสายน้ำเกลือและสายที่เติมเลือดให้คนรักเมื่อมันหมดกระปุก ร่างกายของพิมพิกาฟื้นตัวเร็วมากจนเธอยังนึกแปลกใจ

“พี่พิมเดินไหวมั้ย เดียร์จะพาไปอาบน้ำแล้วนอนพักผ่อนนะ  สภาพของพี่พิมแบบนี้เช็ดตัวไม่ไหวจริงๆ มีแต่ฝุ่นเต็มไปหมดทั้งตัว” นรีกานต์ช่วยพยุงคนรักให้ลุกขึ้นยืน

“แต่พี่อาบน้ำเองไม่ได้นะคะ พี่เจ็บแผล” พิมพิกาทำตากรุ่มกริ่มใส่คนรัก

“ดูทำหน้าเข้า เดี๋ยวเดียร์อาบน้ำให้ค่ะ ป่ะ ค่อยๆเดินนะคะ” นรีกานต์ช่วยพยุงคนเจ็บไปที่ห้องน้ำและจัดการอาบน้ำให้คนรักอย่างระวัง

“เดียร์พี่หนาวนะคะ รีบอาบหน่อยไม่ได้เหรอคะที่รัก” พิมพิกายืนนิ่งแต่เนื้อตัวเริ่มกระตุกสั่นจนขนแขนลุกตั้งอย่างพร้อมเพียง

“เดียวก็เสร็จแล้วค่ะ มันยังมีคราบเลือดติดอยู่เลย”   นรีกานต์อมยิ้มมองเรือนร่างของคนรัก ในใจอยากชิมเนื้อนวลใจแทบขาดแต่ต้องอดทนไว้เพราะอีกคนบาดเจ็บ

“เร็วๆเลยค่ะ บรื้อ...หนาว”  พิมพิกาไม่ได้สนใจสายตาโลมเลียของร่างบางเลยสักนิดเพราะเธอกำลังจะหนาวตายอยู่รอมร่อ

“แค่นี้ทำเป็นบ่น ทีถูกยิงไม่เห็นร้องสักแอะ”

“ก็มันจิ๊บๆนี่คะ แต่ความหนาวมันทนไม่ไหวจริงๆ”

“เสร็จแล้วก็ได้ค่ะ”

นรีกานต์เห็นขนอ่อนลุกตั้งเต็มตัวของคนรักจึงคิดว่าอีกคนคงหนาวมากจริงๆ เธอคงแกล้งคนรักมากไปสินะ เอ้...ไข้จะขึ้นกลางดึกหรือเปล่านะเนี่ย

“พี่พิมรีบเช็ดตัวกันดีกว่านะคะ เดียร์กลัวพี่มีไข้กลางดึกน่ะ”

“เช็ดให้พี่หน่อยนะ พี่เจ็บแผล” พิมพิกาได้ทีออดอ้อนคนรักเลยไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไปอย่างไร้ประโยชน์

“อ้อนเก่งจังนะคนป่วย มาค่ะ จะได้ไปนอนสักที”

“น่ารักที่สุดเลย เมียใครเนี่ย” พิมพิกาแกล้งพูดให้ร่างบางหน้าแดง

“คนบ้า”  นรีกานต์อมยิ้มและรีบเช็ดตัวใส่เสื้อผ้าใหม่ให้คนรัก จากนั้นจึงรีบพาไปพักผ่อน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น