บอดี้การ์ดดูแลหัวใจ

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 9 แค่ได้รักเธอก็พอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 978
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    1 มี.ค. 60

พิมพิกายังนั่งทำงานอยู่ที่ห้องทำงาน เธอให้เลขาสั่งอาหารเที่ยงมาให้ที่ห้อง วันนี้นั่งประชุมตั้ง 3 ชั่วโมงเพราะลูกน้องของเธอต้องไปเป็นบอดี้การ์ดให้กับกลุ่มคนที่เสี่ยงต่อการถูกทำร้ายมากที่สุดและทีมที่เธอห่วงคงเป็นทีมเสือขาวของปีเตอร์  เมื่อคิดได้ดัง นั้นจึงรีบหยิบโทรศัพท์แล้วกดเบอร์ที่คุ้นเคยอย่างรวดเร็ว  รอสัญญาณพักใหญ่ๆปลายสายก็รับสาย เธอรีบกรอกเสียงออกไปทันที

“สวัสดีค่ะสารวัตร”

“ครับคุณพิม มีธุระอะไรเหรอครับ” สารวัตรวุฒินันท์ถามด้วยน้ำเสียงยินดี

“พิมมีเรื่องอยากถามนิดหน่อยค่ะ สารวัตรว่างอยู่หรือเปล่าคะ”

“ว่างสิครับ สำหรับคุณพิมผมว่างเสมอ” สารวัตรหนุ่มพูดเสียงสดใสเขาแอบชอบผู้หญิงคนนี้ตั้งแต่แรกเจอ ขายขนมจีบให้ก็ออกบ่อยแต่กินแห้วที่เธอยื่นให้มาทุกที

“เอ่อ..คือพิมอยากทราบเรื่องของท่านบดินทร์น่ะค่ะ ได้ยินมาว่าไม่ค่อยจะโปร่งใสสักเท่าไหร่”  พิมพิกายิ้มแห้งๆก่อนจะรีบพูดสิ่งที่สงสัย เธอพอรู้ว่าสารวัตรวุฒินันท์ตามจีบเธอมานานแต่เธอทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้มาตลอดจะให้เธอทำยังไงล่ะในเมื่อหัวใจเธอไม่ได้เต้นแรงกับผู้ชายคนนี้นี่นา แต่มันเต้นให้กับผู้หญิงที่ชื่อนรีกานต์เพียงคนเดียว

“อือ ไม่โปร่งใสแถมยังเป็นตัวอันตรายอีกนะครับ ตอนนี้สายของผมรายงานมาว่าท่านกำลังติดต่อกับผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ ผมยังสืบไม่รู้เลยว่าเป็นใคร” สารวัตรหนุ่มพูดเสียงเครียดขึ้นมาทันทีทันใดเมื่อพูดถึงคนมีอำนาจมืดที่ไม่มีหลักฐานมากพอจะจับเข้ามานอนเล่นในตะรางเพราะมักถูกตัดตอนทุกครั้งที่จับกุมพ่อค้ายาได้

“มันจะเกี่ยวกับที่ท่านไปเขาใหญ่หรือเปล่าค่ะสารวัตรพอดีพิมรับงานของท่านมาแต่พิมไม่ค่อยไว้ใจเพราะคนของพิมก็รายงานมาเหมือนกันค่ะ”

“นักสืบของคุณพิมนี่เก่งเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะครับ  หากมีความคืบหน้าผมจะติดต่อกลับไปแต่ถ้าคุณพิมมีข่าวอะไรบอกผมบ้างนะครับ”  น้ำเสียงของสารวัตรเริ่มกลับมาสดใสเชิงหยอกล้ออีกคนเพราะมิตรภาพที่ดีไม่ได้หาได้ง่ายๆ

“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ อย่าลืมสิว่าหน่วยของพิมมีองค์กรลับขั้นสุดยอดอยู่ด้วย แค่นี้ก่อนนะคะสารวัตร พิมมีงานค้างเยอะเลยค่ะ”

“ครับ วันหลังค่อยทานข้าวด้วยกันสักมื้อนะครับพิม”

“ยินดีค่ะ สวัสดีค่ะสารวัตรวุฒินันท์” พิมพิกาหยอกล้อไปด้วยชื่อเต็มของอีกคน

“ครับ คุณพิมพิกา” สารวัตรหยอกเย้ากลับแล้ววางสายไป

พิมพิกาพรมรหัสลงไปในจอสี่เหลี่ยมอย่างชำนาญ  อาชีพอีกอาชีพหนึ่งที่ไม่มีใครรู้แม้กระทั้งคนในครอบครัวก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ เธอเป็นแฮกเกอร์ทำงานให้กับกรมตำรวจโดยใช้ชื่อว่าไดม่อน  เธอมีทีมนักสืบมืออาชีพอยู่ทั่วทุกภาคในประเทศไทยและไม่มีใครรู้ว่าบอสใหญ่คือใครเพราะใช้รหัสลับในการสั่งงานทุกครั้ง พวกเขาเข้าไปแทรกซึมทุกที่ทุกตำแหน่งและหน้าที่การงาน บ้างก็เป็นครูเป็นหมอและขายลูกชิ้นปิ้งคนขายของเก่า แม้จะไม่มียศมีตำแหน่งแต่เธอก็ยินดีทำเพื่อขจัดคนเลวให้หมดไปจากสังคม แม้จะรู้ว่าขจัดคนชั่วให้หมดไปจากแผ่นดินไม่ได้แต่อย่างน้อยๆก็ทำให้แผ่นดินค่อยๆสูงขึ้นแค่นี้ก็พอใจแล้ว เธอไม่ได้หวังลาภยศสรรเสริญใดๆเป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว

“นายบดินทร์ เดชเดชาอายุ 50 ปีเป็นพ่อม่ายลูกติด ชื่อวรเวช เดชเดชาเรียน หือ“คณะแพทย์ ปี 6 เรียนที่เดียวกับเดียร์ด้วย เกรดเฉลี่ย 3.5 เรียนเก่งชะมัด หน้าตาก็หล่อใช้ได้เลยนะ อือ..ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจเลยแฮะ” พิมพิกาไล่สายตาไปตามตัวหนังสือที่บอกประวัติของนายบดินทร์แต่ก็ไม่พบอะไรที่ผิดปกติแต่พออ่านไปเรื่อยๆกลับพบว่ามีเงินเข้ามาในบัญชีของนายบดินทร์มากจนน่าสงสัยยังมียอดเงินที่เข้าบัญชีถูกโอนผ่านบัญชีนายวรเวชอีกทีและมีอีกหลายบัญชีที่นายบดินทร์ใช้กระจายยอดเงิน แถมมีเงินที่ฝากไว้ที่แบงค์ต่างประเทศอีกหลายประเทศ น่าสงสัยที่สุดแต่ทำไมไม่มีใครตรวจสอบ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูทำให้พิมพิการีบปิดหน้าจอทันที  ก่อนอนุญาตให้เลขาสาวเข้ามาในห้องทำงาน

“บอสคะ อาหารมาแล้วค่ะ”

“ขอบคุณค่ะคุณแตน นั่งกินด้วยกันสิ กินคนเดียวมันเหงา” พิมพิกายิ้มให้ปนัดดาเลขาสาวสวยที่ทำงานด้วยกันมานาน

“จะดีเหรอคะบอส” ปนัดดาเอ่ยอย่างเกรงใจ ตั้งแต่ที่มาทำงานที่นี่ เธอไม่เคยร่วมโต๊ะกับพิมพิกาสองต่อสองมาก่อนเลยสักครั้ง

“ต้องดีสิ กับข้าวตั้งเยอะตั้งแยะ เชิญนั่งเลยค่ะ”

“ขอบคุณค่ะบอส ฉันเอาอาหารไปใส่จานให้นะคะ” ปนัดดารีบเดินไปจัดการทันที เธอยืนยิ้มอยู่ที่เคาน์เตอร์ แก้มแดงก่ำอย่างเขินอาย

 พอจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทั้งสองสาวมานั่งทานกันที่โซฟากลางห้อง   พิมพิกาทานอาหารไปด้วยชวนเลขาสาวคุยไปด้วย คุยเรื่องงานและเรื่องครอบครัวของปนัดดาจนอาหารพร่องลงไปเยอะ  พิมพิกาจึงรวบช้อนวางไว้เพราะรู้สึกเหมือนโทรศัพท์มือถือสั่น เธอรีบเดินไปรับก่อนจะยิ้มแก้มปริ ทำให้คนที่นั่งมองอยู่รู้สึกเจ็บแปลบๆในหัวใจ

“น้องเดียร์กินข้าวเที่ยงหรือยังคะ” เสียงใสๆรีบกรอกไปตามสาย ใบหน้าหวานยิ้มกว้างแล้วเดินไปเดินมาภายในห้อง

“กินเสร็จแล้วค่ะ คิดถึงพี่พิมเลยโทรมาหา”

“พี่ก็คิดถึงน้องเดียร์ค่ะ ตอนนี้อยู่ตรงไหนคะ เสียงดังเชียว”

“อยู่กับพวกพี่อรค่ะ พอดีเจอกันตอนกินข้าว พี่อรเลยชวนมานั่งคุย”

“อ๋อเหรอจ๊ะ”

“พี่พิมกินข้าวคนเดียวเหงามั้ยคะ”

“ไม่เหงาค่ะ เพราะวันนี้พี่มีเพื่อนกินข้าวเที่ยงด้วย”

“ใครคะ“” เสียงเข้มที่ส่งมาทำให้พิมพิกาอมยิ้มน้อยๆ

“คุณแตนค่ะ พอดีเราคุยเรื่องงานกันค้างอยู่ก็เลยทานไปคุยกันไปค่ะ”

“แล้วไป แค่นี้ก่อนนะคะพี่พิม เดียร์ต้องรีบไปเรียนแล้ว รักนะคะ”

“จ้ะ รักเหมือนกันค่ะ” พิมพิกาวางสายแล้วหันมามองเลขาสาว คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันก่อนจะเอ่ยถามอย่างห่วงใย

“คุณแตนเป็นอะไรไปคะ ไม่สบายหรือเปล่าหน้าซีดจังค่ะ”  พิมพิกาเดินไปนั่งข้างเลขาสาวและมองใบหน้าซีดเซียวของหญิงสาวอย่างห่วงใย

“ไม่ได้เป็นอะไรค่ะบอส ฉันอิ่มแล้ว บอสอิ่มหรือยังคะ ฉันจะได้เก็บจานไปล้าง” ปนัดดาบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่นไปมากกว่านี้ เธอเพิ่งรู้วันนี้เองว่าเจ้านายของเธอคบกับนรีกานต์สาวน้อยที่เจ้านายของเธอพามาที่บริษัทบ่อยๆ

“อิ่มแล้วค่ะ งั้นตามสบายนะคะ ฉันขอตัวไปทำงานต่อเลยแล้วกัน” พิมพิกายิ้มให้เลขาสาวและเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานอย่างอารมณ์ดี โดยไม่ทันมองสายตาเจ็บปวดของอีกคนที่ส่งมาให้ น้ำตาใกล้หยดลงแล้วหากยังนั่งมองอยู่อย่างนี้  เธอไม่ไหวกับสิ่งที่ได้รู้มาสดๆร้อนๆ เธอยังทำใจไม่ทัน

ปนัดดายกจานออกไปจากห้องด้วยอาการปวดหนึบ เธอยืนเหม่ออยู่เป็นนานสองนาน หญิงสาวยืนคิดอยู่คนเดียวรอยยิ้มที่บอสของเธอยิ้มออกมายามคุยโทรศัพท์มันดูมีความสุขมากเหลือเกิน ตั้งแต่เธอทำงานด้วยกันมาหลายปี  เธอไม่เคยได้รับรอยยิ้มที่อ่อนโยนและพิเศษแบบนั้นเลยหรือเรียกให้ง่ายกว่านั้นคือเธอแอบหลงรักพิมพิกาข้างเดียว แต่ความรักของเธอไม่ได้หวังเพื่อเอามาครอบครอง ขอแค่พิมพิกามีความสุข เธอก็มีความสุขมากแล้ว แค่นี้...แค่นี้จริงๆ ปนัดดายิ้มให้ตัวเองและยอมรับความจริง

 

การเดินทางไปเขาใหญ่แม้เส้นทางจะไม่ไกลจากกรุงเทพฯนัก แต่ว่านักศึกษาต้องขึ้นรถบัสไปพร้อมกัน พิมพิกาเลือกขับรถมาเองและมีอรจิรานั่งมาเป็นเพื่อน   นรีกานต์ต้องมาพร้อมกับรถบัสตามกฎระเบียบของมหาวิทยาลัย พวกเธอจึงได้แยกกันเดินทางแต่ก็โทรคุยกันมาตลอดทางเช่นกัน

กว่าจะเดินทางมาถึงก็สายมากพอสมควรเพราะรถติด นักศึกษา 20 กว่าชีวิตเดินลงมาจากรถบัส คณะแพทย์มาถึงก่อนตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้วจึงจัดเตรียมสถานที่ไว้รองรับพวกนักศึกษาแพทย์ทุกคน  โรงเรียนหลังเก่าได้ถูกเนรมิตให้เป็นที่พักพิงเหล่านักศึกษาและคุณหมอรวมทั้งพยาบาลผู้หญิงส่วนผู้ชายจะกางเต็นท์นอนที่สนามนอนเต็นท์ละ2 คนซึ่งนักศึกษาชายมีแค่ 6 คน

“นักศึกษาแพทย์ทุกท่านกรุณาเงียบๆก่อนนะคะ  อาจารย์จะแจ้งให้ทราบถึงเรื่องกำหนดการของวันนี้ให้ทราบ เดี๋ยวอาจารย์จะให้นักศึกษาเอากระเป๋าไปเก็บบนอาคารที่พักนะคะ  จากนั้นเราจะมาแบ่งกลุ่มกันเพื่อจะได้ไปช่วยคุณหมอตรวจคนไข้และแจงหน้าที่ต่างๆแต่ละกลุ่มจะมีคุณหมอที่ดูแลเป็นคนบอกนะว่าจะต้องทำอะไรบ้าง เอาล่ะอาจารย์จะให้เวลานักศึกษาเก็บของครึ่งชั่วโมงนะคะจากนั้นลงมาเจอกันที่นี่ตอนเที่ยงแยกย้ายกันไปได้จ้ะ” อาจารย์ยิ้มให้นักศึกษาและเดินไปทางคุณหมอที่ดูแลโครงการนี้ปล่อยให้นักศึกษาจัดการธุระส่วนตัว  นรีกานต์รีบเดินออกมาจากกลุ่มเพื่อนๆ แล้วตรงไปหาคนรักที่ยืนคุยอยู่กับกลุ่มพี่ๆพยาบาลทันที

“พี่พิมคะ”

“คะ อาจารย์ปล่อยแล้วเหรอ เห็นพูดซะยาวเหยียดเลยค่ะ”

“ว่าไปนั่น... พี่พิมนอนตรงไหนเหรอคะ พาเดียร์ไปหน่อยสิ”

“ได้สิจ๊ะ มาค่ะพี่ถือของให้นะ” พิมพิกาหันไปเอ่ยลากลุ่มของอรจิราก่อนจูงมือคนที่ยืนอยู่ข้างๆให้เดินไปพร้อมกัน

“พี่อรๆ คุณพิมกับน้องคนนั้นเค้ายังไงกันเหรอ สายตาที่ส่งให้กันน่ะ มันแปลกๆ” น้ำผึ้งพยาบาลสาวขาวอวบเอ่ยขึ้นมาอย่างสงสัย

“คงสนิทกันมั้งแต่ก็ไม่รู้หรอก พี่เห็นสวีทกันบ่อยๆ”  อรจิรามองตามทั้งสองสาวไปด้วยความคิดที่สับสนน้องสาวทั้งสองของเธอไม่เคยบอกว่าคบกันแต่การแสดงออกมันชัดเจนมากเหลือเกิน เด็กผู้หญิงก็สนิทกันถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้นี่นา คิดมากรึเปล่าเรา

“เสียดายคนสวยๆนะที่จะคบกันเอง แต่มันก็น่ารักดี อิอิ” น้ำผึ้งทำท่าเสียดายแล้วเปลี่ยนมาทำหน้าทะเล้นให้ทุกคน เพื่อนๆในกลุ่มส่ายหน้าไปมาและอดขำตามไม่ได้

“เดียร์นอนตรงนี้นะคะ พี่เอาฟูกหนามาด้วยกลัวเดียร์จะปวดหลัง” พิมพิกายิ้มให้คนรักแล้วจัดการวางของให้เข้าที่เข้าทางอย่างเป็นระเบียบ

“ขอบคุณค่ะ พี่พิมน่ารักที่สุดเลย”  นรีกานต์หยิกแก้มร่างสูงเบาๆจนเพื่อนรักที่ยืนอยู่ใกล้ๆรู้สึกหมั่นไส้

“โอ๊ย! ไม่ต้องมาสวีทหวานกันแถวนี้ก็ได้ อิจฉานะรู้มั้ย อิจฉา”  กฤติยาพูดออกมาอย่างงอนๆ แหม...คนนี้จ้องมาตั้งนานมาเสร็จเพื่อนรักซะงั้น เธอไม่ได้คิดมากหรอกนะเพราะดูท่าทางทั้งสองคนจะรักกันมากแถมเอาใจกันและกัน  ซึ่งมันผิดจากนิสัยของนรีกานต์มาก ปกติเพื่อนเธอไม่เคยสนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น อยากได้อะไรก็ชี้นิ้วสั่ง

“อะไรแยม อิจฉาก็หาแฟนสักคนสิยะ” นรีกานต์ส่งค้อนให้เพื่อนรักวงใหญ่

“ศิจ๋า ดูเดียร์สิ แกล้งเค้าอ่ะ” กฤติยารีบหันไปหาพวก (หัวอกเดียวกัน)

“เดียร์อย่าไปแกล้งแยมเลยแค่นี้เราสองคนก็อกหักจากพี่พิม โอ๊ย...ปวดใจแยมจ๋าเรามากอดกันดีกว่า คนอกหักต้องรักกันไว้”  ศิริรัตน์แกล้งตีหน้าเศร้าแต่ก็ทำสองสาวที่ได้ฟังถึงกับทำหน้าไม่ถูกไปเลย

“ฉันขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจแย่งพี่พิมมาจากพวกแก แต่ฉันรักพี่พิมจริงๆนะ” นรีกานต์พูดด้วยน้ำเสียงเศร้าจนเพื่อนทั้งสองรีบเข้ามากอดปลอบประโลม พวกเธอคงจะเล่นแรงไปมั้งเนี่ย ดูสิ...จะร้องไห้แล้ว

“เฮ้ย! เดียร์ พวกเราแค่แกล้งเล่นเอง พี่พิมก็เหมือนพี่สาวของพวกเรานั่นแหละเราไม่ได้คิดอะไรเกินเลยจริงๆนะ” ศิริรัตน์กระชับแขนกอดนรีกานต์ให้แน่นขึ้น

“ใช่ๆเธออย่าทำเสียงเศร้าแบบนี้สิ ดูสิน้ำตาไหลด้วย ขอโทษนะเดียร์ เราคงแกล้งเกินไปหน่อย พี่พิมช่วยปลอบเดียร์หน่อยสิคะ ร้องไห้ใหญ่แล้วค่ะ”  กฤติยาทำตัวไม่ถูกเพราะไม่เคยเห็นเพื่อนรักคนนี้ร้องไห้แบบนี้เลยสักครั้ง

“เดียร์จ๋าหยุดร้องได้แล้วนะคะ ไม่อายเพื่อนๆเหรอ ไหนดูสิหน้าตาดูไม่ได้เลยเรา” พิมพิกายื่นมือไปเช็ดน้ำตาให้คนรักและดึงเข้ามากอดปลอบ

“เดียร์รู้สึกผิดจังค่ะ เดียร์เหมือนหักหลังเพื่อนๆยังไงก็ไม่รู้” นรีกานต์เบ้หน้าร้องไห้เพื่อนสาวทั้งสองเลยใจเสียเข้าไปใหญ่ที่เธอแกล้งแรงอย่างนี้คงไปกระตุ้นความรู้สึกผิดของเพื่อนสาวแน่ๆเลย ไม่น่าเล่นอะไรแบบนี้เลย ลืมไปว่านรีกานต์เป็นพวกแข็งนอกแต่อ่อนใน เป็นคนที่ใจอ่อนยิ่งกว่าอะไรแต่ปากแข็งไปงั้นแหละ

“ไม่เอาน่า.. น้องเดียร์ของพี่พิมไม่ใช่เด็กขี้แยไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะพากันขำนะว่าเราพาเด็กขี้แยมาด้วย คุณหมอเค้าไม่ขี้แยกันนะ” พิมพิกายิ้มให้นรีกานต์ที่เงยหน้าขึ้นมองและอมยิ้มน้อยๆ

“พี่พิมอ่ะ เดียร์ไม่ได้ขี้แยสักหน่อย แค่ผงมันเข้าตานิดหน่อยเอง”

“โถ! ไม่นิดแล้วมั้งเดียร์ อย่างกับเขื่อนแตก” กฤติยาได้ทีขอแซวบ้างเล็กน้อย

“ไปล้างหน้าเถอะ เดี๋ยวไปเดินเล่นกัน” ศิริรัตน์เสนอความคิดเพราะไม่อยากเศร้าอยู่แบบนี้ คราวหลังคงต้องเลิกเล่นกับความรู้สึกของคนอื่นซะแล้ว

“ไปสิ ข้างนอกอากาศดีมากเลยนะ” กฤติยารีบพูดเห็นด้วยกับเพื่อนสาว

“งั้นพวกแกลงไปก่อนเลยนะ เดี๋ยวฉันตามไป”  ร่างบางบอกเพื่อนสาวทั้งสองและเดินออกไปพร้อมพิมพิกา

นรีกานต์เดินควงแขนของพิมพิกามายืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาออกไปจนเกิดร่มเงาเป็นบริเวณกว้าง อากาศที่นี่อบอ้าวไม่น้อยแต่ไม่ถึงกับร้อนจัด ร่างบางยืนมองภูเขาตรงหน้าต้นไม้ที่เขียวขจีช่วยทำให้เธอรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายมากยิ่งขึ้น

“หิวหรือยังพี่มีขนมปังมาด้วยรองท้องไปก่อนนะ กว่าแม่บ้านจะทำอาหารเสร็จคงเที่ยงพอดี”  พิมพิกายื่นขนมปังให้คนรัก รอยยิ้มที่ส่งมาให้กันและกันมันช่างอ่อนหวานเหลือเกิน

“ขอบคุณค่ะ พี่พิมไม่ทานด้วยกันเหรอคะ เดียร์แบ่งให้นะ”

“ป้อนหน่อยสิ” พิมพิกาส่งสายตากรุ่มกริ่มไปให้นรีกานต์

“อายเค้า กินเองสิ” นรีกานต์มองไปรอบๆเห็นผู้คนเดินกันขวักไขว่ เธอจึงเกิดอายขึ้นมากะทันหัน ใครจะกล้าป้อนกันล่ะคนมองตั้งเยอะแยะ

“อายทำไมคนเยอะแยะ น่านะป้อนหน่อย คำเดียวก็ได้อ่ะ”  ร่างสูงยื่นหน้าไปใกล้นรีกานต์แล้วทำตาวิ้งๆใส่อีกคนให้ได้ขัดเขินยิ่งขึ้น

“ก็ได้ คำเดียวนะ อ้าปากสิ เร็วๆ” นรีกานต์ก้มหน้าลงซ่อนความเขินอายเอาไว้แต่ใบหน้าร้อนผ่าวไปจนถึงใบหู ป่านนี้คงเป็นสีแดงแล้วมั้งเนี่ย

 “อร่อยจัง เดี๋ยวพี่ป้อนเดียร์บ้างดีกว่านะ” พิมพิกาจับขนมปังในมือยื่นให้ร่างบาง นรีกานต์อ้าปากกัดอย่างรวดเร็วด้วยความเขินอายและเคี้ยวตุ้ยๆ

“พี่พิมแกล้งเดียร์หรือเปล่าเนี่ย คนเขินนะรู้มั้ย” นรีกานต์ตีแขนพิมพิการัวๆเพราะอีกคนยังคงป้อนขนมปังเธออีกเรื่อยๆ

“โอ๊ยๆ พี่เจ็บนะคะ แขนพี่แดงไปหมดแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า หน้าแดงน่ารักชะมัดเลย”  พิมพิกาหลบฝ่ามือน้อยๆของร่างบางเป็นพัลวันก่อนจะวิ่งหนีไปด้วยความเร็วทำให้คนตัวเล็กวิ่งตามไม่ทันหายใจหอบเหนื่อยอย่างหมดแรง

“อย่าหนีนะพี่พิม มาให้ตีซะดีๆ ชอบแกล้งเค้าดีนัก”

“หยุดก็เจ็บตัวสิคะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” พิมพิกาหัวเราะร่าแถมยังไม่ยอมหยุดวิ่งหนี

“พี่พิมหยุดนะ ถ้าไม่หยุดวิ่งก็ไม่ต้องมากอดเดียร์อีกเลยนะ” ร่างบางวิ่งจนเหนื่อย สุดท้ายจึงตะโกนบอกคนรักด้วยเสียงที่เด็ดขาด

เอี๊ยดดดด

เสียงฝีเท้าที่หยุดวิ่งกะทันหันหน้าแทบคะมำไปจูบที่พื้นหญ้าสีเขียว พิมพิการีบวิ่งกลับมาหานรีกานต์ทันทีอย่างไม่มีอิดออด

“น้องเดียร์ขา อย่าโกรธพี่นะคะ พี่ยอมทุกอย่างเลย เดียร์จะตีพี่ยังไงก็ได้ เชิญเลยจ้ะ” พิมพิกายืนนิ่งกอดอกและหลับตาปี๋เพื่อรอรับการลงโทษ

“แน่ใจนะคะ” นรีกานต์เลิกคิ้วถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

“แน่ใจจ้ะ” พิมพิกาพยักหน้าจริงจังแต่ไม่ยอมลืมตา

“ดีมาก อยู่นิ่งๆนะคะ”  นรีกานต์ยิ้มอย่างพอใจก่อนยกมือเรียวสวยไปบีบจมูกคนรักแรงๆ

“อ๋อย...... หายใจไม่ออก”

“คราวหลังอย่าดื้อกับเดียร์อีกนะ ไม่งั้นจะเจอหนักกว่านี้อีก” นรีกานต์เอามือออกจากจมูกแต่มาตีที่แก้มนวลเบาๆแถมยักคิ้วให้อย่างยียวน

“พี่ยอมเดียร์แค่คนเดียวนะ ปกติไม่เคยยอมใครหรอก เสียชื่อบอสใหญ่หมดเลย” พิมพิกามองไปรอบๆตัวก่อนจะจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่เข้าทาง ใครมาเห็นคงอายแย่

“น่ารักจัง แฟนใครเนี่ย” นรีกานต์ยิ้มหวานให้พิมพิกา ทั้งสองส่งยิ้มให้แก่กันอย่างหวานซึ้ง ดูเหมือนโลกจะเป็นสีชมพูไปหมดแล้วเวลานี้ อิอิ

“อะแฮ่มๆ หวานกันเกินไปหรือเปล่าจ๊ะสองสาว”  อรจิราเดินเข้ามาหาทั้งสองสาว ไม่วายแซวน้องสาวเล็กๆน้อยๆ

“หวานตลอดเวลาแหละพี่อร” พิมพิกาส่งยิ้มกว้างให้อรจิรา

“ตกลงนี่คบกันอยู่จริงๆเหรอ” อรจิราเบิกตาโตตกใจเพราะไม่เคยคิดมาก่อนว่าทั้งสองสาวจะมาคบหากันในฐานะคนรัก

“เราเป็นแฟนกันค่ะ พี่อรคงไม่ว่าอะไรพวกเราใช่มั้ยคะ” พิมพิกาเดินไปจับมืออรจิราแล้วทำหน้าตาน่าสงสาร  อรจิราหัวเราะคิกคักเพราะไม่ได้เห็นท่าทางน้องสาวแบบนี้มานานมากแล้ว ตั้งแต่จบจากมหาวิทยาลัยน้องสาวเธอได้ทิ้งนิสัยออดอ้อนลงไปเยอะมาก คงเพราะหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบล่ะมั้ง

“ดูทำหน้าเข้าสิ ไม่ใช่เด็กนะที่จะมาทำหน้าอ้อนพี่แบบนี้เนี่ย พี่ไม่ได้ว่าอะไรพิม ดีซะอีกแฟนพิมออกจะน่ารัก พี่จะได้มีน้องสาวเพิ่มขึ้น”  อรจิราหันไปยิ้มให้นรีกานต์ เธอไม่ขัดข้องที่พิมพิกาคบหากับร่างบางเพราะเธอเอ็นดูนรีกานต์อยู่ไม่น้อย

“ขอบคุณนะคะที่เข้าใจเราสองคน พิมรักพี่อรนะ  ขอบคุณที่คอยดูแลพิมมาตั้งแต่เรารู้จักกัน พิมดีใจที่มีพี่อรเป็นพี่สาวค่ะ”   พิมพิกากอดอรจิราเอาไว้หลวมๆอย่างซึ้งใจไม่ว่าเรื่องอะไรพี่สาวคนนี้ให้คำปรึกษาเธอได้ดีเสมอและยังเข้าใจเธอดีอีกด้วย

“พี่ก็ดีใจที่มีพิมเป็นน้องสาวแถมตอนนี้ยังมีน้องสาวคนสวยเพิ่มมาอีกหนึ่งคน มาให้กอดหน่อยสิจ๊ะ” อรจิราอ้าแขนรับนรีกานต์ที่เดินเข้ามาสวมกอดทั้งสามสาวกอดกันกลมด้วยรอยยิ้มกว้างเปี่ยมไปด้วยความสุข

“ขอบคุณนะคะพี่อร เดียร์สัญญาว่าจะดูแลพี่พิมเป็นอย่างดีเลยค่ะ”

“พี่พิมก็จะดูแลปกป้องน้องเดียร์ไปตลอดชีวิตเหมือนกันค่ะ” พิมพิกาให้คำมั่นกับคนที่เธอรักหมดหัวใจ อรจิรายิ้มให้ทั้งสองสาว ไม่คิดว่าจะรักกันมากขนาดนี้

“พี่เชื่อว่าพวกเธอทำได้ ขอให้รักกันนานๆนะน้องๆของพี่”

หลังจากที่พูดคุยกันได้สักพัก ทั้งสามสาวก็พากันไปทานมื้อกลางวันพร้อมเพื่อนๆ เมื่อมื้อกลางวันผ่านพ้นไปแล้ว นรีกานต์และเพื่อนสาวได้มาอยู่กลุ่มเดียวกัน คนไข้เริ่มทยอยกันเข้ารับการรักษาแต่เป็นคนในหมู่บ้านเสียส่วนใหญ่ เพราะหมู่บ้านที่ห่างไกลก็ต้องใช้เวลาเดินทางหลายวันกว่าจะมาถึงที่นี่

นรีกานต์นั่งเป็นผู้ช่วยของอาจารย์หมอท่านหนึ่ง เธอคอยเอ่ยถามอาการและก็จดรายงานให้อาจารย์หมออีกที  ตลอดทั้งวันเธอแทบไม่ได้พักเลยเพราะคนไข้มาเยอะกันจนล้นเต็นท์เวลาล่วงเลยไปถึงช่วงตอนเย็นคนไข้เหลือคนสุดท้ายที่คุณหมอกำลังตรวจก็พูดบางอย่างขึ้นมาหลังได้รับการตรวจเสร็จเรียบร้อย

“คุณหมอที่หมู่บ้านของผมมีคนป่วยเยอะมากเลยครับ แต่พวกเขาไม่สามารถเดิน ทางมาหาหมอที่นี่ได้ คุณหมอพาคณะแพทย์ไปตรวจที่หมู่บ้านของผมได้มั้ยครับ”

“เราต้องทำเรื่องขออนุญาตออกนอกพื้นที่ด้วยนะครับลุง เอาไว้ผมจะลองปรึกษากับหมอท่านอื่นๆก่อนนะครับ ลุงบอกชื่อหมู่บ้านและก็เขียนแผนที่ให้กับน้องที่นั่งข้างๆหมอได้เลยหมอขอตัวก่อนนะ นรีกานต์ช่วยรับเรื่องให้หมอที ขอรายละเอียดอาการคนป่วยด้วย เอาละเอียดนิดหนึ่งนะจะได้เตรียมยาไปรักษาได้ถูกโรค”

“ค่ะ อาจารย์” นรีกานต์ถามรายละเอียดต่างๆและเขียนแผนที่ลงในแผ่นกระดาษอย่างรวดเร็วเพราะใกล้จะค่ำแล้ว เธอไม่อยากให้ลุงคนนี้ลำบากในการเดินทาง

“เดียร์เสร็จหรือยัง”  กฤติยาเดินมาถามเพื่อนรักที่จดรายงานให้อาจารย์หมอ ร่างบางเงยหน้ามองกฤติกาแล้วก้มลงไปเขียนต่ออีกนิดหน่อย

“ฉันสรุปอีกนิดเดียวก็เสร็จแล้ว แกทำงานเสร็จแล้วเหรอ”

“เสร็จแล้วล่ะ งั้นฉันกับศิไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ อั้นไว้ตั้งนานแล้วเนี่ย”

“อือๆ ไปเถอะ เดี๋ยวฉันใกล้เสร็จแล้ว เจอกันตอนกินข้าวเย็นละกัน”

“โอเคจ้ะ ไปเถอะศิ อย่าไปกวนเดียร์เลยเดี๋ยวจะจดผิด”

“โอเค พี่พิมเดินมานู่นแล้วไปเถอะแยม” ศิริรัตน์บอกเพื่อนสาวทั้งสองแล้วดึงแขนกฤติยาให้เดินไปด้วยกัน

“เดียร์จ๋า ทำงานยังไม่เสร็จเหรอ”

“อีกนิดเดียวค่ะ เดียร์ต้องส่งรายงานให้อาจารย์หมอ”

“พี่นั่งรอนะ” พิมพิกานั่งสงบเสงี่ยมอยู่ข้างคนรัก  นรีกานต์เงยหน้ามายิ้มหวานให้ร่างสูงและรีบเขียนรายงานให้เสร็จ พิมพิกามองใบหน้ายามเอาจริงเอาจังของนรีกานต์อย่างภูมิใจมันดูมีเสน่ห์มาก ปกติจะเห็นแต่ขี้วีน ขี้อ้อน เธอรู้สึกว่านรีกานต์โตขึ้นมากๆเลยในตอนนี้ ดีใจจังที่นรีกานต์ทำตามในสิ่งที่เคยพูดไว้กับเธอ ร่างบางดูใจเย็นขึ้นมากแถมยังมีเหตุผลมากอีกด้วยแต่จะไม่มีเหตุผลอยู่เรื่องเดียวแหละ นั่นก็คือเรื่อง หึงหวงเธอชอบนะมันเท่ากับว่าเรายังรักกันอยู่ยังไงล่ะ

“เฮ้อ...เสร็จสักที พี่พิมยิ้มอะไรคะ” นรีกานต์เก็บสมุดใส่ซองเก็บเอกสารเสร็จก็หันมามองร่างสูงที่นั่งยิ้มอยู่ข้างๆ

“ยิ้มเพราะดีใจที่เดียร์ทำตามที่เราเคยคุยกันไว้ รู้มั้ยคะว่าเดียร์โตขึ้นมากเลยนะ”

“เหรอคะ แต่เดียร์ไม่ค่อยรู้สึกเท่าไหร่นะ เพราะเดียร์ยังเอาแต่ใจกับพี่พิมอยู่เลย”

“กับคนอื่นเดียร์ดูสุขุมขึ้นนะคะ ไม่โวยวายและก็ไม่วีนเพื่อนๆด้วยค่ะ”

“เมื่อก่อนเดียร์คงทำตัวแย่มากๆเลยนะคะ  เดียร์ขอบคุณพี่พิมมากนะที่เข้ามาในชีวิตของเดียร์ ทำให้เดียร์เปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น ขอบคุณค่ะที่รัก”

“ไม่เป็นไรหรอก พี่ต้องขอบคุณเดียร์ที่รักพี่นะคะ เราไปกินมื้อเย็นกันดีกว่าค่ะ คืนนี้อากาศคงหนาวมากเลยนะ ลมเย็นมากเลย”

“ค่ะ เราไปกันเถอะ เดียร์หิวแล้วค่ะ”  นรีกานต์ยิ้มกว้างคว้ามือคนรักเดินไปพร้อมกัน

มือน้อยๆคู่นี้จะจับมือพี่พิมตลอดไปค่ะ ไม่มีวันปล่อยเด็ดขาด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น