fic Gintama ฉันในอดีต นายในอนาคต allgin

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3 ความห่วงใย และ ความขัดแย้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 706
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    4 มี.ค. 58

ตี๊ด...ตี๊ด...

 

เสียงเครื่องช่วยหายใจดังกึ่งก้องไปทั่วห้องผนังสีขาว บนเตียงสีขาวบริสุทธิ์นั้นมีร่างของสาวหมวยผมสีส้มคนหนึ่งที่ตอนนี้ปล่อยผมสยายไปกับหมอนบนเตียงและดวงตาสีน้ำเงินที่มักจะมองอย่างใสซื่อตอนนี้กับปิดลงโดยไม่ขยับเลยสักนิดเดียวแต่เธอกับพึมพำตลอดเวลาราวกับต้องมนถึงเจ้าของผมสีเงินที่เธอเห็นเป็นภาพสุดท้ายก่อนที่จะหมดสติ ข้างๆเตียงสีขาวนั้นมีร่างของเด็กหนุ่มสวมแว่นตา ผมสีน้ำตาล เขาก้มหน้าจนมองเห็นเพียงเลนส์แว่นที่สะท้อนแสงจนเป็นสีขาว ทำให้ไม่สามารถเห็นดวงตาของเด็กหนุ่มได้

               ข้างๆร่างของเด็กสาวนั้น เตียงถัดไปได้มีร่างของสุนัขตัวใหญ่ตัวหนึ่งนอนหมอบอยู่บนนั้นโดยมีเครื่องช่วยหายใจช่วยด้วยเช่นกัน เด็กหนุ่มนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างสองเตียงนี้โดยเขาหันหน้าเข้าหาเตียงของเด็กสาวเล็กน้อย แต่มือทั้งสองข้างของเขาจับไปที่มือของเด็กสาวข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างก็นำไปวางบนหลังมือของสุนัขตัวใหญ่ ภายในห้องนั้นบรรยากาศเงียบและดูอึดอัด

 ข้างนอกห้องกระจกนั้นมีร่างของป้าแก่กับร่างของสาวหูแมวยืนมองอยู่และไม่ขยับไปจากจุดที่ตนยืนอยู่กันเลยเป็นเวลานานราวกับพวกเขาทั้งสองเป็นเพียงรูปปั้นเท่านั้น ข้างๆป้าแก่มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งผมสีน้ำตาลอ่อน ดวงตาสีแดง สวมชุดกองตำรวจติดอาวุธ หรือ ชินเซ็นงุมิ ยืนมือล้วงกระเป๋าพลางมองไปที่เตียงของเด็กสาวด้วยแววตาเจ็บปวดแบบไม่ปิดบังเหมือนทุกๆที

 “เฮ้ย โซโกะ” เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้น เรียกเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อน โซโกะสะดุ้งนิดๆเพราะกำลังเหม่อ เขาหันไปมองหน้าชายหนุ่มแวบหนึ่งและก้มหน้าลงปล่อยสายตาให้มองพื้นกระเบื้องสีขาว

 “ครับ คุณฮิจิคาตะ” โซโกะตอบรับ ฮิจิคาตะเห็นแบบนั้นก็เดินนำหน้าไปและไม่พูดอะไรใดๆทั้งนั้น ฮิจิคาตะเหลือบตามองไปที่เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาล ที่สวมแว่น และก็ส่งเสียง ชิ ในลำคอเหมือนรำคาญ พวกเขาทั้งสองเดินออกไปจากที่นั่นปล่อยให้ป้าแก่กับสาวหูแมวและเด็กหนุ่มสวมแว่นอยู่ตรงนั้น


 


 “ยามาซากิ หาพบรึยัง?” ฮิจิคาตะเรียกชายหนุ่มผู้ติดเทนนิสเป็นชีวิตจิตใจ แต่ตอนนี้ทุกคนในชินเซ็นงุมิที่ปกติจะทำตัวบ้าๆบอๆ กับมีบรรยากาศที่ตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด

 “ยังไม่พบเลยครับ” ชายหนุ่มนาม ยามาซากิ ตอบไปตามความจริง พลางขมวดคิ้วอย่างเป็นกังวล และถามฮิจิคาตะไปว่า “รองหัวหน้าคิดว่า คนที่ทำเรื่องแบบนี้...คือ...?”

 “ซากาตะ กินโทกิ หรือ ชิโรยาฉะ” ฮิจิคาตะตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและแฝงไปด้วยความโกรธแค้นอย่างที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะ ซากาตะ กินโทกิ คือคนที่ ฮิจิคาตะ โทชิโร่ นั้น รู้สึก ‘ชอบ

          “คุณฮิจิคาตะ...ลองเอ่ยชื่อนั้นอีกทีสิครับ ผมจะซัดคุณให้ตายแบบไม่เหลือซากซะเลย” โซโกะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่โกรธมากถึงมากที่สุด และเขาก็เป็นอีกคนที่ ‘ชอบ’ กินโทกิด้วยเช่นกัน

 

ฮิจิคาตะส่งเสียง หึ ในลำคอเบาๆ


          “ไม่ว่ายังไง ฉัน/ผม ก็ต้องฆ่ามัน/เขา ให้ได้!!!” ฮิจิคาตะและโซโกะเอ่ยขึ้นพร้อมกัน


 

 


แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก

 กินโทกิหายใจหอบ เลือดไหลโทรมกาย เขาต่อสู้กับชาวสวรรค์ไปมากจนชาวสวรรค์ที่มีหมื่นตัวเหลือเพียงไม่กี่พันตัวเท่านั้น เขาใช้ดาบยันกายเอาไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองล้มลงไป ที่ตัวเขามีบาดแผลจากลูกกระสุนและที่โดนฟันอีกมากมาย กินโทกิกัดฟันและพยายามสูดหายใจลุกๆ เขาลุกขึ้นยืนและเตรียมตั้งท่าจะต่อสู้กับชาวสวรรค์อีกประมาณพันตัวที่เหลือ กินโทกิกระชับดาบในมือแน่นและวิ่งเข้าไปฟันชาวสวรรค์ที่ละตัวๆ แต่ละตัวที่อยู่ตรงหน้าเขาและด้านข้างจะต้องโดนดาบสีเงินที่อยู่ในมือเขาฟันเพียงครั้งเดียว พวกชาวสวรรค์กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เลือดสีแดงกระเซ็นสาดใส่ใบหน้าของกินโทกิ ชุดกิโมโนลายสายลมของเขาขาดแหว่งไป ผมสีเงินของเขาย้อมไปด้วยสีแดง ดวงตาสีแดงเลือดทอประกายสังหารอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ฉึก!

 

 กินโทกิถูกยิงเข้าที่มือข้างซ้ายจนมันไม่สามารถใช้งานได้ เขาหยุดพักหนึ่งและเปลี่ยนเป็นถือดาบเพียงมือข้างเดียว “ย้ากกกกกกกกกกกกก” กินโทกิตะโกนและวิ่งเข้าไปฟันชาวสวรรค์อีกมากมาย เขาฟันครั้งแล้วครั้งเล่า มีเพียงเสียงลมและเสียงกรีดร้องที่ดังอยู่ในหูของเขา แม้ร่างกายจะบอบช้ำเจียนตาย แต่จิตใจของเขา แสงสว่างที่จะจุดจิตวิญญาณให้เปล่งประกาย ไม่ว่าจะใครก็ตาม ต่อให้ต้องล้มสักเพียงใด เขาก็จะลุกขึ้นมา และจับดาบเพื่อ ‘ปกป้อง’ สิ่งสำคัญของเขา

ฉึก!

 กินโทกิถูกแทงเข้าที่ข้างลำตัว เขากระอักเลือดออกมาคำโต กินโทกิกัดฟันกรอดและจับดาบในมือที่สั่นให้แน่นมากยิ่งขึ้นจากนั้นก็ฟันลงไปที่ชาวสวรรค์ตัวที่แทงเขา


อึ่ก!

 เขารับรู้ได้ถึงขีดจำกัดของตัวเอง กินโทกิกวาดตามองเหล่าชาวสวรรค์ที่ตอนนี้ยังเหลืออีกมากมาย แต่เขาไม่คิดจะยอมแพ้แม้แต่วินาทีเดียว...

ลูกธนูสามดอกปักลงกลางหลังกินโทกิ เขาเบิกตากว้างและล้มลง ชาวสวรรค์ที่เป็นตัวยิงร้องบอกดังลั่น

มันล้มแล้ว!!!

กินโทกิพยายามจะทรงตัวเอาไว้แต่ร่างกายของเขานั้นถึงขีดสุดแล้ว จึงได้แต่มองพวกชาวสวรรค์ที่เตรียมจะเข้ามาปลิดชีพเขา...

 “อย่าปล่อยให้มันรอดไปได้แม้แต่ตัวเดียว!” ทากาสุงิเอ่ยเสียงเด็ดขาดพลางรีบวิ่งไปอุ้มกินโทกิขึ้นมาก่อนจะตะโกนบอกพวกซากาโมโตะและคาซึระให้ต่อสู้ไปก่อน

 “ให้ตายเถอะ! ทำอะไรบ้าบิ่นชะมัดเลย!” ทากาสุงิบ่นใส่เจ้าของผมสีเงินที่ตอนนี้เลือดโทรมกาย แถมลมหายใจยังแผ่วเบา ยิ่งทำให้ทากาสุงิรู้สึกร้อนรนอย่างมาก เขาอุ้มกินโทกิขึ้น แม้จะมีน้ำหนักที่มากกว่าแต่ถ้าไม่ลองมาอุ้มจะไม่รู้เลยว่า เจ้าของร่างที่ชอบกินแต่ของหวานนี่จะเบาได้ขนาดนี้ ทากาสุงิรีบวิ่งพากับไปฐานโดยตลอดทางมีลูกน้องและพวกของซากาโมโต้กับคาซึระคอยกันไว้ให้ตลอดทาง ทากาสุงิจึงไปถึงฐานได้อย่างปลอดภัย

 “รอก่อนนะ กินโทกิ ไม่ว่ายังไง...ฉันก็ต้องช่วยนายให้ได้!!!” ทากาสุงิเอ่ยกับกินโทกิที่หมดสติ และทากาสุงิก็แนบริมฝีปากลงไปบนหน้าผากของชายหนุ่มในอ้อมแขน



 

อึ่ก

ในโรงงานเหล็กแห่งหนึ่งมีร่างผมสีเงินคาดผ้าสีขาวบนหน้าผาก  ร่างนั้นกำลังนั่งพิงกำแพงปูนสีขาวที่มีรูโหว่เล็กน้อย เขาหอบหายใจแรงราวกับคนที่เหนื่อยจากการวิ่งเป็นเวลานานแบบไม่พักเลยยังไงอย่างนั้น

ตุบ!

ร่างนั้นทุบกำแพงจนเกิดรอยร้าว ดวงตาสีแดงสดหรี่เล็กลง พลางฉายประกายฆ่าฟันและรังสีสังหารอย่างไม่ปิดบัง

ไอ้บ้านั่น...รู้แล้วอย่างนั้นรึ?” ร่างนั้นเอ่ยและพลันก็หยุดชะงักร่างกายที่หอบหายใจหนักเพราะมีเสียงเหมือนฝีเท้าของคนสองคนเดินมุ่งหน้ามาทางที่เขาอยู่ ร่างนั้นเงียบและฟังเสียงการเคลื่อนไหว จู่ๆเสียงฝีเท้าพวกนั้นก็หายไป และปรากฏแสงสีเงินพุ่งแหวกผ่านอากาศมาเตรียมจะเสียบเข้าที่ศีรษะของเขา

 ร่างนั้นชักดาบที่เหน็บอยู่ข้างเอวมาปัดดาบที่จงใจจะเสียบเข้าที่ศีรษะของเขาให้เบี่ยงไปปักอยู่กับเสาอีกต้นหนึ่งแทน ร่างนั้นกระโดดตัวถอยหลังห่างจากที่ที่ตนอยู่มาไกลพอควร เขามองสอดส่องเจ้าของร่างดาบนั้นแต่ก็ไม่พบอะไร

 “เฮ้ย แกน่ะ หน้าตาคุ้นๆนะว่ามั้ย” เสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นด้านข้างห่างออกไปเล็กน้อยแต่พอที่จะเห็นร่างของผู้มาเยือนได้ เจ้าของเสียงนั้นมีผมสีเขียวขี้ม้า ดวงตาสีนิลฉายแววป่าเถื่อนและโหดเหี้ยมราวกับสัตว์ป่า ชายหนุ่มชักดาบที่อยู่ข้างเอวออกมาพลางนำมันมาพาดคอ

 “นั่นสินะครับ คุ้นมากๆเลย” เสียงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นด้านหน้าของเขาตรงที่เหมาะกับการปาดาบมาจะเสียบศีรษะของร่างผมสีเงินเป็นรูได้ เด็กหนุ่มมีผมสีน้ำตาลอ่อน ดวงตาสีแดงกลมโตที่ตอนนี้มีแววอาชญากรและนักฆ่าอย่างเปรียบชัดฉายอยู่

 “พวกแก...เป็นใคร” ร่างผมสีเงินเอ่ยถาม เสียงของเขานั้นชั่งเย็นชาและชวนให้ความรู้สึกหวาดหวั่น แต่มันไม่สามารถใช้กับ โซโกะ และ ฮิจิคาตะ ได้

 “ใครน่ะเหรอ...ผู้ล่าเหยื่อยังไงล่ะ” ฮิจิคาตะตอบและตั้งท่าจะลุยเข้ามาฟันกินโทกิในอดีตอย่างไม่มีลังเล

          “ส่วนผมคือ...หัวหน้าของผู้ล่าเหยื่อ” โซโกะตอบและตั้งท่าจะฟันกินโทกิในอดีตให้ขาดเป็นสองท่อนในดาบเดียว

 “แต่ที่แน่ๆ...พวกฉันคือ คนที่จะมาฆ่าแก!!!” โซโกะและฮิจิคาตะพุ่งเข้าไปหาร่างผมสีเงินพร้อมๆกัน แต่แทนที่ร่างสีเงินจะป้องกันกับยืนอยู่นิ่งๆราวกับไม่คิดจะหนีไปไหนทั้งนั้น

 โซโกะและฮิจิคาตะพุ่งเข้าไปเตรียมปิดชีพของกินโทกิในอดีต แต่ก่อนที่ทั้งสองจะฟันลงไปไม่กี่วินั้น กินโทกิในอดีตก็เอ่ย...

          “พวกนายจะฆ่ากินโทกิสินะ” ร่างผมสีเงินนั้นยิ้ม โซโกะกับฮิจิคาตะเบิกตาโต หัวใจของพวกเขากรีดร้องบอกให้หยุด แต่ร่างกายนั้นได้ขยับไปแล้ว...

ฉัวะ!!!


 ฮิจิคาตะและโซโกะถอนดาบออกจากร่างของผมสีเงิน ร่างนั้นล้มลงไปกองกับพื้น เลือดสีแดงสาดกระเซ็นบริเวณรอบๆตัวกินโทกิในอดีต ฮิจิคาตะทรุดตัวลงกับพื้นและนั่งกอดเข่า โซโกะก็เช่นกัน พวกเขาสองคนมองไปที่ร่างของผมสีเงินอย่างเหม่อลอย พวกเขาปล่อยให้ตัวเองจมลงในห้วงความคิด

ในหัวสมองของพวกเขานั้นมีแต่ความคิดเกี่ยวกับประโยคคำพูดเมื่อกี้นี้จนทำให้ไม่รับรู้ถึงสภาพรอบตัว

               บรรยากาศรอบๆพลันเย็นยะเยือก ร่างสีเงินขยับเคลื่อนไหวอีกครั้ง ระหว่างที่พวกเขาทั้งสองกำลังจมอยู่ในห้วงความคิดนั้นเอง กินโทกิในอดดีตที่ควรจะตายไปแล้วกับจับดาบและแทงไปที่ฮิจิคาตะอย่างรวดเร็ว โซโกะได้สติขึ้นมาทันที เขาเบิกตากว้างและจับดาบฟันเข้าไปที่หลังกินโทกิในอดีต

ฉัวะ!

 “อึ่ก...!” ร่างผมสีเงินหันกลับมาอย่างรวดเร็วแถมยังหลบคมดาบได้ และฟันไปที่หน้าอกโซโกะ โซโกะกระเด็นถอยหลังไปตามแรงดาบ เขาล้มลงกับพื้นในท่านอนหงาย นอนมองกินโทกิในอดีตที่ตอนนี้ตาสีแดงกลายเป็นตัวอักษรสีเขียววิ่งกระพริบอย่างรวดเร็วเหมือนกับข้อมูลโปรแกรมอะไรสักอย่างไม่มีผิด

 “กะ...แก” ฮิจิคาตะเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก มือของเขากุมบริเวณที่ถูกแทงเอาไว้

 “แก...เป็น..ตัวอะไร!” ฮิจิคาตะถามร่างผมสีเงินตรงหน้า

 “หึหึหึ พวกแกพลาดแล้วล่ะ” ร่างผมสีเงินนั้นเอ่ย น้ำเสียงของร่างนั้นให้ความรู้สึกเหมือนกับเสียงโปรแกรมอะไรสักอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่เสียงของมนุษย์  โซโกะและฮิจิคาตะเริ่มรู้สึกตัว ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นต้องไม่ใช่มนุษย์และต้องไม่ใช่คนที่พวกเขาชอบเด็ดขาด พลันรู้สึกใบหน้าชาขึ้นมา

 นี้พวกเขาคิดจะฆ่ากินโทกิ

 ในตอนนี้พวกเขารู้สึกเสียใจที่ไม่เชื่อใจชายหนุ่มผมสีเงินผู้มีใบหน้าปลาตาย และยังรู้สึกดีใจที่คนที่พวกเขาฆ่าไม่ใช่ ซากาตะ กินโทกิ

ร่างผมสีเงินนั้นทำท่าจะเดินจากไป โซโกะและฮิจิคาตะสะดุ้งและอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรแต่ร่างผมสีเงินนั้นก็เอ่ยขัดขึ้น...

 “ฉันไม่ฆ่าพวกแกหรอก..เพราะพวกแกไม่มีความสำคัญกับกินโทกิในสายตาฉัน” ร่างผมสีเงินหายไปจากที่ตรงนั้น ปล่อยให้ทั้งสองตกตะลึงกับคำพูดเพียงเท่านั้น



 กินโทกิลืมตาขึ้นมามองเห็นเพดานสีเทาและใบหน้าของทากาสุงิ ที่แสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจนว่าต้องการคำอธิบายเรื่องราวทั้งหมดรวมถึงความรู้สึกห่วงใยที่กินโทกิคิดว่าตนคงมองผิดไป

 “โอ้ คินโทกิ ฟื้นแล้วเหรอนายนี่สุดยอดไปเลย จัดการกับเจ้าพวกนั้นซะจนเหลือให้พวกฉันจัดการอย่างไม่ยากลำบากเลย ฮ่าๆๆๆๆๆ” ซากาโมโต้เอ่ยอย่างอารมณ์ดีเหมือนทุกครั้ง


 “กินโทกิ ทำอะไรบุ่มบ่ามเกินไปแล้วนะ นายน่ะ” คาซึระเอ่ยตำหนิเขาเล็กน้อย แต่ที่มุมปากของชายหนุ่มกับยกขึ้นดูอารมณ์ดี

 “อา...ฉันทำอะไรไปเรอะ” เขาเอ่ยอย่างเฉื่อยชา และแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องไม่รู้ราว แต่ดูเหมือนทากาสุงิจะเป็นคนที่หงุดหงิดที่สุด เมื่อเขาเอ่ยออกไปอย่างนั้นก็มีมือดีมาสับลงที่ศีรษะเขาอย่างจังจนมีความรู้สึกเหมือนลูกกระตาจะถลนออกจากเบ้ากันเลยทีเดียว


โอย...เจ็บนะเฟ้ย เอ็งทำอะไรของเอ็งน่ะหา!?” กินโทกิกุมหัวตัวเองและหันไปจับคอเสื้อของทากาสุงิด้วยท่าทางหาเรื่อง แต่ดูเหมือนทากาสุงิที่ดูเป็นคนใจเย็นที่สุดกับเป็นคนที่ใจร้อนที่สุด จะทนไม่ไหวแล้วจึงโพลงออกมาเล่นเอากินโทกิอึ้ง

 “กินโทกิ นายน่ะ เคยห่วงตัวเองบ้างรึเปล่าคิดว่าทำแบบนี้แล้วจะดีที่สุดอย่างนั้นเหรอ!นายทำอะไรทำไมไม่เคยคิดถึงใจของคนที่<ห่วง>นายบ้าง!!!” ทากาสุงิปัดมือกินโทกิออกจากคอเสื้อตนและเปลี่ยนมากระชากคอเสื้อกินโทกิ กินโทกิที่ไม่ทันทรงตัว ก็ถูกแรงดึงนั้นให้ประกบริมฝีปากกับทากาสุงิ

 กินโทกิที่ไม่ทันได้ขัดขืนและยังคงอึ้งไม่หาย ถูกทากาสุงิจูบเอาเสียแทบสลบไปอีกรอบ ซากาโมโต้กับคาซึระดูถ้าพวกเขาสองคนเองก็ไม่ยอมอยู่เฉย จึงรีบเข้ามาหากินโทกิและ <จูบเป็นคนถัดไป

อื้อ” กินโทกิส่งเสียงในลำคอ เขาเริ่มเหงื่อแตกพลั่ก เมื่อทากาสุงิ คาซึระและซากาโมโต้ ดูเหมือนจะไม่ยอมหยุดกันง่ายๆและอีกอย่างพวกเขาสามคนยังรุมที่กินโทกิคนเดียวอีกต่างหาก แต่โชคยังดีที่พวกเขาสามคนยังรู้ตัวอยู่ว่าควรทำอะไร จึงหยุดจูบและปล่อยให้กินโทกิได้พักหายใจ

  อะ...ไอ้พวกบ้านี่มัน...ทำอะไรฟร่ะ กินโทกิคิดในใจ พลางหน้าแดงเล็กน้อย

 

          “เอ่อ...กินโทกิ นายช่วยอธิบายเรื่องราวทั้งหมดทีนะ” คาซึระเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะพยายามสงบสติอารมณ์ ที่ทากาสุงิและซากาโมโต้ไม่พูดก็คงเป็นเพราะกำลังสงบสติอารมณ์กันอยู่ละมั้ง


          สถานการณ์แบบนี้ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยแหะ กินโทกิคิดในใจ และใช้หลังมือถูริมฝีปากตัวเองเบาๆ

 กินโทกิสูดลมหายใจเข้าลึกๆพยายามรวบรวมสมาธิและเริ่มอธิบายตั้งแต่ที่เขาถูกตัวเองในอดีตลักพาตัวมาที่นี่แต่ถึงจะอธิบายก็เถอะ เขาก็ยังไม่สามารถเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดนี้ได้อยู่ดี การเล่าเรื่องของกินโทกิจึงดูไม่ค่อยได้ช่วยอะไรเท่าไหร่นอกจากรู้ว่าเขาเป็นใครเท่านั้นเอง


 “...และฉันก็เลยต้องมาอยู่ที่นี้แหละ” กินโทกิเล่าจนจบด้วยน้ำเสียงโมโนโทน ปฏิกริยาของทุกคนดูเปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย เริ่มจากทากาสุงิที่ดูเหมือนจะตกตะลึงอะไรบางอย่าง คาซึระที่จ้องเขาราวกับจับผิด ซากาโมโต้ที่มองเขาด้วยรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม


 “งั้นแปลว่านายคือคินโทกิในอนาคตสินะ อืมๆ อย่างนี้นี่เอง แต่คินโทกิก็<สวย>ไม่ใช่เล่นเลยนะ ฮ่าๆๆๆๆ” ซากาโมโตะเอ่ยและหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

ปัก!

กินโทกิปาหมอนใส่หน้าซากาโมโต้อย่างแรงแต่ดูเหมือนเจ้าบ้าสมองกลวงจะไม่เป็นอะไรเลย กินโทกิจึงเอ่ยอย่างหงุดหงิดว่า “จะชมก็ชมให้มันดีๆหน่อย

 “งั้นตอนนี้นายกำลังทำอะไรล่ะ” คาซึระเอ่ยถามเขา กินโทกิรู้สึกดีใจเล็กๆที่มีคนถามคำถามแบบที่เขาคาดการณ์ไว้


 “ก็กำลังนึกอยู่น่ะ ว่าที่ไหนมีเครื่องย้อนเวลาบ้าง จะว่าไป ที่นี่มีรึเปล่า


          ไม่มีหรอก


เสียงปริศนาดังขึ้น พวกเขาสี่คนสะดุ้งเล็กน้อย และมองหาต้นตอของเสียงแต่ดูเหมือนจะสายไปเสียแล้ว...


 “กินโทกิ!!!” ทากาสุงิโพลงออกมาดังลั่นเมื่อมองหาร่างผมสีเงินแต่ปรากฏว่าเพียงไม่กี่วินาที ที่มองหาร่างเจ้าของเสียง ดูเหมือนเจ้าของเสียงปริศนานั่นจะเอาตัวกินโทกิไป


 “สั่งพวกลูกน้องให้ตามหาดีมั้ย” เสียงของคาซึระฟังดูร้อนรนอย่างมาก


 “อย่าดีกว่า มันจะเสียเวลาในการอธิบายและก็ไม่มีเวลาแล้วด้วย” ทากาสุงิตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูร้อนรนเช่นกัน


 “ฉันจะออกตามหาเอง” ทากาสุงิเอ่ยและกระโจนออกไปจากห้องนั้น ปล่อยให้คาซึระและซากาโมโต้ทำอะไรไม่ถูกอยู่อย่างนั้น



 

 

 “แค่ก แค่ก” กินโทกิที่ถูกต่อยเข้าที่ท้องก่อนจะถูกอุ้มพาดบ่ามายังทุ่งร้าง เขาไอเล็กน้อยและแหงนหน้ามองกินโทกิในอดีตที่ตอนนี้ดวงตามีอักษรสีเขียววิ่งพล่านอยู่จนถ้ามองตามอาจจะมึนหัวเอาได้ง่ายๆ

          “เฮ้ๆ แกมันเป็นตัวอะไรกันแน่ล่ะเนี่ย” กินโทกิเค้นเสียงเอ่ยถามอย่างยากลำบากเพราะเขาเพิ่งผ่านการต่อสู้ที่ดุเดือดมากับพวกชาวสวรรค์แถมได้รับบาดเจ็บหนักแบบที่ไม่น่าจะรอดมาได้ด้วยซ้ำและยังมาถูกแรงมหาศาลต่อยเข้าที่ท้องอีก ไม่เดี้ยงก็ถือว่าอึดสุดๆไปแล้ว


 “ชิโรยาฉะ...ฉันนั้นหลงใหลในตัวนาย” เสียงที่เหมือนกับโปรแกรมอะไรบางอย่างพูดขึ้น กินโทกิคิดว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขานั้นไม่ใช่เขาในอดีตอย่างแน่นอนและก็ไม่ใช่มนุษย์ด้วย


 “เฮ้ย...ฉันถามแกอยู่นะ ว่าแกน่ะเป็นตัวอะไร” กินโทกิลุกขึ้นยืนด้วยความสะบักสะบอมพลางจ้องมองไปที่กินโทกิอีกคน

 “ฉันหลงใหลในตัวนาย...ชิโรยาฉะ โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น ฉันรู้สึกดีใจ ที่นายมองฉันแบบนั้น ดวงตาแห่งจิตวิญญาณ” ร่างผมสีเงินนั่นยังเอ่ยต่อไป แม้จะเป็นเสียงเหมือนโปรแกรมแต่ก็ฟังได้ถึงความหลงใหล


“...นี่ก็เป็นเพียงดวงตาของคนคนนึงเท่านั้นแหละ” กินโทกิเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบและหันหน้าไปทางอื่นราวกับไม่อยากจะสบสายตา

“…” ร่างผมสีเงินนั้นเองก็ไม่พูดอะไร เพียงมองไปที่กินโทกิอย่างเงียบๆ


ว่าแต่ นายต้องการอะไรเนี่ย” เขาเอ่ยกับร่างผมสีเงินตรงหน้า แต่ดูเหมือนร่างผมสีเงินจะไม่สนใจ เพียงแค่เอ่ย

ฉันจะอธิบายถึงตัวตนของฉันให้นายฟัง


กินโทกิเงียบ และหันไปมองร่างผมสีเงินตรงหน้า

 

ฉันคือ<มนุษย์เทียมถูกสร้างขึ้นโดยชาวสวรรค์ที่ก่อกบฏต่อดวงดาวของตัวเอง ชาวสวรรค์พวกนั้นต้องการจะยึดครองดวงดาวของตน จึงมอบหมายให้ฉันไปสังหารผู้ปกครองสูงสุดของดวงดาว แต่เพราะฉันทำงานพลาดจึงถูกกล่าวหาว่าเป็นมนุษย์เทียมที่ไม่สมบูรณ์แบบ ชาวสวรรค์ออกคำสั่งให้ฉันทำลายระบบเชื่อมต่อของตัวเองกับ<เครื่องเก็บความทรงจำ>ทิ้งซะ ถ้าหากไม่ทำลายเครื่องเก็บความทรงจำทิ้ง ฉันก็จะไม่สามารถตายได้ แต่ว่าฉันไม่ยอมทำลายทิ้ง และยังฆ่าชาวสวรรค์กบฏพวกนั้น และฉันก็หนีออกมา จนกระทั่งได้มาพบกับนาย ซากาตะ กินโทกิ

 “ฉันหลงใหลในตัวนาย เมื่อเห็นนายช่วยเหลือพวกพ้องมนุษย์ด้วยกันซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ควรกระทำและยังช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถเท่าที่ตัวเองจะทำได้ นายไม่ได้เข้าไปยุ่งกับปัญหาของมนุษย์พวกนั้น เพียงทำหน้าที่เป็นคนให้เส้นทางที่ยุ่งเหยิงให้กับมนุษย์และให้มนุษย์ที่มีปัญหาจัดการปัญหานั้นด้วยตัวเอง ถ้าเขาจัดการปัญหาของตัวเองได้ นายก็จะเพียงยิ้มและมองส่งเขาเท่านั้น แต่ถ้ามนุษย์นั้นไม่สามารถแก้ไขปัญหาของตัวเองได้ นายก็มักจะปลอบใจเขาเสมอ เพราะอย่างนั้นฉันจึงอยากจะพบกับนาย” ร่างผมสีเงินนั้นดูเหมือนจะเลืองแสงได้ กินโทกิไม่ได้เอะใจ เขายังคงอึ้งอยู่กับสิ่งที่ร่างตรงหน้าเขาพูดออกมา

          “ฉันสร้างเรื่องขึ้นมาทั้งหมด ฉันได้ใช้เครื่องเก็บความทรงจำมาอ่านความทรงจำของนายและฉันก็ได้ปลอมเป็นนายในอดีตเพื่อพานายมาที่แห่งนี้ เพราะถ้าฉันเจอกับในนายเวลาปกติฉันก็คงถูกพวกคนรอบข้างของนายกลบทิ้งไปจากความทรงจำของนายแน่นอน

 “เฮะ...เฮ้” กินโทกิเอ่ยเมื่อเห็นร่างผมสีเงินนั้นเลืองแสงสีขาวจนมองไม่เห็นตัวไปครึ่งซีกแล้ว


 “กินโทกิ <เครื่องย้อนเวลา>ฉันได้ไปขโมยมาจากชาวสวรรค์กบฏพวกนั้น ฉันเอามันไปไว้ที่ฐานทัพซามูไรขับไล่ต่างแดนนั่นแหละ ต่อจากนี้ก็ขอให้นายโชคดี

ชิโรยาฉะ...แม้นายจะถูกผูกด้วยโชคชะตาที่ต้องต่อสู่แต่นายก็ไม่เคยยอมแพ้สินะ


แก...เครื่องเก็บความทรงจำอยู่ที่ไหน?” กินโทกิเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน


หึหึ ไม่ต้องห่วง ฉันให้ <คนคนนั้นทำลายทิ้งตามเวลาที่กำหนดกันไว้แล้วล่ะ


แก….! อย่ามาหายกันไปง่ายๆนะเฟ้ย! สร้างความลำบากให้ฉันแล้วจะจากกันไปง่ายๆอย่างนี้น่ะเหรอ!?” กินโทกิตะโกน เขาพยายามจะจับแสงสีขาวพวกนั้นเอาไว้ แต่แสงพวกนั้นกินโทกิกับไปสามารถจับเอาไว้ได้


กินโทกิ...ขอบคุณที่ทำให้ฉันสนุกมาตลอด...แม้จะเป็นเพียงฉันฝ่ายเดียวก็เถอะ

ไอ้บ้าเอ๊ย!!!


ซากาตะ กินโทกิ ฉันเอง...ก็อยาก...ให้นาย...ใจ...บ้าง” แสงนั้นหายไปหมดแล้ว กินโทกิทรุดลงกับพื้น เขาทุบพื้นอย่างเจ็บปวดและสบถออกมาดังลั่น


โธ่เว้ย!!!

"นาย...อยากจะพูดอะไรกันแน่" กินโทกิเอ่ยขึ้นมาเบาๆราวกับจะพูดกับตัวเอง เขาแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่ตอนนี้มีสีที่หม่นหมองเสียยิ่งกว่าครั้งใดๆ

 

TBC.

 

 














SQWEEZ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

16 ความคิดเห็น

  1. #15 Winterrin (@0875350549) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 01:29
    แต่คนโดนแทงไปตั้งเยอะนา.. คางูระจังเข้าโรงบาลเลย y_y
    #15
    0