fic Gintama ฉันในอดีต นายในอนาคต allgin

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 ความซวยของคุณกิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 983
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    4 มี.ค. 58


 

 ร้านรับจ้างสารพัดกินจังเดือนนี้ก็กินแกลบอีกแล้ว เจ้าของบ้านกับลิ่วล้อ(?)ทั้งสองต่างก็นอนขึ้นอืดกันอย่างน่าอนาถจิต ซากาตะ กินโทกิ เจ้าของร้านรับจ้างนอนอืดอยู่บนโซฟามีC-kidsของสัปดาห์ที่แล้วของที่แล้วของที่แล้วแปะอยู่บนหน้า รองเจ้าของร้าน คางุระจังเองก็มีกล่องสาหร่ายดองวางเกลื่อนอยู่รอบตัวพลางเล่นกับซาดาฮารุทั้งที่ปากก็คาบสาหร่ายดองอยู่ ส่วนที่แขวนแว่น..

เฮ้ๆ เดือนนี้คุณกินก็กินแกลบอีกแล้วงั้นเรอะ! คนเขียนกะจะให้ตัวเอกอนาถขนาดไหนกันเนี่ย

น่าๆ อย่าบ่นนักเลยนา อากินจัง ยังไงๆตัวเอกของเรื่องกินทามะก็ไม่มีทางรวยได้หรอกน่อ

พวกคุณนี่ ถ้าอยากจะรวยกันละก็ ทำไมไม่ไปหางานทำซะละครับ” ที่แขวนแว่นกล่าวขัดสองหน่อที่กำลังโวยใส่คนเขียน แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล เมื่อสองหน่อยังคงเถียงกันต่อไป

อา..ฉันเป็นเจ้าของร้านนา พวกลิ่วล้อไปเดินร่อนเมืองหาลูกค้าให้หน่อยไม่ได้เรอะไง

ลิ่วล้ออะไร(ว่ะ)ครับ! เจ้าของร้านไม่ใช่เหรอ ที่ต้องไปหางานทำน่ะ!!

อากินจางอั๊วอยากได้สาหร่ายดองขนาดจัมโบ้ แบบช็อกโกบิ จังเลยน่อ

แบบช็อกโกบิมันมีด้วยเรอะ อ่านการ์ตูนมากไปรึไงน่ะ

ก็อั๊วว่าขนาดเท่ากับช็อกโกบิจัมโบ้มันน่าจะกินได้เต็มคราบนี่น่อ

แบบนั้นมันไม่คุ้มหรอก ต้องเอาขนาดยัดใส่กระเป๋าวิเศษโดราxxนยังเต็มต่างหากล่ะเหวย

นี่พวกคุณพูดอะไรกัน(ว่ะ)ครับ!! ถ้าว่างกันนักทำไมไม่ไปหางานมาทำกันล่ะโว้ยยยยยยยยยยยครับ!!!

 

ที่แขวนแว่นฟิวส์ขาดจึงจับคุณแม่(?)กินโทกิโยนออกไปนอกบ้านแล้วปิดประตูดัง ปัง! คุณแม่(?)รีบทวงสิทธิ์คืนทันที

เฮ้ยๆ ไหงโยนฉันออกมาคนเดียวเล่าเฮ้ย!  ไม่ยุติธรรมเลยนา ชินปาจิคุง!

คุณกินว่าพลางทุบประตู ชินปาจิทีฟิวส์ขาดอยู่แล้วแทบอยากจะหากะละมังสักใบปาออกไปใส่คนแก่ว่างงาน แต่ยังดีที่มีลิมิตอยู่บ้าง จึงตะโกนกลับไปว่า

คางุระจังเป็นผู้หญิงนะครับ! นี่คุณจะใช้เด็กผู้หญิงไปทำงานตากแดดตากฝนเหรอครับ!

เอ่อ..ยัยนั่นก็ไม่เห็นจะเหมือนผู้หญ..อุ๊บ!” คุณกินโดนกะละมังปาใส่หน้าอย่างจัง คนทำคือสาวน้อยที่ว่า แถมมีแลบลิ้นปิ๊นตาใส่ด้วย

ไปหางานทำเถอะครับ แล้วรีบกลับมานะครับ ” ชินปาจิปลงเข้าขั้นหนัก

         

 

 

 

 --------------------

ในที่สุดกินโทกิก็ยอมไปหางานทำแต่โดยดี ดวงตาสีแดงสอดส่องไปมาตามประสาคนกำลังตั้งใจ(?)หางานทำ เขาเดินไปตามทางเรื่อยเปลื่อย เส้นทางที่มีแต่ผู้คนเดินผ่านไปมา เส้นผมสีเงิน ดวงตาสีโลหิต ชุดกิโมโนสีขาวลายสายลม ดาบไม้ที่สลักคำว่า โทะยะโกะ ทั้งที่ก็ดูเหมือนซามูไรธรรมดาทั่วไป แต่กลับมีบางสิ่งที่ดูแตกต่างออกไป ทั้งที่ก็ดูเหมือนคนในเมืองคาบุกิโจว ที่เที่ยวหาความสำราญและความรื่นเริง แต่ก็ดูเหมือนไม่ใช่คนในเมือง

          ฝีเท้าพลันหยุดชะงักเมื่อรับรู้ถึงสิ่งแปลกๆที่อยู่ด้านหลัง กินโทกิรู้สึกได้ถึงรังสีสีเงินที่เหมือนกับตน เขาหันกลับไปมองแต่ก็เพียงแวบเดียวเท่านั้น ประสาทรับรู้ของเขาพลันหยุดชะงักพร้อมกับเสียงที่เหมือนกับตน..

 

ยินดีต้อนรับกลับ กินโทกิ



 

 

 ------------------

 กินโทกิลืมตาขึ้นมาอีกทีก็พบกับหมอกควันทีดูคุ้นๆกับพื้นสีแดงที่เปียกชื้น เขาสะดุ้งลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแต่ก็ต้องชะงักเหมือนรับรู้ถึงเสียงโซ่และความหนักของบริเวณข้อมือทั้งสองข้างกับที่เท้าขวา เขากวาดตามองรอบด้านอย่างรวดเร็วและก็ต้องเบิกตากว้าง ท้องฟ้าสีเทา เมฆหมอกสีเทา หมอกควัน และ พื้นสีโลหิต ที่นี่คือ สนามรบ

          กินโทกิพบว่าตัวเองนอนอยู่กลางสนามรบสมัยที่ตัวเองเป็นชิโรยาฉะ ศัตรูที่เป็นชาวสวรรค์ต่างตั้งท่าถืออาวุธและพร้อมจะกระโจนฆ่าฟันตลอด เมื่อผู้นำให้สัญญาณ อีกด้านหนึ่งเป็นกองกำลังที่คุ้นตา พวกเขาเป็นซามูไรซึ่งเตรียมดาบพร้อมจะสู้เช่นกันเพียงรอผู้นำสั่ง แต่ว่า ในหมู่ผู้นำนั้นไม่มี ปิศาจขาว

หา..” กินโทกินิ่งค้าง มีความรู้สึกด้านชา พลางย้อนนึกถึงก่อนที่ตัวเองจะมาโผล่อยู่ที่นี่ ความคิดพลันหยุดชะงักเมื่อเห็นแสงสีเงินแวบมาด้านหลัง เขาหันไปมองอย่างรวดเร็วแล้วก็ได้พบกับ คนที่หายไป

ยินดีต้อนรับกลับ ซากาตะ กินโทกิ” แสงสีเงินนั้นคือ ปิศาจขาว ตั้งแต่หน้าตาจนถึงบุคลิกนิสัย ดูยังไงก็เหมือนกับกินโทกิในอดีตราวกับแกะ

ฉันคิดว่านายคงจะไม่เข้าใจสินะ งั้นฉันจะอธิบายให้” ชิโรยาฉะกล่าว โดยที่กินโทกิไม่ต้องถามอะไร ชิโรยาฉะก็เริ่มอธิบายให้ฟัง

ฉันก็คือตัวนาย ในอดีต และนายนั้นก็คือตัวฉันในอนาคต   ในอดีตนายถูกขนานนามว่า ปิศาจขาว หรือ ชิโรยาฉะ ซึ่งก็คือตัวฉัน แต่ที่ฉันทำการย้อนเวลาและการข้ามเวลาไม่ใช่เพื่อมาบอกนายว่าฉันเป็นใคร นายเป็นใคร  สิ่งที่เป็นเป้าหมายของการกระทำในครั้งนี้ก็คือ ฉันจะทำให้ตัวนายในอนาคตมากลายเป็นตัวฉัน และทำให้ฉันกลายเป็นนายในอนาคต” ร่างสีเงินนั่นมองเขาด้วยแววตาที่ยากจะหยั่งถึง

กินโทกิรีบคิดตามอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ทันอ้าปากถามอะไร ชิโรยาฉะก็พูดต่อราวกับกลัวว่าเขาจะถามอะไรเป็นต่อยหอย

เอาล่ะ เพราะ ฉะนั้นฝากดูแลเรื่องราวในอดีตด้วยนะ เพราะถ้าเกิดอะไรเสียหายหรือนายตายขึ้นมา ก็จะส่งผลกระทบต่ออนาคตด้วย ที่จริง ฉันก็แค่รู้สึกว่า ทั้งที่ในอดีตออกจะเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่แท้ๆ แต่อนาคตกลับดันเป็นคนที่ไม่เอาไหนไปซะได้ ก็แค่นั้นแหละ

ชิโรยาฉะพูดจบก็สลายหายไป ปล่อยให้กินโทกิรู้สึกเจ็บใจที่โดนด่าพร้อมกับภาระอันหนักอึ้ง

         

 สุดท้าย ก็แค่ แกรับไม่ได้ เองไม่ใช่เรอะไงฟร่ะ!!!!

 

 

คุณกินงานเข้าซะแล้วสิ แค่ไม่ยอมหางานทำกับเอาเงินไปเสียกับปาจิงโกะ ถึงกลับต้องโดนลงโทษแบบนี้เลยเรอะ!ผมผิดไปแล้วได้โปรดพาผมกลับเวลาเดิมที!!!” กินโทกิคร่ำครวญกลับตัวเองพลางหาทางทำให้ตัวเองหลุดจากโซ่ที่พันธนาการตน กินโทกิสอดส่องสายตามองไปรอบๆตัวและก็มองเห็นแสงสีขาว เขาตัดสินใจหยิบมันมาตัดโซ่ สิ่งนั้นคือ ดาบ

 

เคร้ง!

 

เสียงเหล็กกระทบตกลงกับพื้นหญ้า โซ่ขาดออกจากกัน แต่มือของเขายังไม่ขาดถือว่าโชคดีไป กินโทกิถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะรู้สึกตัวเหมือนมีใครมายืนอยู่ข้างหลัง...

 

เฮ้ย แกน่ะ เป็นใคร?” กินโทกิหันไปด้านหลังเพื่อมองเจ้าของเสียงแล้วก็เห็นชาวสวรรค์หน้าตาปลาดุกใส่เกราะถือหอกยืนอยู่สองสามตัว

 

 เวรละสิ กินโทกิคิดในใจและเริ่มแผนเนียน

 

 “โอ้ ผมเป็นใครงั้นเหรอ อยากรู้จริงๆเรอะ” กินโทกิแกล้งทำเสียงมีเลศนัย ชาวสวรรค์หน้าปลาดุกสามตัวนั้นมองหน้ากันไปมาอย่างงงๆ  ตัวหนึ่งเอ่ยถามกินโทกิว่า “แกมันพวกซามูไรใช่มั้ย

 

 “หาซามูไรนะเหรอ เฮ้ๆ พี่ชาย พี่นี่ตามยุคโลกไม่ทันเอาซะเลยนะ เดี๋ยวนี้น่ะเขาไม่เรียกซามูไรกันแล้ว เขาเรียกกันว่า นักดาบ ต่างหากล่ะ นักดาบ” กินโทกิลุกขึ้นยืนพลางจ้องมองไปที่ชาวสวรรค์ตัวที่ถาม

 

 “อะ..อะไรของแกกันฟร่ะ...อุ๊ก!” กินโทกิอาศัยจังหวะที่ชาวสวรรค์มึนงงต่อยไปที่ท้องและจับเอาหอกมาแทงไปที่สองตัวที่เหลือ ชาวสวรรค์ล้มลง

กินโทกิขว้างหอกทิ้งและอาศัยจังหวะนั้นวิ่งไปหลบอยู่ที่แถวโพรงหญ้าข้างสนามรบ

 

ทุ่งร้างที่เป็นสนามรบ  มีชาวสวรรค์ประมาณหมื่น ซามูไรประมาณพัน  แต่เพียงไม่นานชาวสวรรค์ก็ลดน้อยลงจนเหลือเพียงพันกว่าเท่านั้น หัวหน้าทางชาวสวรรค์เห็นความต่างชัดนี้ก็สั่งให้ถอยทัพ เพียงชั่วเดียวทุ่งร้างนั่นก็กลับมาเงียบสงบอีกคราพลางเหลือแต่ซากศพและเหล่าซามูไร กองทหารอสุราของทากาสุงิได้ถอยทัพกลับไปตั้งหลัก ทางซากาโมโต้เองก็เตรียมถอยเช่นกัน ส่วนทางคาซึระนั้นดูเหมือนจะสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างได้

พวกนาย...มีใครเห็นกินโทกิบ้าง” คาซึระเอ่ยถามกับพวกลูกน้อง พวกลูกน้องมองหน้ากันไปมาพลางส่ายหัว

งั้นเหรอ ขอบใจ” คาซึระรีบวิ่งไปหาซากาโมโต้พลางบอกเรื่องกินโทกิ ซากาโมโต้มีสีหน้าแตกตื่นนิดๆ แต่ก็สั่งให้พวกลูกน้องออกตามหาปิศาจขาว 

 แต่แล้วคาซึระรู้สึกเหมือนถูกใครจ้องมอง เขาส่งสายตาไปหาซากาโมโต้ ซากาโมโต้รับรู้ทันทีพวกเขาเดินไปที่โพรงหญ้า ถ้าจะสามารถพลางตัวและแอบมองจากตรงนั้นได้ก็ไม่ใช่เรื่องยากนักเพราะโพรงหญ้าค่อนข้างสูงทีเดียว

ใครน่ะ! ออกมาจากตรงนั้นซะ!!” คาซึระตะโกน ซากาโมโต้เตรียมท่าชักดาบ ถ้าเกิดเป็นชาวสวรรค์ละก็ เขาจะฟันให้ตายภายในดาบเดียวเชียว...

โอ้ โดนจับได้ซะแล้วแหะ” ชายหัวหยักศกสีเงิน ตาปลาตายสีแดง สวมชุดกิโมโนลายสายลม ที่มือถือดาบญี่ปุ่นเล่มยาว ลุกขึ้นมาจากโพรงหญ้า คาซึระและซากาโมโต้ร้องเสียงเดียวกันว่า

กินโทกิ/คินโทกิ!!!

 

โป๊ก!

 

ใครชื่อคินโทกิกัน! เจ้าบ้านี่!!!” กินโทกิแจกกำปั้นใส่หัวซากาโมโต้ เพื่อนรักเพื่อนเก่า อย่างไม่มีออมแรงแต่อย่างใด

 

น...นาย กิน..กินโทกิเหรอ?” คาซึระถามด้วยน้ำเสียงที่เหมือนไม่มั่นใจ กินโทกิหันมามองค้อนใส่คาซึระก่อนจะพูดยัวะแหย่เล็กน้อย “โอ้ ซึระ มัดผมแบบนั้นแล้วดูอย่างกับผู้หญิ๊งผู้หญิงแน่ะ~”

 

โป๊ก!

 

...ตอนนี้กำปั้นที่กินโทกิเคยแจกให้ซากาโมโต้ ได้มาบังเกิดอยู่บนหัวกินโทกิบ้างแล้ว

ไม่ใช่ ซึระ ... คาซึระต่างหาก” คาซึระเอ่ยแก้ชื่อตัวเอง

ดะ..เดี๋ยวสิ คินโทกิ ตอนรบนายหายไปไหนมาน่ะ แล้วยังโผล่มาในสภาพนี้อีก” ซากาโมโต้ถามกินโทกิที่ตอนนี้กำลังลูบหัวตัวเองปอยๆ

เหอะ! ใช่ว่าฉันไม่อยากอธิบายหรืออยากอุ๊บไว้หรอกนะ เพียงแต่เรื่องมันยาวน่ะ เอาไว้ไปที่ฐานแล้วเดี๋ยวจะค่อยเล่าให้ฟังแล้วกัน” เขาตอบไปและมองทั้งสองด้วยแววตาจริงจังแบบที่หาได้ยาก

          แต่สำหรับทั้งสองคนที่เป็นอดีตแล้ว กลับมองว่า แววตาแบบนั้นมันเป็นสิ่งที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นอีก เพราะแววตาของกินโทกินั้นไม่ต่างอะไรไปจากปิศาจเลยสักนิด ศัตรูหวาดกลัว ผู้คนหวาดกลัว และมิตร ก็ยังหวาดกลัว ขนาดพวกเขาทั้งสองยังรู้สึกหวาดกลัวนิดๆด้วยซ้ำไป แต่ไม่เคยพูดออกไป เพราะถ้าพูดไป กินโทกิคงจะเลิกยุ่งกับพวกเขาและทำตัวเหินห่างอย่างแน่นอน คนที่ไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิดคงจะเป็นแค่ ทากาสุงิ ชินสุเกะ

แต่ทั้งสองคนดันเป็นพวกขั้วเข้ากันไม่ได้ซะนี้...

 

อา ถ้าอย่างนั้นก็ดี จะได้อธิบายให้ฟังกันให้หมดเลย” คาซึระพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ส่วนซากาโมโต้ที่สมองกลวงอย่างนั้นก็ไม่เอ่ยขัดค้านอะไรเพียงแค่หัวเราะเสียงดังและหันไปตบบ่ากินโทกิอย่างสนิทสนมด้วยเท่านั้น

          “เอ...นายสูงขึ้นรึเปล่านะ คินโทกิ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” ซากาโมโต้หัวเราะใส่อีกฝ่ายอย่างไม่เกรงใจ กินโทกิพยายามจะไม่ใส่ใจสักเท่าไหร่ จึงหันไปบอกคาซึระว่า “เอ้า ถ้างั้นก็นำทางเลยแล้วกันนาเหวย ซึระ” แล้วก็เตะซากาโมโต้ทิ้งเข้าไปในโพรงหญ้าก่อนจะทำหน้าปลาตายตบท้าย

 “ไม่ใช่ ซึระ ... คาซึระต่างหาก” คาซึระเอ่ยแก้ชื่อตัวเองอีกรอบ “ตามมาสิ นายด้วย” คาซึระเอ่ยแล้วหันไปหาซากาโมโต้ ซากาโมโต้กระโดดลุกขึ้นยืนและเข้าไปกอดคอกินโทกิพลางลากตามคาซึระไป
 

TBC.


 


 

 

 



 



SQWEEZ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

16 ความคิดเห็น

  1. #7 Zethius (@alisia-w-) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2558 / 00:07
    สนุกมากค่ะ มุกที่โต้กันนี่รู้สึกเหมือนในกินทามะเวอร์ชั่นจริงๆเลย
    #7
    0
  2. #6 Zethius (@alisia-w-) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2558 / 00:07
    สนุกมากค่ะ มุกที่โต้กันนี่รู้สึกเหมือนในกินทามะเวอร์ชั่นจริงๆเลย
    #6
    0