เจ้าสาวไร้อันดับ

ตอนที่ 5 : อัพ 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 636
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    3 พ.ค. 61

“สวย” จิตรลัดดาเชยคางญาสุมินทร์ขึ้นมอง ใบหน้างดงามหวานล้ำที่มองจากในรูปว่าสวยแล้ว ตัวจริงยิ่งสวยมากกว่าในรูปหลายเท่าตัว ผิวขาวเนียนละเอียด สีชมพูระเรื่อราวกับผิวกลีบดอกแมกโนเลีย คิ้ว จมูก ปาก รับกันไปหมดทุกสัดส่วน

ช่างเหมือนเจ้าหญิงในเทพนิยาย

ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงคนนี้จะยากจนถึงขั้นไม่มีอะไรกิน หน้าตาเหมือนลูกผู้ดีตกยากมาจากไหน

“หนูพร้อมแล้วใช่ไหมจ๊ะ”

“ค่ะ หยีใช้ภาษาอังกฤษกับฝรั่งเศสได้ค่ะ ที่นั่นมีสัญญาไหมคะว่า หยีต้องทำกี่ปี แล้วให้กลับมาเยี่ยมบ้านบ้างได้ไหมคะ” ญาสุมินทร์ซักถาม หากนายจ้างให้เธอกลับมาเยี่ยมบ้านได้ปีละสองครั้ง คงจะดีไม่น้อย

“สัญญา? ไม่ต้องเซ็นจ้ะ แล้วก็ทำไม่นาน แค่อา” จิตรลัดดายังพูดไม่ทันจบ บาหลีก็รีบเข้ามาขนาบข้าง ส่งสายตาเป็นเชิงบอกให้จิตรลัดดาหยุดพูดแล้วตอบขึ้นแทน

“คุณจอยเขาหมายถึงแล้วแต่เธอจะทำน่ะจ้ะ นานแค่ไหนก็ได้ ไม่บังคับ”

“อ้ออย่างนั้นก็ดีมากๆ เลยค่ะ แต่ไม่รู้ว่าทางนั้นจะสนใจในตัวหยีหรือเปล่า เห็นบาหลีบอกว่ามีคนมาสมัครเยอะ” ญาสุมินทร์เริ่มวิตก งานนี้น่าสนใจมากทีเดียว เธอเองไม่อยากพลาดงาน แต่บาหลีก็ยืนยันว่าสนิทสนมกับจิตรลัดดา รับรองว่าเธอต้องได้งานแน่ๆ

“สนสิจ๊ะ ว่าแต่หนูมีรูปถ่ายปัจจุบันบ้างไหม รูปจากหลีเขาให้มา รู้สึกว่ามันจะหลายปีแล้ว” จิตรลัดดาแม้จะแปลกใจกับท่าทางใสซื่อของญาสุมินทร์ แต่ก็ปัดทิ้งไปแล้วหันมาพูดคุยเป็นการเป็นงาน

“มีค่ะ หนูเตรียมมาแล้ว” หญิงสาววางแฟ้มเอกสารที่เขียนประวัติการศึกษาและผลการเรียนของตัวเองอย่างละเอียดลงตรงหน้าพร้อมแนบรูปถ่ายชุดรับปริญญาขนาดสองนิ้ว

“เอ่อ” จิตรลัดดาขำไม่ออก เมื่อเห็นรูปถ่ายหน้าตรงห้ามยิ้มของญาสุมินทร์ รวมทั้งเอกสารทุกอย่างที่ดูเป็นทางการราวกับมาสมัครงานบริษัท บาหลีเห็นอย่างนั้นจึงยิ้มเจื่อนๆ

“หลีมีค่ะ” เธอยื่นรูปถ่ายของญาสุมินทร์ที่ถ่ายเอาไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนตอนเธอทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ภาพนี้ค่อยทำให้สีหน้าจิตรลัดดาดีขึ้น

“ใช้ได้”

ท่าทางของจิตรลัดดาทำให้ญาสุมินทร์แปลกใจไม่น้อย แต่บาหลีก็ชวนเธอคุยเรื่องกำหนดการเดินทางต่อ ทำให้เธอต้องหันมาตั้งใจฟัง

“เราจะเดินทางกันอาทิตย์หน้าเรื่องพาสปอร์ต กับเอกสารต่างๆ ฉันจะช่วยจัดการ เธอเตรียมตัวให้พร้อมก็แล้วกัน ฉันเองก็จะเดินทางไปพร้อมเธอ”

“จริงหรือบาหลี ขอบใจมากนะ”

“บาหลีเขาก็มีงานของเขา ไปถึงแล้วเธอสองคนต้องแยกกันไปทำหน้าที่ตัวเอง ใครเสร็จงานก่อนก็กลับมาก่อนได้ ไม่ต้องรอ เพราะไม่รู้ว่าใครจะต้องทำงานถึงเมื่อไร”

“บาหลีก็มีงานที่นั่นหรือคะ” ญาสุมินทร์เลิกคิ้ว

“อ้าว ก็งะ

“ฉันมีงานที่นั่นพอดีจ้ะหยี ไปแค่อาทิตย์เดียว อาจไม่ได้เจอกันที่นั่น เพียงแต่เราจะเดินทางไปพร้อมกัน” บาหลีรีบอธิบาย หญิงสาวพยักหน้ารับรู้

 จิตรลัดดามองสองสาวสลับกันไปมาอย่างสงสัย และเมื่อญาสุมินทร์เอ่ยขอตัวไปห้องน้ำจึงได้ถาม

“ยาหยีเขาไม่รู้หรือว่าไปทำงานอะไร พี่ไม่ทำแบบนั้นหรอกนะ เพราะมันจะเกิดปัญหาทีหลัง” จิตรลัดดาส่ายหน้า บาหลีจึงต้องรีบอธิบาย

“ไม่ใช่หรอกค่ะ เพียงแต่หยีเขาไม่เคยไปเมืองนอก ก็เลยกลัวนิดหน่อย หลีก็เลยบอกว่าจะไปเป็นเพื่อน พอรู้ว่าหลีต้องแยกตัวไปเธอก็เลยคว้าง”

“อออย่างนี้เอง ดูไร้เดียงสาแบบนี้ละดีแล้ว พวกผู้ชายมันชอบ”

“ว่าแต่คนที่ซื้อตัวยาหยีนี่ใครคะ เป็นเชื้อพระวงศ์เหมือนกันหรือเปล่า”

“ก็เจ้านายฝ่ายในเหมือนกัน คนพวกนี้ชอบผู้หญิงไทยตัวเล็กๆ อย่างพวกเธอนี่แหละ อย่างไรก็เอาใจพระองค์ให้มากๆ รับรองว่ารวยกลับมาแน่ๆ”

“งานนี้ต้องขอบคุณพี่จอยนะคะ ถ้ารวยกลับมาจริงๆ คนอย่างหลีไม่เคยลืมบุญคุณใครอยู่แล้ว” บาหลีไหว้อ่อนช้อย จิตรลัดดาทำเป็นค้อนให้

“แรกๆ ก็พูดแบบนี้กันทุกคนแหละ พอได้ดีแล้วก็ลืม”

“ไม่ใช่หลีแน่ค่ะ โดยเฉพาะพี่จอยทำให้เพื่อนหลีสุขสบายไปด้วย”พูดถึงประโยคนี้บาหลีก็หลุดสียงหัวเราะออกมา

 

มื่อถึงกำหนดเดินทาง ญาสุมินทร์ก็เก็บข้าวของลงในกระเป๋าเดินทางที่บาหลีอุตส่าห์ใจดีให้ยืมมา เพราะลำพังเธอคงใช้แค่กระเป๋าเป้เก่าๆ

 เธอเองไม่รู้จะตอบแทนเพื่อนคนนี้อย่างไร ชาตินี้จะไม่มีวันลืมบุญคุณ โชคดีที่คุณจิตรลัดดาใจดีให้เงินมาก่อนถึงห้าหมื่นบาท เงินจำนวนนี้คงทำให้น้องกับยายเธอสบายไปหลายเดือน อาการป่วยของยายก็ดีขึ้นมากหลังได้รับยา

“พี่ยาหยี แล้วพี่จะกลับมาเมื่อไร” ญัณตรีเองแม้จะดีใจที่พี่สาวได้งาน แต่ต้องให้เธอเดินทางไปไกลถึงประเทศนาดาลก็ทำให้อดใจหายไม่ได้

“ยังไม่รู้เลย แต่เขาจ้างเดือนละตั้งหลายหมื่น พี่จะส่งเงินมาให้ทุกเดือน ญัณตรีสัญญากับพี่นะว่าจะตั้งใจเรียนแล้วก็ดูแลยายให้ดี”

“เรื่องนั้นพี่ไม่ต้องห่วง แต่ผมห่วงพี่ ที่นั่นจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้”

“อย่าห่วงไปเลย พี่โตแล้วนะ อีกอย่างเจ้านายพี่ก็เป็นคนไทย ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร พอไปถึงพี่จะเขียนจดหมายมาถึงทันทีเลยนะ จำไว้ว่าให้ดูแลยายให้ดี”

“ครับ”

“แกสองคนอย่ามัวแต่ห่วงยายอยู่เลย ที่ยายยอมให้ยาหยีไปก็เพราะมันเป็นอนาคตที่ดีของหยี ยายยังไม่ยอมตายง่ายๆ หรอกจนกว่าจะเห็นหยีแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝา” ยายปทุมที่หลานๆ คิดว่าหลับไปแล้วส่งเสียงออกมานอกมุ้ง และประโยคนี้ก็ทำให้เธออดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้

“อย่างนั้นยายคงได้อยู่เป็นร้อยๆ ปี เพราะหยีจะไม่แต่งงาน”

“ทำไมล่ะลูก” คราวนี้ยายปทุมที่อาการดีขึ้นมากแล้วผุดลุกขึ้นแล้วพาตัวเองออกมานอกมุ้ง สีหน้าดูตกใจกับคำพูดประโยคนั้นของหลานสาว

“ก็เพราะหยีคิดว่าไม่มีผู้ชายคนไหนจะรักหยีจริงนะสิจ๊ะ คนจนๆ อย่างเราใครเขาจะจริงใจด้วย”หญิงสาวส่ายหน้า ตั้งแต่โตเป็นสาวจนมีผู้ชายมาจีบ เธอไม่เคยคิดสนใจใคร สมัยนี้ผู้ชายเองก็ไม่อยากได้ผู้หญิงจนกรอบมาเป็นคู่ครอง มันหมดสมัยกัดก้อนเกลือกินแล้ว ถ้าจะกัดเธอก็ขอกัดคนเดียว

“แต่

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่ายาย เอาเป็นว่าถ้าหยีเจอเจ้าชายสักองค์ที่นาดาล แล้วจะจับมาเป็นหลานเขยยายให้ได้เลย ดีไหมจ๊ะ” หญิงสาวหัวเราะจนตาหยี ผู้เป็นยายจึงหยิกหมับเบาๆ ไปบนต้นแขนกลมกลึง

“ฝันเฟื่อง”

“หนูก็ว่าอย่างนั้นแหละค่ะ” ญาสุมินทร์หัวเราะ จากนั้นจึงหยิบหนังสือเกี่ยวกับประเทศนาดาลขึ้นมากาง วิวทิวทัศน์บนหน้าปกสวยราวกับเมืองสวรรค์พื้นที่มากกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์เป็นเขตภูเขา แม้ประเทศจะมีขนาดเล็ก แต่มีบริษัทข้ามชาติมากมายที่ตั้งอยู่ในนาดาล ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอริกแม้เป็นประเทศเล็กๆ แต่ก็ร่ำรวยจากทรัพยากรธรรมชาติ

คืนทั้งคืนหญิงสาวนอนอ่านหนังสือเกี่ยวกับประเทศนาดาล แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็รู้สึกสดชื่น ไม่มีอาการง่วงหงาวหาวนอน จนกระทั่งมาถึงสนามบิน บาหลีรอเธออยู่ก่อนแล้วด้วยชุดเดินทางทะมัดทะแมงที่ดูราคาของมันแล้วก็คงหลายพันบาท

เพื่อนรักของเธอโบกมือให้ ข้างกายคือจิตรลัดดาที่เธอคิดว่ามาส่ง แต่ก็เหลือบเห็นกระเป๋าเดินทางเข้าเสียก่อนและฝ่ายนั้นก็ไขข้อข้องใจในเวลาต่อมา

“พี่จะไปด้วย”

“จริงหรือคะ ดีที่สุดเลยค่ะ ตอนแรกหยีก็กลัว เพราะไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศ แต่พอรู้ว่าคุณจอยกับบาหลีไปด้วยก็สบายใจค่ะ” ญาสุมินทร์เปิดยิ้มกว้าง เป็นยิ้มที่ทำให้ใบหน้าสวยกระจ่างขึ้นในพริบตา แม้แต่ผู้หญิงด้วยกันเองอย่างจิตรลัดดายังอดรู้สึกทึ่งไม่ได้

“ฉันจะปล่อยให้เธอสองคนไปตามลำพังได้อย่างไรละจ๊ะ” จิตรลัดดาพูด และเมื่อถึงเวลาขึ้นเครื่อง จึงแตะแขนสองสาวให้เดินไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

3 ความคิดเห็น