เจ้าสาวไร้อันดับ

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 691
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    3 พ.ค. 61

าสุมินทร์มารอพบบาหลีแต่เช้า สีหน้าดูเหนื่อยล้า ขอบตาดำคล้ำเพราะอดนอน บาหลีลงมาพบทั้งที่ง่วงเต็มทน สีหน้านั้นหากไม่มีเรื่องของชนะชัย เธอก็คงเห็นใจ

“หลี ฉันเอาเงินมาคืนเธอ” ญาสุมินทร์วางเงินห้าพันบาทลงบนโต๊ะ ในขณะที่บาหลีนั่งนิ่ง เพียงแค่ปรายตามองเงินจำนวนนั้น

“ไม่เห็นต้องรีบร้อน”

“ไม่ได้หรอก เผื่อเธอมีเรื่องต้องใช้”

“ถึงมีฉันก็จัดการได้ ไม่ต้องห่วงหรอก แล้วเอาเงินมาให้ฉันเร็วขนาดนี้ เธอน่ะมีใช้หรือ ถ้ายังไม่มีจะเก็บไว้ก่อนก็ได้นะ” บาหลีมองหน้าเพื่อนรักก็รู้แล้วว่า ต้องอดหลับอดนอนทำงานแค่ไหนถึงหาเงินจำนวนนี้มาคืนเธอได้ จนแล้วยังหยิ่งไม่เข้าเรื่อง แบบนี้มันน่าปล่อยให้อดตาย

“มีจ้ะ เราได้งานพิเศษ”

“ร้านหนังสือนั่นนะหรือ วันละไม่กี่ร้อย ฉันบอกเธอแล้วว่าให้ไปทำงานเป็นพริตตี้กับฉัน เธอก็ไม่ยอม” บาหลีเบ้ปาก

“ฉันไม่ถนัด”

“เอาเถอะ ฉันเข้าใจว่าเธอไม่ชอบ แต่ฉันมีงานหนึ่งมาเสนอ ถ้าเธอสนใจนะ เป็นงานที่ใช้ความสามารถ ไม่จำเป็นต้องใช้ความสวยเข้าแลก” บาหลีวางหมาก แอบยิ้มเมื่อเห็นอีกฝ่ายขยับตัวอย่างสนใจ

“งานอะไรหรือหลี”

“พี่เลี้ยงเด็ก เด็กฝรั่งผู้ชาย ภาษาเธอดีนี่”

“เลี้ยงเด็กหรือ ดีสิ” คราวนี้ญาสุมินทร์ยิ้มออก เธอชอบเด็กมาแต่ไหนแต่ไร แต่จะว่าไป งานอะไรก็ได้ทั้งนั้น ขอแค่เป็นงานสุจริตก็พอ

“เขาให้เงินดีด้วยนะ จ่ายเป็นดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยก็เกือบห้าหมื่น”

“วะว่าไงนะ ห้าหมื่นหรือ” ญาสุมินทร์ตาโต ไม่อยากเชื่อกับจำนวนเงินมากมายขนาดนั้น โดยเฉพาะแค่อาชีพพี่เลี้ยงเด็ก มันดูออกจะมากเกินไปจนไม่น่าเชื่ออยู่สักหน่อย

“ใช่ สนใจไหมล่ะ”

“สนสิ ฉันอยากได้งานนี้มาก แต่ฉันยังสงสัยแค่พี่เลี้ยงเด็กทำไมให้เงินมากมายอย่างนั้น” หญิงสาวทำหน้าสงสัย ขนาดงานบริษัทดีๆ ก็ยังไม่มีใครจ้างด้วยราคาแพงลิ่วแบบนี้ กลัวว่ามันอาจมีเบื้องหลังแอบแฝง แต่เพราะงานนี้ผู้เป็นเพื่อนสู้อุตส่าห์หามาให้จึงไม่กล้าถามออกไปตรงๆ

“เธอสงสัยอะไรฉันหรือหยี” บาหลีเสียงห้วน ทำให้ญาสุมินทร์หน้าเสีย รีบปฏิเสธละล่ำละลัก

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะจ๊ะหลี อย่าเข้าใจฉันผิดสิ ฉันแค่ถามดู” สุ้มเสียงอ่อยๆ นั้นทำให้บาหลีชักใจอ่อนขึ้นมาหน่อยๆ แต่อีกใจหนึ่งก็แย้งเอาไว้

ก็แค่มารยา….

นังเพื่อนทรยศ ก็แค่มารยาหลอกให้เธอตายใจ ทำตัวน่าสงสาร ลับหลังก็ดอดมาตีท้ายครัว

“ที่เขาให้เงินเยอะก็เพราะมันไม่ได้ทำที่เมืองไทย แต่ต้องไปทำงานที่นาดาล พอแลกเป็นเงินไทยมันก็เท่านั้นนะแหละ ถ้าเป็นเงินของนาดาลมันก็ไม่ได้มากมายอะไรนักหรอก”

“ที่ไหนนะ?” ญาสุมินทร์เกือบจะดีใจ แต่แล้วประโยคต่อมาก็ทำให้เธอชะงัก

“นาดาล ประเทศนาดาล ผู้หญิงฉลาดๆ เรียนเก่งอย่างเธอคงจะเคยได้ยิน มีเศรษฐีฝรั่งอยากได้คนไปเลี้ยงลูกให้ เขาทำธุรกิจ ไม่มีเวลาดูเอง” บาหลีสร้างเรื่องขึ้นมาเป็นตุเป็นตะ แต่ญาสุมินทร์ขมวดคิ้ว กังขา

“ทำไมเขาไม่หาคนแถวนั้นล่ะ”

“เขาอยากได้คนที่พูดภาษาอังกฤษแล้วก็ภาษาไทยได้ แม่เด็กเป็นคนไทย อย่างที่รู้คนแถวนั้นเขาใช้ภาษา” บาหลีหลับตานึก

“ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลีแล้วก็โรมานซ์” ญาสุมินทร์ต่อประโยคให้ บาหลีจึงพยักหน้า

“ใช่ เธอเองก็เรียนเก่งนี่ ภาษาก็ได้ตั้งหลายภาษา ฉันคิดว่ามันเหมาะกับเธอ สนใจไหมล่ะ ถ้าสนวันนี้ก็ไปพบคุณจิตรลัดดาด้วยกัน”

“ใครหรือ” ญาสุมินทร์กัดริมฝีปากแน่นอย่างคิดไม่ตก งานนี้น่าสนใจมาก แต่ทว่ามันต้องไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง สำหรับเธอแล้วไม่เป็นปัญหาเลย แต่ยายกับน้องชายเธอจะอยู่อย่างไร

“คุณจอยเขาเป็นญาติแม่เด็ก อย่าคิดนานนักนะ เขามีเวลาไม่มาก อีกอย่างงานนี้ไม่ใช่แค่เธอคนเดียวที่สนใจ” บาหลีเร่งเร้า “คิดดูให้ดีนะ เงินเดือนขนาดนี้ต่อให้เธอเรียนจบดอกเตอร์ก็ยังยาก ยายกับน้องชายเธออยู่ได้อย่างสบายเชียวล่ะ”

“ฉันก็สนใจ สนมากด้วย แต่ติดที่ว่าต้องไปไกลถึงนาดาล”

“ไม่เห็นเป็นไร มีเงินเสียอย่างยายกับน้องเธออยู่ได้อยู่แล้ว อีกอย่างบ้านเราก็ใกล้กันแค่นี้เอง ฉันไปดูยายกับน้องเธอให้บ่อยๆ ก็ได้” บาหลีอาสาอย่างหวังดี

“หลีฉันขอบใจเธอมากนะ” หญิงสาวมองเพื่อนรักอย่างซาบซึ้ง บาหลียิ้มรับดึงตัวเพื่อนมากอดแล้วบอกเสียงหวาน ทั้งที่ในใจไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นไปด้วย

“ก็เราเป็นเพื่อนกันนี่”

“ฉันโชคดีที่มีเธอเป็นเพื่อน” ญาสุมินทร์สวมกอดตอบแนบแน่น แต่สีหน้ายังดูกังวล “ฉันขอคิดดูก่อนได้ไหม ขอปรึกษายายสักวันสองวัน”

“โอ๊ยงานดีๆ แบบนี้มันคงรอเธอหรอก คนอื่นเขาก็มี ที่คุณจอยยังไม่เลือกใครก็เพราะเกรงใจฉัน ตามใจนะ แล้วอย่ามาเสียใจทีหลัง” บาหลีทำท่าจะกดโทรศัพท์หาจิตรลัดดา ญาสุมินทร์จึงคว้าข้อมือเอาไว้ สูดลมหายใจเข้าปอด ถอยออกมาก้าวหนึ่งก่อนตัดสินใจบอกขึ้น

“ตกลง ฉันจะไปพบคุณจิตรลัดดา”

“มันต้องแบบนี้สิ ฉันหวังดีกับเธอนะ ไม่อยากให้เธอลำบาก”บาหลียิ้มหยัน แต่อึดใจเดียวก็กลับมายิ้มหวานจริงใจเช่นเดิม

“ฉันจะไม่ลืมบุญคุณของเธอครั้งนี้เลยนะหลี ฉันไม่รู้จะขอบคุณเธออย่างไรดี” ญาสุมินทร์น้ำตาคลอ เธอเองยังนึกไม่ออกเลยว่า ถ้าในชีวิตไม่มีคนอย่างบาหลีเป็นเพื่อนจะเป็นอย่างไร ตั้งแต่เด็กมาแล้ว เธอกับบาหลีคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอด เธอเองก็สัญญากับตัวเองว่าจะไม่มีวันทอดทิ้งบาหลี

“ไม่หรอก เธอตอบแทนฉันมาตลอดแล้วล่ะ” บาหลีบอกเสียงเย็น แววตาดูมุ่งร้าย แต่เพราะมัวแต่ดีใจ ญาสุมินทร์จึงไม่ทันสังเกต

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

3 ความคิดเห็น