พรหมลิขิต ขีดให้รัก อีบุ๊ก

ตอนที่ 30 : อัพเพิ่ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,023
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 ก.พ. 60

“มีคนบุกรุกบ้านเรา”

“หา!

ทั้งข้าวฟ่าง ทั้งใบเตยอุทานเสียงหลงขึ้นพร้อมกัน แต่เจ้าตัวคนถูกบุกรุกกลับไม่มีทีท่าเดือดร้อนใจแถมยังเดินกลับไปนั่งบนโซฟา ใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมที่เพิ่งสระอย่างสบายอารมณ์

“แล้วตัวแก” ข้าวฟ่างถลาเข้าไปสำรวจเนื้อตัวเพื่อนรักอย่างตกใจแต่อีกฝ่ายกลับทำท่าจั๊กจี้แล้วนอนหัวเราะงอหาย

“พอแล้วๆ ฉันไม่เป็นอะไร มีแต่นายคนนั้นที่เป็น”

“หมายความว่ายังไง”

“ก็ไอ้นายที่อยู่ข้างบ้านเราน่ะแหละ เขาเข้ามาบอกให้ฉันหรี่เสียงเพลงแต่ฉันตกใจนึกว่าจะโดนปล้ำเลยล่อซะกระจาย แต่ที่ไหนได้เป็นพวกอีแอบก็ไม่บอก”

 “แกน่าจะปล้ำเขาซะเลยนะ จะได้เปลี่ยนใจ เป็นผู้ชายเต็มร้อย”

“ข้าวฟ่าง พูดจาน่าเกลียด” ใบเตยส่งสายตาขุ่นเขียวมาปรามเพื่อนรัก

“เอน่าสนเหมือนกันนะ ฉันเคยแต่จีบผู้ชาย ลองจีบตุ๊ดดูมั่ง ถ้าทำได้ คงเป็นอะไรที่ฉันภูมิใจมากเลยล่ะ” สีหน้าของมะนาวไม่ได้บ่งบอกว่าพูดเล่นเลยแม้แต่น้อยจนคนแนะนำอย่างข้าวฟ่างต้องทำหน้าเหลอ ไม่คิดว่าเพื่อนจะเอาจริง

“แกพูดเล่นหรือพูดจริง”

“จริง” มะนาวบอกขึ้นด้วยน้ำเสียงชัดเจนก่อนหยัดกายลุกขึ้น “ฉันขอเวลามาร์กหน้าสักครู่ เดี๋ยวจะมาช่วยเก็บของ”

“ช่วย? แกเป็นคนทำแกก็เก็บเองสิ ฉันสองคนต่างหากที่ต้องใช้คำว่าช่วย” ข้าวฟ่างมองท่าทางคุณนายของเพื่อนรักอย่างหมั่นไส้

“แหม เพื่อนฟ่าง เพื่อนเตย ใจคอจะปล่อยให้ฉันเก็บคนเดียวจริงๆ เหรอ มันหนักนะ ฉันเก็บตั้งแต่เช้าเพิ่งจะได้แค่นี้เอง”เจ้าตัวคนทำบ้านรกอิดออด

“ถ้าแกเก็บตั้งแต่เช้าจริง คงไม่เลอะเต็มบ้านอย่างนี้หรอก นอกจากว่าจะรอให้พวกเราสองคนกลับมา” ข้าวฟ่างดักคอ

“เกลียดนักคนรู้ทัน” มะนาวเฉไฉด้วยการเดินไปหยิกแก้มเพื่อนรักทั้งสองสลับกันอย่างมันเขี้ยว แต่มุกนี้ก็มักจะใช้ได้ผลเสมอๆ

 

 หลังจากหมดเวลาเรียนสามสาวก็ออกไปนั่งกินไอศกรีมเย็นๆ อย่างสบายอารมณ์หน้าหอศิลป์ กว่าจะมีเรียนอีกวิชาก็ช่วงบ่ายสอง

“ไปไหนกันดี เพิ่งจะห้าโมง กินข้าวไหม” ข้างฟ่างเสนอขึ้น เมื่อไอศกรีมในถ้วยพร่องไปมากแล้ว อากาศวันนี้ร้อนอบอ้าวมากกว่าทุกวัน แต่เป็นฤดูที่ต้นหางนกยูงที่ปลูกรายรอบหอศิลป์ออกดอกสีแดงสดเต็มต้น มีสีเขียวของใบแซมไม่มาก

“เราเพิ่งกินข้าวต้มหมูยัยเตยก่อนมานี่เองนะ” มะนาวอิดออด เพราะกว่าจะกินอาหารแต่ละมื้อได้เธอก็เลือกแล้วเลือกอีก ถึงขนาดต้องพกสมุดโน้ตเอาไว้จดปริมาณแคลอรี่กันเลยทีเดียว

“งั้นก็ไปทำงานในห้องสมุด”

“คนเยอะจะตาย พูดคุยปรึกษากันก็ไม่สะดวก”

“ไอ้นั่นก็ไม่ได้ ไอ้นี่ก็ไม่ได้ แล้วเธอละเตย ออกความคิดเห็นมั่ง” ข้าวฟ่างเบือนหน้ากลับมาถาม แม้จะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว

“แล้วแต่เถอะ”

“แต่ฉันว่าฉันขอออกไปช็อปปิงแก้กลุ้มดีกว่า เธอสองคนไปด้วยกันไหม” มะนาวเอ่ยปากชวนด้วยสีหน้าใสซื่อแต่ข้าวฟ่างเหล่มองอย่างรู้ทัน

“จะไปกับกิ๊กคนไหนล่ะ”

“แหมรู้ทันอีกละ” เจ้าตัวคนพูดหน้าระรื่น

“อย่าว่าแต่ข้าวฟ่างเลย ใบเตยยังรู้” ใบเตยบอกขึ้นบ้าง ค่อยเรียกเสียงหัวเราะครื้นเครงให้ดังขึ้นกว่าโต๊ะอื่นๆ

“เกลียดนักคนรู้ทัน งั้นฉันไปดีกว่า บ่ายสองเจอกัน เดี๋ยวจะแวะไปดูหนังสือมาอ้างอิงงานด้วย แล้วจะซื้อขนมเบื้องของโปรดพวกเธอมาฝากนะจ๊ะ” มะนาวลุกขึ้นคว้ากระเป๋าราคาแพงขึ้นสะพายไหล่แล้วโบกมือลาก่อนเดินตัวตรงออกไป

“เธอละใบเตย จะไปไหนไหม”

“ถ้าไม่ได้ไปไหนกับฟ่าง เตยว่าจะกลับไปเอาของที่บ้านหน่อย อาทิตย์หน้าคุณหญิงแม่อาจจะมาเยี่ยมเยียน”

“หา!” ข้าวฟ่างกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่

 สิ่งที่ใบเตยบอกคือข่าวร้ายที่สุดในรอบปีเลยเชียวล่ะ เธอเคยพบคุณหญิงแม่ของใบเตยหลายครั้ง ท่านทั้งเนี๊ยบ ทั้งเจ้าระเบียบอย่าบอกใคร

“อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ คุณหญิงแม่ไม่ได้โหดขนาดนั้นสักหน่อย” ใบเตยมองใบหน้าของข้าวฟ่างที่ราวกับแบกโลกเอาไว้ทั้งใบแล้วหัวเราะเบาๆ

“ไม่สักหน่อยหรอก หนักเลยล่ะ เธอจะรีบไปเอาอะไรที่บ้านมาเตรียมรับรองคุณหญิงแม่ก็รีบไปเลยนะ ฉันจะไปมินิมาร์ทสักหน่อย หิว” เจ้าตัวคนพูดบอกอย่างนั้นทั้งที่ไอศกรีมเพิ่งจะหมดถ้วย

+++ โหลดที่นี่ค่ะ

17 ความคิดเห็น