พรหมลิขิต ขีดให้รัก อีบุ๊ก

ตอนที่ 25 : อัพเพิ่ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,041
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 ม.ค. 60

“ผีที่ไหน แกอย่ามาล้อเล่นนะ แกก็รู้นี่ว่าฉันกลัวผีขึ้นสมอง” ดนัยว่าพลางมองไปรอบกายด้วยสายตาหวาดหวั่น

“ยะอยู่บ้านหลังนั้น บ้านข้างๆ”

“งั้นเหรอ อย่างนั้นก็นับว่าโชคดีที่เราไม่ได้อยู่บ้านหลังนั้น สาธุ เป็นบุญของฉันอะไรอย่างนี้” ดนัยพนมมือท่วมหัว คราวนี้ไม่กล้าออกไปนอกห้อง ทำให้สองหนุ่มต้องนอนเบียดกันนอนบนเตียงเดียว คลุมโปงตัวสั่นด้วยกันทั้งคู่

       มะนาวนั้น เมื่อหมดอารมณ์จะเดินเล่นต่อก็เดินมากระแทกตัวลงนั่งหน้าโซฟาที่ข้าวฟ่างกำลังคัดเลือกรูปออกมาวางเรียงโดยมีใบเตยกำลังช่วยตัดสินอยู่

“เดินเล่นเสร็จเร็วจัง ทุกทีเห็นเป็นชั่วโมง” ข้าวฟ่างเงยหน้าขึ้นมาถาม

“ไม่มีอารมณ์”

“ฉันได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย ใครเป็นอะไร คนบ้านนั้นอีกแล้วเหรอ”

“อย่าพูดถึงไอ้คนบ้านนั้นได้ไหม พูดถึงแล้วหมดอารมณ์ มีอย่างที่ไหน ใครๆ ก็มองว่าฉันเป็นนางฟ้า แต่ไอ้บ้านั่นกลับมาหาว่าฉันเป็นผี”

“ฮะๆ”

ข้าวฟ่างหลุดหัวเราะออกมาดังลั่น แต่ยังไม่หนำใจจึงกระโดดขึ้นไปนอนหัวเราะงอหายอยู่บนโซฟา ส่วนใบเตยเพียงแต่อมยิ้มแต่ดวงตาก็บอกให้รู้ว่าอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ เพียงแต่ก็ไม่กล้าเท่านั้น

“เธอก็เป็นไปกับเขาด้วยเหรอยัยเตย บอกมาซิว่าหน้าฉันเหมือนผีตรงไหน” มะนาวหันขวับมามองใบเตยอย่างเอาเรื่อง เพราะคนที่จะเอาเรื่องได้มีคนเดียว

“ก็หน้าเธอสิ ขาววอกออกอย่างนั้น เตยเห็นบางทียังตกใจเลย”

“เออ จริง” มะนาวลูบใบหน้าตัวเองอย่างนึกได้ว่าตัวเองกำลังพอกหน้าอยู่ อารมณ์ขุ่นเคืองที่มีอยู่เมื่อครู่จึงคลายลง

“ถึงว่าล่ะคนบ้านนั้นถึงได้ตกใจจนวิ่งป่าราบ คงเจอผีมะนาวอยู่นี่เอง ฮะๆ เคยได้ยินแต่ผีขนุน คราวนี้มีผีมะนาว”

“ยัยฟ่าง” มะนาวโผนทะยานเข้าขึ้นคร่อมแล้วจี้เอวเพื่อนรักจนลงไปชักดิ้นชักงออยู่กับพื้น ใบเตยส่ายหน้าแต่ก็อมยิ้มมอง

 

แล้วเรื่องผีหน้าขาวที่ภูมินทร์เห็นเมื่อคืนก็ถูกถ่ายทอดให้กับน่านน้ำได้รับรู้จากปากของดนัย ขณะที่ทั้งสองกำลังเลือกซื้ออุปกรณ์การทำรายงานด้วยกัน น่านน้ำรับฟังแต่สีหน้าไม่ได้ดูเชื่อถือเลยสักนิด

“ผีไม่มีจริง อย่าเหลวไหลไปหน่อยเลยน่า ก็คงเป็นใครคนใดคนหนึ่งในบ้านหลังนั้นนั่นแหละ คิดมากไปได้”

“จริงๆ นะ ไอ้คุณภูมิมันยืนยันไม่ได้ตาฝาด คนอะไรจะหน้าขาววอก เสียงแหลมจนแสบแก้วหูอย่างนั้น ผีชัวร์ๆ” ดนัยปักใจเชื่อตามที่เพื่อนเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาจากปากภูมินทร์

“สรุปไอ้ภูมิมันก็เลยนอนคุมโปงอยู่บนเตียง ไม่ยอมลุกมาทำการทำงาน”

“ก็มันเห็นตำตาซะขนาดนั้น ขนาดฉันแค่ฟังยังขนลุกซู่ไปหมด ฉันว่าเรารีบซื้อแล้วรีบกลับไปดูมันก่อนดีกว่า เผื่อจะโดนดีเข้าอีก”

“รีบไม่ได้ ฉันติดลักซ์มิเตอร์เอาไว้บนดาดฟ้า ต้องไปเก็บข้อมูลก่อน”

“งั้นก็รีบไป จะได้รีบกลับ อยู่รวมกันหลายๆ คนผีมันคงไม่กล้ามา เมื่อคืนฉันก็นอนไม่หลับ หลับตาลงก็มีแต่ภาพผีเต็มไปหมด แกน่าจะมาอยู่ด้วยอีกคน” ดนัยเอ่ยขึ้น ทำให้น่านน้ำหัวเราะขำๆ

“ฉันก็อยากไปหรอกนะ จะได้คุยงานกันได้เต็มที่หน่อย แต่ไม่อยากปล่อยพี่ฟ้าให้อยู่คนเดียว” น่านน้ำบอกขึ้นก่อนเดินมาที่รถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองแล้วขึ้นคร่อมด้านคนขับ

 วันนี้ดนัยไม่ได้เอารถมาเอง เพราะขวัญยังเสียเกินกว่าจะขับรถออกมาได้ เลยต้องรบกวนให้เพื่อนมารับ

“เออ ก็แวะมาบ่อยๆ แล้วกัน”

“เมื่อไหร่แกสองคนจะเลิกกลัวผีขึ้นสมองเสียทีวะ เอาเถอะแล้ววันหลัง ฉันจะไปพิสูจน์ให้แกเห็นว่า ผีไม่ได้มีจริงในโลก คนเราตายไปแล้วก็สูญสลาย วิญญาณก็กลายเป็นสะสาร”

“เอาไว้แกเห็นเต็มๆ ตาแล้วแกจะพูดไม่ออก”

“ฉันจะรอดู” น่านน้ำสตาร์ตรถแต่ยังไม่ทันแตะเกียร์สายตาก็ปะทะเข้ากับร่างบางคุ้นตาของเมษาที่เดินเกาะแขนมากับใครคนหนึ่งเดินเลี้ยวเข้าไปในร้านไอศกรีมด้านตรงข้าม

“อะไรวะ ทำไมไม่ออกรถซักที”

“ฉันเจอเมษา” น่านน้ำบอกขึ้นแล้วลงจากรถวิ่งจ้ำอ้าวข้ามถนน ทั้งที่ยังมีรถราวิ่งกันขวักไขว่ท่ามกลางเสียงบีบแตรและเสียงกร่นด่าตามหลังของใครอีกหลายคน


+++ โหลดที่นี่

17 ความคิดเห็น