หัวใจใบสั่ง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 98,704 Views

  • 74 Comments

  • 658 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    977

    Overall
    98,704

ตอนที่ 7 : อัพเพิม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3748
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    21 พ.ย. 60

“หนูไปได้แน่นะลูก”

“โธ่แม่คะ อย่าห่วงเลยค่ะ แต่จะกลับช้าหน่อยนะคะ ลินว่าจะไปดูเรื่องที่พักด้วย”  หญิงสาวหัวเราะขึ้นเบาๆ แล้วสวมกอดแม่

สโรชาที่แต่งตัวด้วยชุดนักเรียนเดินมาหยุดที่บันไดขั้นแรกได้ยินเข้าก็เบ้ปาก โตจนป่านนี้แค่ไปสัมภาษณ์งานทำอย่างกับจะส่งลูกไปสนามรบ

“บัว มาพอดีเลยลูก” มณีจันทร์กวักมือเรียก เด็กสาวจึงยกมือไหว้จินดา ส่วนกับน้ำลินเด็กสาวเพียงแค่ส่งรอยยิ้มให้จางๆ แวบเดียว ถ้าหากเบือนสายตามาไม่ทันคงไม่มีโอกาสได้เห็น

“ป้าว่ามันยังเช้าอยู่ รับอาหารเช้าก่อนนะ” มณีจันทร์ลุกขึ้นมาโอบเอวน้ำลินแล้วพาเดินไปยังโต๊ะอาหาร ป้านวลจึงรีบรายงาน

“ข้าวต้มทรงเครื่อง ฝีมือคุณลินค่ะ”

“โอน่ากินมากเลยจ้ะ ป้าว่าแล้วเชียว กลิ่นมันหอมจนเริ่มหิว ปกติป้าเองก็ไม่ค่อยรับของเช้า แต่วันนี้เห็นจะอดไม่อยู่” มณีจันทร์ยกยอ สโรชาจึงกลอกตาขึ้นมองโคมไฟราคาแปดหมื่นบาทของแม่แล้วเดินไปนั่งลงก่อนใคร ตักอาหารเข้าปากพลางเงยหน้ามาบอก

“บัวรีบ”

“งั้นก็ทานเลยนะจ๊ะ” มณีจันทร์เชื้อเชิญ กินไปชมไปแล้วลงท้ายก็ต้องเอามาเปรียบกับเธอ นี่ต่างหากคือเหตุผลหลักที่เธอไม่ชอบน้ำลิน เพราะผู้หญิงคนนี้เหมือนพี่สาวเธอมากเกินไป พี่สาวที่ดูจะได้รับความรักและเสียงชื่นชมจากพ่อและแม่ตรงข้ามกับเธอ

นี่มันยุคสมัยไหนแล้ว แม่จะให้เธอทำตัวเป็นผู้หญิงอ่อนหวานเรียบร้อย เก่งงานบ้านงานเรือนอยู่ได้อย่างไร เธอไม่ใช่นางในวรรณคดีอย่างสมิตากับน้ำลินเสียหน่อย

“พูดถึงเรื่องที่พัก ป้ายังยืนยันนะจ๊ะว่าที่นี่ยินดีต้อนรับ จะไปอยู่ที่หอพักโรงพยาบาลทำไมกันให้ยุ่งยาก น่าห่วงกว่าเป็นไหนๆ”

พอได้ยินว่าน่าห่วง จินดาก็ชักนั่งไม่ติด

“จริงด้วยสิมณี ฉันก็ลืมคิด เห็นว่าใกล้โรงพยาบาล ไม่ได้เดินทางไกลก็เลยไม่ทันคิด หอพักโรงพยาบาลเขาก็ต้องจัดให้อยู่ด้วยกันกับคนอื่น นิสัยใจคอจะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้” จินดาทำหน้าทุกข์ร้อน สโรชาว่าจะไม่สอด เพราะแม่เคยบอกว่ามันไม่ดีแต่ก็อดไม่ได้

“ถ้าบัวขอออกไปอยู่ข้างนอกบ้าง แม่จะห่วงบัวแบบนี้ไหมคะ บัวอายุ 15 แต่พี่ลินอายุเท่าพี่มิต” สโรชาเงยหน้าจากชามข้าวต้มถามยิ้มๆ ยิ้มแบบใสซื่อแต่มณีจันทร์ดูออกว่าลูกสาวกำลังว่ากระทบไปถึงเพื่อนเธอจึงส่งสายตาปรามมาให้ น้ำลินเองก็รู้สึกได้

ไม่ใช่แค่สโรชาหรอก ใครๆ ก็มองว่าเธอเป็นลูกแหง่ติดแม่ไม่รู้จักโต เธอถึงได้ตกลงกับเพื่อนว่าจะมาทำงานที่นี่ แต่ลืมคิดไปว่ามันอยู่ไม่ไกลจากบ้านนฤเบศบดินทร์

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะแม่ ลินพักกับแสงทอง แม่ก็รู้จักแสงดีนี่คะ”

จินดาพยายามนึกหน้าแสงทอง เมื่อเห็นว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นเป็นลูกครูมัธยมอยู่ไม่ไกลจากบ้านเท่าไหร่นัก ท่าทางเรียบร้อยพอใช้ ค่อยทำให้เบาใจ

“เอาเถอะๆ แม่จะมาเยี่ยมบ่อยๆ ก็แล้วกัน ถ้าไม่ดียังไงก็ลาออกกลับไปอยู่บ้าน พ่อเราก็อีกคนแทนที่จะช่วยแม่ห้ามปรามลูกกลับให้ท้าย ส่งเสริมให้ลูกมาทำงานไกลบ้าน” จินดาบ่นเลยไปถึงสามี ที่พอน้ำลินขอก็ออกปากอนุญาตทันที มันน่านักเชียว

“ถ้าอยู่กับเพื่อนแล้วอึดอัดก็มาอยู่เสียด้วยกันที่นี่นะจ๊ะหนูลิน อีกเดี๋ยวพี่รัฐก็จะกลับมาแล้ว บ้านนี้จะได้ไม่เหงา” มณีจันทร์บอกขึ้นทำให้น้ำลินใจสั่น หากสหรัฐกลับมาอยู่บ้านหลังนี้ ที่นี่คงเป็นที่สุดท้ายที่เธอจะขอซุกหัวนอน

เธอชอบเขามากก็จริง แต่ขอแอบมองอยู่ห่างๆ ไม่อยากเห็นแววตาที่มองเธออย่างไร้ความรู้สึก บางครั้งบางคราวก็มีแววดูแคลนเหนื่อยหน่าย

หากคนที่เรารักใคร่ชอบพอมองด้วยสายตาแบบนี้ใครจะไปทนได้

“ขอบพระคุณมากค่ะคุณป้า” หญิงสาวยิ้มรับแล้วรับประทานข้าวต้มฝีมือตัวเองเงียบๆ จากนั้นจึงเอ่ยขอตัวไปสัมภาษณ์งาน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

0 ความคิดเห็น