ตอนที่ 36 : ตอนที่ 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3912
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    23 ธ.ค. 60

เมขลาเจ็บใจที่รู้ว่าสหรัฐกลับเข้าบ้านตั้งแต่บ่ายเพื่อมาดูอาการของคนเจ็บที่เธอมองอย่างไรก็เห็นว่ามันไม่ได้หนักหนา จากนี้ไปเธอจะปล่อยให้เขาคลาดสายตาไปไม่ได้เสียแล้ว

หญิงสาวอาบน้ำเสร็จหยดน้ำหอมกลิ่นใหม่แล้วแตะไปตามจุดชีพจร สวมทับด้วยชุดนอนบางเบา คืนนี้เธอจะยั่วยวนให้เขาหลงใหลจนลืมป้องกันไปเลยทีเดียว เมขลายิ้มให้ตัวเองอีกครั้งในกระจก สำรวจความพร้อมของร่างกายแล้วจึงเดินไปเคาะห้อง

“รัฐคะ เปิดประตูให้เมย์หน่อยสิคะ” หญิงสาวส่งเสียงแต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ คิ้วขมวดขยับย่น “ไปไหนของเขา หรือว่า

เท่านั้นเมขลาก็ก้าวฉับๆ ลงบันไดไปพลางส่งเสียงเรียก

“รัฐ รัฐคะ”

สนันต์ยังไม่นอนเพราะนั่งดูข่าวในห้องโถงกลางเป็นเพื่อนมณีจันทร์ที่กำลังเช็กรายชื่อผู้บริจาคเกี่ยวกับมูลนิธิที่เธอดูแลรับผิดชอบตวัดสายตาขึ้นมองทำให้หญิงสาวหยุดชะงัก

“ขอโทษค่ะคุณพ่อ เมย์หารัฐไม่เจอค่ะ” เมขลาพนมมือไหว้แล้วตั้งท่าจะออกไปแต่มณีจันทร์เรียกเอาไว้

“มาช่วยป้าเช็กรายได้ของมูลนิธิหน่อยสิจ๊ะหนูเมย์”

“เอ่อ” เมขลาอึกอัก รู้ดีว่ากำลังถูกกันท่าแต่ก็ไม่มีทางเลี่ยงจึงจำต้องเดินไปนั่งใกล้ แล้วเช็กรายชื่อของผู้บริจาคพร้อมยอดเงินของมูลนิธิตามคำสั่ง

ในขณะเดียวกันน้ำลินก็กำลังนั่งคุยโทรศัพท์อยู่ในสวนหน้าบ้าน มือที่ว่างเกาะโซ่เกี่ยวชิงช้าแล้วเหนี่ยวตัวเบาๆ ให้มันแกว่งไกว

 หญิงสาวหัวเราะขึ้นเบาๆ เมื่อวริศเล่าเรื่องโจ๊กในการจับผู้ร้ายวันนี้ให้ฟัง

“แบบนี้ต้องเอาเรื่องไปออกคดีเด็ดนะคะ”

เสียงหัวเราะใสๆ ดังไปถึงหูลูกชายคนเดียวของเจ้าของบ้านที่แม่ใช้ให้มาตามเพราะเห็นว่าหญิงสาวขอออกมานั่งรับลมอยู่นานแล้วไม่กลับเข้าบ้านเสียที

เขารีบมาเพราะกลัวว่าเธอจะเจ็บจนเดินไม่ไหว ที่ไหนได้กลับมานั่งคุยพลอดรักอยู่กับผู้ชาย

หึก็ไหนแม่บอกว่าแสนซื่อ ไร้เดียงสา ไม่เคยมีกระทั่งคนรัก

เสียงเท้าเหยียบใบไม้แห้งดังมากระทบหูทำให้หญิงสาวหยุดชะงัก เมื่อหางตาเห็นว่าเป็นสหรัฐ น้ำเสียงที่บอกกับปลายสายจึงอ่อนหวานกว่าที่เคย

“อยากไปใจจะขาดค่ะพี่วริศแต่ติดที่ว่าลินเจ็บขา อย่างนั้นลินจะขออนุญาตให้พี่มาเยี่ยมที่นี่นะคะ คุณป้าท่านใจดีคงไม่ว่าอะไร”

“ไปสิครับน้องลิน พี่จะได้แวะกราบคุณป้าน้องลิน”

“ดีค่ะ ลินเองก็เหงา จะรอนะคะ” น้ำลินจงใจเติมความหวานลงไปอีก เมื่อวางสายจึงตวัดตาขึ้นมองสหรัฐแวบหนึ่งสั้นๆ แล้วยันกายลุกขึ้นเอง

“ไอ้เรารึก็เป็นห่วงกลัวว่าจะเดินกลับเข้าบ้านไม่ไหวที่แท้ก็แอบมาคุยกับแฟนอยู่ที่นี่เอง” ชายหนุ่มกอดอกมองร่างบางที่ยืนตัวตรงขึ้นได้แล้วด้วยไม้ค้ำยัน

“คนมันรักกัน ถ้าไม่ได้คุยกันกลัวจะอกแตกตายน่ะค่ะ” หญิงสาวตอบแล้วทำท่าจะผละหนีแต่ร่างหนาตรงเข้าขวาง บอกไม่ถูกว่าเขารู้สึกหงุดหงิดอะไร

เมื่อก่อนเขาเคยหงุดหงิดที่รู้สึกว่าน้ำลินชอบแอบมองแต่ตอนนี้เขากลับหงุดหงิดที่เห็นว่าเธอเลิกมอง

บ้ากันไปใหญ่ นี่เขากำลังรู้สึกอะไรอยู่กันแน่

“นัดแนะกันมาหา ทำอย่างกับที่นี่เป็นบ้านตัวเอง” เขาประชด สุ้มเสียงแปลกๆ ทำให้หญิงสาวดูไม่ออกว่าเขารู้สึกอย่างไร แต่ก็ประชดกลับ

“ก็แน่ละค่ะก็ฉันออกไปหาเขาไม่ได้ก็ต้องชวนให้มาหาที่นี่ อีกอย่างคุณป้าก็บอกเองว่าให้ฉันคิดว่าที่นี่เป็นบ้านของตัวเอง”

“นี่คิดจะยึดบ้านฉันเลยเหรอ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

0 ความคิดเห็น