จุมพิตในเพลิงทราย อีบุ๊ก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 54,881 Views

  • 44 Comments

  • 432 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    64

    Overall
    54,881

ตอนที่ 50 : อัพเพิ่ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1908
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    8 ธ.ค. 59

“เปล่านี่คะ ทำไมหรือ” ลัยลายกมือขึ้นลูบหน้า ก่อนนึกได้ “อ้อ ฉันไม่ค่อยสบายนิดหน่อยค่ะ เมื่อคืนนอนไม่หลับ คุณก็เดินแบบด้วยหรือคะ”

“ก็ผมเป็นพระเอกที่เล่นละครเรื่องเดียวกับคุณ เขาก็ต้องอยากให้เดินแบบคู่กันอยู่แล้ว”

“อ้อ” หญิงสาวลากเสียงยาว ไม่รู้มาก่อนว่าเขากับคู่แฝดของเธอไม่กินเส้นกันจึงยิ้มแย้มทักทายเขาอย่างเป็นมิตร

“ถ้าฉันเดินผิดๆ ถูกๆ คุณก็ช่วยสะกิดเตือนหน่อยนะคะ” เธอบอกขึ้นแล้วยิ้มแหยๆ สร้างความแปลกใจให้กับเขาอีกเป็นครั้งที่สอง อย่างสไบนางนี่นะหรือจะเดินผิดๆ ถูกๆ จนเขาต้องสะกิด

“คุณหวาน ได้เวลาแต่งหน้าแล้วค่ะ” ช่างแต่งหน้าออกมาตาม หญิงสาวจึงเอ่ยขอตัวแล้วเดินตามช่างไป ในขณะที่วินธวัฒน์ทำหน้าเหมือนกินยาขมๆ

“กินยาผิดสำแดงมารึไงนะ”

หลังเหล่านายแบบ นางแบบพร้อมกันแล้ว งานจึงเริ่มดำเนินขึ้น สไบนางกับวินธวัฒน์ พระนางคู่ขวัญคู่ใหม่ จะเดินเป็นชุดสุดท้ายเพราะเป็นชุดฟินาเล่

หญิงสาวกำมือแน่นจนเหงื่อชื้น เย็นเยียบไปถึงปลายมือใบหน้าแม้จะแต่งแต้มสีเข้มเขาก็ยังเห็นว่ามันจางสีลงเมื่อใกล้ถึงเวลา

“เป็นอะไรของคุณ” เขาเอ่ยถาม

“ฉันตื่นเต้น” คำตอบของเธอทำให้เขาผิดคาดไปมาก ดารานงแบบที่ผ่านงานมานับไม่ถ้วนอย่างสไบนาง จะตื่นเต้นอะไรกับงานแค่นี้

“คุณพูดอย่างกับไม่เคยเดิน”

“ก็ใช่นะสิคะ งานแรก” เธอบอกแล้วนึกได้จึงเริ่มเอ่ยแก้ “ฉันไม่ได้เดินมานานแล้วค่ะ ชักเริ่มหลงๆ ลืมๆ เหมือนกัน”

คนบอกคิวให้สัญญาณ แต่หญิงสาวยังยืนเฉย จนวินธวัฒนต้องรุนหลังให้เดินออกไปพร้อมๆ กัน หัวใจของลัยลาเต้นโครมคราม ยังดีที่เดินเคียงคู่มากับเขา

 เขาเดินไปทางไหน เธอก็เดินไปด้วย จนกระทั่งมาถึงกึ่งกลางเวที เธอกับวินธวัฒน์ต้องแยกกันไปคนละทางแล้วค่อยวกกลับมาคู่กัน แต่เธอก็ยังเดินตามเขาไม่หยุด

“คุณ ไปทางขวาสิ” เขาบอกขึ้น เธอยิ้มเจื่อนๆ แล้วเดินไปทางขวาตามที่เขาบอก เพราะตั้งอกตั้งใจเดิน ท่าทางจึงดูไม่เป็นธรรมชาติอย่างที่ควรจะเป็น

“ยายหวานเป็นอะไรของมัน เดินอย่างกับเด็กแบเบาะพึ่งหัดตั้งไข่” ลำยองขมวดคิ้ว เหงื่อเริ่มซึมเมื่อเห็นหลายคนวิพากษ์วิจารณ์ผู้เป็นหลานสาว

“หนูหวานเป็นอะไรไปคะคุณลำยอง ไม่สบายรึเปล่า” ใครคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้น แล้วมองท่าเดินแปลกๆ ของสไบนาง ลำยองยิ้มเจื่อนๆ

“ไม่สบายนิดหน่อยค่ะ”

“ใจบุญจังนะคะ ไม่สบายจนเดินไม่ไหวก็ยังอุตส่าห์มา”

“ค่ะ ยายหวานก็แบบนี้ ขอให้เป็นงานบุญ งานกุศล ต่อให้ต้องคาสายน้ำเกลืออยู่ก็ต้องมาละค่า” ลำยองโล่งอกที่หาข้อแก้ตัวให้หลานสาวได้

ส่วนบนเวทีสไบนางเดินมาบรรจบกับวินธวัฒน์อีกครั้ง แล้วจูงมือเดินไปกลางฟลอร์ พร้อมกับที่โสมชบา เจ้าของห้องเสื้อเดินออกมา เสียงปรบมือดังขึ้นกึกก้อง ดังพอๆ กับหัวใจของลัยลาที่เต้นโครมครามด้วยความตื่นเต้น แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดี

“ขอบคุณนะคะคุณ” เธอเดินมาหาวินธวัฒน์ภายหลังเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเสร็จ ลืมถามว่าเขาชื่ออะไร แต่ครั้นจะถามออกมาก็กลัวเขาจะสงสัย เพราะเคยร่วมงานกับสไบนางมาก่อน

“ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อยนี่”

“ทำไมจะไม่ทำละคะ ถ้าคุณไม่บอกให้ฉันเดินไปทางขวา ฉันก็คงเดินตามคุณต้อยๆ หมู่นี้เบลอๆ น่ะค่ะ ไม่ได้เดินตั้งนาน” เมื่อเห็นเขาทำหน้าสงสัยจึงเอ่ยแก้

“ไม่คิดว่าจะได้ยินคุณพูดแบบนี้” เขายิ้มเยาะ แล้วเดินออกไป ปล่อยให้เธอมองตามอย่างสงสัยกับท่าทีไม่เป็นมิตรของเขา เห็นทีเธอจะต้องซักถามสไบนางถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ว่าเป็นอย่างไรกันแน่

 

สไบนางดีใจอย่างที่สุดที่พ่อของเธออนุญาตให้ออกเดินทางท่องเที่ยวในทะเลทรายร่วมกับราจี๊ฟ เธอไม่รู้ว่าเขาหว่านล้อมอุลมานอย่างไร เขาถึงได้ตกลงใจอย่างง่ายดาย แต่ก็ปัดความคิดสงสัยออกไปให้พ้นตัว เขาจะพูดอะไรก็ช่าง ขอให้เธอได้ไปก็แล้วกัน

หญิงสาวตื่นเต้นไม่น้อย การเดินทางครั้งนี้นอกจากจะได้พบกับยายฟาติมะแล้ว เธอก็ยังจะมีโอกาสได้ท่องเที่ยวในทะเลทราย เธอนั่งมองฮาน่าจัดเตรียมข้าวของด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุข

“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่านายท่านจะอนุญาตให้คุณหนูไป” ฮาน่าจัดเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้จำเป็นลงในกระเป๋าใบย่อมให้นายสาว ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือของกิน ในทะเลทรายอย่างนั้น เธอยังนึกไม่ออกเลยว่าจะหาอาหารการกินอย่างไร

“นั่นนะสิ” หญิงสาวยักไหล่ เท้าคางมองกระเป๋าเดินทางตาแป๋ว

“แสดงว่านายท่านไว้ใจคุณราจี๊ฟมากทีเดียว”

“เขาน่ะไว้ใจได้น้อยที่สุดในบรรดาผู้ชายทั้งโลกเชียวล่ะ ฮาน่าจำเอาไว้นะว่าเธออย่าไปไหนไกลฉัน เธอต้องอยู่ใกล้ฉันตลอดเวลา” เธอออกคำสั่งเอาไว้ล่วงหน้า เพราะไม่ไว้ใจราจี๊ฟ เขาชอบหาโอกาสลวนลามเธออยู่เสมอ แล้วร่างกายเธอมันก็มักจะเผลอทรยศเสียทุกที

“ฉันจะอยู่กับคุณหนูตลอดค่ะ ฉันเองก็กลัวนายท่านเหมือนกัน” ฮาน่ารีบรับปากรับคำเป็นอันดี เพราะได้รับคำสั่งจากผู้เป็นนายมาอีกทอดหนึ่ง

เสียงฝีเท้าเดินมาหยุดหน้าห้อง พลอยทำให้การสนทนาหยุดชะงักไป รามิลยาเข้ามาพร้อมตัสนีม ฮาน่าเฝ้ามองอย่างขบคิด

น่าแปลกที่คุณรามิลยาให้ความสนิทสนมกับตัสนีมมากกว่าลูกสาวของตัวเองเสียอีก

“ท่านแม่” สไบนางลุกขึ้นยืนต้อนรับ รอให้สตรีร่างท้วมนั่งลงบนปลายเตียงของเธอ จึงนั่งตาม ในขณะที่ตัสนีมเพียงแค่หยุดอยู่ใกล้ๆ ผู้เป็นป้า ดวงตาของรามิลยาจับจ้องกระเป๋าเดินทางของลูกเลี้ยงเขม็ง

“แม่ยังเห็นว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่เหมาะ แม่จะให้ตัสนีมไปด้วย” รามิลยาบอกขึ้น ทำเอาคนฟังหน้าเสีย เธอไปครั้งนี้ต้องการไปหมู่บ้านจาราวา หากตัสนีมรู้ รามิลยาก็ต้องรู้

“แต่

“ลูกอย่าหัวดื้อนักเลยลัยลา อย่าถือว่าพ่อตามใจแล้วอยากจะทำอะไรก็ได้ แม่เป็นแม่ของเจ้า จะไม่เชื่อกันบ้างหรือยังไงกัน” รามิลยาเสียงแข็ง เธอจึงไม่อาจขัดคำสั่งได้ จึงได้แต่รับปากเงียบๆ

“ค่ะ”

“ดีไปเตรียมตัวเถอะตัสนีม พรุ่งนี้ต้องรีบออกเดินทางแต่เช้า” รามิลยาพยักหน้าให้ตัสนีม หลานสาวของเธอหันมายิ้มเยาะให้สไบนางอย่างผู้ชนะ

 เธอจะใช้โอกาสนี้ใกล้ชิดกับราจี๊ฟ ให้เขาหลงใหลในตัวเธอ แค่เขาติดกับเสน่ห์ของเธอ หนทางที่จะได้เป็นภรรยาคนที่หนึ่งของเขาไม่ใช่เรื่องยาก ถึงอย่างไรเธอก็เป็นหลานสาวแท้ๆ ของรามิลยา หากเขากับเธอทำอะไรเกินเลยกันแล้ว เขาจะต้องรับผิดชอบ

+++

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #14 แตงหวาน มาซา (@oh-jin) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 02:28
    มีตัวก่อกวนไปด้วย ....
    #14
    0