จุมพิตในเพลิงทราย อีบุ๊ก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 54,887 Views

  • 44 Comments

  • 432 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    70

    Overall
    54,887

ตอนที่ 3 : อัพเพิ่ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3844
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    5 ก.ค. 59

“น้าก็รู้ว่าแม่จำอะไรไม่ได้”

“ก็รอสิ เดี๋ยวแม่แกอาการดีขึ้นก็ตอบแกได้เองแหละ” ลำยองบอกปัดแล้วเดินลิ่วออกไป สไบนางมองตามหลังแล้วถอนหายใจ ไม่ได้เรื่องอีกตามเคย ตั้งแต่เล็กจนโต ไม่เคยมีใครบอกเรื่องพ่อแม่ให้เธอรู้ นอกจากสิ่งที่เธอเห็นว่าแม่ป่วยด้วยอาการทางจิตจนต้องพักรักษาอยู่ในโรงพยาบาลบ้า

“น้าบอกฉันมาเถอะน่า”

“อย่าเซ้าซี้ได้ไหมวะ ฉันไม่รู้จริงๆ ไปขึ้นรถเถอะ ป่านนี้ยายแกคงรอแล้ว เดี๋ยวแวะซื้อน้ำพริกกะปิเจ้าเดิมไปฝากแกหน่อยแล้วกัน” ลำยองเปลี่ยนเรื่อง

“น้าละก็” สไบนางขัดใจ แต่ก็ไม่สามารถง้างปากลำยองให้พูดอะไรได้ เหมือนที่เธอไม่เคยทำได้เลยมาตลอดยี่สิบกว่าปี ทั้งน้าทั้งยาย ทุกคนต่างก็ปิดบังเธอไปหมด

“ขึ้นรถเร็วๆ นักข่าวแห่มาก็ไม่ได้ไปกันพอดี”

“คะ” หญิงสาวหน้างอแล้วขึ้นรถออกไปด้วยกัน

 

เมื่อรถแล่นจากกองถ่ายมาถึงบ้านหลังขนาดกลาง เป็นบ้านจัดสรรที่ซื้อหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงจากการเล่นละครของเธอ อย่างที่ลำยองบอกน้ำขึ้นต้องรีบตัก

เธอเข้าวงการมาได้สามปีกับบทตัวประกอบ บทนางรองและเลื่อนมารับบทนางเอกในที่สุด และโด่งดังเป็นพลุแตกเมื่อปีที่แล้วกับการพลิกบทบาทมารับบทร้ายที่มีฉากเลิฟซีนร้อนฉ่า จนเป็นที่กล่าวขานไปทั่วเมืองไทย ยิ่งมีข่าวแบนเธอเท่าไร เธอก็ยิ่งดังมากขึ้นเท่านั้น

หลังรับบทแรงๆ ครั้งนั้นใครๆ ต่างก็คาดการณ์ว่าสไบนางจะกลับมารับบทนางเอกไม่ได้อีก แต่แล้วฝีมือการแสดงที่ยอดเยี่ยม ก็ทำให้เธอเล่นบทนางเอกเจ้าน้ำตาแตกกระจุย และกลับมารับบทนางเอกแสนดีได้อีกครั้ง ฝีมือการแสดงของสไบนาง ใครๆ ต่างก็ต้องปรบมือให้

บ้านเงียบกริบ เพราะยายประนอมนอนรอหลานสาวอยู่จนผล็อยหลับไปบนโซฟา เปิดเอาไว้เพียงไฟสนามดวงเดียว

“ยายแกไปไหนเนี่ย เงียบเชียว”

“หลับมั้งน้า ยายแก่ออกอย่างนั้นจะไปไหนได้ นอกจากนั่งๆ นอนๆ อยู่บ้าน” สไบนางแย้งแล้วตะโกนเรียก ไม่นานก็มีเสียงตอบรับกลับมา

“โหวกเหวกอะไรวะ ทำอย่างกับมีใครตาย” หญิงชราวัย 80 ปี ทว่ายังดูแข็งแรงกว่าอายุจริง สวมเสื้อคอกระเช้าสีบานเย็นเข้าชุดกันกับผ้าถุงลายดอกชบาเรียงแถวเป็นริ้วเดินกระย่องกระแย่งออกมาหน้าบ้าน สายตาไม่ฝ้าฟางเหมือนคนแก่ทั่วไป

“ไม่มีใครตายหรอกแม่ กลัวแม่นะแหละจะตาย เล่นปิดไฟมืดอย่างนี้ เกิดเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมาใครจะเห็น” ลำยองบอกขึ้นทำให้ผู้เป็นแม่ค้อนขวับ

“ไม่ต้องมาแช่งข้า ข้าใช้เงินนังหวาน ไม่ได้ใช้เงินแก”

“จ้า อะไรๆ ก็นังหวาน นังหวาน มันน่าจะเกิดมาเป็นลูกแม่ซะให้รู้แล้วรู้รอด” ลำยองบ่นไม่จริงจังนัก มือถือถุงอาหารเดินเข้าครัวไปจัดแจงใส่จานให้

“นังคนนี้” ยายประนอมเบ้ปาก แล้วหันมาหาหลานรัก “เป็นยังไงบ้างลูก เหนื่อยไหม”

“ไม่หรอกยาย แค่เล่นละคร ไม่เหมือนงานที่ต้องตากแดดตากลมหรอก” หญิงสาวโอบเอวยายเข้าไปในบ้านด้วยกัน กลิ่นอาหารหอมชวนน้ำลายสอโชยมาแตะจมูก อาหารที่ซื้อมาล้วนเป็นของโปรดของยายทั้งนั้น ในชีวิต ถ้าขาดยายไปเธอก็ไม่รู้จะเป็นอย่างไร

แม่เข้าโรงพยาบาลบ้ามาตั้งแต่ที่เธอเริ่มจำความได้ ชีวิตอยู่อย่างยากลำบากกันมาสองคนในสลัมเล็กๆ ยังดีที่ยายกัดฟันใช้เงินเก็บก้อนเล็กๆ เปิดร้านขายข้าวแกเลี้ยงดูและส่งเสียเธอให้เรียนหนังสือ แต่เธอก็โชคดีเข้าวงการบันเทิงมาได้

ส่วนลำยองก็หายหน้าหายตาไปตั้งแต่เธอเล็กๆ เพิ่งจะกลับมาก็ตอนเธอมีชื่อเสียง และกลายเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเธอในตอนนี้

“ดีแล้วลูก เอ็งสบายยายก็ดีใจ”

“หวานไม่อยากสบายหรอก คนที่หวานอยากให้สบายที่สุดก็คือยายต่างหาก หวานรักยาย อะไรที่เป็นความสุขของยาย หวานทำทั้งนั้นแหละ”

“โถแม่คุณ ทูนหัวของยาย” หญิงชรายิ้มปลื้ม หยิบชายเสื้อคอกระเช้าขึ้นซับน้ำตาป้อยๆ ปลื้มอกปลื้มใจนักหนา ชาตินี้สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตก็คงเป็นหลานสาวอย่างสไบนาง

ลำยองเท้าสะเอวมองยายหลานอย่างหมั่นไส้

“โอ๊ยน้ำพริกฉันมันจะหวานเลี่ยนก็คราวนี้เอง ผลัดกันโอ้โลมปฏิโลมอยู่นั่นแหละ ยายหลานนะจ๊ะ ไม่ใช่คู่รัก เดี๋ยวกอด เดี๋ยวพรอดคำหวาน”

“ทำไมยะ อิจฉากระทั่งหลาน”

“ใครว่าอิจฉาละแม่ ขืนแม่กอดแล้วทำท่าเมื่อกี้นี้กับฉันละก็นะ บรื้อขนลุกตาย” คนพูดลูบเนื้อตัวไปด้วย ทำให้สไบนางหัวเราะขึ้น

“เฮอะ ถึงเอ็งให้กอดข้าก็ไม่กอดโว้ยสำหรับเอ็งมันเหมาะให้ผู้ชายกอด” ยายประนอมประชด แต่ลำยองไม่รู้สึกรู้สม ยังคงหัวเราะระรื่น

“แน่นอนสิแม่ ตัวฉันน่ะ ฟอร์เมนจ้ะ ไม่ใช่ฟอร์วูแมน”

“จะวูๆ อะไรก็ช่างเถอะ ข้าหิว” ยายประนอมเดินมานั่งประจำที่ สไบนางจึงตักข้าวใส่จานให้อย่างเอาใจ กะว่าคืนนี้จะตะล่อมถามเรื่องแม่สักหน่อย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

0 ความคิดเห็น