จุมพิตในเพลิงทราย อีบุ๊ก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 54,881 Views

  • 44 Comments

  • 432 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    64

    Overall
    54,881

ตอนที่ 18 : อัพเพิ่ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2546
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    27 ก.ค. 59

“หวาน แกว่าเงินสิบล้านมันมากไหม”

“มากสิน้า หวานทำงานมาขนาดนี้แล้ว เงินเก็บยังมีไม่กี่ล้าน ถามทำไม มีคนจ้างหวานขนาดนั้นรึไง ไม่มีใครบ้าขนาดนั้นหรอกมั้ง” หญิงสาวหัวเราะขึ้น ดื่มน้ำมะนาวไม่ใส่น้ำตาลเข้าไปจนเกือบครึ่งแก้ว แม้จะชอบอาหารรสหวาน แต่เพราะงานและหน้าที่จึงต้องอดใจควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เสมอ

“แล้วถ้าน้าบอกว่าใช่”

“หืม? งานอะไร” สไบนางเริ่มมองน้าสาวอย่างไม่ไว้ใจ คราวนี้จะหาอาเสี่ยคราวพ่อที่ไหนมาให้เธออีก

“หลานหวาน” ลำยองลากเสียงยาว หวานหยดย้อย ลองได้ใช้น้ำเสียงแบบนี้ สไบนางนึกรู้ได้ทันทีว่ามันคงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไรนัก

“น้าพูดมาเลยดีกว่า”

“แหม เกลียดนักเชียว คนรู้ทัน” คนเป็นน้าฟาดเบาๆ มาบนต้นแขนของหลานสาว กระแอมทีหนึ่งแล้วเริ่มเรื่อง “มีงานสบายๆ ให้ทำ เขาจ้างตั้งสิบล้าน”

“งานอะไร คงไม่ใช่งานง่ายๆ แบบที่ต้องนอนแบให้ผู้ชายตักตวงหรอกนะ แบบนั้นหวานไม่เอาแน่ๆ” หญิงสาวปฏิเสธตั้งแต่แรก จนลำยองต้องมองค้อน

“ตั้งสิบล้าน”

“ร้อยล้านหวานก็ไม่เอา”

“แค่อาทิตย์เดียวเองนะหวาน เศรษฐีน้ำมันเชียวนะ เกิดเขาถูกใจแกขึ้นมา สบายไปทั้งชาติ ใครๆ ก็อยากไปกันทั้งนั้น” ลำยองพยายามหว่านล้อม สไบนางล้วงหยิบเงินในกระเป๋า วางเอาไว้บนโต๊ะ แล้วบอกเสียงห้วนแบบไม่รักษามารยาท

“ไม่ต้องเลี้ยงหวาน หวานจะไปรอที่รถ แล้วหวังว่าน้าจะไม่พูดเรื่องนี้อีก”

“นังหวาน!” ลำยองตวาดอย่างหัวเสีย เมื่อเห็นหลายคนมองมา จึงยิ้มแหยๆ แล้วเปลี่ยนโทนเสียง “หลานหวาน รอน้าด้วยสิจ๊ะลูก”

 

หญิงสาวกลับถึงบ้านด้วยสีหน้าบูดบึ้งจนคนเป็นยายอดไม่ไหวต้องเอ่ยถาม ส่วนลำยองนั้นเพราะโกรธหลานสาวจึงขับรถออกไปเที่ยวกลางคืนคลายเครียด

“เป็นอะไรลูก ทะเลาะกับน้ามาเหรอ”

“ก็เรื่องเดิมๆ แหละยาย หวานบอกน้าลำยองตั้งหลายครั้งว่าถึงหวานจะจน ถึงหวานจะต้องทำงานหนักตัวเป็นเกลียว แต่หวานก็ไม่คิดจะขายตัวให้ใคร” หญิงสาวยืนยันหนักแน่น มือเหี่ยวย่นจึงลูบศีรษะที่ปกคลุมไปด้วยเรือนผมสวย สีดำสนิทนั้นอย่างเข้าใจ

“อย่าไปถือสานังลำยองมันเลย มันก็แบบนี้ รักสบายก็เลยคิดว่าคนอื่นเขาจะพลอยรักสบายเหมือนตัวเองไปด้วย หวานปฏิเสธไป มันก็ทำอะไรไม่ได้หรอก” ยายประนอมปลอบใจ

“หวานก็คิดอย่างนั้นละคะ ดึกแล้ว นอนดีกว่านะยาย พรุ่งนี้หวานว่าจะไปเยี่ยมแม่สักหน่อย ยายไปด้วยกันไหมจ๊ะ” เธอเอ่ยชวน

“ไปสิ ยายเองก็คิดถึงนังเครือมันเหมือนกัน นังเครือมันน่าสงสาร ความสวยของมันมีภัย ไม่อย่างนั้นคงไม่ต้องหอบหวานหนีหัวซุกหัวซุนมา” ยายประนอมถอนหายใจ รู้สึกสงสารลูกสาวจับใจ ยี่สิบกว่าปีมาแล้วที่ต้องอยู่รักษาตัวในโรงพยาบาลบ้า เพราะเหตุใดนางเองก็สุดจะคาดเดา

“ยาย ตอนแม่มา แม่พาหวานมาคนเดียวเหรอจ๊ะ”

“ก็มาคนเดียวนะสิวะ มีอะไรหรือ” ยายประนอมสงสัย สไบนางจึงรีบส่ายหน้า

“เปล่าหรอกจ้ะ หวานแค่ถามดู เผื่อจะมีใครมาส่งแม่บ้าง” เธอปด ไม่ยอมบอกเรื่องของลัยลาให้รู้ เพราะยายเองก็คงไม่ได้รู้เรื่องราวมากไปกว่าที่เล่า “ยายจ๊ะ แม่ถูกยิงก่อนเข้าโรงพยาบาลหรือ”

“ฮื่อ ยายก็ไม่รู้ว่าใครมันช่างใจร้ายนัก มันกะจะเอาให้ถึงตาย แม่เอ็งโดนมันยิงปางตาย มันยังส่งคนมาตามฆ่าถึงโรงพยาบาล แต่ยายกลัวก็เลยพามันหนีออกมาก่อน” ยายประนอมหลับตานึกถึงภาพนาทีหวาดหวั่นขึ้นมา ขนในกายก็ลุกชันขึ้นไปด้วย

“ขนาดนั้นเลยหรือยาย” สไบนางตกใจกับข้อมูลใหม่ที่เพิ่งได้รับรู้ ยายประนอมเองไม่อยากจะเล่าถึง เพราะอยากจะลบภาพนี้ออกไปจากความทรงจำ แต่แล้วก็เผลอหลุดปากออกมาจนได้

“เมื่อก่อนบ้านเราอยู่สระบุรี หลังจากที่นังเครือมันหอบเอ็งมา มันก็เที่ยวบอกว่ามีคนตามจะฆ่า แต่ไม่มีใครเชื่อมันสักคน นอกจากบอกว่ามันเหมือนคนบ้า เที่ยวหวาดระแวงคนเขาไปทั่ว ยายเองก็เหมือนกัน นังเครือมันออกไปหางานทำ กลับมาด้วยสภาพเลือดเต็มตัวไปหมด แต่ตอนนั้นมันถูกยิงเฉียดๆ คราวนี้ยายก็เริ่มเชื่อมันขึ้นมาหน่อย เราก็รีบย้ายบ้านกันในวันนั้นเลย มันตามไปที่โรงพยาบาล ดีนะยายพามันหลบออกด้านหลัง”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น